๑๗ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๖๘

พสกนิกรชาวไทยและชาวต่างประเทศได้มาร่วมรวมกันประพฤติปฏิบัติธรรมเพื่อน้อมถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ด้วยความโทมนัสและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ที่พระองค์ได้ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทยและชาวโลกตลอดระยะเวลาที่ยาวนาน พระองค์ทรงเป็นดั่งแม่แห่งแผ่นดิน ผู้ทรงเปี่ยมด้วยพระเมตตาและพระปรีชาสามารถ ทรงอุทิศพระวรกาย พระสติปัญญา และพระราชหฤทัยในการบำเพ็ญพระราชกรณียกิจนานัปการ เคียงคู่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เพื่อธำรงไว้ซึ่งความผาสุกและความมั่นคงแห่งชาติไทย เราประชาชนชาวไทยต้องร่วมใจสมัครสมานสามัคคีทำความดีที่ประกอบด้วยปัญญา เพื่ออุทิศบุญกุศลน้อมเกล้าถวาย เพื่อเสด็จสู่สวรรคาลัย เข้าสู่สวรรค์มรรคผลพระนิพพาน

 

วันนี้เป็นวันพุธที่ ๑๗ เดือนธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๖๘

 

มนุษย์เราต้องเอาทางสายกลางนำชีวิต พัฒนาใจพัฒนาวัตถุไปพร้อม ๆ กัน เพื่อเป็นทางสายกลาง เพื่อเอาความสงบและปัญญาก้าวไปพร้อม ๆ กัน เราทุกคนต้องรู้จักกรรม รู้จักกฎแห่งกรรม รู้จักผลของกรรม กรรมนั้นเกิดจากกายวาจากิริยามารยาทอาชีพ

 

เราต้องรู้เราต้องเข้าใจเรื่องกรรม เรื่องกฎแห่งกรรม เรื่องผลของกรรม ใจของเราต้องมีปัญญาสัมมาทิฏฐิ รู้ทุกข์ รู้เหตุเกิดทุกข์ รู้ข้อปฏิบัติถึงความดับทุกข์ มีปิติมีความสุขมีเอกัคคตาในการประพฤติการปฏิบัติ เราต้องรู้ต้องเข้าใจ อดีตก็มารวมกันแล้วอยู่ที่ปัจจุบัน อนาคตที่จะไปข้างหน้าก็มารวมกันอยู่แล้วที่ปัจจุบัน ปัจจุบันเราต้องรู้ต้องเข้าใจ ต้องตั้งใจตั้งเจตนา มีปิติมีความสุขมีเอกัคคตาในการประพฤติการปฏิบัติ เป็นความยึดมั่นถือมั่นเป็นความดีที่ประกอบด้วยปัญญา เป็นปัญญาที่ประกอบด้วยความดี ยกเลิกสัญชาตญาณที่มันเป็นนิติบุคคลตัวตน

 

ระบบข้าราชการ ระบบนักการเมือง ระบบของนักบวชนี้ เป็นหลักการที่บำเพ็ญบุญบำเพ็ญกุศล เราต้องรู้ต้องเข้าใจ ข้าราชการนักการเมืองนักบวชนี้เป็นโครงสร้างนี้ขาว เป็นโปรแกรมเมอร์สีขาว เป็นโปรแกรมเมอร์ที่บำเพ็ญบุญบำเพ็ญกุศล เราทุกคนให้รู้ให้เข้าใจว่าระบบข้าราชการนักการเมืองนักบวชนี้เป็นโครงสร้างที่เป็นความดีที่ประกอบด้วยปัญญา เป็นโครงสร้างที่ยกเลิกอัตตาตัวตน

 

ผู้จะเป็นข้าราชการนักการเมืองนักบวชต้องให้เข้าใจ ทุกคนจะได้ทำหน้าที่บำเพ็ญความดีที่ประกอบด้วยปัญญา เพราะเหตุผลว่าเราได้รับการแต่งตั้งให้เป็นข้าราชการเป็นนักการเมืองและเป็นนักบวช ๓ สถาบันนี้เป็นหลักที่เป็นโครงสร้างที่เป็นชาติศาสน์กษัตริย์

 

ผู้ที่เป็นข้าราชการเป็นนักการเมืองเป็นนักบวชต้องพากันรู้พากันเข้าใจ ว่าเราทั้งหลายต้องทำหน้าที่เพื่อยกเลิกตัวตน เพื่อบำเพ็ญบุญบำเพ็ญกุศล มาเสียสละตัวมาเสียสละตน มายกเลิกตัวยกเลิกตน มามีปิติมีความสุขมีเอกัคคตาในการประพฤติการปฏิบัติ เพื่อชีวิตของเราจะได้ก้าวไปด้วยบุญด้วยกุศล ก้าวไปด้วยความดีและปัญญา ชีวิตของข้าราชการนักการเมืองของนักบวชจะได้เป็นบุญเป็นกุศล

 

เราเป็นข้าราชการต้องพากันมายกเลิกตัวยกเลิกตน เราเป็นนักการเมืองก็ต้องพากันมายกเลิกตัวยกเลิกตน เราเป็นนักบวชก็ต้องพากันมายกเลิกตัวยกเลิกตน เราทุกคนต้องไม่มีตัวไม่มีตน ไม่มีตัวกูของกู ไม่มีตัวสูของสู มายกเลิกตัวกูของกู ตัวสูของสู ด้วยปิติด้วยความสุขด้วยเอกัคคตาในการทำหน้าที่ที่ดี ๆ ที่ประกอบด้วยปัญญา เพื่อสติเพื่อสัมปชัญญะของข้าราชการนักการเมืองและนักบวชจะได้สมบูรณ์ โครงสร้างของทุก ๆ คนประเทศก็เอาหลักการเดียวกันนี้หมด เพื่อความมั่นคงของชาติศาสน์กษัตริย์ก็ใช้หลักการเดียวกันนี้หมด เป็นอริยมรรคทั้งกายวาจากิริยามารยาทอาชีพมารวมลงที่ใจ ใจที่มีสติมีสัมปชัญญะ

