๘ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙
พสกนิกรชาวไทยและชาวต่างประเทศได้มาร่วมรวมกันประพฤติปฏิบัติธรรมเพื่อน้อมถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ด้วยความโทมนัสและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ที่พระองค์ได้ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทยและชาวโลกตลอดระยะเวลาที่ยาวนาน พระองค์ทรงเป็นดั่งแม่แห่งแผ่นดิน ผู้ทรงเปี่ยมด้วยพระเมตตาและพระปรีชาสามารถ ทรงอุทิศพระวรกาย พระสติปัญญา และพระราชหฤทัยในการบำเพ็ญพระราชกรณียกิจนานัปการ เคียงคู่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เพื่อธำรงไว้ซึ่งความผาสุกและความมั่นคงแห่งชาติไทย เราประชาชนชาวไทยต้องร่วมใจสมัครสมานสามัคคีทำความดีที่ประกอบด้วยปัญญา เพื่ออุทิศบุญกุศลน้อมเกล้าถวาย เพื่อเสด็จสู่สวรรคาลัย เข้าสู่สวรรค์มรรคผลพระนิพพาน
วันนี้เป็นวันอาทิตย์ที่ ๘ เดือนมีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙
ให้ทุกท่านทุกคนพากันนั่งให้สบาย เพื่อฟังการบรรยายพระธรรมคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
พระธรรมคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระองค์ท่านได้ตรัสรู้ ได้เอามาบอกเอามาสอนในการดำเนินชีวิตของเรา
ปัจจุบันนี้ร่างกายของเราเป็นมนุษย์ เป็นทรัพยากรที่ล้ำค่าที่ประเสริฐ เราจะได้เอาทรัพยากรของความเป็นมนุษย์มาสร้างความดีที่ประกอบด้วยปัญญา
ธรรมะคือธรรมชาติ ธรรมชาติที่เกิดจากเหตุเกิดจากปัจจัย ทุกอย่างนั้นเกิดจากเหตุเกิดจากปัจจัย เพราะสิ่งนี้มีสิ่งต่อไปถึงมี มันเป็นกรรม เป็นกฎแห่งกรรม เป็นผลของกรรม
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เราเข้าใจ
ความรู้ความเข้าใจนั้นไม่ใช่ความจำ เป็นความรู้ความเข้าใจ ถ้าความจำนั้นไม่กี่วันไม่กี่เดือนไม่กี่ปีความจำนั้นก็จะหลงลืม ความรู้ความเข้าใจนั้นจะไม่หลงลืม เป็นความรู้เรื่องเหตุเรื่องปัจจัย
ความรู้ความเข้าใจนั้นเราต้องเอามาใช้ เอามาประพฤติมาปฏิบัติอยู่ที่ปัจจุบัน เพราะเหตุผลว่า อดีตก็มารวมกันอยู่ที่ปัจจุบัน อนาคตที่จะไปข้างหน้าก็อยู่ที่ปัจจุบัน ปัจจุบันถึงเป็นวาระสำคัญของการประพฤติของการปฏิบัติ ปัจจุบันถึงเป็นการชิงแชมป์ระหว่างวัฏฏสงสารกับพระนิพพาน
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เรารู้เข้าใจ ว่าปัจจุบันเป็นการชิงแชมป์ระหว่างวัฏฏสงสารกับพระนิพพาน พระนิพพานเป็นความรู้ความเข้าใจ มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ
ธรรมะทั้งฝ่ายเวียนว่ายตายเกิด ทั้งฝ่ายหยุดเวียนว่ายตายเกิดนี้อยู่ที่ปัจจุบัน
สัมมาทิฏฐิ ความเห็นถูกต้อง เข้าใจถูกต้อง ปฏิบัติถูกต้อง การประพฤติการปฏิบัตินั้นถึงอยู่ที่ปัจจุบัน
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เราเข้าใจในเรื่องของธาตุทั้ง ๔ ขันธ์ทั้ง ๕ อายตนะภายนอกภายใน ให้เราเข้าใจ
สิ่งที่มาผัสสะนั้นเป็นของชั่วครู่ชั่วยาม เป็นเพียงอาคันตุกะที่สัญจรไปมาในธาตุทั้ง ๔ ขันธ์ทั้ง ๕ อายตนะภายนอกภายในมันเกิดขึ้นชั่วครู่ชั่วยาม เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป ตามเหตุตามปัจจัย ไม่มีอะไรจีรังยั่งยืน ไม่ใช่เราแล้วก็ไม่ใช่คนอื่น เป็นธรรมชาติของธรรมชาติที่เป็นเหตุเป็นปัจจัย
