๑ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๖๙
พสกนิกรชาวไทยและชาวต่างประเทศได้มาร่วมรวมกันประพฤติปฏิบัติธรรมเพื่อน้อมถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ด้วยความโทมนัสและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ที่พระองค์ได้ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทยและชาวโลกตลอดระยะเวลาที่ยาวนาน พระองค์ทรงเป็นดั่งแม่แห่งแผ่นดิน ผู้ทรงเปี่ยมด้วยพระเมตตาและพระปรีชาสามารถ ทรงอุทิศพระวรกาย พระสติปัญญา และพระราชหฤทัยในการบำเพ็ญพระราชกรณียกิจนานัปการ เคียงคู่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เพื่อธำรงไว้ซึ่งความผาสุกและความมั่นคงแห่งชาติไทย เราประชาชนชาวไทยต้องร่วมใจสมัครสมานสามัคคีทำความดีที่ประกอบด้วยปัญญา เพื่ออุทิศบุญกุศลน้อมเกล้าถวาย เพื่อเสด็จสู่สวรรคาลัย เข้าสู่สวรรค์มรรคผลพระนิพพาน
วันนี้เป็นวันอาทิตย์ที่ ๑ ของเดือนกุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๖๙
ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ เป็นโครงสร้างของหมู่มวลมนุษย์ หลักการในการดำรงชีพของหมู่มวลมนุษย์ มนุษย์เราต้องมีความรู้ความเข้าใจเพื่อเอาทางสายกลางทั้งทางวัตถุกับจิตใจไปพร้อม ๆ กัน
เราทุกคนต้องมารู้ทุกข์ มารู้เหตุเกิดทุกข์ รู้ข้อปฏิบัติถึงความดับทุกข์ ปัจจุบันคือการประพฤติคือการปฏิบัติ เพราะเหตุผลว่าอดีตก็มารวมกันอยู่ที่ปัจจุบัน อนาคตที่จะไปข้างหน้าก็อยู่ที่ปัจจุบันนี้เอง ปัจจุบันถึงเป็นพื้นเป็นฐานของการประพฤติการปฏิบัติ
ความรู้ความเข้าใจนั้นถึงเป็นสิ่งที่สำคัญ ความรู้ความเข้าใจนั้นไม่ใช่ความจำ ถ้าความจำแล้วไม่กี่วันกี่เดือนกี่ปีความจำนั้นก็จะลืม เพราะความจำนั้นเป็นเพียงสัญญาขันธ์ ยังไม่ใช่ความเข้าใจ
ชาตินั้นหมายถึงความเกิด ความรู้ความเข้าใจในเรื่องทุกข์ เหตุเกิดทุกข์ ข้อปฏิบัติถึงความดับทุกข์ ความรู้ความเข้าใจในเรื่องเหตุเรื่องปัจจัย เข้าใจว่าเพราะสิ่งนี้มีสิ่งต่อไปถึงมี ความรู้ความเข้าใจเอาปัญญาสัมมาทิฏฐิมาใช้มาปฏิบัติ ความรู้ความเข้าใจในเรื่องทุกข์ เหตุเกิดทุกข์ จะหยุดสัญชาตญาณด้วยปัญญาสัมมาทิฏฐิ ความรู้ความเข้าใจนี้ ธาตุขันธ์อายตนะจะครอบงำจิตใจสติปัญญานั้นไม่ได้ เพราะเหตุผลว่ามีพุทธะที่เป็นผู้รู้ผู้ตื่นผู้เบิกบาน
หลักการของการปฏิบัติจึงต้องมาเสียสละมายกเลิกความเป็นนิติบุคคลตัวตนที่มีความสำคัญมั่นหมาย ว่าธาตุทั้ง ๔ ขันธ์ทั้ง ๕ อายตนะ ๑๒ นี้ที่เป็นเราเป็นของเรา ยกเลิกความสำคัญมั่นหมายว่าเป็นสัตว์บุคคลตัวตน
สิ่งทั้งหลายจะจบลงที่ปัจจุบันที่เป็นความรู้ความเข้าใจ การเวียนว่ายตายเกิดนั้นจะหยุดลงที่ปัจจุบันด้วยความรู้ความเข้าใจ
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เรารู้ให้เราเข้าใจในเรื่องกรรม เรื่องกฎแห่งกรรม เรื่องผลของกรรม พากันมามีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติในการทำหน้าที่
ทานศีลสมาธิภาวนาเป็นหนทางสายกลางระหว่างจิตใจกับวัตถุด้วยความรู้ความเข้าใจ
หลักการหยุดสัญชาตญาณที่เป็นความยึดมั่นถือมั่นในธาตุ ในขันธ์ ในอายตนะ ความเกิดความแก่ความเจ็บความตายความเกิดพลัดพรากเป็นวิบากรรมของสัญชาตญาณที่เป็นนิติบุคคลตัวตน บุคคลที่จะเดินทางไกลก็ต้องอาศัยยานพาหนะ เช่น ทางบกก็ต้องอาศัยรถยนต์ อย่างนี้ถึงมีศักยภาพ ทางอากาศก็ต้องอาศัยเครื่องบินที่ดีมีศักยภาพ ทางทะเลมหาสมุทรก็อาศัยเรือยนต์ขนาดใหญ่เพื่อความปลอดภัยของการเดินทาง เราจะเดินทางไกลออกจากวัฏฏสงสาร เราต้องอาศัยสมมติสัจจะที่เป็นธรรมนูญสำหรับเดินทาง
