๒๖ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๖๘

พสกนิกรชาวไทยและชาวต่างประเทศได้มาร่วมรวมกันประพฤติปฏิบัติธรรมเพื่อน้อมถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ด้วยความโทมนัสและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ที่พระองค์ได้ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทยและชาวโลกตลอดระยะเวลาที่ยาวนาน พระองค์ทรงเป็นดั่งแม่แห่งแผ่นดิน ผู้ทรงเปี่ยมด้วยพระเมตตาและพระปรีชาสามารถ ทรงอุทิศพระวรกาย พระสติปัญญา และพระราชหฤทัยในการบำเพ็ญพระราชกรณียกิจนานัปการ เคียงคู่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เพื่อธำรงไว้ซึ่งความผาสุกและความมั่นคงแห่งชาติไทย เราประชาชนชาวไทยต้องร่วมใจสมัครสมานสามัคคีทำความดีที่ประกอบด้วยปัญญา เพื่ออุทิศบุญกุศลน้อมเกล้าถวาย เพื่อเสด็จสู่สวรรคาลัย เข้าสู่สวรรค์มรรคผลพระนิพพาน

 

วันนี้เป็นวันศุกร์ที่ ๒๖ ปลายเดือนธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๖๘ เป็นเดือนส่งท้ายปีเก่าเพื่อต้อนรับปีใหม่

 

ให้ทุกท่านทุกคนพากันนั่งให้สบาย หายใจเข้าก็ให้สบาย หายใจออกก็ให้สบาย หายใจเข้าเอาออกซิเจนเข้าสู่ร่างกายให้สบาย หายใจออกเอาคาร์บอนไดออกไซด์เอาของเสียออกไป มีสติรู้ตัวทั่วพร้อม ความดับทุกข์อยู่ที่เรามีสติมีสัมปชัญญะ สติสัมปชัญญะนั้นเป็นตัวดับทุกข์ เป็นความดับทุกข์ เป็นความสงบและปัญญา เป็นปัญญาและความสงบ เป็นความดีกับปัญญา

 

เราพากันมารู้มาเข้าใจ ปัจจุบันนี้เป็นรายรับรายจ่ายของชีวิต  ถ้าเรามีสติมีสัมปชัญญะ รายรับรายจ่ายของเรามันจะลงตัว จะเป็นความพอเพียงเพียงพอ เป็นความพอดี ไม่มากเกินไปไม่น้อยเกินไป เป็นเศรษฐกิจพอเพียงเพียงพอ เราทุกคนพากันมารู้เหตุรู้ปัจจัย เพื่อเอาความดีและปัญญาประพฤติปฏิบัติควบคู่กันไปพัฒนาใจพัฒนาวัตถุโดยอาศัยความฉลาดและความดี เพื่อมาเอาปัญหาให้เป็นปัญญา มาเอาปัญญาเพื่อเป็นความสงบ มาเอาความสงบเพื่อเสียสละ

 

เราทุกคนต้องมีสติมีสัมปชัญญะ จะได้ก้าวไปด้วยสติด้วยสัมปชัญญะ เพื่อหยุดสัญชาตญาณที่มีความยึดมั่นถือมั่นที่เป็นตัวเป็นตน เราทุกคนต้องพากันมารู้เข้าใจ ปัจจุบันนี้เป็นวาระสำคัญของเราทุก ๆ คน เพราะอดีตก็มารวมกันอยู่ที่ปัจจุบัน อนาคตที่จะไปข้างหน้าก็มารวมกันอยู่ที่ปัจจุบัน ปัจจุบันเราต้องมีสติมีสัมปชัญญะ เพื่อเราทั้งหลายจะได้ว่างจากสิ่งที่มีอยู่ หรือว่าว่างจากตัวจากตน

 

เราต้องรู้ต้องเข้าใจ สิ่งทั้งหลายทั้งปวงนั้น ถ้าเราไม่รู้ไม่เข้าใจแล้วมันจะไม่จบ มันจะจบได้อยู่ที่ความรู้ความเข้าใจ ความรู้ความเข้าใจต้องเอามาใช้เอามาปฏิบัติ เมื่อเรามีสติแล้วก็ต้องมีสัมปชัญญะ เพื่อเอาความรู้ที่เป็นปริยัติมาประพฤติมาปฏิบัติ เพื่อปริยัติและปฏิบัติจะได้เป็นธรรมเป็นปัจจุบันธรรม ให้รู้จักข้อสอบข้อตอบที่มันเกิดกับธาตุกับขันธ์กับอายตนะ ให้เรารู้เข้าใจ นี้เป็นข้อสอบและข้อตอบ นี้เป็นปริยัติและปฏิบัติ เราต้องรู้ต้องเข้าใจ ก้าวไปด้วยความรู้ความเข้าใจ เพื่อเอาปัญหาให้มันเกิดปัญญา เอาปัญญาให้เกิดความสงบ เอาความสงบมาเสียสละ