เราเกิดมาเห็นคนเกิด คนแก่ คนเจ็บ คนตาย คนพลัดพราก ไม่เห็นใครที่จีรังยั่งยืน มีแต่เกิดขึ้นตั้งอยู่แล้วดับไป เมื่อก่อนเราเป็นเด็กเป็นหนุ่มเป็นสาว เดี๋ยวนี้เราเป็นคนกลางหรือเป็นคนแก่เฒ่าเป็นคนชรา ตามเหตุตามปัจจัย
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เรารู้ให้เราเข้าใจธรรมชาติทั้งภายนอกภายใน ปัจจุบันนี้ถึงเป็นวาระสำคัญในการประพฤติในการปฏิบัติ
เราจะได้มารู้จักธรรมชาติ เราจะได้มารู้จักวัฏฏสงสาร เราจะได้มารู้จักพระนิพพาน ใจของเราต้องรู้เข้าใจ ว่าทุกสิ่งทุกอย่างไม่ใช่นิติบุคคลตัวตน ไม่ใช่เราไม่ใช่คนอื่น หากเป็นเหตุเป็นปัจจัย
ปัญญาสัมมาทิฏฐิ เป็นความรู้ความเข้าใจ เราจะได้ประพฤติจะได้ปฏิบัติจะได้ทำหน้าที่ มีความสุขในการทำหน้าที่ ความสุขคือความไม่มีทุกข์
ความสุขเป็นออกซิเจน เป็นการถ่ายเทของเสียของปฏิกูล ถ่ายเทคาร์บอนไดออกไซด์ออกไป
ปัจจุบันนั้นถึงเป็นสิ่งที่สำคัญ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไม่ให้เรามองข้ามปัจจุบัน เพราะปัจจุบันเป็นวาระแห่งชาติของการประพฤติการปฏิบัติ ให้เรามีความสุขในการทำหน้าที่ของเราอยู่ที่ปัจจุบัน อย่าไปมองข้ามปัจจุบัน ถ้ามองข้ามปัจจุบันแล้วจะเกิดคามเสียหาย จะเกิดการพังทลายอย่างเดียวเช่นเดียวกันกับตึก สตง. สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินของเมืองไทยประเทศไทย
ความรู้ความเข้าใจนี้จะเป็นหลักการ ที่ไม่มองข้ามหน้าที่ อยู่ที่ปัจจุบัน
ให้เราเข้าใจ คำว่าอยู่นี้คือควาสงบมหรือว่าไม่ได้ไป ความสงบกับความสุขนั้นมันคืออันหนึ่งอันเดียวกัน ถ้าเรามีความสุขันก็มีความสงบ ถ้าเรามีความสงบมันจะเป็นความสงบ ๒ อย่างนี้มันจะเป็นไปสิ่งเดียวกัน จะเป็นความสุขระดับมนุษย์ หรือระดับเทวดา หรือระดับพระพรหม หรือระดับพระอริยเจ้า ความสุขความสงบนั้นก็คืออันเดียวกัน
มนุษย์ทั้งหลายต้องพากันเข้าใจ มามีความสุขในการทำหน้าที่ เพราะความสุขกับความสงบมันคืออันเดียวกัน
ทุกคนมาทำความดีเพื่อความดี มีความสุขกับการทำความดีอยู่ที่ปัจจุบัน เพราะปัจจุบันเป็นการชิงแชมป์ระหว่างวัฏฏสงสารกับพระนิพพาน
ทุกท่านทุกคนต้องมีปัญญาสัมมาทิฏฐิรู้เข้าใจ เพื่อจะได้มีความสุขในการทำงานหรือว่าในการทำหน้าที่ ทำหน้าที่ที่มีความสุขที่สุดอย่างยิ่ง
ความสุขของเราต้องรอต้องเพียงพอ ปัจจุบันเราต้องมีความสุขในหน้าที่ ทำความดีเพื่อความดีให้มีความสุข
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านไม่ให้เราทำความดีเพื่ออยากจะเป็นคนดี ทำความดีเพื่ออยากเป็นคนดีนั้นมันยังเป็นขั้วบวกขั้วลบ ยังมีได้มีเสีย มีการเปรียบเทียบ นั้นคือความปรุงแต่ง นั้นไม่ใช่บริสุทธิคุณ ไม่ใช่ทำความดีเพื่อความดี
เราทำความดีเพื่อความดีด้วยปัญญาสัมมาทิฏฐิอย่างนี้ หนทางของเราที่เป็นปัญญาสัมมาทิฏฐิก็จะเป็นมนุษย์สมบัติ สวรรค์สมบัติ พรหมสมบัติ นิพพานสมบัติอยู่ในตัว ผู้ประพฤติผู้ปฏิบัติต้องพากันรู้พากันเข้าใจ
ความรู้ความเข้าใจนี้จะทำให้เราเข้าถึงมนุษย์สมบัติ สวรรค์สมบัติ พรหมสมบัติ นิพพานสมบัติ ยกเลิกความเป็นคน คำว่าคนนี้หมายถึงตัวถึงตน ทำทั้งดีทั้งชั่วทั้งผิดทั้งถูกระคนกันไปหมด วกไปวนมา เดินไปข้างหน้าก็ถอยกลับมาอยู่ที่เดิมอยู่ที่เก่าเค้าถึงมีศัพท์ว่าคน
อย่างเราทำงานมีความสุขในการทำงาน งานนั้นก็จะเป็นพระนิพพาน งานทางกายวาจากิริยามารยาทอาชีพมารวมลงที่ใจ ใจที่มีปัญญาสัมมาทิฏฐิ ใจที่มีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติ
การประพฤติการปฏิบัตินั้น องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเน้นที่ปัญญาสัมมาทิฏฐิ คำว่าปัญญาสัมมาทิฏฐินั้น คือการทำความดีเพื่อความดี ไม่ใช่ทำความดีเพื่ออยากที่จะเป็นคนดี เป็นการทำความดีเพื่อความดี ความดีนั้นก็จะเป็นมรรคเป็นผลเป็นพระนิพพาน
ด้วยเหตุผลนี้ การประพฤติการปฏิบัติของเราถึงต้องปฏิบัติติดต่อต่อเนื่องเป็นเหมือนสายน้ำ สายน้ำที่ไหลสู่ทะเลมหาสมุทร มันจะไหลติดต่อต่อเนื่องถึงเรียกว่าสายน้ำไม่ใช่หยดน้ำ หยดน้ำนั้นมันหยดทีละหยด ๆ มันขาดตอน มันไม่ใช่สายน้ำ
ปฏิปทาที่เป็นปัญญาสัมมาทิฏฐิ เรารู้เข้าใจ มีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติ
เรามาคิดดูดี ๆ ถ้าเรามีความสุขพอเพียงเพียงพอ สิ่งภายนอกก็จะไม่สามารถดึงเราไป ลากเราไปได้เพราะเรามีความสุขพอเพียงเพียงพอ
ด้วยเหตุผลนี้ ปัจจุบันเราต้องมีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติในการทำหน้าที่
เราคิดดู ที่พระเจ้าสุทโทธนะส่งฑูตไปอาราธนาองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้ากลับมาโปรดพระบิดามารดา มาโปรดประชาชนโปรดมหาชน ที่กรุงกบิลพัสดุ์ ส่งไปสองชุดสามชุด ส่งไปชุดไหนก็พากันไปบวชกันหมด เพราะว่าผู้ที่ไปทูลเชิญองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไปที่กรุงกบิลพัสดุ์ ได้ฟังพระธรรมเทศนาในการบรรยายธรรมะขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า รู้เข้าใจ มีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติ เป็นพระอรหันต์กันหมด มีความสุขในปัจจุบัน ความสุขนั้นมันจะหยุดกาลหยุดเวลา ความทุกข์ความปรุงแต่งนั้นคือกาลคือเวลา ยกเลิกตัวยกเลิกตนคือยกเลิกกาลยกเลิกเวลา เป็นการยกเลิกกรรม มีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติ
เราต้องมองในแง่นี้ เพื่อจะได้เห็นคุณค่าในหน้าที่ของเราอยู่ที่ปัจจุบัน
เรามีความสุขมาก ๆ มีความสุขเพียงพอด้วยปัญญาสัมมาทิฏฐิ ธาตุทั้ง ๔ ขันธ์ทั้ง ๕ อายตนะภายนอกภายในก็จะไม่มาครอบงำจิตใจของเราได้ ครอบงำสติปัญญาของเราได้ มีความรู้ความเข้าใจ ว่าธรรมชาตินั้นไม่ใช่เราไม่ใช่คนอื่น เป็นเพียงเหตุเป็นเพียงปัจจัย เหตุอย่างไรผลก็อย่างนั้น
เรามารู้มาเข้าใจเรื่องการเวียนว่ายตายเกิด ในเรื่องหยุดเวียนว่ายตายเกิด
ด้วยเหตุผลนี้ เราต้องมามีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติในการทำหน้าที่ เพราะโอกาสสำคัญอยู่ที่ปัจจุบัน ปัจจุบันนี้ถึงเป็นวาระสำคัญ ปัจจุบันเราถึงคิดดี ๆ พูดดี ๆ กิริยามารยาทดีๆ อาชีพดี ๆ ที่ยกเลิกตัวตนด้วยปัญญาสัมมาทิฏฐิ ด้วยความรู้ความเข้าใจอย่างนี้ มีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติอยู่ที่ปัจจุบัน
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เราเข้าใจ เราจะได้ผ่านสิ่งต่าง ๆ ไปด้วยความรู้ความเข้าใจ
สัมมาทิฏฐิ ความเห็นถูกต้อง เข้าใจถูกต้อง ปฏิบัติถูกต้องเป็นสิ่งที่สำคัญ ความตั้งใจมั่นชอบ ไม่หวั่นไหวไปกับธาตุทั้ง ๔ ขันธ์ทั้ง ๕ อายตนะภายนอกภายใน ต้องมีความตั้งมั่น ต้องมีปัญญาสัมมาทิฏฐิ ก้าวไปด้วยปัญญาสัมมาทิฏฐิ ก้าวไปด้วยความตั้งมั่น มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ เอาปัญหานั้นมาเป็นปัญญา เอาปัญญานั้นมามีความสุขที่สุดในโลกในการประพฤติการปฏิบัติในการทำหน้าที่
แพทย์พยาบาล เรามาคิดดูดี ๆ ก็เหมือนกับสาวกขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ที่เอาความดีและปัญญา มีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติในการทำหน้าที่ ทำความดีเพื่อความดี มีความสุขในการทำความดี มีปัญญาสัมมาทิฏฐิ มีความตั้งมั่น ก้าวไปด้วยความรู้ความเข้าใจ
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เอาความดีและปัญญาเป็นปฏิปทาเป็นพระนิพพานคือบ้านที่แท้จริง ไม่เอารูปเสียงกลิ่นรสโผฏฐัพพะธรรมารมณ์ลาภยศสรรเสริญเป็นเครื่องอยู่ ต้องเอาพระธรรมเอาพระวินัยฝ่ายดีที่ประกอบด้วยปัญญาสัมมาทิฏฐิ
ปัญญาสัมมาทิฏฐิต้องมีความรู้ความเข้าใจ ให้ความดีและปัญญานั้นติดต่อต่อเนื่องเป็นเหมือนสายน้ำ ไม่ให้เป็นเหมือนหยดน้ำ
การทำอะไร ผลวิจัยทางวิทยาศาสตร์ต้องติดต่อต่อเนื่อง ๓ อาทิตย์ ๒๑ วันขึ้นไป ทั้งฝ่ายรูปธรรมนามธรรมจึงจะได้ผลเห็นผล มันเป็นอย่างนั้นจริง ๆ
ด้วยเหตุผลนี้ สัมมาสมาธิความตั้งใจมั่นชอบ มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ ให้เอาปัญหานั้นมาเป็นปัญญา เอาปัญญามามีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติในการทำหน้าที่
พระพุทธ พระธรรม พระอริยสงฆ์ ต้องมีที่ความรู้ความเข้าใจ มีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติ ในการทำหน้าที่ของเรา
เรามายกเลิกตัวยกเลิกตน ยกเลิกวัฏฏสงสาร เรามาคืนอธิปไตยให้กับธรรมชาติที่บริสุทธิคุณ
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านมาคืนอธิปไตย มายกเลิกทาส ยกเลิกวรรณะ ยกเลิกชาติ ยกเลิกตระกูล มามีความสุขในการทำหน้าที่
เราทำอย่างนี้ปฏิบัติอย่างนี้ถึงจะดับทุกข์ได้ ถึงจะแก้ปัญหาได้ มาหยุดสัญชาตญาณที่มีความรู้สึกที่มีความยึดมั่นถือมั่น ว่าเป็นเราเป็นคนอื่น มายกเลิกทาส ยกเลิกอวิชชา ยกเลิกความหลง
ท่านหลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน ท่านพูดให้พุทธบริษัทให้รู้ให้เข้าใจ เราเอาตัวตนเป็นที่ตั้งนั้นคือคนบ้า คือคนผีบ้า คือบักผีบ้าอีผีบ้า เป็นข้าราชการนักการเมืองเป็นนักบวชผีบ้า มันมีเชื้อบ้า
ด้วยเหตุผลนี้ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านมาตรัสรู้ มายกเลิกชาติชั้นวรรณะ การยกเลิกตัวยกเลิกตนนั้นเป็นการยกเลิกความทุกข์ ยกทุกข์ที่เกิดได้ ได้ตั้งอยู่ และดับไป มีแต่ความทุกข์ทั้งนั้น เปรียบเสมือนทะเลไม่อิ่มด้วยน้ำ เปรียบเสมือนไม่อิ่มด้วยเชื้อ มีแต่ความทุกข์ทั้งนั้น
มันเป็นไปไม่ได้ เราแสวงหาสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ ไม่อยากแก่ไม่อยากเจ็บไม่อยากตายไม่อยากพลัดพรากเป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ จะเอาแต่ความสุข เพราะการเอานั้นมีแต่ความทุกข์ที่เกิดขึ้น ความทุกข์ที่ตั้งอยู่ ความทุกข์ที่ดับไป นอกจากความทุกข์ไม่มีเลยเป็นขั้วบวกขั้วลบ เป็นความปรุงแต่ง เป็นความไม่สงบ ความไม่สงบนั้นแหละคือนักรบ นั่นแหละคือสงคราม สงครามในตัวของมันเอง สงครามกับคนอื่น สงครามในคอรบครัว สงครามในประเทศไทย สงคราต่างประเทศ สงครามโลก
ความไม่สงบมันเป็นสงคราม เป็นการไปจัดการตั้งแต่ภายนอก
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เราเดินสายกลาง เอาวิทยาศาสตร์ เอาจิตใจไปพร้อม ๆ กัน นักวิทยาศาสตร์ทั้งหลายก็ต้องพัฒนาใจไปพร้อม ๆ กัน ทางพระศาสนาก็ต้องเอาวิทยาศาสตร์ไปพร้อม ๆ กัน เพื่เป็นทางสายกลาง เพื่อยกเลิกสัญชาตญาณที่มีความยึดมั่นถือมั่นในตัวในตน
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไม่ให้เราเอาความรู้สึกนำชีวิต ไม่ให้เอาความปรุงแต่งนำชีวิต ต้องเอาพระธรรมพระวินัยนำชีวิต ทำความดีเพื่อความดีอย่าให้มีความปรุงแต่ง ถ้ามีความปรุงแต่งเมื่อไหร่มันจะเป็นขั้วบวกขั้วลบ มันจะเป็นความไม่สงบ มันจะเป็นสงคราม มันจะเป็นความวุ่นวาย มันจะเป็นความบกพร่อง มันจะตกอยู่ในภาวะขาดแคลน ยากจน ไม่พอเพียงเพียงพอ เดี๋ยวก็มากเกินไป เดี๋ยวก็น้อยเกินไป นี้มันเป็นขั้วบวกขั้วลบ นี้มันเป็นสงคราม
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้หลักการเรา ให้เรารู้เข้าใจ ให้เราเคารพในสิ่งที่ถูกต้อง ไม่อยากให้มันแก่มันเจ็บมันไม่ตายไม่อยากให้พลัดพราก มันมีแต่ความทุกข์ ความยากความไม่อยากนั้นมันเป็นขั้วบวกขั้วลบ มันเป็นสงคราม ที่ไหนมีความปรุงแต่งที่นั้นมีสงคราม
การทำความดีถึงมีความสุขในการทำความดีก็พอ อย่าไปทำความดีเพื่ออยากเป็นคนดี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช ท่านถึงให้คติธรรมแก่ประชาชนชาวไทยรวมถึงชาวโลกว่าให้รู้อริยสัจสี่ รู้ทุกข์ รู้เหตุเกิดทุกข์ รู้ข้อปฏิบัติให้ถึงความดับทุกข์ เราต้องเข้าถึงความพอเพียงเพียงพอ เราอยากได้มากมันก็ไม่มากมันก็เท่าเก่าเท่าเดิม เราอยากได้น้อยมันก็ไม่น้อยมันก็เท่าเก่าเท่าเดิม เราจะได้เข้าถึงความพอเพียงเพียงพอ เรามาพัฒนาทางสายกลางระหว่างวิทยาศาสตร์กับวัตถุ ๒ อย่างต้องไปพร้อม ๆ กันเป็นเพื่อนกันเป็นเกลอกัน มาปฏิบัติติดต่อต่อเนื่องเป็นสายน้ำ อย่าให้เป็นเหมือนน้ำหยด
พระธรรมพระวินัยหรือว่ารัฐธรรมนูญ เป็นหลักการที่ยกเลิกตัวยกเลิกตน มีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติ
เราจะได้มีพระนิพพานเป็นเครื่องอยู่ มีพระนิพพานเป็นที่อยู่อาศัย ไม่เอาความหลงเป็นเครื่องอยู่
วันหนึ่งคืนหนึ่งเรามาเน้นที่ตัวเรา เพราะการประพฤติการปฏิบัตินั้นเป็นหน้าที่ของเรา คนอื่นจะประพฤติปฏิบัติให้เราไม่ได้
ปริยัติคือความรู้คู่กับการประพฤติการปฏิบัติอยู่ที่ปัจจุบัน
เราอยู่กับคนอื่นก็ไม่มีใครประพฤติปฏิบัติให้เราได้ เราต้องเอาความดีความเข้าใจมามีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติ เราต้องพึ่งปัญญาของการประพฤติการปฏิบัติที่อยู่ที่ใจที่มีความสุขเป็นอย่างยิ่งอย่างนี้ เพื่อให้ความดีและปฏิปทามันติดต่อต่อเนื่อง
เราไม่ต้องห่วงพ่อห่วงแม่ห่วงญาติพี่น้องวงศ์ตระกูลห่วงลูก องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เรารู้เข้าใจ เราจะได้เน้นที่ตัวเรา
เมื่อเรารู้เข้าใจ มีความสุขในการทำหน้าที่อย่างนี้ ที่เป็นความดีที่ประกอบด้วยปัญา ปัญหาต่าง ๆ นั้นก็จะกลายเป็นปัญญา
กายวาจากิริยามารยาทหัวใจของเรามันจะเย็นเป็นแอร์คอนดิชั่น ไม่ต้องไปติดมอเตอร์ เสียค่าไฟ
แอร์ประจำบ้านหรือว่าประจำรถ ราคาแพง เราก็เอาไปติดที่บ้านเอาไปติดที่รถ ที่ทำงานสำนักงาน ความสุขในการทำความดีที่เป็นความดีและปัญญาก็จะเย็น เป็นแอร์คอนดิชั่นในอิริยาบถทั้ง ๔ ยืนเดินนั่งนอน เราก็มีความสุข ผู้ที่เกี่ยวข้องก็มีความสุข มีประโยชน์ทั้งเราและเป็นประโยชน์ทั้งคนอื่น ครอบครัวของเราก็จะเย็นเป็นแอร์คอนดิชั่น ไม่มีสงคราม
เราต้องพากันมารู้มาเข้าใจว่าทำไมคนอื่นเค้าไม่อยากเกี่ยวข้องกับเรา ลูกหลานเค้าไม่อยากเกี่ยวข้องกับเรา ก็เพราะเราไม่มีแอร์คอนดิชั่น ไม่มีเครื่องอบอุ่น เราระเบิดตัวเรายังไม่พอ ยังไปห่วงลูกห่วงหลาน มันเป็นความเสียหายเป็นการพังทลายอย่างเดียวเช่นเดียวกันกับตึก สตง.
