๒๑ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๖๙

พระนิพพาน คือ ความสุขนะ
พระนิพพาน คือ ความสุขนะ
พระนิพพาน คือ ไม่มีความทุกข์นะ

อะไรคือความทุกข์
ความปรุงแต่ง คือ ความทุกข์
ความปรุงแต่ง คือ ความไม่เต็ม ความไม่พอ
เป็นความบกพร่องนะ

เรารู้เข้าใจ มันจะได้จบลงที่ปัจจุบันนะ
จบลงที่ตาเห็นรูป หูฟังเสียง
จบลงที่ผัสสะ…
ด้วยรู้ความทุกข์ รู้เหตุเกิดทุกข์
รู้ข้อปฏิบัติถึงความดับทุกข์
พระนิพพานถึงเป็นความสุข
ไม่ต้องมีทุกข์อะไร
ไม่เป็นต้องเป็นบักผีบ้า อีผีบ้า

ไม่ต้องหาเรื่องหาราวให้กับตัวเอง
ไม่ต้องหาเรื่องหาราวให้กับคนอื่น
ไม่ต้องลิดรอนสิทธิเสรีภาพ
ยกเลิกวัฏสงสาร ด้วยความรู้ความเข้าใจ
มีความสุขที่สุดในโลกเลย
ปัญหาต่างๆ ที่เคยเป็นมาก็จะเป็นปัญญา
ปัญญาก็จะได้เป็นความสงบน่ะ
ความสงบก็จะได้มาเสียสละ
ถ้าไม่นำมาเสียสละ
มันเป็นเพียงสมาธิ มันแก้ปัญหาไม่ได้
มันยังเป็นบักผีบ้า อีผีบ้า มันแก้ปัญหาไม่ได้
เราต้องรู้เข้าใจ จะได้มีความสุขที่สุดในโลกน่ะ

เรารู้เข้าใจอย่างนี้
เราถูพื้นดีๆ มันก็เป็นพระนิพพานได้
เราซักผ้า ล้างถ้วยล้างจาน ก็เป็นพระนิพพานได้
ชีวิตของเราต้องรู้เข้าใจอย่างนี้
ความรู้ความเข้าใจนี้ มันไม่ใช่ความจำนะ
ถ้าความจำแล้วไม่กี่เดือนกี่ปี มันก็จะลืม
ความรู้รอบโต๊ะน่ะพวกนั้น
ความรู้รอบโต๊ะนั้นน่ะ
มันเป็นใบประกาศเฉยๆ นะ
เห็นด้วยมั้ย

ทุกคนน่ะ ต้องมีความสุขนะ
ยกเลิกตัวตนนี่จะเป็นพระนิพพานน่ะ
ให้รู้เข้าใจนะ

. . . . .
พระนิพพาน คือความสุข
พระนิพพาน คือความสุขนะ
นรก คือ ความทุกข์นะ
นรก คือ ความทุกข์นะ
เราต้องรู้จักว่า
นรก คือ ความทุกข์
นิพพาน คือ ความสุข

เราต้องรู้สุข มารู้ทุกข์
เราจะได้รู้จักพระนิพพานคืออะไร

เราต้องมารู้จักทุกข์ รู้จักความสุขน่ะ
ที่พระพุทธเจ้าบอกว่า รู้จักความจริงน่ะ
เราทุกคนต้องเอาพระนิพพานนำชีวิตน่ะ

เรากำลังจะพูดเรื่องพระนิพพานกับนรก
พระพุทธเจ้าพระอรหันต์
เค้ายกเลิกความทุกข์น่ะ
เห็นด้วยมั้ย
เรามามีความสุขกัน

การบริหารตัวเรา บริหารประเทศ
ต้องเอานิพพานบริหารนะ
ข้าราชการ นักการเมือง พวกนักบวช
ต้องเอานิพพานบริหารนะ
ต้องเข้าใจเรื่องนิพพานนะ
ต้องรู้ทุกข์ รู้เหตุเกิดทุกข์
ความไม่รู้ไม่เข้าใจ
มันมีแต่ทุกข์เกิดขึ้น ทุกข์ตั้งอยู่ทุกข์ดับไป
นอกจากความทุกข์ไม่มีเลย

พระพุทธเจ้าบอกว่า
ให้เอาทางสายกลางนำชีวิตนะ
พัฒนาทางวิทยาศาสตร์กับพัฒนาทางใจ
ไปพร้อมๆ กันให้มีความสุขน่ะ
จะไปเอาแต่ทางวิทยาศาสตร์
เอาแต่ตัวแต่ตัวมันก็ไม่ได้…
ต้องเอาจิตใจไปพร้อมๆ กัน
เอาแต่วิทยาศาสตร์ เอาแต่ตัวแต่ตน
มันก็จะเอาความสุขบนความทุกข์ มันก็ไม่ได้หรอก
ทุกคนเค้าก็ลำบากอยู่แล้ว…

. . .
ข้าราชการ นักการเมือง นักบวช
เค้าเรียกว่า ผู้ทรงเกียรตินะ
เป็นตำแหน่งที่ยกเลิกตัวตนอย่างนี้น่ะ
มาเสียสละ ยกเลิกโกงกินคอร์รัปชันน่ะ
ไม่มีใต้โต๊ะ ไม่มีบนโต๊ะ
มีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติ
ทำงานให้มีความสุข ให้รวดเร็วว่องไว

. . .
ระบบการบริหารโลกหรือประเทศนี้
อยู่กับระบบภาษี
กับการเสียสละ ความสามัคคีนี่นะ

. . .
ความสามัคคีเป็นความดีและปัญญา
พวกครูพวกนี้คอร์รัปชันเวลา
ไปเรียนไปสอนก็ไม่มีความสุขในการเรียน
ไม่มีความสุขในการสอนนะ

. . .
เราต้องรู้เข้าใจ
เรามายกเลิกตัวยกเลิกตนนี้
พระพุทธเจ้าให้หลักการ
เราตื่นขึ้นมา
มีหน้าที่เป็นผู้ให้ เป็นผู้ที่เสียสละน่ะ
เพื่อหยุดสัญชาตญาณ ที่เป็นนิติบุคคลตัวตนน่ะ
ทาน ศีล สมาธิ ปัญญา
มันเป็นความดับไม่เหลือแห่งตัวตนนะ

เรายกเลิกตัวตน
เรามีความสุขในการสอน เราก็ได้พระนิพานแล้ว
เรามีความสุขในการทำอะไรยกเลิกตัวตน
เราก็ได้พระนิพพานแล้ว
เราต้องรู้เข้าใจว่า ความสุขกับความทุกข์
มันไม่ได้อยู่ที่ไหน มันอยู่ที่ปัจจุบัน
เพราะอดีตก็มาอยู่ที่ปัจจุบัน
อนาคตจะไปข้างหน้าก็อยู่ที่ปัจจุบันน่ะ

พุทธทาสภิกขุน่ะ เป็นทั้งคนดีคนมีปัญญา
บอกว่า พระนิพพานมันอยู่ที่ปัจจุบัน
เริ่มจากสติสัมปชัญญะนะ
ถ้ามีความสุขในการทำหน้าที่
มันก็ได้พระนิพพานแล้ว

โรงเรียนเราไม่มีพระนิพพาน
มันเลยสกปรกน่ะ
ที่ไหนจะจัดงานอะไร
พวกหลอกลวงนี้ ทำความสะอาดกันน่าดูเลย
พวกมนุษย์จัดฉากนี่นะ

เรามาคิดดูดีๆ ก็สงสารตัวเองหรือคนอื่น
กว่าจะออกจากบ้านได้
ส่องกระจกตั้งหลายรอบ
เพื่อจะไปหลอกลวงเค้า

เราต้องรู้เข้าใจ
เรามีความสุขในการทำงาน
เราจะมีพระนิพพานนะ
ชีวิตของเราต้องเป็นพระนิพพานอย่างนี้
เห็นด้วยมั้ย

เราต้องรู้ต้องเข้าใจนะ
ถ้าเรายกเลิกตัวตนนี่
สมองเราจะดีขึ้นนะ
เพราะตัวตนมีแต่ความทุกข์
ทำลายตัวของมันเอง
ทำลายสรีระร่างกายระบบสมองน่ะ

เรามีความสุขในการทำหน้าที่
เป็นการเอาออกซิเจนเข้าสู่ตัวของเรานะ
ทั้งกาย วาจา กิริยามารยาท อาชีพ
ที่เป็นความสุขนี่นะ

เรารู้เข้าใจอย่างนี้นะ
ไม่ไปตามผัสสะ ไม่ไปตามสิ่งแวดล้อม
เราเสียสละอย่างนี้
มันเป็นการเอาของเสีย
เอาคาร์บอนไดออกไซด์ออกไปนะ

อย่างเรานั่งสมาธินี้
หายใจเข้ามีความสุข
หายใจออกมีความสุข
เป็นการเอาออกซิเจนเข้าสู่ร่างกาย
เอาคาร์บอนไดออกไซด์ออกไปนะ

เราไม่รู้ไม่เข้าใจ
เราก็อยากเอาความสงบน่ะ
มันเป็นคนผีบ้า บักผีบ้านะ หลวงพ่อว่า

การทำอะไรนี่เพื่อจะเอานี้
เค้าเรียกว่า
มันเป็นการสร้างปัญหาให้กับตัวเอง

มันไม่ใช่คนมีปัญญา
เป็นคนมาสร้างปัญหา
อยู่ดีๆ ก็หาเรื่องหาราวให้ตัวเอง
หาเรื่องหาราวให้ผู้อื่น

เราต้องรู้เราต้องเข้าใจ
พวกไม่มีผัว อย่าไปเอาผัว
พวกไม่มีเมีย อย่าไปเอาเมีย
เราต้องเข้าใจนะ

ความเป็นพระนี่
เค้าไม่เอาเงินไม่เอาสตางค์ ความเป็นพระนี่
หลวงพ่อน่ะบวชมา ๕๖ ปีแล้ว
ยังไม่เอาตังค์สักบาทน่ะ
เพราะการยกเลิกตัวตน
มันถึงเป็นความสุขน่ะ
อย่างนี้เข้าท่าหน่อยเนอะ
ถ้าเอาตัวตนน่ะ เห็นคนรวยนะจ๊ะนะจ๊ะ
เห็นคนจนน่ะ อาตมาไม่ว่างๆ
อันนี้ความจริงนะ

เราต้องรู้เข้าใจน่ะ
เจ้านี้ไม่ต้องบ่นให้พี่สาวน่ะ
เราต้องรู้เข้าใจ
สิ่งที่เป็นปัญหานั้น จะเป็นปัญญา
จะได้มีความสุขที่สุดในโลก
จะไม่เป็นทุกข์เมื่อแก่
เห็นด้วยมั้ยๆ

ทุกคนสบายใจดีมั้ย
น่าจะสบาย
เพราะว่าหลวงพ่อพูดอย่างนี้
ทุกคนจะได้หายท้องอืด

 

----------------------

หลวงพ่อกัณหา สุขกาโม
วันพุธที่ ๒๑ มกราคม ๒๕๖๙
ธรรมะ@กุฏิหลวงพ่อ

Visitors: 108,364