 

ความดับทุกข์ของมนุษย์นั้นให้เรารู้เข้าใจ ความดับทุกข์ของมนุษย์นั้นอยู่ที่เรามีสติมีสัมปชัญญะ มนุษย์เราถ้ามีสติมีสัมปชัญญะความดับทุกข์นั้นก็ย่อมไม่มี เรามามีปิติมีความสุขมีเอกัคคตาในการประพฤติการปฏิบัติ มาทำหน้าที่กับสมมติที่เราได้รับการแต่งตั้ง สมมติสัจจะที่เป็นความจริงโดยสมมติ เพื่อให้ทุกคนได้มีสติมีสัมปชัญญะ มีปิติมีความสุขมีเอกัคคตาในการทำหน้าที่ในสมมติสัจจะ

 

เราต้องภูมิใจในการเป็นข้าราชการเป็นนักการเมืองเป็นนักบวช โครงสร้างที่เป็นข้าราชการเป็นนักการเมืองเป็นนักบวชนั้นเป็นโครงสร้างที่ดีอยู่แล้ว ให้เรารู้เข้าใจมันเป็นโปรแกรมเมอร์สีขาว เป็นโปรแกรมเมอร์ที่ยกเลิกนิติบุคคลตัวตน ข้าราชการนักการเมืองนักบวชที่จะต้องมีปัญญาสัมมาทิฏฐิ

 

ที่ผ่าน ๆ มาน่ะ ทุก ๆ ประเทศได้รับความเสียหาย เอาตำแหน่งที่เราเป็นมนุษย์ไปทำความเสียหาย ทำความเสียหายทั้งกายทั้งวาจาทั้งกิริยามารยาททั้งอาชีพ ได้รับความเสียหายอยู่ในระดับพังอันตรายเสียหายเช่นเดียวกับตึก สตง. สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินของเมืองไทยประเทศไทย ตึกไหน ๆ เค้าก็ไม่พัง ทั้งที่ใหญ่กว่าสูงกว่า ทั้งในเมืองกรุงตลอดปริมณฑล ศูนย์กลางแผ่นดินไหวอยู่ไกลตั้งพันกว่ากิโล ศูนย์กลางอยู่ที่มัณฑะเลย์ ประเทศพม่า ห่างไกลจากประเทศไทยไม่ต่ำกว่าพันกิโลเมตร

 

เราต้องรู้ต้องเข้าใจ เราทุกท่านได้เกิดมาเป็นมนุษย์ จะได้เป็นมนุษย์ผู้รู้ผู้เข้าใจ เป็นผู้เห็นภัยในความไม่ถูกต้อง จะไม่ได้เอาความผิดนำชีวิต เดี๋ยวจะมีความเสียหาย เดี๋ยวชีวิตนี้จะต้องพังทลายเหมือนตึก สตง.สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน

 

เราทั้งหลายต้องรู้ต้องเข้าใจ ต้องเห็นภัยในความไม่ถูกต้อง เห็นภัยในวัฏฏสงสาร เราทั้งหลายจะได้เป็นมนุษย์ผู้รู้ผู้เข้าใจผู้เห็นภัยในวัฏฏสงสาร ไม่เช่นนั้นเราทั้งหลายจะเป็นได้แต่เพียงคน คำว่าคนก็หมายถึงตัวถึงตน หมายถึงนิติบุคคลตัวตน ที่เอาความไม่รู้ไม่เข้าใจนำชีวิต ที่เอาความผิดหรือเอาความทุจริตนำชีวิต

 

เราต้องรู้ต้องเข้าใจ ถ้าไม่รู้ไม่เข้าใจแล้วเราจะเป็นได้แต่เพียงคน คำว่าคนนี้หมายถึงผิดถึงถูก หมายถึงดีทั้งชั่ว เดินไปข้างหน้าแล้วถอยกลับมาย่ำต๊อกอยู่ที่เก่าที่เดิมเค้าถึงมีคำศัพท์คน คนคืออยู่ที่เก่าที่เดิม

 

เราต้องรู้ต้องเข้า เราทั้งหลายจะได้เข้าสู่หลักการอุดมการณ์อุดมธรรม เราทั้งหลายจะได้เป็นข้าราชการเป็นนักการเมืองเป็นนักบวช เป็นผู้บำเพ็ญบุญบำเพ็ญกุศล เพราะตำแหน่งข้าราชการนักการเมืองตำแหน่งนักบวชนี้เป็นตำแหน่งที่ทุกคนต้องรู้เข้าใจว่าเป็นตำแหน่งที่เป็นบุญเป็นกุศล เป็นสติเป็นสัมปชัญญะ ชีวิตจะได้ก้าวไปด้วยสติด้วยสัมปชัญญะ ด้วยบุญด้วยกุศล

 

เราทุกท่านต้องพากันรู้พากันเข้าใจ เพื่อความมั่นคงของชาติศาสน์กษัตริย์ จะไม่ได้เกิดความเสียหาย จะไม่ได้เกิดการพังทลายอย่างเดียวเช่นเดียวกันกับตึก สตง. สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินของเมืองไทยประเทศไทย

 

ให้ทุกท่านพากันคิดดูดี ๆ นะ ในสัญชาตญาณของเราทุก ๆ คนที่มองดูตัวเองและมองดูคนอื่น มองเห็นหน้าข้าราชการนักการเมือง เห็นหน้านักบวชภาพทางใจภาพทางมโนภาพก็ย่อมปรากฎชัดที่เป็นหน้าโจรหน้ามหาโจรขึ้นมาทันที เห็นหน้าข้าราชการนักการเมืองหน้านักบวชก็มีความรู้สึกว่ามันเป็นหน้าโจรหน้ามหาโจรหน้าอภิมหาโจรลอยขึ้นมาทันที

 

เราทั้งหลายพากันมารู้เข้าใจนะ เพื่อมาสมัครสมานสามัคคีเอาความดีและปัญญานำชีวิต เพื่อทุกคนจะได้ยกเลิกตัวตน หยุดสัญชาตญาณที่เป็นนิติบุคคลตัวตนด้วยทุกท่านมามีสติสัมปชัญญะ เพราะความดับทุกข์ของมนุษย์นั้นอยู่ที่มีสติมีสัมปชัญญะ ความดับทุกข์นั้นต้องดับทุกข์ได้ด้วยอย่างนี้ ที่เป็นความดีที่ประกอบด้วยปัญญา ที่ยกเลิกอัตตายกเลิกตัวตน

 

เราทุกคนต้องมาเน้นที่ตัวของเราเอง เราคิดดูดี ๆ นะ พระพุทธเจ้าท่านก็เน้นที่พระพุทธเจ้า พระเยซูท่านก็เน้นที่พระเยซู พระนบีมูฮัมหมัดท่านก็เน้นที่พระนบีมูฮัมหมัด ท่านไม่ไปเน้นที่คนอื่น มีปิติมีความสุขมีเอกัคคตาในการประพฤติการปฏิบัติ เพราะความดับทุกข์ของเราทุกคนนั้นอยู่ที่ปัจจุบัน ไม่ใช่ดับทุกข์อยู่ได้ที่อนาคต ความดับทุกข์ของมนุษย์นั้นอยู่ที่ปัจจุบัน อยู่ที่รู้และเข้าใจ เพราะเหตุผลว่าอดีตก็มารวมกันอยู่ที่ปัจจุบันนี้แล้ว อนาคตที่จะไปข้างหน้าก็อยู่ที่ปัจจุบันแล้ว

ปัจจุบันเราต้องรู้เข้าใจ ปัจจุบันเป็นการประพฤติการปฏิบัติเป็นการทำหน้าที่อย่างดีที่ประกอบด้วยปัญญา มีปิติมีความสุขมีเอกัคคตาในการประพฤติการปฏิบัติในปัจจุบัน เราต้องรู้ต้องเข้าใจ ผู้ที่เป็นคนรวยผู้ที่มีอำนาจ ถ้าไม่มีสติไม่มีสัมปชัญญะก็ย่อมมีความทุกข์ ผู้ที่ไม่รวยผู้ที่ไม่มีอำนาจถ้าไม่มีสติไม่มีสัมปชัญญะก็ย่อมมีความทุกข์เช่นเดียวกัน

 

เรามาระลึกถึงคติธรมของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช ที่ท่านตรัสคติธรรมให้กับพสกนิกรชาวไทยและชาวโลกได้รู้ได้เข้าใจ เราทั้งหลายต้องเข้าถึงสติเข้าถึงสัมปชัญญะ เราอยากได้มากมันก็ไม่มากมันก็เท่าเก่าเท่าเดิม เราอยากได้น้อยมันก็ไม่น้อยมันก็เท่าเก่าเท่าเดิม ความดับทุกข์ของมนุษย์นั้นถึงอยู่ที่มีสติมีสัมปชัญญะ ถึงจะเข้าถึงความพอเพียงเพียงพอ เข้าถึงความพอดี เข้าถึงเศรษฐกิจพอเพียงจะได้เป็นความอิ่มความพอเพียงเพียงพอ ถ้าเราไม่รู้ไม่เข้าใจ เราก็จะไปเอาความดับทุกข์อยู่ที่อนาคตกาลเบื้องหน้าโน้นเทอญ อันนี้มันดับทุกข์ไม่ได้เพราะมันไม่ใช่สติไม่ใช่สัมปชัญญะ

 

ปัจจุบันเราต้องรู้ต้องเข้าใจ เราจะได้เป็นข้าราชการเป็นนักการเมืองเป็นนักบวชผู้มีปัญญาสัมมาทิฏฐิ ผู้ที่ยกเลิกความผิด ผู้ที่ยกเลิกนิติบุคคลตัวตน มาบำเพ็ญบุญบำเพ็ญกุศลในปัจจุบัน ข้าราชการนักการเมืองนักบวชไม่ต้องแก้ที่คนอื่นต้องมาแก้ที่ตนเอง แก้ที่กายวาจากิริยามารยาทมาแก้ที่ใจ มารวมลงที่ใจรวมลงที่เจตนา มีปิติมีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติในการทำหน้าที่ ทำหน้าที่ที่ดี ๆ ที่ประกอบด้วยปัญญา นี้เป็นความยึดมั่นถือมั่นที่ประกอบด้วยปัญญา ที่ยกเลิกอัตตาตัวตน นี้เป็นธรรมเป็นปัจจุบันธรรม ให้เรารู้ให้เข้าใจ

 

เราทุกคนมาเน้นที่ตัวเราด้วยความสมัครสมานสามัคคีกัน มนุษย์เราผู้ประเสริฐต้องเอาความดีที่ประกอบด้วยปัญญาที่เป็นสติเป็นสัมปชัญญะนำชีวิต ทุก ๆ ท่านต้องรู้จักความอิ่มความเต็มความพอ ผู้มีปัญญามาก ๆ ก็ต้องสงบมาก ๆ เราจะได้เข้าถึงความอิ่มความเต็มความพอเพียงเพียงพอ ผู้มีความสงบมาก ๆ ก็ต้องเสียสละมาก ๆ เราจะไม่ได้ติดเพียงแค่สมาธิเพียงแค่สมาบัติที่มันเป็นนิติบุคคลตัวตน สมาธิสมาบัตินี้องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านบอกว่าเราต้องเสียสละ เพื่อจะได้เกิดปัญญาวิปัสสนา เพื่อจะได้ก้าวไปด้วยความเป็นธรรมเป็นปัจจุบันธรรม การปฏิบัติธรรมนี้ถึงเป็นอริยมรรคมีองค์แปดทั้งกายวาจากิริยามารยาทอาชีพมารวมลงที่ใจ ใจที่เป็นปัจจุบัน ใจที่เป็นความดีและปัญญา ที่ก้าวไปด้วยอนัตตาที่ว่างจากตัวตน

 

เราทุกท่านต้องพากันรู้เข้าใจพากันมาเสียสละให้เต็มที่ พระพุทธเจ้าคือผู้ที่เสียสละ เสียสละทั้งกายวาจากิริยามารยาทอาชีพ ยกเลิกตัวยกเลิกตน ท่านเสียสละ ท่านเสียสละให้สรีระร่างกายได้บรรทมได้พักผ่อนวันละ ๔ ชั่วโมง เสียสละให้หมู่มวลมนุษย์เทพเทวามารพรหมสรรพสัตว์ทั้งหลายวันละ ๒๐ ชั่วโมง รวมกันก็ครบ ๒๔ ชั่วโมงมีแต่เสียสละ ผู้ที่เสียสละนั้นถึงจะมีสติมีสัมปชัญญะ ถึงจะมีศีลสมาธิปัญญา ถึงจะยกเลิกอัตตาตัวตนได้ด้วยความรู้ความเข้าใจด้วยปัญญาสัมมาทิฏฐิมีความเห็นถูกต้อง เข้าใจถูกต้อง ปฏิบัติถูกต้อง เราทั้งหลายจะเป็นข้าราชการเป็นนักการเมืองเป็นนักบวชได้

 

เราทั้งหลายต้องรู้ต้องเข้าใจ เราทั้งหลายต้อมาเป็นผู้ให้มาเป็นผู้ที่เสียสละ เพื่อความเสียสละนั้นเป็นสติเป็นสัมปชัญญะเป็นความดีที่ประกอบด้วยปัญญาสัมมาทิฏฐิที่บริสุทธิคุณ

 

ให้เรารู้ให้เราเข้าใจ กายวาจากิริยามารยาทอาชีพเป็นเพียงอุปกรณ์ของใจเท่านั้น มนุษย์ทั้งหลายถึงรู้เข้าใจจะได้พากันเสียสละ มีความสุขในการพัฒนาวิทยาศาสตร์พัฒนาวัตถุและพัฒนาใจไปพร้อม ๆ กันเพื่อเป็นทางสายกลาง เพื่อเป็นสติเพื่อเป็นสัมปชัญญะ เราทั้งหลายถึงจะเป็นมนุษย์ได้ เป็นข้าราชการเป็นนักการเมืองเป็นนักบวชได้ ความรู้ความเข้าใจนี้ถึงเป็นสาระสำคัญแห่งชีวิต

 

เราต้องรู้เข้าใจเรื่องสมมติสัจจะ สมมติสัจจะทั้งหลายมีหลายล้านสมมติชี้ให้เราเห็นเรื่องผิดเรื่องถูกเรื่องดีเรื่องชั่ว เรื่องไม่ผิดไม่ถูกไม่ดีไม่ชั่ว เพื่อเราจะได้มีปิติมีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติให้ถูกต้องตามสมมตินั้น ๆ ให้มีปิติมีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติ เพื่อให้เป็นความดีที่ประกอบด้วยปัญญา ปัญญาประกอบด้วยความดี เพื่อความดีและปัญญาจะได้เป็นสติเป็นสัมปชัญญะ จะได้เป็นอริยมรรคมารวมลงที่ใจที่เจตนา ที่เป็นความรู้ความเข้าใจที่เป็นสาระสำคัญแห่งชีวิต

 

มนุษย์เราต้องรู้ต้องเข้าใจ รู้เข้าใจแล้วมีปิติมีความสุขมีเอกัคคตาในการประพฤติการปฏิบัติในปัจจุบัน เพราะปัจจุบันนี้คือการประพฤติการปฏิบัติ มีปิติมีความสุขมีเอกัคคตาในการประพฤติการปฏิบัติเพื่อทำหน้าที่ของเราในปัจจุบันอย่างมีความสุข เพื่อจะไม่ได้มีความทุกข์ จะไม่ได้มีโรคซึมเศร้า เพื่อเราจะได้รู้ผัสสะ รู้สิ่งต่าง ๆ เราทุกคนจะได้ยกเลิกโรคไบโพล่า ไม่ให้อารมณ์มันเหวี่ยงไปเหวี่ยงมา

 

เราต้องรู้เข้าใจ เราจะได้เอาปัญหานั้นมาเป็นปัญญา เอาปัญญานั้นมามีสติมีสัมปชัญญะ เพื่อเอาปัญญานั้นมาประพฤติมาปฏิบัติให้เกิดความสงบ ด้วยเหตุผลนี้ผู้มีปัญญามาก ๆ ถึงต้องให้มีความสงบมาก ๆ เพื่อทุกคนจะไม่ได้เอาความฟุ้งซ่านนำชีวิต เพื่อเราจะได้เข้าถึงความพอเพียงเพียงพอจะได้เข้าถึงความพอดี ไม่มากเกินไปไม่น้อยเกินไปด้วยความรู้ความเข้าใจ ด้วยสติด้วยสัมปชัญญะ ถึงเป็นความสงบเย็นเป็นพระนิพพานในปัจจุบัน ไม่ต้องรอชาติหน้า

 

มีคนไปทูลถามองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าว่าตายแล้วเกิดหรือว่าตายแล้วสูญ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านตรัสว่าอันนี้ขึ้นอยู่ที่เหตุที่ปัจจัย องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านตรัสว่าอย่าคิดไปไกลเกินให้เอาปัจจุบันนี้แหละ เพราะอดีตก็มารวมอยู่ที่ปัจจุบัน อนาคตก็อยู่ที่ปัจจุบัน ปัจจุบันถ้ารู้เข้าใจสิ่งทั้งหลายทั้งปวงนั้นก็จะจบลงที่ปัจจุบันนี้ สิ่งที่เป็นปัญหาก็จะเป็นปัญญา มันจะเป็นธรรมเป็นปัจจุบันธรรมมันจะเป็นการยกเลิกสัญชาตญาณที่เป็นนิติบุคคลตัวตนเป็นปัญญาสัมมาทิฏฐิ นี้เป็นปัญญาที่ประกอบด้วยความดี เป็นความดีที่ประกอบด้วยปัญญา เป็นธรรมเป็นปัจจุบันธรรมไม่ต้องรอชาติหน้าให้เสียเวลา

 

ความดับทุกข์อยู่ที่ปัจจุบันนะ ปัจจุบันถ้าเราไม่มีสติสัมปชัญญะมันจะดับทุกข์ได้อย่างไร เพราะสิ่งนี้มีสิ่งต่อไปมันถึงมี เราต้องให้เข้าใจอย่างนี้ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้หลักการให้อุดมการณ์อุดมธรรมอย่างนี้

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านได้ส่งพระอรหันต์ขีณาสพออกไปเผยแผ่ให้หมู่มวลมนุษย์ทั้งหลายให้รู้เข้าใจในเรื่องทุกข์เรื่องเหตุเกิดทุกข์ข้อปฏิบัติถึงความดับทุกข์ สาระที่สำคัญอยู่ที่ความรู้ความเข้าใจ ท่านให้ไปบอกไปสอนให้ไปทางละ ๑ รูป อย่าไปหลายรูป เพราะทรัพยากรที่เป็นพระอรหันต์ขีณาสพนั้นมีน้อย ให้ไปทางละรูปก็เพียงพอ เพราะไปรูปเดียวก็ไม่มีปัญหาถ้าเรายกเลิกตัวตนปัญหานั้นก็จะไม่มี จะมีแต่ปัญญา ไม่มีปัญหาอะไร ท่านให้ไปบอกเรื่องความคิดคำพูดการกระทำกิริยามารยาทอาชีพที่ยกเลิกตัวตน ท่านบอกว่าตัวตนนั้นคือความทุกข์ ตัวตนนั้นมีแต่ทุกข์เกิดขั้น ทุกข์ตั้งอยู่ ทุกข์ดับไป นอกจากทุกข์นั้นไม่มีเลย เปรียบเสมือนทะเลมหาสมุทรที่ไม่อิ่มด้วยน้ำมันมีความพร่องอยู่เป็นนิจ เปรียบเสมือนไฟที่ไม่อิ่มด้วยเชื้อของเพลิง มันจะมีความทุกข์อย่างนั้น เพราะตัวตนมีแต่ความทุกข์

 

ท่านส่งสาวกไปสั่งสอนไปเผยแผ่ไปบอกความจริงต่อมหาชน ให้มหาชนรู้เข้าใจตามความเป็นจริงต่ออริยสัจสี่ เรื่องทุกข์ เรื่องเหตุเกิดทุกข์ เรื่องข้อปฏิบัติให้ถึงความดับทุกข์ เพื่อให้รู้เข้าใจ เพราะความรู้ความเข้าใจเป็นสาระสำคัญของชีวิต เพราะตัวตนนี้มันไม่รู้ไม่เข้าใจ เอาความหลงนำชีวิตเอาความผิดนำชีวิตมันมีความเสียหายมันแก้ปัญหาไม่ได้เพราะมันแก้ปัญหาไม่ถูกต้อง ว่าจะไปแก้ปัญหามีแต่ไปสร้างปัญหา หาเรื่องหาราวให้กับตัวเอง หาเรื่องหาราวให้กับคนอื่น ศัพท์คำว่าตัณหานี้ถึงเป็นศัพท์ที่กินใจมากลึกซึ้งมาก

 

เราต้องรู้เข้าใจเราจะไปหาเรื่องหาราวให้เราทำไม หาเรื่องหาราวให้คนอื่นทำไม การที่เราไปแก้ภายนอกไปแก้คนอื่นมันไม่ได้ไม่ถูกต้องเป็นการลิดรอนสิทธิเสรีภาพของประชาชนของมหาชน เราต้องรู้เข้าใจจะได้คืนอธิปไตยให้กับธรรมชาติที่เป็นประภัสสร คืนอธิปไตยให้กับประชาชนมหาชน

 

การที่เป็นข้าราชการนักการเมืองนักบวชคือการยกเลิกตัวตน คืนอธิปไตยให้กับธรรมชาติให้กับประชาชนให้กับมหาชนนะ เป็นการมายกเลิกทาส ยกเลิกชั้นวรรณะ ยกเลิกตัวยกเลิกตน ผู้เป็นข้าราชการนักการเมืองเป็นนักบวชต้องมีความรู้สึกอย่างนี้ ต้องไม่มีตัวไม่มีตน ไม่มีตัวกูของกู ไม่มีตัวสูของสู ไม่เป็นคนบ้าหรือคนผีบ้า หรือว่าเป็นบักผีบ้าอีผีบ้า ผู้ที่มีเชื้อบ้าทั้งหลายต้องยกเลิกสัญชาตญาณอย่างนี้เพื่อคืนอธิปไตยให้กับธรรมชาติให้กับปวงชนให้กับมหาชน

 

เราจะเอาความหลงนำชีวิตเอาความอยากนำชีวิตนี้ไม่ได้ เราต้องรู้ต้องเข้าใจ ความไม่อิ่มไม่พอไม่เพียงพอ มันมีแต่ทุกข์เกิดขึ้น ทุกข์ตั้งอยู่ ทุกข์ดับไป เราต้องรู้ต้องเข้าใจนะ เราถึงจะเป็นข้าราชการเป็นนักการเมืองเป็นนักบวชได้

 

เรามาคิดดูดี ๆ นะ ถ้าอย่างนั้นมันจะเป็นข้าราชการเป็นนักการเมืองเป็นนักบวชได้อย่างไร เพราะเราไม่ได้บำเพ็ญความดีไม่ได้บำเพ็ญบารมีไม่ได้บำเพ็ญบุญกุศลเลย เราเป็นคนไม่มีสติไม่มีสัมปชัญญะเลย

 

หลักการในการบำเพ็ญบุญกุศล ทุกท่านต้องมีปิติมีความสุขมีเอกัคคตาในการทำงานในการทำหน้าที่ เพราะสมมติสัจจะนี้มีไว้ให้เรารู้ได้เข้าใจและให้เราได้ประพฤติปฏิบัติ  เรามาเจริญสติสัมปชัญญะมารู้สมมติสัจจะทั้งหลายทั้งปวง เพื่อเราจะได้ทำหน้าที่ให้ถูกต้อง เราจะได้หยุด ยกเลิกตัวกูของกู ตัวสูของสู มีสติสัมปชัญญะรู้ตัวทั่วพร้อม

 

เราต้องรู้เข้าใจเราต้องมีสติรู้ตัวทั่วพร้อมในการยืนเดินนั่งนอน กิริยามารยาทคำพูด การกระทำ อาชีพ เราต้องมีสติรู้ตัวทั่วพร้อม มาเจริญสติสัมปชัญญะอย่างนี้ มามีปิติมีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติอย่างนี้

 

มนุษย์เราถ้ามีสติมีสัมปชัญญะก็จะมีความสงบเหมือนกันทุก ๆ คน สติสัมปชัญญะนี้จะเป็นความว่างจากตัวจากตน จะเป็นความว่างจากสิ่งที่มีอยู่ ไม่ใช่ความว่างจากสิ่งที่ไม่มี รูปเวทนาสัญญาสังขารวิญญาณมีอยู่ เรารู้เข้าใจว่าสิ่งทั้งหลายทั้งปวงนั้นมันเป็นธรรมะ ถ้าเรามีสติมีสัมปชัญญะ เราก็จะมีความดีและปัญญา มีปัญญาและความดีที่เป็นธรรมเป็นปัจจุบันธรรมเป็นธรรมนูญ จะเป็นธรรมเป็นปัจจุบันธรรม

 

เราต้องรู้ต้องเข้าใจนะ ถ้าเราไม่รู้ไม่เข้าใจเราจะแก้ปัญหาไม่ได้เราจะมาสร้างปัญหา รัฐบาลไหน ๆ ก็มาแก้ปัญหาไม่ได้ มีแต่มาสร้างปัญหานะ ความรู้ความเข้าใจนี้ถึงเป็นสาระสำคัญ เราทุกคนที่เป็นข้าราชการทุก ๆ คน เป็นนักการเมืองทุก ๆ คน เป็นนักบวชทุก ๆ คนต้องพากันมาแก้ที่ตัวของเราเอง เอาสมมติสัจจะมาใช้มาปฏิบัติ ถึงจะเป็นปัญญา ถึงจะหยุดปัญหา

 

หลักการในการบริหารประเทศนี้ ถึงมีวาระของการบริหารของหมู่มวลมนุษย์ ประเทศไทยหลักการบริหารระบบราชการเอาเวลา ๖๐ ปีของร่างกาย ถ้าใครร่างกายไม่ดีพอก็ไม่ถึง ๖๐ ปี เดี๋ยวนี้แหละระบบปกครองอัยการผู้พิพากษาให้รับราชการมากกว่า ๖๐ ปี นักการเมืองให้เอาหลักการวาระละ ๔ ปี หลักการบริหารข้าราชการระดับสูง ๆ ให้อยู่วาระละ ๔ ปี เลือกตั้งกันใหม่ เพื่อให้ความดีและปัญญาได้ก้าวไปพร้อม ๆ กัน การทำอะไรดี ๆ ที่ประกอบด้วยปัญญานั้นใช้เวลา ๓ อาทิตย์ขึ้นไป ความดีและปัญญาจะเป็นชิฟฝังอยู่ในขันธ์ในสัญญาขันธ์ มีหลักการอย่างนี้

 

วาระของข้าราชการนักการเมืองของผู้ใหญ่ในการบริหารถึงมีวาระ ๔ ปี มีการเลือกตั้งจัดสรรเอาคนใหม่ขึ้นมาบริหารเพื่อให้ความดีและปัญญาก้าวไปด้วยสติสัมปชัญญะ นักการเมืองถึงมีวาระ ๔ ปี เพื่อคัดสรรจัดสรรเลือกตั้งเอาคนดี ๆ ที่ยกเลิกตัวตน เพื่อให้โปรแกรมเมอร์สีขาวของข้าราชการนักการเมืองของนักบวชก้าวไปด้วยดี ไม่ให้มีโปรแกรมเมอร์สีเทาสีดำสีสกปรกมีกลิ่นเหม็น ไม่ใช่เหม็นธรรมดา ที่ท่านหลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโนแห่งวัดป่าบ้านตาดท่านพูดว่าเอาตัวตนไม่ได้นะมันเสียหาย มันเน่ามันเหม็น มันเหม็นมากไม่ใช่เหม็นธรรมดา เหม็นตั้ง ๓ แดนโลกธาตุนี้นะมันเหม็นจริง ๆ

 

ข้าราชการนักการเมืองนักบวชนี้ต้องรู้เข้าใจต้องเอาความดีและปัญญานำชีวิตเอาสติสัมปชัญญะนำชีวิตต้องหยุดตัวหยุดตนหยุดความฟุ้งซ่าน ต้องบริหารบ้านเมืองให้เป็นบุญเป็นกุศล เพราะตำแหน่งข้าราชการนักการเมืองนักบวชนี้เป็นตำแหน่งแห่งบุญแห่งกุศลไม่ใช่ตำแหน่งบาป เดี๋ยวเกิดความเสียหายมันจะพังทลายอย่างเดียวเช่นเดียวกันกับตึก สตง.สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินของเมืองไทยประเทศไทยไม่มีผิดเลย มันจะเป็นเช่นนั้นนะ

 

ถึงเป็นความดีที่ประกอบด้วยปัญญา ถึงจะเป็นการยกเลิกอัตตายกเลิกตัวตน ให้มันหมดทิฏฐิมานะ ให้มันหมดอัตตาหมดตัวหมดตนด้วยความรู้ความเข้าใจ ด้วยปัญญาสัมมาทิฏฐิ

 

ถ้าเรามีทิฏฐิมานะอัตตาตัวตน เรามีตัวมีตน เราจะไม่ได้ข้าราชการนักการเมือง เราจะไม่ไดเป็นนักบวชนะ เพราะเราเป็นผู้มีทิฏฐิมานะอัตตาตัวตน เราจะเป็นข้าราชการนักการเมืองเป็นนักบวชได้อย่างไร เพราะอันนี้ไม่ใช่ปัญญาอันนี้มันเป็นปัญหา เราต้องรู้เข้าใจ  เราเป็นผู้มีปัญญามาก ๆ เราถึงต้องมีความสงบมาก ๆ อย่างนี้ ผู้มีความสงบมาก ๆ ก็ต้องมาเสียสละมาก ๆ เพราะนี้จะเป็นความดี นี้เป็นคุณธรรม เราจะได้เข้าถึงความดี เข้าถึงความพอดีเป็นสมบัติของคนดีของผู้ดี เรามีสติมีสัมปชัญญะถึงจะเข้าถึงคุณธรรมของผู้ดีเป็นคุณสมบัติของผู้ดี ดีทั้งกายทั้งวาจาทั้งกิริยามารยาทมารวมลงที่ใจ ใจที่มีแต่ปิติมีแต่ความสุขมีแต่เอกัคคตาด้วยสติด้วยสัมปชัญญะ  

 

มนุษย์เราต้องเอาความดีที่ประกอบด้วยปัญญานำชีวิตถึงจะเข้าถึงความประเสริฐที่เราเกิดมาเป็นมนุษย์ ถึงจะเป็นความดีมาก ๆ เป็นความประเสริฐมาก บำเพ็ญความดีที่เป็นบารมีที่ประกอบด้วยปัญญา มนุษย์เรานี้มีความประเสริฐมาก เป็นทรัพยากรมีคุณมีประโยชน์ต่อโลกนี้

 

ให้เรารู้ให้เราเข้าใจ เราทั้งหลายมาระลึกถึงสิ่งที่ประเสริฐที่ประมวลมาแล้วนี้ มามีปิติมีความสุขมีเอกัคคตาในการประพฤติการปฏิบัติให้ถือเอาปัจจุบันเป็นวาระสำคัญในการประพฤติการปฏิบัติ เพราะจะได้เข้าถึงบริสุทธิคุณทั้งกายวาจากิริยามารยาทอาชีพมารวมลงที่ใจที่เป็นธรรมเป็นปัจจุบันธรรม

 

เราทั้งหลายมาระลึกถึงปัจฉิมโอวาทของพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า ท่านบอกให้เรารู้เข้าใจว่า เราทั้งหลายเป็นผู้ที่ประเสริฐที่มีลมปราณ เราต้องเอาสิ่งที่ประเสริฐนี้มาใช้มาประพฤติมาปฏิบัติ อย่าพากันตั้งอยู่ในความหลงความเพลิดเพลินความประมาท ต้องมีสติสัมปชัญญะอย่าได้ประมาทเพราะสิ่งทั้งหลายทั้งปวงนั้นมันไม่จบนะ ต้องจบด้วยความรู้ความเข้าใจด้วยเห็นภัยในสิ่งต่างๆ เราต้องจบด้วยความรู้ความเข้าใจ เอาปัจจุบันนี้ที่มันสร้างปัญหาให้เป็นปัญญาด้วยสติด้วยสัมปชัญญะ ให้เราเอาปัจฉิมโอวาทของพระบรมศาสดาที่ท่านตรัสไว้ว่า

 

"หันทะทานิ ภิกขะเว อามันตะยามิ โว วะยะธัมมา สังขารา อัปปะมาเทนะ สัมปาเทถะ" แปลความว่า "ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บัดนี้เราขอเตือนท่านทั้งหลายว่า สังขารทั้งหลายมีความเสื่อมสลายไปเป็นธรรมดา ท่านทั้งหลายจงยังกิจทั้งปวงอันเป็นประโยชน์ของตนและประโยชน์ของผู้อื่นให้บริบูรณ์ด้วยความไม่ประมาทเถิด

 

โอวาทของหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต

ความไม่ยั่งยืน เป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่และแน่นอนนะ

ความยิ่งใหญ่ คือความไม่ยั่งยืนนะ

ชีวิตที่ยิ่งใหญ่ คือชีวิตที่อยู่ด้วยทาน ศีล เมตตา และกตัญญู

ชีวิตที่มีความดี อาจมิใช่ความยิ่งใหญ่ แต่ชีวิตที่ยิ่งใหญ่ ต้องอาศัยคุณธรรมความดีเป็นปัญญาบริสุทธิคุณเท่านั้น การระงับสังขารทั้งหลายด้วยความรู้ความเข้าใจเป็นความรู้คู่กับการประพฤติการปฏิบัตินั่นแหละคืออริยมรรค เป็นหนทางที่ประเสริฐมีพระนิพพานตั้งแต่ในปัจจุบัน ไม่ต้องรอพระนิพพานเมื่อตายแล้ว ปัจจุบันไม่มีพระนิพพาน อนาคตจะมีพระนิพพานได้อย่างไร

 

ให้เรารู้เข้าใจเรื่องพระธรรมพระวินัย พระธรรมพระวินัยที่เป็นสัมมาทิฐิ เพื่อหยุดวัฏฏสงสารนั่นแหละคือพระนิพพาน ให้พวกเรารู้เข้าใจในเรื่องพระนิพพาน ให้พวกเรารู้เข้าใจในเรื่องพระนิพพาน ให้เข้าใจนะว่าสิ่งเดิมนั้นคือความว่างเปล่า สิ่งที่สัญจรไปมาเป็นเพียงอาคันตุกะ เราจะได้เอาหลักการอุดการณ์ที่เป็นศีลเป็นสมาธิเป็นปัญญาเป็นมรรคเป็นอริยมรรคที่ตรงกันข้ามกับโลกธรรมมาประพฤติมาปฏิบัติ ให้รู้เข้าใจ เพราะไม่มีใครอยู่เหนือกรรมเหนือกฎแห่งกรรมเหนือผลของกรรม พระนิพพานความรู้ความเข้าใจในเรื่องกระบวนการปฏิจจสมุปบาท กระบวนการของปฏิจจสมุปบาทจะได้จบลงเพียงผัสสะ จะได้เป็นปัญญาเป็นความสงบ จะเป็นความสงบเป็นปัญญา เป็นสิ่งที่อยู่นอกเหตุเหนือผล หยุดความปรุงแต่ง นี้เป็นขบวนการที่ติดต่อต่อเนื่อง เป็นบารมีเป็นความดีที่ประกอบด้วยปัญญา เป็นพระนิพพานบ้านของเรา ไม่ใช่อวิชชาความหลงเป็นบ้านของเรานะ พระนิพพานคือบ้านของเรา ความสงบและปัญญาถึงเป็นธรรมเป็นปัจจุบันธรรม เราจะหยุดวัฏฏสงสารได้ด้วยความรู้ความเข้าใจ ด้วยพระธรรมด้วยพระวินัย เป็นขบวนการของกระแสในการประพฤติการปฏิบัติที่ได้นำเอาพระธรรมพระวินัยมาประพฤติมาปฏิบัติในปัจจุบันให้ติดต่อต่อเนื่อง

 

 ความสงบและปัญญาที่เป็นพระธรรมพระวินัยถึงหยุดความปรุงแต่งได้ ด้วยปัญญาสัมมาทิฏฐิคู่กับการประพฤติการปฏิบัติในปัจจุบัน พระธรรมพระวินัยที่เป็นความรู้ความเข้าใจ ที่จะหยุดความปรุงแต่งได้ เข้าถึงพระนิพพานตั้งแต่ปัจจุบัน ไม่ต้องรอชาติหน้า พระนิพพานต้องอยู่ที่ปัจจุบันเท่านั้น

 

---------------------------------

โอวาทขององค์หลวงพ่อกัณหา สุขกาโม

เมตตาให้ไว้ในเช้าวันพุธที่ ๑๗ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๖๘

ณ วัดป่าทรัพย์ทวีธรรมาราม ต.วังหมี อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา

 

Visitors: 106,664