๒๕ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๖๙
พสกนิกรชาวไทยและชาวต่างประเทศได้มาร่วมรวมกันประพฤติปฏิบัติธรรมเพื่อน้อมถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ด้วยความโทมนัสและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ที่พระองค์ได้ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทยและชาวโลกตลอดระยะเวลาที่ยาวนาน พระองค์ทรงเป็นดั่งแม่แห่งแผ่นดิน ผู้ทรงเปี่ยมด้วยพระเมตตาและพระปรีชาสามารถ ทรงอุทิศพระวรกาย พระสติปัญญา และพระราชหฤทัยในการบำเพ็ญพระราชกรณียกิจนานัปการ เคียงคู่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เพื่อธำรงไว้ซึ่งความผาสุกและความมั่นคงแห่งชาติไทย เราประชาชนชาวไทยต้องร่วมใจสมัครสมานสามัคคีทำความดีที่ประกอบด้วยปัญญา เพื่ออุทิศบุญกุศลน้อมเกล้าถวาย เพื่อเสด็จสู่สวรรคาลัย เข้าสู่สวรรค์มรรคผลพระนิพพาน
วันนี้เป็นพุธที่ ๒๕ เดือนกุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๖๙
ให้ทุกท่านทุกคนพากันนั่งให้สบาย ฟังการบรรยายพระธรรมคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
เราทุกท่านทุกคนจะได้รู้เข้าใจในเรื่องเหตุเรื่องปัจจัย เพราะทุกอย่างนั้นเกิดจากเหตุเกิดจากปัจจัย ความรู้ความเข้าใจถึงเป็นสิ่งที่สำคัญ ความรู้จะได้เป็นคู่กับการประพฤติการปฏิบัติ
ร่างกายของเราและท่านอายุขัยอยู่ได้ร่วม ๆ ร้อยปี ด้วยความรู้ความเข้าใจที่เป็นปัญญาสัมมาทิฏฐิ พัฒนาใจพัฒนาวัตถุไปพร้อม ๆ กัน เพื่อเป็นทางสายกลาง ยกเลิกเขายกเลิกเขา ไม่มีเราไม่มีเขา เอาทางสายกลาง
เราทุกคนมามีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติ มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ ปฏิบัติที่ปัจจุบัน เพราะเหตุผลว่าอดีตก็มารวมกันอยู่ที่ปัจจุบัน อนาคตที่จะไปข้างหน้าก็มารวมกันอยู่ที่ปัจจุบัน ปัจจุบันเป็นการประพฤติการปฏิบัติของเรา
ธรรมะคือธรรมชาติที่เกิดจากเหตุเกิดจากปัจจัย ฝ่ายที่เวียนว่ายตายเกิดในวัฏฏสงสารก็เป็นธรรมชาติ สิ่งที่หยุดเวียนว่ายตายเกิดในวัฏฏสงสารนั้นก็เป็นธรรมชาติ
ความเกิดแก่เจ็บตายพลัดพรากก็เป็นธรรมชาติของเหตุปัจจัยที่เกิดจากอวิชชา เกิดจากความหลง
ความเป็นมนุษย์ เทวดา พระพรหม พระอริยเจ้าก็เกิดจากเหตุเกิดจากปัจจัย เกิดจากปัญญาสัมมาทิฏฐิ
ด้วยเหตุผลนี้ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เราพากันมารู้มาเข้าใจเรื่องเหตุเรื่องปัจจัย เพราะทุกสิ่งทุกอย่างนั้นเกิดจากเหตุเกิดจากปัจจัย เหตุปัจจัยนั้นเป็นกรรมลิขิต ไม่ใช่พรหมลิขิต เป็นกรรมลิขิต
ทุก ๆ อย่างนั้นเกิดจากเหตุเกิดจากปัจจัย ความรู้ความเข้าใจนี้จึงเป็นสิ่งที่สำคัญ ความรู้ความเข้าใจนั้นเป็นปัญญาสัมมาทิฏฐิ เป็นพุทธะ คือผู้รู้ผู้ตื่นผู้เบิกบาน ผู้รู้ผู้เข้าใจ ไม่ใช่ความจำ ถ้าความจำแล้วไม่กี่วันกี่เดือนกี่ปี ความจำนั้นก็จะลืม ถ้าเอาความรู้ความเข้าใจแล้วจะไม่ลืม
ความรู้ความเข้าใจต้องเอาเหตุเอาปัจจัยมาใช้ประพฤติปฏิบัติให้ติดต่อต่อเนื่องเป็นสายน้ำ เพื่อไม่ให้ขาดตอนเหมือนหยดน้ำ ให้เป็นสายน้ำ การประพฤติปฏิบัติจะได้ผลต้องประพฤติปฏิบัติติดต่อต่อเนื่องเป็นสายน้ำ
ผลวิจัยทางวิทยาศาสตร์ที่เห็นผลได้ผล ๓ อาทิตย์คือ ๒๑ วันขึ้นไปถึงจะได้ผลเห็นผล ทั้งฝ่ายวัตถุฝ่ายจิตใจก็ต้องใช้เวลา ๓ อาทิตย์ขึ้นไปถึงจะได้ผลเห็นผล
คำว่าพระคือผู้รู้ผู้เข้าใจ มีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติ คำว่าพระนั้นองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านนับเอาตั้งแต่พระโสดาบันจนถึงพระอรหันต์ ผู้ที่บวชมานี้ยังไม่เรียกว่า “พระ” องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านเรียก “ภิกษุ”
ภิกษุแปลได้ ๒ ความหมาย ความหมายหนึ่งแปลว่าผู้รู้ผู้เข้าใจ เห็นภัยในวัฏฏสงสาร เมื่อรู้เมื่อเข้าใจ มีปัญญาสัมมาทิฏฐิผู้นั้นย่อมเห็นภัยในวัฏฏสงสาร ละเหยื่อในโลกนี้เสีย มุ่งหวังสันติ เอาพระธรรมเอาพระวินัยนำชีวิต ยกเลิกตัวยกเลิกตน ไม่มีตัวมีตน เอาพระธรรมเอาพระวินัยนำชีวิต เดินทางสายกลางระหว่างจิตใจกับวัตถุไปพร้อม ๆ กัน
อีกความหมายหนึ่งภิกษุแปลว่าผู้ขอ มีชีวิตอยู่ด้วยการภิกขาจารบิณฑบาตจากประชาชนจากมหาชน ไม่ให้รับเงิน ไม่ให้รับทอง ไม่เก็บสิ่งของอะไร ฉันอาหารวันหนึ่งเพียงครั้งเดียวหนเดียว ฉันในบาตร เอาตัวอย่างแบบอย่างจากองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านเสวยภัตตาหารวันหนึ่งเพียงครั้งเดียว ฉันในบาตร ไม่ได้ใช้เฉพาะอื่นนอกจากบ้าน ไม่มีโต๊ะจีนโต๊ะไทยโต๊ะฝรั่งโต๊ะแขก องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านทำอย่างนี้ปฏิบัติอย่างนี้
ทำไมทุกวันนี้ไม่ค่อยจะเห็นพระฉันอาหารในบาตร ก็เพราะเหตุผลว่าไม่ทำตามพระธรรมคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พากันทำอะไรตามใจตามอัธยาศัย พากันทิ้งพระธรรมพระวินัย พระธรรมคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เอาความถูกใจเหนือความถูกต้องจพ
ด้วยเหตุผลนี้ เราพากันมากตัญญูกตเวทีต่อองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้ที่บวชมาต้องเอาตัวอย่างแบบอย่างองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ถือนิสัยพุทธะ ยกเลิกตัวยกเลิกตน เราทุกคนถึงจะเป็นพระธรรมเป็นพระวินัย พระธรรมพระวินัยนี้เป็นเหตุเป็นปัจจัยให้เราทั้งหลายได้มายกเลิกตัวยกเลิกตน
เราทุกคนมาเน้นที่ใจของเรา เน้นบริสุทธิคุณที่ใจของเรา เราปกปิดคนอื่นไม่ให้เค้ารู้นั้นปกปิดได้ แต่เราปกปิดใจของเราเองนั้นปกปิดไม่ได้
ผู้ที่มาบวชถึงต้องเป็นผู้ซื่อสัตย์สุจริต ความซื่อสัตย์สุจริตเป็นสมบัติของเราทุก ๆ คน เราต้องพากันมาซื่อสัตย์ ความซื่อสัตย์สุจริตถึงเป็นเครื่องหมายของคนดี เป็นเครื่องหมายของผู้ดี เรามาบวชเราต้องไม่หลอกลวงใคร องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เราเข้าถึงความซื่อสัตย์สุจริต เพราะการประพฤติการปฏิบัติมันเป็นการยกเลิกตัวยกเลิกตน เราจะยกเลิกตัวตนได้เราก็ต้องเป็นผู้ที่ไม่หลอกลวง
เรามาเดินตามทางขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระธรรมพระวินัยสิกขาบทน้อยใหญ่ที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าวางไว้ เราต้องเอามาใช้เอามาปฏิบัติ เพื่อทรงไว้ซึ่งพระธรรมพระวินัยยิ่ง ๆ ขึ้นไป เพราะเหตุผลว่า พระธรรมพระวินัยนั้นเป็นเหตุเป็นปัจจัย เป็นธรรมชาติที่บริสุทธิคุณ ที่ยกเลิกตัวตน เพื่อประโยชน์ของตัวเราเอง และประโยชน์ของผู้อื่น เป็นการสืบทอดต่อยอดพระศาสนายิ่ง ๆ ขึ้นไป นี้เป็นความกตัญญูกตเวที เป็นเครื่องหมายของผู้ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ ปฏิบัติตรง ปฏิบัติเพื่อออกจากทุกข์ ปฏิบัติสมควร
เรามาทำความดีเพื่อความดี เพราะความดีนั้นคือเหตุคือปัจจัย เพราะสิ่งนี้มีสิ่งต่อไปถึงมี ความดีนั้นเป็นเหตุเป็นปัจจัย
เราต้องพากันมารู้มาเข้าใจ อย่าไปทำความดีเพื่อผลประโยชน์ตอบแทน มาทำความดีเพื่ออยากจะเป็นคนดี ทำความดีเพื่ออยากจะเป็นคนดีนั้นคือความปรุงแต่ง มีประโยชน์แอบแฝงที่เป็นตัวเป็นตน ความรู้ความเข้าใจที่เป็นปัญญาสัมมาทิฏฐิ ทำความดีเพื่อความดี
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เรามีความสุขในการทำหน้าที่ในการทำความดี เพื่อให้การประพฤติการปฏิบัตินั้นได้ติดต่อเป็นสายน้ำ เพื่อให้ความเป็นพระธรรมเป็นพระวินัยได้ติดต่อต่อเนื่อง มีความสุขในการทำหน้าที่ ความสุขความสงบนั้นมันคืออันหนึ่งอันเดียวกัน จะว่าความสุขก็ได้ จะว่าความสงบก็ได้ จะว่าไม่มีความทุกข์ก็ได้ จะว่าพระนิพพานก็ได้ ที่เป็นพระนิพพานชั่วขณะ ๆ ของพระเสขบุคคล บุคคลที่รู้เข้าใจ มีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติจนกว่าเป็นพระนิพพานที่ถาวร
ความเป็นพระอริยเจ้านั้นเป็นได้ทั้งฆราวาสผู้ที่มีครอบครัวครองบ้านครองเมืองครองประเทศครองโลก เป็นได้ทั้งนักบวช นักบวชทุก ๆ ศาสนาเป็นพระอริยเจ้าได้ทุกชาติทุกศาสนาไม่มีใครยกเว้น เป็นความรู้ความเข้าใจ เป็นปัญญาสัมมาทิฏฐิ เป็นความรู้คู่กับการประพฤติการปฏิบัติ เป็นสากล เช่นเดียวกับความเกิดแก่เจ็บตายพลัดพรากสุขทุกข์นี้เป็นสากล
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เรารู้เราเข้าใจ ความเป็นพระอริยเจ้านั้นเป็นได้ทุก ๆ คน
ฆราวาสผู้ครองเรือนจะเป็นพระอริยเจ้าได้เพียงพระอนาคามี เป็นพระอรหันต์ขีณาสพนั้นไม่ได้ เพราะฆราวาสผู้ครองเรือนมีงานมากมีธุรกิจมากที่ต้องรับผิดชอบ มีภาระกิจที่จะต้องรับผิดชอบครอบครัว ประเทศชาติ ต้องเสียภาษีอากร บำรุงพระศาสนา มีปริโพธกังวลในหน้าที่ที่รับผิดชอบ
พระอรหันต์ขีณาสพมีเฉพาะผู้ที่มาบวชเป็นพระ ผู้ที่มาบวชเป็นพระได้รับสิทธิพิเศษ บ้านไม่ได้เช่า ข้าวไม่ได้ซื้อ ทุกสิ่งทุกอย่างนั้นฟรีหมด ไม่ต้องมีค่าใช้จ่าย ไม่มีปริโพธิกังวลในเรื่องที่อยู่ที่อาศัย ไม่มีโพธกังวลในเรื่องอาหาร เพียงแต่ตั้งใจประพฤติปฏิบัติ เน้นที่ใจ ปฏิบัติความดีเพื่อความดี มีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติ เพื่อการประพฤติการปฏิบัติจะได้ติดต่อต่อเนื่องให้เป็นเหมือนสายน้ำ เพราะเหตุผลว่าไม่มีปริโพธกังวล เพราะได้รับการสนับสนุนจากมหาชนทุกหมู่เหล่า
อาชีพที่ดีที่สุดถึงเป็นอาชีพของผู้ที่มาบวช ผู้ที่มาบวชพากันรู้พากันเข้าใจ อาชีพที่ดีที่สุดคืออาชีพนั้นได้แก่อาชีพของนักบวช ทำไมถึงว่าดีที่สุด เพราะเหตุผลว่า บ้านไม่ได้เช่า อยู่ฟรี ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย ข้าวไม่ได้ซื้อ ประชาชนเค้าทำความดีเพื่อสร้างบารมี ด้วยเหตุผลนี้ อาชีพที่ดีที่สุดก็คืออาชีพที่มาบวชเป็นพระ
ผู้ที่มาบวชเป็นพระต้องพากันรู้พากันเข้าใจ อาชีพที่ดีที่สุดคืออาชีพที่มาบวชเป็นพระ เป็นพระธรรมเป็นพระวินัย เป็นประโยชน์ของส่วนตนและประโยชน์ของผู้อื่น
พระผู้ที่มาบวช ทุกท่านต้องภูมิใจในอาชีพของตน
ความเป็นพระนั้นให้ผู้ที่มาบวชต้องพากันมารู้มาเข้าใจ เรามายกเลิกตัวยกเลิกตน เอาพระธรรมพระวินัยนำชีวิตเราทุกคนถึงจะเป็นพระได้ ถ้าเราไม่ยกเลิกตัวยกเลิกตนเราจะเป็นพระไม่ได้ เพราะตัวตนนั้นมันไม่ใช่พระ ตัวตนคือตัวตนไม่ใช่พระ
เราจะเป็นพระได้ก็เพราะพระธรรมพระวินัยเป็นเหตุเป็นปัจจัย ถ้าเราไปทิ้งพระธรรมทิ้งพระวินัย เราก็ไม่มีเหตุไม่มีปัจจัยเราก็เป็นพระไม่ได้
พระนั้นถึงเป็นบริสุทธิคุณที่ยกเลิกตัวตนด้วยพระธรรมพระวินัย
ทั้งผู้บวชเก่าทั้งผู้บวชใหม่ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เรารู้เข้าใจ ใจของเรานั้นไม่มีเก่าไม่มีใหม่ เราต้องเน้นที่ใจที่บริสุทธิคุณ เพื่อให้ปฏิปทามันได้ติดต่อต่อเนื่องเป็นสายน้ำ เพื่อยกเลิกอดีต ยกเลิกอนาคต เน้นที่ปัจจุบันที่บริสุทธิคุณ ทำความดีเพื่อความดี ไม่หวังอะไรตอบแทน
ปัจจุบันนี้เป็นสิ่งที่ล้ำค่าของเราทุก ๆ คน
เราพากันนอนพากันพักผ่อนให้เพียงพอ นักบวชของเรา วันหนึ่งคืนหนึ่ง ๒๔ ชั่วโมง เราพากันนอนพากันพักผ่อนจำวัดวันละ ๖ ชั่วโมง เวลาเราตื่นอยู่นี้ ๑๘ ชั่วโมง
ปัจจุบันนี้เป็นสิ่งที่สำคัญ ปัจจุบันเป็นสิ่งที่ล้ำค่า มีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติอยู่ที่ปัจจุบัน
การปฏิบัติติดต่อต่อเนื่องมันจะไม่เครียดเหรอ การปฏิบัติติดต่อต่อเนื่องมันจะไม่เครียด การปฏิบัติที่ไม่ติดต่อต่อเนื่องมันถึงเป็นความเครียด
ความสุขนั้นไม่มีความเครียด ธรรมะคือหน้าที่ หน้าที่คือธรรมะ เรามีความสุขในการทำหน้าที่นั้นความเครียดจะไม่มี จะเป็นความสุขระดับมนุษย์ หรือระดับเทวดา หรือระดับพระพรหม ระดับพระอริยเจ้า ความเครียดจะไม่มี เพราะเป็นการทำความดีเพื่อความดี ไม่ได้ทำความดีเพื่ออยากเป็นคนดี เพราะความอยากนั้นมันคือความเครียด คาวมอยากความไม่อยากมันเป็นความเครียด เรามีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติความเครียดนั้นจะไม่มี
ความสุขนั้นต้องเป็นความสุขจากปัญญาสัมมาทิฏฐิ เป็นความสุขที่ทำหน้าที่เพื่อหน้าที่ ทำความดีเพื่อความดี ความเครียดนั้นจะไม่มี
เราต้องพากันรู้พากันเข้าใจ ความเครียดกับการประพฤติการปฏิบัติที่เกิดจากปัญญาสัมมาทิฏฐิความเครียดจะไม่มี เพราะเราทำความดีไม่หวังอะไรตอบแทน เราทำความดีเพื่อผลประโยชน์ตอบแทนมันเครียดแน่
เพราะเหตุผลว่า เรายังไม่รู้ไม่เข้าใจ ความไม่รู้ไม่เข้าใจนั้นเป็นลูกจ้าง เป็นบ่าว เป็นทาสรับใช้ ผู้เป็นทาสเป็นบ่าวเป็นผู้รับใช้ ผู้นั้นก็ย่อมมีความเครียด เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
เราทำความดีเพื่อความดีนั้น มนุษย์สมบัติ สวรรค์สมบัติ พรหมสมบัติ นิพพานสมบัติก็จะคลานมาหาเราเอง ด้วยเราไม่ต้องการ สิ่งเหล่านั้นก็จะคลานมาหาเราเอง เพราะความดีประกอบด้วยปัญญาที่เป็นเหตุ เป็นบุคคลรู้เข้าใจ เป็นบุคคลที่ยืนอยู่บนโลก ไม่เป็นคนแบกโลก
ที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเอาหญ้าคา ๘ กำมือมาปูนั่งขัดบัลลังก์สมาธิ ที่ปัญญาสัมมาสมาธิความตั้งใจมั่นชอบ ท่านเอาโลกธรรมมานั่งขัดบัลลังก์
พราหมณ์โสตถิยะ ถวายหญ้าคาปูอาสนะ
พราหมณ์โสตถิยะเดินถือกำหญ้าคามา ๘ กำ ได้ถวายหญ้าคาทั้ง ๘ กำแก่ พระมหาบุรุษ พระมหาบุรุษทรงรับ แล้วทรงนำไปปูเป็นอาสนะสำหรับประทับนั่งที่โคนต้นพระศรีมหาโพธิ์ พระมหาบุรุษประทับนั่งขัดสมาธิ พระบาทขวาวางทับพระบาทซ้าย และพระหัตถ์ขวาทับ
พระหัตถ์ซ้าย ผินพระพักตร์ไปทางทิศตะวันออก ผินพระปฤษฎางค์ คือ หลัง ไปทางต้นพระศรีมหาโพธิ์
แล้วทรงตั้งพระทัยเป็นสัจจะแน่วแน่ ว่า
"ถ้าเรายังไม่ได้บรรลุพระสัมมาสัมโพธิญาณตราบใด เราจักไม่ยอมลุกขึ้นตราบนั้น แม้ว่าเนื้อและเลือดจะเหือดแห้งไปเหลือแต่หนัง เอ็น และกระดูกก็ตามที"
ความรู้ความเข้าใจ ที่เนปัญญาสัมมาทิฏฐิ เอาความรู้คู่กับการประพฤติการปฏิบัติ เพื่อให้สิ่งทั้งหลายทั้งปวงนั้นจบลงที่ปัจจุบัน จบลงที่ผัสสะ เพื่อให้เป็นปฏิปทาติดต่อต่อเนื่องเปรียบเสมือนสายน้ำ ไม่ให้เป็นเหมือนหยดน้ำที่มันขาดตอน
เรามายกเลิกตัวยกเลิกตนถึงจะเป็นความงามในเบื้องต้น ท่ามกลาง สูงสุด เรายกเลิกตัวยกเลิกตน ก็จะเป็นประโยชน์ทั้งตัวเราและประโยชน์ของมหาชน
การยกเลิกตัวตนนั้นถึงจะเป็นผู้บุคคลผู้มีศีลมีสมาธิมีปัญญา ถึงจะมีปฏิปทาที่ติดต่อต่อเนื่องเป็นเหมือนสายน้ำ
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เรารู้ให้เข้าใจ ให้เราเน้นที่ใจเน้นที่บริสุทธิคุณ การประพฤติการปฏิบัติของเรานั้นจะไม่มีความเครียด เพราะการปฏิบัตินั้นเป็นออกซิเจน เป็นการถ่ายเทของเสีย ถ่ายเทคาร์บอนไดออกไซด์ออกไป
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เราเข้าใจอย่างนี้ ให้เรามีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ ให้พยายามยกเลิกตัวยกเลิกตนให้มากที่สุดด้วยบริสุทธิคุณ ยกเลิกการหลอกลวง ไม่ต้องหลอกลวงใคร
เราไม่ต้องกลัวอดตาย ให้เรารู้ให้เราเข้าใจ เอาพระธรรมเอาพระวินัยมาใช้มาประพฤติมาปฏิบัติให้มีความสุข
เรามาอยู่ร่วมรวมกันเป็นทีมใหญ่ทีมเวิร์คนั้นไม่เป็นไร มีจุดหมายร่วมกันตั้งแต่ต้นจนถึงอวสาน มีศีลเสมอกัน มีสมาธิเสมอกัน มีปัญญาเสมอกัน ด้วยความรู้ความเข้าใจที่เราต้องยกเลิกตัวตน การปฏิบัติอย่างนี้ไม่ใช่เป็นการคลุกคลี เป็นความสมัครสมานสามัคคีเอาความดีและปัญญา ไม่ใช่ความคลุกคลี การคลุกคลีนั้นเป็นความหมายที่เอาโลกธรรมนำชีวิต ไม่ใช่เอาพระธรรมพระวินัยนำชีวิต
เรามาอาศัยพระธรรมพระวินัยเป็นยาน ผู้ที่จะเดินทางไกลก็ต้องมียานในการเดินทาง ทางบกก็ต้องอาศัยรถยนต์อย่างดี ทางอากาศก็อาศัยเครื่องบินอย่างดี ทางทะเลมหาสมุทรก็ต้องอาศัยเรือยนต์ขนาดใหญ่อย่างดี ถึงจะเดินทางไปได้ด้วยความปลอดภัย สวัสดิภาพ
เราต้องพากันมารู้มาเข้าใจ ในการอบรมบ่มอินทรีย์ก็ต้องอาศัยพระธรรมพระวินัย อาศัยครูบาอาจารย์ อาศัยหมู่อาศัยคณะเป็นเหตุเป็นปัจจัย เพราะจะได้ให้การปฏิบัติติดต่อต่อเนื่อง
เราเกิดมาใหม่ก็ต้องอาศัยพ่ออาศัยแม่คอยดูแลรักษา เราต้องรู้ต้องเข้าใจ ต้องอาศัยพระธรรมพระวินัย อาศัยเพื่อนอาศัยหมู่อาศัยคณะ ธรรมะที่จะทำให้เจริญ เราต้องรู้ต้องเข้าใจ ธรรมะที่จะทำให้เกิดความเจริญนั้นก็ต้องมีเหตุมีปัจจัยที่จะให้ธรรมะนั้นได้เจริญได้ ก็ต้องอาศัยเหตุอาศัยปัจจัย
ผู้ที่มาบวชต้องพากันรู้พากันเข้าใจ เราเป็นฆราวาสผู้ครองเรือน มีภาระกิจมีธุรกิจหน้าที่การงานเยอะ เรามาบรรพชาอุปสมบทไม่มีภาระ มาอยู่ร่วมกันประพฤติปฏิบัติ มาพึ่งพาอาศัยกัน มาเป็นกัลยาณมิตรกัลยาณธรรมกัน ด้วยมาเอาธรรมเอาพระวินัยที่ยกเลิกตัวยกเลิกตน เพราะว่าไม่มีอะไรที่จะดีกว่ายิ่งกว่าการมาบรรพชาอุปสมบท ที่เป็นอาชีพที่ดีมากมีประโยชน์มาก
ด้วยเหตุผลนี้ การปฏิบัติติดต่อต่อเนื่องเราต้องยกเลิกทำอะไรตามใจตามอัธยาศัยเพื่อบริสุทธิคุณ เอาพระธรรมพระวินัยเอาข้อวัตรกิจวัตรเป็นหลักที่เป็นกติกา
เราต้องเอาตามกติกา พระพุทธเจ้าว่าอย่างไรก็เอาอย่างนั้น พระธรรมพระวินัยสิกขาบทน้อยใหญ่ว่าอย่างไรก็เอาอย่างนั้น ข้อวัตรกิจวัตรของครูบาอาจารย์ได้ตั้งไว้อย่างไรก็เอาอย่างนั้น กติกานั้นจะหยุดตัวหยุดตน พระธรรมพระวินัยนั้นจะหยุดตัวหยุดตน เราทุกคนต้องพากันมายกเลิกตัวตน ยกเลิกอภิสิทธิ์ทั้งหมด
หายพยศ ลดมานะ ละทิฏฐิ พระธรรมพระวินัยสิกขาบทน้อยใหญ่ เป็นหลักการที่หายพยศ ลดมานะ ละทิฏฐิ เป็นผู้ว่างจากตัวตน ว่างจากสิ่งที่มีอยู่ หยุดเหตุหยุดผลหยุดความปรุงแต่ง เพราะกติกา เพราะพระธรรมพระวินัยนั้นเป็นหลักการทางกายวาจากิริยามารยาทรวมลงที่ใจที่ให้เราหยุดความปรุงแต่ง มีความสุขในการทำหน้าที่
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เราตั้งใจจะได้ไม่เสียเวลาในการประพฤติการปฏิบัติ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านไม่ให้เราลูบคลำในศีลในข้อวัตรปฏิบัติ จะทำให้เราเสียกาลเสียเวลา ปัจจุบันนี้เป็นสิ่งที่สำคัญ สำคัญยิ่ง ๆ ปัจจุบันถึงเป็นวาระสำคัญของเราทุก ๆ คน
เราต้องรู้เราต้องเข้าใจ ถ้าไม่รู้ไม่เข้าใจเดี๋ยวมันจะเกิดความเสียหาย มันจะเป็นโมฆะ ไม่เป็นประโยชน์ส่วนตนและผู้อื่น เสียทรัพยากรที่ประเสริฐที่เราได้เกิดมาเป็นมนุษย์
ไม่มีประโยชน์ทั้งส่วนตนและผู้อื่น จะเป็นโมฆะ จะเสียหาย มันจะพังทลายอย่างเดียวเช่นเดียวกันกับตึก สตง. สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินของเมืองไทยประเทศไทย
ก่อนที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าจะเสด็จดับขันธ์ปรินิพพานท่านได้ตรัสปัจฉิมโอวาทไว้เป็นคติเพื่อไม่ให้ตั้งอยู่ในความประมาท
ท่านได้ตรัสโอวาทสำคัญครั้งสุดท้ายไว้ว่า
"หันทะทานิ ภิกขะเว อามันตะยามิ โว วะยะธัมมา สังขารา อัปปะมาเทนะ สัมปาเทถะ" แปลความว่า "ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บัดนี้เราขอเตือนท่านทั้งหลายว่า สังขารทั้งหลาย มีความเสื่อมสลายไปเป็นธรรมดา ท่านทั้งหลายจงทำประโยชน์ตนและประโยชน์ผู้อื่นให้ถึงพร้อม ด้วยความไม่ประมาทเถิด
โอวาทของหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต
ความไม่ยั่งยืน เป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่และแน่นอนนะ
ความยิ่งใหญ่ คือความไม่ยั่งยืนนะ
ชีวิตที่ยิ่งใหญ่ คือชีวิตที่อยู่ด้วยทาน ศีล เมตตา และกตัญญู
ชีวิตที่มีความดี อาจมิใช่ความยิ่งใหญ่ แต่ชีวิตที่ยิ่งใหญ่ ต้องอาศัยคุณธรรมความดีเป็นปัญญาบริสุทธิคุณเท่านั้น การระงับสังขารทั้งหลายด้วยความรู้ความเข้าใจเป็นความรู้คู่กับการประพฤติการปฏิบัตินั่นแหละคืออริยมรรค เป็นหนทางที่ประเสริฐมีพระนิพพานตั้งแต่ในปัจจุบัน ไม่ต้องรอพระนิพพานเมื่อตายแล้ว ปัจจุบันไม่มีพระนิพพาน อนาคตจะมีพระนิพพานได้อย่างไร
ให้เรารู้เข้าใจเรื่องพระธรรมพระวินัย พระธรรมพระวินัยที่เป็นสัมมาทิฐิ เพื่อหยุดวัฏฏสงสารนั่นแหละคือพระนิพพาน ให้พวกเรารู้เข้าใจในเรื่องพระนิพพาน ให้เข้าใจนะว่าสิ่งเดิมนั้นคือความว่างเปล่า สิ่งที่สัญจรไปมาเป็นเพียงอาคันตุกะ เราจะได้เอาหลักการอุดการณ์ที่เป็นศีลเป็นสมาธิเป็นปัญญาเป็นมรรคเป็นอริยมรรคที่ตรงกันข้ามกับโลกธรรมมาประพฤติมาปฏิบัติ ให้รู้เข้าใจ เพราะไม่มีใครอยู่เหนือกรรมเหนือกฎแห่งกรรมเหนือผลของกรรม พระนิพพานความรู้ความเข้าใจในเรื่องกระบวนการปฏิจจสมุปบาท กระบวนการของปฏิจจสมุปบาทจะได้จบลงเพียงผัสสะ จะได้เป็นปัญญาเป็นความสงบ จะเป็นความสงบเป็นปัญญา เป็นสิ่งที่อยู่นอกเหตุเหนือผล หยุดความปรุงแต่ง นี้เป็นขบวนการที่ติดต่อต่อเนื่อง เป็นบารมีเป็นความดีที่ประกอบด้วยปัญญา เป็นพระนิพพานบ้านของเรา ไม่ใช่อวิชชาความหลงเป็นบ้านของเรานะ พระนิพพานคือบ้านของเรา ความสงบและปัญญาถึงเป็นธรรมเป็นปัจจุบันธรรม เราจะหยุดวัฏฏสงสารได้ด้วยความรู้ความเข้าใจ ด้วยพระธรรมด้วยพระวินัย เป็นขบวนการของกระแสในการประพฤติการปฏิบัติที่ได้นำเอาพระธรรมพระวินัยมาประพฤติมาปฏิบัติในปัจจุบันให้ติดต่อต่อเนื่อง
ความสงบและปัญญาที่เป็นพระธรรมพระวินัยถึงหยุดความปรุงแต่งได้ ด้วยปัญญาสัมมาทิฏฐิคู่กับการประพฤติการปฏิบัติในปัจจุบัน พระธรรมพระวินัยที่เป็นความรู้ความเข้าใจ ที่จะหยุดความปรุงแต่งได้ เข้าถึงพระนิพพานตั้งแต่ปัจจุบัน ไม่ต้องรอชาติหน้า พระนิพพานต้องอยู่ที่ปัจจุบันเท่านั้น
--------------------------
โอวาทขององค์หลวงพ่อกัณหา สุขกาโม
เมตตาให้ไว้ในเช้าวันพุธที่ ๒๕ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๖๙
ณ วัดป่าทรัพย์ทวีธรรมาราม ต.วังหมี อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา