๕ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๖๙

ความสงบและปัญญาต้องเดินควบคู่กันไป
อันหนึ่งความสงบ อันหนึ่งปล่อยวาง
เป็นการเอาออกซิเจนเข้าสู่ร่างกาย
เป็นการปล่อยวางเอาคาร์บอนไดออกไซด์ออกไป
ความสงบและปัญญาต้องเดินไปพร้อมกันอย่างนี้

นั่งสมาธิ คือ การเอาออกซิเจนเข้าสู่ร่างกายนะ
การหายใจออกเอาคาร์บอนไดออกไซด์ เอาของเสียออกไป

เราต้องรู้เราต้องเข้าใจ
มีความสุขในการประพฤติการปฎิบัติในการทำหน้าที่
เพราะว่ามันต้องเป็นความพอดี ความพอเพียง เพียงพอ
ความดับทุกข์ของเราก็จะเกิดมีที่ปัจจุบัน

มนุษย์เรานี้นะ
ถ้านอนพักผ่อนวันละ ๖ ชั่วโมงเพียงพอ
ตื่นอยู่นี้ ๑๘ ชั่วโมงมีความสุขในการทำงานในการทำหน้าที่
การทำงานทำหน้าที่ที่มีความสุข
เป็นการเอาออกซิเจน เข้าสู่ใจของเรา
เข้าสู่ร่างกายของเรา
เป็นสติสัมปชัญญะ

ถ้าเรามีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติ
ที่เป็นความรู้ความเข้าใจ
ความรู้ความเข้าใจนี้
มันเป็นหน้าที่ที่เราจะต้องทำนะ
ถ้าใครไม่ปฏิบัติ คนนั้นก็เป็นทุกข์นะ
ถ้าใครปฏิบัติก็มีความสุขนะ
เป็นอริยมรรคทางกาย วาจา กิริยามารยาท อาชีพ
มารวบรวมอยู่ที่ใจ ใจที่มีความสุขมากเลย

การทำความดีเพื่อความดี
กับการทำความดีเพื่ออยากเป็นคนดี
มันคนละอย่างกันนะ
การทำความดีเพื่อความดีมันจะได้ออกซิเจน
ถ้าทำความดีเพื่อต้องการผลประโยชน์ตอบแทนมันเสียหาย
มันจะพังทลายอย่างเดียวเช่นเดียวกับตึกสตง.
สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินนะ

ชีวิตเรา เราต้องเข้าใจ
นิพพานมันอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล มันอยู่ที่ปัจจุบันนะ
เรามีความสุขในการทำงานในการทำหน้าที่
เราก็มีพระนิพพานน่ะ
การทำอะไรทำให้มีความสุขไปเลย

เจ้านั้นนอนไม่หลับ มาถามหลวงพ่อว่า
ทำไมเค้านอนไม่หลับ
จะนอนได้ไงเพราะไม่มีความสุขน่ะ
มีปัญญามากแล้วไม่มีความสุข มันจะนอนหลับได้ยังไง

ความสุขกับความสงบมันเป็นอันเดียวกัน
เราทำงานมีความสุขน่ะ
อย่างนี้มันก็ได้ความสงบเองน่ะ
ความสุขนั้นมันจะหล่อเลี้ยงสรีระร่างกายของเราให้ร่างกายแข็งแรงน่ะ
ยิ่งแก่ยิ่งมีความสุขน่ะ
เห็นด้วยมั้ยๆ

ถ้าไม่เข้าใจ เรามีความทุกข์เมื่อแก่นะ
ต้องเข้าใจอย่างนี้
เราโง่ไปแล้วก็แล้วไป ช่างหัวเผือก ช่างหัวมัน
นี่เป็นคำพระราชดำริของพระเจ้าอยู่หัวมหาภูมิพลฯไม่ใช่ของใครหรอก

เราต้องรู้เข้าใจ
เราต้องมีความสุขในการทำงาน ในการทำหน้าที่
เห็นด้วยมั้ย
เรามีความสุขเอาออกซิเจนเข้าสู่ร่างกาย
ดีกว่าไปเล่นไลน์โทรศัพท์น่ะ
ตัวตนเค้าเรียกว่า มันคนผีบ้า บักผีบ้า อีผีบ้านะ
หลวงพ่อกัณหาไม่ได้ว่า หลวงตามหาบัวว่า

เราต้องรู้เข้าใจ
เราทำการทำงานเพื่อมีความสุขน่ะ
เพราะเราต้องทำอย่างนี้
มนุษย์เรานี่ วันจันทร์ อังคาร พุธ พฤหัส ศุกร์
เป็นวันทำงานที่มีความสุข กับวันทำใจดีใจสบายนะ
วันเสาร์วันอาทิตย์เป็นวันหยุด
ยกเลิกธุรกิจหน้าที่การงานภายนอก
มามีความสุขในการเจริญสติสัมปชัญญะน่ะ

มามีสติสัมปชัญญะ
เพราะคนอยู่กับเครื่องจักร
เครื่องจักรมันจะตัดมือเอา

มัวแต่เจริญสติอยู่
ท่องพุทโธอยู่ เดี๋ยวบางทีมันจะเลยไฟแดงน่ะ
ปัญหาเคล็ดลับ เรื่องความเครียด
ให้เราเอาออกซิเจนเข้าสู่ร่างกายนะ
ยกเลิกตัวตนน่ะ
ต้องพักผ่อนอย่างนี้
เค้าถึงมีสมถะมีวิปัสสนา
มีหลายเกียร์เลย เกียร์ว่าง เกียร์เดินหน้า ถอยหลังนะ

ให้รู้เข้าใจง่ายๆ อย่างนี้เนาะ
เราทำอย่างนี้น่ะ ปฏิบัติ
เราอย่าไปคิดว่า
พระนิพพานอยู่ในอนาคตเบื้องหน้าโน้นเทอญ
ปัจจุบันมันไม่ได้นิพพาน อนาคตจะได้ได้ยังไงล่ะ

ปัจจุบันเราไม่มีความสุข อนาคตจะมีได้ยังไง
มีคนถามพระพุทธเจ้าว่า
ตายแล้วเกิดหรือตายแล้วสูญ
พระพุทธเจ้าบอกว่า ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขนะ
เหตุยังไงผลก็อย่างนั้น เอาปัจจุบันนี้

ปัจจุบันเป็นการชิงแชมป์
ระหว่างวัฏสงสารกับพระนิพพานนะ
เราต้องรู้ต้องเข้าใจ
มันเป็นไฟท์ ไฟท์หยุดวัฏสงสารนะ
ปัจจุบันนี้ถือเป็นไฟท์ที่สำคัญนะ
เห็นด้วยมั้ยๆ
เราจะได้ชิงแชมป์แล้ว

หลายคนอยากมีเมตตา
มาถามหลวงพ่อว่า
ทำยังไงเค้าถึงจะมีเมตตาเยอะเหมือนหลวงพ่อกัณหา
อยากจะไปแผ่เมตตา
พาวเวอร์ต่ำเหลือเกิน ไม่มีพลังพาวเวอร์เลย
เมตตาตัวตนเรานี้แหละ
มีความรู้มีความเข้าใจ
ต้องเมตตาตัวเองด้วยความรู้ความเข้าใจ
ด้วยความรู้กับการประพฤติการปฎิบัติน่ะ

เราคิดดูสิ
ดีเอ็นเอที่รับมาจากพ่อจากแม่อยู่ที่เรานี่แหละ
เราปล่อยให้พ่อแม่เป็นโรคประสาทโรคจิต
จะเป็นคนมีเมตตาเหรอ
เห็นด้วยมั้ย
พ่อแม่เครียดนอนไม่หลับ บางทีเป็นบ้านะ
ต้องให้พ่อแม่มีความสุขในการทำงานสิ
ให้พ่อแม่มีความสุข
ในการคิดดีๆ พูดดีๆ กิริยามารยาทดีๆ น่ะ
คนเค้าจะไม่ได้เกลียดน่ะ

เพราะตัวตนน่ะ ทุกคนรังเกียจน่ะ
ตัวตนมันเหม็นหลายแดนโลกธาตุนะ
หลวงตามหาบัวว่า หลวงพ่อกัณหาไม่ได้ว่านะ

ตัวตนนี่น่ะมองเห็นหน้าประชาชน เห็นหน้าข้าราชการ นักการเมือง เห็นหน้านักบวช
มันเป็นหน้าโจรลอยมา
น่าเกลียดที่สุดในโลกเลย

ความเข้าใจผิดเห็นผิดน่ะ
นึกว่าตัวเองถูกต้องน่ะ
เราเป็นนักการเมืองต้องเป็นคนซื้อนะ
คุณเป็นประชาชนต้องเป็นผู้ขายสิทธิ์นะ

หลักการให้เป็นนักการเมือง
เพื่อ ๔ ปีมันเปลี่ยนแปลงจากสิ่งไม่ถูกต้องเป็นสิ่งที่ถูกต้องน่ะ
เห็นด้วยมั้ยๆ
ให้เข้าใจอย่างนี้

. . .
เราพากันรู้พากันเข้าใจ
โยมน่ะมีความสุขในการรดน้ำต้นไม้ดีๆ นะ
มันจะได้พระนิพพานน่ะ
ไม่ใช่ได้นิพพานตั้งแต่พวกนั่งสมาธินะ
ทุกคนทำงานอยู่ที่บ้านก็ต้องได้พระนิพพานเหมือนกัน
ไม่ใช่ได้แต่พวกนั่งในวัดหรอก

เค้ามาถามหลวงพ่อว่า
ศาสนาพุทธถามศาสนาอื่นจะได้พระนิพพานมั้ย
พระพุทธเจ้าบอกว่า
ความรู้ความเข้าใจแล้วประพฤติปฏิบัติ
ทุกศาสนาก็มีมรรคผลนิพพานน่ะ

ที่เราไปเปรียบเทียบกันว่า
ดีกว่าเค้า เก่งกว่าเขาอะไรอย่างนี้
มันคือความปรุงแต่ง
อันนี้มันไม่ถูกต้อง ทำให้เป็นสังฆเภท
พวกนี้ชอบแตกแย่งกันชอบสังฆเภทเนาะ

ครั้งพุทธกาลพระวินัยธรกับพระธรรมกถึกสู้กันเนาะ
พระพุทธเจ้าบอกว่า ยกเลิกๆ ไม่ยอมเลย
จะเป็นไก่ชนอย่างเดียวเลย

เรายกเลิกตัวตนน่ะ
ลูกหลานก็โอเคนะ เค้าก็อยากมาคุยกับเรา
เพราะเรายิ่งกว่าระเบิด เค้าไม่กล้ามาใกล้
ให้เข้าใจอย่างนี้นะ

. . .
แต่งหน้าสวย แต่งอะไรสวย
ต้องแต่งใจสวยด้วย
แต่งกิริยามารยาทให้สวยด้วย

. . .
จากปัญหามันจะได้เป็นปัญญา
จากปัญญาจะได้มีการประพฤติการปฏิบัติน่ะ
จากการประพฤติการปฏิบัติ
มันจะได้เป็นความสงบ
ความสงบจะได้เสียสละ

. . .
ทุกคนต้องใจเข้มแข็งนะ
เดี๋ยวมันถึงเวลานอนไม่ยอมนอนนะ
เพราะความคิดของเรา
มันแซ่บ มันอร่อย มันลำ มันหร่อย มันนัวนะ
ต้องใจแข็งแรง ต้องเอาเวลาน่ะ
เรานอนตื่นขึ้นไปเข้าห้องน้ำ เราอย่าไปคิดอะไร
ให้มันครบชั่วโมงก่อนถึงค่อยคิดนะ
เดี๋ยวมันจะค่อยๆ ดีขึ้นะ
เราต้องรู้หลักการ เราต้องทำอย่างนี้นะ

มีความสุขในการทำงาน จนไม่ยอมนอน…ไม่ไหวนะ
ดึกดื่นเที่ยงคืนก็ทำอยู่อย่างนั้น
มันต้องมีกติกา มีกฎกติกา
มันต้องทำอย่างนี้แหละ เป็นธรรมะโอสถน่ะ
ปัญหาต่างๆ เยอะแยะมันก็จะเป็นปัญญา
ปัญญาก็จะเป็นความสงบ
ความสงบก็ได้เสียสละ
เราต้องรู้เข้าใจน่ะ

เราทำงานมีความสุขก็ได้ออกซิเจนนะ

 

-------------

หลวงพ่อกัณหา สุขกาโม
วันศุกร์ที่ ๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙
ธรรมะ@กุฏิหลวงพ่อ

Visitors: 108,364