๑๑ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๖๙

พสกนิกรชาวไทยและชาวต่างประเทศได้มาร่วมรวมกันประพฤติปฏิบัติธรรมเพื่อน้อมถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ด้วยความโทมนัสและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ที่พระองค์ได้ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทยและชาวโลกตลอดระยะเวลาที่ยาวนาน พระองค์ทรงเป็นดั่งแม่แห่งแผ่นดิน ผู้ทรงเปี่ยมด้วยพระเมตตาและพระปรีชาสามารถ ทรงอุทิศพระวรกาย พระสติปัญญา และพระราชหฤทัยในการบำเพ็ญพระราชกรณียกิจนานัปการ เคียงคู่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เพื่อธำรงไว้ซึ่งความผาสุกและความมั่นคงแห่งชาติไทย เราประชาชนชาวไทยต้องร่วมใจสมัครสมานสามัคคีทำความดีที่ประกอบด้วยปัญญา เพื่ออุทิศบุญกุศลน้อมเกล้าถวาย เพื่อเสด็จสู่สวรรคาลัย เข้าสู่สวรรค์มรรคผลพระนิพพาน

 

วันนี้เป็นวันพุธที่ ๑๑ เดือนกุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๖๙

 

ให้ทุกท่านทุกคนพากันนั่งให้สบาย ฟังการบรรยายพระธรรมคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า มีสติรู้ตัวทั่วพร้อม หายใจเข้าให้สบาย เพื่อเอาออกซิเจนเข้าสู่ร่างกาย หายใจออกให้สบายเพื่อเอาคาร์บอนไดออกไซด์เอาของเสียออกไป

 

ฟังการบรรยายเพื่อความรู้เพื่อความเข้าใจ ความรู้ความเข้าใจเป็นสิ่งที่สำคัญ ความรู้ความเข้าใจนี้ไม่ใช่ความจำ เป็นความรู้ความเข้าใจ ถ้าความจำแล้วไม่กี่วันกี่เดือนกี่ปีความจำนั้นก็จะหลงลืม เพราะเป็นเพียงสัญญาขันธ์

 

เรามารู้เรื่องเหตุเรื่องปัจจัย เหตุปัจจัยนั้นจะเป็นกรรม เป็นกฎแห่งกรรม เป็นผลของกรรม สิ่งทั้งหลายทั้งปวงนั้นเกิดจากเหตุเกิดจากปัจจัย เพราะสิ่งนี้มีสิ่งต่อไปถึงมี

 

ธรรมะนั้นคือหน้าที่ ความรู้ความเข้าใจ เพื่อเราจะได้ทำหน้าที่ของเราให้ถูกต้อง จะไม่ได้เอาอวิชชา เอาความหลง เอาความไม่รู้ไม่เข้าใจ เอามาใช้เอามาประพฤติเอามาปฏิบัติ จะไม่ได้เกิดความเสียหาย เกิดจากพังทลายอย่างเดียวเช่นเดียวกับตึก สตง. สำนักงานตวจเงินแผ่นดินของเมืองไทยประเทศไทย

 

การดำเนินชีวิตของเรานั้นเกิดจากกรรม กฎแห่งกรรม ผลของกรรม เป็นกรรมทางกายทางวาจากิริยามารยาททางอาชีพ มารวมลงที่ใจ ถ้าใจรู้เข้าใจ ใจนั้นก็เป็นพุทธะ ถ้าใจไม่รู้ไม่เข้าใจ ใจนั้นก็จะเป็นอวิชชาเป็นความหลง 

 

ปัจจุบันนี้เป็นการประพฤติการปฏิบัติของเราทุก ๆ คน เพราะเหตุผลว่า อดีตก็มารวมอยู่ที่ปัจจุบัน อนาคตที่จะไปข้างหน้าก็อยู่ที่ปัจจุบัน ปัจจุบันจึงเป็นวาระแห่งชาติของการประพฤติการปฏิบัติ ปัจจุบันเราต้องรู้ต้องเข้าใจในเรื่องทุกข์ เหตุเกิดทุกข์ ข้อปฏิบัติถึงความดับทุกข์ เราต้องพากันมารู้มาเข้าใจ เพราะไม่มีใครประพฤติไม่มีใครปฏิบัติให้เราได้แทนเราได้ เรื่องนี้เป็นเรื่องเฉพาะตน

 

อาศัยความรู้ความเข้าใจ อาศัยตัวอย่างแบบอย่างจากองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ท่านผู้บำเพ็ญพุทธบารมีหลายล้านปีหลายอสงไขย ได้ตรัสรู้เป็นองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ด้วยพระองค์เอง

 

วันหนึ่งคืนหนึ่ง เราเป็นคฤหัสถ์ผู้ครองเรือน เรานอนเราพักผ่อนวันละ ๘ ชั่วโมง ถ้าวันไหนเวลารัดตัว ธุรกิจหน้าที่การงานรัดตัว ควรจะนอนอย่างน้อยสัก ๗ ชั่วโมง เพื่อสุขภาพร่างกายของเราจะได้แข็งแรงเพื่อจะได้เอาไปใช้งานได้อย่างคล่องแคล่วว่องไว  สมองของเราจะได้คล่องแคล่วรวดเร็วว่องไว จะไม่ได้เซ่อ จะไม่ได้เบลอ

 

เรามาบวชเป็นสมณะชีพราหมณ์ ถือเนกขัมมะบารมี ยกเลิกตัวยกเลิกตน ไม่มีตัวไม่มีตน ประชาชนมหาชนทั้งหลายเค้าถึงเรียกท่านผู้นั้นว่าพระ ได้แก่ เอาพระธรรมพระวินัยมาใช้มาปฏิบัติ เราเอาพระธรรมพระวินัยมาใช้มาประพฤติมาปฏิบัติ

 

วันหนึ่งคืนหนึ่งนอนพักผ่อนจำวัดวันละ ๖ ชั่วโมง วันไหนเวลารัดตัวมากก็ให้นอนพักผ่อนจำวัดไม่น้อยวันละ ๕ ชั่วโมง เพื่อสุขภาพจะได้แข็งแรง สมองจะไม่ได้เซ่อไม่ได้เบลอ

 

ความรู้ความเข้าใจในอริยสัจ ๔ ในเรื่องทุกข์ เหตุกเกิดทุกข์ ข้อปฏิบัติถึงความดับทุกข์ เราทุกคนต้องเอามาใช้เอามาปฏิบัติเพื่อเป็นอริยมรรคทางกายาวาจากิริยารมารยาทอาชีพ มารวมลงที่ใจ ที่ใจรู้ ใจเข้าใจ เราจะไม่ได้เสียเวลา เสียกาลเสียเวลา

 

สติสัมปชัญญะเป็นธรรมะที่คุณมีประโยชน์แก่วกเราทุก ๆ คน

 

ด้วยเหตุผลนี้ เราต้องรู้คุณรู้ประโยชน์ ว่าสติสัมปชัญญะนี้คือคุณคือประโยชน์ หาโทษมิได้ มีแต่คุณมีแต่ประโยชน์

 

เราทุกคนต้องมีสติรู้ตัวทั่วพร้อมให้ชัดเจน มีสติรู้ตัวทั่วพร้อมในการยืนเดินนั่งนอน ต้องมีสติรู้ตัวทั่วพร้อม มีสติรู้ตัวทั่วพร้อมในการหายใจเข้า ในการหายใจออก

 

สตินั้นคือความสงบ สัมปชัญญะนั้นคือตัวปัญญา ๒ อย่างต้องเดินทางไปพร้อม ๆ กัน อันหนึ่งลมหายใจ อันหนึ่งสมอง ๒ อย่งนี้ต้องไปพร้อม ๆ กัน

 

เรามีปัญญาสัมมาทิฏฐิ มีความสุขในการประพฤติในการปฏิบัติในการทำหน้าที่ ที่เป็นความดีที่ประกอบด้วยปัญญา เป็นปัญญาที่ประกอบด้วยความดี

 

ความรู้ความเข้าใจพร้อมทั้งการประพฤติการปฏิบัตินี้ จะเป็นพระนิพพานในปัจจุบัน เป็นพระนิพพานชั่วขณะ เป็นการทำความดีเพื่อความดี ไม่ใช่ทำความดีเพราะอยากจะเป็นคนดี เป็นความรู้ความเข้าใจ ไม่มีการเปรียบเทียบ ไม่มีความปรุงแต่งที่เป็นนิติบุคคลตัวตน เป็นการทำความดีเพื่อความดี เพราะทำความดีนั้นดีอยู่แล้ว

 

ทานศีลสมาธิภาวนาที่เกิดจากความรู้ความเข้าใจ ความรู้ความเข้าใจพร้อมการประพฤติการปฏิบัตินั้นถึงเป็นพระนิพพานอยู่ที่ปัจจุบัน ไม่ต้องรอชาติหน้า เป็นพระนิพพานไปชั่วขณะ ๆ เพื่อเป็นความดีเป็นบารมีเบื้องต้น ท่ามกลาง สูงสุด สำหรับเสขบุคคล ผู้ที่มีความรู้ความเข้าใจ มีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติ

 

ความรู้ความเข้าใจจะเป็นสยามเมืองยิ้ม หรือจะว่าประเทศไหนเมืองยิ้มก็ได้ เพราะความรู้ความเข้าใจพร้อมทั้งการประพฤติการปฏิบัตินี้เป็นสากล เป็นธรรมเป็นปัจจุบันธรรม ความคิดคำพูดการกระทำกิริยามารยาทตลอดถึงกรรมนั้นเป็นสากล

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เรารู้เราเข้าใจในเรื่องเหตุเรื่องปัจจัยที่เป็นสากล พระนิพพานนั้นถึงมีกับทุก ๆ ศาสนา มีอยู่กับทุก ๆ คน ไม่มีใครสงวนลิขสิทธิ์

 

การประพฤติการปฏิบัตินั้น เราต้องรู้ต้องเข้าใจ ความเป็นพระนั้นอยู่ที่เรารู้ อยู่ที่เราเข้าใจ มีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติ ในการทำหน้าที่ ทำหน้าที่ของเราให้ดี ๆ เพื่อเป็นอริยมรรคทั้งกายวาจากิริยามารยาทมารวมลงที่ใจ ใจที่รู้ ใจที่เข้าใจ ใจที่มีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติ

 

ความสุขนั้นจะเป็นออกซิเจนจากความรู้และการปฏิบัติ จะเป็นการปล่อยวางของเสีย ปล่อยวางคาร์บอนไดออกไซด์ออกไป

 

ฆราวาสผู้ครองเรือน นอนพักผ่อนวันละ ๘ ชั่วโมง ตื่นอยู่นี้วันละ ๑๖ ชั่วโมง มีความสุขในการประพฤติในการปฏิบัติในการทำหน้าที่ มีความสุขในการทำหน้าที่ สัมมาสมาธิความตั้งใจมั่น เอาปัจจุบันเป็นการประพฤติการปฏิบัติ

 

ผู้ที่มาบวช ยกเลิกตัวยกเลิกตน เอาพระธรรมเอาพระวินัยนำการประพฤตินำการปฏิบัติ นอนพักผ่อนจำวัดวันละ ๖ ชั่วโมง พักผ่อนจำวัดน้อยกว่าฆราวาส เพราะเหตุผลว่า ผู้ที่มาบวชเป็นผู้ยกเลิกธุรกิจหน้าที่การงานทางโลกทางฆราวาส มุ่งประพฤติมุ่งปฏิบัติเพื่อทำความเพียรติดต่อต่อเนื่อง

 

อาศัยทรัพยากรจากมหาชนผู้ครองเรือน มหาชนเค้าเห็นด้วย เค้าโอเคด้วย บ้านไม่ได้เช่า ข้าวไม่ได้ซื้อ มหาชนเค้าเอามาประเคนมาถวายก็ยังมาไหว้อีก

 

ได้มีโอกาสพิเศษบำเพ็ญบารมีเอาความดีและปัญญา ประพฤติปฏิบัติ ผู้ประพฤติผู้ปฏิบัติ เป็นบุคคลไม่มีปริโพธ ไม่มีความกังวลในการดำรงชีพ การนอนการพักผ่อนการจำวัด วันละ ๖ ชั่วโมงก็ถือว่ามากแล้ว ถือว่าเพียงพอแล้ว

 

ผู้ที่เป็นฆราวาสเป็นนักบวชก็ต้องทำหน้าที่ของตัวผู้นั้นให้สมบูรณ์ ไม่ให้ขาดตกบกพร่อง ไม่ให้ด่างไม่ให้พร้อย ไม่ให้เศร้าหมอง ธรรมะคือหน้าที่ หน้าที่คือธรรมะ มีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติในการทำหน้าที่ เพื่อให้เป็นความดีและปัญญา เพื่อเป็นปฏิปทาเป็นสายน้ำ เป็นกระบวนการของปฏิจจสมุปบาทฝ่ายดีที่ประกอบด้วยปัญญา

 

การประพฤติการปฏิบัติ เป็นความรู้ความเข้าใจ มีความสุขในการประพฤติในการปฏิบัติ จะว่าความสุขก็ได้จะว่าความสงบก็ได้ เพราะความสุขกับความสงบนั้นมันคืออันเดียวกัน จะว่าความไม่มีทุกข์ก็ได้ ถ้าเรามีความสุขมันก็ไม่มีความทุกข์ จะว่าพระนิพพานก็ได้ พระนิพพานในปัจจุบันชั่วขณะ ๆ ไป เป็นสยามเมืองยิ้ม ไม่มีความทุกข์ คือรู้ความทุกข์ รู้เหตุเกิดทุกข์ รู้ข้อปฏิบัติให้ถึงความดับทุกข์ เป็นความรู้ความเข้าใจ เป็นความอิ่มความเต็มความพอความเพียงเพียงพอ เป็นพระธรรมเป็นพระวินัย

 

ความเป็นพระอริยเจ้า เป็นพระโสดาบัน เป็นพระสกิทาคามี เป็นพระอนาคามี เป็นพระอรหันต์ ต้องเป็นที่ปัจจุบัน อยู่กับเราทุกคนที่มีความรู้คู่กับการประพฤติการปฏิบัติ

 

ทุกคนต้องรู้เข้าใจ จะได้รู้ทุกข์ รู้เหตุเกิดทุกข์ รู้ข้อปฏิบัติให้ถึงความดับทุกข์ เราจะได้ทำหน้าที่ตั้งแต่ต้นเหตุ เราจะไม่ได้ไปแก้ที่ปลายเหตุ ด้วยความไม่รู้ไม่เข้าใจ เราทั้งหลายพากันไปแก้ที่ปลายเหตุ ความเกิดความแก่ความตายความพลัดพรากมันเป็นปลายเหตุ เป็นวิบากกรรม ที่เกิดจากความไม่รู้ไม่เข้าใจ การแก้ปัญหานั้นถึงแก้ไม่ได้ เพราะความเห็นไม่ถูกต้อง ความเข้าใจไม่ถูกต้อง ปฏิบัติไม่ถูกต้อง ชีวิตของเราและท่านเลยเสียหาย มันเลยพังทลายอย่างเดียวเช่นเดียวกันกับตึก สตง. สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินของเมืองไทยประเทศไทย

 

หลักการในการดำเนินชีวิตที่ประเสริฐ ในโลกนี้เค้าใช้หลักการอันเดียวกันหมด

 

วันจันทร์อังคารพุธพฤหัสศุกร์ เป็นวันทำงานกับวันปฏิบัติธรรมสำหรับฆราวาสผู้ครองบ้านครองเมืองครองประเทศครองโลก เป็นหลักการเดียวกันหมด เอาทั้ง ๒ อย่างไปพร้อม ๆ กัน เอาทั้งวัตถุกับจิตใจไปพร้อม ๆ กัน ด้วยอาศัยปัญญาสัมมาทิฏฐิที่เป็นปัญญาประดิษฐ์ที่มีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติอยู่ที่ปัจจุบัน เป็นความรู้ความเข้าใจ เป็นปัญญาสัมมาทิฏฐิ มีความตั้งมั่น สิ่งทั้งหลายทั้งปวงนั้นจบลงที่ปัจจุบัน จบลงที่ผัสสะด้วยความรู้ความเข้าใจ มีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติ ทุกธุรกิจหน้าที่การงานเลยเป็นพระนิพพานในปัจจุบัน เป็นพระนิพพานเป็นขณะๆ ไปนี้เป็นหลักการของฆราวาสผู้ครองบ้านครองเมืองครองโลก

 

วันเสาร์วันอาทิตย์เป็นวันหยุดทำธุรกิจหน้าที่การงานของฆราวาสผู้ครองเรือน ครองบ้าน ครองประเทศ ครองโลก ต้องหยุด หยุดทำไม หยุดเพื่อไปให้ทาน รักษาศีล ถือเนกขัมมะบารมี ฟังพระธรรมเทศนา เพื่อไปประพฤติปฏิบัติตามนั้น ให้การประพฤติการปฏิบัติธรรมนั้นได้ติดต่อต่อเนื่องเป็นเวลา ๔๘ ชั่วโมง

 

การทำอะไรตามหลักเหตุผลตามหลักวิทยาศาสตร์ ใช้เวลาติดต่อต่อเนื่องเป็นเวลา ๓ อาทิตย์ ๒๑ วัน ตามหลักเหตุผลตามหลักวิทยาศาสตร์ ๓ อาทิตย์ขึ้นไปจะมีการเปลี่ยนแปลง การทำอะไรที่ติดต่อต่อเนื่องถึงเป็นขบวนการฝ่ายถูกต้องฝ่ายไม่ถูกต้อง จะมีการเปลี่ยนแปลง

 

ด้วยเหตุผลนี้ ถึงมีวันเสาร์วันอาทิตย์เป็นวันหยุด เพื่อจะได้เปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดี ด้วยอาศัยเหตุอาศัยปัจจัย เพราะสิ่งนี้มีสิ่งต่อไปมันถึงมี ต้องมีเหตุมีปัจจัย ทุก ๆ ประเทศในโลกนี้ถึงได้เอาวันเสาร์วันอาทิตย์เป็นวันหยุด เพื่อไปพัฒนาจิตใจ เพื่อเป็นหลักในการดำเนินชีวิต

 

เราต้องพากันรู้เข้าใจนะ ไม่ใช่วันเสาร์วันอาทิตย์หยุดให้เราไปเที่ยว ไปสรวลเสเฮฮา ไม่ใช่เป็นวันปล่อยเปรตนะ เพื่อให้ความดีและปัญญาได้มีความเข้มข้นขึ้นอีก

 

สมัยครั้งพุทธกาลท่านเอาวัน ๗ ค่ำ ๘ ค่ำเป็นวันหยุดเพื่อพัฒนาจิตใจ เอาวัน ๑๔ ค่ำ ๑๕ ค่ำเป็นวันหยุดเพื่อพัฒนาจิตใจ ปัจจุบันนี้เอาหลักสากลของโลก เอาวันเสาร์วันอาทิตย์เป็นวันหยุด เพื่อพัฒนาจิตใจเราต้องพากันรู้พากันเข้าใจนะ

 

เราต้องมารู้มาเข้าใจในเรื่องทุกข์ เหตุเกิดทุกข์ ข้อปฏิบัติถึงความดับทุกข์ เราจะได้รับผิดชอบด้วยความรู้ความเข้าใจในการประพฤติในการปฏิบัติ ว่าการประพฤติการปฏิบัตินั้นต้องเอาปัญญาควบคู่กับความดี เอาความดีควบคู่กับปัญญา

 

ผู้ที่คงแก่เรียนทั้งหลาย ผู้มีปัญญา มีความรู้มาก ๆ มีความเข้าใจมาก ๆ ต้องเอาความรู้ความเข้าใจนั้นมาใช้มาประพฤติมาปฏิบัติ เราต้องรู้ต้องเข้าใจว่าทุกอย่างคือเหตุคือปัจจัย มันจะนอกเหนือเหตุเหนือปัจจัยไปไม่ได้ ผู้มีความรู้มาก ๆ ถึงต้องปฏิบัติมาก ๆ เสมอความรู้นั้นแหละ ถ้าไม่รู้ไม่เข้าใจ ความรู้นั้นก็จะเป็นความฟุ้งซ่าน เป็นความรู้ที่ไม่รู้จักอิ่ม ไม่รู้จักเต็ม ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักความพอเพียงเพียงพอ ไม่เข้าถึงเศรษฐกิจพอเพียงเพียงพอ

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เรารู้ให้เข้าใจในเรื่องทุกข์ เหตุเกิดทุกข์ เห็นภัยในวัฏฏสงสาร มีความละอายต่อบาปเกรงกลัวต่อบาป

 

รู้เข้าใจในเหยื่อของโลก ในความอร่อยของโลก เราต้องรู้เข้าใจในเรื่องทุกข์ เหตุเกิดทุกข์ ข้อปฏิบัติให้ถึงความดับทุกข์ ความอร่อยของโลกที่เป็นกาม

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เราเข้าใจ อย่าไปหมกมุ่นอยู่ในกาม อย่าไปจมอยู่ในกาม

 

เราทุกคนต้องคอนโทรลตัวเองในปัจจุบันให้ดี ๆ ด้วยปัญญาสัมมาทิฏฐิ ด้วยความตั้งมั่นในสัมมาสมาธิคือความตั้งใจมั่นชอบ เราเน้นมาที่ใจของเรา การที่เราจะปกปิดคนอื่นนั้นปิดได้ แต่ปกปิดใจของเรานั้นไม่ได้นะ

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าถึงไม่ให้เราทุกคนตรึกในกามจมอยู่ในกาม ไม่ให้ไปตรึกในพยาบาท จมอยู่ในพยาบาท ต้องรู้ต้องเข้าใจ เราต้องมีความเห็นถูกต้อง เข้าใจถูกต้อง ปฏิบัติให้ถูกต้อง เพื่อเราจะไม่ได้หมกเม็ดเอากามไว้ เอาพยาบาทไว้ เราต้องรู้ต้องเข้าใจ เราจะได้ยกเลิกการหลอกลวง

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เราเข้าถึงความบริสุทธิคุณทั้งกายวาจากิริยามารยาทรวมลงที่ใจบริสุทธิ ใจที่เป็นพรหมจรรย์ มีความตั้งมั่นในความรู้คู่กับการปฏิบัติ

 

เราต้องพากันมารู้มาเข้าใจ เพื่อไม่ให้ธาตุให้ขันธ์ให้อายตนะทั้งสิ่งภายนอกภายในมันครอบงำใจของเรา ครอบงำสติปัญญาของเรา ให้เราเอาปัญหาทั้งหลายนี้มาเป็นปัญญา เอาปัญญามาเป็นข้อวัตรข้อปฏิบัติมาเป็นความสงบ เอาความสงบมาเสียสละ เพื่อเป็นมรรคเป็นหนทางในการประพฤติการปฏิบัติ

 

เพื่อเราจะได้เข้าถึงพระนิพพานในปัจจุบันด้วยความรู้ความเข้าใจ ไม่ใช่พระนิพพานอยู่ในอนาคตกาลเบื้องหน้าโน้นเทอญ

 

มีผู้ไม่รู้ไม่เข้าใจ ไปทูลถามปัญหาขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าว่า ตายแล้วได้เกิดอีกหรือว่าตายแล้วสูญไป

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านเมตตาด้วยธรรมเทศนาให้ฟังว่า ตายแล้วได้เกิดหรือตายแล้วสูญนี้ขึ้นอยู่ที่เหตุขึ้นอยู่ที่ปัจจัย ขึ้นอยู่ที่เงื่อนไข เพราะสิ่งนี้มีสิ่งต่อไปมันถึงมี ฝ่ายเกิดมาจากเหตุปัจจัย ฝ่ายไม่ได้เกิดก็มาจากเหตุปัจจัย เราต้องพากันรู้พากันเข้าใจ

 

ให้เข้าใจในหลักการในการประพฤติการปฏิบัติ ให้เอาปัจจุบันนี้แหละเป็นหลักการในการประพฤติการปฏิบัติ เพราะอดีตก็มารวมอยู่ที่ปัจจุบัน อนาคตที่จะไปข้างหน้าก็อยู่ที่ปัจจุบัน ปัจจุบันเราต้องรู้เข้าในมีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติ เราจะได้เป็นประโยชน์ทั้งในปัจจุบันเป็นพื้นเป็นฐานของอนาคต เราต้องรู้ต้องเข้าใจอย่างนี้

 

เราต้องมีปัญญาสัมมาทิฏฐิในการประพฤติการปฏิบัติ ปัจจุบันเราถึงมีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติ เราจะได้ทำธุรกิจหน้าที่การงานที่เป็นพระนิพพานอยู่ที่ปัจจุบัน

 

มีผู้ไม่เข้าใจได้ถามปัญหาว่า การประพฤติการปฏิบัตินั้นปฏิบัติไปถึงไหนถึงจะได้หยุด การประพฤติการปฏิบัตินี้เป็นความรู้ความเข้าใจ เป็นปัญญาสัมมาทิฏฐิ เป็นพระนิพพานในปัจจุบัน ให้เรารู้เข้าใจ การคิดดี ๆ พูดดี ๆ กิริยามารยาทดี ๆ ที่เป็นความดีที่บริสุทธิคุณนั้นมันเป็นพระนิพพานเป็นความสุข

 

ผู้ที่รู้เข้าใจ มีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติ ความรู้ความเข้าใจนั้นมันจะเป็นพระนิพพานอยู่ที่ปัจจุบัน มันเป็นการยกเลิกกาลยกเลิกเวลา ไม่มีช้าไม่มีเร็ว ไม่มีการเปรียบเทียบ ไม่มีการปรุงแต่ง เราต้องรู้เข้าใจว่าธรรมะคือหน้าที่ หน้าที่คือธรรมะ มีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติ

 

เราพากันคิดให้ดี ๆ ด้วยปัญญานะ เพื่อทำที่สุดแห่งความทุกข์ของเราทุก ๆ คน

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เรารู้เข้าใจ เราทั้งหลายจะได้ว่างจากสิ่งที่มีอยู่ ว่างจากสิ่งที่ไม่มีมันจะมีประโยชน์อะไร ผู้ที่ตายแล้วจะมีประโยชน์อะไร ผู้ไม่มีตาหูจมูกลิ้นกายใจมันจะมีประโยชน์อะไร เราต้องพากันรู้พากันเข้าใจ

 

ให้รู้เข้าใจนะ ว่าเรามีตารูปถึงมี เรามีหูเสียงถึงมี เรามีจมูกกลิ่นถึงมี เรามีลิ้นรสถึงมี เรามีกายถึงมีสัมผัส เรามีใจถึงมีความรู้สึกนึกคิดที่เป็นเจตสิกต่าง ๆ

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เรารู้เข้าใจ เราทั้งหลายจะได้ว่างจากสิ่งที่มีอยู่ สิ่งทั้งหลายทั้งปวงที่เป็นปัญหานั้นจะได้เป็นปัญญา จะเป็นบริสุทธิคุณทั้งกายวาจากิริยามารยาทอาชีพมารวมลงที่ใจ ทุกคนจะเข้าถึงพระนิพพานอยู่ในปัจจุบัน ไม่ต้องรอนิพพานอยู่ในอนาคตกาลเบื้องหน้าโน้นเทอญ เราต้องรู้เข้าใจ

 

เข้าใจในปัญหา ปัญหานั่นแหละจะได้เกิดปัญญา ปัญญานั้นจะได้เกิดการประพฤติการปฏิบัติ ความสุขถึงอยู่ที่หน้าที่ที่เป็นความดีและปัญญา ก้าวไปด้วยปฏิปทาที่ติดต่อต่อเนื่อง

 

เราพากันคิดดูดี ๆ นะ ว่าทำไม ๔ ปีเค้าถึงให้มีการเลือกตั้งนักการเมืองใหม่ เพราะเหตุผลว่าการทำอะไรที่เป็นความดีและปัญญามันใช้เวลา ๔ ปีจะได้ผลเห็นผล ที่เอาความดีและปัญญามาใช้มาปฏิบัติเพื่อให้เป็นปฏิปทาที่ติดต่อต่อเนื่องเป็นเวลา ๔ ปี ได้ผลเห็นผลร้อยเปอร์เซ็นต์

 

การปฏิบัติความดีและปัญญา ยกเลิกทุจริตทั้งกายวาจากิริยามารยาทอาชีพรวมลงที่ใจต้องใช้เวลาติดต่อต่อเนื่องเป็นเวลา ๔ ปี จึงจะแก้ปัญหาได้ เมื่อครบ ๔ ปีถึงให้มีการเลือกตั้งใหม่ เพื่อพัฒนาประชาธิปไตยให้เป็นธรรมาธิปไตย เพื่อคัดกรองเอาของเสียออกไป เพื่อวิทยาศาสตร์จะได้ก้าวหน้า เพื่อจิตใจจะได้มีปัญญา มีความก้าวหน้า เป็นธรรมเป็นปัจจุบันธรรม เป็นพระนิพพานอยู่ที่ปัจจุบัน

 

นักการเมืองทั้งหลายถึงต้องมาเอาพระนิพพานนำชีวิต

 

เราพากันคิดดูดี ๆ เพื่อจะได้เข้าถึงความอิ่มความเต็มความพอเพียงเพียงพอ

 

เราคิดดูดี ๆ นะ ของมันมีเท่านี้เราอยากให้มันมากมันก็ไม่มาก ของมันมีเท่านี้เราอยากให้มันน้อยมันก็ไม่น้อยมันก็เท่าเก่าเท่าเดิม การลิดรอนสิทธิความเป็นจริงมันคือความไม่ถูกต้อง เราต้องรู้เข้าใจ เราต้องคืนอธิปไตยให้กับบริสุทธิคุณให้กับความถูกต้อง นักการเมืองทั้งหลายจะได้พากันเข้าถึงพระนิพพานในการทำงาน เพื่อเอาปัญหามาเป็นปัญญา เอาปัญญามาเป็นการปฏิบัติ มีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติ นักการเมืองทั้งหลายต้องพากันรู้พากันเข้าใจนะ

 

นักการเมืองพากันเข้าใจนะ ข้าราชการทั้งหลายพากันเข้าใจนะ มหาชนทั้งหลายพากันเข้าใจนะ  

 

ที่มาที่ไปของปัญหานั้นมันเป็นอย่างนี้แหละให้เรารู้เข้าใจ เราต้องรู้เข้าใจ ในเรื่องเหตุเรื่องปัจจัย ชีวิตของเรานี้มีคุณค่าทรงคุณค่า วินาทีนาทีชั่วโมงเดือนปีข้างหน้าทุกอย่างมันไม่แน่นะ ปัจจุบันนี้แหละเราต้องรู้ต้องเข้าใจ เราต้องเอาปัจจบันนี้มาใช้มาประพฤติมาปฏิบัติ อย่าพากันไปเซ่อ ๆ เบลอ ๆ อยู่นั่น ให้เสียกาลเสียเวลา

 

เราพากันทำหน้าที่ของเราดี ๆ เราอย่าเอาความโง่นำชีวิต เราต้องเอาปัญญานำชีวิต ปัจจุบันเราต้องรู้เข้าใจ ว่าเราต้องคิดดี ๆ พูดดี ๆ กิริยามารยาทดี ๆ ยกเลิกตัวตน จะได้เข้าถึงพุทธะ ผู้รู้ผู้ตื่นผู้เบิกบาน เข้าถึงพระนิพพานอยู่กับพระนิพพานบ้านของเราในปัจจุบัน เป็นสยามเมืองยิ้ม

 

เราต้องรู้ต้องเข้าใจในอริยมรรคที่เป็นหน้าที่ เป็นธรรมเป็นหน้าที่ ต้องเป็นพระนิพพานอยู่ในปัจจุบัน เราต้องรู้เข้าใจ หน้าที่ที่เรากำลังปฏิบัติอยู่นั่นแหละ ให้เรารู้เข้าใจ ว่าธุรกิจหน้าที่การงานของเรามันจะเป็นพระนิพพานที่เป็นความรู้ความเข้าใจ เป็นการประพฤติการปฏิบัติ

 

เราต้องรู้ต้องเข้าใจ เราจะไม่ได้แยกงานออกจากใจ ไม่ได้แยกใจออกจากงาน เราต้องรู้เข้าใจ กายไปไหนใจก็ไปที่นั้น มันแยกกันไม่ได้ ถ้าแยกเมื่อไหร่ก็ย่อมเสียหายย่อมพังทลายอย่างเดียวเช่นเดียวกันกับตึก สตง. สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน เราต้องรู้ต้องเข้าใจ เราจะได้รู้จักพระนิพพานอยู่กับธุรกิจหน้าที่การงานนะ พระนิพพานตั้งอยู่กับธุรกิจหน้าที่การงาน มันแยกออกจากกันไม่ได้

 

เรามาระลึกถึงพระธรรมคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่บริสุทธิคุณที่เป็นพระธรรมพระวินัยที่เป็นบริสุทธิคุณ เป็นความรู้คู่กับการประพฤติการปฏิบัติ

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านได้ตรัสปัจฉิมโอวาทครั้งสุดท้ายไว้เพื่อกำชับให้เรารู้เข้าใจ ไม่ให้ตั้งอยู่ในความประมาท

 

"หันทะทานิ ภิกขะเว อามันตะยามิ โว วะยะธัมมา สังขารา อัปปะมาเทนะ สัมปาเทถะ" แปลความว่า "ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บัดนี้เราขอเตือนท่านทั้งหลายว่า สังขารทั้งหลาย มีความเสื่อมสลายไปเป็นธรรมดา ท่านทั้งหลายจงทำประโยชน์ตนและประโยชน์ผู้อื่นให้ถึงพร้อม ด้วยความไม่ประมาทเถิด

 

โอวาทของหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต

ความไม่ยั่งยืน เป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่และแน่นอนนะ

ความยิ่งใหญ่ คือความไม่ยั่งยืนนะ

ชีวิตที่ยิ่งใหญ่ คือชีวิตที่อยู่ด้วยทาน ศีล เมตตา และกตัญญู

ชีวิตที่มีความดี อาจมิใช่ความยิ่งใหญ่ แต่ชีวิตที่ยิ่งใหญ่ ต้องอาศัยคุณธรรมความดีเป็นปัญญาบริสุทธิคุณเท่านั้น การระงับสังขารทั้งหลายด้วยความรู้ความเข้าใจเป็นความรู้คู่กับการประพฤติการปฏิบัตินั่นแหละคืออริยมรรค เป็นหนทางที่ประเสริฐมีพระนิพพานตั้งแต่ในปัจจุบัน ไม่ต้องรอพระนิพพานเมื่อตายแล้ว ปัจจุบันไม่มีพระนิพพาน อนาคตจะมีพระนิพพานได้อย่างไร

 

ให้เรารู้เข้าใจเรื่องพระธรรมพระวินัย พระธรรมพระวินัยที่เป็นสัมมาทิฐิ เพื่อหยุดวัฏฏสงสารนั่นแหละคือพระนิพพาน ให้พวกเรารู้เข้าใจในเรื่องพระนิพพาน ให้เข้าใจนะว่าสิ่งเดิมนั้นคือความว่างเปล่า สิ่งที่สัญจรไปมาเป็นเพียงอาคันตุกะ เราจะได้เอาหลักการอุดการณ์ที่เป็นศีลเป็นสมาธิเป็นปัญญาเป็นมรรคเป็นอริยมรรคที่ตรงกันข้ามกับโลกธรรมมาประพฤติมาปฏิบัติ ให้รู้เข้าใจ เพราะไม่มีใครอยู่เหนือกรรมเหนือกฎแห่งกรรมเหนือผลของกรรม พระนิพพานความรู้ความเข้าใจในเรื่องกระบวนการปฏิจจสมุปบาท กระบวนการของปฏิจจสมุปบาทจะได้จบลงเพียงผัสสะ จะได้เป็นปัญญาเป็นความสงบ จะเป็นความสงบเป็นปัญญา เป็นสิ่งที่อยู่นอกเหตุเหนือผล หยุดความปรุงแต่ง นี้เป็นขบวนการที่ติดต่อต่อเนื่อง เป็นบารมีเป็นความดีที่ประกอบด้วยปัญญา เป็นพระนิพพานบ้านของเรา ไม่ใช่อวิชชาความหลงเป็นบ้านของเรานะ พระนิพพานคือบ้านของเรา ความสงบและปัญญาถึงเป็นธรรมเป็นปัจจุบันธรรม เราจะหยุดวัฏฏสงสารได้ด้วยความรู้ความเข้าใจ ด้วยพระธรรมด้วยพระวินัย เป็นขบวนการของกระแสในการประพฤติการปฏิบัติที่ได้นำเอาพระธรรมพระวินัยมาประพฤติมาปฏิบัติในปัจจุบันให้ติดต่อต่อเนื่อง

 

 ความสงบและปัญญาที่เป็นพระธรรมพระวินัยถึงหยุดความปรุงแต่งได้ ด้วยปัญญาสัมมาทิฏฐิคู่กับการประพฤติการปฏิบัติในปัจจุบัน พระธรรมพระวินัยที่เป็นความรู้ความเข้าใจ ที่จะหยุดความปรุงแต่งได้ เข้าถึงพระนิพพานตั้งแต่ปัจจุบัน ไม่ต้องรอชาติหน้า พระนิพพานต้องอยู่ที่ปัจจุบันเท่านั้น

 

-----------------------------------------

โอวาทขององค์หลวงพ่อกัณหา สุขกาโม

เมตตาให้ไว้ในเช้าวันพุธที่ ๑๑ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๖๙

ณ วัดป่าทรัพย์ทวีธรรมาราม ต.วังหมี อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา

 

Visitors: 109,795