๓ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๖๙

มนุษย์นี้คือ ผู้ที่เอาพระนิพพานนำชีวิต
ยกเลิกตัวตนน่ะ
เป็นผู้รู้อริยสัจ ๔ รู้ทุกข์ รู้เหตุเกิดทุกข์ รู้ข้อปฏิบัติให้ถึงความดับทุกข์
ให้จบลงที่ปัจจุบัน จบลงที่ผัสสะ
ไม่ไปตามผัสสะ ไม่ไปตามสิ่งแวดล้อม
มีความสุขที่สุดในโลก
บ๊ายบาย ลาก่อนความไม่ถูกต้อง
มาเป็นผู้ที่มีความสุขในการทำหน้าที่
มีความสุขกับการทำงาน
พัฒนาใจพัฒนาวิทยาศาสตร์ไปพร้อม ๆ กัน

เราคิดดี ๆ พูดดี ๆ กิริยามารยาทดี ๆ
ยกเลิกตัวตน
ที่เป็นทาน ศีล สมาธิ ภาวนา
เป็นซุปเปอร์สตาร์แห่งความสุขเลย
เห็นด้วยมั้ย

ให้เรารู้ให้เราเข้าใจ
ปัญหานั้นคือปัญญา
ปัญญานั้นเอามาเป็นความสงบ
ความสงบเอามาเสียสละ
เพื่อเป็น ทาน ศีล สมาธิ ภาวนา
เราต้องรู้ต้องเข้าใจ

ความรู้ความเข้าใจ
มีความสุขในการประพฤติปฏิบัติ
มันจะเป็นออกซิเจน
การยกเลิกสิ่งที่ไม่ดี
มันจะเป็นคาร์บอนไดออกไซด์ เอาของเสียออกไป
เห็นด้วยมั้ย

มนุษย์เราต้องรู้ ต้องเข้าใจ
มีความสุขที่สุดในโลก
ความสุขมันเป็นชื่อของความเป็นมนุษย์
เป็นเทวดา แล้วก็เป็นพรหม
หรือว่าเป็นพระอริยเจ้านี้นะ

มันจะผ่านสัมมาทิฏฐิด้วยความรู้ความเข้าใจ
ผ่านการปฏิบัติไป
มีความสุขในการทำหน้าที่
เราต้องรู้เข้าใจ มันอยู่ที่ปัจจุบัน
เราอย่าไปคิดว่า อนาคตกาลเบื้องหน้า
ถ้าปัจจุบันไม่มีเหตุไม่มีปัจจัย
อนาคตมันก็เข้าถึงไม่ได้

มีผู้ไปถามพระพุทธเจ้าว่า
ตายแล้วเกิดหรือว่าตายแล้วสูญ
พระพุทธเจ้าบอกว่า
มันขึ้นอยู่ที่เงื่อนไข ขึ้นอยู่กับเหตุปัจจัย
เพราะสิ่งนี้มีสิ่งต่อไป มันถึงมีเอาปัจจุบัน
เพราะอดีตก็มารวมอยู่ที่ปัจจุบัน
อนาคตจะไปข้างหน้าก็อยู่ที่ปัจจุบัน

ปัจจุบันนี้ให้เรามีความสุข
เพราะความสุขนั้น
ทำความดีเพื่อความดี
ไม่ใช่ทำดีเพื่ออยากเป็นคนดี
เป็นโรคประสาทยังไม่เพียงพอหรือไง
เราต้องรู้เข้าใจ ต้องมีความสุขอย่างนี้น่ะ
ต้องหัวใจติดแอร์คอนดิชั่น

. . .
ตัวตนเป็นบุคคลที่ไม่ทันสมัยนะ
เป็นคนที่จมอยู่ในวัฏสงสาร
ให้รู้อริยสัจ ๔ นะ

มีความสุขในการทำหน้าที่น่ะ
ต้องรู้จักปัญหาน่ะ
ปัญหา คือ ปัญญา
ปัจจุบัน คือ การชิงแชมป์นะ
ชิงแชมป์ระหว่างวัฏสงสารเลยนะ
ปัจจุบันเป็นไฟท์นะ

. . . . .
ทุกคนเอาออกซิเจนเข้าสู่ร่างกายนะ
หายใจเข้าก็มีความสุข
เอาออกซิเจนเข้าสู่ร่างกาย
หายใจออกเอาของเสีย เอาคาร์บอนไดออกไซด์ออกไป
เข้าใจง่ายๆ อย่างนี้เนาะ

ถ้าเรามีความสุขในปัจจุบัน
ในการทำหน้าที่ในการทำงาน
มันก็มีออกซิเจนดี

. . .
เรารู้เข้าใจว่า
ความสุขมันอยู่ที่ทำหน้าที่ในการทำงานน่ะ
ถ้าเรามีความสุขในการทำงานอย่างนี้
ใจของเรามีนิพพานน่ะ หลวงพ่อดูแล้ว
เห็นด้วยมั้ย
เรามีความสุขกับการทำหน้าที่
มีความสุขกับการทำงานน่ะ

เรานั่งสมาธิอย่างนี้
หายใจเข้ามีความสุข เพื่อเอาออกซิเจนเข้าสู่ร่างกาย
หายใจออกมีความสุข เอาคาร์บอนไดออกไซด์ออกไป
ทำอย่างนี้ก็มีความสุขแล้วนะ

ถ้าเรามีความอยากความไม่อยาก มีปัญหาแล้ว
เห็นด้วยมั้ยๆ
เรามีความอยากอย่างนี้นะ
แทนที่เราได้พระนิพพาน
กลับได้โรคประสาทเนาะ

. . .
ยังข้ามตัวตนยังไม่ได้
เราต้องเข้าใจอย่างนี้

ถ้าใครมีตัวมีตน
ก็คือ ผู้ที่จะต้องประพฤติปฏิบัติ
ผู้นั้นต้องทำความเพียรอยู่
เห็นด้วยมั้ยๆ

ทำไมเค้าถึงให้ ๔ ปี เค้าถึงมีเลือกตั้งใหม่
ก็เพื่อจะเลือกตั้งคนมีปัญญาเลือกทั้งคนดี
การทำอะไรต้องทำติดต่อ ๔ ปีนี่
มันจะเปลี่ยนแปลงได้

ความรู้ความเข้าใจ
ถึงเป็น ทาน ศีล สมาธิ ภาวนา
มันจะไม่ได้ไปตามผัสสะ ไม่ได้ตามสิ่งแวดล้อม
ปัญหาต่างๆ นั่นก็จะเป็นปัญญา
ปัญญาก็จะเป็นความสงบน่ะ
ความสงบ เราก็เอามาเสียสละ
ถ้าไม่เสียสละ มันจะเป็นเพียงสมาธิเป็นเพียงสมาบัติน่ะ
เห็นด้วยมั้ยๆ เข้าใจอย่างนี้นะ

พวกข้าราชการ นักการเมือง นักบวช ไม่เสียสละเลย
เพราะว่าเราทุกคนต้องมาเสียสละนะ
เราเสียสละเป็นความสุขทั้งเรา
เป็นความสุขทั้งคนอื่นน่ะ

มหาภูมิพลฯ ดีที่สุดของโลก
หรือของประเทศไทย คือผู้ที่เสียสละ
เราต้องรู้เข้าใจน่ะ
มหาภูมิพลฯ บอกว่า
อยากได้มากก็ไม่มาก
อยากได้น้อยก็ไม่น้อย
เราต้องรู้จักสัจธรรม
เข้าถึงความพอเพียงเพียงพออย่างนี้นะ
คนเราอยากได้มากก็ไม่มาก
ทำให้ตัวเองเป็นโรคประสาทเฉยๆ หรอก
ความคิดของเรานี่
ถ้าเราไม่เข้าใจ มันลิดรอนสิทธิเสรีภาพนะ

. . .
โยมรักตัวเองมั้ย
รักตัวเองทำไมทำให้ตัวเองนอนไม่หลับล่ะ
ต้องรู้ต้องเข้าใจ
ถ้ารักตัวเอง ต้องยกเลิกความทุกข์น่ะ
เข้าถึงความพอเพียงเพียงพออย่างนี้
เห็นด้วยมั้ย

คนรักตัวเองหรือว่ารักพ่อรักแม่
เพราะว่าดีเอ็นเอของพ่อแม่อยู่ที่เราอย่างนี้น่ะ
เราเอาความโลภ ความโกรธ ความหลงนำ
ทำให้พ่อแม่เรานอนไม่หลับ

พระพุทธเจ้าบอกว่า
เราเลี้ยงพ่อแม่ทางวัตถุ
แล้วก็เลี้ยงทางจิตใจด้วย
เรามีความสุขในการทำงานอย่างนี้
คือคนรักตัวเองนะ
เพราะทำให้ตัวเองมีความดี แล้วก็มีปัญญา
เห็นด้วยมั้ยๆ

