๑๓ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙

พสกนิกรชาวไทยและชาวต่างประเทศได้มาร่วมรวมกันประพฤติปฏิบัติธรรมเพื่อน้อมถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ด้วยความโทมนัสและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ที่พระองค์ได้ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทยและชาวโลกตลอดระยะเวลาที่ยาวนาน พระองค์ทรงเป็นดั่งแม่แห่งแผ่นดิน ผู้ทรงเปี่ยมด้วยพระเมตตาและพระปรีชาสามารถ ทรงอุทิศพระวรกาย พระสติปัญญา และพระราชหฤทัยในการบำเพ็ญพระราชกรณียกิจนานัปการ เคียงคู่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เพื่อธำรงไว้ซึ่งความผาสุกและความมั่นคงแห่งชาติไทย เราประชาชนชาวไทยต้องร่วมใจสมัครสมานสามัคคีทำความดีที่ประกอบด้วยปัญญา เพื่ออุทิศบุญกุศลน้อมเกล้าถวาย เพื่อเสด็จสู่สวรรคาลัย เข้าสู่สวรรค์มรรคผลพระนิพพาน

 

วันนี้เป็นวันศุกร์ที่ ๑๓ เดือนมีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙

 

ให้ทุกท่านทุกคนพากันนั่งให้สบายฟังการบรรยายพระธรรมคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

 

เรามาบวชพระ เรามาประพฤติมาปฏิบัติธรรม ทั้งพระเก่าพระใหม่ โยมเก่าโยมใหม่ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เราทุกคนตั้งอกตั้งใจประพฤติตั้งใจปฏิบัติ ความตั้งใจนี้เป็นสิ่งที่สำคัญ ภาชนะที่จะใช้งานได้ก็ต้องเป็นภาชนะที่ตั้งไว้ ไม่ช่ภาชนะที่ล้ม ไม่ใช่ภาชนะคว่ำ ต้องภาชนะที่ตั้งไว้  เพื่อจะได้เป็นฐานรองรับ

 

ธรรมทั้งหลายทั้งปวงนั้นเกิดจากเหตุ เกิดจากปัจจัย

 

สัมมาทิฏฐิ ความเห็นถูกต้อง ความเข้าใจถูกต้อง ความรู้กับการปฏิบัติ ความตั้งใจมั่นชอบนี้เป็นสิ่งที่สำคัญ

 

การประพฤติการปฏิบัติของเราต้องให้ได้มาตรฐาน ต้องให้ได้มอก. ไม่ลูบคลำในศีลในพรตในข้อวัตรปฏิบัติ เข้าถึงฐาน เข้าถึงเจตนาด้วยความตั้งใจ

 

ปัจจุบันต้องชัดเจนในการประพฤติในการปฏิบัติ

 

เราทุกคนต้องมามีความสุขในการประพฤติในการปฏิบัติ ความสุขในการประพฤติในการปฏิบัตินี้จะเป็นสติจะเป็นสัมปชัญญะ ถ้าเรามีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติด้วยความตั้งใจตั้งเจตนา เราก็จะมีสติมีสัมปชัญญะ

 

สติสัมปชัญญะนี้เป็นธรรมะที่มีคุณมีอุปการะมากแก่เราทุกคน

 

เรามายกเลิกตัวยกเลิกตน ยกเลิกทิฏฐิมานะอัตตาตัวตน เรามายกเลิกตัวตนให้เต็มที่ไม่มีอะไรหลงเหลืออยู่ เราทุกคนต้องมีปัญญาสัมมาทิฏฐิ ว่าตัวตนนั้นคือความทุกข์ ตัวตนนั้นคือวัฏฏสงสาร ตัวตนนั้นไม่ใช่ความสุข ตัวตนนั้นมีแต่ความทุกข์เกิดขึ้น มีแต่ความทุกข์ตั้งอยู่ มีแต่ความทุกข์ดับไป ตัวตนนั้นเป็นวัฏฏสงสาร

 

เรามาหยุดมายกเลิกการมีตัวมีตน เพื่อให้การประพฤติการปฏิบัติของเราได้ติดต่อต่อเนื่องเป็นดั่งสายน้ำที่น้ำมันไหล ไหลสู่ลำห้วย ไหลสู่ทะเลมหาสมุทร การปฏิบัติของเราต้องให้ติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำที่มันไหล ไม่ให้เหมือนน้ำหยด น้ำหยดมันหยดทีละหยดมันไม่ใช่น้ำไหล มันเป็นน้ำหยด  

 

การประพฤติการปฏิบัตินั้นให้เราเข้าใจ ไม่มีใครมาประพฤติไม่มีใครมาปฏิบัติให้เราได้ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เราเข้าใจอย่างนี้ การประพฤติการปฏิบัตินั้นไม่มีใครประพฤติปฏิบัติให้เราได้

 

ถึงเราจะมาอยู่ร่วมรวมกันในครอบครัว ในหมู่ในคณะ เป็นบ้านเป็นเมืองเป็นประเทศก็ไม่มีใครประพฤติไม่มีใครปฏิบัติให้กันและกันได้

 

เราทุกคนทุกท่าน เรื่องนี้ต้องพากันรู้ให้ชัดเจน เพื่อจะไม่ได้ลูบคลำในศีลในพรตในข้อวัตรปฏิบัติ เพื่อเราจะไม่ได้เสียเวลา เพราะเวลานี้เป็นสิ่งที่สำคัญ

 

ปัจจุบันนี้ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เราเข้าใจ ปัจจุบันนี้มันคือการชิงแชมป์ระหว่างวัฏฏสงสารกับพระนิพพาน

 

เราทุกท่านทุกคนต้องเห็นคุณค่าของกาลของเวลา

 

เราต้องรู้ต้องเข้าใจ สิ่งทั้งหลายนั้นมันไม่จบ รูปเสียงกลิ่นรสโผฏฐัพพะธรรมารามลาภยศสรรเสริญนั้นเป็นสิ่งที่ไม่จบ เราต้องจบด้วยความรู้ความเข้าใจ เห็นภัยในวัฏจักร เห็นภัยในวงกลมที่มันเป็นวัฏจักร

 

ทุกท่านทุกคนต้องรู้ต้องเข้าใจ ว่าเรามีตารูปก็ต้องมีมันไม่จบ เรามีหูก็ย่อมมีเสียง มีจมูกก็ย่อมมีกลิ่น มีลิ้นก็ย่อมมีรส มีกายก็ย่อมมีสัมผัส มีใจก็ย่อมมีความรู้สึกนึกคิด

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เราเข้าใจ ให้พุทธบริษัทเข้าใจ สิ่งทั้งหลายมันไม่จบ มันจะเป็นเรื่องเก่า ๆ มันจะเป็นเรื่องเดิมนั่นแหละ เป็นนิยายน้ำเน่า เป็นการฉายหนังม้วนเก่านั่นแหละ

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เรารู้เข้าใจ เรื่องธาตุทั้ง ๔ ขันธ์ทั้ง ๕ อายตนะภายนอกภายใน ๑๒ ให้เรารู้เข้าใจ มาเข้าใจในเรื่องนิวรณ์ทั้ง ๕ อคติทั้ง ๔ โลกธรรมทั้ง ๘ ให้เรารู้เข้าใจ ว่าสิ่งเหล่านี้มันไม่จบ สิ่งเหล่านี้จะจบได้ด้วยเรารู้เข้าใจในเรื่องทุกข์ เหตุเกิดทุกข์ ข้อปฏิบัติถึงความดับทุกข์

 

สิ่งที่เป็นปัญหาจะได้จบลงที่ปัจจุบัน จบลงที่ผัสสะ

 

ความเอร็ดอร่อยในธาตุทั้ง ๔ ขันธ์ทั้ง ๕ อายตนะ ๑๒ ลาภยศสรรรเสริญ เราต้องรู้ต้องเข้าใจ ต้องเห็นภัยในวัฏฏสงสาร

 

ปัญญาสัมมาทิฏฐิ พร้อมทั้งการประพฤติการปฏิบัติ เราต้องเอามาใช้อยู่ที่ปัจจุบัน มีความสุขในการประพฤติในการปฏิบัติ

 

ความสุขที่เป็นปัญญาสัมมาทิฏฐินั้นจะเป็นสติเป็นสัมปชัญญะ เป็นธรรมะที่มีคุณมีประโยชน์ต่อเราทุกคน

 

การฝึกใจ ใจนั้นเป็นนามธรรม การจะฝึกใจนั้นเค้าต้องฝึกที่กาย ให้มีความสุขในการฝึกกาย ให้มีความสุขในการฝึกคำพูดกิริยามารยาทอาชีพนี้ยกเลิกตัวยกเลิกตน ยกเลิกสัญชาตญาณที่มีความยึดมั่นถือมั่นที่เป็นตัวเป็นตน เป็นตัวเราของเรา เป็นตัวกูของกู เป็นตัวสูของสู

 

การฝึกใจต้องฝึกที่กาย พระธรรมพระวินัยนั้น เป็นเรื่องฝึกกายวาจากิริยามารยาทอาชีพมารวมที่ฝึกใจ ที่ใจตั้งใจตั้งเจตนา มีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติ การที่มีความสุขในการประพฤติการปฏิบัตินั้นจะเป็นสติเป็นสัมปชัญญะ

 

สัมมาทิฏฐิ ความเห็นถูกต้อง ความเข้าใจถูกต้องเป็นสิ่งที่สำคัญ

 

เราทำความดีเพื่อความดีไม่ได้ทำความดีเพราะอยากจะเป็นคนดี ถ้าทำความดีเพื่ออยากจะเป็นคนนี้นั้นมันเป็นความปรุงแต่ง มีขั้วบวกขั้วลบ มันยังมีการเปรียบเทียบ การทำความดีเพื่อความดี มีความสุขในการทำความดีด้วยความรู้สึกความเข้าใจที่เป็นปัญาสัมมาทิฏฐิอย่างนี้จะเป็นบริสุทธิคุณที่ออกมาจากใจ จากความรู้ความเข้าใจ

 