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เราทุกคนพากันรู้พากันเข้าใจ เข้าใจในเรื่องกรรม เรื่องกฎแห่งกรรม เรื่องผลของกรรม เราต้องขอบใจผัสสะทั้งหลายทั้งปวง ขอบใจธาตุขอบใจขันธ์ขอบใจอายตนะ เพื่อเปิดโอกาสเปิดเวลาให้เราได้ประพฤติได้ปฏิบัติ เพื่อเป็นข้อสอบเพื่อเป็นข้อตอบ ความดับทุกข์มันอยู่ที่ปัจจุบัน จะว่าความดับทุกข์ก็ได้ จะว่าความสงบก็ได้ จะว่าความสุขก็ได้ จะว่าพระนิพพานก็ได้ ให้รู้ให้เข้าใจ  ว่านี้คือสติ นี้คือสัมปชัญญะ นี้คือความรู้ความเข้าใจ เอาความสงบและปัญญามาใช้มาปฏิบัติ เราทุกคนจะได้ก้าวไปทั้งความรู้คู่กับการประพฤติการปฏิบัติ

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้พวกเรารู้เข้าใจ อย่าให้ธาตุให้ขันธ์ให้อายตนะที่มันเป็นส่วนวัตถุครอบงำใจของเรา ธาตุก็ให้มันเป็นธาตุ ขันธ์ก็ให้มันเป็นขันธ์ อายตนะก็ให้มันเป็นอายตนะ เพื่อเราทุกคนจะได้คืนธาตุคืนขันธ์ คืนอายตนะ คืนอธิปไตยให้กับธาตุกับขันธ์ให้กับอายตนะ เราทั้งหลายจะไม่ได้ลิดรอนสิทธิเสรีภาพของธาตุของขันธ์ของอายตนะ เรามีความรู้มาก ๆ เราถึงต้องสงบมาก ๆ จะว่าความสงบก็ได้ จะว่าหยุดความทุกข์ก็ได้ มันเป็นการหยุดปัญหา เป็นการเอาปัญหานั้นมาเป็นปัญญา เอาปัญญามาเป็นความสงบ มาเอาความสงบนั้นมาเสียสละ

 

เราทุกคนต้องก้าวไปด้วยสติด้วยสัมปชัญญะ เรายืนเดินนั่งนอน เราต้องมีสติรู้ตัวทั่วพร้อม มีสติรู้ตัวทั่วพร้อมชัดเจน เป็นการเจริญสติปัฏฐาน สติปัฏฐานนี้จะเป็นสติสัมปชัญญะ เพื่อละตัวละตน เพื่อหยุดสัญชาตญาณที่เป็นนิติบุคคลตัวตน

 

เราลองพากันมาคิดดูดี ๆ ถ้าเรามีความสุขในการทำงานเวลาก็จะผ่านไปเร็ว ถ้าเราไม่มีความสุขในการทำงานเวลามันก็จะช้า ความสุขนั้นถึงเป็นความรู้ความเข้าใจ ความเข้าใจที่ถูกต้อง ความเห็นที่ถูกต้อง มาเสียสละด้วยมีสติด้วยสัมปชัญญะเพื่อประโยชน์ของเราเอง และประโยชน์ของมหาชน ความสุขที่เกิดจากเราพัฒนาหลักเหตุหลักผลหลักวิทยาศาสตร์มันเป็นความสุขระดับหนึ่ง ที่เรามีรถมีเครื่องบินมีบ้านมีที่อยู่ที่อาศัย มีความสะดวกสบายนานับประการมันเป็นความสุขอีกระดับหนึ่ง ผู้ที่มีความสุขมาก ๆ ผู้ที่ได้รับความสะดวกสบายมาก ๆ ถึงต้องมาเสียสละมาก ๆ ถึงจะไม่เป็นนิติบุคคลถึงจะไม่เป็นตัวไม่เป็นตน เราต้องรู้ต้องเข้าใจ เราพัฒนาวัตถุด้วยอาศัยหลักการทางวิทยาศาสตร์ เราก็ต้องพัฒนาใจของเราไปพร้อม ๆ กัน เพื่อให้ใจของเราเกิดปัญญา เพื่อเอาความดีมาเป็นปัญญา ด้วยความรู้ความเข้าใจ

