๑ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙

พสกนิกรชาวไทยและชาวต่างประเทศได้มาร่วมรวมกันประพฤติปฏิบัติธรรมเพื่อน้อมถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ด้วยความโทมนัสและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ที่พระองค์ได้ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทยและชาวโลกตลอดระยะเวลาที่ยาวนาน พระองค์ทรงเป็นดั่งแม่แห่งแผ่นดิน ผู้ทรงเปี่ยมด้วยพระเมตตาและพระปรีชาสามารถ ทรงอุทิศพระวรกาย พระสติปัญญา และพระราชหฤทัยในการบำเพ็ญพระราชกรณียกิจนานัปการ เคียงคู่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เพื่อธำรงไว้ซึ่งความผาสุกและความมั่นคงแห่งชาติไทย เราประชาชนชาวไทยต้องร่วมใจสมัครสมานสามัคคีทำความดีที่ประกอบด้วยปัญญา เพื่ออุทิศบุญกุศลน้อมเกล้าถวาย เพื่อเสด็จสู่สวรรคาลัย เข้าสู่สวรรค์มรรคผลพระนิพพาน

 

วันนี้เป็นวันอาทิตย์ที่ ๑ ของเดือนมีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙

 

วันอาทิตย์เป็นวันหยุด มนุษย์เราต้องพากันมารู้มาเข้าใจ เพื่อจะเอาความรู้ความเข้าใจไปใช้ไปประพฤติปฏิบัติ เพราะทุกอย่างนั้นเกิดจากเหตุเกิดจากปัจจัย ทุกอย่างนั้นจะเป็นกรรม เป็นกฎแห่งกรรม เป็นผลของกรรม

 

ด้วยเหตุนี้ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เราเข้าใจในเรื่องของเหตุเรื่องของปัจจัย เพื่อเราจะได้มีปัญญาสัมมาทิฏฐิ ทำหน้าที่ของเรา เพราะทุกอย่างนั้นเกิดจากเหตุเกิดจากปัจจัย เหตุเป็นอย่างไรผลก็ย่อมเป็นเช่นนั้น

 

เราพากันรู้พากันเข้าใจ ไม่มีใครประพฤติไม่มีใครปฏิบัติแทนเราได้ ตัวของเราต้องเป็นผู้ประพฤติปฏิบัติเอง การประพฤติการปฏิบัตินั้นถึงเป็นหน้าที่ของเราทุก ๆ คนถึงได้มีหลักการ วันจันทร์อังคารพุธพฤหัสศุกร์เป็นวันทำงานกับวันปฏิบัติธรรม ๒ อย่างนี้ปฏิบัติไปพร้อม ๆ กัน ได้ทั้งวัตถุได้ทั้งจิตใจไปพร้อม ๆ กัน คำว่าได้นี้หมายถึงเหตุหมายถึงปัจจัย ความจริงแล้วไม่ได้ได้ ไม่ได้เสีย หมายถึงเหตุถึงปัจจัย

 

เป็นการทำความดีเพื่อความดี เพราะความดีนั้นเป็นสิ่งที่ถูกต้อง ไม่ใช่ทำความดีเพื่อหวังอยากจะเป็นคนดี ความอยากความหวังนั้นคือความปรุงแต่ง เป็นขั้วบวกขั้วลบ นั้นคือทาสคือบ่าว ไม่ใช่ปัญญาบริสุทธิคุณ นั้นยังเป็นตัวเป็นตน

 

เราทำความดี มีความสุขกับการทำความดี นี้เป็นปัญญาสัมมาทิฏฐิ เป็นทานศีลสมาธิภาวนาที่เป็นสัมมาทิฏฐิ เป็นเจ้านาย ไม่ใช่ทาสไม่ใช่บ่าว เป็นผู้ที่ยืนอยู่บนโลก ไม่ใช่ผู้แบกโลก เป็นโลกะวิทู ผู้รู้ผู้เข้าใจ ผู้รู้แจ้งโลก เป็นการทำความดีเพื่อความดี

 

วันเสาร์วันอาทิตย์เป็นวันหยุดทำธุรกิจหน้าที่การงานภายนอก มาทำธุรกิจหน้าที่การงานในเรื่องของจิตเรื่องของใจ

 

ใจของเราทุก ๆ คนเป็นนามธรรม จิตเดิมแท้นั้นเป็นประภัสสร ว่างจากตัวว่างจากตน เป็นประภัสสร สิ่งที่สัญจรไปมาให้ธาตุทั้ง ๔ ขันธ์ทั้ง ๕ อายตนะ ๑๒ เป็นเพียงอาคันตุกะที่สัญจรไปมาชั่วครู่ชั่วยาม จิตเดิมแท้นั้นเป็นประภัสสร