ความรู้ความเข้าใจนี้ถึงเป็นสิ่งที่สำคัญ ความรู้ความเข้าใจนี้ไม่ใช่ความจำ ถ้าความจำแล้วไม่กี่วันไม่กี่เดือนไม่กี่ปี ความจำนั้นก็จะหลงลืมเพราะมันเป็นเพียงสัญญาขันธ์ ถ้าความรู้ความเข้าใจแล้วมันจะไม่มีวันหลงไม่มีวันลืม เพราะมันเป็นความรู้ความเข้าใจ

 

ความรู้เข้าใจนี้เป็นการทำความดีเพื่อความดี เป็นปัญญาสัมมาทิฏฐิ เป็นสัมมาสมธิในองค์มรรคของมรรค์ทุกข้อ รวมลงที่สัมมาสมาธิ ความตั้งใจมั่นชอบ

 

เราเน้นที่ใจของเรา มาเน้นที่เจตนาของเรา

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไม่ให้เอาตัวตนเป็นที่ตั้ง ต้องยกเลิกตัวตน เพื่อเอาธรรมนำชีวิต ไม่เอาตัวตนนำชีวิต ไม่ทำความดีเพื่ออยากจะเป็นคนดี

 

 ให้เอาพระธรรมพระวินัยเป็นที่ตั้ง องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านยกเลิกตัวยกเลิกตนท่านถึงได้เป็นพระพุทธเจ้า ไม่ยกเลิกตัวยกเลิกตนจะเป็นพระพุทธเจ้าได้อย่างไร จะเป็นพระอรหันต์ขีณาสพได้อย่างไร

 

ให้พุทธบริษัททั้งหลายรู้เข้าใจ ให้เอาพระธรรมเอาพระวินัย ให้เอาธรรมนูญมายกเลิกตัวตน เอาพระธรรมพระวินัยมาตั้งไว้ในกายวาจากิริยามารยาทอาชีพ มารวมลงที่ความตั้งใจตั้งเจตนา มีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติ เพราะทุกอย่างนั้นอยู่ที่ความรู้ความเข้าใจ พร้อมทั้งมีการประพฤติการปฏิบัติ

 

ความรู้ความเข้าใจ จะเป็นมรรคเป็นข้อวัตรปฏิบัติในปัจจุบัน เพราะอบรมบ่มอินทรีย์ เอาความดีและปัญญา เพื่อให้ปฏิปทามันติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำที่น้ำมันไหล ที่มันไหลสู่ลำห้วย สู่ทะเลสู่มหาสมุทร

 

มีความรู้ต้องมีการปฏิบัติ มีความเข้าใจในทางก็ต้องเดินทาง มีความรู้ความเข้าใจในการประพฤติการปฏิบัติ ก้าวไปด้วยความเข้าใจ เป็นพระนิพพานชั่วขณะ ๆ จนกว่าพระนิพพานจะสมบูรณ์

 

 ทุก ๆ อย่างนั้นคือเหตุคือปัจจัย คือกรรมคือกฎแห่งกรรมคือผลของกรรม

 

เราพากันมามีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติในการทำหน้าที่

 

เราทุกคนต้องไม่ลูบคลำในศีลในข้อวัตรปฏิบัติ เราอย่าไปคิดว่าเราปฏิบัติไม่ได้ ต้องไม่มีข้อแม้ใด ๆ ทั้งสิ้น

 

เรามีลมหายใจอยู่ เราต้องประพฤติต้องปฏิบัติได้ ผู้ที่ปฏิบัติไม่ได้ก็คือผู้ที่ไม่มีลมหายใจ ผู้ที่เป็นคนบ้า คนสมองเสีย ผู้นั้นถึงปฏิบัติไม่ได้

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านไม่ให้มีข้อแม้ใด ๆ ทั้งสิ้น ถ้าทำไม่ได้ปฏิบัติได้ก็อย่าพากันมาบวช อย่าพากันมาประพฤติมาปฏิบัติ อย่าพากันมาใช้แบรนด์เนมขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า อย่าพากันมาปลงผมนุ่งห่มจีวร ทำดั่งองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

 

เพราะเหตุผลว่า ทรัพยากรที่เราใช้เป็นของฟรีทั้งหมด อาหารก็ฟรี ที่อยู่ที่อาศัยก็ฟรี บริโภคใช้สอย รักษาพยาบาลก็ฟรี

 

เพราะเหตุผลว่า ทรัพยากรนี้เป็นของประชาชนเป็นของมหาชน

 

ถ้าเราประพฤติปฏิบัติไม่ได้ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านไม่ให้เรามาบวช ไม่ให้เรามาทำตัวเป็นคนรักษาศีลประพฤติปฏิบัติธรรมอยู่ที่วัด ต้องอยู่ที่บ้าน ต้องใส่เสื้อใส่กางเกง ไม่สมควรมาปลงผมนุ่งห่มผ้ากาสาวพัสตร์ ผู้ประพฤติปฏิบัติไม่ได้ก็ไม่สมควรทำตนเป็นผู้รักษาศีล บำเพ็ญบารมี เพราะทรัพยากรนี้มันเป็นของประชาชน เป็นของมหาชน