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้พากันรู้พากันเข้าใจ อริยมรรคหนทางเดินของชีวิตที่เราต้องคิดดี ๆ ที่ประกอบด้วยปัญญา เพื่อให้รายรับรายจ่ายของความคิดมันจะได้สมดุล ความคิดดี ๆ ที่เราจะต้องยกเลิกตัวยกเลิกตน ความคิดของเราต้องไม่มีตัวมีตนนะ เช่น ความคิดเราอยากเป็นคนดี ความคิดอย่างนี้มันเป็นตัวเป็นตน เราต้องคิดดี ๆ เพื่อความดี ไม่ใช่จะเป็นคนดี เราคิดดี ๆ ก็เพื่อความดี เรากิริยามารยาทดี ไม่ใช่จะเราอยากเป็นคนดีนะ ถ้าเราอยากเป็นคนดีเป็นผู้มีมารยาทดีงามมันคือตัวคือตนนะ เราเป็นผู้มีสติมีสัมปชัญญะ มารยาทนั้นจะได้ดี เพื่อเราจะได้ยกเลิกตัวตน มันเป็นการเจริญสติเจริญสัมปชัญญะ เพื่อให้ความดีและปัญญาก้าวไปด้วยกิริยามารยาท มารยาทที่ดี ๆ เพื่อความดีที่เป็นปัญญาบริสุทธิคุณที่จะได้ยกเลิกตัวยกเลิกตนด้วยกิริยามารยาทที่ดีงาม  งามในเบื้องต้น ท่ามกลาง ถึงที่สุด เพื่อเราจะไม่ได้มองข้ามสิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ สิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็จะเป็นสิ่งที่สำคัญทั้งหมด กายวาจากิริยามารยาทอาชีพถึงเป็นอริยมรรคของการประพฤติการปฏิบัติของเราทุก ๆ คน เราทั้งหลายจะไม่ได้มองข้ามทุกสิ่งทุกอย่างที่มันเป็จปัจจุบัน

 

ปัจจุบันเราต้องมีสติมีสัมปชัญญะ สติสัมปชัญญะนี้จะหยุดสัญชาตญาณ จะหยุดความฟุ้งซ่าน จะเป็นเบรกเป็นเซฟตี้ทั้งทางกาย ทั้งวาจา ทั้งกิริยามารยาท ทั้งอาชีพ ความดับทุกข์ความไม่มีทุกข์ถึงจะมีกับเราทุก ๆ คนในปัจจุบัน เรามารู้มาเข้าใจในปัญหาต่าง ๆ เพื่อปัญหานั้นจะได้เกิดปัญญา เราทุกคนไม่ต้องกลัวปัญหา ปัญหานั่นแหละคือปัญญา

 

สมมติสัจจะทั้งหลายมีคุณมีประโยชน์ ถึงจะเป็นสมมติสัจจะก็จริงที่เป็นเหตุเป็นปัจจัยให้เราต้องมีสติมีสัมปชัญญะ เพื่อเอาสมมติสัจจะมาใช้มาประพฤติมาทำหน้าที่ สมมติสัจจะทั้งหลายให้เรารู้ให้เราเข้าใจ เราต้องเอามาใช้เอามาปฏิบัติ เพื่อเราจะได้มีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติ เพื่อจะได้ทำหน้าที่ ทำหน้าที่เพื่อหน้าที่ ไม่ใช่เอาสมมติสัจจะมาใช้เพื่ออยากจะเป็นคนดี  เพื่อเอาสมมติสัจะมาใช้ทำหน้าที่ที่ดี เพื่อความดีจะได้ก้าวไปเพื่อความดี เป็นความดีที่ไม่ใช่นิติบุคคลไม่ใช่ตัวไม่ใช่ตน เป็นความดีเพื่อความดี นี้ถึงจะเป็นสติถึงจะเป็นสัมปชัญญะ ถึงจะเป็นบริสุทธิคุณที่ไม่มีตัวไม่มีตน เราทุกคนจะเอาตัวเอาตนนำชีวิตไม่ได้ เพราะตัวตนมันคือความเสียหายมันเป็นการพังทลายอย่างเดียวเช่นเดียวกับตึก สตง. สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินของเมืองไทยประเทศไทย เพราะเราเอาความผิดนำชีวิต เอาทุจริตนำชีวิต ชีวิตนี้มันก็ย่อมพังทลายอย่างเดียวเช่นเดียวกันกับตึกสตง. อย่างเดียวกันเลยไม่มีผิด เป็นอย่างเดียวเช่นเดียวกันเลย

