๙ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๖๙ (ค่ำ)

เราทุกคนพากันตั้งอกตั้งใจของเราเองน่ะ
เรามาเป็นผู้เสียสละน่ะ
เรามาทำความดี เพื่อเสียสละตัวตนน่ะ
เรามาประพฤติปฏิบัติ เพื่อเสียสละตัวตนน่ะ

ถ้าเรายกเลิกตัวตน ธรรมะถึงจะเกิดนะ
ถ้าเรายกเลิกตัวตน ถึงจะมีศีล มีสมาธิ มีปัญญา
ทุกคนก็มามีความสุขในการประพฤติปฎิบัติของเราเอง

ความสุขกับความสงบ มันคือเดียวกันนะ
ถ้าเรามีความสุข ในการคิดดีๆ พูดดีๆ กิริยามารยาทดีๆ
ยกเลิกตัวตนอย่างนี้ ความสงบมันก็มี

การพัฒนามนุษย์เราก็ต้องพัฒนาทางวิทยาศาสตร์น่ะ
แล้วพัฒนาใจไปพร้อมๆ กันอย่างมีความสุขน่ะ
เพราะประเทศเราพัฒนาวิทยาศาสตร์
พัฒนานี้ไปไกลแล้ว
ต้องพัฒนาใจไปพร้อมๆ กันนะ

เราทุกคนต้องมีความสุขในการประพฤติการปฎิบัติน่ะ
อย่างเรามีความสุขในการทำความสะอาดอย่างนี้เป็นต้นน่ะ
มีความสุขกับการทำวัตรสวดมนต์ นั่งสมาธิน่ะ

อย่างเรานั่งสมาธินี่
หายใจเข้าให้มีความสุข
หายใจออกมีความสุข
หายใจเข้าสบาย หายใจออกสบายอย่างนี้
เราทำอย่างนี้มันก็สงบแล้ว
มนุษย์เราต้องรู้เข้าใจ
อันไหนไม่ดี อย่าไปคิดนะ
เราต้องมีความรู้มีความเข้าใจ

เราต้องรู้ว่า เมื่อเรามีปัญญามาก
เราต้องสงบมากๆ อย่างนี้
เมื่อเรามีความสงบมาก เราก็เสียสละมากๆ
เราทำอย่างนี้แหละ
เดี๋ยวเราถึงจะสอนคนรุ่นใหม่สมัยใหม่ได้
เห็นด้วยกับหลวงพ่อมั้ย
คนรุ่นใหม่เค้าต้องพัฒนาวิทยาศาสตร์
แล้วก็พัฒนาใจไปพร้อมๆ กันน่ะ

ธรรมะมันเป็นหน้าที่น่ะ
เราทำความดีเพื่อหน้าที่
ไม่ใช่ทำความดีเพื่อตัวเพื่อตนนะ
ทำความดีเพื่อตัวเพื่อตน
มันเป็นการพัฒนาวิทยาศาสตร์ เพื่อตัวเพื่อตนนะ

อย่างเรานั่งสมาธินี้
เรานั่งเพื่อตัวเพื่อตน มันไม่สงบนะ
เราเข้าใจง่ายๆ อย่างนี้นะ
เข้าใจหลวงพ่อพูดมั้ย เข้าใจมั้ย

ถ้าเรายกเลิกตัวตนน่ะ
ทุกคนก็มีความสุขน่ะ
เรามีความสุขในการทำงานอย่างนี้
เราก็รวยด้วย แล้วก็ใจดีใจสบายด้วย
เรามีความสุขในการรักษาศีลอย่างเดียวก็มีความสุขน่ะ
ทุกคนก็รักเรานะ
เพราะเราทำไปเพื่อพระนิพพาน
ไม่ใช่ทำไปเพื่อตัวตนน่ะ

*บ้านของเราน่ะ คือพระนิพพาน ไม่ใช่ตัวตนนะ
ต้องเข้าใจอย่างนี้นะ
ถ้าเรายกเลิกตัวตนในปัจจุบันนี้
เราก็มีพระนิพพานในปัจจุบันน่ะ
ถ้ายกเลิกตัวตนติดต่อต่อไป
พระนิพพานก็ใหญ่ขึ้นน่ะ
เราทำอย่างนี้น่ะ
เราทำทุกวันอย่างนี้มันก็จะดีขึ้นนะ

เพราะเราเสียสละ
เป็นความดีที่ประกอบด้วยปัญญา
มันเป็นปัญญาประกอบด้วยความดีน่ะ
ทำอย่างนี้ง่ายดีนะ

พระพุทธเจ้าน่ะ ส่งพระอรหันต์ไปเผยแผ่นะ
ท่านบอกประชาชนมหาชน
ไปบอกให้เค้ารู้เข้าใจ
ทุกคนไปปฏิบัติตัวเองให้มีความสุขน่ะ
ไปบอกให้คิดดีๆ ยกเลิกตัวตนอย่างนี้นะ
ไปบอกให้พูดดีๆ ยกเลิกตัวตนอย่างนี้
อย่าไปพูดเป็นปากติดระเบิด ติดเอ็มสิบหก ติดอาก้า
เค้าเรียกว่า ครบวงจรเลยนะ
. . .

ถ้าเรายกเลิกตัวเรา คนอื่นเค้าก็ฟังเรานะ
คนจะช่วยคนอื่นได้ ก็ต้องช่วยเหลือตัวเอง
ก็เน้นที่จะอาวาสนี่แหละ
อย่างหลวงพ่อก็เน้นที่หลวงพ่อนี่
เมื่อเราเน้นที่เรา
เราก็รู้ว่า โอ้ คิดอย่างนี้มันไม่ได้ล่ะ
คิดอย่างนี้พูดอย่างนี้ไม่ได้แล้ว ถึงจะบอกคนอื่นได้

เราจะได้เอาปัญหานั้น เป็นปัญญาน่ะ
จะได้เอาปัญญาเป็นความสงบน่ะ
เอาความสงบมาเสียสละอย่างนี้

. . .

เราต้องสงสารตัวเอง
พาตัวเองปฏิบัติให้มีความสุขน่ะ
เราต้องสงสารคนอื่นว่า
ต้องคิดอย่างนั้น พูดอย่างนี้นะ
กิริยามารยาทอย่างนี้นะ

เราต้องรู้ต้องเข้าใจน่ะ
ความรู้ความเข้าใจ มันไม่ใช่ความจำนะ
ถ้าความจำมันลืมน่ะ
เหมือนคนนี้ ถ้าหลายปีไม่ได้มาหาหลวงพ่อ
หลวงพ่อจำไม่ได้น่ะ

ถ้าเรารู้เข้าใจอย่างนี้น่ะ
ปัญหานั้นก็จะเป็นปัญญา
เราต้องเข้าใจอริยมรรคมีองค์ ๘ นะ

อริยมรรคมีองค์ ๘ น่ะ
ความคิด คำพูด การกระทำ กิริยามารยาท
มันต้องมีความสุขน่ะ
เราจะได้พัฒนาตัวเรา พัฒนาประเทศเราน่ะ

. . .
เราเอาปัญหามาเป็นปัญญาน่ะ
เอาแต่ตัวแต่ตน มันก็เลยปัญหามากน่ะ
. . .
เรายกเลิกตัวตนน่ะ
เราก็ไม่ต้องทะเลาะกับใคร
มีแต่สงสารคนอื่นเค้า

*เราจะยกเลิกตัวตนได้อย่างไร
คนเราก็ต้องเจริญสติสัมปชัญญะนะ
ถ้าเรามีสติสัมปชัญญะ มันก็ยกเลิกตัวตนน่ะ
เพราะสติสัมปชัญญะนั้น มันจะยกเลิกอดีตได้
เพราะปัจจุบันเราก็ว่างจากตัวตนนะ

*ศีล สมาธิ ปัญญาน่ะ
พระวินัยทุกข้อ คือ ยกเลิกตัวตนน่ะ
เรามีตัวมีตน เราก็ไม่อยากรักษาศีลน่ะ
เรามีตัวมีตน ก็ไม่อยากทำวัตรสวดมนต์น่ะ
เรามีตัวมีตน ก็อยากจะไปแก้แต่คนอื่น
เรามีตัวมีตน ก็เห็นคนรวยน่ะนะจ๊ะๆ เลย
พอเข้าใจมั้ยๆ

เรามีตัวมีตน ก็เอาแต่ความสงบน่ะ
ความสงบเมื่อมันสงบแล้ว ก็ต้องเสียสละน่ะ
การเสียสละ คือ เจริญสติสัมปชัญญะนะ
พอเข้าใจเนอะ
เราทำอย่างนี้น่ะ เราก็สอนคนนั้นได้คนนี้ได้
เดี๋ยวนี้คนรุ่นใหม่สมัยใหม่ก็ยิ่งง่าย
เพราะมีอินเทอร์เน็ต
เราต้องทำอย่างนี้นะ หลวงพ่อว่า
เราไม่ต้องไปว่าให้ใคร
ปากครบวงจรนี้ต้องยกเลิกนะ

. . .

ถ้าเราเก่ง เราก็ต้องเป็นคนให้คนอื่นนะ
ไม่ใช่ไปเอาของเค้า
เรายกเลิกตัวตนน่ะ ประชาชนเค้าก็โอเคน่ะ
ประชาชนเค้าก็ตัดสินใจของเค้าเองน่ะ
เห็นด้วยมั้ยๆ

โอเค หมายถึง ความสงบนะ
ถ้าเรามีความสุข
ความสุขกับความสงบอันเดียวกัน

*เราจะเมตตาตัวเองได้อย่างไร
ความรู้กับการปฎิบัติมันต้องไปพร้อมๆ กัน
การปฏิบัติมันอยู่ที่ปัจจุบันน่ะ
เพราะอดีตทั้งหมดก็มารวมอยู่ที่ปัจจุบันน่ะ
อนาคตที่จะไปข้างหน้าก็อยู่ที่ปัจจุบัน
ปัจจุบันเราต้องเสียสละตัวตน
มีความสุขในการรักษาศีล

*ศีลนี้สำคัญนะ
เพราะศีลนี้ รักษาศีลให้มีความสุข
ศีลนั้นจะเป็นนิพพานนะ
ถ้าเราทิ้งศีล เราก็ทิ้งพระนิพพานเน้อ
ถ้าเราทิ้งสมาธิ เราก็ทิ้งพระนิพพานนะ

*อย่างเราทำอะไรมีความสุขอย่างนี้
อันนี้น่ะ คือ ศีลนะ
อย่างเราทำวัตรสวดมนต์มีความสุขน่ะ
กำลังมีพระนิพพานแล้ว
ทำวัตรไม่มีความสุขน่ะ ใจไปอยู่ที่ไหนก็ไม่รู้

คนมีปัญญามากมีเยอะ แต่ว่าคนไม่อยู่กับปัจจุบัน
ไม่อยู่กับเนื้อกับตัว มันจะแก้ปัญหาไม่ได้
ถ้าเรามีความสุขในปัจจุบันนี้
ใจเราจะดี สมองเราจะดีนะ
ทำอาหารก็อร่อยด้วย
ทำกิมจิอร่อยกว่าเก่าอีก
เห็นด้วยมั้ยๆ

เราต้องทำอะไรให้มีความสุขนะ
เราเน้นที่ใจของเรามีความสุข
เพื่อให้ศีล สมาธิ ปัญญา เราได้ติดต่อต่อเนื่อง

หลวงพ่อน่ะ บอกพระหลวงพ่อ
พระหลวงพ่อชอบเป็นไมเกรน(ปวดหัว)
เพราะเค้าไม่มีความสุขในการทำหน้าที่น่ะ
เพราะว่าไปแก้แต่คนอื่น มันเลยเป็นไมเกรนน่ะ
มันฟุ้งซ่านเหลือเกิน
เห็นรูปสวยๆ ก็โอยๆ
เสียงเพราะๆ ก็โอยๆ
มันเลยเป็นไมเกรนน่ะ

เราต้องเข้าใจอย่างนี้แหละ
เราต้องรู้เข้าใจ เราต้องเมตตาตนเอง
เพราะเราทุกคน ไม่มีใครปฏิบัติให้เราได้
เราก็ต้องมีความสุขในการปฏิบัติของเราเองน่ะ

เราไม่เมตตาตัวเองน่ะ
มันจะคอยให้ใครมาเมตตาล่ะ
คนอื่นเค้าก็เอาตัวตนไม่รอดอยู่แล้ว
เค้าจะมาช่วยเราได้อย่างไร
แต่ละคนเป็นโรคไมเกรนเป็นแถวเลย
เค้าจะมาช่วยเราได้ยังไง

เราต้องสงสารตัวเอง ปฏิบัติให้มีความสุขน่ะ
จะว่าความสุขก็ได้นะ
จะว่าความสงบก็ได้
จะว่านิพพานก็ได้
หลวงพ่อพูดอย่างนี้เข้าใจง่ายมั้ย
ต้องเข้าใจอย่างนี้นะ
อย่าไปเข้าใจศาสนาให้เป็นตัวเป็นตนน่ะ
หลวงพ่อพูดอย่างนี้เข้าใจง่ายเนอะ

อย่างหลวงพ่อ หลวงพ่อก็เน้นตัวของหลวงพ่อเองน่ะ
หลวงพ่อจะไปห่วงพ่อห่วงแม่
ห่วงประเทศอยู่อย่างนี้น่ะ
ตัวเองไม่ห่วงนะ ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้
ไปห่วงคนอื่นได้ยังไง
ยิ่งห่วงก็ยิ่งเป็นโรคประสาท
ยิ่งห่วงก็ยิ่งเป็นโรคไมเกรนน่ะ
หลวงพ่อพูดอย่างนี้เข้าใจดีเนอะ

เราทุกคนน่ะต้องรู้เข้าใจ
ทุกคนก็มีความสุขในการทำงาน
รักษาศีล ประพฤติปฏิบัติธรรมน่ะ
ทุกคนต้องเมตตาตัวเองเนอะ
อย่าไปเมตตาแต่คนอื่น
ตัวเองไม่เมตตาเลย
ไม่มีความสุขในการรักษาศีลปฏิบัติธรรมเลย
. . .

ทุกคนนี่ยกเลิกตัวตน ทุกคนก็รักเราหมด
เห็นมั้ยหลวงพ่อยกเลิกตัวตน
คนตั้งหลายประเทศมาหาหลวงพ่อ
เดี๋ยวนี้คนมาหาหลวงพ่อเกือบร้อยประเทศนะ
หลวงพ่อทำอย่างนี้ดีมีความสุขด้วย

ทุกคนต้องกลับไปแก้ไขตัวเองเนอะ
ต้องสงสารตัวเอง
ไม่ควรปล่อยให้ตัวเองเป็นทุกข์เนาะ
นี่ก็อายุมากแล้ว
ยิ่งเป็นทุกข์ตอนแก่ มันไม่ดีหรอก
ยิ่งบวชมาก ยิ่งทุกข์มากไม่ดีหรอก
หลวงพ่อว่าอย่างนี้ดีมั๊ย

. . .
เป็นคนเก่ง ไปแก้แต่คนอื่นน่ะ
หลวงพ่อว่ายกเลิกได้แล้ว
แก้ไขตัวเอง เมตตาตัวเอง
แก้ไขตัวเองให้มีความสุขน่ะ

โยม…สงสารคนอื่น
สงสารหมา สงสารแมว สงสารอะไร จะไปช่วยเค้า
แต่ตัวเองเป็นโรคประสาทมากกว่าเค้าน่ะ

เราต้องรู้นะ เราเมตตาตัวเอง
หายใจเข้ามีความสุข หายใจออกมีความสุขน่ะ
หายใจเข้าสบาย หายใจออกสบาย
มีความสุขที่สุดในโลกเลย
ทำวัตร ทำข้อวัตร กิจวัตรอะไรมีความสุข

เรามีความสุขน่ะ คนมาหาเรา
เอ๊ะ เจ้านี้ทำไมหน้ามีความสุข
เค้าก็อยากมาคุยกับเรา
เค้ามองดูเราหน้าไมเกรนน่ะ

หลวงพ่อพูดอย่างนี้ก็ได้สาระเนาะ
วันนี้เอาเท่านี้ก่อนเนอะ
แล้วค่อยศึกษาหาความรู้ไปเรื่อยนะ
โอเคมั้ยๆ

 

------------------

หลวงพ่อกัณหา สุขกาโม
ค่ำวันศุกร์ที่ ๙ มกราคม ๒๕๖๙
ธรรมะ@กุฏิหลวงพ่อ
(ชาวต่างประเทศ)

Visitors: 108,368