ถ้าเรายกเลิกตัวตน ก็คือยกเลิกศัตราอาวุธ ยกเลิกสงคราม เป็นผู้วางศัตราเสียแล้ว ศัตราทางกายวากิริมารยาททั้งใจ วางเสียแล้ว
เข้าถึงความสงบ เข้าถึงความเคารพ เคารพในสิทธิของธรรมชาติตามความเป็นจริง เพราะความเคารพกับความสงบมันคือสิ่งเดียวกัน มันแยกกันได้ ถ้าเรามีความเคารพนั้นคือความไม่ฟุ้งซ่าน ไม่ใช่ความเสียหาย ไม่พังทลายเหมือนตึกสตง.สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินของเมืองไทยประเทศไทย
ธรรมะคือหน้าที่ หน้าที่คือธรรมิ สมมติสัจจะทั้งหลายเราต้องเอามาใช้เอาประพฤติมาปฏิบัติ เน้นที่ปัจจุบัน ปัจจุบันเราต้องมีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติในการทำหน้าที่ อย่าเป็นคนฟุ้งซ่าน อย่าเอาตัวตนนำชีวิต มันฟุ้งซาน มันเสียหาย พังทลายอย่างดียวเช่นเดียวกันกับตึก สตง. สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินของเมืองไทยประเทศไทย
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เราเข้าใจ เราพากันเข้าใจนะ ว่าลูกหลานทำไมเค้าไม่เคารพเรา เค้าไม่นับถือเรา เค้าเพียงแต่สงสารเรา เพราะเราเอาตัวเอาตนเป็นที่ตั้งเค้าถึงไม่มีความเคารพ พ่อแม่บรรพบุรุษผู้มีพระคุณทั้งหลาย ใครเค้าอยากจะเถียงพ่อเถียงแม่เถียงบรรบุรุษ ใครเค้าอยากจะเถียงใครเค้าอยากจะเดินขบวน เพราะไม่มีงบประมาณในการเดินขบวน
ด้วยเหตุผลนี้ พุทธบริษัททั้งหลายต้องพากันมารู้จักมารู้ปัญหา ปัญหานั้นจะได้เอามาปัญญา เป็นการประพฤติการปฏิบัติ มามีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติ
หลักการในการประพฤติการปฏิบัติ อย่างเราหายใจเข้าให้สบาย มีความสุขในการหายใจเข้าสบาย เป็นการทำความดีเพื่อความดีอย่างนี้ก็เป็นพระนิพพานแล้ว แต่ถ้าเราอยากให้มันสงบ การประพฤติการปฏิบัตินั้นก็จะไม่เป็นนิพพาน มันก็จะเป็นนรก
หลักการเจริญอานาปานสติ มีความสุขในการเจริญอานาปานสติ นี้จะเป็นพระนิพพาน นี้จะเป็นความดีเพื่อความดี มีความสุขในการทำความดี
สิ่งที่ไม่ต้องการน่ะ มีความสุขในการทำหน้าที่ สิ่งนั้นแหละจะหยุดกาลหยุดเวลา ผู้ประพฤติปฏิบัติต้องเข้าใจ มีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติ เพื่อเราจะได้มีพระนิพพานเป็นเครื่องอยู่ หัวใจของเราจะได้ติดแอร์คอนดิชั่น ทั้งสงบทั้บอบอุ่น ไม่ว้าเหว่เพราะเรามีพระนิพพานเป็นเครื่องอยู่
พระธรรมพระวินัยหรือว่าธรรมนูญให้เรารู้เข้าใจ ที่เป็นสมมติสัจจะที่ให้เรารู้เข้าใจ มีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติ เอาปัจจุบันเป็นวาระสำคัญ ปัจจุบันแล้วแต่อะไรจะมาผัสสะ เอาปัญหานั้นมาเป็นปัญญา
ปฏิปทาของเราต้องติดต่อต่อเนื่อง ให้มีความสุขติดต่อต่อเนื่อง ความเครียดของเราถึงจะไม่มี เพราะความเครียดนั้นเกิดจากความประมาท เพราะติดสุขติดสบาย
ผู้ที่พัฒนาวิทยาศาสตร์ที่มีความสุขต้องพากันรู้เข้าใจ ต้องพากันมาเสียสละ เพื่อนักวิทยาศาสตร์จะได้เอาทั้งทางวิทยาศาสตร์ เอาทั้งจิตใจที่มีปัญญาไปพร้อม ๆ กัน ถึงจะเป็นคนทันโลกทันสมัย ที่เป็นปัญญาชนนั้นคือผู้ที่ยกเลิกตัวยกเลิกตน เอาทั้งทางวิทยาศาสตร์เอาทั้งจิตใจไปพร้อม ๆ กันเค้าถึงเรียกปัญญาชน
เราะเป้ฯนักวิทยาศาสตร์ที่มีตัวมีตน จะเรียกว่าเป็นปัญญาชนนั้นไม่ได้ เพราะตัวตนนั้นเป็นความทุกข์ที่เกิดขึ้น ความทุกข์ที่ตั้งอยู่ ความทุกข์ที่ดับไป นอกจากความทุกข์นั้นไม่มีเลย จึงเรียกว่าปัญญาชนไม่ได้
เราทั้งหลายต้องพากันมาเสียสละ มีความสุขในการเสียสละ ถ้าเราไม่เสียสละมันก็จะเป็นตัวเป็นตน เป็นความเสียหาย เป็นการพังทลายอย่างเดียวเช่นเดียวกันกับตึก สตง. มันจะเป็นสงคราม สงครามนั้นเสียหายมาก ทำให้ค่าครองชีพนั้นสูงขึ้น ทำให้การบริโภคราคาแพงขึ้น เพราะความอยากนั้นคือความบกพร่อง ไม่อิ่ม ไม่เต็ม ทำให้ค่าครองชีพมันแพงขึ้น
ผู้ที่รวยที่สุดของโลกถ้าไม่รู้ไม่เข้าใจมันก็แก้ปัญหาไม่ได้ ผู้ที่อำนาจทางราชการนักการเมืองที่มีอำนาจมากที่สุดในโลกก็แก้ปัญหาไม่ได้เพราะความไม่รู่ไม่เข้าใจมันคือความไม่สงบ มันคือสงครามโลก
วันหนึ่งคืนหนึ่งเราทำความดีที่ประกอบด้วยปัญญาติดต่อต่อเนื่องให้เป็นเหมือนสายน้ำไม่ใช่น้ำหยด
ปัจจุบันเป็นวาระสำคัญเป็นการชิงแชมป์ระหว่างวัฏฏสงสารกับพระนิพพาน
เราทั้งหลายต้องรู้เข้าใจ ว่าปัญหานี้แหละเป็นปัญญา ความวุ่นวายเกิดจากเราไม่รู้ไม่เข้าใจ ความสงบเกิดจากความรู้ความเข้าใจ สิ่งทั้งหลายทั้งปวงนั้นมาอยู่ตรงหน้าเราแล้ว มาอยู่ตรงที่ปัจจุบันแล้ว
ความรู้ความเข้าใจคือรายรับรายจ่าย รายรับรายจ่ายต้องเป็นความพอเพียงเพียงพอ เป็นความพอดี เราต้องคืนอธิปไตยให้กับรายรับรายจ่ายเพื่อเข้าถึงความพอเพียงเพียงพอ เข้าถึงความพอดี
ธนาคารแห่งชีวิตเป็นปัญญาสัมมาทิฏฐิ เป็นความรู้คู่กับการประพฤติการปฏิบัติ
ธนาคารแห่งชีวิตต้องสมดุล ต้องพอเพียงเพียงพอ
ธนาคารแห่งชีวิตจะเกิดได้ก็จากความรู้ความเข้าใจที่ตั้งอยู่ในความไม่ประมาท
ความดีและปัญญาถึงเป็นปฏิปทาที่ติดต่อต่อเนื่อง นักวิทยาศาสตร์ต้องไม่ติดอยู่ในความสุข นักภาวนาต้องไม่ติดในความสุข
ผู้เป็นปัญญาชนทั้งหลายต้องพากันมาเสียสละ การเสียสละนี้จะเป็นประโยชน์ตนและประโยชน์ผู้อื่น จะเป็นพระนิพพานบ้านของเรา จะเป็นรายรับรายจ่ายเป็นความสมดุลแห่งธนาคารชีวิต
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เรารู้เข้าใจในเรื่องปัญหา ปัญหานั้นคือปัญญา เพื่อให้ปฏิปทาของเราได้ติดต่อต่อเนื่อง เพื่อยกเลิกความทุกข์หรือว่ายกเลิกสัญชาตญาณด้วยพระธรรมด้วยพระวินัย ด้วยธรรมนูญสิ่งที่มีคุณมาก
หมู่มวลมนุษย์ทั้งหลายมาระลึกถึงพระธรรมคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่เป็นบริสุทธิคุณ ที่เราจะเอามาใช้เอามาประพฤติปฏิบัติมีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติ เป็นสิ่งที่มีคุณมีประโยชน์มาก ไม่มีอะไรยิ่งกว่า
เรามาระลึกถึงปัจฉิมโอวาทของพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าที่ท่านเป็นห่วงเรา ก่อนที่ท่านจะเสด็จดับขันธ์ปรินิพพาน ท่านได้ตรัสปัจฉิมโอวาทไว้ว่า
"หันทะทานิ ภิกขะเว อามันตะยามิ โว วะยะธัมมา สังขารา อัปปะมาเทนะ สัมปาเทถะ" แปลความว่า "ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บัดนี้เราขอเตือนท่านทั้งหลายว่า สังขารทั้งหลาย มีความเสื่อมสลายไปเป็นธรรมดา ท่านทั้งหลายจงทำประโยชน์ตนและประโยชน์ผู้อื่นให้ถึงพร้อม ด้วยความไม่ประมาทเถิด
โอวาทของหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต
ความไม่ยั่งยืน เป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่และแน่นอนนะ
ความยิ่งใหญ่ คือความไม่ยั่งยืนนะ
ชีวิตที่ยิ่งใหญ่ คือชีวิตที่อยู่ด้วยทาน ศีล เมตตา และกตัญญู
ชีวิตที่มีความดี อาจมิใช่ความยิ่งใหญ่ แต่ชีวิตที่ยิ่งใหญ่ ต้องอาศัยคุณธรรมความดีเป็นปัญญาบริสุทธิคุณเท่านั้น การระงับสังขารทั้งหลายด้วยความรู้ความเข้าใจเป็นความรู้คู่กับการประพฤติการปฏิบัตินั่นแหละคืออริยมรรค เป็นหนทางที่ประเสริฐมีพระนิพพานตั้งแต่ในปัจจุบัน ไม่ต้องรอพระนิพพานเมื่อตายแล้ว ปัจจุบันไม่มีพระนิพพาน อนาคตจะมีพระนิพพานได้อย่างไร
ให้เรารู้เข้าใจเรื่องพระธรรมพระวินัย พระธรรมพระวินัยที่เป็นสัมมาทิฐิ เพื่อหยุดวัฏฏสงสารนั่นแหละคือพระนิพพาน ให้พวกเรารู้เข้าใจในเรื่องพระนิพพาน ให้เข้าใจนะว่าสิ่งเดิมนั้นคือความว่างเปล่า สิ่งที่สัญจรไปมาเป็นเพียงอาคันตุกะ เราจะได้เอาหลักการอุดการณ์ที่เป็นศีลเป็นสมาธิเป็นปัญญาเป็นมรรคเป็นอริยมรรคที่ตรงกันข้ามกับโลกธรรมมาประพฤติมาปฏิบัติ ให้รู้เข้าใจ เพราะไม่มีใครอยู่เหนือกรรมเหนือกฎแห่งกรรมเหนือผลของกรรม พระนิพพานความรู้ความเข้าใจในเรื่องกระบวนการปฏิจจสมุปบาท กระบวนการของปฏิจจสมุปบาทจะได้จบลงเพียงผัสสะ จะได้เป็นปัญญาเป็นความสงบ จะเป็นความสงบเป็นปัญญา เป็นสิ่งที่อยู่นอกเหตุเหนือผล หยุดความปรุงแต่ง นี้เป็นขบวนการที่ติดต่อต่อเนื่อง เป็นบารมีเป็นความดีที่ประกอบด้วยปัญญา เป็นพระนิพพานบ้านของเรา ไม่ใช่อวิชชาความหลงเป็นบ้านของเรานะ พระนิพพานคือบ้านของเรา ความสงบและปัญญาถึงเป็นธรรมเป็นปัจจุบันธรรม เราจะหยุดวัฏฏสงสารได้ด้วยความรู้ความเข้าใจ ด้วยพระธรรมด้วยพระวินัย เป็นขบวนการของกระแสในการประพฤติการปฏิบัติที่ได้นำเอาพระธรรมพระวินัยมาประพฤติมาปฏิบัติในปัจจุบันให้ติดต่อต่อเนื่อง
ความสงบและปัญญาที่เป็นพระธรรมพระวินัยถึงหยุดความปรุงแต่งได้ ด้วยปัญญาสัมมาทิฏฐิคู่กับการประพฤติการปฏิบัติในปัจจุบัน พระธรรมพระวินัยที่เป็นความรู้ความเข้าใจ ที่จะหยุดความปรุงแต่งได้ เข้าถึงพระนิพพานตั้งแต่ปัจจุบัน ไม่ต้องรอชาติหน้า พระนิพพานต้องอยู่ที่ปัจจุบันเท่านั้น
---------------------------------
โอวาทขององค์หลวงพ่อกัณหา สุขกาโม
เมตตาให้ไว้ในเช้าวันอาทิตย์ที่ ๘ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙
ณ วัดป่าทรัพย์ทวีธรรมาราม ต.วังหมี อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา