๓๐ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๖๙

พสกนิกรชาวไทยและชาวต่างประเทศได้มาร่วมรวมกันประพฤติปฏิบัติธรรมเพื่อน้อมถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ด้วยความโทมนัสและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ที่พระองค์ได้ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทยและชาวโลกตลอดระยะเวลาที่ยาวนาน พระองค์ทรงเป็นดั่งแม่แห่งแผ่นดิน ผู้ทรงเปี่ยมด้วยพระเมตตาและพระปรีชาสามารถ ทรงอุทิศพระวรกาย พระสติปัญญา และพระราชหฤทัยในการบำเพ็ญพระราชกรณียกิจนานัปการ เคียงคู่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เพื่อธำรงไว้ซึ่งความผาสุกและความมั่นคงแห่งชาติไทย เราประชาชนชาวไทยต้องร่วมใจสมัครสมานสามัคคีทำความดีที่ประกอบด้วยปัญญา เพื่ออุทิศบุญกุศลน้อมเกล้าถวาย เพื่อเสด็จสู่สวรรคาลัย เข้าสู่สวรรค์มรรคผลพระนิพพาน

 

วันนี้เป็นวันศุกร์ที่ ๓๐ เดือนมกราคม พุทธศักราช ๒๕๖๙

 

ความรู้เป็นคู่กับการประพฤติกับการปฏิบัติ ความรู้ความเข้าใจเป็นปัญญาสัมมาทิฏฐิที่มีความเห็นถูกต้อง รู้ทุกข์ รู้เหตุเกิดทุกข์ รู้ข้อปฏิบัติถึงความดับทุกข์

 

การดำเนินชีวิตต้องเดินทางสายกลางระหว่างวัตถุกับจิตใจต้องเดินทางไปพร้อม ๆ กัน เพื่อความสมดุลระหว่างวัตถุกับจิตใจไปพร้อม ๆ กัน

 

ธรรมะคือหน้าที่ หน้าที่คือธรรมะ เพื่อเป็นทางสายกลางระหว่างวัตถุกับจิตใจ เพื่อเป็นหลักการของการประพฤติการปฏิบัติ เพื่อจะไม่ได้ไปตามผัสสะ ไม่ได้ไปตามสิ่งแวดล้อม เพื่อไม่ให้ธาตุไม่ให้ขันธ์ไม่ให้อายตนะมาครอบงำสติปัญญา ความรู้ถึงต้องคู่กับการประพฤติการปฏิบัติในปัจจุบัน

 

ความรู้ก้าวไปคู่กับการประพฤติการปฏิบัติในปัจจุบัน เพราะเหตุผลว่าอดีตก็มารวมกันอยู่ที่ปัจจุบันแล้ว อนาคตที่จะไปข้างหน้าก็อยู่ที่ปัจจุบันนี้เอง ปัจจุบันนี้การประพฤติการปฏิบัติถึงต้องปฏิบัติที่ปัจจุบัน เอาความรู้กับการประพฤติการปฏิบัติเดินไปพร้อม ๆ กัน ให้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน รู้ธรรมะ เอาพระธรรมเอาพระวินัยมาใช้มาประพฤติมาปฏิบัติ

 

อันหนึ่งธรรมะอันหนึ่งพระวินัย ให้พวกพากันเข้าใจ พระธรรมพระวินัยต้องเดินทางไปพร้อม ๆ กัน

 

ความสุขที่เกิดจากความรู้ความเข้าใจในพระธรรมพระวินัย เอาพระธรรมพระวินัยมาใช้มาประพฤติมาปฏิบัติ การให้ทานรักษาศีล ทำสมาธิ เจริญปัญญา ก็จะเป็นพระนิพพานในปัจจุบัน เป็นพระนิพพานสำหรับเสขบุคคล เอาความรู้เอาพระวินัยมาใช้มาปฏิบัติ เป็นการอบรมบ่มอินทรีย์เพื่อให้ปัญญาและความดีได้ก้าวไปพร้อม ๆ กัน

 

เรามีความรู้ความเข้าใจ มีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติ เรารู้เราเข้าใจ เรามีความสุขแล้วเราต้องเสียสละ เรามีความสงบแล้วเราต้องเสียสละ ถ้าเราไม่เสียสละความสุขนั้นความสงบนั้นก็จะเป็นทิฏฐิมานะ ก็จะเป็นอัตตาตัวตน

 

เราต้องมาเข้าใจในเรื่องของความสุข เรามาเข้าใจเรื่องความทุกข์ ความสุขความทุกข์เราต้องพากันรู้พากันเข้าใจ เราจะได้ผ่านความสุขความทุกข์ด้วยความรู้ความเข้าใจ สุขเราก็รู้จัก ทุกข์เราก็รู้จัก ไม่สุขไม่ทุกข์เราก็ต้องรู้จัก

 

ความสุขนั้นถ้าเราไม่รู้ไม่เข้าใจ ความสุขนั้นก็จะเปลี่ยนเป็นความทุกข์ เพราะความสุขนั้นเป็นนิติบุคคลตัวตน ตัวตนนั้นคือความทุกข์ มีแต่ทุกข์เกิดขึ้น ทุกข์ตั้งอยู่ ทุกข์ดับไป นอกจากทุกข์ไม่มีเลย

 

ความทุกข์ถ้าเรารู้เราเข้าใจ ความทุกข์นั้นก็จะเปลี่ยนแปลงจากความทุกข์ไปเป็นความสุข เปลี่ยนจากปัญหามาเป็นปัญญา

 

ความรู้ความเข้าใจในเรื่องอริยสัจ ๔ คือรู้ทุกข์ เหตุเกิดทุกข์ ข้อปฏิบัติถึงความดับทุกข์ มีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติอยู่ที่ปัจจุบันด้วยความรู้ความเข้าใจ เอาพระธรรมเอาพระวินัยนำชีวิต เป็นความรู้คู่กับการประพฤติการปฏิบัติ เป็นความสุขเป็นพระนิพพานในปัจจุบัน เป็นพื้นเป็นฐานของอนาคต

 

ความรู้กับการปฏิบัติในปัจจุบันถึงจะแก้ปัญหาได้จากปัญหามาเป็นปัญญา จากปัญญมาเป็นความสงบ จากความสงบมาเสียสละ

 

เรารู้เข้าใจในเรื่องเหตุปัจจัยของกระบวนการกระแสของปฏิจจสมุปบาท ในเรื่องความทุกข์ เหตุเกิดทุกข์ ข้อปฏิบัติให้ถึงความดับทุกข์

 

 เรามีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติ ชีวิตของเราก็จะเป็นพระนิพพานในปัจจุบันเป็นขณะ ๆ

 

ให้เราทุกคนพากันรู้พากันเข้าใจว่าพระนิพพานต้องอยู่ที่ปัจจุบัน เพราะปัจจุบันเป็นพื้นเป็นฐานของอนาคต ปัจจุบันเราต้องรู้เข้าใจ มีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติ เพื่อให้ทานศีลสมาธิปัญญาเป็นพระนิพพาน เป็นความรู้ความเข้าใจที่มีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติ เป็นการทำความดีเพื่อความดี เพราะทำความดีมันก็เป็นความดีอยู่แล้ว เป็นการให้ทาน เพื่อหยุดสัญชาตญาณที่เป็นนิติบุคคลตัวตน ที่มันยึดมั่นถือมั่น ไม่อยากเสียสละ

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านพาเรามาเป็นผู้ให้มาเป็นผู้เสียสละ มีความสุขในการเสียสละ มามีความสุขในการรักษาศีล เพราะศีลนั้นหยุดสัญชาตญาณ หยุดนิติบุคคลตัวตน เพื่อหยุดเพื่อยกเลิกความยึดมั่นถือมั่นที่เป็นสัญชาตญาณที่เป็นนิติบุคคลตัวตน มาเจริญสมาธิภาวนา ให้มีความสุขในการเจริญสมาธิภาวนาเพื่อหยุดสัญชาตญาณ ความรู้ความเข้าใจที่เป็นปัญญาสัมมาทิฏฐิอย่างนี้ เป็นการอบรมบ่มอินทรีย์เอาความดีและปัญญาก้าวไปพร้อม ๆ กัน ปัญญาสัมมาทิฏฐิคู่กับการประพฤติการปฏิบัตินี้ การประพฤติการปฏิบัติของเราก็จะเข้าถึงพระนิพพานในปัจจุบัน

 

มีผู้ไม่รู้ไม่เข้าใจในเรื่องเหตุเรื่องปัจจัย ไปทูลถามองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าว่า ตายแล้วไปเกิดอีกหรือว่าตายแล้วไม่ได้เกิด องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านเมตตาตรัสว่า เรื่องตายแล้วเกิดหรือว่าตายแล้วสูญนี้ขึ้นอยู่ที่เหตุ ขึ้นอยู่ที่ปัจจัย ขึ้นอยู่ที่เงื่อนไข ท่านแนะแนวหลักการของการประพฤติการปฏิบัติ ให้เอาปัจจุบันนี้ เพราะอดีตก็มารวมกันอยู่ที่ปัจจุบัน อนาคตที่จะไปข้าหน้าก็อยู่ที่ปัจจุบันนี้เอง ให้มีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติในปัจจุบัน เพราะความสุขกับความสงบมันอันเดียวกัน เราต้องรู้อริยสัจ ๔ รู้ทุกข์ รู้เหตุเกิดทุกข์ รู้ข้อปฏิบัติถึงความดับทุกข์ เราจะได้มีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติ เราจะได้ดับไม่เหลือทั้งกายวาจากิริยามารยาทอาชีพมารวมลงที่ใจ ยกเลิกตัวยกเลิกตนด้วยทานศีลสมาธิภาวนา

 

ให้พัฒนาใจพัฒนาวิทยาศาสตร์เป็นทางสายกลางไปพร้อม ๆ กัน ยกเลิกความอยากความไม่อยาก ก้าวไปด้วยความรู้ความเข้าใจ ผู้มีปัญญามาก ๆ ก็ต้องสงบมาก ๆ เพื่อเข้าถึงความพอเพียงเพียงพอ เข้าถึงความพอดี ผู้มีความสงบมาก ๆ มีความสุขมาก  ๆก็ต้องเสียสละมาก ๆ เพื่อเข้าถึงความพอเพียงเพียงพอ เข้าถึงความพอดี องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านตรัสว่าให้เรารู้จักอริยสัจ ๔ อย่างนี้

 

เราต้องรู้เราต้องเข้าใจในเรื่องทุกข์ เรื่องเหตุเกิดทุกข์ เรื่องข้อปฏิบัติให้ถึงความดับทุกข์ เราต้องมีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติในปัจจุบัน เพราะความสุขกับความสงบมันคืออันหนึ่งอันเดียวกัน ถ้าเรามีความสุขเราก็มีความสงบ ถ้าเรามีความสงบเราก็มีความสุข ความรู้ความเข้าใจนี้มันจะเป็นพระนิพพานคู่กับการประพฤติการปฏิบัติ ที่มันมีปัญหามันก็จะมีปัญญา มีปัญญาก็จะเป็นความสงบ มีความสงบก็เสียสละ เป็นอริยมรรคทั้งกายวาจากิริยามารยาทอาชีพรวมลงที่ใจ ใจที่รู้เข้าใจ ใจที่รู้เข้าใจนั้นถึงเป็นความรู้ความเข้าใจ ไม่ใช่ความจำ ถ้าความจำแล้วไม่กี่วันกี่เดือนกี่ปีความจำนั้นก็จะหลงจะลืม

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้รู้ให้เข้าใจ ไม่ต้องไปสนใจเรื่องตายแล้วเกิดหรือว่าตายแล้วสูญ ให้ปฏิบัติในปัจจุบันนี้ให้มีความสุข ธรรมะคือหน้าที่ หน้าที่คือธรรมะ เราต้องมีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติ เพราะนี้มันเป็นหน้าที่ของเราทุก ๆ คน ไม่มีใครประพฤติไม่มีใครปฏิบัติให้กันและกันได้ เป็นความรู้ความเข้าใจแล้วก็มีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติในการทำหน้าที่ เราทุกคนต้องพากันประพฤติพากันปฏิบัติเอาเอง

 

วันหนึ่งคืนหนึ่งพากันนอนพากันพักผ่อนวันละ ๖ ชั่วโมง วันหนึ่งคืนหนึ่งมันมีอยู่ ๒๔ ชั่วโมง เรานอนพักผ่อน ให้มีความสุขในการนอนพักผ่อนวันละ ๖ ชั่วโมง การนอนการพักผ่อนที่เป็นความสุขที่ยกเลิกตัวตน ไม่มีปริโพธกังวลในเรื่องอดีตอนาคต ปัจจุบันเราก็ยกเลิกตัวตน พากันนอนพากันพักผ่อนวันละ ๖ ชั่วโมง อีก ๑๘ ชั่วโมง เอาไปมีความสุขในการทำหน้าที่ หน้าที่ทั้งกายวาจากิริยามารยาทอาชีพ มีความสุขในการทำหน้าที่ มีความสุขในการเสียสละ ละทิฏฐิมานะ ละอัตตาตัวตน องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เราละทิฏฐิมานะอัตตาตัวตน เพราะทิฏฐิมานะอัตตาตัวตนมันมีแต่ทุกข์เกิดขึ้น ทุกข์ตั้งอยู่ทุกข์ดับไป นอกจากทุกข์ไม่มี ที่ว่ามานะ ๙ เราอย่าเอาทิฏฐิมานะนำ เราต้องยกเลิกทิฏฐิยกเลิกมานะอัตตาตัวตน

 

มนุษย์เราถึงต้องพากันรู้พากันเข้าใจ จะได้มีความสุขในการทำหน้าที่จากปัญญาสัมมาทิฏฐิ เพื่อไม่ให้ธาตุให้ขันธ์อายตนะที่เป็นสัญชาตญาณที่มีความยึดมั่นถือมั่นที่เป็นนิติบุคคลตัวตนครอบงำจิตใจของเรา ครอบงำสติปัญญาของเรา

 

สมมติสัจจะทั้งหลายมีหลายล้านสมมติ ถึงจะเป็นสมมติสัจจะอยู่ก็จริง เราต้องรู้เข้าใจ เพราะสมมติสัจจะนั้นเป็นสิ่งที่สำคัญ เราต้องรู้เข้าใจ เพื่อจะเอาสมมตินั้นมาใช้มาประพฤติมาปฏิบัติ เราต้องรู้ต้องเข้าใจ เราจะเดินทางไกลเราต้องมียาน ยานพาหนะในการเดินทาง ทางบนบกก็ต้องอาศัยรถในการเดินทาง ทางอากาศเราก็ต้องอาศัยเครื่องบินในการเดินทาง ทางน้ำทางทะเลเราก็ต้องอาศัยเรือขนาดใหญ่ในการเดินทาง

 

การเดินทางเราต้องรู้ต้องเข้าใจนะ คำว่าเดินนี้ไม่ได้หยุดนะ คือเดินนะ คือหยุดนั้นคือไม่ได้เดิน เดินนั้นคือไม่ได้หยุด เสขบุคคล บุคคลที่จะพึงประพฤติพึงปฏิบัติต้องอาศัยสมมติสัจจะเพื่อเอามาใช้เอามาปฏิบัติในการเดินทาง กายวาจากิริยามารยาทอาชีพ เราทุกคนต้องมีปัญญาสัมมาทิฏฐิ มีความเห็นถูกต้อง เข้าใจถูกต้อง แล้วปฏิบัติให้ถูกต้อง เพื่อเอาสมมติสัจจะมาใช้มาประพฤติปฏิบัติที่ปัจจุบัน เพราะปัจจุบันเป็นพื้นเป็นฐานของอนาคต ผู้มีปัญญามาก ๆ ก็ต้องปฏิบัติมาก ๆ ให้ปัญญากับการปฏิบัติมันเสมอกันไปควบคู่กันไป สมาธิกับปัญญาต้องเดินทางไปพร้อม ๆ กัน ถึงจะพร้อมด้วยความรู้คู่กับการประพฤติการปฏิบัติ เพราะสมมติสัจจะเป็นความรู้ความเข้าใจต้องเอามาประพฤติปฏิบัติควบคู่กันไปในปัจจุบัน เพื่อหยุดสัญชาตญาณหรือว่าหยุดทำอะไรตามใจตามอัธยาศัย

 

สมมติสัจจะทั้งหลายนี้ให้เรารู้ให้เข้าใจ พระธรรมพระวินัย เพื่อหยุดทำอะไรตามใจตามอัธยาศัยมีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติ เพื่อให้เราทุกคนหยุดทำอะไรตามใจตามอัธยาศัย ยกเลิกข้อแม้ใด ๆ ทั้งสิ้น ไม่มีข้อแม้ใด ๆ ทั้งสิ้น เข้าถึงความพอเพียงเพียงพอ เข้าถึงความพอดี เข้าถึงใจดีใจสบายในปัจจุบัน

 

วันจันทร์อังคารพุธพฤหัสศุกร์เป็นวันที่มีความสุขในการทำงานทำหน้าที่ที่เป็นทานศีลสมาธิภาวนา เพื่อให้ปฏิปทาที่มีความสุขติดต่อต่อเนื่องด้วยความรู้ความเข้าใจ การประพฤติการปฏิบัตินี้ให้เรารู้เข้าใจ เป็นการชิงแชมป์ของอวิชชาและปัญญานะ การชิงแชมป์นั้นอยู่ที่ปัจจุบันนะ ปัจจุบันนี้แหละเราถึงพร้อมด้วยความตั้งใจตั้งเจตนา มีความสุขที่สุดในโลกในการประพฤติการปฏิบัติ ต้องมีพลังทางกายวาจากิริยามารยาทพลังทางกายด้วยความรู้ความเข้าใจ

 

เราทุกคนต้องรู้ต้องก้าวไป อย่าให้โลกธรรมครอบงำเรา อย่าให้ธาตุทั้ง ๔ ขันธ์ทั้ง ๕ อายตนะ ๑๒ ครอบงำใจครอบงำสติปัญญาของเรา เราอย่าไปจมอยู่ หลงอยู่ หมกมุ่นอยู่ เราต้องรู้เราต้องเข้าใจ เข้าใจเรื่องผิดเรื่องถูก เรื่องดีเรื่องชั่ว เรื่องไม่ผิดไม่ถูกไม่ดีไม่ชั่ว เราต้องรู้ในปัจจุบัน อย่าให้ธาตุให้ขันธ์ให้อายตนะ สิ่งที่ผัสสะทั้งหลายมาครอบงำใจของเรา มาครอบงำสติปัญญาของเรา เรามีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติยกเลิกตัวตน ไม่ให้โลกธรรมครอบงำเรา ชีวิตของเราก็จะได้มีออกซิเจน ชีวิตของเราก็จะได้ปล่อยวางของเสียปล่อยวางคาร์บอนไดออกไซด์ ปล่อยวางสิ่งที่เป็นปฏิกูลออกไปจากกายวาจากิริยามารยาทอาชีพรวมทั้งใจที่มีเป็นผู้รู้ผู้ตื่นผู้เบิกบานด้วยธรรม เป็นทางสายกลางระหว่างวัตถุที่อาศัยหลักการพัฒนาด้วยปัญญาประดิษฐ์ที่ยกเลิกตัวยกเลิกตน และพัฒนาจิตใจเมื่อมีความสุขที่ต้องมาเสียสละ มีความสงบที่ต้องมาเสียสละ ก้าวไปด้วยความรู้ความเข้าใจ ที่เป็นเสขบุคคล บุคคลที่รู้เข้าใจมีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติ

 

ในชีวิตของเรา เราทุกคนพากันประพฤติปฏิบัติให้เต็มที่ อย่าไปลูบคลำในศีลในพรตในข้อวัตรข้อปฏิบัติ เอาพระธรรมพระวินัยมาใช้มาประพฤติมาปฏิบัติให้เต็มที่ เพื่อหยุดสัญชาตญาณ เราอย่าพากันมาทำอะไรตามใจตามอารมณ์ตามความรู้สึกที่เป็นสัญชาตญาณเป็นนิติบุคคลตัวตน ต้องยกเลิกความไม่ถูกต้อง ความถูกต้องมันคือความเสียหาย มันเป็นการพังทลายอย่างเดียวเช่นเดียวกันกับตึก สตง.สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินของเมืองไทยประเทศไทย เราต้องรู้เข้าใจ เราจะไม่ได้ลูบคลำในศีลในข้อวัตรข้อปฏิบัติ พระธรรมพระวินัยข้อวัตรกิจวัตรเป็นหลักการอุดมการณ์อุดมธรรมเพื่อยกเลิกตัวตน องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เราเอามาใช้เอามาประพฤติเอามาปฏิบัติ

 

อานาปานสตินั้นเป็นหลักการอย่างดีในการประพฤติการปฏิบัติ อานาปานสติได้แก่ลมหายใจเข้า ลมหายใจออก เป็นคู่ชีวิต เป็นกัลยาณมิตรของกายและใจ ตั้งแต่วันเกิดจนหมดอายุขัย องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เราเอามาใช้เอามาประพฤติปฏิบัติ เพื่อเจริญสติสัมปชัญญะ ให้เรารู้ให้เข้าใจ ความสงบมันก็เกิดจากเหตุเกิดจากปัจจัย ความไม่สงบมันก็เกิดจากเหตุเกิดจากปัจจัย ความรู้ถึงเป็นคู่กับการประพฤติการปฏิบัติ ความรู้ถ้าไม่ปฏิบัตินั้นมันไม่ได้ เพราะ ๒ อย่างนี้เป็นเพื่อนกันเป็นเกลอกันต้องไปด้วยกัน ด้วยเหตุนี้เราต้องสร้างเหตุสร้างปัจจัย เพื่อให้มีสติมีสัมปชัญญะ

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เราใช้อานาปานสติเป็นสมถะกรรมฐาน ให้ใช้อานาปานสติเป็นวิปัสสนากรรมฐาน หายใจเข้าหายใจออกให้มีความสุข เราหายใจเข้ามีความสุข หายใจออกมีความสุขมันก็มีความสุขอยู่แล้ว เราต้องรู้เข้าใจ เหตุมันเป็นอย่างไรผลมันก็เป็นอย่างนั้น ถ้าเราหายใจเข้ามีความสุข หายใจออกมีความสุขมันก็มีความสุขอยู่แล้ว เมื่อมีความสุขก็อย่าไปหลงอยู่ในความสุข เดี๋ยวความสุขนั้นก็จะเป็นนิติบุคคลตัวตน

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เรารู้เข้าใจว่า ลมหายใจนี้มันก็ไม่แน่ไม่เที่ยงนะ เป็นอาคันตุกะที่สัญจรไปมาชั่วครู่ชั่วยาม เพราะเหตุผลว่านี้ไม่ใช่ตัวไม่ใช่ตน มันเป็นเหตุเป็นปัจจัยที่เกิดขึ้นตั้งอยู่ดับไป อานาปานสตินี้ให้ผู้ปฏิบัติธรรมทั้งหลายรู้เข้าใจนะ ไม่ใช่เอาไปใช้เฉพาะตอนนั่งสมาธิ ถ้าให้ดีที่สุดให้เข้าไปใช้ได้ทุกอิริยาบถนั้นดี เพราะอันหนึ่งก็ความสงบ อันหนึ่งก็ปัญญา เพื่อเป็นหลักการของการประพฤติการปฏิบัติ

 

วันเสาร์วันอาทิตย์เป็นวันหยุดทำธุรกิจหน้าที่การงาน ให้เป็นเน้นเรื่องจิตเรื่องใจ ไปถือศีลประพฤติปฏิบัติธรรม ถือเนกขัมมะ ถือศีล ๘ ศีลอุโบสถ เพื่อการประพฤติการปฏิบัติจะได้ติดต่อต่อเนื่องกันเป็นเวลา ๒ วัน ๒ คืน ๔๘ ชั่วโมง

 

การทำอะไรติดต่อต่อเนื่องด้วยเหตุด้วยปัจจัย ๓ อาทิตย์ขึ้นไปการกระทำนั้น ๆ ถึงจะได้ผลถึงจะเห็นผล ตามหลักเหตุผลตามหลักวิทยาศาสตร์ทั้งทางวัตถุทั้งทางจิตใจ เพราะการกระทำอะไรติดต่อต่อเนื่องมันจะเป็นชิฟเป็นเมมโมรี่ฝังอยู่ในธาตุในขันธ์ในอายตนะที่เป็นปฏิปทาที่มีความติดต่อต่อเนื่อง ทานศีลสมาธิภาวนา ได้เกิดติดต่อต่อเนื่อง เป็นกระบวนการเป็นกระแสของปฏิจจสมุปบาท

 

วันเสาร์วันอาทิตย์ถึงเป็นวันหยุดทำธุรกิจหน้าที่การงาน เป็นหลักการของการประพฤติการปฏิบัติที่เป็นสากล ทุก ๆ คนที่อยู่ในโลกนี้ โลกกลม ๆ นี้หมุนรอบตัวเอง หมุนรอบดวงอาทิตย์ เป็นกลางวัน ๑๒ ชั่วโมง กลางคืน ๑๒ ชั่วโมง มีประชากรของโลกแปดพันกว่าล้านคน มีประเทศน้อยใหญ่อยู่ ๑๙๕ ประเทศ ใช้หลักการเดียวกันนี้ทั้งหมดเลย เป็นความรู้ความเข้าใจในเรื่องอริยสัจ ๔ เพราะความเกิดความแก่ความเจ็บความตายความพลัดพราก หนาวร้อนสุขทุกข์นี้เป็นสากล ทุกท่านทุกคนก็พากันปฏิบัติอย่างเดียวกัน เป็นพรหมจรรย์เบื้องต้น ท่ามกลาง สูงสุด

 

เราทุกคนพากันมารู้มาเข้าใจ เอาความรู้ความเข้าใจมาประพฤติมาปฏิบัติให้มีความสุข เพราะความสุขที่เกิดจากคามรู้ความเข้าใจจะเป็นความดีและปัญญา ก้าวไปด้วยปฏิปทาที่เป็นพระนิพพานชั่วขณะ และพระนิพพานยิ่ง ๆ ขึ้นไปจนกว่าพระนิพานนั้นจะสมบูรณ์

 

เราต้องรู้เข้าใจ มนุษย์สมบัติ สวรรค์สมบัติ พรหมสมบัติ พระนิพพานสมบัตินั้นเป็นความสากล เป็นสามัญลักษณะเสมอกัน ไม่มีใครยิ่งหย่อนไปมากกว่ากัน

 

มีผู้ไปทูลถามองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าว่า พระนิพพานมีเฉพาะศาสนาพุทธเท่านั้นหรือ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านตรัสว่า พระนิพพานเป็นความรู้ความเข้าใจในเรื่องทุกข์ เหตุเกิดทุกข์ ข้อปฏิบัติถึงความดับทุกข์ ไม่ใช่มีเฉพาะในพระพุทธศาสนา มีทุก ๆ พระศาสนา เพราะศาสนาเป็นเพียงชื่อ ศาสนานั้นเป็นรู้เรื่องอริยสัจสี่ รู้ทุกข์ รู้เหตุเกิดทุกข์ รู้ข้อปฏิบัติถึงความดับทุกข์ ศาสนานั้นมันคืออย่างเดียวกัน เช่นความแก่ความเจ็บความตายความพลัดพราก ความสุขความทุกข์มันก็เป็นเหมือนกันหมด ศาสนาคือความรู้ความเข้าใจแล้วก็มีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติ เพราะเหตุผลว่าเราต้องรู้ทุกข์ รู้เหตุเกิดทุกข์ รู้ข้อปฏิบัติให้ถึงความดับทุกข์ เราเอาปัญหามาเป็นปัญญา เอาปัญญามาเป็นความสงบ เอาความสงบมาเสียสละ ทุก ๆ ศาสนานั้นมีพระนิพาน ไม่มีใครยกเว้น ยกเว้นผู้ที่ตายแล้ว ตายแล้วคือเกษียณไปแล้ว ยกเว้นคนบ้า คนที่สมองเสียเพราะสมองพิกาลแล้ว เค้าถึงไม่เอาเรื่องกับคนบ้าคนสมองเสีย พระนิพพานนั้นมีอยู่ทุก ๆ ศาสนา เราต้องพากันรู้พากันเข้าใจ เราจะไม่ได้ทะเลาะกันเรื่องพระศาสนา

 

เราต้องรู้เข้าใจ ในเรื่องสมมติสัจจะ สมมติสัจจะนั้นมีไว้สำหรับทำหน้าที่ ชี้ให้เห็นเรื่องผิดเรื่องถูกเรื่องดีเรื่องชั่วเรื่องไม่ผิดไม่ถูกไม่ดีไม่ชั่วเราจะได้มีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติในปัจจุบัน ด้วยเหตุผลนี้ ผู้ที่มีความรู้มาก ๆ ก็ต้องปฏิบัติมาก ๆ เพราะความรู้กับการประพฤติการปฏิบัติมันต้องไปพร้อม ๆ กัน รู้แล้วไม่ประพฤติปฏิบัติมันก็พังทลายมันก็เสียหายอย่างเดียวเช่นเดียวกันกับตึก สตง. สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินของเมืองไทยประเทศไทย

 

เราต้องรู้เข้าใจ เราจะได้เอาสมมติสัจจะมาใช้มาประพฤติมาปฏิบัติอย่างมีความสุขเลย แต่ก่อนเราไม่รู้ไม่เข้าใจ เราไปคิดว่าอันนี้มันสมมติ ไม่ใช่วิมุติ เราเลยไม่ได้เอาสมมติมาใช้มาปฏิบัติ อันนี้เราเป็นคนมีทิฏฐิมานะ มีอัตตาตัวตนนะ ความไม่รู้ไม่เข้าใจนี้มันจะเป็นเพียงสมาธิเป็นเพียงสมาบัตินะ เดี๋ยวเราจะหลงในสมาธิในสมาบัติ เราจะเอาสมาธิสมาบัตินั้นมาเป็นพระนิพพาน ผู้มีความสุขมาก ๆ มีความสงบมาก ๆ ก็ต้องเสียสละ เรามองดูตัวอย่างแบบอย่างองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านทรงเสียสละบำเพ็ญพุทธบารมีหลายล้านชาติหลายล้านปีหลายอสงไขย ได้ตรัสรู้เป็นองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้วท่านก็ทรงเสียสละ พระองค์ทรงเสียสละตลอด ๒๔ ชั่วโมง เสียสละให้สรีระร่างกายบรรทมพักผ่อนวันละ ๔ ชั่วโมง เสียสละให้หมู่มวลมนุษย์เทพเทวามารพรหมสรรพสัตว์ทั้งหลายอย่างไม่มีที่สุดไม่มีประมาณ ๒๐ ชั่วโมงรวมกันเป็น ๒๔ ชั่วโมง เราต้องพากันรู้พากันเข้าใจเรื่องพระธรรมเรื่องพระวินัย ข้อวัตรกิจวัตร เพื่ออบรมบ่มอินทรีย์ เพื่อความดีและปัญญาจะได้ก้าวไปอย่างมีความสุขที่เป็นพระนิพพานในปัจจุบัน

 

เราต้องรู้เข้าใจพระนิพพาน พระนิพพานนั้นเป็นสติเป็นสัมปชัญญะ เป็นธรรมะที่มีคุณมีประโยชน์มีอุปการะมาก เป็นพระธรรมเป็นพระวินัยให้เรารู้ให้เข้าใจ มีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติ เพื่อให้พระนิพพานได้ติดต่อต่อเนื่องด้วยความรู้ความเข้าใจ จะไม่ได้ตั้งอยู่ในความประมาท

 

เรามาระลึกถึงปัจฉิมโอวาทของพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าที่ท่านให้คติเตือนใจ ให้ผู้เป็นเสขบุคคลได้ประพฤติได้ปฏิบัติติดต่อต่อเนื่องเป็นขบวนการของขบวนการในการประพฤติการปฏิบัติ ท่านถึงตรัสปัจฉิมโอวาทว่า

 

"หันทะทานิ ภิกขะเว อามันตะยามิ โว วะยะธัมมา สังขารา อัปปะมาเทนะ สัมปาเทถะ" แปลความว่า "ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บัดนี้เราขอเตือนท่านทั้งหลายว่า สังขารทั้งหลาย มีความเสื่อมสลายไปเป็นธรรมดา ท่านทั้งหลายจงทำประโยชน์ตนและประโยชน์ผู้อื่นให้ถึงพร้อม ด้วยความไม่ประมาทเถิด

 

โอวาทของหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต

ความไม่ยั่งยืน เป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่และแน่นอนนะ

ความยิ่งใหญ่ คือความไม่ยั่งยืนนะ

ชีวิตที่ยิ่งใหญ่ คือชีวิตที่อยู่ด้วยทาน ศีล เมตตา และกตัญญู

ชีวิตที่มีความดี อาจมิใช่ความยิ่งใหญ่ แต่ชีวิตที่ยิ่งใหญ่ ต้องอาศัยคุณธรรมความดีเป็นปัญญาบริสุทธิคุณเท่านั้น การระงับสังขารทั้งหลายด้วยความรู้ความเข้าใจเป็นความรู้คู่กับการประพฤติการปฏิบัตินั่นแหละคืออริยมรรค เป็นหนทางที่ประเสริฐมีพระนิพพานตั้งแต่ในปัจจุบัน ไม่ต้องรอพระนิพพานเมื่อตายแล้ว ปัจจุบันไม่มีพระนิพพาน อนาคตจะมีพระนิพพานได้อย่างไร

 

ให้เรารู้เข้าใจเรื่องพระธรรมพระวินัย พระธรรมพระวินัยที่เป็นสัมมาทิฐิ เพื่อหยุดวัฏฏสงสารนั่นแหละคือพระนิพพาน ให้พวกเรารู้เข้าใจในเรื่องพระนิพพาน ให้เข้าใจนะว่าสิ่งเดิมนั้นคือความว่างเปล่า สิ่งที่สัญจรไปมาเป็นเพียงอาคันตุกะ เราจะได้เอาหลักการอุดการณ์ที่เป็นศีลเป็นสมาธิเป็นปัญญาเป็นมรรคเป็นอริยมรรคที่ตรงกันข้ามกับโลกธรรมมาประพฤติมาปฏิบัติ ให้รู้เข้าใจ เพราะไม่มีใครอยู่เหนือกรรมเหนือกฎแห่งกรรมเหนือผลของกรรม พระนิพพานความรู้ความเข้าใจในเรื่องกระบวนการปฏิจจสมุปบาท กระบวนการของปฏิจจสมุปบาทจะได้จบลงเพียงผัสสะ จะได้เป็นปัญญาเป็นความสงบ จะเป็นความสงบเป็นปัญญา เป็นสิ่งที่อยู่นอกเหตุเหนือผล หยุดความปรุงแต่ง นี้เป็นขบวนการที่ติดต่อต่อเนื่อง เป็นบารมีเป็นความดีที่ประกอบด้วยปัญญา เป็นพระนิพพานบ้านของเรา ไม่ใช่อวิชชาความหลงเป็นบ้านของเรานะ พระนิพพานคือบ้านของเรา ความสงบและปัญญาถึงเป็นธรรมเป็นปัจจุบันธรรม เราจะหยุดวัฏฏสงสารได้ด้วยความรู้ความเข้าใจ ด้วยพระธรรมด้วยพระวินัย เป็นขบวนการของกระแสในการประพฤติการปฏิบัติที่ได้นำเอาพระธรรมพระวินัยมาประพฤติมาปฏิบัติในปัจจุบันให้ติดต่อต่อเนื่อง

 

 ความสงบและปัญญาที่เป็นพระธรรมพระวินัยถึงหยุดความปรุงแต่งได้ ด้วยปัญญาสัมมาทิฏฐิคู่กับการประพฤติการปฏิบัติในปัจจุบัน พระธรรมพระวินัยที่เป็นความรู้ความเข้าใจ ที่จะหยุดความปรุงแต่งได้ เข้าถึงพระนิพพานตั้งแต่ปัจจุบัน ไม่ต้องรอชาติหน้า พระนิพพานต้องอยู่ที่ปัจจุบันเท่านั้น

-----------------------------------------

โอวาทขององค์หลวงพ่อกัณหา สุขกาโม

เมตตาให้ไว้ในเช้าวันศุกร์ที่ ๓๐ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๖๙

ณ วัดป่าทรัพย์ทวีธรรมาราม ต.วังหมี อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา

 

Visitors: 108,098