๑๐ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙

พสกนิกรชาวไทยและชาวต่างประเทศได้มาร่วมรวมกันประพฤติปฏิบัติธรรมเพื่อน้อมถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ด้วยความโทมนัสและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ที่พระองค์ได้ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทยและชาวโลกตลอดระยะเวลาที่ยาวนาน พระองค์ทรงเป็นดั่งแม่แห่งแผ่นดิน ผู้ทรงเปี่ยมด้วยพระเมตตาและพระปรีชาสามารถ ทรงอุทิศพระวรกาย พระสติปัญญา และพระราชหฤทัยในการบำเพ็ญพระราชกรณียกิจนานัปการ เคียงคู่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เพื่อธำรงไว้ซึ่งความผาสุกและความมั่นคงแห่งชาติไทย เราประชาชนชาวไทยต้องร่วมใจสมัครสมานสามัคคีทำความดีที่ประกอบด้วยปัญญา เพื่ออุทิศบุญกุศลน้อมเกล้าถวาย เพื่อเสด็จสู่สวรรคาลัย เข้าสู่สวรรค์มรรคผลพระนิพพาน

 

วันนี้เป็นวันอังคารที่ ๑๐ เดือนมีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙

 

ให้ทุกท่านทุกคนพากันนั่งให้สบาย เพื่อฟังการบรรยายในพระธรรมคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

 

เราพากันมาบวช เราพากันมาประพฤติมาปฏิบัติธรรม มาเอาพระธรรมเอาพระวินัยนำชีวิต พระธรรมพระวินัยเป็นสิ่งที่ไม่ให้เราทำอะไรตามใจ เพื่อทวนโลกทวนกระแส จะเป็นเหตุเป็นปัจจัยให้หยุดสัญชาตญาณที่เป็นตัวเป็นตน

 

วัด หมายถึง ข้อวัตรข้อปฏิบัติ พระธรรมพระวินัยเป็นข้อวัตรข้อปฏิบัติ เค้าจะสร้างบ้านสร้างเรือน เค้าต้องมีเครื่องวัด วัดระยะสั้นระยะยาว ระยะสูงระยะต่ำ วัดน้ำหนัก วัดความหนักความเบา

 

พระธรรมพระวินัยเป็นข้อวัตรเป็นข้อปฏิบัติ เพื่อเข้าสู่ มอก. เข้าสู่ความเป็นมาตรฐาน ฐานนี้คือที่ตั้งของเหตุของปัจจัย เหตุอย่างไรผลก็ย่อมเป็นเช่นนั้น ทุกอย่างเกิดจากเหตุเกิดจากปัจจัย

 

ด้วยเหตุผลนี้ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านถึงให้พากันรู้พากันเข้าใจ มีปัญญาสัมมาทิฏฐิ มีความเห็นถูกต้อง เข้าใจถูกต้อง ปฏิบัติให้ถูกต้อง เพราะทุกสิ่งทุกอย่างนั้นเกิดจากเหตุเกิดจากปัจจัย ไม่มีอะไรที่ไม่เกิดจากเหตุจากปัจจัย

 

พระธรรมพระวินัยที่เกิดจากปัญญาสัมมาทิฏฐิ ที่เป็นความรู้คู่กับการประพฤติคู่กับการปฏิบัติ

 

ความเคารพในองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ความเคารพในพระธรรมคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ความเคารพในพระอรหันต์ขีณาสพขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า นี้เป็นสิ่งที่สำคัญ ความเคารพคารวะจะเป็นเหตุเป็นปัจจัยให้เกิดความสงบ ความเคารพกับความสงบนั้นคือสิ่งเดียวกัน ถ้าเรามีความเคารพในพระพุทธ พระธรรม พระอริยสงฆ์เรานั้นก็จะมีความสงบ

 

ความสงบกับความเคารพนี้ถึงเป็นสิ่งเดียวกัน

 

ความละอายต่อบาป ความเกรงกลัวต่อบาปนี้เป็นสิ่งที่สำคัญ ใจของเราทุกคนนั้นเป็นนามธรรม เราตรึกนึกคิดอะไรนั้นไม่มีใครรู้ เราปกปิกคนอื่นได้แต่เราไม่สามารถปกปิดใจของตัวเองได้

 

ความเคารพที่เป็นความละอายต่อบาปเกรงกลัวต่อบาปนั้นถึงเป็นสิ่งที่จะเป็นเหตุเป็นปัจจัยที่จะให้เราได้พัฒนาจิตใจ

 

การประพฤติการปฏิบัตินั้น องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เน้นที่ใจ เพราะเหตุผลว่ากายวาจากิริยามารยาทอาชีพเป็นเพียงอุปกรณ์ของใจ

 

การปฏิบัติพระธรรมพระวินัยถึงเน้นที่ใจ เน้นที่บริสุทธิคุณ

 

ความละอายต่อบาปความเกรงกลัวต่อบาปเป็นมิเตอร์วัดใจของเรา

 

ผู้ที่มีความลังเลสงสัย ความไม่เข้าใจ ไม่เข้าใจแล้วฝืนทำอะลงไป ถึงแม้สิ่งนั้นจะถูกต้องแต่ก็ยังต้องอาบัติ เพราะเราไม่รู้ไม่เข้าใจ เราต้องแน่ใจว่าสิ่งเหล่านี้ถูกต้องถึงจะทำได้ ปฏิบัติได้ ถ้ามีความลังเลสงสัยอยู่ คิดไม่ได้ พูดไม่ได้ กิริยามารยาทอาชีพนั้นไม่ได้ เพราะยังมีความลังเลสงสัยอยู่ เราทำอะไรต้องไม่มีความลังเลสงสัย มีความมั่นใจมีความแน่ใจร้อยเปอร์เซ็นต์ถึงจะไม่บาป ไม่ต้องอาบัติ

 

ด้วยเหตุผลนี้ ความเห็นถูกต้อง ความเข้าใจถูกต้องของเราต้องให้ชัดเจน

 

การจะทำอะไรต้องไม่ให้มีความลังเลสงสัย เพื่อไม่ให้มีการลูบคลำในศีลในข้อวัตรปฏิบัติ

 

พระธรรมพระวินัยอยู่นอกเหนือสัญชาตญาณที่มีความยึดมั่นถือมั่นที่เป็นตัวเป็นตน ยกเลิกเหตุยกเลิกผลของเรา ไม่มีเปรียบเทียบ ไม่มีความปรุงแต่ง เป็นการทำความดีเพื่อความดี ไม่ได้ทำความดีเพื่ออยากจะเป็นคนดี ทำความดีเพราะอยากจะเป็นคนดีนั้นมันยังมีความปรุงแต่ง มันยังมีการเปรียบเทียบ

 

การประพฤติการปฏิบัติธรรมของเรา องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เราทำความดีเพื่อความดี ไม่มีความปรุงแต่ง

 

ด้วยเหตุผลนี้ เราถึงเคารพในพระธรรมในพระวินัย เพื่อจะได้ทำความดีเพื่อความดี เพื่อยกเลิกสัญชาตญาณที่มีความยึดมั่นถือมั่นในความเป็นนิติบุคคลตัวตน

 

ใจกับกายของเราต้องเป็นตัวผู้รู้คู่กับการประพฤติคู่กับการปฏิบัติ ให้มีความสุขในการทำหน้าที่ ให้ทำเหมือนนักแม่นปืน นักแม่นปืนนักยิงปืนใจต้องเป็นหนึ่ง ใจกับกายต้องเป็นหนึ่ง สติสัมปชัญญะต้องเป็นหนึ่ง ถ้าปรุงแต่งอยู่นั้นก็ยังไม่ใช่เป็นหนึ่ง การทำความดีเพื่อความดีอย่างนี้ต้องเป็นหนึ่ง ไม่วอกแวก ถ้าใจวอกแวก ใจไม่เป็นหนึ่ง การยิงปืนก็จะไม่สามารถยิงปืนเข้าเป้านั้นได้

 

ความสงบความเคารพต้องให้เป็นหนึ่ง เรามีความเคารพอย่างเต็มที่ เพราะความสงบกับความเคารพมันคืออันหนึ่งอันเดียวกัน ถ้าเรามีความเคารพมันก็มีความสงบ ถ้าเราทำความดีเพื่อความดีไม่หวังอะไรตอบแทน อย่างนี้เรียกว่าใจเป็นหนึ่ง

 

อย่างเราทำงานเพื่องาน มีความสุขในการทำงาน อย่างนี้เรียกว่าจิตใจเป็นหนึ่ง ไม่มีความปรุงแต่ง มีความสุขในการทำงาน อย่างนี้แหละเรียกว่าใจเป็นหนึ่ง เพราะใจกับกายเป็นหนึ่ง เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ไม่มีความปรุงแต่ง

 

ใจของเราต้องเป็นหนึ่ง ไม่มีความปรุงแต่ง ไม่หวังอะไรตอบแทน มีความสุขในการทำหน้าที่

 

ใจของเรานี้ไม่มีใครรู้ไม่มีใครเห็นไม่มีใครเข้าใจในใจของเรา แต่เราทุก ๆ คนรู้ใจของเราเอง

 

ด้วยเหตุผลนี้ เราทุกคนต้องโฟกัสมาที่จิตใจของตัวเราเอง

 

เราทุกคนต้องตั้งอกตั้งใจ ภาชนะที่จะใช้งานเป็นภาชนะที่ตั้งไว้ ถ้าภาชนะที่ล้มลงมันใช้งานไม่ได้ ภาชนะที่คว่ำนั้นใช้งานไม่ได้

 

 ทั้งพระเก่าก็ให้ตั้งใจ ทั้งพระใหม่ก็ให้ตั้งใจ ทั้งโยมเก่าโยมใหม่ก็ให้ตั้งใจ ใจของเราทุกคนนั้นไม่มีเก่าไม่มีใหม่

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เราเข้าใจอย่างนี้ ให้เน้นที่ปัจจุบัน เน้นที่บริสุทธิคุณ

 

ความละอายต่อบาปความเกรงกลัวต่อบาปนี้ถึงเป็นสิ่งที่สำคัญ สำคัญมาก ๆ สำคัญจริง ๆ เพราะการประพฤติการปฏิบัติเน้นที่บริสุทธิคุณ ไม่มีการแอบแฝง ไม่มีการทำความดีเพื่อแอบแฝง นี้เป็นการยกเลิกวัฏฏสงสาร  

 

ความสุขความสะดวกความสบายทุก ๆ คนชอบ ชอบมาก ชอบจริง ๆ

 

ความสุขความสะดวกความสบายนั้นเป็นหนทางที่เราจะต้องเดินผ่านไป ผู้มีความสุขความสะดวกสบาย ต้องพากันรู้พากันเข้าใจ ความสุขความสะดวกความสบายนั้นเกิดจากเหตุเกิดจากปัจจัย เพราะสิ่งนี้มีสิ่งต่อไปถึงมี

 

ผู้ที่ได้รับความสุขความสะดวกความสบายก็ต้องมีปัญญาสัมมาทิฏฐิ เราจะไม่ได้หลงอยู่หยุดอยู่ในความสุขในความสะดวกในความสบายนั้น

 

การประพฤติการปฏิบัติเราต้องรู้ต้องเข้าใจ เพื่อจะได้เอาพระธรรมเอาพระวินัยเพื่อหยุดสัญชาตญาณที่เป็นความสุขความสะดวกความสบาย ที่เกิดความยึดมั่นถือมั่นเป็นนิติบุคคลตัวตน

 

ด้วยเหตุผลนี้ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านถึงให้เรารู้อริยสัจสี่ รู้ทุกข์ รู้เหตุเกิดทุกข์ รู้ข้อปฏิบัติถึงความดับทุกข์ อย่าพากันติดในความสุขความสะดวกความสบาย ให้รู้ว่าความสุขความสะดวกความสบายนั้นเป็นหนทางที่เราต้องผ่านไป

 

ผู้มีความสุขมาก ๆ มีความสะดวกมาก ๆ ก็ต้องเสียสละ ถ้าไม่เสียสละมันก็ไปไม่ได้ เพราะเรามีความยึดมั่นถือมั่น ความยึดมั่นถือมั่นมันไปไม่ได้ เพราะมีความยึดมั่นถือมั่น

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เรามาหยุดสัญชาตญาณ มาความรู้สึกที่มีความยึดมั่นถือมั่นด้วยพระธรรมด้วยพระวินัย

 

การประพฤติการปฏิบัติถึงมีการให้ทาน มีการรักษาศีล มีการทำสมาธิ เพื่อยกเลิกสัญชาตญาณที่มีความยึดมั่นถือมั่นว่าเป็นตัวเรา ว่าเป็นตัวคนอื่น

 

เราต้องให้ทานเราต้องเสียสละ ด้วยการให้ทานด้วยการรักษาศีล ด้วยการเสียสละ เสียสละความรู้สึกที่เรายืดมั่นถือมั่นที่เป็นตัวเป็นตน เพื่อปัจจุบันของเราจะได้เป็นธรรม จะได้ยกเลิกตัวตน เป็นธรรมนูญชีวิต

 

มาเสียสละ ถ้าเราไม่เสียสละเราจะก้าวไปไม่ได้ ผู้ที่จะเป็นพระอริยเจ้าทั้งหลายต้องพากันมาเสียสละ ผู้ที่จะเป็นพระอริยเจ้าทั้งหลายต้องพากันมามีศีลรักษาศีล ผู้ที่จะเป็นพระอริยเจ้าทั้งหลายถึงมีสัมมาสมาธิ ความตั้งใจมั่นชอบ

 

เพื่อให้ปัจจุบันนั้นเป็นความดี เพื่อความดีจะได้ติดต่อต่อเนื่องเป็นเหมือนสายน้ำที่ไหลสู่ทะเลสู่มหาสมุทร ไม่ให้เป็นเหมือนหยดน้ำ ให้เป็นดั่งสายน้ำ

 

พุทธบริษัททั้งหลาย เรามายกเลิกวัฏฏสงสาร ด้วยพระธรรมด้วยพระวินัย เน้นลงที่ใจที่บริสุทธิ์

 

เรามายกเลิกความชอบใจความไม่ชอบใจ ความชอบนั้นมันคือความปรุงแต่ง มันคือตัวคือตน ความไม่ชอบนั้นมันคือความปรุงแต่ง มันคือตัวคือตน ความชอบความไม่ชอบนั้นมันเป็นสิ่งที่เปรียบเทียบ เป็นขั้วบวกขั้วลบ นี้คือความเสียหาย นี้คือการพังทลายอย่างเดียวเช่นเดียวกันกับตึก สตง. สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินของเมืองไทยประเทศไทย มันเสียหายอย่างนั้น

 

เรามามีปิติสุขเอกัคคตาในการประพฤติในการปฏิบัติ

 

ความสุขกับความสงบนั้นมันคืออันหนึ่งอันเดียวกัน ถ้าเรามีความสุขในการทำหน้าที่ ความสงบก็เกิดกับเราทันที

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เรามีปัญญาสัมมาทิฏฐิอย่างนี้

 

เรามีความสุขในการให้ทาน พระนิพพานก็เกิดกับเราทันที เรามีความสุขกับการรักษาศีล พระนิพพานก็เกิดกับเราทันที เรามีความสุขในการทำสมาธิ นิพพานก็เกิดกับเราทันที พระนิพพานนั้นอยู่ที่เรามีความรู้ความเข้าใจ แล้วมีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติ

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เราพากันรู้เข้าใจ ให้มีปัญญาสัมมาทิฏฐิอย่างนี้ เราต้องเข้าใจ ความรู้ความเข้าใจ มีความสุขในการประพฤติการปฏิบัตินี้จะเป็นพระนิพพาน การให้ทานรักษาศีลเจริญสมาธิภาวนาจะเป็นพระนิพพาน เพราะพระนิพพานนั้นเป็นบริสุทธิคุณ ผู้ประพฤติผู้ปฏิบัติจะสัมผัสได้ที่ใจของผู้ประพฤติผู้ปฏิบัติเอง

 

ที่ไหนมีความรู้มีความเข้าใจพร้อมทั้งมีความรู้คู่กับการประพฤติการปฏิบัติ

 

ความรู้เป็นปัญญาสัมมาทิฏฐิ ปริยัติกับปฏิบัติถึงแยกกันไม่ได้ เพราะปริยัตินั้นเป็นมรรค ปฏิบัตินั้นมันเป็นผล ผู้ที่รู้ผู้เข้าใจนี้เป็นมรรคแล้ว ผู้ประพฤติปฏิบัตินั้นเป็นผลอยู่ในตัวของมันเองแล้ว

 

การฟังธรรมหรือว่าการเข้าใจยังเหลืออย่างเดียวที่ยังไม่เป็นผลคือยังไม่มีการประพฤติไม่มีการปฏิบัติ ถ้ายังไม่มีการประพฤติการปฏิบัติผลก็เกิดขึ้นไม่ได้

 

เมื่อมันมีความเคารพเมื่อไหร่มันก็สงบทันที เรามีความรู้เมื่อไหร่เมื่อเราปฏิบัติมันก็เป็นผลทันที

 

ความเคารพกับความสงบก็เป็นเหมือนกับนักแม่นปืนนี้เอง ใจกับกายมันต้องเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ไม่มีความปรุงแต่ง เป็นการทำความดีเพื่อความดี ไม่มีความปรุงแต่ง พระธรรมพระวินัย เราต้องรู้เข้าใจว่าการฝึกใจเค้าไม่ได้ฝึกใจหรอก เค้าต้องไปฝึกกาย เพราะใจมันเป็นนามธรรม เราต้องฝึกกาย ถึงมีความสุขในการทำหน้าที่ มีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติถ้าเรามีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติเราก็มีความสุขอยู่แล้ว เพราะความสุขของเราในการปฏิบัติ เมื่อเรามีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติความสงบนั้นก็ย่อมมี

 

ความสุขนั้นที่เป็นปัญญาสัมมาทิฏฐิ ที่เป็นความดีเพื่อความดีไม่หวังอะไรตอบแทน ความสุขนั้นมันจะไม่มีความเครียด เพราะเป็นความดีเพื่อความดี ไม่มีความปรุงแต่ง ความสุขนั้นเป็นสัมมาทิฏฐิ ความสุขนั้นจะไม่มีความเครียด

 

จะเป็นความสุขระดับมนุษย์เทวดา พระพรหม พระอริยเจ้า ความเครียดจะไม่มี เพราะเป็นความสุขเพื่อความสุข เป็นหน้าที่เพื่อหน้าที่ ความเครียดจะไม่มี

 

ที่เราทุกคนมีความเครียด เราทำความดีเพราะอยากจะเป็นคนดี เราทำความดีเพราะอยากจะเป็นคนนี้มันไม่เครียดเป็นไปไม่ได้ เพราะมันมีความปรุงแต่ง มันเจือด้วยความไม่ถูกต้อง มันเจือด้วยยาพิษ

 

น้ำผึ้งอร่อย น้ำผึ้งมันหวานก็จริง แต่น้ำผึ้งนั้นเจือด้วยยาพิษ มีสิ่งที่แปลกปลอมอยู่ในน้ำผึ้งนั้น

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้พุทธบริษัทรู้เข้าใจ เพื่อมีความสุขในการทำหน้าที่ เพื่อความดีที่เป็นบริสุทธิคุณ

 

  

ด้วยเหตุผลนี้ เราจะเอาความปรุงแต่งนำชีวิตนั้นไม่ได้ เอาความรู้สึกนำชีวิตนั้นไม่ได้ ต้องยกเลิกความรู้สึก มาเอาพระธรรมเอาพระวินัย มีความสุขต่อการประพฤติการปฏิบัติ ต่อพระธรรมพระวินัย เพราะความสุขกับความสงบนั้นมันคืออันหนึ่งอันเดียวกัน พุทธบริษัททั้งหลายต้องพากันรู้พากันเข้าใจ

 

พระอานนท์ได้ทูลถามองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าว่า เมื่อองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้เสด็จดับขันธ์ปรินิพพานไปแล้วจะเอาใครเป็นตัวแทนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านตรัสกับพระอานนท์ว่า อานนท์เอย อานนท์ต้องรู้ต้องเข้าใจนะ พระธรรมพระวินัยนั้นคือองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า คือเหตุคือปัจจัยที่ทำให้เป็นองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

 

พระพุทธเจ้านั้นคือพระธรรมพระวินัยนะ สรีระร่างกายขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไม่ใช่พระพุทธเจ้านะ พระธรรมพระวินัยคือองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

 

พระธรรมพระวินัยนี้เป็นอุปกรณ์เป็นเหตุเป็นปัจจัยที่ให้พุทธบริษัทได้เป็นพระอริยเจ้า

 

พระอานนท์ต้องรู้ต้องเข้าใจ พระธรรมพระวินัยมายกเลิกตัวยกเลิกตน

 

ความเคารพกับความสงบนั้นถึงเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน

 

เรามีความเคารพในพระธรรมพระวินัยเราก็มีความสงบ ความสงบกับความสุขนั้นคือสิ่งเดียวกัน เป็นเนื้อเดียวกัน

 

 

ด้วยเหตุนี้ เราต้องมีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติ เอาพระธรรมเอาพระวินัยนำชีวิต มีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติ

 

ให้การประพฤติการปฏิบัติมันติดต่อต่อเนื่องเป็นดั่งสายน้ำไม่ให้เหมือนดั่งน้ำหยด

 

ใจของเราทุกคนไม่มีใครรู้ไม่มีใครเห็นเพราะเป็นนามธรรม แต่เราทุกคนรู้ใจของเราเอง เราต้องเน้นที่ใจของเรา ใจของเราต้องมีความเคารพในพระธรรมพระวินัยมีความคารวะในพระธรรมพระวินัย เห็นพระธรรมพระวินัยเป็นสิ่งสำคัญ

 

พระอานนท์ให้รู้เข้าใจ อย่าไปตั้งอยู่ในความประมาท ต้องเคารพในพระธรรมพระวินัย พระธรรมพระวินัยนั้นแหละคือองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า สรีระร่างกายนี้ไม่ใช่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้านะ

 

การปฏิบัติใจนั้นเค้าต้องปฏิบัติที่กาย เพราะใจนั้นมันเป็นนามธรรม ให้กายของเราบริสุทธิ์ วาจาบริสุทธิ์ กิริยามารยาทบริสุทธิ์ อาชีพที่บริสุทธิ์ การฝึกใจก็ต้องฝึกอย่างนี้ เพราะพระธรรมพระวินัยนั้นคือองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

 

ตัวตนนั้นมันเป็นสัญชาตญาณที่ยึดมั่นถือมั่นที่ไม่อยากประพฤติไม่อยากปฏิบัติ ที่เป็นภพชาติเป็นอวิชชาเป็นความหลง เราเอาความหลงนำชีวิตเอาอวิชชานำชีวิต

 

พระเก่าพระใหม่ โยมเก่าโยมใหม่ต้องพากันรู้พากันเข้าใจ เน้นมาที่เรา มาเอาพระวินัยสิกขาบทน้อยใหญ่มาใช้มาประพฤติมาปฏิบัติ มาปฏิบัติที่กายของเรามาปฏิบัติที่วาจาที่กิริยามารยาทของเรา

 

เราเป็นฆราวาสผู้ครองเรือน เราคิดอะไรไม่มีเบรก ไม่มีเซฟตี้ เราพูดอะไรไม่มีเบรกไม่มีเซฟตี้ เรามีกิริยามารยาทอย่างไร เราไม่มีเบรกไม่มีเซฟตี้ เรามีอาชีพอะไรไม่มีเบรกไม่มีเซฟตี้ เรามาบวชมาปฏิบัติธรรมเราต้องมีเบรกมีเซฟตี้ เพื่อเอาความสงบและปัญญา เอาพระธรรมพระวินัยมาใช้มาปฏิบัติเป็นอุปกรณ์ของการประพฤติการปฏิบัติ

 

เราพากันมาตั้งอกตั้งใจประพฤติปฏิบัติ หัวใจของเราทุกคนไม่มีเก่าไม่มีใหม่นะ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านตรัสว่าหัวใจของเราไม่มีเก่าไม่มีใหม่สำคัญอยู่ที่ปัจจุบัน อดีตก็มารวมอยู่ที่ปัจจุบัน อนาคตก็มารวมอยู่ที่ปัจจุบัน ปัจจุบันถึงเป็นวาระสำคัญเป็นการชิงแชมป์ระหว่างวัฏฏสงสารกับพระนิพพาน พระธรรมพระวินัยที่ยกเลิกตัวตนนั่นแหละคือพระนิพพาน

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านตรัสให้พระอานนท์รู้เข้าใจอย่างนี้

 

เดี๋ยวนี้พระอานนท์มีภาระมีกิจกรรมมากเป็นอุปัฏฐากขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เมื่อองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าปรินิพพานไปแล้ว พระอานนท์รู้เข้าใจมีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติ พระอานนท์ก็จะได้เป็นพระอรหันต์ขีณาสพจากความรู้คู่กับการประพฤติการปฏิบัติ เดินตามรอยขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

 

เรามามีความสุขในการประพฤติการปฏิบัตินั่นแหละคือการบรรลุธรรม ความดีและปัญญาได้ก้าวไปแล้ว เสขบุคคล บุคคลที่ต้องรู้เข้าใจ มีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติ

 

เราพากันมาบวชมาปฏิบัติ ให้ถือเอาพระพุทธเจ้าเป็นหลัก เอาพระอรหันต์ขีณาสพเป็นหลัก อย่าถือเอาสามัญชนเป็นหลัก ยกเลิกสามัญชนไป ยกเลิกตัวตนไป

 

เรามานอนมาพักผ่อนจำวัดให้เพียงพอ ๕ ชั่วโมง ๖ ชั่วโมงนี้พอเพียงเพียงพอ เราไม่ได้นอนเราจะอยู่ว่าง ๆ นี้ไม่ได้ ต้องมีพระธรรมพระวินัยเป็นเครื่องอยู่ ต้องยกเลิกตัวตน

 

นั่งสมาธิก็อย่าให้หลับใน ใจของเราต้องไม่มีตัวไม่มีตน ใจของเราต้องไม่ส่งออกข้างนอก เรามีความสุข ความสุขนั้นก็จะเป็นออกซิเจน จะเป็นการถ่ายเทของเสียของปฏิกูลออกไปอยู่ในตัว

 

เราต้องเป็นทั้งคนเก่งเป็นทั้งคนดี คนดีอยู่ที่ไหน คนเก่งก็เป็นเนื้อเดียวกัน

 

เมื่อเรายกเลิกตัวตนทุกคนก็จะมีความสุข เพราะความสุขนั้นอยู่ที่ยกเลิกตัวตน ความสุขนั้นอยู่ที่พระธรรมพระวินัยที่เรายกเลิกตัวตน

 

เรามาระลึกถึงปัจฉิมโอวาทของพระบรมศาสดาที่ประทานโอวาทครั้งสุดท้ายไว้ว่า

 

"หันทะทานิ ภิกขะเว อามันตะยามิ โว วะยะธัมมา สังขารา อัปปะมาเทนะ สัมปาเทถะ" แปลความว่า "ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บัดนี้เราขอเตือนท่านทั้งหลายว่า สังขารทั้งหลาย มีความเสื่อมสลายไปเป็นธรรมดา ท่านทั้งหลายจงทำประโยชน์ตนและประโยชน์ผู้อื่นให้ถึงพร้อม ด้วยความไม่ประมาทเถิด

 

โอวาทของหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต

ความไม่ยั่งยืน เป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่และแน่นอนนะ

ความยิ่งใหญ่ คือความไม่ยั่งยืนนะ

ชีวิตที่ยิ่งใหญ่ คือชีวิตที่อยู่ด้วยทาน ศีล เมตตา และกตัญญู

ชีวิตที่มีความดี อาจมิใช่ความยิ่งใหญ่ แต่ชีวิตที่ยิ่งใหญ่ ต้องอาศัยคุณธรรมความดีเป็นปัญญาบริสุทธิคุณเท่านั้น การระงับสังขารทั้งหลายด้วยความรู้ความเข้าใจเป็นความรู้คู่กับการประพฤติการปฏิบัตินั่นแหละคืออริยมรรค เป็นหนทางที่ประเสริฐมีพระนิพพานตั้งแต่ในปัจจุบัน ไม่ต้องรอพระนิพพานเมื่อตายแล้ว ปัจจุบันไม่มีพระนิพพาน อนาคตจะมีพระนิพพานได้อย่างไร

 

ให้เรารู้เข้าใจเรื่องพระธรรมพระวินัย พระธรรมพระวินัยที่เป็นสัมมาทิฐิ เพื่อหยุดวัฏฏสงสารนั่นแหละคือพระนิพพาน ให้พวกเรารู้เข้าใจในเรื่องพระนิพพาน ให้เข้าใจนะว่าสิ่งเดิมนั้นคือความว่างเปล่า สิ่งที่สัญจรไปมาเป็นเพียงอาคันตุกะ เราจะได้เอาหลักการอุดการณ์ที่เป็นศีลเป็นสมาธิเป็นปัญญาเป็นมรรคเป็นอริยมรรคที่ตรงกันข้ามกับโลกธรรมมาประพฤติมาปฏิบัติ ให้รู้เข้าใจ เพราะไม่มีใครอยู่เหนือกรรมเหนือกฎแห่งกรรมเหนือผลของกรรม พระนิพพานความรู้ความเข้าใจในเรื่องกระบวนการปฏิจจสมุปบาท กระบวนการของปฏิจจสมุปบาทจะได้จบลงเพียงผัสสะ จะได้เป็นปัญญาเป็นความสงบ จะเป็นความสงบเป็นปัญญา เป็นสิ่งที่อยู่นอกเหตุเหนือผล หยุดความปรุงแต่ง นี้เป็นขบวนการที่ติดต่อต่อเนื่อง เป็นบารมีเป็นความดีที่ประกอบด้วยปัญญา เป็นพระนิพพานบ้านของเรา ไม่ใช่อวิชชาความหลงเป็นบ้านของเรานะ พระนิพพานคือบ้านของเรา ความสงบและปัญญาถึงเป็นธรรมเป็นปัจจุบันธรรม เราจะหยุดวัฏฏสงสารได้ด้วยความรู้ความเข้าใจ ด้วยพระธรรมด้วยพระวินัย เป็นขบวนการของกระแสในการประพฤติการปฏิบัติที่ได้นำเอาพระธรรมพระวินัยมาประพฤติมาปฏิบัติในปัจจุบันให้ติดต่อต่อเนื่อง

 

 ความสงบและปัญญาที่เป็นพระธรรมพระวินัยถึงหยุดความปรุงแต่งได้ ด้วยปัญญาสัมมาทิฏฐิคู่กับการประพฤติการปฏิบัติในปัจจุบัน พระธรรมพระวินัยที่เป็นความรู้ความเข้าใจ ที่จะหยุดความปรุงแต่งได้ เข้าถึงพระนิพพานตั้งแต่ปัจจุบัน ไม่ต้องรอชาติหน้า พระนิพพานต้องอยู่ที่ปัจจุบันเท่านั้น

 

---------------------------------

โอวาทขององค์หลวงพ่อกัณหา สุขกาโม

เมตตาให้ไว้ในเช้าวันอังคารที่ ๑๐ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙

ณ วัดป่าทรัพย์ทวีธรรมาราม ต.วังหมี อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา

 

Visitors: 109,359