๖ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙

พสกนิกรชาวไทยและชาวต่างประเทศได้มาร่วมรวมกันประพฤติปฏิบัติธรรมเพื่อน้อมถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ด้วยความโทมนัสและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ที่พระองค์ได้ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทยและชาวโลกตลอดระยะเวลาที่ยาวนาน พระองค์ทรงเป็นดั่งแม่แห่งแผ่นดิน ผู้ทรงเปี่ยมด้วยพระเมตตาและพระปรีชาสามารถ ทรงอุทิศพระวรกาย พระสติปัญญา และพระราชหฤทัยในการบำเพ็ญพระราชกรณียกิจนานัปการ เคียงคู่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เพื่อธำรงไว้ซึ่งความผาสุกและความมั่นคงแห่งชาติไทย เราประชาชนชาวไทยต้องร่วมใจสมัครสมานสามัคคีทำความดีที่ประกอบด้วยปัญญา เพื่ออุทิศบุญกุศลน้อมเกล้าถวาย เพื่อเสด็จสู่สวรรคาลัย เข้าสู่สวรรค์มรรคผลพระนิพพาน

 

วันนี้เป็นวันศุกร์ที่ ๖ เดือนมีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙

 

มูลนิธิกาญจนบารมี เป็นมูลนิธิของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๑๐ ของเมืองไทยประเทศไทย มาตรวจมาคัดกรองโรคมะเร็งของสุภาพสตรี

 

มูลนิธิกาญจนบารมีจะออกตรวจทุก ๆ ภาคของเมืองไทยประเทศไทย ทุก ๆ วัน เป็นการออกไปหาประชาชนทุก ๆ อำเภอของเมืองไทยประเทศไทย เป็นการบำเพ็ญบุญบำเพ็ญกุศล ผู้ได้รับการบริการฟรีหมดทุกอย่าง นอกจากยานพาหนะของตัวเองที่เดินทางมาตรวจมาคัดกรอง

 

ค่าใช้จ่ายอย่างอื่นนั้นไม่มี เป็นความเมตตาเป็นความกรุณาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ รัชกาลที่ ๑๐ อย่างหาที่สุดหาประมาณมิได้ ที่ท่านให้มีทางออกอีกทางหนึ่งจากส่วนราชการตามปกติ นี้เป็นส่วนของการกุศล

 

แพทย์พยาบาล พนักงานผู้ทำงานได้เดินทางสัญจรเคลื่อนที่พลัดถิ่นอยู่ตลอดเวลา

เพราะเหตุผลว่าต้องออกไปหาประชาชน ไปถึงประชาชนของทุก ๆ อำเภอของประเทศไทย บางแห่งก็ได้รับความสะดวกสบายในเรื่องอาหารเรื่องที่พัก บางแห่งก็ไม่ได้รับความสะดวกสบายในเรื่องอาหารในเรื่องที่พัก

 

การดำเนินชีวิตของหมู่มวลมนุษย์นี้ต้องเอาทางสายกลางระหว่างจิตใจกับวัตถุไปพร้อม ๆ กัน

 

เราทุกคนต้องพากันมารู้มาเข้าใจ ต้องเอาวัตถุกับจิตใจไปพร้อม ๆ กัน เราต้องมีปัญญาสัมมาทิฏฐิ มีความเห็นถูกต้อง มีความเข้าใจถูกต้อง ปฏิบัติให้ถูกต้อง

 

การประพฤติการปฏิบัติของเรานั้นอยู่ที่ปัจจุบัน เพราะอดีตก็มารวมกันอยู่ที่ปัจจุบัน อนาคตที่จะข้างหน้าก็มารวมกันอยู่ที่ปัจจุบัน ปัจจุบันถึงเป็นวาระสำคัญของเราทุก ๆ คน

 

ความรู้ต้องคู่กับการประพฤติการปฏิบัติที่ปัจจุบัน เราทุกคนต้องมีความสุขในการทำงานหรือในการทำหน้าที่อยู่ในปัจจุบัน ปัจจุบันถือว่าเป็นวาระสำคัญแห่งชาติของเราทุก ๆ คน

 

เราต้องพากันรู้พากันเข้าใจในการประพฤติการปฏิบัติ เราต้องรู้เหตุรู้ปัจจัย ทุกอย่างนั้นขึ้นอยู่ที่เหตุที่ปัจจัย ทุกอย่างนั้นคือกรรมจะเป็นกฎแห่งกรรมแล้วก็จะเป็นผลของกรรม

 

เราจะมองข้ามปัจจุบันนี้ไม่ได้ เราต้องเคารพในกรรมในกฎแห่งกรรม ความเคารพกับความสงบนี้คือสิ่งเดียวกัน

 

ใจของเราทุก ๆ คนนั้นเป็นนามธรรม ไม่มีใครรู้ไม่มีใครเข้าใจ เราปกปิดคนอื่นได้ แต่เราปกปิด แต่เราปกปิดตัวของเราเองนั้นไม่ได้ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เรารู้ให้เราเข้าใจอย่างนี้

 

เราทุกคนต้องเข้าถึงบริสุทธิคุณด้วยความรู้ความเข้าใจ

 

การปฏิบัติธรรมการทำหน้าที่ของเราถึงเป็นบริสุทธิคุณที่ออกจากใจออกจาพระนิพพาน พระนิพพานนั้นเป็นชื่อของความสุข จะว่าความสุขก็ได้ จะว่าความสงบก็ได้ เพราะมันเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน จะว่าไม่มีความทุกข์ก็ได้ เพราะมันเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน จะว่าพระนิพพานก็ได้ เพราะมันเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน จะเป็นพระนิพพานไปชั่วขณะ ๆ

 

ด้วยเหตุผลนี้ เราต้องพากันรู้พากันเข้าใจไม่ให้ใครตั้งอยู่ในความประมาท ความประมาทมันคือความผิดพลาดคือความเสียหาย นั่นแหละคือการพังทลายอย่างเดียวเช่นเดียวกันกับตึก สตง. สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินของเมืองไทยประเทศไทย ตึกไหน ๆ เค้าก็ไม่พัง ไปพังตึกเดียวเฉพาะตึก สตง. สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน

 

ความประมาทมันคือความผิดพลาดคือความเสียหาย คือการพังทลาย

 

ด้วยเหตุนี้ องค์สมเด็จพระสัมามาสัมพุทธเจ้าท่านถึงให้เรารู้ทุกข์ รู้เหตุเกิดทุกข์ รู้ข้อปฏิบัติให้ถึงความดับทุกข์ ต้องพากันมีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติเพราะเรามีความรู้แล้วเราต้องเอามาใช้มาประพฤติปฏิบัติ เพราะความรู้กับการประพฤติการปฏิบัตินั้นต้องไปพร้อมกันเป็นเพื่อนเป็นเกลอกัน

 

เราจะไปเอาสัญชาตญาณที่มีความยึดมั่นถือมั่นที่เป็นตัวเป็นตนนั้นไม่ได้ เพราะความยึดมั่นถือมั่น มันเป็นสัญชาตญาณของความเป็นตัวเป็นตน มันเป็นความยึดมั่นถือมั่นที่เป็นตัวเป็นตนเป็นเราเป็นเขา อันนี้มันเป็นความไม่รู้ไม่เข้าใจ

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เรารู้ให้เข้าใจ สิ่งทั้งหลายทั้งปวงนั้นจะได้ก้าวไปด้วยความรู้คู่กับการประพฤติการปฏิบัติ สิ่งที่มีปัญหานั้นจะได้เป็นปัญญา สิ่งที่เป็นปัญญาที่เรารู้เข้าใจจะได้มีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติในการทำหน้าที่

 

เราทุกคนต้องพากันมารู้มาเข้าใจ มาทำความดีเพื่อความดี เพราะเหตุว่าความดีนั้นเป็นกรรมเป็นกฎแห่งกรรมเป็นผลของกรรม เพราะทุกอย่างนั้นมันคือเหตุคือปัจจัย เราถึงต้องมาทำความดีเพื่อความดี ไม่ได้ทำความดีเพื่อหวังอยากจะเป็นคนดี

 

ทำความดีเพื่ออยากจะเป็นคนดีนั้นมันคือความปรุงแต่ง มันเป็นขั้วบวกขั้วลบ มันเป็นการเปรียบเทียบ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านตรัสว่าทำอย่างนี้ไม่ได้ มันเปรียบเสมือนทะเลไม่อิ่มด้วยน้ำ เปรียบเสมือนไฟไม่อิ่มด้วยเชื้อ มันทะยานอยาก มันบกพร่องอยู่เป็นนิจ

 

เรามารู้เข้าใจ มาทำความดีเพื่อความดีจะได้เข้าถึงบริสุทธิคุณ ที่ว่าใจบริสุทธิคุณ ทำความดีเพื่อความดีไม่หวังอะไรตอบแทน เราทำความดีเพื่อความดีนั้นจะเป็นออกซิเจน เป็นการถ่ายเทองเสีย ถ่ายเทคาร์บอนไดออกไซด์ออกไปในปัจจุบัน

 

เราต้องพากันรู้เข้าใจ จะได้พากันประพฤติปฏิบัติติดต่อต่อเนื่อง ยกเลิกความไม่ถูกต้อง มาเอาความถูกต้องที่เป็นทางสายกลางระหว่างวัตถุกับจิตใจไปพร้อม ๆ  กัน

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสั้มพุทธเจ้าท่านให้เราพากันรู้เข้าใจ พากันมีความสุขในการทำหน้าที่ เพราะธรรมะคือหน้าที่ เป็นหน้าที่ที่มีความสุขที่สุดในโลก จะว่าความสงบก็ได้ จะว่าไม่มีความทุกข์ก็ได้ จะว่าพระนิพพานก็ได้ที่เป็นความดีที่ประกอบด้วยปัญญา

 

เราเป็นแพทย์เป็นพยาบาล เป็นพนักงานผู้ทำงาน เราต้องรู้เข้าใจว่าการทำงานคือความสุข การทำหน้าที่คือความสุข ความสุขของเราต้องอยู่ที่ปัจจุบัน ไม่ใช่อนาคตนะ ความสุขของเราทุกคนต้องอยู่ที่ปัจจุบัน

 

ปัจจุบันเราต้องมีความสุขอย่างยิ่งมีความสุขเต็มที่ ความสุขนี้ดีมาก ความสุขระดับความเป็นมนุษย์ ระดับการเป็นเทวดา หรือว่าระดับการเป็นพระพรหม หรือความสุขที่เป็นพระอริยเจ้า เราไม่รู้ไม่เข้าใจ ความสุขที่เป็นปัญญาสัมมาทิฏฐิ เป็นความสุขที่ทำความดีเพื่อความดีเป็นสิ่งที่ดีมาก

 

มนุษย์สมบัติ สวรรค์สมบัติ พรหมสมบัตินิพพานสมบัติ สำหรับผู้มีปัญญาสัมมาทิฏฐิ ผู้มีปัญญาสัมมาทิฏฐินั้นเรียกว่าเสขบุคคล บุคคลผู้รู้เข้าใจ เป็นการทำงานเพื่องาน ไม่ใช่ทำงานเพื่อตัวเพื่อตน มีความสุขในการทำงาน

 

ด้วยเหตุผลนี้ เราทุกคนต้องยกเลิกตัวตนด้วยการทำหน้าที่ด้วยการทำความดีเพื่อความดี

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เราเสียสละ มีความสุขในการเสียสละ อย่าไปเสียสละเพื่อหวังอะไรตอบแทน เราให้ทานเพื่อหวังอะไรตอบแทน รักษาศีลเพื่อหวังอะไรตอบแทน ทำสมาธิเพื่อหวังอะไรตอบแทน ทำสมาธิภาวนาเพื่อหวังอะไรตอบแทน อันนี้มันคือนายทุน นางทุน มันยังเป็นขั้วบวกขั้วลบอยู่ ต้องทำความดีเพื่อความดี ทำความดีเพื่อความดีนั้นไม่มีขั้วบวกขั้วลบ มันเป็นความสุขที่มีแต่คุณ ไม่มีโทษ ให้เราทุกคนเข้าใจ นี้เป็นสิ่งที่ดีมาก เป็นสิ่งที่เพอร์เฟคมาก เป็นปัญญาสัมมาทิฏฐิ

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้รู้เข้าใจ เราจะได้ขอบใจปัญหา เพราะปัญหานั้นทำให้เราเกิดปัญญา เราต้องรู้เข้าใจ เราจะได้ผ่านธาตุทั้ง ๔ ขันธ์ท้ง ๕ อายตนะ ๑๒ เราจะได้ผ่านโลกธรรมทั้งดีทั้งชั่วทั้งผิดทั้งถูก เราจะได้ผ่านไปด้วยความรู้ความเข้าใจ เราทุกคนพร้อมใจลงใจในปัญหาต่าง ๆ เพราะปัญหานั้นคือปัญญา

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เรารู้เข้าใจ เพราะสิ่งต่าง ๆ นั้นมันเกิดขึ้นตั้งอยู่และดับไป เป็นเพียงอาคันตุกะที่สัญจรไปมาชั่วครู่ชั่วยาม อย่างเรามองไปข้างนี้เราก็เห็นรูป เรามองไปข้างนั้นเราก็เห็นรูป เรามองข้างหน้าข้างหลังเราก็เห็นรูป เพราะอันนี้มันคือเหตุคือปัจจัย เพราะสิ่งนี้มีสิ่งนั้นถึงมี เราต้องเข้าใจอย่างนี้

 

เราต้องรู้เข้าใจ เราจะได้ว่างจากสิ่งที่มีอยู่ เราจะได้รู้เหตุรู้ปัจจัย สิ่งทั้งหลายทั้งปวงนั้นจะได้หยุดลงที่ปัจจุบัน จบลงที่ผัสสะ เรามามีความสุขท่ามกลางความทุกข์ เรามามีความสงบจากสิ่งที่วุ่นวาย

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เราว่างจากสิ่งที่มีอยู่อย่างนี้

 

ด้วยเหตุผลนี้ เราทุกคนพากันรู้พากันเข้าใจ เราจะได้ยกเลิกตัวตนให้ติดต่อต่อเนื่อง เปรียบเสมือนสายน้ำที่มันไหลสู่แม่น้ำไหลสู่ทะเลมหาสมุทร ไม่ให้เหมือนหยดน้ำ หยดน้ำมันไหลทีละหยด ๆ มันไม่ติดต่อต่อเนื่องมันสายน้ำ

 

เราต้องพากันรู้พากันเข้าใจ

 

อย่างเราทำงาน เรามีความสุขในการทำงาน ในการทำหน้าที่ เราทำความดีเพื่อความดีเพื่อยกเลิกตัวตนอย่างนี้ สิ่งเหล่านี้มันก็จะเป็นพระนิพพานเป็นความสุข ไม่มีความทุกข์ ปฏิบัติติดต่อต่อเนื่องให้เป็นความสุข ถ้าเรายังไม่ถึงพระนิพพานมันก็เป็นมนุษย์สมบัติ สวรรค์สมบัติ พรหมสมบัติอยู่แล้ว ให้เรารู้เข้าใจ

 

วันหนึ่งคืนหนึ่ง สำหรับผู้ที่ไม่ได้บวช พากันนอนพากันพักผ่อนวันละ ๘ ชั่วโมง การที่จะได้นอนหลับถึง ๘ ชั่วโมงนั้นเป็นสิ่งที่หาได้ยากเป็นไปได้ยาก เพราะผู้ทำงานเคลื่อนที่อย่างนี้มันเป็นการพลัดถิ่น ไม่เหมือนผู้ที่อยู่ประจำปี ที่นอนก็เปลี่ยน อาหารก็เปลี่ยน ผู้คนก็เปลี่ยน สิ่งแวดล้อมเปลี่ยนตลอดเวลา

 

เราผู้ปฏิบัติต้องพากันรู้เข้าใจ ต้องขอบใจสิ่งที่ไม่ได้ตามใจตามปรารถนา จะได้เอาปัญหานั้นมาเป็นปัญญา

 

ความสุขอยู่ที่ปัจจุบันเป็นสิ่งที่สำคัญมาก ๆ เป็นสิ่งที่สำคัญยิ่ง ๆ เรามีความสุขในการทำหน้าที่ การปฏิบัติธรรมเราต้องรู้เข้าใจ การปฏิบัติธรรมนั้นคือยกเลิกตัวตน คือการทำหน้าที่

 

ความสุขนั้นอยู่ที่ปัจจุบัน ปัจจุบันเรามีความสุขในการทำหน้าที่นั้นคือดัชนีแห่งความสุข เป็นมิเตอร์ที่วัดความสุขนะ

 

เราทุกคนพากันมามีความสุขในการทำงานในการทำหน้าที่ การนอนก็เป็นความสุขอย่างหนึ่ง การทำงานก็เป็นความสุขอย่างหนึ่ง การพูดจากิริยามารยาทก็เป็นความสุขอีกอย่างหนึ่ง การทำงานก็เป็นความสุขอย่างหนึ่ง ความสุขนั้นก็จะอยู่ที่หน้าที่ อยู่ที่ปัจจุบัน เราต้องพากันรู้พากันเข้าใจ

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าถึงตรัสว่า สมณะที่ ๑ ที่ ๒ ที่ ๓ ที่ ๔ นั้นอยู่ที่รู้เข้าใจ รู้เข้าใจแล้วมีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติในการทำหน้าที่ ความสุขอยู่ที่นี่ ดัชนีความสุขอยู่ที่นี่

 

ด้วยเหตุนี้เราต้องรู้ต้องเข้าใจ เราทุกคนต้องมีความสุขในการทำงานในการทำหน้าที่

 

เราต้องขอบใจ เหมือนท่านพระอานนท์ขอพรจากองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ขอพรจากองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าว่า ที่พระอานนท์มาเป็นพระอุปัฏฐากอำนวยความสะดวกในเรื่องธาตุเรื่องขันธ์เรื่องอายตนะขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ขอประทานพรให้องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ไม่ให้สิ่งของวัตถุ ลาภยศสรรเสริญให้แก่พระอานนท์

 

ผู้ประพฤติปฏิบัติต้องรู้เข้าใจ ว่าการประพฤติการปฏิบัตินั้นต้องยกเลิกความยึดมั่นถือมั่น ยกเลิกสัญชาตญาณที่เป็นนิติบุคคลตัวตน ประโยชน์ของมหาชนต้องมาก่อน ประโยชน์ของตนต้องมาทีหลัง ประโยชน์ของพรรคพวกนั้นต้องมาทีหลัง ต้องเอาประโยชน์ของส่วนรวมของมหาชน

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เรารู้เข้าใจ ทุกคนต้องยกเลิกสัญชาตญาณ ยกเลิกความอยากความต้องการ มีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติการทำหน้าที่ เราจะได้คืนอธิปไตยให้กับบริสุทธิคุณ ใจของเราจะได้เข้าถึงพระนิพพานที่เป็นทางสายกลางระหว่างวัตถุกับจิตใจ ไม่ได้ทำงานเพื่อความอยากความต้องการ ทำงานที่มีความสุขในการทำหน้าที่ ทำความดีเพื่อความดี

 

ผู้ประพฤติปฏิบัติต้องพากันรู้เข้าใจนะ เราทำความดีเพื่อความดี ผู้ปฏิบัตินั้นจะสัมผัสได้กับใจของตัวเอง

 

ด้วยเหตุผลนี้ การทำความดีเพื่อความดีถึงต้องประพฤติปฏิบัติให้ติดต่อต่อเนื่องให้เป็นเหมือนสายน้ำ ไม่ใช่น้ำหยด การทำอะไรติดต่อต่อเนื่องตามหลักวิทยาศาสตร์ทั้งทางรูปธรรมนามธรรม ๓ อาทิตย์ขึ้นไป การกระทำนั้น ๆ ถึงจะได้ผลเห็นผล นี้เป็นกฎแห่งกรรม หรือว่าเป็นกฎอิทัปปัจจยตา

 

เรามาทำความดีเพื่อความดี ยกเลิกปริโพธกังวลในสิ่งที่ผ่านมา อนาคตที่ปัจจุบันนี้ ปัจจุบันเป็นเหตุเป็นปัจจัย องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เราเอาที่ปัจจุบัน

 

เช่นมีผู้ไปทูลถามองค์สมเด็จพระสัมมาสมพุทธเจ้าว่า ตายแล้วเกิดหรือว่าตายแล้วไม่ได้เกิด องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านเมตตาตรัสว่า ตายแล้วเกิดหรือว่าตายแล้วสูญนี้ขึ้นอยู่ที่เหตุขึ้นอยู่ที่ปัจจัย ขึ้นอยู่ที่เงื่อนไข เหตุอย่างไรผลก็อย่างนั้น

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เอาที่ปัจจุบัน เพราะอดีตก็มารวมอยู่ที่ปัจจุบัน อนาคตที่จะไปข้างหน้าก็อยู่ที่ปัจจุบัน เราต้องเข้าถึงความบริสุทธิคุณด้วยความรู้ความเข้าใจอยู่ที่ปัจจุบัน

 

เราทำความดีเพื่อความดีมีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติอย่างนี้ เราจะได้เข้าถึงความสุขในการประพฤติการปฏิบัติในปัจจุบัน เรามีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติอย่างนี้ นี้คือปัญญาสัมมาทิฏฐิ เราต้องมีความสุขในการทำหน้าที่เอาความดีและปัญญา

 

เราพากันมาระลึกถึงคติธรรมของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ รัชกาลที่ ๙ ท่านตรัสกับพสกนิกรชาวไทยและชาวโลกว่า เราต้องรู้ต้องเข้าใจ เราอยากได้มากมันก็ไม่มากมันก็เท่าเก่าเท่าเดิม เราอยากได้น้อยมันก็เท่าเก่าเท่าเดิมเพราะของมันดีอย่างนี้ ความสุขความเข้าใจ เรามีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติในการทำหน้าที่ เราจะได้เข้าถึงความสุขความดับทุกข์ เราจะได้เข้าถึงความพอเพียงเพียงพอ ดัชนีความสุขมันอยู่ที่ปัจจุบันนี้ ไม่ได้อยู่ที่เป็นคนรวยเบอร์ ๑ ของโลกนะ ไม่ได้อยู่ที่คนมีอำนาจทางข้าราชการนักการเมืองของโลกนะ มันอยู่ที่ความรู้ความเข้าใจ มีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติในการทำหน้าที่ เอาความดีและปัญญหาที่เป็นปฏิปทาติดต่อต่อเนื่องเป็นสายน้ำ

 

เรามาทำความดีเพื่อความดีเพื่อยกเลิกตัวตน เพื่อเราทุกคนจะได้พากันเป็นพระ คำว่าพระคือผู้ที่รู้เข้าใจ มีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติ ทุกคนก็จะเป็นพระ พระนี้เค้านับเอาตั้งแต่พระโสดาบันจนถึงพระอรหันต์นะ

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านไม่ได้นับเอาผู้ที่มาบวช ปลงผมนุ่งห่มผ้ากาสาวพัสตร์นะ พระนี้เป็นเรื่องความรู้ความเข้าใจ เป็นความสุขในการประพฤติการปฏิบัติ

 

เราทุกคนต้องมารู้มาเข้าใจ เพื่อจะได้เข้าถึงภาคประพฤติภาคปฏิบัติ ภาคความรู้คู่กับการประพฤติการปฏิบัติ

 

เพราะว่าพระนี้อยู่ที่ตัวเรา อยู่ที่เราคิดดี ๆ ยกเลิกตัวตน พูดดี ๆ ยกเลิกตัวตน  กิริยามารยาทดี ๆ ยกเลิกตัวตนเป็นบริสุทธิคุณทั้งกายวาจากิริยามารมายาท เป็นบริสุทธิคุณ ยกเลิกตัวตนในปัจจุบัน

 

ทุกชาติทุกศาสนาก็เป็นพระได้เหมือนกันหมด เราไม่ต้องไปไปหาพระภายนอก อันนั้นพระภายนอกพระคนอื่นไม่ใช่พระที่เรา มันดับทุกข์ไม่ได้ มันแก้ปัญหาไม่ได้ เราต้องพากันคิดใหม่ พากันทำหน้าที่ พากันมีเมตตาต่อตนเองด้วยมีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติ เมื่อตัวของเราเองยังไม่มีเมตตา เรายังจะไปมีเมตตาต่อคนอื่นได้อย่างไร เราต้องรู้เข้าใจ

 

ถ้าเราไม่รู้เข้าใจมันก็จะไม่สงบนะ มันก็จะเป็นสงคราม สงครามในตัวของมันเอง สงครามระหว่างหมู่เพื่อนหมู่คณะ สงครามในครอบครัว สงครามในประเทศ สงครามโลก

 

เรายกเลิกตัวตนเราก็สงบ เพื่อนที่ทำงานก็สงบ ครอบครัวก็สงบ มันสงบอบอุ่นมันเย็นเป็นแอร์คอนดิชั่นอยู่ในตัวด้วยความรู้ความเข้าใน มีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติ

 

หมู่มวลมนุษย์ทั้งหลายต้องพากันรู้เข้าใจ ต้องมีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติในการทำหน้าที่ เน้นมาที่ตัวเรานี้แหละ เน้นบริสุทธิคุณที่ตัวเรานี้แหละ เน้นมามามีเมตตากับตัวเรานี้แหละ มาหายใจเข้าให้มีความสุขเอาออกซิเจนเข้าสู๋ร่างกายอยน่างนี้ มาหายใจออกเอาคาร์บอนไดออกไซด์เอาของเสียออกไปอย่างนี้

 

อย่างตอนเย็นตอนค่ำที่จะนอนก็ตั้งศูนย์ให้ดี ๆ ตั้งเป้าให้ดี ๆ ให้ยกเลิกอดีตอนาคต เอาปัจจุบันให้ดี ๆ หายใจเข้าให้มีความสุขเอาออกซิเจนเข้าสู๋ร่างกาย หายใจออกให้มีความสุขเอาของเสียของปฏิกูลออกไป ทำสมาธิก่อนพักผ่อน เพื่อใจของเราจะได้เข้าสู่ความว่างจากตัวตน หายใจเข้ามีความสุขหายใจออกมีความสุขนี้เราจะได้นอนหลับโดยไม่ต้องวางยาสลบ เพราะอันนี้มันเป็นความดีเพื่อความดี เรามาหายใจเข้าก็ให้รู้ว่ามันไม่แน่ไม่เที่ยงมันเข้าไปแล้วก็ออกมามันไม่แน่ไม่เที่ยงไม่ใช่ตัวตน

 

เรามาคืนอธิปไตยให้กับธรรมชาติให้กับปวงชนเป็นบริสุทธิคุณ

 

ลมหายใจนี้เป็นสิ่งที่สำคัญ เป็นเพื่อนเป็นเกลอตั้งแต่เรามาปฏิสนธิอยู่ในครรภ์ ชั่วอายุสังขาร สังขารหมู่มวลมนุษย์ปัจจุบันนี้ ดัชนีแห่งความสุขอยู่ได้ร่วมร้อยปีหรือมากกว่าร้อยปี ถ้าเอาทางวิทยาศาสตร์ เอาทางใจไปพร้อม ๆ กัน

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เราเข้าใจ ให้มีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติ เพื่อให้หน้าที่นั้นเป็นการประพฤติการปฏิบัติธรรม

 

เราต้องรู้เข้าใจเพื่อจะไม่ให้ธาตุให้ขันธ์อายตนะสิ่งแวดล้อมมันครอบงำจิตใจ ครอบงำสติปัญญา เราจะไม่ได้เป็นทุกข์เมื่อแก่ อาศัยปฏิปทาที่ติดต่อต่อเนื่อง

 

การทำอะไรไม่ติดต่อต่อเนื่องมันเป็นความเครียด การทำอะไรไม่ติดต่อต่อเนื่องมันเสียหาย มันจะพังทลายอย่างเดียวเช่นเดียวกันกับตึก สตง. สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินของเมืองไทยประเทศไทย

 

เราทุกคนต้องเคารพในความรู้คู่กับการประพฤติการปฏิบัติ เพราะความเคารพกับความสงบมันคืออันเดียวกัน มันเป็นปัจจุบันธรรม

 

การประพฤติการปฏิบัตินั้นถึงมองข้ามปัจจุบันนั้นไม่ได้ รถก็ต้องมีเบรก เครื่องบินก็ต้องมีเบรก เรือก็ต้องมีเบรก กายวาจากิริยามารยาทใจของเราก็ต้องมีเบรก เราต้องรู้ต้องเข้าใจ

 

เรามีปัญญามาก ๆ ก็ต้องมีความสงบมาก ๆ เรามีความสงบมาก ๆ เราก็ต้องเสียสละมาก ๆ นี้เป็นความรู้ความเข้าใจ นักวิทยาศาสตร์กับใจก็ต้องไปพร้อม ๆ กันเป็นทางสายกลางระหว่างวัตถุกับจิตใจ

 

อายุขัยของเรานี้แหละ จะได้เอามาใช้เอามาปฏิบัติ เพื่อให้ปฏิปทามันติดต่อต่อเนื่อง ยิ่งแก่ยิ่งเฒ่าหัวใจก็ยิ่งเย็นกว่าแอร์คอนดิชั่น ไม่ได้เสียค่ามิเตอร์ค่าไฟ มันเย็น

 

เรามาคิดดูดี ๆ นะ ทำไมลูกเราหลานเราเค้าไม่อยากมาใกล้เรา เพราะเราเป็นนิติบุคคลตัวตนมาก ไม่ยกเลิกตัวตน ลูกหลานก็ไม่อยากใกล้ ไฟมันเป็นของร้อน ตัวตนเป็นนของร้อน นิติบุคคลตัวตนเป็นของร้อน

 

ด้วยเหตุผลนี้แหละ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าถึงให้เรายกเลิกตัวตน

 

เราต้องรู้เข้าใจ ถ้าเราไม่รู้ไม่เข้าใจเราก็จะไปโทษสิ่งภายนอกไปโทษลูกโทษหลานโทษรัฐบาลโทษดินฟ้าอากาศ

 

เรารไม่รู้ไม่เข้าใจว่าปัญหานั้นเป็นปัญญา ปัญญานั้นต้องเอามาใช้ประพฤติปฏิบัติ มีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติ  ความเป็นพระนั้นก็จะอยู่กับเราทุกคนนี้แหละองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เรารู้เข้าใจอย่างนี้

 

สัมมาสมาธิ คือความตั้งใจมั่น เน้นที่ปัจจุบัน ยกเลิกนิวรณ์ทั้ง ๕ ยกเลิกอคติทั้ง ๔ มีความตั้งใจมั่น เพื่อเอาความดีและปัญญาก้าวไปด้วยปฏิปทาที่ติดต่อต่อเนื่อง

 

ร่างกายแก่เจ็บตายพลัดพราก ใจของเราก็ยิ่งแก่ยิ่งแข็งแรง

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เราเข้าใจ ปัจจุบันนี้เป็นการชิงแชมป์ระหว่างวัฏฏสงสารกับพระนิพพาน สัมมาสมาธิความตั้งใจมั่นที่ขอบใจปัญหาที่เกิดปัญญา ด้วยความรู้ความเข้าใจด้วยความตั้งมั่น

 

ถือเอาพระนิพพานอยู่ที่ปัจจุบัน ไม่ใช่พระนิพพานอยู่ในอนาคตกาลเบื้องหน้าโน้นเทอญ อันนี้มันไกลเหลือเกิน ไม่ใช่สิ่งที่แก้ปัญหาได้ สิ่งที่แก้ปัญหาได้คือความร็ความเข้า ความรู้ความเข้าใจนี้มันใกล้บรรลุธรรมนะ เป็นเสขบุคคลเป็นขณะ ๆ ไปจนกว่าพระนิพพานจะสมบูรณ์ การทำอะไรติดต่อต่อเนื่องนี้ถึงดีมาก เพอร์เฟคมาก

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เรารู้เข้าใจถึงเราจะเป็นแพทย์เคลื่อนที่ พยาบาลเคลื่อนที่ ผู้ทำงานเคลื่อนที่ เพราะเรามีพระนิพพานเป็นเครื่องอยู่ด้วยหน้าที่

 

เราทั้งหลายเป็นผู้ที่โชคดีมากนะ ให้เรารู้เข้าใจ เราจะได้ประพฤติได้ปฏิบัติได้ทำหน้าที่ เอาอุปสรรคเอาปัญหานี้มาเป็นปัญญา เอาปัญญามาเป็นความสุข

 

นี้แหละคือพระนิพพานบ้านของเรา เป็นดัชนีแห่งความสุขมาก ๆ เป็นความสุขจริง ๆ ไม่มีอะไรเป็นความสุขยิ่งไปกว่านี้

 

มูลนิธิกาญจนบารมีเป็นมูลนิธิแห่งความดีและปัญญา เป็นพระเมตตาบริสุทธิคุณที่เป็นการกุศลของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ รัชกาลที่ ๙ รัชกาลที่ ๑๐ และรัชกาลต่อ ๆ ไป เป็นคู่ของประเทศไทยเมืองไทย เป็นบริสุทธิคุณ เป็นพระนิพพานที่มีเป็นคนดีที่ประกอบด้วยปัญญา

 

เราทุกท่านทุกคนมีปิติโสมนัสเป็นอย่างยิ่งในการทำงาน เพราะการทำงานมีความสุขมาก ๆ มีความสุขจริง ๆ ทำไมมีความสุขอย่งนี้ เพราะเหตุผลว่าอันนี้คือความดีที่ประกอบด้วยปัญญา ถือเอาประโยชน์มหาชนเป็นสิ่งที่สำคัญ

 

เรามาระลึกถึงปัจฉิมโอวาทขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านไม่ให้เราตั้งอยู่ในความประมาท เดี๋ยวความประมาทมันจะเกิดความเสียหายเกิดการพังทลายอย่างเช่นเดียวกันตึก สตง.

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านตรัสปัจฉิมโอวาทครั้งสุดท้ายไว้ว่า

 

"หันทะทานิ ภิกขะเว อามันตะยามิ โว วะยะธัมมา สังขารา อัปปะมาเทนะ สัมปาเทถะ" แปลความว่า "ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บัดนี้เราขอเตือนท่านทั้งหลายว่า สังขารทั้งหลาย มีความเสื่อมสลายไปเป็นธรรมดา ท่านทั้งหลายจงทำประโยชน์ตนและประโยชน์ผู้อื่นให้ถึงพร้อม ด้วยความไม่ประมาทเถิด

 

 

โอวาทของหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต

ความไม่ยั่งยืน เป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่และแน่นอนนะ

ความยิ่งใหญ่ คือความไม่ยั่งยืนนะ

ชีวิตที่ยิ่งใหญ่ คือชีวิตที่อยู่ด้วยทาน ศีล เมตตา และกตัญญู

ชีวิตที่มีความดี อาจมิใช่ความยิ่งใหญ่ แต่ชีวิตที่ยิ่งใหญ่ ต้องอาศัยคุณธรรมความดีเป็นปัญญาบริสุทธิคุณเท่านั้น การระงับสังขารทั้งหลายด้วยความรู้ความเข้าใจเป็นความรู้คู่กับการประพฤติการปฏิบัตินั่นแหละคืออริยมรรค เป็นหนทางที่ประเสริฐมีพระนิพพานตั้งแต่ในปัจจุบัน ไม่ต้องรอพระนิพพานเมื่อตายแล้ว ปัจจุบันไม่มีพระนิพพาน อนาคตจะมีพระนิพพานได้อย่างไร

 

ให้เรารู้เข้าใจเรื่องพระธรรมพระวินัย พระธรรมพระวินัยที่เป็นสัมมาทิฐิ เพื่อหยุดวัฏฏสงสารนั่นแหละคือพระนิพพาน ให้พวกเรารู้เข้าใจในเรื่องพระนิพพาน ให้เข้าใจนะว่าสิ่งเดิมนั้นคือความว่างเปล่า สิ่งที่สัญจรไปมาเป็นเพียงอาคันตุกะ เราจะได้เอาหลักการอุดการณ์ที่เป็นศีลเป็นสมาธิเป็นปัญญาเป็นมรรคเป็นอริยมรรคที่ตรงกันข้ามกับโลกธรรมมาประพฤติมาปฏิบัติ ให้รู้เข้าใจ เพราะไม่มีใครอยู่เหนือกรรมเหนือกฎแห่งกรรมเหนือผลของกรรม พระนิพพานความรู้ความเข้าใจในเรื่องกระบวนการปฏิจจสมุปบาท กระบวนการของปฏิจจสมุปบาทจะได้จบลงเพียงผัสสะ จะได้เป็นปัญญาเป็นความสงบ จะเป็นความสงบเป็นปัญญา เป็นสิ่งที่อยู่นอกเหตุเหนือผล หยุดความปรุงแต่ง นี้เป็นขบวนการที่ติดต่อต่อเนื่อง เป็นบารมีเป็นความดีที่ประกอบด้วยปัญญา เป็นพระนิพพานบ้านของเรา ไม่ใช่อวิชชาความหลงเป็นบ้านของเรานะ พระนิพพานคือบ้านของเรา ความสงบและปัญญาถึงเป็นธรรมเป็นปัจจุบันธรรม เราจะหยุดวัฏฏสงสารได้ด้วยความรู้ความเข้าใจ ด้วยพระธรรมด้วยพระวินัย เป็นขบวนการของกระแสในการประพฤติการปฏิบัติที่ได้นำเอาพระธรรมพระวินัยมาประพฤติมาปฏิบัติในปัจจุบันให้ติดต่อต่อเนื่อง

 

 ความสงบและปัญญาที่เป็นพระธรรมพระวินัยถึงหยุดความปรุงแต่งได้ ด้วยปัญญาสัมมาทิฏฐิคู่กับการประพฤติการปฏิบัติในปัจจุบัน พระธรรมพระวินัยที่เป็นความรู้ความเข้าใจ ที่จะหยุดความปรุงแต่งได้ เข้าถึงพระนิพพานตั้งแต่ปัจจุบัน ไม่ต้องรอชาติหน้า พระนิพพานต้องอยู่ที่ปัจจุบันเท่านั้น

 

---------------------------------

โอวาทขององค์หลวงพ่อกัณหา สุขกาโม

เมตตาให้ไว้ในเช้าวันศุกร์ที่ ๖ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙

ณ วัดป่าทรัพย์ทวีธรรมาราม ต.วังหมี อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา

 

 

 

 

 

Visitors: 109,359