 

วันเสาร์วันอาทิตย์เป็นวันพัฒนาจิตใจ เพื่อเจริญสติเจริญสัมปชัญญะ สติสัมปชัญญะเป็นความสงบเป็นความเคารพ เป็นความพอเพียงเพียงพอ ไม่มากเกินไม่น้อยเกิน ยกเลิกความปรุงแต่ง มาอยู่กับสติอยู่กับสัมปชัญญะ ยกเลิกเรื่องอดีตที่ผ่านมา เพื่อให้สติสัมปชัญญะนั้นสมบูรณ์ ไม่ปริโพธกังวลในเรื่องอนาคต เพื่อสติสัมปชัญญะนั้นจะได้สมบูรณ์ ปัจจุบันเราก็ว่างจากตัวจากตน มีความสุขกับสติสัมปชัญญะอยู่ที่ปัจจุบัน ปัจจุบันผู้ประพฤติผู้ปฏิบัติต้องมีสติรู้ตัวทั่วพร้อม เพื่อสติเพื่อสัมปชัญญะจะได้สมบูรณ์ ต้องมีสติมีสัมปชัญญะรู้ตัวทั่วพร้อม สติสัมปชัญญะนั้นถึงเป็นคุณถึงเป็นประโยชน์ที่เป็นอุปการคุณมาก ๆ

 

วันเสาร์วันอาทิตย์หยุดทำธุรกิจภายนอก มาทำธุรกิจทางภายใน เน้นเรื่องจิตเรื่องใจ มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ มามีความสุขกับการเจริญสติสัมปชัญญะ จะว่าความสุขก็ได้ จะว่าความสงบก็ได้ ไม่มีความทุกข์ก็ได้ จะว่าพระนิพพานชั่วขณะ ๆ ก็ได้เพราะเป็นพระนิพพานเป็นขณะ ๆ ไป

 

หลักการเจริญสติสัมปชัญญะ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เราพากันเข้าใจ เราต้องมีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติ เรามีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติความสงบนั้นจะเป็นผล

 

อย่างเราหายใจเข้าให้มีความสุข ความสงบนั้นเป็นผล อย่างเราหายใจออกสบาย ความสงบนั้นเป็นผล การประพฤติการปฏิบัติของเราที่มีความสุขนั้นเราต้องรู้เข้าใจ มันจะออกซิเจน มันจะถ่ายเทของเสีย ถ่ายเทคาร์บอนไดออกไซด์ออกไป

 

ธรรมะนั้นคือหน้าที่ หน้าที่นั้นคือธรรมะ เรามีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติ ความสงบนั้นก็จะเป็นผลของการประพฤติการปฏิบัติที่มีความสุข

 

ความสุขที่เกิดจากอริยมรรคในหน้าที่ ทั้งกายวาจากิริยามารยาทอาชีพที่เรามีความสุข ผลจากความรู้ความเข้าใจที่เป็นปัญญาสัมมาทิฏฐิ ก็จะเป็นมนุษย์สมบัติ สวรรค์สมบัติ พรหมสมบัติ พระนิพพานสมบัติ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เราพากันรู้พากันเข้าใจอย่างนี้

 

เราทุกคนต้องพากันมารู้มาเข้าใจในการประพฤติการปฏิบัติ ที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านส่งพระอรหันต์ขีณาสพออกไปเผยแผ่ธรรมะ ซึ่งเป็นพระนิพพาน เป็นความดับทุกข์ เป็นความไม่มีทุกข์ เพื่อบอกให้ประชาชนมหาชนได้รู้เข้าใจในเรื่องทุกข์ เรื่องเหตุเกิดทุกข์ ข้อปฏิบัติถึงความดับทุกข์

 

เพื่อทุกคนจะได้เอาความดีที่ประกอบด้วยปัญญา เอาปัญญาที่ประกอบด้วยความดี มีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติ เพราะความสุขนั้นเป็นมนุษย์สมบัติ เป็นสวรรค์สมบัติ เป็นพระนิพพานด้วยความรู้ความเข้าใจที่เป็นปัญญาสัมมาทิฏฐิ

 

ความรู้ความเข้าใจนี้ถึงเป็นสิ่งที่สำคัญมาก ๆ สำคัญเป็นอย่างยิ่ง ไม่มีอะไรสำคัญกว่าความรู้ความเข้าใจ ความรู้ความเข้าใจนั้นไม่ใช่ความจำ เป็นความรู้ความเข้าใจ ถ้าความจำนั้นมันจะลืม ไม่กี่วันกี่เดือนกี่ปีมันก็จะลืม เพราะเป็นเพียงสัญญาขันธ์ สัญญาขันธ์นั้นเป็นเพียงความจำ ยังไม่ใช่ความรู้ความเข้าใจ ยังเป็นแต่เพียงความจำ ความรู้ความเข้าใจนั้นมันจะไม่มีวันลืม

 

ความรู้ความเข้าใจนี้จะเป็นการปฏิบัติติดต่อต่อเนื่องเปรียบเสมือนสายน้ำ ไม่ใช่น้ำหยด เปรียบเสมือนสายน้ำที่ไหลสู่ทะเลมหาสมุทร เป็นสิ่งที่เที่ยงแท้แน่นอน เพราะเป็นความรู้ความเข้าใจในเรื่องเหตุเรื่องปัจจัย

 

ธรรมะที่พระอรหันต์ขีณาสพที่ออกไปเผยแผ่ เป็นความรู้ความเข้าใจ เพื่อเป็นอริยมรรคของการประพฤติการปฏิบัติ เป็นการทำความดีเพื่อความดี

 

วันจันทร์อังคารพุธพฤหัสศุกร์เป็นวันทำงานกับวันปฏิบัติธรรม ๒ อย่างไปพร้อม ๆ กัน ที่เกิดจากความรู้ความเข้าใจในเรื่องของกรรม

 

วันเสาร์วันอาทิตย์เป็นวันหยุดทำธุรกิจภายนอก มาประพฤติมาปฏิบัติในเรื่องของจิตของใจ

 

การประพฤติการปฏิบัตินั้นทั้งสิ่งภายนอกภายใน องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านก็ให้เรามีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ เพราะความสุขกับความสงบมันคือสิ่งเดียวกัน

 

สติสัมปชัญญะนั้นเป็นความสงบอบอุ่น ผู้ใดมีสติมีสัมปชัญญะ ผู้นั้นก็จะมีความสงบอบอุ่น ไม่ว้าเหว่ จะมีความสงบอบอุ่น ที่พึ่งของเราถึงเป็นปัญญาสัมมาทิฏฐิพร้อมทั้งมีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติ จะเป็นความสงบอบอุ่น ไม่ว้าเหว่ เป็นผู้ที่รู้เข้าใจ เป็นผู้ที่มีที่พึ่ง

 

ด้วยเหตุผลนี้ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าถึงให้เรามีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติ ให้เราเข้าใจ กายวาจากิริยามารยาทอาชีพ เราต้องมีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติ เพื่อให้ปฏิปทาของเราได้ติดต่อต่อเนื่องเป็นเสมือนสายน้ำ ไม่ใช่น้ำหยด ถ้าน้ำหยดนี้มันขาดตอน

 

เราอยู่ด้วยกันหลายคนก็จริง มนุษย์เราปัจจุบันอยู่ในโลกนี้แปดพันกว่าล้านคน ก็ไม่มีใครประพฤติปฏิบัติช่วยเหลือกันได้ ตนแลเป็นที่พึ่งของตน สติสัมปชัญญะนั้นจะเป็นที่พึ่งของเรา มีความรู้กับการประพฤติการปฏิบัตินั้นจะเป็นที่พึ่งของเรา

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เรารู้เข้าใจ ความรู้กับการประพฤติการปฏิบัติที่มีความสุขนั้นเป็นที่พึ่งของเรา

 

มีผู้ลังเลสงสัยในเรื่องตายแล้วเกิดหรือว่าตายแล้วสูญ ไปทูลถามองค์สมเด็จพระสัมพุทธเจ้าว่า ตายแล้วเกิดหรือว่าตายแล้วสูญ

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านเมตตาตรัสว่า เรื่องตายแล้วเกิดหรือว่าตายแล้วสูญนั้นมันขึ้นอยู่ที่เหตุขึ้นอยู่ที่ปัจจัย เหตุอย่างไรผลก็ย่อมเป็นเช่นนั้น มันเป็นกระบวนการของเหตุของปัจจัย เราต้องมีปัญญาสัมมาทิฏฐิ รู้เข้าใจ

 

ให้เราเอาการประพฤติการปฏิบัติที่ปัจจุบัน เพราะอดีตก็มารวมกันอยู่ที่ปัจจุบัน อนาคตที่จะไปข้างหน้าก็ไปจากปัจจุบัน ให้เรารู้เข้าใจในเรื่องของการประพฤติการปฏิบัติ มันคือเรื่องปัจจุบัน ปัจจุบันเป็นพื้นเป็นฐานของอนาคต

 

เราจะได้พากันรู้พากันเข้าใจในการประพฤติการปฏิบัติ เพื่อมีความสุขเต็มที่ในการประพฤติการปฏิบัติในปัจจุบัน

 

เมื่อมันผ่านไปแล้วมันเกษียณไปแล้ว เราก็ต้องปล่อยต้องวาง เราต้องรู้เข้าใจ เบื้องต้นเรามีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติ เมื่อมันผ่านไปแล้วเราก็ปล่อยก็ว่างเพราะมันผ่านไปแล้วมันเกษียณไปแล้ว อนาคตไม่ต้องมีปริโพธกังวล เอาปัจจุบันเป็นการประพฤติการปฏิบัติให้เต็มที่ ทำความดีเพื่อความดี ไม่ใช่ทำความดีเพื่ออยากจะเป็นคนดี มันจะเกิดความปรุงแต่ง ให้รู้เข้าใจ ความปรุงแต่งนั้นก่อให้เกิดความทุกข์ มันจะมีแต่ทุกข์เกิดขึ้น ทุกข์ตั้งอยู่ ทุกข์ดับไป มันจะเป็นการเสียหาย เป็นการพังทลายอย่างเดียวเช่นเดียวกันกับตึก สตง. สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินของเมืองไทยประเทศไทย

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เรารู้เข้าใจในการประพฤติการปฏิบัติ

 

วันหนึ่งคืนหนึ่งเราเป็นฆราวาสพากันนอนพักผ่อนวันละ ๘ ชั่วโมง เวลาตื่นอยู่นี้ ๑๖ ชั่วโมง ธรรมะนั้นเป็นหน้าที่ หน้าที่นั้นเป็นธรรมะ ยกเลิกตัวยกเลิกตน มีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติ การทำหน้าที่

 

การนอนการพักผ่อนนั้นคือการปฏิบัติธรรม การทำงานนั้นคือการประพฤติการปฏิบัติธรรม เราต้องพากันรู้เข้าใจ เราจะได้ทั้งวัตถุ ได้ทั้งจิตใจไปพร้อม ๆ กัน

 

ผู้ที่มาบวชพากันนอนพากันพักผ่อนวันละ ๖ ชั่วโมง ตื่นอยู่ทำความดีเพื่อความดี ๑๘ ชั่วโมง

 

ทำไมผู้ที่มาบวชถึงนอนน้อยกว่าฆราวาส เพราะผู้ที่มาบวชยกเลิกธุรกิจหน้าที่การงานภายนอก ไม่มีปริโพธกังวลในธุรกิจหน้าที่การงาน เน้นที่เรื่องจิตเรื่องใจ เน้นที่บริสุทธิคุณ มีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติ การประพฤติการปฏิบัติเน้นที่ใจ ให้เราทุกคนรู้เข้าใจ การประพฤติการปฏิบัติเน้นที่ใจ ใจที่บริสุทธิคุณ ใจที่ยกเลิกตัวตน ใจที่ทำความดีเพื่อความดี ไม่ใช่ทำความดีเพื่อตัวเพื่อตน

 

ผู้ที่มาบวชนั้นคือผู้ที่ไม่มีปริโพธกังวล มีความสุขในการทำหน้าที่ เพื่อให้ความดีและปัญญาติดต่อต่อเนื่องเป็นเหมือนสายน้ำ ไม่ให้เป็นเหมือนน้ำหยด ให้เป็นเหมือนสายน้ำ

 

เรานอนวันละ ๖ ชั่วโมงก็พอเพียงเพียงพอ

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านทรงบรรทมพักผ่อนเพียงวันละ ๔ ชั่วโมง องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านมีความสุขมาก เพราะยกเลิกตัวแล้วมีความสุขมาก ไม่มีอะไรมีความสุขเท่ากับการยกเลิกตัวตน

 

ผู้ที่มาบวชนั้นเป็นผู้ที่ได้รับสิทธิพิเศษจากประชาชนมหาชน บ้านไม่ได้เช่า ข้าวไม่ได้ซื้อ เค้าเอาสิ่งของมาอำนวยความสะดวกก็ยังมากราบมาไหว้เสียอีก เป็นผู้ไม่มีปริโพธ ไม่มีความกังวล

 

ทั้งพระทั้งคฤหัสถ์ก็เดินทางไปทางเดียวกัน มีความสุขในการทำหน้าที่ เอาความดีและปัญญาเดินทางไปเหมือน ๆ กัน

 

สัมมาทิฏฐิที่เป็นความเห็นถูกต้อง เข้าใจถูกต้อง ต้องมีกับเราทุก ๆ คน เพื่อจะเอาไปใช้อยู่ที่ปัจจุบัน เพื่อทำหน้าที่ของเราในปัจจุบัน เพื่อให้เป็นความดีที่ประกอบด้วยปัญญา

 

ปริยัติเป็นเรื่องของปัจจุบัน ปฏิบัติเป็นเรื่องของปัจจุบัน ปริยัติกับปฏิบัติเราต้องเดินทางไปพร้อม ๆ กัน จะแยกกันไม่ได้ เพื่อให้ความดีและปัญญาได้ติดต่อต่อเนื่อง

 

การทำอะไรที่ติดต่อต่อเนื่อง ตามหลักผลวิจัยต้องใช้เวลาติดต่อต่อเนื่อง ๓ อาทิตย์ ๒๑ วันถึงจะเห็นผล รูปธรรมก็จะเห็นผล นามธรรมก็จะเห็นผล ผู้ประพฤติผู้ปฏิบัติก็จะรู้ได้เฉพาะตน

 

ด้วยเหตุผลนี้แหละ ปริยัติกับการปฏิบัติถึงควบคู่กันไป ความรู้ต้องคู่กับการประพฤติการปฏิบัติ มีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติ

 

ภาชนะที่ใช้งานได้ต้องเป็นภาชนะที่ตั้งไว้ ถ้านอนหรือว่าคว่ำนี้เป็นภาชนะที่ใช้งานไม่ได้ ความตั้งมั่นชอบนี้ถึงเป็นสิ่งที่สำคัญ เพื่อให้ปฏิปทามันติดต่อต่อเนื่องเป็นเหมือนสายน้ำ เพื่อไม่ให้เป็นเหมือนหยดน้ำ

 

ใจของเรานั้นเป็นนามธรรม คนอื่นเค้าไม่รู้ไม่เข้าใจว่าเราคิดอะไร เราปรุงแต่งอะไร เราปกปิดคนอื่นนั้นปกปิดได้ แต่ปกปิดใจของเรานั้นเราปกปิดใจของเราไม่ได้

 

ด้วยเหตุผลนี้เราต้องรู้ต้องเข้าใจ การปฏิบัติธรรมนั้นถึงเป็นบริสุทธิคุณ เป็นการทำความดีเพื่อความดี มีความสุขในการทำความดี เป็นความซื่อสัตย์สุจริต ไม่มีการหลอกลวง

 

ผู้ปฏิบัติทุกคนต้องพากันรู้เข้าใจ การประพฤติการปฏิบัติธรรมนั้นต้องเน้นที่ใจ ต้องตั้งใจตั้งเจตนา เพื่อเอาความรู้มาใช้เป็นคู่กับการประพฤติการปฏิบัติ ไม่ตั้งอยู่ในความประมาท เพราะความประมาทเป็นความผิดพลาดเป็นการเสียหาย มันเป็นการพังทลายอย่างเดียวเช่นเดียวกันกับตึก สตง. สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินของเมืองไทยประเทศไทย

 

ด้วยเหตุผลนี้ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เราทุกคนมีปัญญาสัมมาทิฏฐิ มีความตั้งมั่น เราต้องรู้จักปัญหา  ความประมาทความเพลิดเพลิน มองข้ามปัจจุบัน นั้นคือความเสียหาย นั้นคือการทลายอย่างเดียวเช่นเดียวกันกับตึก สตง.

 

เรื่องของความเกิดแก่เจ็บตายพลัดพรากนี้มันเป็นคือปลายเหตุ เราต้องรู้เข้าใจเรื่องต้นเหตุ ความประมาทความเพลิดเพลินนี้เป็นต้นเหตุของความเสียหาย เราต้องพากันมารู้เข้าใจ เพื่อเราจะไม่ได้เอาความหลงเป็นเครื่องอยู่ เอาความประมาทเป็นเครื่องอยู่ เพราะมันเกิดความเสียหาย

 

ปัจจุบันนี้เป็นสิ่งที่สำคัญ เรามองข้ามปัจจุบันไม่ได้ ถ้าเรามองข้ามปัจจุบันความเสียหายก็ย่อมเกิดขึ้น ความพังทลายก็ย่อมเกิดขึ้น

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เรารู้เข้าใจ เพื่อเราจะได้ผ่านธาตุทั้ง ๔ ขันธ์ทั้ง ๕ อายตนะ ๑๒ ด้วยความรู้ความเข้าใจ เพื่อธาตุทั้ง ๔ ขันธ์ทั้ง ๕ อายตนะ ๑๒ จะไม่ได้ครอบงำใจของเรา ไม่ได้ครอบงำสติปัญญาของเรา เราจะได้เอาปัญหานั้นมาเป็นปัญญา เราต้องพากันรู้พากันเข้าใจ จะได้ผ่านด่านธาตุทั้ง ๔ ขันธ์ทั้ง ๕ อายตนะ ๑๒

 

เพื่อยกเลิกวัฏฏสงสาร การเวียนว่ายตายเกิดของเราเอง ไม่ใช่การเวียนว่ายตายเกิดของใคร การเวียนว่ายตายเกิดของเราเอง

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เราเข้าใจ ปัจจุบันเป็นสิ่งที่สำคัญมาก ๆ เป็นวาระที่สำคัญมาก ๆ ถ้าจะเปรียบกับการชิงแชมป์ ก็ถือว่าปัจจุบันเป็นการชิงแชมป์ระหว่างวัฏฏสงสารกับพระนิพพาน ให้เรารู้เข้าใจอย่างนี้ เพราะปัจจุบันมีเพียงครั้งเดียว ถ้าเราไม่เอาปัจจุบันเป็นการประพฤติการปฏิบัติเราก็ต้องเสียแชมป์

 

เราทุกคนต้องมองเห็นปัจจุบันเป็นสิ่งที่สำคัญ ให้เรารู้ให้เข้าใจ ความสงบกับความเคารพนี้มันคืออันเดียวกัน ถ้าเรามีความเคารพ ความสงบมันถึงมี ปัจจุบันเราต้องเคารพในพระวินัยสิกขาบทน้อยใหญ่ เราจะไปตรึกในกามไม่ได้ จะไปตรึกในพยาบาทไม่ได้ เราต้องเคารพในพระธรรมพระวินัยในองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ท่านไม่เราตรึกในกามไม่ให้เราตรึกในพยาบาท เพราะความเคารพมันคือความสงบมันคือความหยุด

 

ผู้ที่ไม่เคารพก็คือผู้ที่ฟุ้งซ่านนั่นเอง เราจะหยุดสัญชาตญาณได้เราต้องเคารพในกติกา เคารพในเรื่องปัจจุบัน ปัจจุบันเราต้องยกเลิกตัวตน หายพยศ ลดมานะ ละทิฏฐิ คำว่ามานะ ๙ หมายถึง ทิฏฐิมานะอัตตาตัวตน เรายกเลิกทิฏฐิมานะอัตตาตัวตน คือเราหยุดมานะ ๙ ที่เราคิดว่าเราดีกว่าเค้าเก่งกว่าเค้ารวยก่วาเค้ามีเพาเวอร์มากกว่าเขา มีเขามีเรา มีขั้วบวกขั้วลบ เราต้องรู้เข้าใจ ความเคารพในพระธรรมพระวินัย

 

ใจของเราต้องมีความเคารพ อย่าเป็นคนหยาบ อย่าเป็นคนฟุ้งซ่าน ต้องไม่ตรึกในกาม ไม่ตรึกในพยาบาท เพื่อให้ปฏิปทานั้นติดต่อต่อเนื่องเป็นสายน้ำ ไม่ใช่เป็นหยดน้ำ

 

ผู้ปฏิบัติต้องปฏิบัติให้ติดต่อต่อเนื่อง ต้องเป็นความละอายต่อบาปเกรงกลัวต่อบาป ความละอายต่อบาปเกรงกลัวต่อบาปคือความเคารพในพระธรรมพระวินัย เมื่อไม่เคารพในพระธรรมพระวินัยแล้วก็ย่อมเกิดความเสียหาย เกิดการพังทลายอย่างเดียวเช่นเดียวกันกับตึก สตง. สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินของเมืองไทยประเทศไทย

 

ผู้ประพฤติปฏิบัติธรรมที่จะก้าวหน้าถึงต้องอาศัยเหตุอาศัยปัจจัย อาศัยพระธรรมอาศัยพระวินัยเป็นการประพฤติการปฏิบัติ

 

พระอานนท์ได้ทูลถามองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าว่า เมื่อองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเสด็จดับขันธ์สู่ปรินิพพานแล้ว จะให้ใครเป็นตัวแทนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านตรัสกับพระอานนท์ว่า อานนท์เอย พระอานนท์ต้องรู้เข้าใจนะว่าพระธรรมพระวินัยนั้นแหละคือองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ธาตุทั้ง ๔ ขันธ์ทั้ง ๕ อายตนะ ๑๒ นี้ไม่ใช่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระอานนท์ต้องรู้ต้องเข้าใจ

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านได้ตรัสบอกพระอานนท์ว่า พระพุทธเจ้านั้นคือพระธรรมคือพระวินัย ถึงจะไม่เป็นนิติบุคคล ถึงจะไม่เป็นตัวเป็นตน เป็นความดีเพื่อความดี มีความสุขกับการทำความดี นั้นคือหลักการของการประพฤติการปฏิบัติ

 

กัลยาณมิตรคือพระธรรมคือพระวินัย บ้านของเราคือพระธรรมคือพระวินัย พระพุทธ พระธรรม พระอริยสงฆ์นั้นคือพระธรรมคือพระวินัย

 

เราทุกคนต้องพากันมารู้มาเข้าใจ มีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติ ความสุขมันอยู่กับความรู้กับการประพฤติการปฏิบัติ

 

เราพากันมาคิดดูดี ๆ เราจะรวยกว่าอีลอนมัสท์ที่ประเทศอเมริกาเป็นมหาเศรษฐีของโลกก็แก้ปัญหาไม่ได้ เราจะมีอำนาจทางการเมืองมากกว่าทรัมป์ที่ประเทศอเมริกานั้นก็แก้ปัญหาไม่ได้ เราจะแก้ปัญหาได้ก็เพราะเรามีความรู้คู่กับการประพฤติการปฏิบัติ มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ

 

เพราะความสุขนั้นเป็นความรู้ความเข้าใจ พร้อมทั้งการประพฤติการปฏิบัติ ๒ อย่างนี้เป็นสิ่งเดียวกัน เป็นเนื้อเดียวกัน

 

ผู้ประพฤติผู้ปฏิบัติมีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติจะรู้ได้เฉพาะตน

 

เราทุกท่านทุกคนมาระลึกถึงคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่เป็นบริสุทธิคุณ ยกเลิกตัวยกเลิกตนมามีความสุขมาก ๆ มีความสุขจริง ๆ ความสุขตั้งแต่ต้นจนอวสาน เป็นมนุษย์สมบัติ สวรรค์สมบัติ พรหมสมบัติ พระนิพพานสมบัติตั้งแต่ในปัจจุบัน ไม่ต้องรอชาติหน้า

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เรารู้เข้าใจ ให้มีปัญญาสัมมาทิฏฐิ ไม่มีใครประพฤติปฏิบัติให้เราได้ เราต้องประพฤติปฏิบัติของเราเอง เราจะเป็นฆราวาสเราก็ต้องมีความสุขกับการทำหน้าที่ เราจะเป็นนักบวชเราก็มีความสุขในการทำหน้าที่ เพื่อให้เป็นความดีและปัญญา ให้เป็นปฏิปทาที่ติดต่อต่อเนื่องเป็นเหมือนสายน้ำ ไม่ใช่น้ำหยด ปัญหาต่าง ๆ นั้นก็จะเป็นปัญญา

 

เราทุกท่านทุกคนมาระลึกถึงปัจฉิมโอวาทของพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านได้ตรัสปัจฉิมโอวาทครั้งสุดท้ายไว้ว่า

 

"หันทะทานิ ภิกขะเว อามันตะยามิ โว วะยะธัมมา สังขารา อัปปะมาเทนะ สัมปาเทถะ" แปลความว่า "ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บัดนี้เราขอเตือนท่านทั้งหลายว่า สังขารทั้งหลาย มีความเสื่อมสลายไปเป็นธรรมดา ท่านทั้งหลายจงทำประโยชน์ตนและประโยชน์ผู้อื่นให้ถึงพร้อม ด้วยความไม่ประมาทเถิด

 

โอวาทของหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต

ความไม่ยั่งยืน เป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่และแน่นอนนะ

ความยิ่งใหญ่ คือความไม่ยั่งยืนนะ

ชีวิตที่ยิ่งใหญ่ คือชีวิตที่อยู่ด้วยทาน ศีล เมตตา และกตัญญู

ชีวิตที่มีความดี อาจมิใช่ความยิ่งใหญ่ แต่ชีวิตที่ยิ่งใหญ่ ต้องอาศัยคุณธรรมความดีเป็นปัญญาบริสุทธิคุณเท่านั้น การระงับสังขารทั้งหลายด้วยความรู้ความเข้าใจเป็นความรู้คู่กับการประพฤติการปฏิบัตินั่นแหละคืออริยมรรค เป็นหนทางที่ประเสริฐมีพระนิพพานตั้งแต่ในปัจจุบัน ไม่ต้องรอพระนิพพานเมื่อตายแล้ว ปัจจุบัน

ให้เรารู้เข้าใจเรื่องพระธรรมพระวินัย พระธรรมพระวินัยที่เป็นสัมมาทิฐิ เพื่อหยุดวัฏฏสงสารนั่นแหละคือพระนิพพาน ให้พวกเรารู้เข้าใจในเรื่องพระนิพพาน ให้เข้าใจนะว่าสิ่งเดิมนั้นคือความว่างเปล่า สิ่งที่สัญจรไปมาเป็นเพียงอาคันตุกะ เราจะได้เอาหลักการอุดการณ์ที่เป็นศีลเป็นสมาธิเป็นปัญญาเป็นมรรคเป็นอริยมรรคที่ตรงกันข้ามกับโลกธรรมมาประพฤติมาปฏิบัติ ให้รู้เข้าใจ เพราะไม่มีใครอยู่เหนือกรรมเหนือกฎแห่งกรรมเหนือผลของกรรม พระนิพพานความรู้ความเข้าใจในเรื่องกระบวนการปฏิจจสมุปบาท กระบวนการของปฏิจจสมุปบาทจะได้จบลงเพียงผัสสะ จะได้เป็นปัญญาเป็นความสงบ จะเป็นความสงบเป็นปัญญา เป็นสิ่งที่อยู่นอกเหตุเหนือผล หยุดความปรุงแต่ง นี้เป็นขบวนการที่ติดต่อต่อเนื่อง เป็นบารมีเป็นความดีที่ประกอบด้วยปัญญา เป็นพระนิพพานบ้านของเรา ไม่ใช่อวิชชาความหลงเป็นบ้านของเรานะ พระนิพพานคือบ้านของเรา ความสงบและปัญญาถึงเป็นธรรมเป็นปัจจุบันธรรม เราจะหยุดวัฏฏสงสารได้ด้วยความรู้ความเข้าใจ ด้วยพระธรรมด้วยพระวินัย เป็นขบวนการของกระแสในการประพฤติการปฏิบัติที่ได้นำเอาพระธรรมพระวินัยมาประพฤติมาปฏิบัติในปัจจุบันให้ติดต่อต่อเนื่อง

 

 ความสงบและปัญญาที่เป็นพระธรรมพระวินัยถึงหยุดความปรุงแต่งได้ ด้วยปัญญาสัมมาทิฏฐิคู่กับการประพฤติการปฏิบัติในปัจจุบัน พระธรรมพระวินัยที่เป็นความรู้ความเข้าใจ ที่จะหยุดความปรุงแต่งได้ เข้าถึงพระนิพพานตั้งแต่ปัจจุบัน ไม่ต้องรอชาติหน้า พระนิพพานต้องอยู่ที่ปัจจุบันเท่านั้น

การบรรยายพระธรรมคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าก็เห็นสมควรแก่เวลา ขอจบการบรรยายไว้เพียงเท่านี้

บุญกุศลที่คณะสงฆ์พร้อมด้วยญาติพี่น้อง วงศ์ตระกูล เพื่อนบ้าน ญาติธรรม ได้บำเพ็ญแล้วนี้ ขอน้อมอุทิศบุญกุศลให้แก่ จ.ส.อ.วัชรชัย ชัยวงษ์เพื่อไปสู่สุคติสรวงสวรรค์มรรคผลพระนิพพาน ณ โอกาสนี้ด้วยเทอญ

 

การแสดงพระธรรมเทศนาขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่เป็นบริสุทธิคุณทั้งกายวาจากิริยามารยาททั้งอาชีพ สมควรแก่เวลาจึงได้สมมติยุติไว้ ณ เพียงเท่านี้ เอวังก็มีด้วยประการละฉะนี้

 

---------------------------------

โอวาทขององค์หลวงพ่อกัณหา สุขกาโม

เมตตาให้ไว้ในเช้าวันที่ ๑ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙

ณ วัดป่าทรัพย์ทวีธรรมาราม ต.วังหมี อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา

 

Visitors: 109,310