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เราพากันมารู้ปัญหา รู้จักปัญหา เพื่อจะได้เอาปัญหานั้นมาเป็นปัญญา เพื่อเอาปัญญานั้นมาเป็นความสงบ มามีปิติมีความสุขมีเอกัคคตาในการประพฤติการปฏิบัติ

 

เราพากันมีความสุขในการทำงาน ถึงจะว่าพระนิพพานเป็นความสุขอย่างยิ่ง จะว่าความสุขก็ได้ จะว่าความสงบก็ได้ จะว่าไม่มีความทุกข์ก็ได้ หรือจะว่าพระนิพพานก็ได้ ด้วยความรู้ความเข้าใจในเรื่องสมมติสัจจะ ต้องมีความสุข พระธรรมพระวินัยถึงเป็นตัวความสุขความดับทุกข์ ศีลนั้นถึงเป็นตัวความสุขความดับทุกข์ ธรรมะนั้นถึงเป็นตัวความสุขความดับทุกข์ เป็นการพัฒนาทางสายกลางที่ยกเลิกตัวยกเลิกตน นี้เป็นความยึดมั่นถือมั่นในพระธรรมในพระวินัยในหลักการอุดมการณ์ มีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติ เมื่อเรามีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติ เราจะได้ก้าวไปด้วยความตั้งใจตั้งเจตนา

 

ให้พวกเราเข้าใจ ความยึดมั่นถือมั่นในพระธรรมพระวินัยนั้นเพื่อทำความดีเพื่อความดี ไม่ใช่ทำความดีเพื่อจะเป็นคนดี ให้เรารู้ให้เข้าใจ ศีลสมาธิปัญญา ต้องก้าวไปอย่างนี้ เราทุกคนเมื่อมีปัญญาแล้วก็ต้องมีความสงบ เพื่อเอาออกซิเจนเข้าสู่ร่างกาย หรือว่าเพื่อเอาออกซิเจนเข้าสู่จิตใจ เพื่อเอาคาร์บอนไดออกไซด์ เอาของเสียออกไป เอาของปฏิกูลออกไป จะเป็นความสมดุล จะเป็นความพอเพียงเพียงพอ จะเป็นทางสายกลางระหว่างความสงบและปัญญา อันหนึ่งคือความสงบคือสมถะ อันหนึ่งวิปัสสนาควบคู่กันไป

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เราเข้าใจ สิ่งทั้งหลายทั้งปวงนั้นจะได้ก้าวไปด้วยสติด้วยสัมปชัญญะ หรือว่าก้าวไปด้วยศีลด้วยสมาธิด้วยปัญญา เราไม่รู้ไม่เข้าใจเดี๋ยวก็เดินไปข้างหน้า เดี๋ยวก็ถอยกลับมาที่เก่า เราจะได้เอาปัญหานั้นเป็นปัญญา เอาปัญญาเป็นความสงบ เอาความสงบมาเสียสละ เพื่อเป็นธรรมเป็นปัจจุบันธรรมเป็นทางสายกลางระหว่างความสงบและปัญญา เราต้องมีความสงบมาก ๆ มีสติรู้ตัวทั่วพร้อมมาก ๆ เรามีความสงบมาก ๆ เป็นความดี ๆ และปัญญาเดินไปพร้อม ๆ กัน

 

เรื่องความรับผิดชอบนี้เป็นสิ่งที่สำคัญนะ ผู้มีปัญญามากมีเยอะแยะเลย ผู้ที่เป็นคนดีมีเยอะแยะเลย แต่มันขาดความตั้งใจมั่นชอบ ทำไมเรามีการเรียนการศึกษามีปัญญามากแล้วก็เป็นคนดีมากแต่มันถึงไปไม่ได้ ก็เพราะว่าการประพฤติการปฏิบัติไม่ติดต่อต่อเนื่อง การจะทำอะไรต้องติดต่อต่อเนื่อง เพราะความดีและปัญญาจะได้ก้าวไป

 

ตามหลักการของหมู่มวลมนุษย์การทำอะไรต้องติดต่อต่อเนื่องเพื่อความดีและปัญญาจะได้ก้าวไป ความตั้งใจมั่นชอบถึงเป็นสิ่งที่สำคัญ อริยมรรคทุกข้อต้องมีความตั้งใจมั่นชอบ หรือว่าความรับผิดชอบนั้นต้องติดต่อต่อเนื่อง การทำอะไรติดต่อต่อเนื่องกัน ๓ อาทิตย์ขึ้นไปถึงจะได้ผลถึงจะเห็นผล เรามองไปทางไหนก็เห็นแต่คนดีคนมีปัญญา แต่มันขาดความรับผิดชอบ ความรับผิดชอบไม่ติดต่อต่อเนื่องมันเลยกลายเป็นคนเดินไปแล้วก็ถอยหลังกลับมา เพราะปฏิปทาไม่ติดต่อต่อเนื่อง

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านถึงตรัสว่าการปฏิบัติธรรมทำเหมือนคนโบราณเอาไม้แห้งมาสีกันเพื่อทำให้เกิด ต้องเอาไม้แห้งมาสีกันไปสีกันมา ไฟนั้นถึงจะเกิดขึ้นได้ เดี๋ยวนี้แหละผู้มีปัญญามากก็เป็นโรคจิตโรคประสาทมาก ผู้คนดีมากก็เป็นโรคจิตโรคประสาทมากก็เพราะเหตุผลว่า เพราะปฏิปทามันไม่ติดต่อต่อเนื่อง ความตั้งใจมั่นชอบนั้นไม่มี ชีวิตนี้เลยเสียหาย ชีวิตนี้ต้องพังทลายอย่างเดียวเช่นเดียวกันกับตึก สตง. สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินของเมืองไทยประเทศไทย

 

เราต้องรู้ความบกพร่องของตัวเองนะ สติสัมปชัญญะนี้จะเป็นธรรมะโอสถที่มีการปฏิบัติติดต่อต่อเนื่องที่เอาความดีและปัญญามาใช้มาปฏิบัติ เราทั้งหลายจะไม่ได้มีความทุกข์ เราทั้งหลายจะไม่ได้เป็นโรคไมเกรน เพราะเราเป็นคนดีเป็นคนมีปัญญามาก เราไม่รู้ไม่เข้าใจเราถึงเป็นโรคไมเกรน มันแสดงออกทางส่วนร่างกาย ที่เราเป็นโรคไมเกรน เป็นโรคซึมเศร้า เป็นโรคไบโพล่า อารมณ์เหวี่ยงไปเหวี่ยงมา เราทุกคนต้องพากันมารู้ปัญหาของตัวเองนะ จะได้เอาปัญหานั้นมาเป็นปัญญา เราจะได้เอาปัญญานั้นมาเสียสละ

 

การประพฤติการปฏิบัติของเราต้องให้มันติดต่อต่อเนื่อง เพื่อจะไม่ได้เดินไปข้างหน้าแล้วถอยกลับมาอยู่ที่เดิม ย่ำต๊อกอยู่ที่เดิมอย่างนี้มันใช้ไม่ได้

 

ปัจจุบันเราต้องมีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติในการทำหน้าที่ เราทำอะไร ๆ ก็ให้มีความสุขในการทำนั้น ๆ เพราะการปฏิบัติของเรานั้นมันจะได้เป็นความสงบหรือว่าเป็นความสุข หรือว่าเป็นพระนิพพาน เราพากันมาเสียสละให้เต็มที่ หรือว่ามามีความสุขที่ติดเต็มที่ในการทำหน้าที่ เพราะหน้าที่คือธรรมะ ธรรมะคือหน้าที่ เพื่อทำความดีเพื่อความดี ไม่ใช่ทำความดีเพื่อต้องการเป็นคนดี

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เรารู้เข้าใจ ความดับทุกข์มันอยู่ที่ปัจจุบันนะ ไม่ใช่อยู่ที่อนาคตกาลเบื้องหน้าโน้นเทอญ มันอยู่ที่ปัจจุบั นเพราะอดีตมันก็มารวมอยู่ที่ปัจจุบัน อนาคตที่จะไปข้างหน้าก็อยู่ที่ปัจจุบันนี้เอง ปัจจุบันเราต้องรู้เข้าใจ เอาพระธรรมพระวินัยเอาหน้าที่การงานมามีปิติมีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติ เมื่อมันผ่านไปแล้วเกษียณไปแล้วเราก็ต้องปล่อยต้องวาง เราทุกคนต้องมีสติมีสัมปชัญญะ เพราะสติสัมปชัญญะนั้นคือความดับทุกข์นะ ผู้ที่เพรียบพร้อมทางวัตถุ สถานะครอบครัวธุรกิจหน้าที่การงาน ถ้าไม่มีสติไม่มีสัมปชัญญะมันก็ดับทุกข์ไม่ได้ เพราะความดับทุกข์นั้นอยู่ที่มีสติมีสัมปชัญญะ

 

วันจันทร์อังคารพุธพฤหัสศุกร์เป็นวันที่เรามีหน้าที่ทำความดีที่ประกอบด้วยปัญญา เพื่อพัฒนาใจพัฒนาวัตถุด้วยอาศัยหลักการทางวิทยาศาสตร์ไปพร้อม ๆ กัน วันเสาร์วันอาทิตย์เป็นวันหยุดทำธุรกิจหน้าที่การงานมาเน้นเรื่องจิตเรื่องใจ มาเน้นเรื่องสติสัมปชัญญะ ทุกคนพากันทำเหมือนกันหมด เพราะธรรมะนั้นเป็นสากล สรีระร่างกายของหมู่มวลมนุษย์เป็นสากล มีความเกิดแก่เจ็บตายพลัดพราก มันมีความทุกข์ทางกาย มีความสุขทางกาย ไม่สุขไม่ทุกข์ เป็นสากลกันทั้งโลกเลย

 

เราทุกคนก็ปฏิบัติเหมือน ๆ กัน ด้วยอาศัยหลักการชาติ ศาสน์ กษัตริย์

 

ชาติก็หมายถึงความเกิด ศาสน์ก็หมายถึงศาสนา กษัตริย์นี้หมายถึงตัวปัญญา ปัญญาที่รู้เรื่องวัตถุ รู้เรื่องจิตใจไปพร้อม ๆ กัน เพื่อเอาปัญญานำชีวิต ไม่เอาความหลงนำชีวิต ไม่เอาทุจริตนำชีวิต คำว่าชาติก็หมายถึงความเกิด ความเกิดนั้นมาจากเหตุมาจากปัจจัย ถึงต้องเอาความดีและปัญญานำชีวิตเพื่อเป็นทางสายกลางพัฒนาใจพัฒนาวัตถุไปพร้อม ๆ กัน อันหนึ่งคือความสงบ อันหนึ่งคือปัญญา กายกับใจต้องไปพร้อม ๆ กัน เพื่อทำที่สุดแห่งความดับทุกข์ จะว่าความสุขก็ได้ จะว่าความสงบก็ได้ หรือจะเรียกว่าพระนิพพานก็ได้ เพราะนี้มันเป็นความพอดีความพอเพียง นี้มันเป็นสติเป็นสัมปชัญญะ ก้าวไปด้วยความถูกต้อง ไม่มีความเสียหายไม่พังทลายอย่างเดียวกับตึก สตง. เพราะสติเพราะสัมปชัญญะ

 

ศาสน์นี้ก็หมายถึงพระศาสนา การทำอะไรเป็นจิ๊กซอว์ติดต่อต่อเนื่องโดยรู้เรื่องกรรม เรื่องกฎแห่งกรรม เรื่องผลของกรรม เพื่อเอาความรู้กับความสงบไปพร้อม ๆ กัน ผู้มีปัญญามาก ๆ ถึงต้องมีความสงบมาก ๆ ผู้มีความสงบมาก ๆ มีความสุขมาก ๆ ก็ต้องมาเสียสละ เพื่อเราจะได้เอาพระศาสนานำชีวิต พระศาสนาคือสติคือสัมปชัญญะ เป็นอริยมรรคที่กายที่วาจาที่กิริยามารยาทอาชีพมารวมลงที่ใจ ที่ใจมีสติมีสัมปชัญญะ นี้เรียกว่าพระศาสนา พระศาสนาทุกศาสนาก็มีแนวทางปฏิบัติอย่างเดียวกันหมดทุก ๆ ศาสนา เราทั้งหลายถึงอย่าพากันไปทะเลาะกันเรื่องพระศาสนานะ เพราะพระศาสนานั้นคือธรรมคือสภาธรรมที่ยกเลิกตัวตน เมื่อเรายกเลิกตัวตนก็จะมีแต่สติสัมปชัญญะ มีแต่ความสงบ มีแต่ความเย็นเป็นพระนิพพาน พระศาสนาถึงเป็นความสงบและปัญญา พระศาสนาจะไม่มีการทะเลาะกัน ถ้าทะเลาะกันเรื่องผิดเรื่องถูกเรื่องดีเรื่องชั่วอันนี้ยังไม่ใช่พระศาสนา

 

อย่างพระวินัยกับพระธรรมกถึกที่มีอยู่ในพระพุทธศาสนาที่ทะเลาะวิวาทกันเรื่องผิดเรื่องถูกเรื่องดีเรื่องชั่ว องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าของศาสนาพุทธท่านเมตตาบอกว่าเราต้องยกเลิกตัวตน ต้องเอาความสงบ เพราะความสงบนั้นคือสติคือสัมปชัญญะนั้นคือตัวพระศาสนา พระศาสนานั้นถึงเป็นสติเป็นสัมปชัญญะ เป็นสมมติสัจจะที่ยกเลิกตัวตน เราไม่มีตัวไม่มีตนเราจะไปทะเลาะกับใครได้อย่างไร ถ้าเรามีตัวมีตนอยู่คนเดียวก็เป็นทุกข์ อยู่กับคนอื่นก็เป็นทุกข์ เพราะตัวนั้นคือทุกข์เกิดขึ้นทุกข์ตั้งอยู่ทุกข์ดับไปนอกจากทุกข์นั้นไม่มีเลย

 

เราทุกคนต้องรู้ว่าพระศาสนาเป็นอริยมรรคทางกายวาจากิริยามารยาทอาชีพที่ยกเลิกความไม่ถูกต้อง เราจะเอาความไม่ถูกต้องนำชีวิตได้อย่างไร เราต้องรู้ต้องเข้าใจในเรื่องพระศาสนาอย่างนี้ เรามาเน้นที่ตัวเรานี้แหละ เราคิดดูดี ๆ นะ พระพุทธเจ้าท่านก็เน้นที่องค์ของพระพุทธเจ้าเอง ท่านไม่ได้ไปเน้นที่คนอื่นนะ พระอรหันต์ก็เน้นที่พระอรหันต์ เราทุกคนก็มาเน้นที่ตัวเรา มีปิติมีความสุขมีเอกัคคตาในการประพฤติการปฏิบัติในปัจจุบันนี้ ไม่ต้องเอาความหลงนำชีวิต ไม่ต้องเอาความผิดนำชีวิต เอาความยั่งยืนชั่วฟ้าดินสลาย ด้วยสติด้วยสัมปชัญญะ

 

เราต้องรู้เข้าใจเรื่องความสุขความดับทุกข์ ทุกชาติทุกศาสนาทุก ๆ ประเทศก็มีความสุขเหมือนกัน ก็มีความทุกข์เหมือนกัน ก็มีนรกมีสวรรค์มีพรหมมีพระนิพพานคือสิ่งเดียวกันนี้แหละ ที่มันเป็นแยกไปแตกแยกเป็นสงคราม ก็เพราะเราไม่รู้ไม่เข้าใจ ความยั่งยืนนั้นให้เรารู้เข้าใจนะ ความยั่งยืนนั้นคือการยกเลิกตัวตน การที่มีตัวมีตนนั้นมันยังไม่ยั่งยืน การมีตัวมีตนคือการเสียหายการพังทลายอย่างเดียวเช่นเดียวกันกับตึก สตง. สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน การมีตัวตนนั้นคือคนผีบ้ามันมีเชื้อบ้า มันเป็นคนผีบ้า เป็นข้าราชการผีบ้า เป็นนักการเมืองผีบ้า เป็นนักบวชผีบ้า มันเป็นบักผีบ้าอีผีบ้า ตัวตนมันเสียหาย ตัวตนนั้นแหละมันเป็นเสียมันเน่ามันเหม็นนะ ที่ท่านหลวงมหาบัวท่านเมตตาพูดว่า ตัวตนมันเหม็นตั้ง ๓ แดนโลกธาตุโน้น

 

เราต้องรู้ต้องเข้าใจ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เราเข้าใจ ให้เรามีปิติมีความสุขมีเอกัคคตาในการประพฤติการปฏิบัติ ให้เราทั้งหลายระลึกถึงปัจฉิมโอวาทของพระบรมศาสนาสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านตรัสปัจฉิมโอวาทในครั้งสุดท้ายไว้ว่า

 

"หันทะทานิ ภิกขะเว อามันตะยามิ โว วะยะธัมมา สังขารา อัปปะมาเทนะ สัมปาเทถะ" แปลความว่า "ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บัดนี้เราขอเตือนท่านทั้งหลายว่า สังขารทั้งหลาย มีความเสื่อมสลายไปเป็นธรรมดา ท่านทั้งหลายจงทำประโยชน์ตนและประโยชน์ผู้อื่นให้ถึงพร้อม ด้วยความไม่ประมาทเถิด

 

โอวาทของหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต

ความไม่ยั่งยืน เป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่และแน่นอนนะ

ความยิ่งใหญ่ คือความไม่ยั่งยืนนะ

ชีวิตที่ยิ่งใหญ่ คือชีวิตที่อยู่ด้วยทาน ศีล เมตตา และกตัญญู

ชีวิตที่มีความดี อาจมิใช่ความยิ่งใหญ่ แต่ชีวิตที่ยิ่งใหญ่ ต้องอาศัยคุณธรรมความดีเป็นปัญญาบริสุทธิคุณเท่านั้น การระงับสังขารทั้งหลายด้วยความรู้ความเข้าใจเป็นความรู้คู่กับการประพฤติการปฏิบัตินั่นแหละคืออริยมรรค เป็นหนทางที่ประเสริฐมีพระนิพพานตั้งแต่ในปัจจุบัน ไม่ต้องรอพระนิพพานเมื่อตายแล้ว ปัจจุบันไม่มีพระนิพพาน อนาคตจะมีพระนิพพานได้อย่างไร

 

ให้เรารู้เข้าใจเรื่องพระธรรมพระวินัย พระธรรมพระวินัยที่เป็นสัมมาทิฐิ เพื่อหยุดวัฏฏสงสารนั่นแหละคือพระนิพพาน ให้พวกเรารู้เข้าใจในเรื่องพระนิพพาน ให้เข้าใจนะว่าสิ่งเดิมนั้นคือความว่างเปล่า สิ่งที่สัญจรไปมาเป็นเพียงอาคันตุกะ เราจะได้เอาหลักการอุดการณ์ที่เป็นศีลเป็นสมาธิเป็นปัญญาเป็นมรรคเป็นอริยมรรคที่ตรงกันข้ามกับโลกธรรมมาประพฤติมาปฏิบัติ ให้รู้เข้าใจ เพราะไม่มีใครอยู่เหนือกรรมเหนือกฎแห่งกรรมเหนือผลของกรรม พระนิพพานความรู้ความเข้าใจในเรื่องกระบวนการปฏิจจสมุปบาท กระบวนการของปฏิจจสมุปบาทจะได้จบลงเพียงผัสสะ จะได้เป็นปัญญาเป็นความสงบ จะเป็นความสงบเป็นปัญญา เป็นสิ่งที่อยู่นอกเหตุเหนือผล หยุดความปรุงแต่ง นี้เป็นขบวนการที่ติดต่อต่อเนื่อง เป็นบารมีเป็นความดีที่ประกอบด้วยปัญญา เป็นพระนิพพานบ้านของเรา ไม่ใช่อวิชชาความหลงเป็นบ้านของเรานะ พระนิพพานคือบ้านของเรา ความสงบและปัญญาถึงเป็นธรรมเป็นปัจจุบันธรรม เราจะหยุดวัฏฏสงสารได้ด้วยความรู้ความเข้าใจ ด้วยพระธรรมด้วยพระวินัย เป็นขบวนการของกระแสในการประพฤติการปฏิบัติที่ได้นำเอาพระธรรมพระวินัยมาประพฤติมาปฏิบัติในปัจจุบันให้ติดต่อต่อเนื่อง

 

 ความสงบและปัญญาที่เป็นพระธรรมพระวินัยถึงหยุดความปรุงแต่งได้ ด้วยปัญญาสัมมาทิฏฐิคู่กับการประพฤติการปฏิบัติในปัจจุบัน พระธรรมพระวินัยที่เป็นความรู้ความเข้าใจ ที่จะหยุดความปรุงแต่งได้ เข้าถึงพระนิพพานตั้งแต่ปัจจุบัน ไม่ต้องรอชาติหน้า พระนิพพานต้องอยู่ที่ปัจจุบันเท่านั้น

 

 

 

----------------------------------------

โอวาทขององค์หลวงพ่อกัณหา สุขกาโม

เมตตาให้ไว้ในเช้าวันศุกร์ที่ ๒๖ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๖๘

ณ วัดป่าทรัพย์ทวีธรรมาราม ต.วังหมี อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา

 

Visitors: 106,668