๒๖ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๖๙

พสกนิกรชาวไทยและชาวต่างประเทศได้มาร่วมรวมกันประพฤติปฏิบัติธรรมเพื่อน้อมถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ด้วยความโทมนัสและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ที่พระองค์ได้ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทยและชาวโลกตลอดระยะเวลาที่ยาวนาน พระองค์ทรงเป็นดั่งแม่แห่งแผ่นดิน ผู้ทรงเปี่ยมด้วยพระเมตตาและพระปรีชาสามารถ ทรงอุทิศพระวรกาย พระสติปัญญา และพระราชหฤทัยในการบำเพ็ญพระราชกรณียกิจนานัปการ เคียงคู่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เพื่อธำรงไว้ซึ่งความผาสุกและความมั่นคงแห่งชาติไทย เราประชาชนชาวไทยต้องร่วมใจสมัครสมานสามัคคีทำความดีที่ประกอบด้วยปัญญา เพื่ออุทิศบุญกุศลน้อมเกล้าถวาย เพื่อเสด็จสู่สวรรคาลัย เข้าสู่สวรรค์มรรคผลพระนิพพาน

 

ให้ทุกท่านทุกคนพากันรู้พากันเข้าใจในเรื่องของเหตุในเรื่องของปัจจัย เหตุอย่างไรผลก็ย่อมเป็นเช่นนั้น เพราะทุกสิ่งทุกอย่างมันเกิดจากเหตุเกิดจากปัจจัย เพราะสิ่งนี้มีสิ่งต่อไปมันถึงมี เราต้องรู้ต้องเข้าใจอย่างนี้ เราจะได้สร้างเหตุสร้างปัจจัยให้ถูกต้อง  เพราะทุกสิ่งทุกอย่างนั้นมันไปจากเหตุจากปัจจัย มันจะเป็นกรรม เป็นกฎแห่งกรรม เป็นผลของกรรม

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เอาปัจจุบันนี้มาประพฤติมาปฏิบัติ เพราะอดีตก็มารวมกันอยู่ที่ปัจจุบัน อนาคตที่จะไปข้างหน้าก็ไปจากปัจจุบัน

 

เราต้องพากันรู้พากันเข้าใจในการประพฤติในการปฏิบัติ เพื่อทำหน้าที่ให้ดี ๆ ที่ประกอบด้วยปัญญา เพราะทุกอย่างนั้นมันเป็นกรรม เป็นกฎแห่งกรรม เป็นผลของกรรม เราต้องรู้เข้าใจ

 

เราต้องพากันรู้พากันเข้าใจ เรามาอาศัยพระธรรมคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ที่เป็นคำสอนที่เป็นบริสุทธิคุณ มีแต่คุณมีแต่ประโยชน์ เอามาใช้เอามาประพฤติมาปฏิบัติ ยกเลิกอวิชชา ยกเลิกความหลง ยกเลิกตัวยกเลิกตน เอาพระธรรมเอาพระวินัยนำชีวิต

 

มาหยุดมายกเลิกการทำตามสัญชาตญาณที่เป็นสาเหตุพวกเราทุกคนต้องเวียนว่ายตายเกิดในวัฏฏสงสาร ที่เป็นสัญชาตญาณที่มีความยึดมั่นถือมั่นเป็นตัวเป็นตน ว่าธาตุทั้ง ๔ ขันธ์ทั้ง ๕ อายตนะ ๑๒ ที่เรามายึดมั่นถือมั่น ภายในก็เป็นเรา ภายนอกก็เป็นคนอื่น เป็นตัวกูของกู เป็นตัวสูของสู

 

เราต้องพากันรู้พากันเข้าใจ เพราะความยึดมั่นถือมั่นในธาตุทั้ง ๔ ขันธ์ทั้ง ๕ อายตนะ ๑๒ มันไม่ใช่ มันไม่ถูกต้อง มันเป็นเหตุเป็นปัจจัยให้เกิดความแก่เจ็บตายพลัดพราก มันมีแต่ความทุกข์เกิดขึ้น ความดับทุกข์ตั้งอยู่ ความทุกข์ดับไป นอกจากความทุกข์นั้นไม่มีเลย องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เรารู้เข้าใจ เพื่อจะได้คืนอธิปไตยให้กับความถูกต้อง

 

เรามาอาศัยพระธรรมพระวินัยขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เป็นอริยมรรคในการประพฤติการปฏิบัติ ด้วยอาศัยกายวาจากิริยามารยาทอาชีพด้วยความรู้ความเข้าใจ ด้วยความตั้งใจตั้งเจตนา เป็นความรู้ความเข้าใจในเรื่องทุกข์ เหตุเกิดทุกข์ ข้อปฏิบัติถึงความดับทุกข์ ความรู้ความเข้าใจนี้ไม่ใช่ความจำ ถ้าความจำแล้วไม่กี่วันกี่เดือนกี่ปี ความจำนั้นก็จะลืมเลอะเลือนไป แต่ความเข้าใจนี้จะไม่มีวันลืมจนกว่าจะสิ้นอายุขัย

 

เราทุกท่านทุกคน อาศัยพระธรรมคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่เป็นปัญญาสัมมาทิฏฐิ เพื่อจะหยุดวัฏฏสงสาร หยุดสัญชาตญาณในการประพฤติในการปฏิบัติ เรามามีความสุขในการประพฤติในการปฏิบัติ ความสุขนั้นเป็นนิพพาน ให้เราเข้าใจ ความทุกข์นั้นเป็นนรกให้เราเข้าใจ อยู่ไม่ไกลไม่ไกลอยู่ที่ใจของเราในปัจจุบัน

 

เรามารู้ความสุข เรามารู้ความทุกข์ เรามารู้ความไม่สุขความไม่ทุกข์ ไม่ได้อยู่ที่ไหน ไม่ได้อยู่ที่ใกล้ไม่ได้อยู่ที่ไกล มันอยู่ที่ปัจจุบันนี้เอง

 

การประพฤติการปฏิบัติของเรา องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เราเอาทางสายกลาง พัฒนาใจกับพัฒนาวัตถุไปพร้อม ๆ กัน เพื่อเราจะได้ทั้งใจทั้งวัตถุไปพร้อม ๆ กัน ธรรมะนั้นถึงเป็นหน้าที่ หน้าที่นั้นถึงเป็นธรรมะ ด้วยความรู้ความเข้าใจนี้ เราถึงมีปิติมีความสุขมีเอกัคคตาในการประพฤติการปฏิบัติในการทำหน้าที่ เอาความดีและปัญญาเป็นการพัฒนาใจกับพัฒนาวัตถุไปพร้อม ๆ กัน ความสุขกับความสงบนี้คืออันเดียวกันนะ เมื่อเรามีความสุขเราก็มีความสงบไปพร้อมกัน เมื่อเรามีความสงบเราก็มีความสุข เราทำหน้าที่ด้วยปัญญาสัมมาทิฏฐิ ด้วยความสุข เราก็จะได้ความสงบไปพร้อม ๆ กัน

 

ปัญญาสัมมาทิฏฐิเป็นความรู้ความเข้าใจ เป็นพระนิพพาน เป็นพื้นฐานของการประพฤติการปฏิบัติ เป็นพระนิพพานชั่วขณะ เป็นขณิกพระนิพพาน เป็นนิพพานชั่วขณะ อาศัยปฏิปทาที่เป็นปัญญาสัมมาทิฏฐิ ที่เป็นความรู้ความเข้าใจ ไม่ใช่ความจำ เพื่อให้ปฏิปทานั้นได้เกิดติดต่อต่อเนื่อง ที่เป็นความดีเป็นบารมีเบื้องต้นท่ามกลางสูงสุด

 

เราทุกท่านทุกคนพากันมารู้มาเข้าใจ มาเอาพระธรรมพระวินัยข้อวัตรข้อปฏิบัติ มีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติในปัจจุบันที่เป็นนิพพานชั่วขณะ จนกว่าจะเป็นพระนิพพานที่ถาวร

 

ความรู้ความเข้าใจความตั้งใจตั้งเจตนา มีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติในการทำหน้าที่ พากันมาให้ทาน ให้ทานวัตถุเป็นวัตถุทาน มาให้ทานทางกายวาจากิริยามารยาทอาชีพที่เป็นศีล มาให้ทานทางปัญญาเพื่อเสียสละนิติบุคคลตัวตน ที่เสียสละความยึดมั่นถือมั่น ที่เป็นสาเหตุด้วยความรู้ความเข้าใจ ด้วยพระธรรมพระวินัย

 

เราทุกคนต้องตั้งใจตั้งเจตนา เน้นที่ใจ ใจของเรา ใจที่รู้เข้าใจ มีความตั้งมั่นในทาน ศีล สมาธิ ภาวนา เพื่อผ่านสัญชาตญาณที่เป็นธาตุทั้ง ๔ ขันธ์ทั้ง ๕ อายตนะ ๑๒ เราต้องผ่านไปด้วยความรู้ความเข้าใจ เราต้องรู้เข้าใจ เสียสละตั้งมั่นไม่หวั่นไหวไปตามผัสสะ ไปตามสิ่งแวดล้อม ทุกท่านทุกคนต้องรู้ต้องเข้าใจในสิ่งที่เราจะก้าวล่วงพ้นที่จะผ่านไป ให้ถือคติว่า ให้เอาปัญหาที่เกิดจากธาตุทั้ง ๔ ขันธ์ทั้ง ๕ อายตนะ ๑๒ นี้ ให้เป็นปัญญา เอาปัญญามาเป็นความสงบ เอาความสงบมาเสียสละด้วยความรู้ความเข้าใจ

 

การประพฤติการปฏิบัตินี้เปรียบอุปไมยอุปมาเหมือนการชิงแชมป์โลก ชิงแชมป์ธรรมะระหว่างวัฏฏสงสารที่เวียนว่ายตายเกิด ระหว่างวัฏฏสงสารที่หยุดเวียนว่ายตายเกิด ผู้ที่ชิงแชมป์นั้นคือผู้ที่มีปัญญาสัมมาทิฏฐิ มีความเห็นถูกต้อง เข้าใจถูกต้อง ที่จะต้องผ่านด่านธาตุทั้ง ๔ ขันธ์ทั้ง ๕ อายตนะ ๑๒ ผู้ที่เข้าใจเช่นนี้ต้องไม่กลัว ไม่สะทกสะท้าน เป็นความสง่างามทางจิตใจทางปัญญา เป็นผู้งามด้วยการให้ทานเสียสละ เป็นผู้งามด้วยศีลด้วยสมาธิด้วยปัญญา เป็นผู้รู้จักปัญหา เป็นผู้รู้แจ้งปัญหา เป็นผู้ที่เอาตัวรอดด้วยพระธรรมด้วยพระวินัยขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า รู้เข้าใจว่าพระธรรมพระวินัยขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นหลักการของการประพฤติการปฏิบัติ เป็นอริยมรรคทางกายวาจากิริยามารยาทอาชีพ ยกเลิกสิ่งที่จะเป็นปัญหานั้นเพราะปัญญาสัมมาทิฏฐิ เอาพระธรรมเอาพระวินัยเป็นหลักการของการประพฤติการปฏิบัติ

 

ให้ทุกสิ่งทุกอย่างนั้นจบลงที่ปัจจุบัน จบลงที่ผัสสะ ด้วยความง่างามของศีลสมาธิปัญญาในปัจจุบันด้วยความสุข ด้วยพระนิพพาน มีความรู้มีความเข้าใจ ธรรมะคือหน้าที่ หน้าที่คือธรรมะ มีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติ เพื่อพระนิพพานชั่วขณะ ๆ ในปัจจุบัน จนกว่าจะได้พระนิพพานที่สมบูรณ์

 

วันจันทร์อังคารพุธพฤหัสศุกร์ หมู่มวลมนุษย์ทั้งหลายต้องมีความสุขในการทำหน้าที่ ที่เอากายวาจากิริยามารยาทอาชีพมาปฏิบัติให้มีความสุข เพื่อวัตถุกับปัญญาจะได้ก้าวไปพร้อม ๆ กัน เพื่อทั้ง ๒ อย่างจะได้ก้าวไปพร้อม ๆ กัน เพื่อเป็นความสมดุลระหว่างจิตใจกับวัตถุ เพื่อเป็นหลักการของอริยมรรคทั้งกายวาจากิริยามารยาทอาชีพ ความรู้ความเข้าใจมีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติ ชีวิตนี้ก็จะเป็นพระนิพพาน เป็นพระนิพพานชั่วขณะที่เกิดจากปัญญาสัมมาทิฏฐิ เป็นการทำงานเพื่องาน เป็นการทำหน้าที่เพื่อหน้าที่ เป็นความดีเพื่อความดี เป็นศีลเพื่อศีล เป็นสมาธิเพื่อสมาธิ เป็นปัญญาเพื่อปัญญา เป็นความไม่ปรุงแต่งด้วยความรู้ความเข้าใจ จะเป็นความสุขไม่มีความทุกข์ เป็นพระนิพพานในปัจจุบัน

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เรารู้เข้าใจ ว่าพระนิพพานนี้เป็นเรื่องของปัจจุบัน นรกนี้ก็เป็นเรื่องของปัจจุบัน เพื่อการเสียสละนั้นจะเป็นพระนิพพาน การรักษาศีลนั้นจะเป็นพระนิพพาน การทำสมาธิจะเป็นพระนิพพาน การเจริญภาวนาจะเป็นพระนิพพาน ธรรมะคือหน้าที่ หน้าที่คือธรรมะ เราทำความดีมันก็ดีอยู่แล้วจะไปเอาอะไรอีก เราให้ทานเสียสละมันก็ดีอยู่แล้วถูกต้องอยู่แล้ว เราจะไปเอาอะไรอีก เรารักษาศีลมันก็ดีอยู่แล้วถูกต้องอยู่แล้วเราจะไปเอาอะไรอีก เราทำสมาธิมันก็ดีอยู่แล้วถูกต้องอยู่แล้วเราจะไปเอาอะไรอีก เราเจริญปัญญามันก็ดีอยู่แล้วถูกต้องอยู่แล้วเราจะไปเอาอะไรอีก

 

ความอยากความไม่อยากมันเป็นอารมณ์ที่เหวี่ยงไปเหวี่ยงมา มันเป็นอารมณ์ของไบโพล่า ให้เรารู้ให้เข้าใจ เราอย่าไปเอาอย่าไปมีอย่าไปเป็น เราอย่าไม่เอาไม่มีไม่เป็น เราต้องรู้เข้าใจ

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เรารู้เข้าใจ ให้เราทำหน้าที่ของเรา เพราะเหตุผลว่าไม่มีใครประพฤติไม่มีใครปฏิบัติให้เราได้ มาปฏิบัติแทนเราได้ ให้เรารู้ให้เข้าใจ เราไม่ต้องไปอาศัยใคร เราอาศัยพระธรรมพระวินัยขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่เป็นสมมติสัจจะ ที่ชี้ให้เห็นทั้งผิดทั้งถูก ทั้งดีทั้งชั่ว ทั้งไม่ผิดไม่ถูก ไม่ดีไม่ชั่ว เราอยู่กันเป็นกลุ่มเป็นก้อนเป็นครอบครัว เป็นบ้านเมืองประเทศชาติ เราทุกคนใช้หลักการเดียวกันนี้ทั้งหมด เพราะอันนี้มันเป็นกรรม เป็นกฎแห่งกรรม เป็นผลของกรรม

 

เราต้องรู้จักธรรมนูญ ธรรมนูญคือทางสายกลางระหว่างการประพฤติการปฏิบัติทางวัตถุและจิตใจ ๒ อย่างนี้ต้องไปพร้อม ๆ กัน เอาปัจจุบันเป็นการประพฤติการปฏิบัติ มีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติ

 

ประเทศไทยเมื่อก่อนมีชื่อว่าสยามเมืองยิ้ม หมายถึงเอาความสุขนำชีวิต ยกเลิกความทุกข์ เอาหลักการพุทธะนำชีวิต เป็นหลักการของปัญญาประดิษฐ์ เป็นความสุขในปัจจุบันที่เป็นทานศีลสมาธิภาวนา เอาปัจจุบันเป็นการประพฤติเป็นการปฏิบัติ เป็นการทำหน้าที่

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้พวกเราเข้าใจ เพื่อจะไม่ให้ธาตุทั้ง ๔ ขันธ์ทั้ง ๕ อายตนะ ๑๒ ที่เป็นโลกธรรมครอบงำใจของเรา ครอบงำสติปัญญาของเรา ผู้มีปัญญามาก  ๆ ถึงต้องสงบมาก ๆ ผู้มีความสงบมาก ๆ ก็ต้องเสียสละมาก ๆ เพื่อความสงบและปัญญาจะได้ก้าวไปด้วยปฏิปทาในปัจจุบัน ด้วยเหตุผลนี้เราถึงมีสติสัมปชัญญะรู้ตัวทั่วพร้อมในอิริยาบถทั้ง ๔ ยืนเดินนั่งนอนตลอดถึงอิริยาบถย่อย เราถึงต้องมีสติรู้ตัวทั่วพร้อม รู้เรื่องดีเรื่องชั่วเรื่องผิดเรื่องถูกเรื่องไม่ดีไม่ชั่วไม่ผิดไม่ถูก

 

เราต้องรู้ต้องเข้าใจในปัจจุบัน เพราะปัจจุบันนี้นั้นคือไฟต์ใหญ่ เป็นการชิงแชมป์โลก เราต้องรู้ต้องเข้าใจ หลักการในการประพฤติการปฏิบัติเรื่องความรู้ความเข้าใจเป็นสาระที่สำคัญ เรื่องสติสัมปชัญญะนี้เป็นสาระสำคัญ เราต้องรู้เข้าใจว่าสติสัมปชัญญะนี้มีแต่คุณมีแต่ประโยชน์

 

ด้วยเหตุผลนี้เราถึงมีความสุขในการเจริญสติปัฏฐานทั้ง ๔ คือมีสติมีสัมปชัญญะ เรามีความสุขในการทำหน้าที่ ความสุขกับความสงบมันคืออันเดียวกัน ถ้าเรามีความสุขในการทำหน้าที่ ความสุขที่เกิดจากความรู้ความเข้าใจในการปฏิบัตินี้ ความสุขนั้นก็จะเป็นธรรมนูญ เป็นทางสายกลางระหว่างวัตถุกับจิตใจไปพร้อม ๆ กัน เข้าถึงความพอเพียงเพียงพอ เหมือนคติธรรมของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาภูมิพลอดุลยเดช ท่านตรัสคติธรรมว่า เราต้องรู้ต้องเข้าใจ เราอยากได้มากมันก็ไม่มากมันก็เท่าเก่าเท่าเดิม เราอยากได้น้อยมันก็ไม่น้อยมันก็เท่าเก่าเท่าเดิม เราต้องรู้ทุกข์ รู้เหตุเกิดทุกข์ รู้ข้อปฏิบัติถึงความดับทุกข์ เราจะได้เข้าถึงความพอเพียงเพียงพอ เข้าถึงเศรษฐกิจพอเพียง เราต้องรู้เข้าใจ เพื่อเอาปัญหามาเป็นปัญญา เป็นปัญญามาเป็นความสงบ เอาความสงบมาเสียสละ เพื่อความดีและปัญญาจะเป็นบารมี ก้าวไปด้วยความรู้ความเข้าใจ สิ่งทั้งหลายนั้นก็จะจบลงที่ปัจจุบัน จบลงที่ผัสสะ

 

ธรรมะคือหน้าที่ หน้าที่คือธรรมะ เรามีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ

 

วิธีการการดำเนินชีวิต ความรู้ความเข้าใจจะเป็นพระนิพพานในปัจจุบันของชีวิตประจำวัน มนุษย์เทวดาพรหมต้องรู้เข้าใจในอริยสัจจะตามความเป็นจริง เพื่อจะได้เอาพระนิพพานนำชีวิต

 

เรามีบ้าน มีอาหาร มีอาชีพ มีที่ทำมาหากินเพื่อการดำรงชีพของส่วนร่างกาย องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เรามีบ้านของจิตของใจที่เป็นพระธรรมคำสั่งสอน ที่เกิดจากความรู้ความเข้าใจไม่ใช่ความจำ เราจะได้มีบ้านทั้งภายนอกภายใน ไม่ยิ่งหย่อนกว่ากัน บ้านทางจิตใจ ใจของเราต้องมีบ้านคือพระธรรมคือพระวินัย เราต้องมีความสุขใจในพระธรรมพระวินัย พระวินัยสิกขาบทน้อยใหญ่คือบ้านของเรานะ เราต้องมีบ้านทั้งภายนอกภายในไปพร้อม ๆ กัน ผู้มีปัญญามาก ๆ ถึงต้องสงบมาก ๆ คือผู้ที่มีบ้านทั้งภายนอกภายใน ผู้มีความสงบมาก ๆ ก็ต้องเสียสละมาก ๆ ถึงมีบ้านทั้งภายนอกภายในไปพร้อม ๆ กัน

 

วันหนึ่งคืนหนึ่งมี ๒๔ ชั่วโมง กลางวัน ๑๒ ชั่วโมง กลางคืน ๑๒ ชั่วโมง มนุษย์เราต้องพักผ่อนกันวันละ ๖ ชั่วโมง เพื่อภายในและภายนอกจะได้ก้าวไปด้วยปัญญาสัมมาทิฏฐิ อีก ๑๘ ชั่วโมงเป็นเวลาที่มีความสุขในการทำหน้าที่ เพราะธรรมะนั้นคือหน้าที่ หน้าที่คือธรรมะ มีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติ ทำหน้าที่ของกายวาจากิริยามารยาทอาชีพอย่างมีความสุขเพื่อเป็นพระนิพพาน เพราะความสุขนั้นอยู่ที่ปัจจุบันขณะ ๆ เป็นพระนิพพานไปชั่วขณะ มีความรู้ความเข้าใจเพื่อจะผ่านด่านที่เป็นธาตุทั้ง ๔ ขันธ์ทั้ง ๕ อายตนะ ๑๒

 

พระธรรมคือความรู้ พระวินัยคือการประพฤติการปฏิบัติ เราต้องเอาพระธรรมพระวินัยมาประพฤติมาปฏิบัติในปัจจุบัน เพื่อเราจะได้ยกเลิกอัธยาศัย ยกเลิกสัญชาตญาณที่เป็นนิติบุคคลตัวตน ให้เรารู้ให้เข้าใจ พระธรรมกับพระวินัยนี้เป็นหลักการที่หยุดสัญชาตญาณ ที่หยุดภพหยุดชาติ ที่มาหยุดกฎแห่งกรรมที่จะเป็นผลของกรรม ให้เรารู้ให้เข้าใจ ความเกิดแก่เจ็บตายพลัดพรากนี้มันเป็นผลของกรรม เราต้องรู้ต้องเข้าใจในเรื่องกรรม เรื่องกฎแห่งกรรม เรื่องผลของกรรม  พระธรรมถึงเป็นความรู้พระวินัยถึงเป็นการปฏิบัติ มีความสุขในพระธรรมพระวินัยอย่างนี้ เพราะพระธรรมพระวินัยนั้นเป็นพระนิพพานที่จะต้องหยุดวัฏฏสงสาร ที่จะต้องหยุดสัญชาตญาณ เพื่อเราจะได้เอาปัญหานั้นมาเป็นปัญญา เอาปัญญาคือพระธรรมนั้น อาศัยพระวินัยที่เป็นการให้ทานเสียสละที่เป็นศีลเป็นสมาธิเป็นความตั้งมั่น เป็นการอบรมบ่มอินทรีย์เพื่อให้ความดีและปัญหาก้าวไปด้วยปฏิปทาที่เป็นพระนิพพานในปัจจุบัน เป็นนิพพานไปชั่วขณะ ๆ ด้วยการอบรมบ่มอินทรีย์ของเรา

 

ด้วยเหตุผลนี้เราต้องถือเอาพระธรรมเอาพระวินัยเป็นข้อวัตรข้อปฏิบัติ เค้าจะสร้างบ้านสร้างอาคาร สร้างประเทศชาติ เค้าต้องมีเครื่องวัด วัดระยะสั้นระยะยาว ระยะใกล้ระยะไกลระยะสูงระยะต่ำ เค้าต้องวัดน้ำหนัก ความหนักความเบา พระธรรมคือความรู้พระวินัยคือการปฏิบัตินี้เป็นเครื่องวัด

 

ด้วยเหตุผลนี้แหละใครถึงไปทำอะไรตามใจตามอัธยาศัยไม่ได้ ถึงต้องเอาทางสายกลาง เอาความพอดีเอาความพอเพียงเพียงพอ เราต้องรู้เข้าใจ ถ้าไม่รู้ไม่เข้าใจเดี๋ยวจะเกิดความเสียหาย เดี๋ยวจะเกิดการพังทลายอย่างเดียวเช่นเดียวกันกับตึก สตง. สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินของเมืองไทยประเทศไทย ตึกใหญ่สูง ๓๐ กว่าชั้น สร้างอยู่ที่ใจกลางของประเทศอยู่เมืองหลวง แผ่นดินไหวอยู่ไกลพันกว่ากิโล อยู่ที่ประเทศพม่า ศูนย์กลางอยู่ที่เมืองมัณฑะเลย์ ด้วยความไม่ถูกต้องนำชีวิต เอาทุจริตนำชีวิต เอาความผิดนำชีวิต อาคาร สตง.สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินถึงได้พังทลายเสียหาย ตึกที่ใหญ่กว่าสูงกว่า อยู่ใกล้เคียงทั้งกรุงเทพฯและปริมณฑลมีหลายตึก แต่ความถูกต้องเค้ามีอยู่เพียงพอเค้าถึงไม่พังทลาย ด้วยเหตุผลนี้เราถึงต้องอาศัยพระธรรมอาศัยพระวินัยที่เป็นธรรมนูญชีวิต ด้วยความรู้ความเข้าใจทั้งกายวาจากิริยามารยาทอาชีพ เราทุกคนต้องมาเสียสละ มาให้ทานรักษาศีล มีความตั้งมั่นในความดีและปัญญาด้วยความตั้งใจตั้งเจตนา มีปิติมีความสุขเอกัคคตาในการประพฤติในการปฏิบัติ

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เรารู้ให้เราเข้าใจ ที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเข้าถึงความเต็ม ๆ ๆ ๆ เข้าถึงความพอเพียงเพียงพอ ถึงเป็นความพอดีความพอเพียงเพียงพอ ท่านได้ส่งพระอรหันต์ขีณาสพออกไปเผยแผ่ เมื่อท่านตรัสรู้ในพรรษาแรกแห่งการตรัสรู้ ท่านส่งออกไปด้วยความกรุณาบริสุทธิคุณเพื่อให้ไปบอกแก่มหาชนให้รู้ให้เข้าใจในเรื่องทุกข์ เรื่องเหตุเกิดของความทุกข์ เรื่องข้อปฏิบัติถึงความดับทุกข์ จะได้ก้าวไปทั้งความรู้กับการปฏิบัติ เพื่อทุกคนจะได้รู้ปัญหา จะได้หยุดปัญหา จะได้พากันประพฤติปฏิบัติ ที่เป็นบริสุทธิคุณที่ยกเลิกตัวตน เรียกว่าบริสุทธิคุณ ที่จะได้เป็นบริสุทธิคุณทั้งกายวาจากิริยามารยาทรวมลงที่ใจ ใจที่รู้เข้าใจ

 

ให้ประชาชนมหาชนรู้เข้าใจ ถ้าเป็นคนรวยก็ยังแก้ปัญหาไม่ได้ เพราะคนรวยนั้นไม่รู้ทุกข์ ไม่รู้เหตุเกิดทุกข์ ไม่รู้ข้อปฏิบัติถึงความดับทุกข์ มันจะเป็นความไม่อิ่มไม่พอไม่รู้จักความพอเพียงเพียงพอ มันก็ดับทุกข์ไม่ได้แก้ปัญหาไม่ได้ ถ้าเป็นคนจนอยู่แล้วจนวัตถุอยู่แล้วไม่รู้ไม่เข้าใจ เอาตัวตนนำชีวิตก็ยิ่งทุกข์ทวีคูณ ทุกข์เพราะความไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกสบาย ทุกข์เพราะไม่รู้จักพอ เพื่อไปบอกมหาชนให้รู้เข้าใจ เพื่อจะได้ยกเลิกอธิปไตยที่เป็นตัวเป็นตนที่เป็นความยึดมั่นถือมั่น ที่มีแต่ความทุกข์เกิดขึ้น ความทุกข์ตั้งอยู่ ความทุกข์ดับไป เพื่อจะได้คืนอธิปไตยของความทุกข์ เพื่อจะไม่ได้ลิดรอนสิทธิ คำว่าลิดรอนนี้เป็นความรู้ไม่เข้าใจ ที่เราไม่อยากให้แก่ไม่อยากให้เจ็บไม่อยากให้ไม่อยากให้ตายไม่อยากให้พลัดพราก ความคิดอย่างนี้มันเป็นการลิดรอนสิทธิเสรีภาพที่บริสุทธิ

 

ที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านมาตรัสรู้ ท่านมายกเลิกธาตุทั้ง ๔ ขันธ์ทั้ง ๕ อายตนะ ๑๒ ที่เป็นตัวเราเป็นคนอื่น ท่านมายกเลิก การประพฤติการปฏิบัติต้องคืนอธิปไตยให้กับปวงชนให้กับมหาชน ใจของเราต้องมีปัญญาสัมมาทิฏฐิ ไม่ถือชั้นวรรณะ ไม่ถือตัวไม่ถือตน ไม่สำคัญมั่นหมายว่าเราเป็นผู้หญิงผู้ชาย เป็นคนแก่คนเฒ่าคนชรา เป็นผู้มีบุญมีวาสนา มีอำนาจวาสนาสูงกว่าเขา เสมอเขาหรือสู้เขาไม่ได้ ต้องคืนอธิปไตยให้กับปวงชนมหาชนด้วยความรู้ความเข้าใจ พระธรรมคือตัวผู้รู้ พระวินัยคือการปฏิบัติ มีปิติมีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติ จะได้เป็นผู้งามในเบื้องต้นด้วยศีล งามในท่ามกลางคือสมาธิ งามสูงสุดคือปัญญา ที่รู้เข้าใจ ที่ได้คืนอธิปไตยให้กับปวงชนให้กับมหาชน

 

หลักการในการประพฤติการปฏิบัติ ความรู้คู่กับการประพฤติการปฏิบัติด้วยทานศีลสมาธิภาวนาที่เป็นปัจจุบันนั่นแหละความรู้ความเข้าใจกับการปฏิบัตินี้จะเป็นพระนิพพาน ก้าวไปด้วยปฏิปทาด้วยความรู้ความเข้าใจ ทำความดีเพราะเห็นความดีเป็นหน้าที่ที่จะต้องทำ รักษาศีลที่เป็นความรู้คู่กับการประพฤติการปฏิบัติ มีความเห็นว่าศีลนี้เป็นความดีเป็นพระนิพพาน นี้เป็นหลักการเป็นความดีที่ประกอบด้วยปัญญา ทำสมาธิมีความตั้งใจมั่นไม่หวั่นไหวตามผัสสะไปตามสิ่งแวดล้อม เห็นว่าความรู้ต้องเป็นคู่กับการประพฤติการปฏิบัติต้องมีความตั้งมั่น เพื่อจะได้ก้าวไปด้วยขณิกสมาธิ อุปจารสมาธิ เพื่อจะได้เข้าถึงความตั้งมั่นในอัปปณาสมาธิด้วยความรู้ความเข้าใจที่เป็นปัญญาสัมมาทิฏฐิ สมาธิเป็นความสงบ นั้นคือประตูแห่งพระนิพพาน ประตูของพระนิพพานคือสมาธินะ สมาธิที่ประกอบด้วยปัญญานั้นถึงจะเป็นพระนิพพาน ผู้ที่สงบมาก ๆ ถึงต้องเสียสละมาก ๆ เพื่อจะไม่ได้หยุดเพียงสมาธิเพียงสมาบัติ เพื่อสมาธินั้นจะได้เป็นพระนิพพาน

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านเป็นผู้ที่ทำประโยชน์ตนและประโยชน์ถึงพร้อมด้วยความไม่ประมาท ท่านเสียสละจนวาระสุดท้าย ก่อนจะละสังขาร์เสด็จดับขันธ์ปรินิพพานท่านยังให้โอวาทแก่พระภิกษุผู้มาเข้าเฝ้า ถึงกับพระอานนท์ห้ามผู้ที่มากราบถามธรรมะในการประพฤติการปฏิบัติ  องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าก็ตรัสบอกพระอานนท์ว่าปล่อยให้เค้าเข้ามาเลย เพราะการเสียสละนั้นเป็นความดับไม่เหลือของทานศีลสมาธิภาวนา ให้พระอานนท์รู้เข้าใจ

 

สุดท้ายองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าก่อนที่ท่านจะเสด็จดับขันธ์ปรินิพพาน ท่านได้ตรัสปัจฉิมโอวาทไว้ว่า

 

"หันทะทานิ ภิกขะเว อามันตะยามิ โว วะยะธัมมา สังขารา อัปปะมาเทนะ สัมปาเทถะ" แปลความว่า "ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บัดนี้เราขอเตือนท่านทั้งหลายว่า สังขารทั้งหลาย มีความเสื่อมสลายไปเป็นธรรมดา ท่านทั้งหลายจงทำประโยชน์ตนและประโยชน์ผู้อื่นให้ถึงพร้อม ด้วยความไม่ประมาทเถิด

 

          หลังจากนี้พระพุทธองค์ก็ไม่ได้ตรัสอะไรอีกเลย ทรงสงบนิ่งทำปรินิพพานบริกรรมด้วยอนุบุพพวิหารหรือสมาบัติทั้ง 9 โดยอนุโลมและปฏิโลมตามลำดับ เริ่มตั้งแต่ทรงเข้าปฐมฌาน ออกจากปฐมฌานแล้ว เข้าทุติยฌาน ออกจากทุติยฌานแล้ว เข้าตติยฌาน ออกจากตติยฌานแล้ว เข้าจตุตถฌาน ออกจากจตุตถฌานแล้ว ทรงเข้าอากาสานัญจายตนะ ออกจากอากาสานัญจายตนสมาบัติแล้ว เข้าวิญญาณัญจายตนะ ออกจากวิญญาณัญจายตนสมาบัติแล้ว เข้าอากิญจัญญายตนะ ออกจากอากิญจัญญายตนสมาบัติแล้ว เข้าเนวสัญญานาสัญญายตนะ ออกจากเนวสัญญานาสัญญายตนสมาบัติแล้ว ทรงเข้าสัญญาเวทยิตนิโรธ

 

  พระอานนท์ผู้นั่งเฝ้าดูอาการของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตลอดเวลา จึงถามถึงการปรินิพพานกับพระอนุรุทธะซึ่งนั่งอยู่ใกล้ๆ พระอนุรุทธะผู้มีตาทิพย์มองเห็นการปรินิพพานของพระพุทธองค์ตลอดมา ตอบว่า ยังไม่ได้ปรินิพพาน เมื่อพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงออกจากสัญญาเวทยิตนิโรธสมาบัติแล้ว เข้า เนวสัญญานาสัญญายตนะ ออกจากเนวสัญญานาสัญญายตนสมาบัติแล้ว เข้าอากิญจัญญายตนะ ออกจากอากิญจัญญายตนสมาบัติแล้ว เข้าวิญญาณัญจายตนะ ออกจากวิญญาณัญจายตนสมาบัติแล้ว เข้าอากาสานัญจายตนะ ออกจากอากาสานัญจายตนสมาบัติแล้ว เข้าจตุตถฌาน ออกจากจตุตถฌานแล้ว เข้าตติยฌาน ออกจากตติยฌานแล้ว เข้าทุติยฌาน ออกจากทุติยฌานแล้ว เข้าปฐมฌาน ออกจากปฐมฌานแล้ว เข้าทุติยฌาน ออกจากทุติยฌานแล้ว เข้าตติยฌาน ออกจากตติยฌานแล้ว เข้าจตุตถฌาน ออกจากจตุตถฌานแล้ว ก็เสด็จปรินิพพาน


          เมื่อพระสัมมาสัมพุทธเจ้าปรินิพพานแล้ว ได้เกิดแผ่นดินไหวใหญ่ สั่นสะเทือนเลื่อนลั่นสนั่นหวั่นไหว มหาสมุทรปั่นป่วนหวั่นไหว เกิดคลื่นเคลื่อนไปไม่มีหยุด พายุพัดกรรโชกกระหน่ำเกิดความขนพองสยองเกล้าน่าสะพรึงกลัวยิ่ง ทั้งกลองทิพย์ก็บันลือขึ้น

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านได้แสดงเรื่องพระนิพพานที่เป็นหลักการที่เป็นศีลเป็นสมาธิเป็นปัญญาให้เรารู้ให้เข้าใจ ตั้งแต่ต้นจนอวสานของการประพฤติการปฏิบัติ เพื่อเราจะได้ทำความดีเพื่อความดี ความดีนั้นก็จะเป็นพระนิพพาน

 

เรามาระลึกถึงโอวาทพระธรรมคำสั่งสอนของหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต

ความไม่ยั่งยืน เป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่และแน่นอนนะ

ความยิ่งใหญ่ คือความไม่ยั่งยืนนะ

ชีวิตที่ยิ่งใหญ่ คือชีวิตที่อยู่ด้วยทาน ศีล เมตตา และกตัญญู

ชีวิตที่มีความดี อาจมิใช่ความยิ่งใหญ่ แต่ชีวิตที่ยิ่งใหญ่ ต้องอาศัยคุณธรรมความดีเป็นปัญญาบริสุทธิคุณเท่านั้น การระงับสังขารทั้งหลายด้วยความรู้ความเข้าใจเป็นความรู้คู่กับการประพฤติการปฏิบัตินั่นแหละคืออริยมรรค เป็นหนทางที่ประเสริฐมีพระนิพพานตั้งแต่ในปัจจุบัน ไม่ต้องรอพระนิพพานเมื่อตายแล้ว ปัจจุบันไม่มีพระนิพพาน อนาคตจะมีพระนิพพานได้อย่างไร

 

ให้เรารู้เข้าใจเรื่องพระธรรมพระวินัย พระธรรมพระวินัยที่เป็นสัมมาทิฐิ เพื่อหยุดวัฏฏสงสารนั่นแหละคือพระนิพพาน ให้พวกเรารู้เข้าใจในเรื่องพระนิพพาน ให้เข้าใจนะว่าสิ่งเดิมนั้นคือความว่างเปล่า สิ่งที่สัญจรไปมาเป็นเพียงอาคันตุกะ เราจะได้เอาหลักการอุดการณ์ที่เป็นศีลเป็นสมาธิเป็นปัญญาเป็นมรรคเป็นอริยมรรคที่ตรงกันข้ามกับโลกธรรมมาประพฤติมาปฏิบัติ ให้รู้เข้าใจ เพราะไม่มีใครอยู่เหนือกรรมเหนือกฎแห่งกรรมเหนือผลของกรรม พระนิพพานความรู้ความเข้าใจในเรื่องกระบวนการปฏิจจสมุปบาท กระบวนการของปฏิจจสมุปบาทจะได้จบลงเพียงผัสสะ จะได้เป็นปัญญาเป็นความสงบ จะเป็นความสงบเป็นปัญญา เป็นสิ่งที่อยู่นอกเหตุเหนือผล หยุดความปรุงแต่ง นี้เป็นขบวนการที่ติดต่อต่อเนื่อง เป็นบารมีเป็นความดีที่ประกอบด้วยปัญญา เป็นพระนิพพานบ้านของเรา ไม่ใช่อวิชชาความหลงเป็นบ้านของเรานะ พระนิพพานคือบ้านของเรา ความสงบและปัญญาถึงเป็นธรรมเป็นปัจจุบันธรรม เราจะหยุดวัฏฏสงสารได้ด้วยความรู้ความเข้าใจ ด้วยพระธรรมด้วยพระวินัย เป็นขบวนการของกระแสในการประพฤติการปฏิบัติที่ได้นำเอาพระธรรมพระวินัยมาประพฤติมาปฏิบัติในปัจจุบันให้ติดต่อต่อเนื่อง

 

 ความสงบและปัญญาที่เป็นพระธรรมพระวินัยถึงหยุดความปรุงแต่งได้ ด้วยปัญญาสัมมาทิฏฐิคู่กับการประพฤติการปฏิบัติในปัจจุบัน พระธรรมพระวินัยที่เป็นความรู้ความเข้าใจ ที่จะหยุดความปรุงแต่งได้ เข้าถึงพระนิพพานตั้งแต่ปัจจุบัน ไม่ต้องรอชาติหน้า พระนิพพานต้องอยู่ที่ปัจจุบันเท่านั้น

 

-----------------------------------------

โอวาทขององค์หลวงพ่อกัณหา สุขกาโม

เมตตาให้ไว้ในเช้าวันจันทร์ที่ ๒๖ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๖๙

ณ วัดป่าทรัพย์ทวีธรรมาราม ต.วังหมี อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา

 

Visitors: 108,090