๑๔ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๖๙

พสกนิกรชาวไทยและชาวต่างประเทศได้มาร่วมรวมกันประพฤติปฏิบัติธรรมเพื่อน้อมถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ด้วยความโทมนัสและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ที่พระองค์ได้ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทยและชาวโลกตลอดระยะเวลาที่ยาวนาน พระองค์ทรงเป็นดั่งแม่แห่งแผ่นดิน ผู้ทรงเปี่ยมด้วยพระเมตตาและพระปรีชาสามารถ ทรงอุทิศพระวรกาย พระสติปัญญา และพระราชหฤทัยในการบำเพ็ญพระราชกรณียกิจนานัปการ เคียงคู่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เพื่อธำรงไว้ซึ่งความผาสุกและความมั่นคงแห่งชาติไทย เราประชาชนชาวไทยต้องร่วมใจสมัครสมานสามัคคีทำความดีที่ประกอบด้วยปัญญา เพื่ออุทิศบุญกุศลน้อมเกล้าถวาย เพื่อเสด็จสู่สวรรคาลัย เข้าสู่สวรรค์มรรคผลพระนิพพาน

 

วันนี้เป็นวันเสาร์ที่ ๑๔ เดือนกุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๖๙

 

ให้ทุกท่านทุกคนพากันนั่งให้สบาย เพื่อการฟังการบรรยายพระธรรมคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า มีความสงบ มีสติสัมปชัญญะรู้ตัวทั่วพร้อม หายใจเข้าก็ให้สบาย หายใจออกก็ให้สบาย

 

ความรู้ความเข้าใจเป็นสิ่งที่สำคัญ เพื่อเราทุกคนจะได้เอาไปใช้เอาประพฤติเอาไปปฏิบัติ ทุกอย่างนั้นมันเป็นกรรม เป็นกฎแห่งกรรม เป็นผลของกรรม เราต้องพากันรู้พากันเข้าใจ เราต้องรู้เรื่องของความทุกข์ เรื่องเหตุให้เกิดทุกข์ รู้ข้อปฏิบัติถึงความดับทุกข์ เราจะได้ทำหน้าที่ของเราเองให้ถูกต้อง 

 

เราต้องพากันรู้พากันเข้าใจ จะได้ประพฤติจะได้ปฏิบัติ จะได้ทำหน้าที่ของเรา ไม่ให้ขาดตกบกพร่อง ด้วยความตั้งอกตั้งใจ

 

การประพฤติการปฏิบัติ ปฏิบัติที่ปัจจุบัน เพราะเหตุผลว่าอดีตก็มารวมกันอยู่ที่ปัจจุบัน อนาคตจะไปข้างหน้าก็มารวมกันอยู่ที่ปัจจุบัน เราทุกท่านทุกคนต้องพากันปฏิบัติที่ปัจจุบัน

 

ปัจจุบันถึงเป็นสิ่งที่สำคัญ สำคัญเป็นอย่างยิ่ง สำคัญมาก ๆ ปัจจุบันนี้ถึงเป็นวาระแห่งชาติของการประพฤติการปฏิบัติ

 

เราต้องหยุดสัญชาตญาณที่เป็นนิติบุคคลตัวตน ที่มีความสำคัญมั่นหมาย ที่มีความยึดมั่นถือมั่นของตัวเองให้ได้ ด้วยความรู้พร้อมทั้งมีการประพฤติการปฏิบัติ สิ่งเป็นความทุกข์เกิดขึ้น ความดับทุกข์ตั้งอยู่ ความทุกข์ดับไป จะได้จบลงที่ปัจจุบัน สิ่งที่เป็นปัญหานั้นจะได้เป็นปัญญา สิ่งที่เป็นปัญญาจะได้เอามาใช้เอามาประพฤติปฏิบัติ

 

เราทุกท่านทุกคนถึงมาหยุดปัญหา ของเราเองด้วยปัญญาสัมมาทิฏฐิที่มีความเห็นถูกต้อง เข้าใจถูกต้อง ปฏิบัติถูกต้อง

 

เราจะหยุดได้ก็เพราะความรู้ความเข้าใจ เห็นภัยในความไม่ถูกต้อง เห็นภัยในความทุกข์ มีแต่ความทุกข์เกิดขึ้น มีแต่ความทุกข์ตั้งอยู่ มีแต่ความทุกข์ดับไป

 

ความเกิดแก่เจ็บตายพลัดพรากเป็นวิบากจากความไม่รู้ไม่เข้าใจ เมื่อรู้เมื่อเข้าใจแล้ว เราต้องเอาความรู้ความเข้าใจนั้นมาใช้มาประพฤติมาปฏิบัติ

 

ให้เราทุกคนทุกท่านพากันเข้าใจ การประพฤติการปฏิบัตินั้นไม่มีใครประพฤติปฏิบัติให้เรา เป็นเรื่องเฉพาะตน เป็นเรื่องของเรา งานนี้เป็นงานของเรา เป็นหน้าที่ของเรา

 

สติสัมปชัญญะเป็นธรรมะที่คุณ มีอุปการมาก เราทั้งหลายต้องพากันรู้พากันเข้าใจ ว่าอะไรมีคุณมีประโยชน์มีอุปการะมาก สติสัมปชัญญะเป็นธรรมะที่มีคุณมีประโยชน์มีอุปการะมาก ด้วยเหตุผลนี้เราทุกคนต้องมีสติสัมปชัญญะ มีสติรู้ตัวทั่วพร้อมให้ชัดเจน มีสติรู้ตัวทั่วพร้อมในการยืนเดินนั่งนอน เราทุกคนต้องมีสติรู้ตัวทั่วพร้อม

 

การที่มีสติรู้ตัวทั่วพร้อมนี้จะตัดเรื่องอดีตเรื่องอนาคต ใจของเราจะตัดอดีตตัดอนาคตอยู่กับปัจจุบัน เพราะเรามีสติสัมปชัญญะรู้ตัวทั่วพร้อม

 

ด้วยเหตุผลนี้ สติสัมปชัญญะถึงเป็นพื้นเป็นฐานของการประพฤติการปฏิบัติ

 

อานาปานสติได้แก่ลมหายใจเข้า ลมหายใจออก

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เราเอามาใช้ เอามาประพฤติปฏิบัติ เพื่อเราจะได้มีสติมีสัมปชัญญะ ฝึกสติสัมปชัญญะรู้ตัวทั่วพร้อมอยู่กับลม หายใจเข้าหายใจออก การประพฤติการปฏิบัตินั้นถึงเป็นหน้าที่ หน้าที่นั้นเป็นธรรมะ

 

เราต้องรู้ต้องเข้าใจในหน้าที่ มีความสุขในการประพฤติในการปฏิบัติ เพื่อจะได้หยุดสัญชาตญาณที่มีความยึดมั่นถือมั่นที่เป็นนิติบุคคล เป็นตัวเป็นตน สัญชาตญาณที่เป็นตัวเป็นตนนั้นจะได้จบลงที่ปัจจุบัน จบลงที่ผัสสะ

 

เรามารู้มาเข้าใจ มาทำความดีเพื่อความดี เพราะมีความรู้ความเข้าใจว่าความดีนั้นเป็นความถูกต้อง ความดีนั้นเป็นการยกเลิกตัวยกเลิกตน เป็นการยกเลิกความยึดมั่นถือมั่นในตัวในตน เพราะตัวตนนั้นมีแต่ความทุกข์กิดขึ้น ความทุกข์ตั้งอยู่ ความทุกข์ดับไป นอกจากทุกข์นั้นไม่มีเลย

 

ไม่ได้ทำความดีเพราะอยากจะเป็นคนดี ความอยากความไม่อยากนั้นคือความไม่สงบ คือความปรุงแต่ง

 

ทำความดีเห็นว่าความดีนั้นเป็นสิ่งที่ถูกต้อง เป็นหน้าที่ของเราทุกคนจะได้พึงประพฤติพึงปฏิบัติ เพื่อให้ความดีและปัญญาจะได้เป็นปฏิปทาที่ติดต่อต่อเนื่องกันอยู่ในปัจจุบัน

 

การประพฤติการปฏิบัติที่ติดต่อต่อเนื่องเป็นเวลา ๓ อาทิตย์ขึ้นไปจะเป็นการเปลี่ยนแปลงที่เกิดจากการประพฤติเกิดจากการปฏิบัติ ทั้งทางด้านวัตถุก็จะเกิดจากการเปลี่ยนแปลง ทางด้านจิตใจก็จะเกิดการเปลี่ยนแปลง

 

ด้วยเหตุผลนี้ ความรู้ถึงเป็นคู่กับการประพฤติการปฏิบัติ เพื่อให้ความรู้กับการประพฤติการปฏิบัติได้เกิดการติดต่อต่อเนื่องเป็นสายน้ำ ไม่ใช่หยดน้ำ เป็นความดีและปัญญา ยกเลิกอัตตา ยกเลิกตัวตน หยุดสัญชาตญาณที่เป็นนิติบุคคลตัวตน มีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติในการทำหน้าที่ เข้าถึงความไม่มีทุกข์อยู่ที่ปัจจุบัน เป็นนิพพานไปชั่วขณะ ๆ ด้วยความรู้ความเข้าใจ จนกว่านิพพานนั้นจะสมบูรณ์

 

เราทำความดีเพื่ออยากจะเป็นคนดีนั้นไม่ใช่นะ ทำความดีเพื่ออยากจะเป็นคนดีมันเป็นการลงทุนเพื่อผลประโยชน์ตอบแทน เพื่อมนุษย์สมบัติ เพื่อสวรรค์สมบัติ เพื่อพรหมสมบัติ เพื่อพรหมสมบัติ เรายังมีความต้องการ

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เราเข้าใจว่าทุกอย่างมีทั้งคุณมีทั้งโทษ เราต้องรู้ต้องเข้าใจ เราจะได้ทำความดีเพื่อความดีไม่หวังอะไรตอบแทน เราจะได้เข้าถึงความดับไม่เหลือทั้งความรู้กับการประพฤติการปฏิบัติไม่หวังอะไรตอบแทน

 