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เราตั้งใจ ความเป็นพระนั้นเป็นได้ทั้งนักบวช เป็นได้ทั้งคฤหัสถ์ผู้ครองเรือน เป็นได้พอ ๆ กันนั่นแหละ เพราะการประพฤติการปฏิบัติเป็นความรู้ความเข้าใจ มีความสุขในการประพฤติในการปฏิบัติในการทำหน้าที่

 

สงฆ์สาวกขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

 

หมู่สงฆ์หมายถึงผู้ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ ปฏิบัติตรง ปฏิบัติเพื่อออกจากทุกข์ ปฏิบัติสมควร ยกเลิกตัวตน ตัวเองก็รู้จากใจ เพราะใจของเราทุกคน ทุกคนรู้ใจของตัวเอง เราปกปิดคนอื่นได้ แต่ไม่สามารถปกปิดใจของตัวเองได้นะ

 

ด้วยเหตุผลนี้เราถึงยกเลิกตัวยกเลิกตน เป็นคนซื่อสัตย์ เป็นคนไม่หลอกลวง เราปกปิดคนอื่นได้ เราปกปิดใจของตัวเองนั้นไม่ได้

 

อริยมรรคมีองค์แปดถึงมาจากใจ มาจากเจตนา เห็นพระธรรมพระวินัยสิกขาบทน้อยใหญ่นี้เป็นสิ่งสำคัญ ความเคารพกับความสงบนั้นถึงเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน เราไม่มีความเคารพในพระธรรมในพระวินัย ความสงบเราจะมีได้อย่างไร เพราะความเคารพกับความสงบมันเป็นอันเดียวกัน

 

การรักษาพระวินัยต้องรักษามาจากใจ มาจากเจตนา ไม่มองข้ามปัจจุบัน ปัจจุบันนี้เราต้องตั้งใจตั้งเจตนา เพื่อเข้าถึงบริสุทธิคุณ ปัจจุบันนี้เราถึงทำผิดพลาดไม่ได้ ความผิดพลาดเกิดจากความประมาท ความผิดพลาดนั้นเป็นความเสียหาย จะเป็นเหตุให้พังทลายอย่างเดียวเช่นเดียวกันกับตึก สตง. สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินของเมืองไทยประเทศไทย

 

ผู้ปฏิบัติถึงเน้นที่ใจของเรา ผู้ปฏิบัติถึงเป็นผู้ที่ซื่อสัตย์ ถึงไม่เป็นผู้หลอกลวงโลก ถ้าเรายังเอาตัวตนเป็นที่ตั้ง เอาสัญชาตญาณที่ยังเป็นนิติบุคคลตัวตนอยู่เรายังเป็นผู้ที่หลอกลวง

 

เรามาบวชเรามาประพฤติปฏิบัติธรรมเราต้องทำได้ปฏิบัติได้ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เราตั้งใจตั้งเจตนาอย่างนี้ ถ้าเราปฏิบัติไม่ได้ก็ต้องไม่พากันมาบวช อย่าพากันมาอยู่ที่วัด อยู่ที่บ้านก็ไม่ตายหรอก ให้เข้าใจอย่างนี้

 

วัดนี้คือข้อวัตรข้อปฏิบัติ เป็นสนามที่ยกเลิกตัวยกเลิกตน ไม่ใช่สนามหลอกลวง ไม่ใช่ที่ซ่องสุม ไม่ใช่แก๊งค์

 

วัดนี้หมายถึงข้อวัตรข้อปฏิบัติ เค้าจะสร้างบ้านสร้างเรือนเค้าต้องมีเครื่องวัดระยะสั้นระยะยาวระยะสูงระยะต่ำ วัดความหนักความเบา เป็นเครื่องวัดอย่างนี้

 

พระธรรมพระวินัยสิกขาบทน้อยใหญ่นั่นแหละเป็นเครื่องวัด ความเคารพในพระธรรมพพระวินัยถึงเป็นเครื่องวัด นายช่างที่ทำงานที่จะได้มาตรฐานได้ มอก. นั้นต้องมีเครื่องวัด พระธรรมพระวินัยนั้นคือเครื่องวัด องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เราทุกคนเคารพในพระธรรมพระวินัย เพราะความเคารพนั้นคือความสงบ

 

ปฏิบัติไม่ได้ก็รู้อยู่ในใจอยู่แล้วจะพากันมาบวชทำไม จะพากันมาอยู่ที่วัดทำไม

 

ให้รู้เข้าใจเพื่อจะได้เข้าถึงความเป็นพระธรรมเป็นพระวินัย เพราะพระธรรมพระวินัยเป็นเครื่องวัด เป็นข้อวัตรข้อปฏิบัติ เพื่อมายกเลิกตัวยกเลิกตน

 

ผู้ที่มาบวชมาอยู่ภายในวัดได้รับอภิสิทธิ์พิเศษ อะไรก็ฟรีหมด ทุกอย่างฟรีหมด ที่พักก็ฟรี อาหารก็ฟรี ของบริโภคใช้สอยทุกอย่างตลอดถึงยานพาหนะ เวลาป่วยไปรักษาที่โรงพยาบาลก็ฟรีหมด เราต้องรู้ในใจของเราทุกคน ว่าเราทำได้หรือไม่ได้ ถ้าทำไม่ได้ก็อย่าพากันมาบวช อย่าพากันมาอยู่วัด

 

ให้ถือคติว่าไม่มีพระก็อย่าให้มีโจร ให้มันเจ๊ากันไป

 

กุลบุตรธรรมทายาททั้งหลายพากันมาบวช วัดนี้คือสถานที่ประพฤติปฏิบัติธรรม ถึงเราจะบวชชั่วคราวก็ไม่เป็นไร เพื่อให้ปฏิปทาได้ติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ ไม่ให้เหมือนน้ำหยด อย่ามาบวชเพียงแบรนด์เนม ที่ปลงผมนุ่งห่มผ้ากาสาวพัสตร์ ต้องเอาการมาบวชให้เป็นพระธรรมเป็นพระวินัยจริง ๆ เน้นที่ปัจจุบัน เพราะใจของเราทุกคน คือจิตใจที่บริสุทธิ์ ถ้าเรายกเลิกตัวตนนั้นคือจิตใจที่บริสุทธิ์ จิตใจที่บริสุทธิ์ไม่มีเก่าไม่มีใหม่ไม่มีการเปรียบเทียบ เน้นที่ใจที่บริสุทธิ์ในปัจจุบัน

 

ที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านตรัสว่าให้เอาที่ปัจจุบัน เพราะอดีตก็มารวมอยู่ที่ปัจจุบัน อนาคตก็มารวมอยู่ที่ปัจจุบัน ปัจจุบันนี้เรายกเลิกตัวตน ปัจจุบันเราเอาพระธรรมพระวินัย มันเหนื่อยก็ช่างมัน เราต้องผ่านธาตุผ่านขันธ์ไป เราหิวก็ช่างมันเราต้องผ่านธาตุผ่านขันธ์ไป มันจะผอมก็ช่างมัน ต้องผ่านธาตุผ่านขันธ์ผ่านอายตนะไป เราต้องรู้เข้าใจ

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เรามีปัญญาสัมมาทิฏฐิอย่างนี้

 

เรามีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติ เอาพระธรรมเอาพระวินัยที่เน้นที่ใจ เน้นที่เจตนา อย่าไปบวชแต่กาย ปลงผมนุ่งห่มผ้ากาสาวพัสตร์ ตัวสำคัญต้องเน้นที่ใจ เน้นที่เจตนา

 

ด้วยเหตุผลนี้ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านถึงให้เรามีปัญญาสัมมาทิฏฐิ ความเห็นถูกต้อง เข้าใจถูกต้อง ปฏิบัติถูกต้อง ทุกคนต้องยกเลิกตัวตน ไม่ตรึกในกาม ไม่ตรึกในพยาบาท เรามาบวชมาปฏิบัติธรรมเรามาตรึกในกามเรามาตรึกในพยาบาทมันเสียหาย มันบวชแต่กายแต่ใจไม่ได้บวช มันใช้งานไม่ได้ มันเสียหาย มันต้องพังทลายอย่างเดียวเช่นเดียวกันกับตึก สตง. สำนักงานตรวเงินแผ่นดินของเมืองไทยประเทศไทย

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เอาพระพุทธ พระธรรม พระอริยสงฆ์ดำเนินชีวิต ยกเลิกตัวตน เราอย่าเอาสามัญชนผู้ที่เอาโลกธรรมนำชีวิต เอามาเป็นตัวอย่างเป็นแบรนด์เนม อย่าเอาความถูกใจเหนือความถูกต้อง ต้องเอาพระพุทธมาไว้ในใจด้วยความตั้งใจตั้งเจตนา ยกเลิกอัตตาตัวตนด้วยพระธรรมพระวินัยที่เป็นธรรมนูญนำชีวิต มีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติ

 

ที่เน้นเรื่องความสุขในการประพฤติการปฏิบัติ เพราะความสุขกับความสงบนั้นมันคืออันหนึ่งอันเดียวกัน ความเคารพกับความสงบนั้นมันคืออันหนึ่งอันเดียวกัน ถ้าเรามีความสุขแล้วมันจะไม่เครียด ถ้าเรามีความเคารพแล้วมันจะสงบ ให้ผู้ฟังบรรยายพระธรรมคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพากันเข้าใจ

 

การปฏิบัติธรรมนั้นเรารู้เข้าใจ มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัตินั้นจะไม่มีความเครียดเลย เพราะมันเป็นความสุข จะเป็นความสุขระดับความเป็นมนุษย์ ระดับเป็นเทวดา ระดับเป็นพระพรหม ระดับเป็นพระอริยเจ้านั้นจะไม่มีความเครียดเลย

 

ความสุขนั้นมันจะเป็นสติเป็นสัมปชัญญะ มันจะเป็นธรรมะที่มีคุณมีอุปการคุณแก่เรามาก ๆ

 

เราทุกคนยกเลิกตัวยกเลิกตน มันเปรียบเสมือนบุคคลที่ยืนอยู่บนโลกนะ บุคคลที่เอาตัวตนนำชีวิตมันมีความทุกข์นะ เพราะแบกของหนักพาไป

 

ถ้าเราเอาธาตุเอาขันธ์เอาอายตนะเอาลาภยศสรรเสริญมันเป็นความปรุงแต่งมันเป็นความทุกข์ นั่นแหละคือคนแบกโลก

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เราเข้าใจ เราทั้งหลายจะได้ว่างจากสิ่งที่มีอยู่ ไม่ใช่ว่างจากสิ่งที่ไม่มี จะได้ว่างจากธาตุจากขันธ์จากอายตนะ ว่างจากลาภยศสรรเสริญสุขทุกข์นินทา เราจะได้ยืนอยู่ข้างบนไม่ใช่ไปแบกอยู่ข้างล่าง

 

ปัญหานั้นก็จะเป็นปัญญา ปัญญานั้นจะได้มีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติ ปฏิบัติติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ เพราะเกิดจากความรู้ความเข้าใจ ไม่ใช่เกิดจากความจำ

 

วันหนึ่งคืนหนึ่ง องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เรานอนพักผ่อน ที่เป็นฆราวาสนอนพักผ่อนวันละ ๘ ชั่วโมง ตื่นอยู่เป็นเวลา ๑๖ ชั่วโมง นี้เป็นกติกาเป็นธรรมนูญ ให้มีความสุขในการทำหน้าที่ ที่เป็นความดีเพื่อความดีไม่ต้องการอะไรตอบแทน เพราะทำความดีก็ดีอยู่แล้ว ทำความดีเพื่อความดีนั้นทุกอย่างก็จะเป็นพระนิพพาน ผู้ประพฤติปฏิบัติก็จะสัมผัสได้ด้วยใจของผู้ปฏิบัตินั้นเอง

 

ผู้ที่มาบวชอยู่ที่วัดหรือผู้ที่มาถือศีลอยู่ที่วัด องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้พักผ่อนจำวัดวันละ ๖ ชั่วโมง ๖ ชั่วโมงนี้อย่างมากแล้ว ถ้า ๕ ชั่วโมงก็ใช้ได้ นี้เป็น มอก. เป็นมาตรฐาน เวลาตื่นอยู่นี้แหละ เป็นเวลา ๑๘ ชั่วโมง ๑๘ ชั่วโมง องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เรามีความสุขในการเจริญสติสัมปชัญญะ หรือว่ามีความสุขในการทำงาน

 

เรามาบวชมาถือศีลปฏิบัติธรรม อาศัยทรัพยากรของมหาชน เรามาทำประโยชน์และประโยชน์ของผู้อื่น เพราะเราบริโภคของฟรี บริโภคปัจจัย ๔ ฟรี ทุกอย่างฟรีหมด ทั้งประโยชน์ตนทั้งประโยชน์ของผู้อื่น ยกเลิกตัวตน เราจะมาอยู่เฉย ๆ คอยรับจ็อบนั้นไม่ได้ ไม่ถูกต้อง โครงสร้างของพระศาสนาจะเสียหาย มันจะพังทลายอย่างเดียวเช่นเดียวกันกับตึก สตง.

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เรานอนจำวัดวันละ ๖ ชั่วโมงก็เพียงพอ เวลาตื่นขึ้นอยู่นี้ให้เรามีความสุขในการทำหน้าที่ 

 

ต้องเจริญสติ เจริญสัมปชัญญะ หรือว่ามีความสุขในการทำหน้าที่ ถ้าเรามีความสุขในการทำหน้าที่ก็จะมีสติสัมปชัญญะ อย่าให้ฟุ้งซ่านต้องมีสติสัมปชัญญะ เพื่อให้เป็นความดีเป็นปฏิปทาที่ติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ

 

พยายามอยู่กับเนื้อกับตัวอยู่กับสติสัมปชัญญะ

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้อยู่กับสติสัมปชัญญะ ไม่ให้คลุกคลีพูดคุย จะทำให้เสียเวลาเจริญสติสัมปชัญญะ

 

ข้อวัตรข้อปฏิบัตินั้นถือว่าไม่คลุกคลี เพราะการประพฤติการปฏิบัติใจเค้าต้องปฏิบัติที่กายที่วาจาที่กิริยามารยาทปฏิบัติที่อาชีพ ไม่ใช่อะไรก็จะไปว่าจิตว่าใจ การประพฤติการปฏิบัติเค้าต้องปฏิบัติที่กาย มีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติทั้งกายวาจากิริยามารยาททั้งอาชีพ ต้องปฏิบัติที่กาย เช่น กราบพระนี้ก็ให้มันได้มาตรฐานให้ได้เป็นเบญจางคประดิษฐ์ ให้มีความสุข อย่าไปกราบพระเหมือนตะครุบกบตะครุบเขียดตะครุบหนู คนในเมืองกรุงเขาไม่เคยตะครุบหรอกแต่คนชนบทเค้าเคยตะครุบ อย่าไปมักง่าย การกราบพระนี้คือความเคารพเพื่อสติสัมปชัญญะนั้นจะได้สมบูรณ์

 

เอาการประพฤติการปฏิบัติในชีวิตประจำวันนั้นเป็นการปฏิบัติธรรม อย่าไปเข้าใจว่าการประพฤติการปฏิบัติธรรมมันอยู่ที่ใจนั้นไม่ได้ ตัองเอากายก่อน เอาอาบน้ำแปรงฟันซักผ้าอยู่ที่ใจก่อน เราต้องเน้นอย่างนี้ การประพฤติการปฏิบัติธรรมนั้นก็การฝึกทหารใหม่นี้แหละ ซ้ายหันขวาหันหน้าเดิน ต้องฝึกอย่างนี้แหละ ใจไม่สงบก็ให้กายมันสงบก่อน ใจไม่สงบก็ให้กายวาจากิริยามารยาทมันสงบก่อน กายไม่สงบก็ให้ถูกต้องก่อน เพราะการฝึกใจเค้าต้องฝึกอย่างนี้ ผู้มีปัญญาต้องรู้เข้าใจในการฝึกในการปฏิบัติ การปฏิบัติอย่างนี้ต้องปฏิบัติติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำที่น้ำมันไหลเป็นสายน้ำ ไม่ให้ปฏิบัติเหมือนน้ำหยด น้ำหยดมันหยดทีละหยดมันไม่ใช่สายน้ำไม่ใช่น้ำไหล มันเป็นน้ำหยด มันใช้ไม่ได้ ใช้งานไม่ได้

 

เรามาบวชมาประพฤติปฏิบัติ ตั้งใจเพื่อยกเลิกตัวยกเลิกตน เราอยู่ที่บ้าน เราทำอะไรตามใจตามอัธยาศัย เรามาอยู่ที่วัดอยู่สถานที่ประพฤติปฏิบัติ เราต้องมายกเลิกทำอะไรตามใจตามอัธยาศัย เราอุปัฏฐากผู้บวชก่อนผู้อาวุโสหรือผู้อาพาธ เวลาเราลาสิกขาไปเราจะได้อุปัฏฐากพ่อแม่เป็น เราจะได้ยกเลิกตัวยกเลิกตนยกเลิกความขี้เกียจขี้คร้าน

 

การประพฤติการปฏิบัติธรรมเป็นสิ่งที่ทวนกระแสต้องหยุดกระแส เหมือนน้ำที่มันตกลงเป็นเม็ดเป็นสายฝนลงสู่ลำห้วย เราจะเก็บน้ำไว้ใช้ทางเกษตรหรือทางไฟฟ้าเราก็ต้องทำชลประทาน ทำให้ใหญ่ ทำให้แข็งแรง

 

ความสงบกับความเคารพ กุลบุตรลูกหลานต้องพากันเข้าใจนะ เข้าใจในการประพฤติการปฏิบัติ เราจะได้เป็นทั้งคนฉลาดเป็นทั้งคนดี เพื่อปฏิปทาของเราจะได้ติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ เวลาเราลาสิกขาไป เราก็เอาความดีและปัญญาเอาไปใช้เอาไปประพฤติปฏิบัติ

 

เราต้องพากันฉลาด อย่าเอาตัวตนนำชีวิต อย่าเอาความโง่ เอาอีโก้เอาความหลงนำชีวิต ที่ท่านหลวงตามหาบัวท่านตรัสว่าเอาตัวตนเป็นที่ตั้งไม่ได้นะ เอาตัวตนเป็นที่ตั้งมันเป็นคนบ้าคนผีบ้าเป็นคนที่สร้างปัญหาไม่ใช่คนที่มีปัญญา

 

เราต้องยกเลิกคนบ้าคนเชื้อบ้า เพราะเราได้มีโอกาสพิเศษได้มาบวชมาประพฤติปฏิบัติธรรมเรานี้โชคดีมาก ๆ โชคดีจริง ๆ การไปบวชหรือว่าการมาบวช ถ้าไปบวชผิดวัดมันจะเป็นการไปเข้าในแก๊งค์ของโจร คำว่าโจรก็หมายถึงความทุกข์ ทุกข์เกิดขึ้น ทุกข์ตั้งอยู่ ทุกข์ดับไป นี้เรียกว่าแก๊งค์โจร แก๊งค์มหาโจร

 

เรามาบวชต้องพากันตั้งอกตั้งใจ ต้องทวนกระแส ไม่ตามกระแส เอาปัจจุบันนี้แหละเป็นวาระแห่งชาติของการประพฤติการปฏิบัติ เพราะอดีตก็มารวมอยู่ที่ปัจจุบัน อนาคตก็อยู่ที่ปัจจุบัน เพราะปัจจุบันเป็นการประพฤติการปฏิบัติ ปัจจุบันเป็นการชิงแชมป์ระหว่างวัฏฏสงสารกับพระนิพพาน พุทธบริษัททั้งหลายต้องพากันรู้เข้าใจ

 

เราจะได้ภูมิใจในการประพฤติการปฏิบัติ จิตใจของเราจะได้สว่างไสวเป็นพุทธะ เป็นพระจันทร์วันเพ็ญ เราคิดดูดี ๆ สิ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านเข้าถึงความเต็ม ประสูติก็วันเพ็ญ ตรัสรู้ก็วันเพ็ญ ปรินิพพานก็วันเพ็ญ เพราะท่านเข้าถึงความเต็มความพอเพียงเพียงพอ

 

เราทุกคนเป็นผู้ประเสริฐมาระลึกถึงปัจฉิมโอวาทขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ท่านตรัสปัจฉิมโอวาทให้เรารู้เข้าใจ เพราะปัจจุบันเป็นสิ่งที่สำคัญามาก ๆ เป็นการชิงแชมป์ระหว่างวัฏฏสงสารกับพระนิพพาน ให้เรารู้เข้าในพระธรรมพระวินัยเป็นพระนิพพานบ้านของเราที่เรารู้เข้าใจเป็นการประพฤติการปฏิบัติของเสขบุคคล เรามาระลึกถึงปัจฉิมโอวาทขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่ท่านตรัสว่า สังขารทั้งหลายทั้งปวงนั้นมีความเสื่อมสิ้นสลายไปเป็นธรรมดา ปัจจุบันเป็นสิ่งที่สำคัญมาก ๆ เธอทั้งหลายจงยังความไม่ประมาทให้ถึงพร้อมเถิด นี้เป็นเมตตาบริสุทธิคุณขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

 

ให้เราระลึกถึงโอวาทธรรมคำสั่งสอนของหลวงปู่มั่น ที่ท่านตรัสว่า

ความไม่ยั่งยืน เป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่และแน่นอนนะ

ความยิ่งใหญ่ คือความไม่ยั่งยืนนะ

ชีวิตที่ยิ่งใหญ่ คือชีวิตที่อยู่ด้วยทาน ศีล เมตตา และกตัญญู

ชีวิตที่มีความดี อาจมิใช่ความยิ่งใหญ่ แต่ชีวิตที่ยิ่งใหญ่ ต้องอาศัยคุณธรรมความดีเป็นปัญญาบริสุทธิคุณเท่านั้น การระงับสังขารทั้งหลายด้วยความรู้ความเข้าใจเป็นความรู้คู่กับการประพฤติการปฏิบัตินั่นแหละคืออริยมรรค เป็นหนทางที่ประเสริฐมีพระนิพพานตั้งแต่ในปัจจุบัน ไม่ต้องรอพระนิพพานเมื่อตายแล้ว ปัจจุบันไม่มีพระนิพพาน อนาคตจะมีพระนิพพานได้อย่างไร

 

ให้เรารู้เข้าใจเรื่องพระธรรมพระวินัย พระธรรมพระวินัยที่เป็นสัมมาทิฐิ เพื่อหยุดวัฏฏสงสารนั่นแหละคือพระนิพพาน ให้พวกเรารู้เข้าใจในเรื่องพระนิพพาน ให้เข้าใจนะว่าสิ่งเดิมนั้นคือความว่างเปล่า สิ่งที่สัญจรไปมาเป็นเพียงอาคันตุกะ เราจะได้เอาหลักการอุดการณ์ที่เป็นศีลเป็นสมาธิเป็นปัญญาเป็นมรรคเป็นอริยมรรคที่ตรงกันข้ามกับโลกธรรมมาประพฤติมาปฏิบัติ ให้รู้เข้าใจ เพราะไม่มีใครอยู่เหนือกรรมเหนือกฎแห่งกรรมเหนือผลของกรรม พระนิพพานความรู้ความเข้าใจในเรื่องกระบวนการปฏิจจสมุปบาท กระบวนการของปฏิจจสมุปบาทจะได้จบลงเพียงผัสสะ จะได้เป็นปัญญาเป็นความสงบ จะเป็นความสงบเป็นปัญญา เป็นสิ่งที่อยู่นอกเหตุเหนือผล หยุดความปรุงแต่ง นี้เป็นขบวนการที่ติดต่อต่อเนื่อง เป็นบารมีเป็นความดีที่ประกอบด้วยปัญญา เป็นพระนิพพานบ้านของเรา ไม่ใช่อวิชชาความหลงเป็นบ้านของเรานะ พระนิพพานคือบ้านของเรา ความสงบและปัญญาถึงเป็นธรรมเป็นปัจจุบันธรรม เราจะหยุดวัฏฏสงสารได้ด้วยความรู้ความเข้าใจ ด้วยพระธรรมด้วยพระวินัย เป็นขบวนการของกระแสในการประพฤติการปฏิบัติที่ได้นำเอาพระธรรมพระวินัยมาประพฤติมาปฏิบัติในปัจจุบันให้ติดต่อต่อเนื่อง

 

 ความสงบและปัญญาที่เป็นพระธรรมพระวินัยถึงหยุดความปรุงแต่งได้ ด้วยปัญญาสัมมาทิฏฐิคู่กับการประพฤติการปฏิบัติในปัจจุบัน พระธรรมพระวินัยที่เป็นความรู้ความเข้าใจ ที่จะหยุดความปรุงแต่งได้ เข้าถึงพระนิพพานตั้งแต่ปัจจุบัน ไม่ต้องรอชาติหน้า พระนิพพานต้องอยู่ที่ปัจจุบันเท่านั้น

---------------------------------

โอวาทขององค์หลวงพ่อกัณหา สุขกาโม

เมตตาให้ไว้ในเช้าวันศุกร์ที่ ๑๓ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙

ณ วัดป่าทรัพย์ทวีธรรมาราม ต.วังหมี อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา

 

รายการล่าสุดที่คุณดู
Visitors: 112,071