๑๑ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙

พสกนิกรชาวไทยและชาวต่างประเทศได้มาร่วมรวมกันประพฤติปฏิบัติธรรมเพื่อน้อมถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ด้วยความโทมนัสและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ที่พระองค์ได้ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทยและชาวโลกตลอดระยะเวลาที่ยาวนาน พระองค์ทรงเป็นดั่งแม่แห่งแผ่นดิน ผู้ทรงเปี่ยมด้วยพระเมตตาและพระปรีชาสามารถ ทรงอุทิศพระวรกาย พระสติปัญญา และพระราชหฤทัยในการบำเพ็ญพระราชกรณียกิจนานัปการ เคียงคู่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เพื่อธำรงไว้ซึ่งความผาสุกและความมั่นคงแห่งชาติไทย เราประชาชนชาวไทยต้องร่วมใจสมัครสมานสามัคคีทำความดีที่ประกอบด้วยปัญญา เพื่ออุทิศบุญกุศลน้อมเกล้าถวาย เพื่อเสด็จสู่สวรรคาลัย เข้าสู่สวรรค์มรรคผลพระนิพพาน

 

วันนี้เป็นวันพุธที่ ๑๑ เดือนมีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙

 

ให้ทุกท่านทุกคนพากันนั่งให้สบายเพื่อฟังการบรรยายพระธรรมคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

 

เรามาบวช มาประพฤติมาปฏิบัติธรรม มายกเลิกตัวมายกเลิกตน เราทุกท่านทุกคนต้องพากันตั้งใจ

 

สัมมาสมาธิคือความตั้งใจมั่นชอบ

 

หลักการปฏิบัติให้ปฏิบัติที่ปัจจุบัน เพราะอดีตก็มารวมกันอยู่ที่ปัจจุบัน อนาคตที่จะไปข้างหน้าก็อยู่ที่ปัจจุบัน ปัจจุบันต้องเอาความรู้คู่กับการประพฤติการปฏิบัติ

 

ภาชนะใดที่จะใช้งานได้นั้นต้องเป็นภาชนะที่ตั้งอยู่ตั้งไว้ ภาชนะที่นอนนั้นใช้งานไม่ได้ ภาชนะที่คว่ำนั้นใช้งานไม่ได้ต้องเป็นภาชนะที่ตั้งไว้

 

ใจของเราทุก ๆ คน เราตรึกนึกคิดอะไรไม่มีใครรู้ว่าเราตรึกนึกคิดอะไร แต่เรารู้จักว่าเราตรึกนึกคิดอะไร

 

การประพฤติการปฏิบัติต้องปฏิบัติที่กาย ที่วาจา ที่กิริยามารยาท ที่อาชีพ เพราะใจนั้นเป็นนามธรรม

 

ความรู้ถึงเป็นคู่กับการประพฤติการปฏิบัติ กายวาจากิริยามารยาทอาชีพ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้านั้นให้พุทธบริษัทนั้นได้รู้ได้เข้าใจ

 

การปฏิบัติใจถึงปฏิบัติที่กาย ที่วาจา ที่กิริยามารยาทอาชีพ เน้นมาที่ใจ ใจรู้ใจเข้าใจ เพราะเหตุผลว่า กายวาจากิริยามารยาทอาชีพนั้นเป็นเพียงอุปกรณ์ของใจเท่านั้น

 

เรามาบวชมาประพฤติมาปฏิบัติธรรม มาอยู่กันเป็นหมู่เป็นคณะ ก็ไม่มีใครประพฤติไม่มีใครปฏิบัติให้กันแทนกันได้

 

กติการของการประพฤติการปฏิบัติคือพระธรรมคือพระวินัยสิกขาบทน้อยใหญ่ ที่เป็นอุปกรณ์ของการประพฤติของการปฏิบัติ

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้พุทธบริษัทนั้นรู้เข้าใจ เพื่อจะไม่ได้เสียเวลาในการประพฤติการปฏิบัติ

 

ธาตุขันธ์อายตนะ เราต้องพากันรู้พากันเข้าใจ ธาตุขันธ์อายตนะมันเป็นกรรมที่เกิดจากความไม่รู้ไม่เข้าใจ ชีวิตของเราถึงเป็นวัฏจักร วัฏจักรนี้เกิดจากความไม่รู้ไม่เข้าใจ มันหมุนไปเป็นวงกลม เป็น Cycle of life เป็นวัฏจักร

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เรามารู้ธาตุทั้ง ๔ ขันธ์ทั้ง ๕ อายตนะภายนอกภายใน ๑๒ ให้เรารู้จัก เราจะได้ผ่านธาตุทั้ง ๔ ขันธ์ทั้ง ๕ อายตนะภายนอกภายใน ๑๒ เราจะผ่านวัฏจักรไปได้ด้วยความรู้ความเข้าใจ

 

ปัญหาเรื่องของธาตุทั้ง ๔ ขันธ์ทั้ง ๕ อายตนะ ๑๒ นี้ก็จะเกิดปัญญา ปัญญานั้นจะเอามามีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติ

 

ความสุขกับความสงบนั้นมันคืออันหนึ่งอันเดียวกัน เรามีปัญญาสัมมาทิฏฐิ เรามีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติ ความสุขความสงบนั้นมันคืออันหนึ่งอันเดียวกัน

 

ถ้าความสุขที่รู้เข้าใจ ความสุขนั้นก็จะเป็นพระนิพพาน ความสุขถ้าเราไม่รู้ไม่เข้าใจ ความสุขนั้นก็จะเป็นนรก เพราะความสุขนั้นจะกลายเป็นความยึดมั่นถือมั่น เป็นสัญชาตญาณ เป็นนิติบุคคลตัวตน

 

สัมมาทิฏฐิถึงเป็นสิ่งที่สำคัญ สัมมาทิฏฐินั้นคือตัวปัญญา สัมมาทิฏฐินั้นคือความเห็นถูกต้อง ความเข้าใจถูกต้อง เป็นปัญญาชน ปัญญาชนกับปัญญาบริสุทธิคุณนี้เป็นสิ่งเดียวกัน

 

ด้วยเหตุผลนี้ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าถึงให้พุทธบริษัทพากันรู้พากันเข้าใจ เพื่อเอาปัญญาบริสุทธิคุณนำชีวิต ไม่เอาอวิชชานำชีวิต เพื่อเราจะได้ออกจากวงกลม ออกจากวัฏจักร

 

พุทธบริษัททั้งหลายจะได้รู้เรื่องธาตุเรื่องขันธ์เรื่องอายตนะ รู้เรื่องของโลกธรรม จะได้เอาธรรมนำชีวิต เอาธรรมนูญนำชีวิต ยกเลิกความรู้สึกที่มีความยึดมั่นถือมั่นที่เป็นตัวเราเป็นคนอื่น มีปัญญาสัมมาทิฏฐิ มีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติอยู่ที่ปัจจุบัน จะเข้าถึงพระนิพพานตั้งแต่ปัจจุบัน เป็นพระนิพพานชั่วขณะ ๆ ไป ด้วยความรู้ความเข้าใจ

 

ทุกท่านทุกคนมีโอกาสมีเวลาพอ ๆ กัน ถ้าใครมีลมหายใจมีลมปราณมีโอกาสมีเวลาพอ ๆ กัน เรามาเน้นที่ตัวเรา มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ

 

เราทุกคนต้องมีความสุขอย่างเต็มที่ มีความสุขอย่างเต็มร้อย ยกเลิกเรื่องอดีต ยกเลิกอนาคต ปัจจุบันเรามีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติในการทำหน้าที่ เรามาทำความดีเพื่อความดี ทำความดีเพื่อความดีนั้นเป็นปัญญาบริสุทธิคุณเรียกว่าปัญญาชน

 

ทำความดีเพราะอยากจะเป็นคนดี ความอยากความต้องการนั้นมันคือความปรุงแต่ง ยังเป็นขั้วบวกขั้วลบ มีความเปรียบเทียบ มีได้มีเสีย

 

พุทธบริษัทต้องมีปัญญาสัมมาทิฏฐิพากันรู้พากันเข้าใจ จะได้ทำความดีเพื่อความดี มีความสุขอย่างยิ่งในการทำความดี จะได้เข้าถึงพระนิพพานในปัจจุบัน ไม่ต้องรอชาติหน้า เป็นพระนิพพานไปชั่วขณะ ๆ สำหรับเสขบุคคล บุคคลที่รู้ที่เข้าใจ จนกว่าพระนิพพานนั้นจะสมบูรณ์ ที่เป็นบารมีเบื้องต้นท่ามกลางสูงสุด

 

พระธรรมพระวินัยเป็นกติกาที่ให้พุทธบริษัทเอามาใช้เอามาประพฤติปฏิบัติ

 

พุทธบริษัทต้องไม่มองข้ามสมมติสัจจะ ความเคารพกับความสงบนั้นมันคืออันหนึ่งอันเดียวกัน ปัจจุบันเราต้องมีเคารพในสมมติสัจจะที่เป็นพระธรรมเป็นพระวินัย เป็นพระธรรมคำสั่งสอนที่บริสุทธิคุณ ที่เป็นอุปกรณ์ที่มาให้เรายกเลิกตัวตน

 

การฝึกใจหรือว่าการปฏิบัติใจเค้าต้องปฏิบัติที่กายที่วาจาที่กิริยามารยาทที่อาชีพ

 

พุทธบริษัทต้องไม่ประมาทในปัจจุบัน จะมองข้ามปัจจุบันนั้นไม่ได้

 

ความละอายต่อบาปความเกรงกลัวต่อบาปเป็นสิ่งที่สำคัญมาก ๆ เป็นสิ่งที่สำคัญจริง ๆ พระพุทธเจ้าท่านไม่ต้องแสดงอาบัติ พระอรหันต์ไม่ต้องแสดงอาบัติ เพราะท่านไม่มีความประมาท ท่านยกเลิกตัวตนด้วยความรู้ความเข้าใจในพระธรรมพระวินัย

 

พระธรรมพระวินัยนั้นเป็นประโยชน์ทั้งส่วนตนเป็นประโยชน์ทั้งส่วนรวม

 

ผู้ประพฤติปฏิบัตินั้นต้องรู้ต้องเข้าใจ ใจของเราไม่มีใครรู้ไม่มีใครเห็น ความละอายต่อบาปความเกรงกลัวต่อบาปนี้ถึงเป็นสิ่งที่สำคัญมาก ๆ เป็นสิ่งที่สำคัญจริง ๆ

 

หลวงปู่ชา สุภัทโท วัดหนองป่าพง ท่านให้คติธรรมกับผู้ปฏิบัติธรรมทั้งหลายว่า การตรึกนึกคิดในกามในพยาบาทมันเป็นเรื่องยิ่งใหญ่ใหญ่ยิ่ง มันเป็นความเสียหาย เสียหายมาก ๆ เสียหายจริง ๆ

 

เราพากันมาประพฤติพากันปฏิบัติ เราจะไปตรึกในกามไปตรึกในพยาบาทนั้นไม่ได้ เราจะไปมองข้ามสิ่งเหล่านี้ไม่ได้

 

การฆ่ามดฆ่าปลวกตัวหนึ่งน้อย ๆ ก็มีค่าเท่ากับการฆ่าช้างม้าวัวควาย ให้พุทธบริษัทเข้าใจอย่างนี้ บาปใหญ่บาปน้อยมันก็คือบาปเดียวกัน การละอายต่อบาปการเกรงกลัวต่อบาปนี้เป็นสิ่งที่สำคัญมาก ๆ สำคัญจริง ๆ

 

ด้วยเหตุผลนี้ เราจะไปตรึกในกามไม่ได้ ไปตรึกในพยาบาทไม่ได้ นี้เป็นเรื่องสำคัญมาก ๆ สำคัญจริง ๆ ถ้าเราไม่ประพฤติปฏิบัติอย่างนี้ เราหยุดวัฏฏสงสารหยุดวัฏฏจักรไม่ได้ พระธรรมพระวินัยสิกขาบทน้อยใหญ่ถึงเป็นสิ่งที่สำคัญมาก ๆ สำคัญจริง ๆ

 

ความเคารพในพระธรรมในพระวินัยถึงเป็นสิ่งที่สำคัญมาก

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้ปัญญาแก่พระอานนท์ ที่พระอานนท์ทูลถามว่า เมื่อองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเสด็จดับขันธ์ปรินิพพานไปแล้ว จะเอาใครเป็นตัวแทนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านตรัสกับพระอานนท์ว่า อานนท์ ให้พระอานนท์รู้ให้พระอานนท์เข้าใจนะ พระธรรมพระวินัยคือองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ไม่ใช่สรีระพระวรกายนี้เป็นองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระธรรมพระวินัยเป็นองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

 

ความเคารพกับความสงบนั้นคืออันหนึ่งอันเดียวกัน

 

ด้วยเหตุผลนี้ ผู้มาบวชมาประพฤติมาปฏิบัติธรรมต้องรู้ต้องเข้าใจ เพื่อจะได้เอาความรู้คู่กับการประพฤติการปฏิบัติ เพื่อจะได้เอาพระธรรมพระวินัยเป็นสมมติสัจจะมาใช้มาประพฤติมาปฏิบัติ

 

เราต้องเข้าใจ พุทธบริษัททั้งหลายต้องรู้เข้าใจ ถ้าเราไม่รู้ไม่เข้าใจก็จะเกิดความเสียหาย เกิดการพังทลายอย่างเดียวเช่นเดียวกันกับตึก สตง. สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินของเมืองไทยประเทศไทย ไม่เป็นอย่างอื่น

 

ให้รู้ให้เข้าใจ ว่าพระธรรมพระวินัย ข้อวัตรกิจวัตรเป็นกติกาที่ให้เรายกเลิก เราไม่ยกเลิกมันก็เป็นวัฏฏสงสารมันก็ไปของมันเรื่อย

 

ด้วยเหตุผลนี้ เราต้องเน้นที่บริสุทธิคุณ เน้นที่ใจของเรา การฝึกใจเค้าต้องฝึกที่กาย ฝึกที่วาจากิริยามารยาทฝึกที่อาชีพ ยกเลิกตัวตน อย่าให้มีตัวตนหลงอยู่ อย่าไปลูบคลำในศีลในข้อวัตรปฏิบัติ ต้องยกเลิกตัวตน ถ้าไม่ประพฤติปฏิบัติอย่างนี้ก็จะเกิดความเสียหาย ก็จะเกิดการพังทลายอย่างเดียวเช่นเดียวกันกับตึก สตง. สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินของเมืองไทยประเทศไทย

 

เราอย่าไปคิดอย่างสามัญชนที่เอาตัวเอาตนนำชีวิต ปฏิบัติความดีเพื่อต้องการเป็นคนดี คิดว่าพระธรรมพระวินัยนี้ปกครองเพื่อให้สังคมอยู่เย็นเป็นสุข เพื่อให้ภาพรวมอยู่เย็นเป็นสุข

 

ต้องให้เข้าใจมากไปกว่านี้ การพัฒนามนุษย์ เค้าต้องพัฒนาทางวิทยาศาสตร์ทางวัตถุแล้วก็พัฒนาทั้งใจไปพร้อม ๆ กัน อย่าไปคิดว่าพระธรรมพระวินัยเป็นการร้อยกรองเป็นพวงมาลาเพื่อให้มีความสุขมีความสงบมีความร่มเย็น ต้องเข้าใจให้มากกว่านี้

 

การประพฤติการปฏิบัตินั้นเน้นบริสุทธิคุณ ไม่มีต่อหน้าและลับหลัง เป็นบริสุทธิคุณ ความรู้ความเข้าใจ ยกเลิกเจตนา เพื่อให้ใจของเราเข้าถึงบริสุทธิคุณ

 

เราต้องเป็นคนละอายต่อบาปเกรงกลัวต่อบาป เพื่อจะได้ยกเลิกตัวตน จะได้ยกเลิกโลกธรรม เพื่อจะไม่ได้ทำความดีเพื่อตัวเพื่อตน ทำความดีเพื่อตัวเพื่อตนอยู่ในระดับกฎหมายการปกครองแบบประชาธิปไตย ยังไม่ใช่เข้าถึงธรรมาธิปไตยนะ ธรรมาธิปไตยนั้นต้องเข้าถึงเรื่องจิตเรื่องใจ ประชาธิปไตยนั้นเป็นการทำความดีที่มหาชนมีความเห็นพร้อม ๆ กันเหมือนกัน ที่เอาเสียงข้างมาก

 

ผู้ที่ถือประชาธิปไตยต้องรู้เข้าใจ ประชาธิปไตยนั้นต้องปรับเข้าหาธรรมาธิปไตยเพื่อเน้นที่ใจ เพื่อยกเลิกตัวยกเลิกตนที่เป็นบริสุทธิคุณ เพื่อไม่ให้ทำความดีเพื่ออยากจะเป็นคนดี เพราะทำความดีเพื่ออยากเป็นคนดีนั้นมันยังเป็นความปรุงแต่ง ยังเป็นขั้วบวกขั้วลบอยู่ ยังมีได้มีเสีย ยังมีปรับไหมจำคุกติดตาราง ยังมีประหารชีวิตอยู่

 

ธรรมาธิปไตยมันจะยกเลิกตัวตน จะเน้นบริสุทธิคุณ จะเข้าถึงปัญญาสัมมาทิฏฐิ หรือเข้าถึงปัญญาชนที่ความรู้ความเข้าใจ

 

ธรรมนูญมันเป็นปัญญาสัมมาทิฏฐิ ธรรมนูญนั้นยกเลิกตัวยกเลิกตนเค้าถึงเรียกธรรมนูญ ถ้ายังมีตัวมีตนเค้าไม่เรียกว่าธรรมนูญ ถ้ามีตัวมีตนยังเป็นการทำความดีเพื่ออยากจะเป็นคนดีอยู่ อาศัยเสียงข้างมาก อาศัยหมู่มาก

 

ประชาธิปไตยยังมีความผิดพลาด เช่น อยากจะบริโภคสัตว์ก็ออกกฎหมายว่า ฆ่าสัตว์ได้ ให้ถูกต้องตามกฎหมาย ให้ผลิตเหล้าผลิตเบียร์เพื่อบริโภคเพื่อจำหน่าย เพื่อให้เหล้าให้เบียร์นั้นได้มาตรฐาน ทำให้ถูกต้องตามกฎหมาย ให้เปิดบ่อนคาสิโนเล่นการพนันถูกต้องตามกฎหมาย ประชาธิปไตอย่างนี้ไม่ใช่รัฐธรรมนูญ เพราะมันเป็นตัวเป็นตนจะชื่อว่ารัฐธรรมนูญไม่ได้ มันเพียงประชาธิปไตย ถือเอาเสียงส่วนมาก ถือเอาพวกมากลากไป ไม่ใช่ธรรมนูญ ไม่ใช่รัฐธรรมนูญ

 

ธรรมนูญนี้ระดับเข้าถึงระดับพระศาสนา เป็นการทำความดีเพื่อความดี เน้นที่ใจ เน้นบริสุทธิคุณ เข้าถึงปัญญาชน ปัญญาบริสุทธิคุณเรียกว่าปัญญาชน

 

เรามองดูคิดดี ๆ  เราเรียนจบปริญญาตรีโทเอก เรียนจบเปรียญธรรม ๙ ประโยค ถ้าเรียนเพื่อตัวเพื่อตน เพื่อเอายศเอาตำแหน่ง เอามาใช้เป็นนิติบุคคลตัวตนนั้น สิ่งเหล่านั้นจะเรียกว่าปัญญาชนไม่ได้ เพราะมันยังเป็นนิติบุคคลตัวตนอยู่

 

ด้วยเหตุผลนี้ พุทธบริษัททั้งหลายหรือว่าทุก ๆ ศาสนาทั้งหลายต้องพากันรู้เข้าใจ เราต้องเข้าถึงบริสุทธิคุณด้วยความรู้ความเข้าใจ ความรู้นั้นต้องเอามามีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติ ความรู้นั้นจะได้เป็นมรรคผลเป็นพระนิพพาน ความรู้นั้นจะไม่ได้เป็นนิติบุคคลตัวตน

 

ประชาธิปไตยทั้งหลายถึงมีเรื่องมีปัญหา มีการโต้เถียง มีการเดินขบวน เพราะประชาธิปไตยนั้นไม่ใช่ธรรมนูญ ประเทศไทยนั้นยังเป็นตัวเป็นตน ประชาธิปไตยนั้นยังเป็นสงครามอยู่นะ ประชาธิปไตยที่เป็นนิติบุคคลตัวตนมันคือความไม่สงบ

 

เราเอาตัวเอาตนนำชีวิตมันจะสงบได้อย่างไร คิดไปแล้วหัวจะแตกหัวจะระเบิดมันก็สงบไม่ได้ เพราะเราไปพัฒนาแต่ทางวิทยาศาสตร์เราไม่ได้พัฒนาใจไปพร้อม ๆ กันมันจะสงบไปไม่ได้

 

พุทธบริษัทต้องรู้เข้าใจ เราจะได้คืนอธิปไตย สิ่งที่ไม่ถูกต้องให้มันถูกต้อง ยกเลิกนิติบุคคลตัวตน มีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติ

 

การประพฤติการปฏิบัตินั้นต้องเกิดจากความรู้คู่กับการประพฤติการปฏิบัติ ปฏิบัติให้ติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำที่ไหลสู่ลำห้วย สู่ทะเล สู่มหาสมุทร น้ำไหลนั้นคือน้ำไหลนะ ไม่ใช่น้ำหยด น้ำไหลนั้นเป็นสายน้ำไม่ใช่น้ำหยด เป็นสายน้ำ น้ำหยดมันไหลทีละหยด ๆ มันขาดขั้นขาดตอน ไม่ใช่น้ำไหล

 

การประพฤติการปฏิบัติของเรานั้นต้องให้ติดต่อต่อเนื่องเป็นดั่งสายน้ำ

 

การทำอะไรติดต่อต่อเนื่องกัน ๓ อาทิตย์ขึ้นไป การประพฤติการปฏิบัตินั้นถึงจะได้ผลเห็นผล ทางวัตถุก็ใช้ ๓ อาทิตย์ขึ้นไป การปฏิบัติเรื่องจิตเรื่องใจก็ ๓ อาทิตย์ขึ้นไปถึงจะได้ผลเห็นผล ผลวิจัยทางด้านวิทยาศาสตร์ออกมาเป็นอย่างนี้ ไม่เป็นอย่างอื่น

 

การประพฤติการปฏิบัติติดต่อต่อเนื่องมันจะไม่มีความทุกข์ความเครียดนะ

 

การประพฤติการปฏิบัติที่มีความสุขที่ติดต่อต่อเนื่องไม่มีเครียด ไม่มีความเครียด มีแต่ความสุขยิ่ง ๆ ขึ้นไป

 

ความสุขนั้นจะไม่มีความเครียด ความสุขระดับมนุษย์ก็ไม่มีความเครียด ความสุขระดับเทวดาก็ไม่มีความเครียด ความสุขระดับพระพรหมก็ไม่มีความเครียด ความสุขระดับพระอริยเจ้านั้นก็ไม่มีความเครียด

 

ทำไมไม่มีความเครียด เพราะเรายกเลิกตัวยกเลิกตน เมื่อยกเลิกตัวยกเลิกตนความเครียดก็ไม่มี เพราะการยกเลิกตัวยกเลิกตนมันหยุดความเครียด หยุดกาลหยุดเวลาหยุดความเปรียบเทียบ

 

ความสุขนี้จะไม่มีความเครียด ความปรุงแต่งนั้นมีความเครียด

 

พระธรรมพระวินัย กฎหมายบ้านเมือง กติกานั้น เราต้องรู้เข้าใจ เรามีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติ ให้ทุกคนรู้เข้าใจ ไม่มีใครอยู่เหนือกรรม เหนือกฎแห่งกรรม เหนือผลของกรรมได้

 

เราต้องยกเลิกตัวเรา เพราะตัวเรามันคือความเครียด ตัวเรานี้จะมีแต่ความทุกข์เกิดขึ้น ความทุกข์ตั้งอยู่ ความทุกข์ดับไป นอกจากความทุกข์นั้นไม่มีเลย

 

พระธรรมพระวินัยนั้นเป็นการทำความดีเพื่อความดี มีความสุขในการทำความดี ไม่มีความเครียด

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เราเข้าใจ อย่าเอาความปรุงแต่งนำชีวิต ถ้าเอาความปรุงแต่งนำชีวิต เพราะเราจะเอาสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ให้เป็นไปได้มันก็ต้องเครียด เราไม่อยากแก่เราก็ต้องเครียด เราไม่อยากเจ็บไข้ไม่สบายเราก็ต้องเครียด เราไม่อยากตายก็ต้องเครียด เราไม่อยากพลัดพรากมันก็ต้องเครียด

 

เราน่ะไปตรึกไปนึกไปคิดในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้มันก็ต้องเครียด

 

ด้วยเหตุผลนี้ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านถึงให้เรายกเลิกความตรึกอย่างนี้ ความนึกอย่างนี้ ต้องยกเลิก เพื่อเราจะได้ทำความดีเพื่อความดี เพื่อปฏิบัติให้ปฏิทามันติดต่อต่อเนื่องเพราะเราจะได้ไม่มีความทุกข์ เราจะได้หยุดความทุกข์

 

ที่ท่านหลวงตามหาบัวที่ท่านตรัสว่า ตัวตนนี้มันคือความบ้า ตัวตนคือมนุษย์บ้า คือเทวดาบ้า คือพระพรหมบ้า ข้าราชการนักการเมืองนักบวชบ้า อันนี้มันบ้ามันผีบ้า มันเป็นบักผีบ้าอีผีบ้า ทำไมถึงว่าบ้า มันต้องบ้า เพราะตัวตนมีแต่ทุกข์เกิดขึ้น ทุกข์ตั้งอยู่ ทุกข์ดับไป นอกจากทุกข์ไม่มีเลย จะไม่ให้ว่าบ้าได้อย่างไร เพราะมันมีเชื้อบ้า

 

เรามาบวชมาปฏิบัติมายกเลิกตัวตน เพราะเราจะให้สิ่งที่เป็นไปไม่ได้ให้มันเป็นไปได้ เราต้องรู้เข้าใจ เราจะได้คืนอธิปไตยให้กับธรรมชาติที่บริสุทธิ์ที่เป็นประภัสสร ความแก่เจ็บตายพลัดพรากมันก็เป็นประภัสสรอยู่อย่างนั้น

 

เราต้องรู้เข้าใจปัญหา ปัญหานั้นจะได้เกิดปัญญา ปัญญานั้นเราจะมีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติ เรามีความสุขอย่างนี้ความเครียดมันจะมาจากไหน เพราะเราหยุดความเครียด หยุดกาลหยุดเวลา

 

เรามามีความสุขในการทำหน้าที่

 

วันหนึ่งคืนหนึ่ง พุทธบริษัททั้งหลายต้องรู้เข้าใจ ผู้ที่เป็นนักบวชพากันนอนพากันพักผ่อนวันละ ๖ ชั่วโมง ตื่นอยู่นี้ ๑๘ ชั่วโมง มีความสุขในการทำความเพียรในการทำหน้าที่ ยกเลิกตัวตน มีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติ เจริญสติเจริญสัมปชัญญะ มีความสุขในการทำหน้าที่ ยกเลิกการคลุกคลีกับหมู่กับคณะ ยกเลิกในการเล่นโทรศัพท์ ให้อยู่กับสติอยู่กับสัมปชัญญะ เพื่อให้ปฏิปทาติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ

 

พระในพระธรรมพระวินัยนี้ไม่พากันนอนจำวัดในเวลากลางวัน ถ้าไม่เจ็บไม่ป่วยไม่อาพาธ ฉันอาหารเสร็จก็ให้เดินจงกรมนั่งสมาธิ มีความสุขในการทำหน้าที่ การที่มีความสุขในการทำหน้าที่มันจะได้ออกซิเจน จะได้สติสัมปชัญญะ มันจะถ่ายเทของเสียของปฏิกูลออกไป ถ่ายเทคาร์บอนไดออกไซด์ออกไป

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้พระเก่าพระใหม่ได้ประพฤติได้ปฏิบัติอย่างนี้ เพื่อเอาความดีและปัญญาเป็นปฏิปทาให้ติดต่อต่อเนื่อง จะได้ไม่เสียเวลาในการมาบวชมาประพฤติมาปฏิบัติ

 

เราต้องพากันรู้พากันเข้าใจว่าเราบวชมาทำไม บวชมาปลงผมมาห่มผ้าเหลือง อันนี้มันเป็นเบื้องต้น อันนี้เป็นเพียงแบรนด์เนมนะ เราต้องพากันรู้เข้าใจ พากันมาประพฤติมาปฏิบัติ พากันมาทำหน้าที่ เอาความดีและปัญญาก้าวไป

 

การประพฤติการปฏิบัตินั้นไม่มีเก่าไม่มีใหม่ มันเป็นปัจจุบัน ปัจจุบันนั้นคือปัจจุบัน ไม่มีเก่าไม่มีใหม่ ให้รู้เข้าใจ ยกเลิกเก่ายกเลิกใหม่เข้าถึงบริสุทธิคุณ มีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติ เพื่อให้ปฏิปทามันติดต่อต่อเนื่องเหมือนสายน้ำ

 

เราไม่ได้บวช เราอยู่กับหน้าที่การงาน เรามาบวช เรามาอยู่กับหน้าที่การงานในการประพฤติการปฏิบัติเช่นเดียวกัน เราอย่าว่างงาน เราต้องทำงาน เราอย่าเป็นคนว่างงาน งานนั้นคือความสุข ความสุขนั้นคืองานให้เราเข้าใจอย่างนี้

 

เราอย่าไปคิดว่าเรามาบวชมาปล่อยมาวาง คำว่าปล่อยวางนั้นหมายถึงมาปล่อยวางตัวปล่อยวางตน มายกเลิกตัวยกเลิกตน ไม่ใช่เรามาปล่อยวางพระธรรมปล่อยวางพระวินัย ปล่อยวางข้อวัตรข้อปฏิบัติ

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้พุทธบริษัทให้รู้เข้าใจเรื่องการปล่อยวาง การปล่อยวางคือปล่อยวางตน ยกเลิกตัวยกเลิกตน มาเจริญสติสัมปชัญญะ มีความสุขในการทำหน้าที่ ทำความดีเพื่อความดี

 

ที่เราทำอะไรเป็นหมู่เป็นคณะนั้นจะไม่เป็นการคลุกคลีเหรอ

 

พระธรรมพระวินัยที่ยกเลิกตัวตนนั้นนี้คือเป็นกติกาเพื่อยกเลิกตัวยกเลิกตน ไม่ใช่ความคลุกคลี ถ้าเรายกเลิกตัวตนด้วยพระธรรมพระวินัยนั้นไม่ใช่คลุกคลี ถึงจะไปเดินบิณฑบาตพร้อมกันหลายร้อยหลายพันหลายหมื่นหลายแสนหลายล้านรูป ถ้าเรายกเลิกตัวตนจะไม่มีคำว่าคลุกคลี การทำข้อวัตรกิจวัตรต่าง ๆ เป็นการยกเลิกตัวยกเลิกตนให้เรารู้เข้าใจ กติกาพระธรรมพระวินัยนั้นคือยกเลิกตัวตน ไม่ใช่ความคลุกคลี

 

เราคิดดูดี ๆ นะ เราต้องรู้ต้องเข้าใจ ความคลุกคลีนั้นหมายถึงตัวถึงตน เอาตัวตนเป็นที่ตั้งเค้าเรียกว่าคลุกคลีด้วยหมู่ด้วยคณะ ใจไม่สงบใจไม่เป็นหนึ่งเค้าเรียกว่าคลุกคลี ทำอะไรเพื่อหวังผลประโยชน์ตอบแทนเค้าเรียกว่าคลุกคลี ทำความดีเพื่อความดีนั้นไม่ใช่ความคลุกคลี

 

ผู้ที่ไม่รู้ไม่เข้าใจ ก็จะเอาความสงบจากสิ่งที่ไม่มีอยู่ เอาความสงบจากตาไม่เห็นรูป หูไม่ได้ยินเสียง จมูกไม่ได้กลิ่น ลิ้นไม่ได้สัมผัสรส กายไม่ได้สัมผัสอะไร ใจไม่ได้รู้สึกนึกคิดอะไร คิดว่าอย่างนั้นมันคือความสงบ

 

พุทธบริษัททั้งหลายอันนั้นเป็นความว่างจากสิ่งที่ไม่มีอยู่ ว่างจากสิ่งไม่มีอยู่จะมีประดยชน์อะไร คนตายแล้วจะมีประโยชน์อะไร คนไม่มีตาหูจมูกลิ้นกายใจมันจะมีประโยชน์อะไร

 

ด้วยเหตุนี้ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เรารู้เข้าใจ เราจะได้ว่างจากสิ่งที่มีอยู่ ปัญหานั้นจะเป็ฯปัญญา ปัญญานั้นจะเป็นความสุขในการประพฤติการปฏิบัติ แต่ก่อนนั้นเราไม่ร็ไม่เข้าใจ เมื่อเรารู้เข้าใจแล้วจะได้ยกเลิกความคิดอย่างนั้นความเข้าใจอย่างนั้น เราต้องขอบใจธาตุทั้ง ๔ ขันธ์ทั้ง ๕ อายตนะ ๑๒ เราต้องขอบใจ เพื่อเอาปัญหานั้นมาเป็นปัญญา เอาปัญญามามีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติ

 

ที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เราเข้าสู่กายวิเวก เบื้องต้นให้เราว่างจากสิ่งที่ไม่มีเพื่อสงบจะได้ติดต่อต่อเนื่องกันหลายนาทีหลายวันหลายเดือน เช่นไปอยู่ในป่าในเขา ไปอยู่ในที่ที่ไม่มีรูปเสียงกลิ่นรสไม่มีสัมผัส เพื่อความสงบจะได้ติดต่อต่อเนื่อง เบื้องต้นเพื่อจะได้สงบจากสิ่งที่ไม่มี เพื่อยกเลิกสัมผัสในสิ่งนั้น ๆ

 

ท่านถึงให้รู้หลัก อะเสวะนาจะพาลานัง เพื่ออาศัยผัสสะ เบื้องต้นก็ต้องว่างจากสิ่งที่ไม่มี เหมือนกับเด็กน้อยที่คลอดออกมา ก็ต้องอาศัยเวลาเป็นปี ๆ ๒ ปี อาศัยพ่ออาศัยแม่อาศัยพี่เลี้ยง เพื่อเข้าสู่กายวิเวก วาจาวิเวก เพื่อเข้าถึงจิตวิเวก เบื้องต้นต้องอาศัยอย่างนี้

 

พุทธบริษัทต้องรู้เข้าใจ เบื้องต้นก็ต้องเรียนอนุบาลติดต่อต่อเนื่อง ประถมติดต่อต่อเนื่อง มัธยมติดต่อต่อเนื่อง อุดมศึกษาติดต่อต่อเนื่อง เพื่อสิ่งแวดล้อม

 

พระธรรมพระวินัยเป็นสิ่งแวดล้อมที่ดี เป็นกัลยาณมิตรที่ดี พระธรรมพระวินัยจึงเป็นกัลยาณมิตรเหมือนลมหายใจของเรา ลมหายใจเป็นกัลยาณมิตรตั้งแต่เราอยู่ในครรภ์มารดาจนกว่าจะหมดอายุขัย

 

พระธรรมพระวินัยเป็นกัลยาณมิตรที่ดี เป็นความดีที่เป็นบริสุทธิคุณ

 

เราเป็นปัญญาชนทั้งหลายต้องพากันรู้เข้าใจ เราจะได้ว่างจากสิ่งที่มีอยู่ เราทำความดีเพื่อความดีนั่นแหละคือการว่างจากสิ่งที่มีอยู่ นั่นแหละคือความไม่ปรุงแต่ง เป็นการให้ทานรักษาศีลเจริญภาวนาวิปัสสนา เป็นมรรคเป็นผลเป็นพระนิพพานอยู่ในปัจจุบันอยู่ที่ปัจจุบัน ไม่ต้องรอชาติหน้า

 

พุทธบริษัททั้งหลายต้องพากันรู้เข้าใจ จะได้รู้การประพฤติการปฏิบัติ จะได้ว่างจากสิ่งที่มีอยู่ จะได้หยุดกาลหยุดเวลาหยุดสิ่งที่มีอยู่

 

เราอยู่ที่ไหน รู้เข้าใจ มีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติ มรรคผลนิพพานก็จะอยู่ที่นั่น เพราะพระนิพพานคือยกเลิกตัวยกเลิกตน ยกเลิกกาลยกเลิกเวลา

 

พุทธบริษัททั้งหลายต้องรู้เข้าใจ ความสุขนั้นมีได้ก็เพราะเรารู้เข้าใจ ยกเลิกสิ่งที่ไม่ถูกต้องที่เป็นวัฏฏสงสารเป็นวัฏจักร มีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติอยู่ที่ปัจจุบัน เพราะปัจจุบันเป็นวาระแห่งชาติ ปัจจุบันเป็นการชิงแชมป์ระหว่างวัฏฏสงสารกับพระนิพพาน

 

พุทธบริษัททั้งหลายมาระลึกถึงปัจฉิมโอวาทของพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าให้พุทธบริษัททั้งหลายเข้าถึงพระนิพพานตั้งแต่ในปัจจุบันไม่ต้องรอชาติหน้า เพราะชาติหน้าไม่ใช่ปัจจุบันมันแก้ปัญหาไม่ได้มันดับทุกข์ไม่ได้

 

ท่านได้ตรัสเป็นปัจฉิมโอวาทก่อนที่จะเสด็จดับขันธ์ปรินิพพานไว้ว่า

 

"หันทะทานิ ภิกขะเว อามันตะยามิ โว วะยะธัมมา สังขารา อัปปะมาเทนะ สัมปาเทถะ" แปลความว่า "ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บัดนี้เราขอเตือนท่านทั้งหลายว่า สังขารทั้งหลาย มีความเสื่อมสลายไปเป็นธรรมดา ท่านทั้งหลายจงทำประโยชน์ตนและประโยชน์ผู้อื่นให้ถึงพร้อม ด้วยความไม่ประมาทเถิด

 

โอวาทของหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต

ความไม่ยั่งยืน เป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่และแน่นอนนะ

ความยิ่งใหญ่ คือความไม่ยั่งยืนนะ

ชีวิตที่ยิ่งใหญ่ คือชีวิตที่อยู่ด้วยทาน ศีล เมตตา และกตัญญู

ชีวิตที่มีความดี อาจมิใช่ความยิ่งใหญ่ แต่ชีวิตที่ยิ่งใหญ่ ต้องอาศัยคุณธรรมความดีเป็นปัญญาบริสุทธิคุณเท่านั้น การระงับสังขารทั้งหลายด้วยความรู้ความเข้าใจเป็นความรู้คู่กับการประพฤติการปฏิบัตินั่นแหละคืออริยมรรค เป็นหนทางที่ประเสริฐมีพระนิพพานตั้งแต่ในปัจจุบัน ไม่ต้องรอพระนิพพานเมื่อตายแล้ว ปัจจุบันไม่มีพระนิพพาน อนาคตจะมีพระนิพพานได้อย่างไร

 

ให้เรารู้เข้าใจเรื่องพระธรรมพระวินัย พระธรรมพระวินัยที่เป็นสัมมาทิฐิ เพื่อหยุดวัฏฏสงสารนั่นแหละคือพระนิพพาน ให้พวกเรารู้เข้าใจในเรื่องพระนิพพาน ให้เข้าใจนะว่าสิ่งเดิมนั้นคือความว่างเปล่า สิ่งที่สัญจรไปมาเป็นเพียงอาคันตุกะ เราจะได้เอาหลักการอุดการณ์ที่เป็นศีลเป็นสมาธิเป็นปัญญาเป็นมรรคเป็นอริยมรรคที่ตรงกันข้ามกับโลกธรรมมาประพฤติมาปฏิบัติ ให้รู้เข้าใจ เพราะไม่มีใครอยู่เหนือกรรมเหนือกฎแห่งกรรมเหนือผลของกรรม พระนิพพานความรู้ความเข้าใจในเรื่องกระบวนการปฏิจจสมุปบาท กระบวนการของปฏิจจสมุปบาทจะได้จบลงเพียงผัสสะ จะได้เป็นปัญญาเป็นความสงบ จะเป็นความสงบเป็นปัญญา เป็นสิ่งที่อยู่นอกเหตุเหนือผล หยุดความปรุงแต่ง นี้เป็นขบวนการที่ติดต่อต่อเนื่อง เป็นบารมีเป็นความดีที่ประกอบด้วยปัญญา เป็นพระนิพพานบ้านของเรา ไม่ใช่อวิชชาความหลงเป็นบ้านของเรานะ พระนิพพานคือบ้านของเรา ความสงบและปัญญาถึงเป็นธรรมเป็นปัจจุบันธรรม เราจะหยุดวัฏฏสงสารได้ด้วยความรู้ความเข้าใจ ด้วยพระธรรมด้วยพระวินัย เป็นขบวนการของกระแสในการประพฤติการปฏิบัติที่ได้นำเอาพระธรรมพระวินัยมาประพฤติมาปฏิบัติในปัจจุบันให้ติดต่อต่อเนื่อง

 

 ความสงบและปัญญาที่เป็นพระธรรมพระวินัยถึงหยุดความปรุงแต่งได้ ด้วยปัญญาสัมมาทิฏฐิคู่กับการประพฤติการปฏิบัติในปัจจุบัน พระธรรมพระวินัยที่เป็นความรู้ความเข้าใจ ที่จะหยุดความปรุงแต่งได้ เข้าถึงพระนิพพานตั้งแต่ปัจจุบัน ไม่ต้องรอชาติหน้า พระนิพพานต้องอยู่ที่ปัจจุบันเท่านั้น

 

---------------------------------

โอวาทขององค์หลวงพ่อกัณหา สุขกาโม

เมตตาให้ไว้ในเช้าวันพุธที่ ๑๑ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙

ณ วัดป่าทรัพย์ทวีธรรมาราม ต.วังหมี อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา

 

 

 

 


 

Visitors: 109,355