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เราเข้าใจในเรื่องเหตุเรื่องปัจจัย เพราะสิ่งนี้มีสิ่งต่อไปถึงมี ทานศีลสมาธิภาวนาเป็นหลักการ เป็นยานสำหรับเดินทางที่เป็นอริยมรรคทั้งทางกายวาจากิริยามารยาทอาชีพมารวมลงที่ใจ ที่ใจรู้ใจเข้าใจ มีปิติมีความสุขเอกัคคตาในการประพฤติการปฏิบัติ การประพฤติการปฏิบัติถึงต้องอาศัยยาน ได้แก่ ทานศีลสมาธิภาวนา
ทานศีลสมาธิภาวนาเป็นโครงสร้างของหมู่มวลมนุษย์ เป็นหลักการของชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ชาตินั้นหมายถึงความเกิด เป็นการเอาความดีและปัญญา เอาปัญญาและความดี เป็นการเอาวัตถุกับจิตใจไปพร้อม ๆ กัน ศาสน์ ศาสนานั้นคือวัตถุกับจิตใจต้องไปพร้อม ๆ กัน ให้เรารู้เข้าใจ เพราะทุกอย่างมันคือเหตุคือปัจจัย พระศาสนานั้นเป็นจิ๊กซอว์เพื่อติดต่อต่อเนื่อง เพราะสิ่งนี้มีสิ่งต่อไปมันถึงมี ความดีและปัญญาที่ก้าวไปพร้อมกันจะเป็นศาสนา จะเป็นจิ๊กซอว์ที่ติดต่อต่อเนื่องเป็นปฏิปทาที่เป็นความดีและปัญญา เพื่อจะเป็นศาสนา การทำอะไรติดต่อต่อเนื่อง ๓ อาทิตย์ขึ้นไปตามหลักวิทยาศาสตร์ การกระทำนั้น ๆ ถึงจะได้ผล ทั้งเรื่องวัตถุและจิตใจ
ให้เราทุกคนพากันรู้เข้าใจ เพื่อจะได้รู้คุณรู้ประโยชน์ของพระศาสนา เราจะไม่ได้ไปตามผัสสะ ไม่ได้ไปตามสิ่งแวดล้อม ที่ธาตุขันธ์อายตนะภายนอกภายในนี้ที่เป็นกายกับใจมาครอบงำสติปัญญาของเรา พุทธะ ตัวผู้รู้ ตัวผู้ตื่น ตัวผู้เบิกบาน ต้องมารู้มาเข้าใจด้วยปัญญา เพื่อให้สิ่งทั้งหลายทั้งปวงนั้นจบลงที่ปัจจุบัน จบลงเพียงผัสสะ
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เราเข้าใจ คำว่ากษัตริย์นี้หมายถึงตัวปัญญาสัมมาทิฏฐิที่เป็นนามธรรม เพราะสิ่งทั้งหลายทั้งปวงมีปัญญาสัมมาทิฏฐิเป็นสิ่งที่สำคัญ ให้เรารู้ให้เราเข้าใจ กายวาจากิริยามารยาทอาชีพเป็นเพียงกรรมกรรับใช้จิตใจนะ ด้วยเหตุผลนี้เราถึงพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ เพื่อเข้าสู่เอไอ (Artificial Intelligence) เพื่อให้ทันกาลทันเวลาทันโลกทันสมัยในปัจจุบัน กษัตริย์นี้มีความหมายคือปัญญาคือนามธรรม
โครงสร้างในการดำเนินชีวิตของหมู่มวลมนุษย์ต้องอาศัยปัญญาสัมมาทิฏฐิ
เราทุกคนต้องรู้เข้าใจเรื่องของชาติ ศาสน์ กษัตริย์ เป็นหลักการเพื่อดำเนินไปสู่มรรคผลพระนิพพาน
พระนิพพานได้แก่ความรู้ความเข้าใจ มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ ความสุขนั้นได้แก่ความไม่มีทุกข์ ความสุขนั้นเป็นมนุษย์สมบัติ สวรรค์สมบัติ พรหมสมบัติ นิพพานสมบัติที่เป็นชื่อแห่งความสุข ไม่มีความทุกข์ ที่มีความเห็นถูกต้อง เข้าใจถูกต้อง มีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติ ความสุขนี้จะผ่านมนุษย์สมบัติ สวรรค์สมบัติ พรหมสมบัติ จุดสูงสุดคือนิพพานสมบัติ
ด้วยเหตุผลนี้ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านถึงให้พวกเรามีปิติมีความสุขมีเอกัคคตาในการประพฤติการปฏิบัติเพื่อทำหน้าที่ เพราะทุกอย่างนั้นมันคือกรรม คือกฎแห่งกรรม ผลของกรรม เรียกว่ากรรมฐาน มีกรรมเป็นพื้นเป็นฐาน มาจากเหตุจากปัจจัยมาจากกรรม ต้องอาศัยความรู้คู่กับการประพฤติการปฏิบัติ
มนุษย์เราพากันรู้พากันเข้าใจ ปัจจุบันมนุษย์เรามีอยู่ในโลกนี้แปดพันกว่าล้านคน มีประเทศน้อยใหญ่อยู่ ๑๙๕ ประเทศ มนุษย์เราทุกคนก็ใช้หลักการเดียวกันนี้หมด เพราะเหตุผลว่าธรรมะนั้นเป็นสากล เช่น ความเกิดความแก่ความเจ็บความตายความพลัดพรากมันเป็นสากล ด้วยเหตุผลนี้เราถึงมาใช้หลักการเดียวกันทั้งหมด ใช้ความรู้ความเข้าใจ มีปิติมีความสุขมีเอกัคคตาในการประพฤติการปฏิบัติ เพราะการปฏิบัตินั้นจะเป็นความสุขไปตามระดับ เช่น มนุษย์สมบัติ สวรรค์สมบัติ พรหมสมบัติ นิพพานสมบัติ เพราะทุกอย่างนั้นมันคือกรรม คือกฎแห่งกรรม ผลของกรรม
ผู้ที่มีความเคารพนับถือในพระรัตนตรัย ประทับอกประทับใจในพระธรรมพระวินัย ได้กราบเรียนทูลถามองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าว่า พระนิพพานนี้มีอยู่เฉพาะศาสนาพุทธใช่หรือไม่ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านตรัสว่า ศาสนานี้เป็นเพียงชื่อเฉย ๆ เหมือนหมู่มวลมนุษย์ในโลกนี้ก็ต้องมีหลายชื่อเพื่อเอาไว้ใช้งาน ในการประสานงาน ผู้ใดมีความรู้ความเข้าใจในเรื่องเหตุเรื่องปัจจัย ในเรื่องทุกข์ เหตุเกิดทุกข์ ผู้นั้นประพฤติปฏิบัติเข้าถึงความดับทุกข์ได้เช่นเดียวกัน ไม่มีใครยกเว้น เพราะเหตุผลว่า มนุษย์สมบัติ สวรรค์สมบัติ พรหมสมบัติ นิพพานสมบัติ มันเป็นสมบัติของสากล ไม่มีใครสงวนลิขสิทธิ์ ไม่มีใครเป็นผู้สงวนลิขสิทธิ์ มันเป็นกรรมลิขิต เป็นความรู้คู่กับการประพฤติการปฏิบัติ ด้วยเหตุผลนี้ถึงเรียกว่า มนุษย์สมบัติ สวรรค์สมบัติ พรหมสมบัติ นิพพานสมบัติเป็นสมบัติของสากล ไม่มีใครยกเว้น ไม่มีใครเป็นเจ้าของ เป็นปัญญาประดิษฐ์ เป็นเอไอประดิษฐ์ ให้เรารู้ให้เข้าใจ
เราทุกคนทุกชาติทุกศาสนาต้องพากันมารู้มาเข้าใจในเรื่องทุกข์ เหตุเกิดทุกข์ ข้อปฏิบัติให้ถึงความดับทุกข์ พากันมามีความสุขในการทำหน้าที่ในการประพฤติการปฏิบัติ เพราะความถูกต้องมีอยู่เราต้องทำให้ถูกต้อง เราต้องรู้ต้องเข้าใจ ความไม่รู้ไม่เข้าใจนี้มันทำให้เราเสียหาย เป็นเหตุเป็นปัจจัยให้พังทลาย เฉกเช่นเดียวกับตึก สตง. สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินของเมืองไทยประเทศไทย ตึกใหญ่ตึกสูง ๓๐ กว่าชั้น สร้างยังไม่เสร็จสมบูรณ์ดีแต่ก็ต้องพังทลายลงไปเพราะความไม่ถูกต้องเพราะความทุจริต เราทำไม่ถูกต้องเราทำผิดมันแก้ปัญหาไม่ได้ มันมีแต่สร้างปัญหา สร้างปัญหาให้กับตัวเอง สร้างปัญหาให้กับคนอื่น
เราต้องรู้ต้องเข้าใจในเรื่องทุกข์ เหตุเกิดทุกข์ ข้อปฏิบัติถึงความดับทุกข์ เราจะได้เอาธาตุทั้ง ๔ เอาขันธ์ทั้ง ๕ เอาอายตนะ ๑๒ ที่มันเป็นปัญหามาเป็นปัญญา เรามายกเลิกทิฏฐิมานะอัตตาตัวตนที่เป็นมานะ ๙ มีความยึดมั่นถือมั่นในตัวในตน มีความสำคัญมั่นหมายว่าเราเป็นคนหนุ่มคนสาวคนแก่คนเฒ่าคนชรา เป็นคนรวยคนจน เป็นคนดีกว่าเค้าเก่งกว่าเค้ามีเพาเวอร์มากกว่าเขา ด้อยกว่าเขาหรือเสมอเขา เราต้องก้าวไปด้วยความรู้ความเข้าใจ ด้วยความรู้คู่กับการประพฤติการปฏิบัติ เพื่อหยุดมานะละทิฏฐิ ก้าวไปด้วยพระธรรมพระวินัย เพื่อให้มันจบลงในปัจจุบัน มีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติ ที่เป็นหน้าที่ของเราจะพึงประพฤติพึงปฏิบัติ
กิจที่ควรทำ พึงประพฤติพึงปฏิบัติเป็นกรณียกิจ กรณียกิจก็หมายถึงกรรม หมายถึงอุปกรณ์ในการประพฤติการปฏิบัติ เอาการให้ทานรักษาศีลทำสมาธิภาวนา เอามาใช้เอามาปฏิบัติ ที่เป็นความดีที่ประกอบด้วยปัญญา เป็นปัญญาที่ประกอบด้วยความดี
เรามาหยุดอกรณียกิจ กิจที่เป็นเหตุเป็นปัจจัยให้เราต้องเวียนว่ายตายเกิดในวัฏฏสงสาร เพื่อหยุดสัญชาตญาณ เราต้องรู้เข้าใจเรื่องความเกิด เข้าใจเรื่องชาติ เราต้องมีชาติเป็นพุทธะ มีชาติที่เป็นผู้รู้ผู้ตื่นผู้เบิกบานด้วยธรรวินัย ให้หมู่มวลมนุษย์เรารู้เข้าใจ
รถดี ๆ เครื่องดี ๆ เรือดี ๆ เค้าต้องมีเบรกดี ๆ พระธรรมพระวินัยเป็นเบรกเป็นเซฟตี้ที่ดี ๆ เพื่อความปลอดภัย ผู้มีปัญญามาก ๆ หรือว่าผู้ที่มีความรู้มาก ๆ ก็ต้องสงบมาก ๆ ความรู้เท่าไหร่ ๆ ก็มีความสงบมาก ๆ เท่านั้น เพื่อจะได้มีเบรกมีเซฟตี้ เพื่อได้เข้าถึงความพอดีความพอเพียงเพียงพอ ความพอดีความพอเพียงเพียงพอนั้นคือความรู้คู่กับการประพฤติการปฏิบัติ ความรู้กับการประพฤติการปฏิบัติถึงไปพร้อมกัน ผู้มีความสุขมาก ๆ หรือว่าผู้มีความสงบมาก ๆ ก็ต้องเสียสละมาก ๆ ความสุขความสงบนั้นจะได้ไม่เป็นนิติบุคคลตัวตน ความสุขความสงบที่เป็นนิติบุคคลตัวตน จะไม่ได้หยุดอยู่เพียงสมาธิสมาบัติ
หลักการของหมู่มวลมนุษย์ วันจันทร์อังคารพุธพฤหัสศุกร์ถึงเป็นวันทำงานกับวันปฏิบัติธรรม ๒ อย่างนี้ทำไปพร้อม ๆ กัน ไม่ให้ยิ่งหย่อนกว่ากัน เพราะกายไปที่ไหนใจก็ไปที่นั่น ๒ อย่างนี้ต้องไปพร้อม ๆ กัน เพื่อเป็นประโยชน์ทั้งส่วนกายและจิตใจ ให้เรารู้ให้เข้าใจ การทำงานที่มีความสุขนี้ให้เรารู้เข้าใจ นั่นแหละคือความเป็นมนุษย์สมบัติ สวรรค์สมบัติ พรหมสมบัติ หรือสูงสุดนิพพานสมบัติ
ด้วยเหตุผลนี้ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าถึงตรัสว่า ธรรมเหล่าใดที่เป็นเพื่อสัญชาตญาณที่เป็นนิติบุคคลตัวตน เอาความอยากความไม่อยากนำ ที่ไม่รู้จักทางสายกลางระหว่างการพัฒนาวิทยาศาสตร์กับพัฒนาจิตใจ ไม่ใช่พระธรรมคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ต้องพากันรู้พากันเข้าใจ ยกเลิกการทำอะไรตามใจตามอัธยาศัย ผู้มีความสงบมาก ๆ ก็ต้องเสียสละมาก ๆ ผู้มีความสุขมาก ๆ ก็ต้องเสียสละมาก ๆ เพื่อไม่ให้ใจถูกครอบงำด้วยสัญชาตญาณที่เกิดจากธาตุทั้ง ๔ ขันธ์ทั้ง ๕ อายตนะ ๑๒ ครอบงำใจครอบงำสติปัญญา
ด้วยเหตุผลนี้ เราต้องพากันรู้ทุกข์ รู้เหตุเกิดทุกข์ รู้ข้อปฏิบัติถึงความดับทุกข์ ต้องหยุดสัญชาตญาณด้วยความรู้ความเข้าใจ
ทุกท่านทุกคน องค์สมเด็จพระสัมมาพุทธเจ้าท่านไม่ให้เราเอาความรู้สึกนำชีวิต ต้องเอาพระธรรมพระวินัยนำชีวิต เพื่อเป็นทางสายกลาง
การประพฤติการปฏิบัตินี้ให้หมู่มวลมนุษย์ทั้งหลายพากันเข้าใจว่า การประพฤติการปฏิบัตินั้นไม่มีใครประพฤติไม่มีใครปฏิบัติให้กันได้ ทุกท่านทุกคนต้องพากันประพฤติพากันปฏิบัตเอาเอง เมื่อท่านรู้ท่านก็ต้องปฏิบัติเอาเอง งานนี้เราต้องประพฤติต้องปฏิบัติเอาเอง อาศัยใครไม่ได้ ตนแลเป็นที่พึ่งของตนนะ
พระพุทธเจ้าเป็นสิ่งที่มีอยู่ พระธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าเป็นสิ่งที่มีอยู่ พระอริยสงฆ์ พระอรหันต์ขีณาสพเป็นสิ่งที่มีอยู่ ที่เป็นความรู้ความเข้าใจ เป็นพระธรรมพระวินัยที่เราพึงประพฤติพึงปฏิบัติ มีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติ
ด้วยเหตุผลนี้เราทุกคนถึงมารู้ทุกข์ รู้เหตุเกิดทุกข์ รู้ข้อปฏิบัติถึงความดับทุกข์
เราจะอยู่ร่วมกันเป็นกลุ่มเป็นก้อน เป็นครอบครัว เป็นหมู่บ้าน ตำบล อำเภอ จังหวัด ประเทศ หรือทั้งโลก ก็ไม่มีใครประพฤติปฏิบัติให้กัน แทนกันได้
ความรู้ความเข้าใจ เอาพระธรรมเอาพระวินัยที่เป็นสมมติสัจจะ สมมติสัจจะนั้นมีคุณมีประโยชน์ ชี้ให้เราเห็นเรื่องดีเรื่องชั่วเรื่องผิดเรื่องถูก เรื่องไม่ดีไม่ชั่วไม่ผิดไม่ถูก เราต้องรู้เข้าใจ เอาสมมติสัจจะนั้นมาใช้มาประพฤติมาปฏิบัติอย่างมีความสุข ยกเลิกสัญชาตญาณ ยกเลิกความชอบความชัง ความดีความชั่ว ความผิดความถูก เพื่อให้ใจของเรานั้นเข้าสู่ความว่างจากตัวจากตน อดีตก็ให้มาจบลงที่ปัจจุบัน อนาคตที่เป็นนิติบุคคลตัวตนก็ให้จบลงที่ปัจจุบัน ปัจจุบันต้องเข้าสู่ความว่างที่เป็นความรู้ความเข้าใจที่เป็นปิติสุขเอกัคคตาในการให้ทานรักษาศีลเจริญภาวนา เอาปัญญาไม่ได้เอาอัตตา เป็นทั้งการทำความดีเพื่อความดี เพราะทำความดีมันก็ดีอยู่แล้ว จะไปเอาอะไร เราต้องมีปัญญา การประพฤติการปฏิบัติต้องเน้นมาที่ตัวเราอย่างนี้
วันหนึ่งคืนหนึ่งหมู่มวลมนุษย์เรา พากันนอนพากันพักผ่อนวันละ ๖ ชั่วโมง การนอนนี้คือการปล่อยวางเรื่องอดีตอนาคต ปัจจุบันก็ว่างจากตัวจากตน มีความสุขในการยกเลิกตัวตน นี้คือการนอนการพักผ่อนไม่มีปริโพธกังวล มีความสุขในการนอน เป็นความรู้สึก เป็นสัญชาตญาณที่ยกเลิกตัวตนที่สมบูรณ์ ผู้ที่ยกเลิกตัวตนจึงได้รับออกซิเจนชัดเจน เป็นการปล่อยวางคาร์บอนไดออกไซด์ปล่อยวางของเสียไปโดยธรรม ชาติ ผู้ที่นอนหลับใหม่ ๆ ถึงพากันนอนกรนเสียงดัง เพราะปล่อยวางตัวปล่อยวางตนไปอย่างแรงเลย เรานอนใกล้กันอยู่ใกล้กัน รู้ว่าเจ้านอนหลับแล้ว เสียงมันกรน นั่นแหละคือการปล่อยวาง ปล่อยวางทั้งกายทั้งใจ
การนอนหลับคือการปล่อยวาง ปล่อยวางเรื่องอดีตเรื่องอนาคต ปัจจุบันเราก็ว่างจากตัวตน การนอนของเราต้องมีความสุข การทำงานก็มีความสุข ความสุขจากการพูดจากิริยามารยาทด้วยความรู้ความเข้าใจ เพื่อให้ปฏิปทานั้นติดต่อต่อเนื่องอย่างมีความสุข ความสุขถึงเป็นชื่อของมนุษย์สมบัติ สวรรค์สมบัติ พรหมสมบัติ สูงสุดคือเป็นนิพพานสมบัติ เป็นนิโรธความดับทุกข์
ศาสนานี้เป็นความรู้ความเข้าใจ เป็นอริยมรรคทางกายวาจากิริยามารยาทอาชีพมารวมลงที่ใจ ใจที่มีความสุข ใจที่รู้อริยสัจสี่ ใจที่รู้ทุกข์ รู้เหตุเกิดทุกข์รู้ข้อปฏิบัติถึงความดับทุกข์ มีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติในการทำหน้าที่ เป็นการทำความดีเพื่อความดี
การทำความดีเพื่อความดีนี้ให้เราเข้าใจนะ การทำความดีเพื่อความดีนี้เป็นอย่างหนึ่งนะ การทำความดีเพื่ออยากเป็นคนดีนี้อย่างหนึ่งนะ การทำความดีเพื่ออยากเป็นคนดีน่ะมันเป็นมีความปรุงแต่งนะ ความปรุงแต่งนั้นให้เรารู้ให้เข้าใจ ความปรุงแต่งนั้นมีแต่ทุกข์เกิดขึ้น ทุกข์ตั้งอยู่ ทุกข์ดับไป นอกจากความทุกข์นี้จะไม่มีเลยนะ มีแต่ความทุกข์ทั้งนั้น ความปรุงแต่งนั้นคือความไม่อิ่มไม่เต็มไม่พอไม่เพียงพอ มันขาดตกบกพร่องอยู่เป็นนิรันดร์ เปรียบเสมือนทะเลมหาสมุทรไม่อิ่มด้วยน้ำ เปรียบเสมือนไฟไม่อิ่มด้วยเชื้อของเพลิง มันบกพร่องอยู่เป็นนิจอย่างนี้
การทำความดีเราต้องรู้เข้าใจนะ การให้ทานรักษาศีลทำสมาธิเจริญสมถะวิปัสสนาเราต้องรู้เข้าใจ เป็นหน้าที่ที่เราจะต้องมีความสุขการประพฤติการปฏิบัติ เพื่อความดับไม่เหลือด้วยความรู้ความเข้าใจ ทานศีลสมาธิสมถะวิปัสสนาจะได้เข้าถึงความเต็ม ๆ ๆ ความพอเพียงเพียงพอ เราต้องพากันรู้พากันเข้าใจ เพราะของมันมีอย่างนี้มีเท่านี้ เราอยากได้มากมันก็เท่าเก่าเท่าเดิม เราจะไปเอาอะไรอีก เราอยากได้น้อยมันก็ไม่น้อยมันก็เท่าเก่าเท่าเดิมเราจะไปเอาอะไรอีก ด้วยเหตุผลนี้เราต้องพากันรู้พากันเข้าใจในเรื่องพระธรรมเรื่องพระวินัยด้วยปัญญาสัมมาทิฏฐิ
เราต้องพากันรู้พากันเข้าใจ เราจะได้คืนอธิปไตยให้กับธรรมชาติของธรรมชาตินั้น ๆ เราจะไม่ได้ลิดรอนสิทธิธรรมชาติ ลิดรอนสิทธิธรรมชาติอย่างไรล่ะ ให้เราเข้าใจนะ เราไม่อยากแก่ไม่อยากเจ็บไม่อยากตายไม่อยากพลัดพราก อยากจะให้มีแต่ความสุข อยากจะให้มีลาภยศอย่างนี้ ความคิดอย่างนี้แหละ เป็นความคิดที่ไม่ใช่ปัญญาสัมมาทิฏฐิ มันลิดรอนสิทธิ เราต้องรู้เข้าใจ เราจะได้คืนอธิปไตยให้กับปวงชน ให้กับมหาชน เราต้องรู้เข้าใจ ถ้าไม่รู้เข้าใจก็จะมีแต่ทุกข์เกิดขึ้น ทุกข์ตั้งอยู่ ทุกข์ดับไป
เราต้องคืนสัญชาตญาณ เราต้องคืนความทุกข์กลับคืนเข้าสู่คลังหลวงของความทุกข์แล้ว เพราะมีแต่ทุกข์เกิดขึ้น ทุกข์ตั้งอยู่ ทุกข์ดับไป มันเป็นคลังหลวงแห่งความทุกข์นะ
หลักการในการประพฤติการปฏิบัติ วันเสาร์วันอาทิตย์ถึงเป็นวันหยุดทำธุรกิจหน้าที่การงาน ถึงทำธุรกิจหน้าที่การงานอย่างมีความสุขราบรื่นก็จริง เพื่อหลักการในความไม่ประมาท เพราะความเพลิดเพลินนั้นทำให้เกิดความเสียหาย จะเป็นเหตุเป็นปัจจัยให้พังทลายอย่างเดียวกับตึก สตง. วันเสาร์วันอาทิตย์ถึงเป็นวันหยุดเพื่อพัฒนาจิตใจ เอาพระศาสนานำชีวิต ไปให้ทานรักษาศีลประพฤติปฏิบัติธรรม เจริญสมถะวิปัสสนาในศาสนาของตน เราต้องรู้เข้าใจศาสนา ศาสนานั้นคือพระธรรมคือพระวินัยที่เราทุกคนต้องมายกเลิกตัวตน
พื้นฐานแห่งความเป็นมนุษย์ พัฒนาใจพัฒนาวัตถุไปพร้อม ๆ กัน ไม่เอาความสุขจากความหลง เป็นผู้ให้เป็นผู้เสียสละ เป็นผู้ไม่เบียดเบียนทั้งกายวาจากิริยามารยาททั้งอาชีพ มีศีล ๕ เป็นพื้นฐาน มีศีล ๕ เป็นกรรมฐาน กรรมคือการกระทำ มีกรรมเป็นพื้นฐาน ศีล ๕ เป็นหลักการ เป็นพื้นเป็นฐาน เราทุกคนต้องมีปัญญาสัมมาทิฏฐิ ต้องหยุดสัญชาตญาณที่เป็นมานะทิฏฐิ ที่เป็นอัตตาตัวตน
เราต้องรู้เข้าใจ การยกเลิกตัวยกเลิกตนนั้นเป็นความมสุข ทานนั้นเป็นชื่อของความสุขเพราะยกเลิกตัวตน ศีลนั้นเป็นชื่อของความสุขยกเลิกตัวตนทั้งกายวาจากิริยามารยาทอาชีพ มนุษย์เราจะไม่มีทุกข์ได้ก็ต้องเสียสละยกเลิกตัวตน
พรหมจรรย์เบื้องต้น ผู้ครองเรือน ผู้เป็นข้าราชการนักการเมืองบนกรากฐานของกรรม ของกฎแห่งกรรม ต้องมี ๕ เป็นพื้นฐาน ถึงจะเข้าสู่ความเป็นมนุษย์ ถ้าไม่อย่างนั้นก็ไม่ใช่มนุษย์ ก็จะเป็นได้แต่เพียงคน คำว่าคนนี้หมายถึงระคนทั้งดีทั้งชั่วทั้งผิดทั้งถูกเดินไปข้างหน้าก็ถอยกลับมาอยู่ที่เก่าย่ำต๊อกอยู่ที่เก่าเค้าถึงใช้ศัพท์คำว่าคน
มนุษย์คือผู้ที่รู้เข้าใจเห็นภัยในวัฏฏสงสาร เห็นภัยในความไม่ถูกต้อง เอาปัญญานำชีวิต เพื่อให้สิ่งทั้งหลายทั้งปวงนี้จบลงที่ปัจจุบัน เป็นอริยมรรคทั้งทางกายวาจากิริยามารยาทอาชีพมารวมลงที่ใจ ใจที่มีความสุขที่สุดในโลก เป็นการทำงานที่มีความสุข พูดจาวาจากิริยามารยาทอาชีพที่มีความสุข เป็นความสุขเกิดขึ้น เป็นความสุขตั้งอยู่ เป็นความสุขดับไป เป็นพระนิพพานในปัจจุบัน เป็นพระนิพพานที่เกิดจากปัญญาสัมมาทิฏฐิ เป็นพระนิพพานชั่วขณะไป เราต้องรู้เข้าใจถึงจะมีความสุขในการทำธุรกิจอย่างราบรื่น
คฤหัสถ์ข้าราชการนักการเมือง วันเสาร์วันอาทิตย์ก็ต้องพากันพัฒนาใจ เพราจะเอาแต่ความสุขเอาแต่ทางวิทยาศาสตร์อย่างเดียวไม่ได้ก็ต้องเอาจิตใจไปพร้อม ๆ กันเพื่อไม่ให้ตั้งอยู่ในความประมาท เดี๋ยวมันจะผิดพลาดเช่นเดียวกันกับตึก สตง. สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน
ครั้งพุทธกาลได้เอาวันพระ ๗ ค่ำ ๘ ค่ำ ๑๔ ค่ำ ๑๕ ค่ำเป็นหลักการของการประพฤติการปฏิบัติ ปัจจุบันนี้เอาหลักสากลหลาย ๆ ประเทศเพื่อให้ไปทางเดียวกัน เอาวันเสาร์วันอาทิตย์แต่ก็ ๘ วันเช่นเดียวกันกับพระศาสนา
เราพากันรู้พากันเข้าใจในเรื่องกรรม กฎแห่งกรรม และผลของกรรม เพื่อจะได้ทำสิ่งที่ดีที่ประกอบด้วยปัญญาที่ติดต่อต่อเนื่อง เป็นธรรมนูญในการดำเนินชีวิต
การปกครองประเทศ การปกครองรัฐก็ต้องเอาธรรมนูญ เพื่อเป็นหลักการ เป็นทางสายกลางระหว่างจิตใจกับวัตถุ เพื่อเป็นทางสายกลาง เงินทุกบาททุกสตางค์ที่เงินเดือนของข้าราชการนักการเมืองนักบวช มาจากภาษีอากรทั้งหมด ให้ข้าราชการนักการเมืองนักบวชพากันเข้าใจนะ มันมีที่ไปที่มานะ ไม่ใช่ไม่มีที่ไปที่มานะ
ในโลกนี้มีอยู่ทั้งหมด ๑๙๕ ประเทศ ประเทศน้อยมี ๑๙๕ ประเทศ แต่ละประเทศความเจริญความเสื่อมนี้อยู่ที่ข้าราชการนักการเมืองนักบวชนะ เรามองดูดี ๆ สิ ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ มันเป็นโครงสร้าง ถ้าโครงสร้างไม่ดีก็ย่อมพังทลาย
ทุก ๆ ประเทศต้องเอาธรรมนูญนำชีวิต ไม่มีข้อแม้ใด ๆ ทั้งสิ้น อย่าไปทำอะไรตามใจว่านั้นคือไทยแท้
ไม่ใช่..! การทำอะไรตามใจนั้นแหละคือความเสียหาย นั้นแหละจะเป็นสาเหตุให้มันพังทลาย เฉกเช่นเดียวกับตึก สตง. สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน
โลกนี้มี ๑๙๕ ประเทศ ประเทศไทยมีความเสียหายในเรื่องโกงกินคอร์รัปชั่นอยู่ในระดับ ๑๐๗ ของโลก โลกนี้มี ๑๙๕ ประเทศ ประเทศไทยเราโกงกินคอร์รัปชั่นอยู่ในติดอันอับ ๑๐๗ ของโลก
ปัจจุบันเงินในคลังหลวงทองคำในคลังหลวงมีมากตั้งแต่ตั้งประเทศไทยมา ถึงจะมีมากก็ต้องพังทลายก็ต้องเสียหาย เราต้องรู้ปัญหา ปัญหาก็คือเรื่องคอร์รัปชั่นนี้แหละ เราจะไปแก้ที่ใครแก้ที่ไหน เราก็แก้ที่เราทุกคนนี้แหละ เราทุกคนนี้แหละเป็นผู้โกงกินคอร์รัปชั่น ที่มองเห็นชัดที่สุดที่โกงกินคอร์รัปชั่น ก็ได้แก่ข้าราชการนักการเมืองนักบวชนี้แหละ เป็นผู้ที่โกงกินคอร์รัปชั่นที่เห็นชัดเจนอยู่ในระดับที่น่าเกลียดมาก
ให้เรารู้ให้เข้าใจ ธรรมะคือหน้าที่ หน้าที่คือธรรมะ ไม่มีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติ เป็นคนเห็นแก่ตัวอย่างมาก ๆ ๆ ๆ อย่างน่าเกลียด ใครล่ะเป็นคนโกงกินคอร์รัปชั่น ที่ผ่านมาที่เรามองเห็นก็ไม่ใช่ใครที่ไหนก็ได้แก่ข้าราชการนักการเมืองนักบวชนี้เอง ไม่ได้พากันมาเป็นข้าราชการนักการเมืองไม่ได้มาเป็นนักบวช ไม่ได้ทำหน้าที่ของข้าราชการนักการเมืองหรือเป็นนักบวชตามหลักการที่เป็นข้าราชการนักการเมืองการที่เป็นนักบวช ไม่ได้มาทำความดีด้วยปัญญาสัมมาทิฏฐิ มาทำความดีเพื่อหวังผลประโยชน์ตอบแทน
การเป็นข้าราชการนักการเมืองการที่เป็นนักบวชนี้ หลักการที่ถูกต้องเราต้องมายกเลิกตัวตน ด้วยการมาละตัวละตน มาเสียสละ มามีความสุขในการเสียสละ มีความสุขในการทำหน้าที่ การทำหน้าที่นั้นคือศีลคือสมาธิคือปัญญา เป็นการยกเลิกทิฏฐิมานะอัตตาตัวตน ให้พวกเรารู้เข้าใจ ต้องเอาสมมติสัจจะมาใช้มาปฏิบัติเพื่อให้เป็นบุญเป็นกุศล เพื่อให้ความดีและปัญญาก้าวไปด้วยความถูกต้อง
การปกครองประเทศ ๔ ปีให้มีการเลือกตั้งครั้งหนึ่ง แข่งขันกันเพื่อเป็นนักการเมือง ให้เรารู้เข้าใจ ทำไม ๔ ปีเค้าถึงให้มีการเลือกตั้งใหม่ ให้เรารู้เข้าใจนะ เพื่อเราจะได้คัดกรองนักการเมืองดี ๆ นักการเมืองที่ยกเลิกตัวตนที่เป็นบริสุทธิคุณทั้งกายวาจากิริยามารยาทอาชีพรวมลงที่ใจ ใจที่เป็นบริสุทธิคุณ การทำอะไรที่ดีติดต่อต่อเนื่องกัน ๔ ปีจะทำให้ประเทศนั้นเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีที่ประกอบด้วยปัญญา ถึงมีวาระ ๔ ปี เพื่อเอาปัจจุบันในปัจจุบันขณะ หรือว่าความดีเป็นขณะ หรือว่าจะว่าสมาธิเป็นขณะ หรือเป็นพระนิพพานเป็นขณะไป ประเทศชาติก็จะได้เปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีที่ประกอบด้วยปัญญา
ในปัจจุบันนี้ที่เรามีความรู้สึกร่วมกันทุกท่านทุกคน ในความรู้สึกของเรา มองเห็นหน้าข้าราชการนักการเมืองนักบวชมันมีความรู้สึกว่าหน้าโจรหน้ามหาโจรมันลอยมาด้วยความรู้สึกอย่างนั้นนะ
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เรารู้เข้าใจเรื่องชาติศาสน์กษัตริย์ด้วยปัญญาสัมมาทิฏฐิ ด้วยความรู้ความเข้าใจ เพื่อจะได้เอาปัญญาที่รู้เข้าใจคู่กับการประพฤติการปฏิบัติ
เรามาระลึกถึงปัจฉิมโอวาทของพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าที่ท่านเมตตาบอกว่าเราทั้งหลายว่า เราต้องรู้เข้าใจในเรื่องทุกข์ เหตุเกิดทุกข์ ข้อปฏิบัติถึงความดับทุกข์ เพราะปัจจุบันนี้เป็นสิ่งที่สำคัญ อดีตก็มารวมอยู่ที่ปัจจุบัน อนาคตที่จะไปข้างหน้าก็อยู่ที่ปัจจุบัน ปัจจุบันเป็นวาระสำคัญของชาติศาสน์กษัตริย์ที่จะก้าวไปด้วยทานศีลสมาธิภาวนา ท่านได้ตรัสปัจฉิมโอวาทว่า
"หันทะทานิ ภิกขะเว อามันตะยามิ โว วะยะธัมมา สังขารา อัปปะมาเทนะ สัมปาเทถะ" แปลความว่า "ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บัดนี้เราขอเตือนท่านทั้งหลายว่า สังขารทั้งหลาย มีความเสื่อมสลายไปเป็นธรรมดา ท่านทั้งหลายจงทำประโยชน์ตนและประโยชน์ผู้อื่นให้ถึงพร้อม ด้วยความไม่ประมาทเถิด
โอวาทของหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต
ความไม่ยั่งยืน เป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่และแน่นอนนะ
ความยิ่งใหญ่ คือความไม่ยั่งยืนนะ
ชีวิตที่ยิ่งใหญ่ คือชีวิตที่อยู่ด้วยทาน ศีล เมตตา และกตัญญู
ชีวิตที่มีความดี อาจมิใช่ความยิ่งใหญ่ แต่ชีวิตที่ยิ่งใหญ่ ต้องอาศัยคุณธรรมความดีเป็นปัญญาบริสุทธิคุณเท่านั้น การระงับสังขารทั้งหลายด้วยความรู้ความเข้าใจเป็นความรู้คู่กับการประพฤติการปฏิบัตินั่นแหละคืออริยมรรค เป็นหนทางที่ประเสริฐมีพระนิพพานตั้งแต่ในปัจจุบัน ไม่ต้องรอพระนิพพานเมื่อตายแล้ว ปัจจุบันไม่มีพระนิพพาน อนาคตจะมีพระนิพพานได้อย่างไร
ให้เรารู้เข้าใจเรื่องพระธรรมพระวินัย พระธรรมพระวินัยที่เป็นสัมมาทิฐิ เพื่อหยุดวัฏฏสงสารนั่นแหละคือพระนิพพาน ให้พวกเรารู้เข้าใจในเรื่องพระนิพพาน ให้เข้าใจนะว่าสิ่งเดิมนั้นคือความว่างเปล่า สิ่งที่สัญจรไปมาเป็นเพียงอาคันตุกะ เราจะได้เอาหลักการอุดการณ์ที่เป็นศีลเป็นสมาธิเป็นปัญญาเป็นมรรคเป็นอริยมรรคที่ตรงกันข้ามกับโลกธรรมมาประพฤติมาปฏิบัติ ให้รู้เข้าใจ เพราะไม่มีใครอยู่เหนือกรรมเหนือกฎแห่งกรรมเหนือผลของกรรม พระนิพพานความรู้ความเข้าใจในเรื่องกระบวนการปฏิจจสมุปบาท กระบวนการของปฏิจจสมุปบาทจะได้จบลงเพียงผัสสะ จะได้เป็นปัญญาเป็นความสงบ จะเป็นความสงบเป็นปัญญา เป็นสิ่งที่อยู่นอกเหตุเหนือผล หยุดความปรุงแต่ง นี้เป็นขบวนการที่ติดต่อต่อเนื่อง เป็นบารมีเป็นความดีที่ประกอบด้วยปัญญา เป็นพระนิพพานบ้านของเรา ไม่ใช่อวิชชาความหลงเป็นบ้านของเรานะ พระนิพพานคือบ้านของเรา ความสงบและปัญญาถึงเป็นธรรมเป็นปัจจุบันธรรม เราจะหยุดวัฏฏสงสารได้ด้วยความรู้ความเข้าใจ ด้วยพระธรรมด้วยพระวินัย เป็นขบวนการของกระแสในการประพฤติการปฏิบัติที่ได้นำเอาพระธรรมพระวินัยมาประพฤติมาปฏิบัติในปัจจุบันให้ติดต่อต่อเนื่อง
ความสงบและปัญญาที่เป็นพระธรรมพระวินัยถึงหยุดความปรุงแต่งได้ ด้วยปัญญาสัมมาทิฏฐิคู่กับการประพฤติการปฏิบัติในปัจจุบัน พระธรรมพระวินัยที่เป็นความรู้ความเข้าใจ ที่จะหยุดความปรุงแต่งได้ เข้าถึงพระนิพพานตั้งแต่ปัจจุบัน ไม่ต้องรอชาติหน้า พระนิพพานต้องอยู่ที่ปัจจุบันเท่านั้น
-----------------------------------------
โอวาทขององค์หลวงพ่อกัณหา สุขกาโม
เมตตาให้ไว้ในเช้าวันอาทิตย์ที่ ๑ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๖๙
ณ วัดป่าทรัพย์ทวีธรรมาราม ต.วังหมี อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา