๘ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๖๙

วันนี้เป็นวันอาทิตย์ที่ ๘ เดือนกุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๖๙

 

พสกนิกรชาวไทยและชาวต่างประเทศได้มาร่วมรวมกันประพฤติปฏิบัติธรรมเพื่อน้อมถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ด้วยความโทมนัสและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ที่พระองค์ได้ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทยและชาวโลกตลอดระยะเวลาที่ยาวนาน พระองค์ทรงเป็นดั่งแม่แห่งแผ่นดิน ผู้ทรงเปี่ยมด้วยพระเมตตาและพระปรีชาสามารถ ทรงอุทิศพระวรกาย พระสติปัญญา และพระราชหฤทัยในการบำเพ็ญพระราชกรณียกิจนานัปการ เคียงคู่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เพื่อธำรงไว้ซึ่งความผาสุกและความมั่นคงแห่งชาติไทย เราประชาชนชาวไทยต้องร่วมใจสมัครสมานสามัคคีทำความดีที่ประกอบด้วยปัญญา เพื่ออุทิศบุญกุศลน้อมเกล้าถวาย เพื่อเสด็จสู่สวรรคาลัย เข้าสู่สวรรค์มรรคผลพระนิพพาน

 

 

ให้ทุกท่านทุกคนพากันนั่งให้สบาย เพื่อฟังการบรรยายโอวาทธรรมคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าด้วยความเคารพ พระธรรมคำสั่งสอนที่ร้อยกรองไว้เป็นศีลสมาธิและปัญญา

 

เราทุกคนทุกท่านต้องรู้ต้องเข้าใจ ความรู้ความเข้าใจนั้นจะได้เอาไปใช้เอาไปประพฤติเอาไปปฏิบัติ เป็นอริยมรรคทั้งทางกายวาจากิริยามารยาทอาชีพรวมลงที่ใจ ที่มีความตั้งอกตั้งใจตั้งเจตนา เพื่อเราทุกคนทุกท่านจะได้ก้าวไปด้วยศีลด้วยสมาธิด้วยปัญญา เราทุกท่านทุกคนต้องพากันเข้าใจ ไม่มีใครประพฤติปฏิบัติแทนเราได้

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เรามีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติในการทำหน้าที่ อดีตก็มารวมอยู่ที่ปัจจุบัน อนาคตที่จะไปข้างหน้าก็ไปจากปัจจุบัน ปัจจุบันเป็นวาระสำคัญของการประพฤติการปฏิบัติ

 

เราทุกท่านทุกคนมาทำหน้าที่ของตัวของเราเองให้สมบูรณ์ ไม่ให้ขาดตกบกพร่อง ไม่ให้ด่างไม่ให้พร้อยไม่ให้เศร้าหมอง ถือเอาปัจจุบันนี้เป็นสิ่งที่สำคัญ

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เราทั้งหลายพากันตั้งอยู่ในความไม่ประมาท

 

“ความรู้ต้องเป็นคู่กับการประพฤติการปฏิบัติ ตั้งอยู่ในความไม่ประมาท

ความรู้ต้องเป็นคู่กับการประพฤติการปฏิบัติ ตั้งอยู่ในความไม่ประมาท”

 

เอาพระธรรมพระวินัยเป็นหลักการของการประพฤติของการปฏิบัติ ยกเลิกตัวเรา ไม่มีเรา เอาพระธรรมเอาพระวินัยเป็นข้อวัตรกิจวัตรในการประพฤติในการปฏิบัติ

 

วันหนึ่งคืนหนึ่ง ๒๔ ชั่วโมง เราพากันนอนพากันพักผ่อนจำวัดวันละ ๖ ชั่วโมง ถ้าวันไหนนอนน้อยพักผ่อนน้อยก็วันละ ๕ ชั่วโมง นี้เป็นปฏิปทาของหลวงปู่ชา สุภัทโท แห่งวัดหนองป่าพง อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี

 

ท่านให้นอนพักผ่อนจำวัดเวลา ๓ ทุ่ม ตื่นตี ๓ ไม่มีข้อแม้ใด ๆ ทั้งสิ้น เพื่อเป็นปฏิปทาของการประพฤติของการปฏิบัติ เป็นการทำหน้าที่ เอาความดีและปัญญา เอาปัญญาและความดีควบคู่กันไป เพื่อให้ผู้ไปบรรพชาอุปสมบทไม่ให้ใครทำอะไรตามใจตามอัธยาศัย ให้เอาพระธรรมเอาพระวินัยเป็นข้อวัตรข้อปฏิบัติเพื่อยกเลิกตัวตน ไม่ให้มีตัวไม่ให้มีตน

 

สำหรับประชาชนผู้ที่ไม่ได้บวช ให้นอนให้พักผ่อนวันละ ๘ ชั่วโมง ถ้าวันไหนนอนน้อยก็ให้นอนวันละ ๗ ชั่วโมง เพื่อสุขภาพร่างกายจะได้แข็งแรง

 

เวลาเราตื่นอยู่นี้ สำหรับผู้บรรพชาอุปสมบทที่เป็นนักบวช ถือเนกขัมมะบารมีที่เอาความดีและปัญญาที่เป็นพระธรรมพระวินัย เป็นเวลา ๑๘ ชั่วโมง ๑๘ ชั่วโมงนี้แหละเป็นเวลาที่ประพฤติที่ปฏิบัติธรรม เพื่อสร้างเหตุสร้างปัจจัย เพราะสิ่งทั้งหลายทั้งปวงนั้นเกิดจากเหตุเกิดจากปัจจัย เพราะสิ่งนี้มีสิ่งต่อไปมันถึงมี

 

ผู้ที่มาบรรพชาอุปสมบทเอาพระธรรมพระวินัยมายกเลิกตัวตน หยุดสัญชาตญาณ สัญชาตญาณได้แก่ความรู้สึกที่มีความยึดมั่นถือมั่นในธาตุทั้ง ๔ ขันธ์ทั้ง ๕ อายตนะภายนอกภายใน ๑๒

 

พระธรรมพระวินัยเป็นความรู้คู่กับการประพฤติการปฏิบัติ เพื่อสร้างเหตุสร้างปัจจัย เพราะสิ่งนี้มีสิ่งต่อไปถึงมี พระธรรมพระวินัยถึงจะเป็นสมมติสัจจะก็จริง เราทุกท่านทุกคนต้องมีปัญญาสัมมาทิฏฐิ เราต้องเอาพระธรรมเอาพระวินัยเอามาใช้ให้พระธรรมพระวินัยนั้นเป็นบริสุทธิคุณ เน้นความบริสุทธิที่ใจ ด้วยความตั้งใจตั้งเจตนา เพื่อจะได้หยุด เพื่อจะได้ยกเลิกอัตตาตัวตน

 

การประพฤติการปฏิบัติ การทำหน้าที่ที่เป็นความดีด้วยบริสุทธิคุณ ด้วยความรู้ความเข้าใจว่าธรรมะคือหน้าที่ หน้าที่คือธรรมะ ปฏิบัติต่อธรรมต่อวินัยไม่หวังผลอะไรตอบแทน เพื่อให้พระธรรมพระวินัยนั้นเป็นบริสุทธิคุณเพื่อยกเลิกตัวยกเลิกตน

 

การทำความดีเพื่ออยากจะเป็นคนดีนั้นอย่างหนึ่ง การทำความดีเพราะเห็นว่าความดีนั้นมันถูกต้องนั้นก็อีกอย่างหนึ่ง

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เราทำความดีเพื่อความดี ไม่ให้ทำความดีเพื่อจะเป็นคนดีเพราะอยากจะเป็นคนดี เพราะถ้าทำความดีแล้วอยากจะเป็นคนดีนั้นเป็นความปรุงแต่ง เป็นขั้วบวกขั้วลบ เป็นความเปรียบเทียบ มีสิ่งเปรียบเทียบ

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เราเข้าใจ ให้เราทำความดีเพื่อความดีโดยไม่หวังอะไรตอบแทน เป็นบริสุทธิคุณจากใจ ที่ใจรู้ใจเข้าใจ

 

เราต้องพากันมารู้มาเข้าใจ ความรู้ความเข้าใจมีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติ การให้ทานรักษาศีลเจริญสมาธิภาวนาของเราจะได้เข้าถึงบริสุทธิคุณ เป็นอริยมรรคทั้งกายวาจากิริยามารยาทอาชีพมารวมลงที่ใจ ใจที่รู้ใจเข้าใจในทุกข์ ในเหตุเกิดทุกข์ ข้อปฏิบัติถึงความดับทุกข์ สิ่งทั้งหลายทั้งปวงนั้นจะได้จบลงที่ปัจจุบันนี้ จบลงที่ผัสสะนี้ด้วยความรู้ความเข้าใจ เป็นการเข้าถึงพระนิพพานอยู่กับพระนิพพานด้วยความรู้ความเข้าใจ

 

การประพฤติการปฏิบัตินั้นต้องอาศัยเวลาให้ติดต่อต่อเนื่องกันเป็นเวลา ๓ อาทิตย์ขึ้นไป การปฏิบัตินั้นถึงจะได้ผลเห็นผล ทั้งฝ่ายรูปธรรมนามธรรม รูปธรรมนั้นก็ได้แก่ฝ่ายวัตถุ นามธรรมนั้นก็ได้แก่จิตใจ ต้องใช้เวลา ๓ อาทิตย์ขึ้นไปถึงจะได้ผลเห็นผล

 

ด้วยเหตุผลนี้เราต้องรู้เข้าใจในการประพฤติการปฏิบัติ เพื่อให้การประพฤติการปฏิบัตินั้นได้ติดต่อต่อเนื่อง

 

สัมมาสมาธิถึงเป็นความตั้งมั่นในปฏิปทาทั้งกายวาจากิริยามารยาทอาชีพมารวมลงที่ใจ ใจตั้งมั่น ที่เป็นความดีและปัญญา ตามโอวาทขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าด้วยไม่ทำบาปทั้งปวง ทำแต่บุญแต่กุศลที่เป็นพระนิพพานชั่วขณะ ๆ ไป จนกว่าพระนิพพานนั้นจะสมบูรณ์

 

เราทุกท่านทุกคนอาศัยพระธรรมพระวินัยเป็นกัลยาณมิตรในการดำเนินชีวิต ในชีวิตประจำวันอยู่ที่ปัจจุบัน

 

เราทุกคนต้องสร้างเหตุสร้างปัจจัยให้กับตนเอง จากคนขี้เกียจขี้คร้าน เปลี่ยนมาเป็นคนขยันหมั่นเพียรเป็นพื้นเป็นฐาน เพื่อเข้าสู่หลักการของการประพฤติการปฏิบัติ

 

สมมติสัจจะนั้นดีแล้วถูกต้องแล้ว ที่เค้าสมมติให้เราถูกต้องตามพระธรรมตามพระวินัยตามกฎหมายบ้านเมือง ปลงผมนุ่งห่มผ้ากาสาวพัสตร์ เป็นเครื่องหมายของพระพุทธเจ้า เป็นเครื่องหมายของพระอรหันต์ขีณาสพ เพื่อเอาสมมติสัจจะที่ได้รับการแต่งตั้งนั้นมาใช้มาประพฤติมาปฏิบัติ เพื่อจะได้สมบูรณ์ทั้งอรรถะทั้งพยัญชนะ สมบูรณ์ทั้งกายวาจากิริยามารยาทอาชีพมารวมลงที่ใจ ที่ใจตั้งใจตั้งเจตนา เพื่อเป็นปฏิปทา

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เรามีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติ

 

เราอยู่ที่บ้าน อยู่ที่ครอบครัว กายวาจากิริยามารยาทอาชีพรวมลงที่ใจ ที่มันเป็นสัญชาตญาณที่เป็นนิติบุคคลตัวตน

 

เรามาบรรพชาอุปสมบท จากลูกชาวบ้านลูกของประชาชน ได้รับสมมติสัจจะ ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นพระธรรมเป็นพระวินัย ให้ทุกท่านทุกคนพากันเข้าใจ อันนั้นเป็นเพียงสมมติสัจจะ เราต้องเอาสมมติสัจจะมาใช้มาปฏิบัติ เพื่อยกเลิกทิฏฐิมานะอัตตาตัวตน เราทุกคนต้องไม่มีตัวไม่มีตน ไม่มีความสำคัญมั่นหมายว่าเป็นตัวเป็นตน เป็นเราเป็นเค้า ต้องยกเลิกเรายกเลิกเขา ไม่มีเราไม่มีเขา

 

พากันมีสติสัมปชัญญะรู้ตัวทั่วพร้อม รู้ตัวเองว่ากำลังนั่งฟังการบรรยายพระธรรมคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเพื่อให้รู้เพื่อให้เข้าใจในพระธรรมในพระวินัย ในข้อวัตรข้อปฏิบัติ อย่าส่งใจออกไปข้างนอก อย่าไปนั่งโงกนั่งง่วง นั่งสัปหงก โยกไปโยกมา เล่นจังหวะ

 

พากันเข้าใจเข้าให้มีความสุขเพื่อเอาออกซิเจนเข้าสู่ร่างกาย พากันหายใจออกเพื่อเอาคาร์บอนไดออกไซด์ออกไปเพื่อมีสติรู้ตัวทั่วพร้อม

 

การนั่งสมาธิคือสร้างเหตุสร้างปัจจัยเพื่อให้มีสติสัมปชัญญะ เป็นหลักการของการประพฤติการปฏิบัติ เพื่อสติเพื่อสัมปชัญญะ เพราะเราทุกคนพากันฟุ้งซ่านเหลือเกิน ชีวิตของเราทุกคนอยู่กับความฟุ้งซ่าน ไม่ได้อยู่กับความสงบ เป็นความทุกข์ที่เกิดขึ้น เป็นความทุกข์ที่ตั้งอยู่ เป็นความทุกข์ที่ดับไป นอกจากทุกข์นั้นไม่มีเลย การมานั่งสมาธินั้นเพื่อหยุดความฟุ้งซ่าน

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เราใช้หลักการอานาปานสตินี้แหละ เพื่อเป็นการประพฤติเพื่อเป็นการปฏิบัติในการทำหน้าที่ เราหายใจเข้าให้สบายให้มีความสุข เพื่อจะเอาออกซิเจนเข้าสู่ร่างกาย เราหายใจออกให้สบายเพื่อเอาคาร์บอนไดออกไซด์เอาของเสียออกไป มาหายใจเข้าก็รู้ว่ามันไม่แน่ไม่เที่ยง เข้าไปแล้วก็ออกมา มันเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดกาลตลอดเวลา มันสัญจรไปมาที่เป็นอาคันตุกะชั่วครู่ชั่วยาม เพราะนั้นไม่ใช่นิติบุคคลตัวตน

 

การฝึกสติสัมปชัญญะด้วยหลักการใช้อานาปานสตินี้ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เราเอาไปใช้ทุก ๆ อิริยาบถ ไม่ใช่เอาไปใช้ตอนนั่งสมาธิ ต้องเอาไปใช้ทุก ๆ อิริยาบถ เพื่อเราจะได้มีเครื่องอยู่ เราจะไม่ได้ไปตามผัสสะ ไม่ได้ไปตามสิ่งแวดล้อม ธาตุขันธ์อายตนะจะไม่ได้ครอบงำจิตใจของเรา ไม่ได้ครอบงำสติปัญญาของเรา อานาปานสตินี้ต้องเอามาใช้ทุก ๆ อิริยาบถ

 

หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต ท่านใช้อานาปานสติด้วยอาศัยบทพุทโธไปพร้อม ๆ กัน

พุทโธนั้นหมายถึงผู้รู้ผู้ตื่นผู้เบิกบานด้วยธรรม หายใจเข้าท่องพุทธ หายใจออกท่องโธ เพื่อสติเพื่อสัมปชัญญะ

 

ในชีวิตประจำวันของเรา เวลาเราตื่นอยู่นี้ ๑๘ ชั่วโมงนะ เป็นเวลาที่มีคุณค่าทรงคุณค่า เพื่อให้การประพฤติการปฏิบัติของเราได้ติดต่อต่อเนื่อง

 

เราทุกท่านทุกคนต้องอยู่กับพระธรรมพระวินัย อยู่กับสติสัมปชัญญะอย่างมีความสุข ให้รู้เข้าใจ พระธรรมพระวินัยนั้นคือความสุข พระธรรมพระวินัยนั้นเป็นคือการอบรมบ่มอินทรีย์เอาความดีและปัญญาก้าวไปด้วยปฏิปทา

 

ด้วยเหตุผลนี้เราต้องมีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติในการทำหน้าที่ ความสุขกับความสงบนั้นมันคืออันหนึ่งอันเดียวกันนะ ถ้าเรามีความสุขในการทำหน้าที่นั่นแหละเรามีความสงบในการทำหน้าที่

 

ผู้มีความรู้ความเข้าใจถึงต้องมีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติ ผู้มีความรู้มาก ๆ ก็ต้องมีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติมาก ๆ เพราะความสุขกับความสงบนั้นมันคืออันหนึ่งอันเดียวกัน นั้นคือพระธรรมคือพระวินัย เราต้องพากันมารู้มาเข้าใจในพระธรรมพระวินัยว่าพระธรรมพระวินัยเป็นความสุข เป็นความดับไม่เหลือด้วยหลักการที่เป็นความรู้คู่กับการประพฤติการปฏิบัติ

 

เรามาทำอะไรด้วยความตั้งอกตั้งใจ เพื่อลดมานะ ละทิฏฐิ เรากราบพระไหว้พระ ทำวัตรสวดมนต์ ทำข้อวัตรข้อปฏิบัติ จุดมุ่งหมายเพื่อเราจะมาลดมานะ ละทิฏฐิ ละลายพฤติกรรมในปัจจุบันของเรา ที่เรามีสักกายทิฏฐิ ที่มีความยึดมั่นถือมั่นในทิฏฐิมานะ อัตตาตัวตน

 

การที่เรามาบรรพชาอุปสมบทนี้เป็นเพียงขั้นตอน เพื่อให้ถูกต้องตามกฎหมาย ที่จะได้รับสิทธิพิเศษจากประชาชนจากมหาชน ที่ได้รับสิทธิที่บ้านไม่ได้เช่า ข้าวไม่ได้ซื้อ เค้าเอาสิ่งของมาให้แล้วยังไหว้อีก ยังให้โอกาสได้ประพฤติได้ปฏิบัติอริยมรรคทั้งกายวาจากิริยามารยาทอาชีพมารวมลงที่ใจ เพื่อละลายพฤติกรรมที่เป็นนิติบุคคลตัวตน ละลายพฤติกรรมที่กายวาจากิริยามารยาทอาชีพ เพื่อเอาสมมติสัจจะ เอามาใช้เอามาประพฤติเอามาปฏิบัติ ผู้มาบรรพชาอุปสมบทถึงเรียกผู้นั้นว่าเป็นพระ พระนั้นให้ทุกท่านทุกคนเข้าใจนะ พระนั้นคือพระธรรมพระวินัย หาใช่นิติบุคคลตัวตนไม่ ใครบรรพชาอุปสมบทมาแล้วเค้าถึงผู้นั้นว่าพระ หมายถึงยกเลิกตัวตน ไม่มีความสำคัญมั่นหมาย ไม่มีความยึดมั่นถือมั่นว่าเป็นตัวเป็นตน

 

พระธรรมพระวินัยจะเป็นเหตุเป็นปัจจัยให้เราได้ยกเลิกตัวตนด้วยความดีและปัญญาที่เป็นปฏิปทาได้ติดต่อต่อเนื่องกัน ๓ อาทิตย์ขึ้นไป รูปธรรมนามธรรมถึงจะเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีที่ประกอบด้วยปัญญา

 

เรามาบวชมาปฏิบัติ มายกเลิกทำอะไรตามใจตามอัธยาศัย มีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติ เจริญพระกรรมฐาน เอาพระธรรมเอาพระวินัยเป็นพื้นเป็นฐาน มาถือเอากรณียกิจ กิจที่ควรทำ ก็คือปฏิบัติตามพระธรรมพระวินัยสิกขาบทน้อยใหญ่ มายกเลิกอกรณียกิจ กิจที่ไม่ควรทำ ยกเลิกการตรึกนึกคิดในเรื่องกามเรื่องพยาบาท คนอื่นเค้าไม่รู้ไม่เข้าใจเพราะใจของเรา เราเป็นผู้รู้ผู้เข้าใจ เราทุกคนต้องไม่ตรึกในกามต้องไม่ตรึกในพยาบาท ต้องพากันรู้ทุกข์ รู้เหตุเกิดทุกข์ ข้อปฏิบัติถึงความดับทุกข์

 

ชีวิตของเราผ่านมา ได้เอากามเอาพยายาทนำชีวิต เรามาบรรพชาอุปสมบทเรามายกเลิกเรื่องกามเรื่องพยาบาท เราจะหยุดกามหยุดพยาบาทเราต้องรู้ต้องเข้าใจ เราจะรู้เข้าใจได้ เราก็ต้องเป็นคนไม่ฟุ้งซ่าน ถ้าเราเป็นคนฟุ้งซ่านมันจะรู้ได้อย่างไร เพราะมันฟุ้งซ่าน

 

ด้วยเหตุผลนี้ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าถึงให้เรามีสติสัมปชัญญะรู้ตัวทั่วพร้อมด้วยอานาปานสติ หายใจเข้าก็มีสติรู้ตัวทั่วพร้อม หายใจออกก็มีสติรู้ตัวทั่วพร้อม ให้มีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติ เพื่อลดพลังเหวี่ยงพลังแรงของความฟุ้งซ่าน

 

ใครจะมาจากไหน องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านไม่ว่า ท่านไม่เลือกชั้นวรรณะ ไม่เลือกตระกูล ให้มารู้มาเข้าใจ มาเอาพระธรรมพระวินัยมายกเลิกตัวยกเลิกตน พระธรรมพระวินัยนี้เป็นหลักการ เป็นหลักวิชาการ เป็นอุดมการณ์อุดมธรรม

 

การมาบรรชาอุปสมบท องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านถึงให้พากันมาบรรพชาอุปสมบทได้ทุกท่านทุกคน เมื่อเรารู้เข้าใจ เอาพระธรรมพระวินัย ยกเลิกตัวตน ก็จะเป็นความงามในเบื้องต้น ท่ามกลาง สูงสุด เป็นความสง่างามทั้งทางกายวาจากิริยามารยาทอาชีพ ยกเลิกตัวตน มีความสุขที่สุดในโลก การยกเลิกตัวตนน่ะมีความสุขที่สุดในโลก ไม่มีอะไรจะมีความสุขเท่ากับการยกเลิกตัวตน

 

ผู้ที่บวชเก่าบวชใหม่ต้องพากันรู้เข้าใจ พากันมายกเลิกตัวตน มาเอาพระธรรมเอาพระวินัย ข้อวัตรกิจวัตรเพื่อยกเลิกตัวยกเลิกตน

 

เราอยู่ที่บ้าน อยู่ที่ครอบครัว เราได้พากันถือทิฏฐิมานะอัตตาตัวตน เราได้มาบรรพชาอุปสมบท เราต้องมายกเลิกตัวยกเลิกตน อาการทั้งกายวาจากิริยามารยาทอาชีพเราต้องเปลี่ยนแปลงหมด อย่าไปถือทิฏฐิมานะอัตตาตัวตน เราต้องเปลี่ยนแปลงหมด เพราะเวลานั้นมีค่า เราอย่าไปถือทิฏฐิมานะอัตตาตัวตน ถึงมีคำกล่าวว่า เราเอาทิฏฐิมานะอัตตาตัวตนก้าวไป มานะ ๙ หมายถึงตัวตนมันก้าวไป เราต้องจบทิฏฐิมานะ จบอัตตาตัวตนด้วยพระธรรมด้วยพระวินัย

 

เพื่อไม่ให้ใครทำอะไรตามใจตามอัธยาศัย ระบบระเบียบพระธรรมพระวินัย ให้เรารู้ให้เข้าใจ เราทุกคนต้องเคารพ อย่าเป็นคนมีทิฏฐิมานะ อย่าเป็นผู้ที่ก้าวไปด้วยทิฏฐิมานะอัตตาตัวตน เราทุกคนต้องอ่อนน้อมถ่อมตน ต้องหยุดยกหูชูงวง ถือตัวถือตน มีฉันทะมีความพอใจในพระธรรมพระวินัย ทำอะไรมาจากใจจากการเสียสละ เพื่อสติสัมปชัญญะจะได้จดจ่อลงในการประพฤติการปฏิบัติ เพื่อให้มีความสุขในการทำหน้าที่ในการประพฤติการปฏิบัติ

 

จะบวชเก่าบวชใหม่นั้นก็คือใจ ใจนั้นไม่มีเก่าไม่มีใหม่ ใจนั้นจะเป็นปัจจุบัน ปัจจุบันเราต้องยกเลิกตัวตน ให้ทุกคนเข้าใจ ไม่มีคำว่าเก่า ไม่มีคำว่าใหม่ ไม่มีเปรียบเทียบ เป็นความสุข ไม่ใช่อดีต ไม่ใช่อนาคต ปัจจุบันเป็นความสดชื่น รู้ตื่นเบิกบาน ถ้าจะเปรียบการประพฤติการปฏิบัติเป็นการชิงแชมป์ ระหว่างวัฏฏสงสารกับการเวียนว่ายตายเกิด ปัจจุบันนี้ถึงเข้าใจว่า ปัจจุบันมันมีครั้งเดียวบนพื้นฐาน ฐานที่เรายืนมันอยู่ที่จุดเดียวอยู่ที่ปัจจุบัน

 

เวลา ๑๘ ชั่วโมงของการตื่นอยู่นี้ให้เราทำหน้าที่ ยกเลิกตัวตนให้หมด เพื่อให้เข้าถึงความดับไม่เหลือซึ่งตัวตน

 

ผู้มีปัญญามาก ๆ ก็ต้องปฏิบัติให้มาก ๆ ตามปัญญานั้น ๆ เพื่อยกเลิกทิฏฐิมานะอัตตาตัวตน รู้แล้วไม่ปฏิบัติปัญญานี้แหละมันจะทำร้ายตัวของปัญญาเอง จะได้เอาปัญญามาใช้มาปฏิบัติเพื่อยกเลิกโลกธรรมด้วยอริยมรรค ด้วยข้อวัตรข้อปฏิบัติ

 

การประพฤติการปฏิบัตินั้นก็จะสมบูรณ์ทั้งความรู้และการประพฤติการปฏิบัติ

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เรารู้เข้าใจ การที่มาปลงผมครอบผ้ากาสาวพัสตร์นั้นเป็นเพียงรูปแบบ เป็นเพียงสัญลักษณ์

 

ด้วยเหตุผลนี้ หลวงปู่มั่น ท่านรู้ท่านเข้าใจ ท่านพาพระภิกษุสามเณรเอาพระธรรมเอาพระวินัย ยกเลิกตัวยกเลิกตน มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติเพื่อหยุดสัญชาตญาณแห่งความเป็นนิติบุคคลตัวตน ตัวท่านเอง ท่านเป็นตัวอย่างแบบอย่าง ท่านพักผ่อนจำวัดเวลา ๔ ทุ่ม ตื่นตี ๒ ของทุก ๆ วันเป็นปฏิปทา

 

ท่านพระอาจารย์ชา ลูกศิษย์ของหลวงปู่มั่น ท่านได้รู้เข้าใจพระธรรมพระวินัย เป็นคำสั่งเป็นคำสอน ได้รับโอวาทธรรมจากหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต ท่านให้ผู้ที่ไปบรรพชาอุปสมบทที่อยู่กับท่าน ถือเอาหลักการขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเอามาใช้เอามาปฏิบัติเป็นหลักการ เพื่อให้ปฏิปทาได้ติดต่อต่อเนื่อง ที่เป็นกระบวนการของมรรคผลพระนิพพาน

 

ท่านให้นอนพักผ่อนจำวัดเวลา ๓ ทุ่ม ตื่นตี ๓

 

ผู้ที่ไปบรรพชาอุปสมบทส่วนใหญ่ก็ไม่รู้ไม่เข้าใจ ทำไปปฏิบัติไปก็ทุกข์ไป เพราะความไม่รู้ไม่เข้าใจ ว่าพระธรรมพระวินัยข้อวัตรกิจวัตรนี้เป็นหลักการที่จะละลายพฤติกรรมที่มีความยึดมั่นถือมั่นเป็นตัวเป็นตน ความรู้ไม่เข้าใจเลยไม่มีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติ

 

เรามาเอาพระธรรมพระวินัยข้อวัตรข้อปฏิบัติเป็นพื้นเป็นฐาน ที่พูดให้ฟังประวัติในการปฏิบัติของหลวงปู่มั่น ของหลวงปู่ชา เพื่อเราทุกคนจะได้เกิดปัญญา มีศรัทธาจะประพฤติจะปฏิบัติในการทำหน้าที่ เพื่อปัจจุบันจะได้เป็นพื้นเป็นฐานของอนาคต

 

เราพากันมาบรรพชาอุปสมบท เป็นเวลาที่มีคุณค่าของเราทุก ๆ คน เราจะบวชถาวรหรือบวชเฉพาะกาลนั้นไม่สำคัญ ให้เราเอาปัจจุบันนี้เป็นพระธรรมเป็นพระวินัย มีความสุขที่สุดในโลกในการประพฤติการปฏิบัติ เพื่อความเป็นพระของเราจะได้สมบูรณ์ทั้งกายวาจากิริยามารยาทไม่ใช่เป็นพระเฉพาะรูปแบบ เป็นพระทั้งกายวาจากิริยามารยาทอาชีพมารวมลงที่ใจอย่างนี้

 

สำหรับประชาชนต้องพากันรู้พากันเข้าใจ ไม่ใช่เป็นได้เฉพาะนั่งบวช ฆราวาสก็เป็นพระได้พอ ๆ กันนั่นแหละ แต่ความเป็นฆราวาสมีธุระมาก มีธุรกิจหน้าที่การงานมาก ดูแลครอบครัว ดูแลธุรกิจหน้าที่การงาน

 

มนุษย์เราถึงต้องมีหลักการในการประพฤติการปฏิบัติ เพราะการประพฤติการปฏิบัตินั้นเป็นเหตุเป็นปัจจัยที่จะเป็นกรรมเป็นกฎแห่งกรรมเป็นผลของกรรม วิบากที่เกิดจากการประพฤติการปฏิบัติ ที่เป็นความเกิดแก่เจ็บตายพลัดพราก เนื่องมาจากวิบากของการกระทำ เพราะสิ่งทั้งหลายทั้งปวงนั้นมันเกิดมาจากเหตุเกิดมาจากปัจจัย เพราะสิ่งนี้มีสิ่งต่อไปถึงมี

 

ฆราวาสผู้ที่อยู่ในครอบครัว ครองบ้านครองเมืองครองประเทศครองโลกถึงต้องพากันรู้เข้าใจ การดำเนินชีวิตต้องรู้ต้องเข้าใจ เพื่อจะได้เอาทั้งรูปธรรมนามธรรม เดินทางไปพร้อม ๆ กัน อันหนึ่งวัตถุ อันหนึ่งใจต้องเดินทางไปพร้อม ๆ กัน อันหนึ่งความรู้อันหนึ่งการปฏิบัติ เพื่อให้ได้ทั้งวัตถุได้ทั้งใจไปพร้อม ๆ กัน

 

คฤหัสถ์ผู้ครองบ้านครองเมืองครองประเทศต้องรู้เข้าใจ วันจันทร์อังคารพุธพฤหัสศุกร์ให้รู้เข้าใจ เป็นวันทำธุรกิจหน้าที่การงานพร้อมกับปฏิบัติใจไปพร้อม ๆ กัน ทำอย่างเดียวกันนั่นแหละให้ได้ประโยชน์ทั้ง ๒ อย่าง ให้ได้ทั้งวัตถุกับใจไปพร้อม ๆ กัน เพราะเราต้องรู้ทุกข์ รู้เหตุเกิดทุกข์ รู้ข้อปฏิบัติถึงความดับทุกข์ การประพฤติการปฏิบัติถึงเป็นอริยมรรคทั้งกายวาจากิริยามารยาทมารวมลงที่ใจ ใจกับกายนั้นจะแยกกันไม่ได้ ระบบสมองกับลมหายใจนี้ต้องไปพร้อม ๆ กัน

 

มีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติ การที่มีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติมันจะได้ออกซิเจน มันจะได้ถ่ายเทของเสียเอาคาร์บอนได้ออกไซด์ออกไป เราต้องรู้ต้องเข้าใจ เราจะไปเอาแต่วัตถุอย่างเดียวนั้นไม่ได้เป็นเด็ดขาดนะ มันจะเสียหาย มันจะพังทลายอย่างเดียวเช่นเดียวกันกับตึก สตง.สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินของเมืองไทยประเทศไทย เราจะเอาแต่เรื่องจิตใจเอาแต่วิทยาศาสตร์นั้นก็ไม่ได้ เดี๋ยวมันจะพังทลายอย่างเดียวกับตึก สตง. สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินของเมืองไทยประเทศไทย ใจกับวัตถุต้องไปพร้อม ๆ กัน

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้รู้เข้าใจ ให้เรารู้ทุกข์ รู้เหตุเกิดทุกข์ รู้ข้อปฏิบัติให้ถึงความดับทุกข์ ให้มีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติ ต้องเป็นพระนิพพานในปัจจุบัน ไม่ต้องรอชาติหน้า ต้องให้เป็นพระนิพพานในปัจจุบัน ถ้ายังไม่ถึงพระนิพพานก็ต้องได้มนุษย์สมบัติ สวรรค์สมบัติ พรหมสมบัติอยู่แล้ว เป็นความดับทุกข์ไปเป็นขณะ ๆ จะว่าความสงบก็ได้จะว่าความดับทุกข์ก็ได้ จะว่าพระนิพพานชั่วขณะก็ได้

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เรารู้เข้าใจ วันเสาร์วันอาทิตย์เป็นวันหยุดทำธุรกิจหน้าที่การงาน ไปให้ทานรักษาศีลฟังธรรม ถือเนกขัมมะบารมี ไปเจริญสติสัมปชัญญะ ยกเลิกธุรกิจหน้าที่การงาน เพื่ออบรมบ่มอินทรีย์เพื่อให้ความดีและปัญญาได้ติดต่อต่อเนื่องกันเป็นเวลา ๔๘ ชั่วโมง

 

ครั้งอดีตกาลที่ผ่านมาได้เอาวัน ๗ ค่ำ ๘ ค่ำ เป็นวันหยุด ได้เอาวัน ๑๔ ค่ำ ๑๕ ค่ำเป็นวันหยุด ปัจจุบันนี้ได้เอาวันเสาร์วันอาทิตย์ ก็มีวันหยุดอย่างเดียวเช่นเดียวกับในปัจจุบัน เพราะทุกอย่างนั้นมันคือกรรม คือกฎแห่งกรรม คือผลของกรรม

 

ปัจจุบันเราต้องรู้ต้องเข้าใจ เพื่อเราจะได้ก้าวไปด้วยความเข้าใจทั้งความรู้กับการประพฤติการปฏิบัติ เราจะตามใจตามอารมณ์ตามสัญชาตญาณนั้นไม่ได้

 

ปัญญาสัมมาทิฏฐิเป็นสิ่งที่เราจะรู้เข้าใจ เราจะได้เอาพระธรรมเอาพระวินัยเอาข้อวัตรกิจวัตรมาใช้มาปฏิบัติ เป็นแบบเป็นพิมพ์เป็นกัลยาณมิตรที่เป็นกิจที่ควรทำ

 

มีความสมัครสมานสามัคคี ปฏิบัติเป็นทางหนึ่งทางเดียวกัน ทำอะไรพร้อมเพรียงกัน พระธรรมพระวินัย ทุกคนต้องมีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติ พระธรรมพระวินัยถือว่าสำคัญทุกข้อทุกสิกขาบท เหมือนอะไหล่รถยนต์ อะไหล่รถยนต์สำคัญทุกอะไหล่

 

พระธรรมพระวินัยจะเป็นสิ่งที่ร้อยกรอง ที่เป็นซุปเปอร์เพาเวอร์ ที่เป็นความงามในเบื้องต้น ท่ามกลาง สูงสุด ที่มาเน้นที่ตัวเราที่มีความสมัครสมานสามัคคี

 

ทุกคนอย่าไปทำอะไรตามใจตามสัญชาตญาณ ต้องยกเลิกตามใจตามสัญชาตญาณ ต้องหยุดสัญชาตญาณของเราทุกคน

 

เราทุกคนต้องรู้เข้าใจ ทรัพยากรทั้งหลายนั้นไม่ใช่ของเรา เป็นของผู้อื่น ที่บ้านไม่ได้เช่า ข้าวไม่ได้ซื้อ เค้าเอาของมาให้มาไหว้นั้นเป็นทรัพยากรของผู้อื่น เราอย่ามาอาศัยพระศาสนาหาอยู่หาฉัน มันไม่ถูกต้อง เราต้องมาอาศัยพระศาสนาจากความเมตตาของประชาชนของมหาชนที่เค้าให้การสนับสนุน เพื่อประโยชน์ตนและประโยชน์ของผู้อื่นให้ถึงพร้อมด้วยความไม่ประมาท

 

ในความรู้สึกของเราที่เป็นมนุษย์ที่อยู่ร่วมกันนี้ เรามองจากปัญญา มองดูหน้าข้าราชการ หน้านักการเมือง หน้านักบวช มีความรู้สึกว่า หน้าโจรหน้ามหาโจรมันลอยขึ้นมาเลยนะ เราต้องรู้ต้องเข้าใจ

 

เรามาบรรพชาอุปสมบท ได้รับการสนับสนุนจากภาษีอากรจากศรัทธามหาชน เราทุกคนอย่าพากันมาหมกมุ่นในกาม อย่าพากันหมกมุ่นในพยาบาท อย่าเอากามเอาพยาบาทเป็นพื้นเป็นฐาน ต้องเอาพระธรรมพระวินัยเป็นพื้นฐาน

 

เราต้องรู้ต้องเข้าใจนะ เพราะเรามีโอกาสมีเวลา เรามีลมปราณ ให้ถือเอาพระธรรมพระวินัย เพราะพระธรรมพระวินัยนั้นเป็นพระนิพพาน เป็นความดับไม่เหลือที่เป็นความรู้คู่กับการประพฤติการปฏิบัติ

 

เราทุกคนมาคิดถึงสิ่งที่ถูกต้อง ที่เป็นคำสั่งคำสอน

 

เรามาตระหนักถึงปัจฉิมโอวาทของพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านตรัสปัจฉิมโอวาทเพื่อไม่ให้เราทั้งหลายตั้งอยู่ในความไม่ประมาท

 

ท่านได้ตรัสโอวาทสำคัญครั้งสุดท้ายไว้ว่า

 

"หันทะทานิ ภิกขะเว อามันตะยามิ โว วะยะธัมมา สังขารา อัปปะมาเทนะ สัมปาเทถะ" แปลความว่า "ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บัดนี้เราขอเตือนท่านทั้งหลายว่า สังขารทั้งหลาย มีความเสื่อมสลายไปเป็นธรรมดา ท่านทั้งหลายจงทำประโยชน์ตนและประโยชน์ผู้อื่นให้ถึงพร้อม ด้วยความไม่ประมาทเถิด

 

โอวาทของหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต

ความไม่ยั่งยืน เป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่และแน่นอนนะ

ความยิ่งใหญ่ คือความไม่ยั่งยืนนะ

ชีวิตที่ยิ่งใหญ่ คือชีวิตที่อยู่ด้วยทาน ศีล เมตตา และกตัญญู

ชีวิตที่มีความดี อาจมิใช่ความยิ่งใหญ่ แต่ชีวิตที่ยิ่งใหญ่ ต้องอาศัยคุณธรรมความดีเป็นปัญญาบริสุทธิคุณเท่านั้น การระงับสังขารทั้งหลายด้วยความรู้ความเข้าใจเป็นความรู้คู่กับการประพฤติการปฏิบัตินั่นแหละคืออริยมรรค เป็นหนทางที่ประเสริฐมีพระนิพพานตั้งแต่ในปัจจุบัน ไม่ต้องรอพระนิพพานเมื่อตายแล้ว ปัจจุบันไม่มีพระนิพพาน อนาคตจะมีพระนิพพานได้อย่างไร

 

ให้เรารู้เข้าใจเรื่องพระธรรมพระวินัย พระธรรมพระวินัยที่เป็นสัมมาทิฐิ เพื่อหยุดวัฏฏสงสารนั่นแหละคือพระนิพพาน ให้พวกเรารู้เข้าใจในเรื่องพระนิพพาน ให้เข้าใจนะว่าสิ่งเดิมนั้นคือความว่างเปล่า สิ่งที่สัญจรไปมาเป็นเพียงอาคันตุกะ เราจะได้เอาหลักการอุดการณ์ที่เป็นศีลเป็นสมาธิเป็นปัญญาเป็นมรรคเป็นอริยมรรคที่ตรงกันข้ามกับโลกธรรมมาประพฤติมาปฏิบัติ ให้รู้เข้าใจ เพราะไม่มีใครอยู่เหนือกรรมเหนือกฎแห่งกรรมเหนือผลของกรรม พระนิพพานความรู้ความเข้าใจในเรื่องกระบวนการปฏิจจสมุปบาท กระบวนการของปฏิจจสมุปบาทจะได้จบลงเพียงผัสสะ จะได้เป็นปัญญาเป็นความสงบ จะเป็นความสงบเป็นปัญญา เป็นสิ่งที่อยู่นอกเหตุเหนือผล หยุดความปรุงแต่ง นี้เป็นขบวนการที่ติดต่อต่อเนื่อง เป็นบารมีเป็นความดีที่ประกอบด้วยปัญญา เป็นพระนิพพานบ้านของเรา ไม่ใช่อวิชชาความหลงเป็นบ้านของเรานะ พระนิพพานคือบ้านของเรา ความสงบและปัญญาถึงเป็นธรรมเป็นปัจจุบันธรรม เราจะหยุดวัฏฏสงสารได้ด้วยความรู้ความเข้าใจ ด้วยพระธรรมด้วยพระวินัย เป็นขบวนการของกระแสในการประพฤติการปฏิบัติที่ได้นำเอาพระธรรมพระวินัยมาประพฤติมาปฏิบัติในปัจจุบันให้ติดต่อต่อเนื่อง

 

 ความสงบและปัญญาที่เป็นพระธรรมพระวินัยถึงหยุดความปรุงแต่งได้ ด้วยปัญญาสัมมาทิฏฐิคู่กับการประพฤติการปฏิบัติในปัจจุบัน พระธรรมพระวินัยที่เป็นความรู้ความเข้าใจ ที่จะหยุดความปรุงแต่งได้ เข้าถึงพระนิพพานตั้งแต่ปัจจุบัน ไม่ต้องรอชาติหน้า พระนิพพานต้องอยู่ที่ปัจจุบันเท่านั้น

 

-----------------------------------------

โอวาทขององค์หลวงพ่อกัณหา สุขกาโม

เมตตาให้ไว้ในเช้าวันอาทิตย์ที่ ๘ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๖๙

ณ วัดป่าทรัพย์ทวีธรรมาราม ต.วังหมี อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา

 

 

 

 

Visitors: 109,794