การประพฤติการปฏิบัติของเรานั้นจะได้เข้าถึงบริสุทธิคุณ บริสุทธิคุณทั้งกายวาจากิริยามารยาทอาชีพ

 

การให้ทานรักษาศีล ทำสมาธิ เจริญวิปัสสนา จะได้เข้าถึงบริสุทธิคุณด้วยความรู้ความเข้าใจ ด้วยปัญญาสัมมาทิฏฐิ

 

ความรู้ความเข้าใจจะได้เป็นอริยมรรค เป็นหนทางที่มีแต่ความสุข มีแต่คุณมีแต่ประโยชน์ เราจะได้เข้าถึงความพอเพียงเพียงพอ เข้าถึงความพอดี เป็นประโยชน์ในปัจจุบัน และเป็นประโยชน์ในภายภาคหน้า เป็นนิพพานตั้งแต่ปัจจุบัน

 

ความรู้ความเข้าใจอย่างนี้แหละ มีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติ การให้ทาน การรักษาศีล การเจริญสมาธิภาวนาก็จะเข้าถึงพระนิพพานอยู่ที่ปัจจุบัน ยกเลิกความทุกข์ ด้วยความรู้ความเข้าใจ เป็นผู้รู้ผู้ตื่นผู้เบิกบานด้วยธรรม ที่มีความเห็นถูกต้อง เข้าใจถูกต้อง ปฏิบัติถูกต้อง เป็นสยามเมืองยิ้ม ไม่มีความทุกข์ เป็นการยกเลิกความทุกข์ของตัวเราเอง

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าถึงตรัสว่าเธอทั้งหลายจงพากันมาประพฤติมาปฏิบัติเพื่อหยุดความทุกข์ของตัวเอง ไม่ต้องมีความทุกข์ มีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติในการทำหน้าที่ที่เป็นพรหมจรรย์ พรหมจรรย์เบื้องต้น ท่ามกลาง สูงสุด

 

เราต้องพากันมารู้มาเข้าใจในเรื่องปัญหา เพื่อจะได้เอาปัญหานั้นมาเป็นปัญญา เพื่อจะได้เอาปัญญานั้นมามีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติ

 

เราจะไม่ได้เสียกาลเสียเวลา เราจะได้ยกเลิกกาลยกเลิกเวลา ด้วยความรู้ความเข้าใจ เวลานั้นคือความปรุงแต่งนะ ถ้าเรารู้เข้าใจ เรายกเลิกความปรุงแต่ง เราก็จะหยุดกาลหยุดเวลา ไม่ให้กาลไม่ให้เวลามันครอบงำเรา เผาจิตเผาใจของเรา อย่าให้นรกมันเผาเราอยู่ในปัจจุบัน

 

เราต้องพากันรู้พากันเข้าใจในเรื่องนรก นรกนี้แหละอยู่ไม่ใกล้อยู่ไม่ไกลนะ อยู่ที่ใจของเรานี้เอง ความอยากและความไม่อยากนั้นแหละคือนรกหลุมเล็กหลุมใหญ่ อยากมากก็นรกหลุมใหญ่ อยากน้อยก็นรกหลุมเล็ก

 

ความอยากความไม่อยาก มีแต่ทุกข์เกิดขึ้น มีแต่ทุกข์ตั้งอยู่ มีแต่ทุกข์ดับไป นอกจากทุกข์นั้นไม่มีเลย เราต้องพากันมารู้มาเข้าใจ ในเรื่องนรก เรื่องสวรรค์ เรื่องพรหมโลก เรื่องพระนิพพาน

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เราเข้าใจในเรื่องนรก เรื่องสวรรค์ เรื่องพรหมโลก เข้าใจเรื่องพระนิพพาน เพื่อเราจะได้ประพฤติจะได้ปฏิบัติ จะได้ทำหน้าที่ของเราให้ถูกต้อง

 

นรก สวรรค์ พรหมโลก นิพพานอยู่ในอนาคตกาลเบื้องหน้าโน้นเทอญ ความเห็นเช่นนี้คือความเห็นยังไม่ถูกต้อง

 

อย่างเช่น มีผู้ไปทูลถามองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าว่า ตายแล้วเกิดหรือว่าตายแล้วไม่ได้เกิด องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านตรัสว่า นี้ขึ้นอยู่กับเหตุขึ้นอยู่กับปัจจัย ขึ้นอยู่กับเงื่อนไข เรื่องตายแล้วเกิดหรือว่าตายแล้วสูญ

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านตรัสให้เข้าใจในเรื่องของการประพฤติการปฏิบัติ ท่านตรัสว่าอดีตก็มารวมอยู่ที่ปัจจุบัน อนาคตที่จะไปข้างหน้าก็อยู่ที่ปัจจุบัน ปัจจุบันนี้เป็นพื้นเป็นฐานของอนาคต เหตุมันเป็นอย่างไรก็เป็นอย่างนั้น องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เรารู้เข้าใจ จะได้เป็นประโยชน์ในปัจจุบันและประโยชน์ในอนาคต พากันเข้าถึงพระนิพพาน พระนิพพานนี้เป็นความรู้ความเข้าใจ เป็นความสุขในการประพฤติการปฏิบัติ เป็นการทำหน้าที่ที่ดี ๆ ที่ประกอบด้วยปัญญาอยู่ที่ปัจจุบัน

 

พระนิพพานนั้นถึงเป็นอริยมรรค เป็นความรู้ความเข้าใจพร้อมทั้งการประพฤติการปฏิบัติ ที่เป็นอริยมรรคทางกายวาจากิริยามารยาทอาชีพมารวมลงที่ใจ ใจที่รู้เข้าใจในเรื่องทุกข์ เรื่องเหตุเกิดทุกข์ ข้อปฏิบัติถึงความดับทุกข์

 

มีผู้ไปทูลถามองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าว่า พระนิพพานนี้เฉพาะศาสนาพุทธเหรอ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสว่า พระนิพพานมีอยู่ทุก ๆ ศาสนา ผู้ใดมีความเห็นถูกต้อง เข้าใจถูกต้อง ปฏิบัติถูกต้อง ความรู้เป็นคู่การประพฤติการปฏิบัติ พระนิพพานไม่ใช่ใครจะสงวนลิขสิทธิ์

 

เป็นความรู้ความเข้าใจ มีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติในการทำหน้าที่ เป็นการทำความดีที่มีความสุขที่สุดในโลก เป็นสุปฏิปันโน คือผู้ปฏิบัติดี เป็นอุชุปฏิปันโน ผู้ปฏิบัติตรง ปฏิบัติเพื่ออกจากทุกข์ไม่มีทุกข์ มีความสุขที่สุดโลกใน ไม่มีความทุกข์อะไรเลย เป็นผู้สมควรกราบไหว้ควรทำอัญชี ตัวเองก็กราบไหวตัวเองได้ ผู้อื่นก็เคารพกราบไหว้

 

เป็นความรู้ความเข้าใจ มีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติ เป็นความสะอาด สว่าง สงบ ที่เกิดจากใจ

 

เราพากันรู้เข้าใจ ว่าพระนิพพานนี้คือความรู้ความเข้าใจ มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติในการทำหน้าที่ เป็นการประมวลความรู้ความเข้าใจเอามาประพฤติเอามาปฏิบัติ เป็นความบริสุทธิ์ ไม่มีหลอกลวง เป็นสแกรมเมอร์สีขาว ไม่หลอกลวงใคร ไม่หลอกลวงตนเอง ไม่หลอกลวงคนอื่น

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เรารู้เข้าใจ การที่ปกปิดคนอื่นนั้นพอที่จะปกปิดได้ แต่ปกปิดใจของตัวเองนั้นมันปกปิดใจของตัวเองไม่ได้นะ

 

ด้วยเหตุผลนี้ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เรารู้ให้เราเข้าใจ เพื่อเข้าถึงบริสุทธิ์ ใจของเราต้องบริสุทธิ์ ใจของเราต้องยกเลิกตัวตน ไม่ปกปิดซ่อนเร้นตัวซ่อนเร้นตน ยกเลิกความหลอกลวง ยกเลิการหลอกลวง เพื่อให้การประพฤติการปฏิบัติของเราเข้าถึงความบริสุทธิคุณ ด้วยความรู้ความเข้าใจ ด้วยความตั้งใจตั้งเจตนา

 

การประพฤติการปฏิบัติ เบื้องต้นถึงต้องมีปัญญาสัมมาทิฏฐิ เพื่อจะได้เอาถึงต้นเหตุของปัญหา จะได้ยกเลิกปัญหา จะได้รู้เข้าใจในเรื่องพระธรรมเรื่องพระวินัย

 

พระธรรมพระวินัยเป็นสมมติสัจจะ สมมติเรื่องผิดเรื่องถูก เรื่องดีเรื่องชั่ว เรื่องไม่ผิดไม่ถูก ไม่ดีไม่ชั่ว ที่เป็นเรื่องกรรม เป็นกฎห่งกรรม เป็นผลของกรรม

 

เราจะได้เอาพระธรรมพระวินัยมาใช้มาประพฤติมาปฏิบัติ เพราะเหตุผลว่า พระธรรมพระวินัยนั้นจะได้หยุดเวียนว่ายตายเกิดที่เป็นกรรม เป็นกฎแห่งกรรม เป็นผลของกรรม

 

พระธรรมพระวินัยนั้นเป็นยาน เป็นพระนิพพาน เป็นหนทางที่จะต้องประพฤติต้องปฏิบัติต้องทำหน้าที่ เราต้องพากันรู้เข้าใจ เราจะเดินทางไกลก็ต้องอาศัยยาน ทางบกก็ต้องอาศัยรถยนต์อย่างนี้ ทางอากาศก็อาศัยเครื่องบินอย่างดี ทางทะลมหาสมุทรก็อาศัยเรือยนต์ขนาดใหญ่อย่างดี

 

พระธรรมพระวินัยเราต้องพากันรู้พากันเข้าใจ เราจะไปทิ้งพระธรรมพระวินัยนั้นไม่ได้ จะเกิดความเสียหาย มันจะเกิดการพังทลายอย่างเดียวเช่นเดียวกันกับตึก สตง. สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินของเมืองไทยประเทศไทย เราต้องพากันเข้าใจ

 

เราต้องพากันเข้าใจพระศาสนา พระศาสนาคือพระธรรมคือพระวินัย พระธรรมพระวินัยนั้นเป็นธรรมนูญ เป็นการยกเลิกความไม่ถูกต้อง ทำในสิ่งที่ถูกต้อง

 

คำว่าพระนั้นคือพระธรรมพระวินัย เราต้องเข้าใจใจคำศัพท์ที่เรียกว่าพระ พระนั้นได้แก่พระธรรมพระวินัย พระธรรมพระวินัยนั้นจะเป็นสภาวธรรมที่มายกเลิกตัวยกเลิกตน เค้าถึงมีศัพท์ว่าพระศาสนา พระศาสนาที่เป็นพระธรรมเป็นพระวินัยมายกเลิกตัวมายกเลิกตน

 

พระศาสนานั้นไม่ใช่นิติบุคคล ไม่ใช่ตัวไม่ใช่ตน คำว่าพระนั้นหมายถึงยกเลิกตัวยกเลิกตน ให้เราทุกท่านทุกคนพากันเข้าใจในเรื่องของพระศาสนา พระศาสนามีความหมายอย่างเดียวกันหมด ศาสนาถึงจะมีหลายชื่อก็ไม่เป็นไร แต่ความหมายของศาสนาคือสิ่งเดียวกัน คือนิพพาน คือยกเลิกตัวตน มีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติในการทำหน้าที่ เอาความดีและปัญญานำชีวิต

 

เราต้องพากันรู้พากันเข้าใจ นักวิทยาศาสตร์ผู้พัฒนาวัตถุที่ก้าวหน้าก็ให้พากันเข้าใจ ผู้ที่บำเพ็ญภาวนาเพื่อพัฒนาจิตใจก็ให้เข้าใจ ทางวิทยาศาสตร์กับทางจิตใจก็ต้องไปพร้อม ๆ กันเพื่อความสมดุลทั้งกายวาจากิริยามารยาททั้งอาชีพมารวมลงที่ใจ ใจที่รู้เข้าใจ ที่มีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติในการทำหน้าที่ เพราะความสุขความดับทุกข์นี้มันอยู่ที่ปัจจุบัน

 

ความสุขนั้นมันเป็นออกซิเจน การปล่อยวางมันเป็นการปล่อยวางของเสียของปฏิกูล ไม่เอาค่าพีเอ็มที่ไม่ดีรับมาใส่ใจ สิ่งที่เป็นอดีตไปแล้วก็ปล่อยวาง เพราะเป็นอดีตไปแล้ว เกษียณไปแล้ว

 

ให้เอาปัจจุบันเป็นสิ่งที่สำคัญของการประพฤติของการปฏิบัติ เรามาทำหน้าที่ของเราดี ๆ ในปัจจุบัน ด้วยการประพฤติการปฏิบัติให้ติดต่อต่อเนื่อง เพราะทุกอย่างนั้นมันคือกรรม กฎแห่งกรรม แล้วก็จะเป็นผลของกรรม

 

วันหนึ่งคืนหนึ่ง คฤหัสถ์ผู้ครองบ้านครองเมือง พากันนอนพากันพักผ่อนวันละ ๘ ชั่วโมง เวลาตื่นอยู่นี้ ๑๖ ชั่วโมง เราต้องมีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติ ไม่ประมาท ไม่มีข้อแม้ มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ จะได้เป็นมนุษย์ผู้รู้เข้าใจ จะได้เป็นเทวดาผู้รู้เข้าใจ จะได้เป็นพระพรหมผู้รู้เข้าใจ จะได้เป็นพระอริยเจ้าผู้รู้เข้าใจ เข้าใจอะไรล่ะ เข้าใจในเรื่องทุกข์ เรื่องเหตุเกิดทุกข์ ข้อปฏิบัติถึงความดับทุกข์

 

ผู้ที่ออกมาบวชถือศีลประพฤติปฏิบัติ นอนพักผ่อนวันละ ๖ ชั่วโมง ทำไมถึงนอนน้อยกว่าฆราวาสผู้ครองเรือน เพราะเหตุผลว่านักบวชได้รับสิทธิพิเศษ ไม่ได้ทำธุรกิจหน้าที่การงาน ยกเลิกจากธุรกิจหน้าที่การงานภายนอกที่เป็นวัตถุ มาเน้นเรื่องจิตเรื่องใจ ยกเลิกธุรกิจหน้าที่การงานภายนอก ได้รับสิทธิพิเศษจากประชาชนมหาชน บ้านก็ไม่ได้เช่า ข้าวก็ไม่ได้ซื้อ เค้าเอาของมาให้มาถวายมาประเคนแล้วก็ยังมากราบมาไหว้อีก นอนวันละ ๖ ชั่วโมงก็พอเพียงเพียงพอ

 

พระนี้มีความหมายว่ายกเลิกตัวยกเลิกตน ไม่มีตัวไม่มีตน มาเอาพระธรรมพระวินัยนำชีวิต มีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติ เพื่อให้การประพฤติการปฏิบัติได้ติดต่อต่อเนื่อง

 

เราพากันคิดดูดี ๆ นะ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านยกเลิกตัวยกเลิกตน เพราะตัวตนนั้นมีแต่ความทุกข์เกิดขึ้น ความทุกข์ตั้งอยู่ ความทุกข์ดับไป นอกจากความทุกข์นั้นไม่มีเลยนะ

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านนอนท่านพักผ่อนเพื่อให้พระวรกายได้พักผ่อนวันละ ๔ ชั่วโมง เพราะท่านมีความสุข ยกเลิกตัวแล้วมันมีความสุข

 

ผู้ที่มาบวชมาถือศีลปฏิบัติธรรมยกเลิกตัวตนแล้วมีความสุข ที่ยกเลิกตัวตน ไม่มีปริโพธิกังวลนั้นมีความสุข

 

ด้วยเหตุผลนี้แหละ นอนพักผ่อนจำวัดวันละ ๖ ชั่วโมงก็พอเพียงเพียงพอ

 

หลวงพ่อชา สุภัทโท วัดหนองป่าพง เป็นลูกศิษย์ของหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต ท่านเอาพระธรรมพระวินัยทุกข้อทุกสิกขาบท เน้นที่ใจ เพื่อให้ปฏิปทานั้นได้ติดต่อต่อเนื่องเป็นสายน้ำ ยกเลิกตัวตน เพื่อเป็นพระธรรมพระวินัย พระธรรมพระวินัยนั้นจะยกเลิกตัวตน ท่านให้พระพักผ่อนวันละ ๖ ชั่วโมงก็เพียงพอ ให้นอนให้จำวัดเวลา ๓ ทุ่ม ตื่นตี ๓ ทุก ๆ วัน ไม่มีข้อแม้ใด ๆ ทั้งสิ้น

 

การนอนการพักผ่อนของผู้ปฏิบัติธรรม ๖ ชั่วโมงก็เพียงพอ กลางวันที่ตื่นอยู่นี้ ๑๘ ชั่วโมง มีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติในการทำหน้าที่ เพื่อความเพียรจะได้ติดต่อต่อกัน จะได้เป็นประโยชน์ของตน และประโยชน์ของผู้อื่น ถึงพร้อมด้วยความไม่ประมาท

 

เราต้องเข้าใจว่าทำไมเค้าถึงเอาวันจันทร์อังคารพุธพฤหัสศุกร์เป็นวันทำงานของฆราวาสผู้ครองบ้านครองเมือง วันเสาร์วันอาทิตย์วันหยุดทำงาน ไม่ทำงาน

 

การที่มีหลักการอย่างนี้ เพื่อพัฒนาทางสายกลางระหว่างวัตถุกับใจมันต้องไปพร้อม ๆ กัน อันหนึ่งรูปธรรม อันหนึ่งนามธรรม ต้องไปพร้อม ๆ กัน ทำหน้าที่ ๒ อย่างไปพร้อม ๆ กัน ความรู้ความเข้าใจนี้เป็นสิ่งที่สำคัญนะ เราต้องรู้ต้องเข้าใจว่าใจกับวัตถุต้องไปพร้อม ๆ กันเพื่อไม่ให้เกิดความเสียหาย เราจะได้ทั้ง ๒ อย่าง ได้ทั้งวัตถุกับจิตใจ

 

ทุก ๆ ท่านต้องรู้ต้องเข้าใจ ถ้าไม่รู้ไม่เข้าใจไม่ได้นะ มันจะเกิดความเสียหาย มันจะเกิดการพังทลายอย่างเดียวเช่นเดียวกันกับตึก สตง. สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน

 

การทำงานกับการปฏิบัติมันต้องเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน เพื่อจะเป็นอริยมรรค จะได้เป็นบริสุทธิคุณ เพื่อที่จะได้ยกเลิกตัวยกเลิกตน เป็นการทำหน้าที่เพื่อหน้าที่ มีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติ การทำงานกับการปฏิบัตินั้นก็จะเป็นพระนิพพานอยู่ที่ปัจจุบัน ไม่ใช่อยู่ที่ชาติหน้า ต้องอยู่ที่ปัจจุบัน เป็นพระนิพพานไปชั่วขณะ ๆ

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เราเข้าใจอย่างนี้ ไม่ให้เข้าใจอย่างอื่น

 

เราจะไปแยกว่าอันนี้เป็นเรื่องของวัตถุ อันนี้เป็นเรื่องของจิตใจไม่ได้ เราต้องรู้เข้าใจ กายไปที่ไหนใจก็ไปที่นั่น ใจไปที่ไหนกายก็ไปที่นั่น ๒ อย่างนี้มันแยกกกันไม่ได้ อันหนึ่งความสงบ อันหนึ่งปัญญา มันแยกกันไม่ได้ นี้เป็นปฏิปทาที่เราต้องรู้เข้าใจ ต้องมีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติ

 

เราจะเอาความรู้สึกที่มันยังเป็นสัญชาตญาณที่เป็นนิติบุคคลตัวตนนั้นไม่ได้ เราต้องยกเลิกความรู้สึกเลิกสัญชาตญาณ เอาธรรมนูญคือพระธรรมพระวินัย ยกเลิกสัญชาตญาณ ยกเลิกความรู้สึก ยกเลิกความชอบความชัง ยกเลิกความเปรียบเทียบที่มันเป็นขั้วบวกขั้วลบที่เป็นพระเป็นพระวินัย

 

วันเสาร์วันอาทิตย์เป็นวันหยุดของหมู่มวลมนุษย์เพื่อไปให้ทานรักษาศีล ถือเนกขัมมะ ฟังพระธรรมเทศนา ไปประพฤติปฏิบัติให้ติดต่อต่อเนื่อง ใช้เวลา ๔๘ ชั่วโมง

 

เราพากันรู้พากันเข้าใจ อายุขัยของเราทุกคนอยู่ได้ร่วม ๆ ร้อยปี ต้องเอาอายุขัยนี้มาประพฤติมาปฏิบัติ มาทำความดีมาทำหน้าที่ เราต้องพากันรู้พากันเข้าใจในสาระที่สำคัญในการเกิดมา

 

คนเก่งคนฉลาดนั้นมีอยู่เป็นส่วนมาก ความเก่งความฉลาด เราต้องรู้ต้องเข้าใจ เพื่อจะได้เอาความเก่งความฉลาดนั้นมาใช้มาประพฤติมาปฏิบัติมาทำหน้าที่ มาทำความดี เพื่อเป็นความดีที่ประกอบด้วยปัญญา เพื่อเป็นปัญญาที่ประกอบด้วยความดี เพราะเห็นว่าความดีนั้นเป็นการยกเลิกตัวยกเลิกตน

 

เราต้องรู้ต้องเข้าใจ คนเก่งคนฉลาดก็ยังตั้งอยู่ในกฎของธรรมชาติ ไม่มีใครอยู่เหนือกฎของธรรมชาติไปได้

 

นักวิทยาศาสตรก์ต้องรู้ต้องเข้าใจ นักจิตภาวนาก็ต้องรู้ต้องเข้าใจเพื่อจะได้เอาความเก่งความฉลาดและความดีก้าวไป ด้วยความรู้และการประพฤติการปฏิบัติ

 

เพื่อการประพฤติการปฏิบัติจะได้ติดต่อต่อเนื่อง ด้วยการรู้ทุกข์ รู้เหตุเกิดทุกข์ รู้ข้อปฏิบัติถึงความดับทุกข์ เราจะได้ยกเลิกความทุกข์จากใจของเรา หัวใจของเราจะได้ยิ้ม เราจะได้เข้าถึงสยามเมืองยิ้ม

 

ความไม่รู้ไม่เข้าใจ ยิ่งแก่ยิ่งเฒ่าก็ยิ่งทุกข์ทั้งกายทุกข์ทั้งใจ ทุกข์ทวีคูณ เป็นความไม่รู้ไม่เข้าใจ เป็นการลิดรอนสิทธิในสิ่งที่จะเป็นไปไม่ได้ เราไม่อยากไม่อยากเจ็บไม่อยากตายไม่อยากพลัดพราก มันเป็นความคิดที่เป็นขั้วบวกขั้วลบ นี้เป็นความคิดที่เป็นมิจฉาทิฏฐิที่ลิดรอนสิทธิในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้พากันมารู้เข้าใจ จะได้เอาปัญหามาเป็นปัญญา เอาปัญญามามีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติ เอาความสุขมาเสียสละ ที่เป็นพระนิพพานอยู่ที่รู้เข้าใจ อยู่กับการประพฤติการปฏิบัติ

 

สรุปใจความให้เรารู้ให้เข้าใจ ที่มีความเห็นถูกต้อง เข้าใจถูกต้อง ปฏิบัติถูกต้อง มีความสุขในการประพฤติการปฏิบัตินั้นจะเป็นพระนิพพานอยู่ที่ปัจจุบัน เป็นพระนิพพานอยู่ในธุรกิจหน้าที่การงาน อยู่ที่ปัจจุบัน

 

อย่างเราทำงาน เรามีความสุขกับการทำงานเราก็ได้พระนิพพาน หน้าที่ของเราก็จะเป็นพระนิพพาน ได้พระนิพพาน

 

อย่างเรานั่งสมาธิอย่างนี้แหละ เราหายใจเข้าให้สบายอย่างมีความสุข มันก็เป็นพระนิพพานแล้ว เราไม่รู้ไม่เข้าใจ เรานั่งสมาธิเราก็อยากให้มันสงบ ให้เรารู้เข้าใจ ความอยากความไม่อยากนั้นมันคือความปรุงแต่ง ชื่อว่าความปรุงแต่งทั้งนั้นมีแต่ทุกข์ทั้งสิ้น ให้เรารู้เข้าใจ

 

ทานศีลสมาธิภาวนาจะได้เป็นพระนิพพานอยู่ที่ปัจจุบัน ไม่ต้องรอชาติหน้า อยู่ที่ปัจจุบัน เพราะปัจจุบันนั้นเป็นพื้นเป็นฐาน

 

เราท่านทั้งหลายมาระลึกถึงพระธรรมคำสั่งสอนที่เป็นบริสุทธิคุณ ที่เป็นหลักการเพื่อดำเนินไปในทางพระนิพพานที่อยู่ที่ปัจจุบัน

 

ที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านเป็นห่วงเราทั้งหลาย ว่าทั้งหลายมีความเสื่อมสลายไปเป็นธรรมดา ปัจจุบันเป็นสิ่งที่สำคัญ ไม่มีใครสามารถที่จะเอาอดีตกลับคืนมาได้ เพราะอดีตได้เกษียณไปแล้ว ท่านจึงได้ประทานปัจฉิมโอวาทเป็นครั้งสุดท้ายไว้ว่า

 

"หันทะทานิ ภิกขะเว อามันตะยามิ โว วะยะธัมมา สังขารา อัปปะมาเทนะ สัมปาเทถะ" แปลความว่า "ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บัดนี้เราขอเตือนท่านทั้งหลายว่า สังขารทั้งหลาย มีความเสื่อมสลายไปเป็นธรรมดา ท่านทั้งหลายจงทำประโยชน์ตนและประโยชน์ผู้อื่นให้ถึงพร้อม ด้วยความไม่ประมาทเถิด

 

โอวาทของหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต

ความไม่ยั่งยืน เป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่และแน่นอนนะ

ความยิ่งใหญ่ คือความไม่ยั่งยืนนะ

ชีวิตที่ยิ่งใหญ่ คือชีวิตที่อยู่ด้วยทาน ศีล เมตตา และกตัญญู

ชีวิตที่มีความดี อาจมิใช่ความยิ่งใหญ่ แต่ชีวิตที่ยิ่งใหญ่ ต้องอาศัยคุณธรรมความดีเป็นปัญญาบริสุทธิคุณเท่านั้น การระงับสังขารทั้งหลายด้วยความรู้ความเข้าใจเป็นความรู้คู่กับการประพฤติการปฏิบัตินั่นแหละคืออริยมรรค เป็นหนทางที่ประเสริฐมีพระนิพพานตั้งแต่ในปัจจุบัน ไม่ต้องรอพระนิพพานเมื่อตายแล้ว ปัจจุบันไม่มีพระนิพพาน อนาคตจะมีพระนิพพานได้อย่างไร

 

ให้เรารู้เข้าใจเรื่องพระธรรมพระวินัย พระธรรมพระวินัยที่เป็นสัมมาทิฐิ เพื่อหยุดวัฏฏสงสารนั่นแหละคือพระนิพพาน ให้พวกเรารู้เข้าใจในเรื่องพระนิพพาน ให้เข้าใจนะว่าสิ่งเดิมนั้นคือความว่างเปล่า สิ่งที่สัญจรไปมาเป็นเพียงอาคันตุกะ เราจะได้เอาหลักการอุดการณ์ที่เป็นศีลเป็นสมาธิเป็นปัญญาเป็นมรรคเป็นอริยมรรคที่ตรงกันข้ามกับโลกธรรมมาประพฤติมาปฏิบัติ ให้รู้เข้าใจ เพราะไม่มีใครอยู่เหนือกรรมเหนือกฎแห่งกรรมเหนือผลของกรรม พระนิพพานความรู้ความเข้าใจในเรื่องกระบวนการปฏิจจสมุปบาท กระบวนการของปฏิจจสมุปบาทจะได้จบลงเพียงผัสสะ จะได้เป็นปัญญาเป็นความสงบ จะเป็นความสงบเป็นปัญญา เป็นสิ่งที่อยู่นอกเหตุเหนือผล หยุดความปรุงแต่ง นี้เป็นขบวนการที่ติดต่อต่อเนื่อง เป็นบารมีเป็นความดีที่ประกอบด้วยปัญญา เป็นพระนิพพานบ้านของเรา ไม่ใช่อวิชชาความหลงเป็นบ้านของเรานะ พระนิพพานคือบ้านของเรา ความสงบและปัญญาถึงเป็นธรรมเป็นปัจจุบันธรรม เราจะหยุดวัฏฏสงสารได้ด้วยความรู้ความเข้าใจ ด้วยพระธรรมด้วยพระวินัย เป็นขบวนการของกระแสในการประพฤติการปฏิบัติที่ได้นำเอาพระธรรมพระวินัยมาประพฤติมาปฏิบัติในปัจจุบันให้ติดต่อต่อเนื่อง

 

 ความสงบและปัญญาที่เป็นพระธรรมพระวินัยถึงหยุดความปรุงแต่งได้ ด้วยปัญญาสัมมาทิฏฐิคู่กับการประพฤติการปฏิบัติในปัจจุบัน พระธรรมพระวินัยที่เป็นความรู้ความเข้าใจ ที่จะหยุดความปรุงแต่งได้ เข้าถึงพระนิพพานตั้งแต่ปัจจุบัน ไม่ต้องรอชาติหน้า พระนิพพานต้องอยู่ที่ปัจจุบันเท่านั้น

 

-----------------------------------------

โอวาทขององค์หลวงพ่อกัณหา สุขกาโม

เมตตาให้ไว้ในเช้าวันเสาร์ที่ ๑๔ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๖๙

ณ วัดป่าทรัพย์ทวีธรรมาราม ต.วังหมี อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา

 

Visitors: 109,794