๒๕ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๖๙
เราทุกคนให้รู้ให้เข้าใจ
เราต้องเอาพระนิพพานนำชีวิต
พระนิพพาน แปลว่าความสุขน่ะ
สยามเมืองยิ้ม หมายถึง ไม่มีความทุกข์
เราต้องรู้เราต้องเข้าใจ
อย่าไปทำอะไรเอาความอยากนำน่ะ
เราทำความดีก็เพื่อความดี
เพราะมันดีอยู่แล้ว
เราจะไปอยากทำไม
เห็นด้วยมั้ย
ความอยากนี้คือ ทุกข์เกิดขึ้น ทุกข์ตั้งอยู่
ทุกข์ดับไป นอกจากความทุกข์ไม่มีเลยน่ะ
พระเจ้าอยู่หัวมหาภูมิพลฯ บอกว่า
ให้เรารู้เข้าใจนะ
ให้เข้าถึงความพอเพียง เพียงพอ
เราอยากได้มากมันก็ไม่มาก
อยากได้น้อยก็ไม่น้อย
มันเป็นทุกข์เปล่าๆ ทุกข์ฟรีๆ
เราอย่าถือว่า ของฟรีดี…ไม่ได้นะ
เห็นด้วยมั้ย
เราต้องรู้เข้าใจ
เราจะได้เอาความสุขนำชีวิต
ไม่ใช่เอาความทุกข์นำชีวิตน่ะ
พระพุทธเจ้าถึงบอกว่า
ให้เรารู้อริยสัจ ๔ น่ะ
ว่าให้รู้ธาตุทั้ง ๔ ขันธ์ทั้ง ๕ อายตนะ ๑๒
มันจะจบลงที่ปัจจุบันน่ะ
อย่าให้มีเรื่องมีปัญหา
อย่าหาเรื่องหาปัญหานะ
เห็นด้วยมั้ย
เราต้องรู้ต้องเข้าใจนะ
อย่าไปคิดว่านักการเมืองคือผู้ซื้อ
ประชาชนเป็นผู้ขาย
อย่าไปคิดว่าอย่างนั้น
เราต้องรู้ว่า ทำไมเค้าให้เป็นนักการเมือง ๔ ปี
เพราะคนเรานี่ ยกเลิกตัวตน ติดต่อต่อเนื่อง
มันจะแก้ปัญหาประเทศได้
เพราะเราต้องเอาความสงบและปัญญา
อย่าเอาความผีบ้านะ
หลวงพ่อไม่ได้ว่า หลวงตามหาบัวว่า
เอาตัวตนนำชีวิต มันเป็นบักผีบ้า อีผีบ้านะ
ถูกต้องมั้ย
เราทุกคนน่ะต้องรู้เข้าใจ
เราจะได้เป็นสยามเมืองยิ้ม
อย่าเป็นสยามนอนไม่หลับนะ เห็นด้วยมั้ย
. . .
เราอยู่ที่ไหนเมืองไหนน่ะ
เราต้องรู้ต้องเข้าใจ
เพื่อเราจะไม่ต้องเอาความทุกข์นำชีวิตน่ะ
เราจะเอาความสุขชีวิตน่ะ
เราต้องรู้เข้าใจ
. . .
ความรู้ความเข้าใจเป็นสิ่งที่สำคัญ
ความรู้ความเข้าใจนี่
เค้าเรียกว่า ไม่ใช่ความจำ
มันเป็นความรู้ความเข้าใจ
ความเข้าใจนี้ มันจะไม่ลืม
เห็นด้วยมั้ย
ถ้าความจำมันจะลืม
ถ้าเรารู้เข้าใจแล้ว
มันจะเข้าสู่ระบบความคิด คำพูด การกระทำ กิริยามารยาท
ความรู้ความเข้าใจ
มันจะเป็นการพัฒนาใจพัฒนาวัตถุไปพร้อมๆ กันอย่างมีความสุขน่ะ
พระนิพพาน คือความสุขนะ
พระนิพพาน คือ ความสุข
ประเทศไทยนี้เมื่อก่อน เรียกว่า สยามเมืองยิ้มนะ
เดี๋ยวนี้ยิ้มไม่ออกแล้วสู้สิงคโปร์ไม่ได้แล้ว
เราต้องรู้เข้าใจ
ถ้าไม่รู้ไม่เข้าใจ
เราจะไปคิดให้ตัวเองเป็นทุกข์น่ะ
เราต้องรู้จักปัญหา ปัญหาหรือปัญญา
. . . .
ความรู้ความเข้าใจ
ผู้มีปัญญามากๆ ต้องสงบมากๆ อย่างนี้นะ
ผู้มีความสงบมาก ต้องเสียสละมากๆ อย่างนี้
เพื่อจะเข้าถึงความพอเพียงเพียงพอ เข้าถึงความพอดี
เราต้องรู้เข้าใจ
ถ้าเรารวย…เราก็แก้ปัญหาไม่ได้
ถ้าเรามีอำนาจมาก…ก็แก้ปัญหาไม่ได้
ผู้มีปัญญามากๆ ก็ต้องสงบมากๆ ถึงแก้ปัญหาได้
ผู้มีความสงบมากๆ ต้องเสียสละมากๆ น่ะ
ถ้าเราไม่เสียสละมากก็เป็นเพียงสมาธิเป็นเพียงสมาบัติ
เราต้องรู้เข้าใจ
เราจะได้มีความสุขในการทำหน้าที่
มีความสุขในการทำงาน
โยมมาถามหลวงพ่อว่า
มีปัญญามาก ทำไมไม่มีความสงบ
ความสงบมันต้องเกิดจากความรู้ความเข้าใจนี้นะ
เรารู้เข้าใจ เราก็มีความสุขในการทำหน้าที่
มนุษย์เราถ้ามีความสุข
มันก็จะมีความสงบ มันคืออันเดียวกัน
ถ้าเราอยากมีความสงบก็ต้องมีความสุขในการทำหน้าที่
มันดีนะ รวยด้วย จิตใจมีนิพพานด้วย
หัวใจเราจะได้มีรอยยิ้ม
หัวใจจะได้เป็นสยามนะ
. . .
เราต้องรู้เข้าใจนะ
พวกเด็กๆ ต้องมีความสุขในการทำงานอย่างนี้
มีความสุขในการทำงานอย่างนี้ มันรวยอีกด้วย
มีความสุขในการทำงานทุกคนก็รักเรานะ
เห็นด้วยมั้ยๆ
เราต้องเข้าใจอย่างนี้
อย่างเราทำสมาธิน่ะ
เรามีความสุขกับการหายใจเข้า
มันก็สุขอยู่แล้วจะไปเอาอะไรอีก
โรคประสาทยังไม่พอหรือยังไง
ท่านอาจารย์ชาที่ไปประเทศอังกฤษ
คนอังกฤษถามว่า
การเป็นพระอรหันต์ กับเป็นพระพุทธเจ้า
รู้ว่าพระพุทธเจ้าดีแต่การทำความเพียรนั้นต้องใช้ระยะนานน่ะ
หลวงพ่อชาว่าอันไหนดีน่ะ
ท่านอาจารย์ชาพูดว่า
อย่าไปเป็นอะไรเลย
ถ้าอยากมันเป็นทุกข์ทั้งนั้นน่ะ
เราต้องรู้เข้าใจน่ะ
เรามีความสุขอยู่แล้ว เราจะไปเอาอะไรอีก
มันต้องรู้จักอิ่ม รู้จักเต็ม รู้จักพอน่ะ
พระพุทธเจ้าตรัสว่า
พระนิพพานมันอยู่ปัจจุบันนะ
ไม่ได้อยู่ที่อนาคตกาลเบื้องหน้าโน้นเทอญนะ
เราต้องรู้จักพอ
เราต้องรู้เข้าใจ
เพราะอดีตก็มารวมกันอยู่ที่ปัจจุบันแล้ว
อนาคตข้างหน้าก็อยู่ปัจจุบันนี้เอง
เราจะเอาอนาคตได้ยังไง
เดี๋ยวมันไม่อิ่ม ไม่เต็มนะ
ที่พระพุทธเจ้าส่งพระอรหันต์ขีณาสพไปเผยแผ่
เมื่อพรรษาต้นๆ น่ะ
ท่านไปบอกประชาชนให้รู้อริยสัจ ๔
อย่าหาเรื่องหาเราให้กับตัวเอง
ไปบอกให้มีความสุขในการทำหน้าที่น่ะ
มีความสุขในการเสียสละ
มีความสุขในการเป็นผู้ให้นะ
เราต้องรู้เข้าใจ
ความสุขมันอยู่ที่มีสติมีสัมปชัญญะ
นักวิทยาศาสตร์ต้องรู้เข้าใจนะ
ผู้มีปัญญามากก็ต้องสงบมากๆ
ผู้ถือศาสนาทั้งหลายต้องรู้เข้าใจน่ะ
ว่าเราต้องมาเสียสละ
ถ้าไม่เสียสละพวกมาบวชมาไม่กี่ปีก็ขี้เกียจขี้คร้าน
เป็นแต่ผู้เอา เป็นแต่ผู้รับประเคนอย่างเดียว
พระพุทธเจ้าถึงไม่ให้พระนอนกลางวันนะ
ถ้าจะพักผ่อนให้พระนั่งสมาธิเอา
กลัวพระจะขี้เกียจขี้คร้าน
มีแต่พระป่วยถึงนอนกลางวันน่ะ
หลวงพ่อยังบอกพระเรื่อยเลย
มาบวชหลายวัน เดี๋ยวมันจะขี้เกียจนะ
หลวงปู่มั่นถึงพาพระให้นอนสี่ทุ่มตื่นตีสองนะ
มนุษย์เราถ้ามีความสุข
ในการพัฒนาใจพัฒนาวิทยาศาสตร์
มันก็มีความสุขอยู่แล้ว
การพักผ่อนมันอยู่ในตัว
เรามีความสุขในการทำงาน ในการทำหน้าที่น่ะ
เค้าเรียกว่า มันจะได้มาซึ่งออกซิเจนนะ
มันดีมากเลยนะ
การปล่อยวาง สิ่งต่างๆ
มันคือ ปล่อยวางของเสียนะ
ถ้าอากงอาม่ามีความสุขในปัจจุบันนี่อากงอาม่าจะหนุ่มขึ้นอีกหลายปี
ใจดีใจสบายทำอาหารก็อร่อยนะ
ใจไม่สบายดีไม่สบาย
บ่นให้ลูกให้หลานยิ่งกว่าพระสวดมนต์นะ
เห็นด้วยมั้ย
หลวงพ่อพูดอย่างนี้ ทุกคนฟังแล้วสบายใจมั้ย
เรามีความสุขในการประพฤติปฏิบัติด้วยตัวของเราเอง
เพราะไม่มีใครประพฤติปฏิบัติให้เรา
หลวงพ่อพูดนี้ พอหายท้องอืดหรือยังนี่
นั่งสมาธินี้นะ หายใจเข้าให้มีความสุขนะ
หายใจออกให้มีความสุขอย่างนี้
เราทำอย่างนี้มันก็เป็นพระนิพพาน
ยังจะไปเอาอะไรอีก
เอามากกว่านี้ มันจะได้โรคประสาทนะ
เห็นด้วยมั้ย
จะมาเอาความสงบ
ถ้าเรามีความสุขในการทำหน้าที่
มันก็เป็นพระนิพพาน เป็นความสงบอยู่แล้ว
ต้องเข้าใจนะ
ถ้าไม่เข้าใจจะเหมือนเจ้าหัวล้านนั่นน่ะ
ดำน้ำครั้งที่ ๑ ผมขึ้นเยอะเลย
ดำน้ำครั้งที่ ๒ ผมขึ้นมากเลย
ดำน้ำครั้งที่ ๓ ผมอย่างสวยสดงดงามเลย
อยากให้มันสวยกว่านี้อีก
ดำน้ำครั้งที่ ๔ ผมหายเลย
ปัจจุบันถึงเป็นความดับทุกข์น่ะ
เราอย่าไปเอาความดับทุกข์อยู่ในอนาคตกาลเบื้องหน้าโน้นเทอญนะ
ถ้าอย่างนั้นจะอยู่กับความฟุ้งซ่าน แย่เลยเสียหาย
เรายกเลิกตัวตน
เราก็ยกเลิกการทะเลาะกันอีกด้วยนะ
ตัวตนน่ะสองคนก็ทะเลาะกันนะ
. . . .
อากงอาม่าไม่อยากแก่ก็ต้องแก่
ทุกคนต้องทำหน้าที่ของตัวเอง
ให้เข้าใจนะ
เราต้องรู้ปัญหานะ
เพียงแต่เรายกเลิกตัวตนนี้
ปัญหามันจะหยุดลงนะ
ความรู้ความเข้าใจ
มันจะไม่ไปตามผัสสะ จะไม่ไปตามสิ่งแวดล้อม
จะจบลงที่ปัจจุบันอย่างที่มีความสุขน่ะ
เราไปคิดดูว่า เราทำงานน่ะมีความสุข
เราทดลองดูก็ได้ว่า ทำไมมันถึงดีแท้
ตัวตนมันยิ่งกว่ายาเสพติดเสียอีกนะ
เรายกเลิกสิ่งเสพติด คือ ตัวตนนะ
. . .
โยม : หลวงพ่อจะแนะนำอะไรสำหรับการปฎิบัติค่ะ
หลวงพ่อ : ความรู้ความเข้าใจนี้น่ะ
คนเรานี้น่ะคนเก่งคนฉลาดมีมาก
แต่ว่ามันขาดการปฎิบัติติดต่อต่อเนื่องนะ
คนมีปัญญามาก เอาอะไรมัดหัว หัวจะระเบิดน่ะ
แต่ขาดการปฎิบัติติดต่อต่อเนื่องนะ
ความรู้กับการปฎิบัติมันแยกจากกันไม่ได้
คนดีก็มีมาก แต่ว่าการปฏิบัติมันไม่ติดต่อต่อเนื่อง
เราต้องรู้เข้าใจปัญหา มันจะได้เป็นปัญญา
เมื่อเรามีปัญญาแล้ว เราต้องมีความสงบน่ะ
มีความสุขในการเสียสละ
เพราะว่าไม่มีใครมาปฏิบัติให้เราได้นะ
เราฟุ้งซ่านไปหลายประเทศแล้วนะหลวงพ่อว่า
เราเอาสัญชาตญาณที่เป็นตัวเป็นตน
เดี๋ยวมันจะเป็นอีผีบ้านะ
อีผีบ้ามันจะไลน์โทรศัพท์หาผู้ชายต่างประเทศนะ
เห็นด้วยมั้ย
เราต้องรู้เข้าใจ
รถยี่ห้อดีต้องมีเบรคดีนะ
เครื่องบินดีๆ ต้องมีเบรคดีๆ
เห็นด้วยมั้ย
เรามีความสุข
ถ้าเรามีความสุข มันถึงความสงบ
เราทุกข์จะมีความสงบได้ยังไง
นิพพานเป็นชื่อของความสุขนะ
สยามเมืองยิ้ม หัวใจมันต้องยิ้มนะ
เราต้องรู้เข้าใจนะ รู้จักปัญหานะ
เราไปแก้ปลายเหตุมันแก้ไม่ได้
ลูกหลานพุทธะต้องรู้นะ
ปัญหาที่ไหน เป็นปัญญาต้องรู้
ทุกคนก็ว่าปัญหามีเยอะน่ะ
หลวงพ่อบอกว่า ปัญหา คือปัญญา เราต้องรู้เข้าใจ
ต้องเข้าใจนะ
. . .
เราต้องรู้เข้าใจ
เราจะได้มีความสุขที่สุดในโลกเลยนะ
ประเทศเกาหลีก็อยากประชาสัมพันธ์ว่า
ใครอยากสวยอยากหล่อต้องไปประเทศเค้า
หลวงพ่อว่า
สวยหรือหล่อ ถ้าไม่รู้ไม่เข้าใจ
มันก็คงไม่มีความสุขหรอก
ความสุขอยู่ที่เราทำหน้าที่ของเราที่ดีๆ
ให้มีความสุขนะ
-----------------
หลวงพ่อกัณหา สุขกาโม
วันอาทิตย์ที่ ๒๕ มกราคม ๒๕๖๙
ธรรมะ@กุฏิหลวงพ่อ