. . .
ความสุขความไม่มีทุกข์ มันอยู่ที่ปัจจุบันน่ะ
ไม่ได้อยู่ที่อนาคตนะ
ปัจจุบันเป็นวาระแห่งชาติของเราทุกคน
เพราะอดีตก็มารวมกัน
อนาคตก็อยู่ที่ปัจจุบัน
ปัจจุบันเราต้องมีความสุขในการทำหน้าที่

เรามาดูสิ การเห็นหน้ากัน มันปัจจุบันนี้แหละ
หลวงพ่อนี่แหละ คิดถึงพ่อแม่หรือว่าทุกคนที่จากไป
มันเอากลับคืนมาไม่ได้
ปัจจุบันนี้เป็นสิ่งที่สำคัญ เรามองข้ามไป

ปัจจุบันเราต้องรู้เข้าใจ
คิดดีๆ พูดดีๆ กิริยามารยาทดีๆ
ยกเลิกความไม่ดี มีความสุขในปัจจุบันนี้

บรรยากาศที่ดีๆ นี้ เป็นการชิงแชมป์นะ
หลวงพ่อดูแล้ว
เราพูดไม่ดี เสียแชมป์นะ
กิริยามารยาทเราไม่ดี เสียแชมป์นะ
เพราะปัจจุบันนี้ มันเป็นฐานของพรุ่งนี้ใช่มั้ย

มีผู้ไปถามพระพุทธเจ้าว่า
ตายแล้วเกิดหรือตายแล้วสูญน่ะ
พระพุทธเจ้าบอกว่า
ขึ้นอยู่ที่เงื่อนไข ขึ้นอยู่กับเหตุปัจจัยน่ะ
เอาปัจจุบันนี้แหละ
เพราะว่าปัจจุบันนี้ คือพื้นฐานของโอกาสต่อไป

ปัจจุบันเราถึงเป็นทั้งคนดี คนมีปัญญา
มีความสุขอีกด้วย

. . .
เราต้องรู้เข้าใจ
เราจะได้ไม่ต้องทุกข์เมื่อแก่
ตัวตนน่ะหนุ่มก็ยังทุกข์อยู่เลย
เดี๋ยวยิ่งแก่ยิ่งทุกข์
เราต้องรู้เข้าใจ
เราจะโบกมือบ๊ายบายในวัฏสงสารแห่งความทุกข์น่ะ
พระนิพพาน คือ บ้านของเรานะ
ไม่ใช่ความทุกข์เป็นบ้านของเรา

ปัจจุบันนี้น่ะโอกาสต่อไป
เราจะมีโอกาสได้เห็นหน้ากันอีกมั้ย
ทำไมไม่พูดดีๆ
เวลาพ่อแม่ตายถึงจะมาร้องไห้
มันจะมีประโยชน์อะไร
เห็นด้วยมั้ยๆ

ปัจจุบันนี้สติคือสิ่งที่สำคัญนะ
หลวงพ่อพูดอย่างนี้ ทุกคนพอหายท้องอืดเนาะ

. . .
ปัจจุบันถ้าใครมีตัวมีตน คนนั้นก็ทุกข์น่ะ
เพราะตัวตน มีแต่ทุกข์เกิดขึ้น ทุกข์ตั้งอยู่ ทุกข์ดับไป

. . .
เราทุกคนต้องภูมิใจที่เรามีลมหายใจนี้

โยมกำลังยกเลิกเรื่องเกิดเรื่องตายแล้ว
มีพระนิพพานเป็นเครื่องอยู่แล้ว
พระพุทธเจ้าบอกว่า ให้เอาปัจจุบันน่ะ
สิ่งทั้งหลายทั้งปวง ให้มันจบลงที่ปัจจุบันน่ะ
จบลงด้วยทาน ศีล สมาธิ ภาวนาที่มีความสุขที่สุดในโลกเลย
เห็นด้วยมั้ยๆ

. . .
นิพพาน คือ ไม่มีความทุกข์
พากันเอานิพพานกลับบ้านทุกคนนะ

. . .
ยิ่งเรายกเลิกตัวตนยิ่งมีความสุขน่ะ
เราต้องคิดดูดีๆ น่ะ
มีความสุขในการทำหน้าที่น่ะ
ให้มีความสุขนะ

 

--------------

หลวงพ่อกัณหา สุขกาโม
วันอังคารที่ ๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙
ธรรมะ@กุฏิหลวงพ่อ

Visitors: 108,364