๑๓ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙(ค่ำ)
วันนี้เป็นวันศุกร์ที่ ๑๓ เดือนมีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙
ให้ทุกท่านทุกคนพากันนั่งให้สบาย เพื่อฟังการบรรยายพระธรรมคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เราจะได้เอามาใช้เอามาปฏิบัติ เอาไปทำหน้าที่ เราจะได้หยุดสัญชาตญาณที่มีความยึดมั่นถือมั่นที่เป็นนิติบุคคลเป็นตัวเป็นตน
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เราเข้าใจในการประพฤติในการปฏิบัติธรรม
การประพฤติการปฏิบัติธรรมนั้นเป็นการชิงแชมป์ระหว่างวัฏฏสงสารกับพระนิพพาน เพื่อเราทุกคนจะได้หยุดสัญชาตญาณที่มีความยึดมั่นถือมั่น เป็นนิติบุคคลเป็นตัวเป็นตน
ความรู้สึกว่าชาตญาณที่มีความยึดมั่นถือมั่นในตัวในตน จะหยุดได้จากความรู้ความเข้าใจ
เราต้องหยุดเหตุหยุดปัจจัย การประพฤติการปฏิบัตินั้นถึงเป็นการชิงแชมป์ระหว่างวัฏฏสงสารกับพระนิพพาน ธรรมวินัยนั้นเป็นหน้าที่ที่หยุดวัฏฏสงสาร
การทำหน้าที่ของเราทุก ๆ คน เราต้องรู้ต้องเข้าใจ ความรู้ความเข้าใจนั้นเป็นปัญญาสัมมาทิฏฐิ เป็นปัญญาชน ปัญญาชนนี้ได้แก่ปัญญาบริสุทธิคุณ ปัญญาที่ยกเลิกตัวยกเลิกตนนั้นคือปัญญาชน
สัมมาทิฏฐิเป็นปัญญาบริสุทธิคุณ เป็นการประพฤติการปฏิบัติความดีเพื่อความดี ไม่ได้ทำความดีเพื่ออยากจะเป็นคนดี การทำความดีเพื่อความดีนั้นมันไม่มีความปรุงแต่ง การทำความดีเพื่ออยากจะเป็นดีนั้นยังมีความปรุงแต่ง ยังมีขั้วบวกขั้วลบ ยังเป็นตัวเป็นตน ไม่ใช่บริสุทธิคุณ
ปัญญาสัมมาทิฏฐิ ความเห็นถูกต้อง
มีความตั้งมั่น ที่เป็นความรู้คู่กับการประพฤติการปฏิบัติ
เพื่อเป็นปฏิปทาที่ติดต่อต่อเนื่องเป็นสายน้ำ สายน้ำนั้นคือน้ำที่มันไหลติดต่อต่อเนื่องไปสู่แม่น้ำ สู่ทะล สู่มหาสมุทร หยดน้ำนั้นมันจะหยดลงทีละหยด น้ำหยดนั้นไม่ใช่น้ำไหล นั้นมันน้ำหยด มันไม่ติดต่อต่อเนื่องเป็นสายน้ำ
สัมมาทิฏฐิต้องคู่กับสัมมาสมาธิ เพื่อให้ปฏิปทาได้ติดต่อต่อเนื่องเป็นสายน้ำ
เราต้องหยุดสัญชาตญาณด้วยความรู้ความเข้าใจ ทั้งความรู้คู่กับการประพฤติการปฏิบัติ
ธรรมวินัยที่เป็นความรู้คู่กับการประพฤติการปฏิบัติ ที่เป็นกฎแห่งกรรม เป็นกรรมลิขิต เพื่อเราจะได้ปฏิบัติติดต่อต่อเนื่อง เพื่อไม่ให้เดินไปข้างหน้าแล้วก็ถอกยลับมาอยู่ในตำแหน่งเดิม อยู่ในที่เดิม
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เราเข้าใจ อดีตก็มารวมอยู่ที่ปัจจุบัน อนาคตที่จะไปข้างหน้าก็รวมอยู่ที่ปัจจุบัน ปัจจุบันต้องเอาความรู้คู่กับการประพฤติการปฏิบัติ ปัจจุบันถึงเป็นการชิงแชมป์ระหว่างวัฏฏสงสารกับพระนิพพาน
ความสุขกับความสงบนั้นคืออันหนึ่งอันเดียวกัน ความสุขของหมู่มวลมนุษย์นั้นคือความสงบ ความสุขของเหล่าเทวดานั้นเรียกว่าความสงบ ความสุขของพระพรหมนั้นคือความสงบ ความสุขของพระอริยเจ้านั้นคือความสงบ
ด้วยเหตุผลนี้ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านถึงให้เรามีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติในการทำหน้าที่ ความสุขนั้นต้องอยู่ที่หน้าที่ อยู่ที่ปัจจุบัน
ดัชนีแห่งความสุขของเราทุกคนนั้นถึงอยู่ในปัจจุบัน ไม่ใช่อยู่ที่อนาคตนะ อยู่ที่ปัจจุบัน เพราะสิ่งที่เป็นอดีตมันผ่านมาแล้ว มันเกษียณแล้ว มันใช้การใช้งานไม่ได้ สิ่งที่เป็นอนาคตที่ยังไปถึงมันก็ยังใช้การใช้งานไม่ได้ ปัจจุบันเราถึงมีความสุขในการทำหน้าที่
ธรรมะนั้นถึงเป็นทางสายกลางระหว่างวัตุกับจิตใจ นักวิทยาศาสตร์ทั้งหลายก็ต้องเอาใจไปพร้อม ๆ กัน ผู้พัฒนาจิตใจทั้งหลายก็ต้องเอาวิทยาศาสตร์ไปพร้อม ๆ กัน ๒ อย่างนี้ต้องไปพร้อม ๆ กัน
ความรู้กับความเข้าใจที่เป็นปัญญาสัมมาทิฏฐิ เราต้องเอามาใช้เอามาปฏิบัติที่ปัจจุบัน เพราะอดีตนั้นใช้ไม่ได้ อนาคตนั้นใช้ไม่ได้ ต้องเอาที่ปัจจุบัน มีความสุขในการประพฤติในการปฏิบัตที่ปัจจุบัน เพื่อเราจะได้เข้าถึงทางสายกลาง
ผู้มาบวชมาประพฤติปฏิบัติธรรมคือผู้ที่มายกเลิกกาลยกเลิกเวลา ไม่มีกาลไม่มีเวลา เพื่อให้ปฏิปทาได้ติดต่อต่อเนื่องเป็นเหมือนสายน้ำที่ไหลสู่ทะเลสู่มหาสมุทร ไม่ให้เป็นเหมือนหยดน้ำ หยดน้ำนั้นมันหยดทีละหยด มันขาดตอน ผู้ที่มาบวชถึงเรียกผู้นั้นว่าเป็นพระ คือผู้ที่ยกเลิกกาลยกเลิกเวลา คือผู้ที่ยกเลิกอวิชชา ยกเลิกความหลงเพื่อให้ติดต่อต่อเนื่องเป็นสายน้ำ ไม่ให้เป็นเหมือนน้ำหยด ให้เป็นเหมือนสายน้ำ
พระธรรมพระวินัยสิกขาบทน้อยใหญ่เป็นธรรมนูญ เป็นอุปกรณ์ที่มายกเลิกตัวยกเลิกตน เป็นสมมติสัจจะที่ให้เรามายกเลิกตัวยกเลิกตน เราต้องพากันมารู้มาเข้าใจ เพื่อเอาพระธรรมพระวินัยมายกเลิกตัวยกเลิกตน
ด้วยเหตุผลนี้ ถึงได้มีพระธรรมมีพระวินัย พระธรรมพระวินัยไม่ใช่มีไว้สำหรับควบคุมคณะสงฆ์ให้เป็นกลุ่มเป็นก้อน พระธรรมพระวินัยมีไว้เพื่อเป็นมรรคเป็นผลเป็นพระนิพพาน พระธรรมพระวินัยนั้นถึงเน้นไปที่จิตที่ใจ
ใจของเราน่ะ ทุกคนเค้าไม่รู้ว่าเราคิดอะไร แต่เราทุกคนรู้ว่าเราคิดอะไร เราปกปิดคนอื่นนั้นปกปิดได้ แต่ปกปิดตัวเราเองนั้นไม่ได้
พระธรรมพระวินัยนั้นจะเป็นพระนิพพาน เพื่อหยุดสัญชาตญาณที่มีความยึดมั่นถือมั่นที่เป็นตัวเป็นตน พระธรรมพระวินัยนั้นถึงเป็นพระนิพพาน
ความรู้ความเข้าใจที่เป็นปัญญาสัมมาทิฏฐินี้ รู้ความหมายของพระธรรมพระวินัย ว่าพระธรรมพระวินัยเป็นอุปกรณ์ของการประพฤติการปฏิบัติ เพื่อเอาพระธรรมพระวินัยมาเป็นอุปกรณ์ของจิตของใจ
กายของเราเป็นรูปธรรม เป็นบ่าวเป็นทาสของใจ แล้วแต่ใจจะสั่งให้ไปประพฤติไปปฏิบัติอะไร
การฝึกใจต้องฝึกที่กาย เพราะใจนั้นเป็นนามธรรม การฝึกกายที่ติดต่อต่อเนื่องเป็นเหมือนสายน้ำ นั่นแหละคือการฝึกใจ เพื่อให้ความดีและปัญญาได้เกิดต่อต่อเนื่องเป็นเหมือนสายน้ำ ไม่ให้เหมือนกับหยดน้ำ
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านตรัสกับพุทธบริษัททั้งหลายว่า สมณะที่ ๑ ที่ ๒ ที่ ๓ ที่ ๔ นั้นอยู่ที่ความรู้ความเข้าใจ มีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติในการทำหน้าที่
การฝึกใจนั้นถึงฝึกที่กาย เพราะกายนั้นเป็นอุปกรณ์ของใจ ธรรมะการฝึกนั้นถึงเป็นอริยมรรคมีองค์แปด ปฏิบัติที่ปัจจุบัน ฝึกที่ปัจจุบัน ความรู้ความเข้าใจ เห็นภัยในความไม่ถูกต้อง เพราะความไม่ถูกต้องมันเสียหาย มันพังทลายอย่างเดียวเช่นเดียวกันกับตึก สตง. สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินของเมืองไทยประเทศไทย
การฝึกการปฏิบัตินั้นต้องทำให้ติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำเหมือนสายน้ำ ตามหลักการฝึกการปฏิบัติต้องใช้เวลา ๓ อาทิตย์ขึ้นไป ทั้งทางฝ่ายวิทยาศาสตร์ทั้งทางฝ่ายจิตใจต้องใช้เวลา ๓ อาทิตย์ขึ้นไป
ด้วยเหตุผลนี้การฝึกใจถึงต้องฝึกที่กาย ต้องทำหน้าที่ที่กาย ไม่ให้มองข้ามปัจจุบัน ต้องเคารพในปัจจุบัน เคารพในปัจจุบันก็คือเคารพในพระธรรมในพระวินัย อย่ามองข้ามพระธรรมพระวินัย เพราะความเคารพนั้นคือความสงบ ความสงบนั้นคือความเคารพ
กฎหมายธรรมนูญปกครองประเทศ เค้าเน้นที่กายวาจากิริยามารยาทอาชีพ
พระศาสนาเน้นที่กายวาจากิริยามารยาทอาชีพ แล้วมาเน้นลงที่ใจ เพราะกายวาจากิริยามารยาทเป็นเพียงอุปกรณ์ของใจเท่านั้น
ด้วยเหตุผลนี้ เราต้องเคารพในพระธรรมในพระวินัยสิกขาบทเล็ก ๆ น้อย ๆ สิกบาขทกลาง สิกขาบทใหญ่ เราต้องเคารพ เพราะความเคารพนั้นคือความสงบ เราจะเอาพระธรรมพระวินัยมาใช้มาประพฤติมาปฏิบัติ เพราะการฝึกใจนั้นต้องฝึกกาย ใจไม่สงบก็ให้กายมันสงบ ใจไม่สงบก็ให้วาจามันสงบ ใจไม่สงบก็ให้กิริยามารยาทสงบ ใจไม่สงบก็ให้อาชีพมันถูกต้อง ยกเลิกสัญชาตญาณที่มีความยึดมั่นถือมั่นที่มีตัวมีตน เน้นที่ใจ เพราะการฝึกใจต้องฝึกที่กาย
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เรายกเลิกเชื้อชาติวรรณะ ยกเลิกเรื่องชาติเรื่องตระกูล เรื่องยศเรื่องตำแหน่ง
ผู้ที่มาบรรพชาอุปสมบทจะเป็นใครก็ได้ มาบรรพชาอุปสมบทแล้วต้องยกเลิกตัวตน มาถือเอาพระธรรมพระวินัย เพราะการฝึกใจนั้นต้องฝึกที่กาย ฝึกที่กายให้สม่ำเสมอ ฝึกที่วาจาให้สม่ำเสมอ ฝึกกิริยามารยาทให้สม่ำเสมอ ฝึกที่อาชีพให้สม่ำเสมอ เพื่อให้ติดต่อต่อเนื่อเป็นสายน้ำ ไม่ให้เหมือนน้ำหยด
การทำอะไรติดต่อต่อเนื่อง เช่นอนุบาลก็ติดต่อต่อเนื่อง ประถมก็ติดต่อต่อเนื่อง มัธยมก็ต้องติดต่อต่อเนื่อง อุดมศึกษาก็ติดต่อต่อเนื่อง
สัมมาสมาธิคือความตั้งใจมั่นชอบเพื่อให้การประพฤติการปฏิบัติได้ติดต่อต่อเนื่อง
ความตั้งใจมั่นชอบต้องติดต่อต่อเนื่อง
การประพฤติการปฏิบัตินั้นถึงเป็นอริยมรรคที่ออกจากใจ ออกจากเจตนา ภาชนะที่จะใช้ได้นั้น ต้องเป็นภาชนะที่ตั้งไว้ ไม่ใช่ภาชนะนอนหรือว่าภาชนะคว่ำ ต้องเป็นภาชนะที่ตั้งไว้ ความตั้งใจตั้งเจตนานี้ถึงเป็นสิ่งที่สำคัญ เพื่อเอาพระธรรมพระวินัยเอามาใช้ให้สิ่งที่เป็นตัวเป็นตนนั้นจบลงที่ปัจจุบัน จบลงที่ผัสสะ จบลงที่พระธรรมพระวินัยด้วยความรู้ความเข้าใจ
การฝึกใจต้องฝึกกายก่อน
อย่างเรานั่งสมาธิอย่างนี้ ใจไม่สงบก็ให้กายของเราสงบ กายของเราตั้งอยู่ตรง ๆ เรานั่งสมาธินี้เรานั่งตัวตรงเหมือนองค์พระพุทธปฏิมากรณ์ นั่งตัวตรง ๆ อย่าให้ก้มเกินไป หงายเกินไป อย่าให้กายเราโยกคลอน เพื่อให้กายเราตั้งอยู่ได้หลาย ๆ นาที หลาย ๆ ชั่วโมง ใจไม่สงบก็ให้กายสงบก่อน
พระธรรมพระวินัยสิขกาบทน้อยใหญ่เราต้องเคารพ เพราะความเคารพนั้นคือความสงบ เราต้องเอาธรรมวินัยมาใช้มาประพฤติมาปฏิบัติเพื่อเป็นความเคารพ เพื่อเป็นความสงบ
เราต้องยกเลิกตัวยกเลิกสัญชาตญาณที่มีความยึดมั่นถือมั่นในตัวในตน เรายกเลิกความรู้สึก มาเอาธรรมวินัย พระธรรมพระวินัยอยู่นอกเหตุเหนือผลของเรา เพราะเรามันปรุงแต่งน่ะ พระธรรมพระวินัยเป็นความดีและปัญญา เป็นหน้าที่ เป็นการทำความดีเพื่อความดี ไม่หวังอะไรตอบแทน ทำความดีเพื่อต้องการความสงบหรือว่าต้องการรวย อย่างนี้คือหวังผลประโยชน์ตอบแทน มันเป็นขั้วบวกขั้วลบมันเป็นความได้ความเสียความมีความเป็น มันไม่มีไม่เป็น มันเป็นขั้วบวกขั้วลบ
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้รู้เข้าใจ ให้มีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติในการทำหน้าที่
วันหนึ่งคืนหนึ่ง เรามาบวชมาประพฤติมาปฏิบัติธรรม เราพากันมานอนพักผ่อนจำวัดวันละ ๕ ชั่วโมง ๖ ชั่วโมงก็เพียงพอ
เวลาเราตื่นอย่างนี้ เรามามีความสุขในการทำความดี มีความสุขในการทำความเพียร เพราะปกติของเราทุกคนแล้ว เป็นนิติบุคคลตัวตน มันเอาสัญชาตญาณนำชีวิต มันรักในความสุข หลงในความสุข ไม่อยากเสียสละ
เวลาเราตื่นอยู่นี้ เรามาเจริญสติสัมปชัญญะ มามีความสุขในการเจริญสติสัมปชัญญะ เรามีความสุขกับการทำงานการทำหน้าที่ เรามาทำหน้าที่เพื่อยกเลิกตัวยกเลิกตน เรามาทำงานเพื่องาน ทำงานเพื่อยกเลิกตัวตน เรียกว่าทำงานเพื่อจิตใจว่างจากตัวจากตน ใจว่างจากสิ่งที่มีอยู่ ไม่ใช่ว่างจากสิ่งที่ไม่มี ใจว่างจากปัญหา เอาปัญหานั้นมาเป็นปัญญา เพื่อยกเลิกอัตตา ยกเลิกตัวตน เพื่อให้ปฏิปทาติดต่อต่อเนื่อง
การประพฤติการปฏิบัติ ปัจจุบันเป็นสิ่งที่สำคัญ
ด้วยเหตุผลนี้ ถ้าไม่มีเหตุจำเป็นเราก็ไม่พูดคุยกับเพื่อนกับหมู่กับคณะ เพื่อเราจะได้เจริญสติเจริญสัมปชัญญะ ไม่จำเป็นเราไม่ต้องอ่านหนังสือ ไม่เล่นโทรศัพท์ ไม่ไลน์โทรศัพท์ เรามาอยู่กับสติอยู่กับสัมปชัญญะ มีความสุขในการเจริญสติสัมปชัญญะ มามีความสุขในการประพฤติในการปฏิบัติ
เพื่อเราจะได้เข้าสู่หนทางแห่งความเป็นพระธรรมพระวินัย ที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านตรัสให้กับภิกษุทั้งหลายว่า เธอทั้งหลายนั้นจงพากันประพฤติพรหมจรรย์เถิด เอาพระธรรมพระวินัยยกเลิกตัวตน มีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติ ทำความดีเพื่อความดี ไม่หวังอะไรตอบแทน เพราะความหวังนั้นมันคือความปรุงแต่ง มันคือการเปรียบเทียบ
เมื่อเรายกเลิกตัวตน เราอยู่ที่ไหนก็จะมีแต่ความสุข อยู่ที่ไหนก็จะมีแต่พระนิพพาน
ให้ผู้มาบวชทั้งหลาย ผู้ที่บวชเก่าบวชใหม่ก็ใช้หลักการเดียวกันนี้ หัวใจของเราทุกคนไม่มีเก่าไม่มีใหม่นะ หัวใจของเราทุกคนมีแต่พระธรรมพระวินัยที่ยกเลิกตัวตน ตัวตนเท่านั้นมันมีเก่ามีใหม่ มีช้ามีเร็ว มีไปมีมา
เวลาของเรานี้มันสำคัญ ปัจจุบันเป็นสิ่งที่สำคัญมาก สำคัญจริง ๆ สำคัญเป็นอย่างยิ่ง
ด้วยเหตุผลนี้เราต้องทำหน้าที่ของเราในปัจจุบัน
คารวธรรม เคารพในพระธรรมในพระวินัย เคารพในปฏิสัณฐานอยู่ที่ปัจจุบัน ทำหน้าที่เพื่อหน้าที่มีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติ
ธรรมวินัยเป็นสิ่งที่ฝึกกายฝึกวาจาฝึกกิริยามารยาท ฝึกปฏิบัติหน้าที่ เน้นที่กายวาจากิริยามารยาท เพราะการฝึกใจก็ต้องฝึกกาย ปฏิบัติติดต่อต่อเนื่อง
เรามาบวชมาปฏิบัติ หลวงปู่ชา สุภัทโท แห่งวัดหนองป่าพง ท่านให้ผู้มาบวชนอนพักผ่อนวันละ ๖ ชั่วโมง นอน ๓ ทุ่ม ตื่นตี ๓ ไม่มีข้อแม้ใด ๆ ทั้งสิ้น เพราะการฝึกใจต้องฝึกกาย เพราะใจนั้นเป็นนามธรรม ต้องอาศัยการฝึกกาย ให้เน้นปัจจุบันให้เต็มที่ด้วยความตั้งใจตั้งเจตนา
ท่านให้ผู้ประพฤติปฏิบัติธรรมมีความละอายต่อบาป เกรงกลัวต่อบาป ไม่ให้ตรึกนึกคิดในกาม ไม่ให้ตรึกนึกคิดในพยาบาท ตั้งใจตั้งเจตนา จะไปตรึกในกามจะไปตรึกในพยาบาทนั้นไม่ได้ เพราะการปกปิดคนอื่นนั้นปกปิดได้ แต่ปกปิดใจของตัวเราเองนั้นปกปิดไม่ได้ ต้องเป็นละอายต่อบาปเกรงกลัวต่อบาป อย่าไปมองข้ามในการละอายต่อบาปเกรงกลัวต่อบาป
ให้เน้นที่ใจ เน้นที่เจตนา ต้องเป็นผู้ละอายต่อบาปเกรงกลัวต่อบาป เพื่อเราจะได้เข้าถึงต้นตอของใจ เพราะว่าพระธรรมพระวินัยนี้ จุดมุ่งหมายเพื่อยกเลิกการเวียนว่ายตายเกิดในวัฏฏสงสาร
ผู้ที่จะหยุดเวียนว่ายตายเกิดในวัฏฏสงสารต้องเป็นผู้ละอายต่อบาป เกรงกลัวต่อบาป ยกเลิกสัญชาตญาณด้วยพระธรรมพระวินัยสิกขาบทน้อยใหญ่
ให้มีความเข้าใจว่า การฆ่าสัตว์นี้ การฆ่ายุงฆ่ามดฆ่าปลวกนี้คือการอย่างเดียวกับการฆ่าช้างม้าวัวควาย
ผู้ที่ยังไม่เข้าใจพระธรรมพระวินัยเห็นว่าการฆ่าสัตว์น้อยนั้นเป็นเรื่องธรรมดา
ฝนนั้นไม่ได้ตกมาก้อนโต ๆ นะ ตกมาเม็ดเล็ก ๆ เม็ดน้อย ๆ แต่ฝนนั้นได้ตกมาเรื่อย ๆ ตกมาถี่ ๆ จนเป็นน้ำเป็นสายน้ำที่ไหลลงสู่ทะเลสู่มหาสมุทร
ความละอายต่อบาปเกรงกลัวต่อบาป เป็นการพัฒนาจิตใจ เป็นการพัฒนาพระธรรมพระวินัยจากความรู้ความเข้าใจ
ท่านหลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโนท่านตรัสว่าให้พุทธบริษัทรู้เข้าใจ การติดกระดุมเม็ดแรกนี้อย่าให้ผิด ถ้าติดกระดุมเม็ดแรกผิด การติดกระดุมต่อไปนั้นก็จะผิด
การละอายต่อบาปเกรงกลัวต่อบาปนี้เป็นพื้นฐานที่สำคัญ เป็นการทำความดีเพื่อความดี ไม่ใช่ทำความดีเพื่อหลอกลวง เป็นบริสุทธิคุณที่ออกจากใจ ออกจากเนื้อในที่เป็นพระนิพพาน
เรามาคิดดูดี ๆ สิ พระอรหันต์ขีณาสพ ผู้ที่ยกเลิกตัวตน ยกเลิกสัญชาตญาณ จากใจจากเจตนา เป็นผู้มีสติมีสัมปชัญญะที่สมบูรณ์ มีความละอายต่อบาปเกรงกลัวต่อบาป ยกเลิกตัวตนอย่างสมบูรณ์
ด้วยเหตุผลนี้พระอรหันต์ขีณาสพทุกท่านถึงยกเลิกการมีน้ำอสุจิ จะเป็นพระอรหันต์หญิงพระอรหันต์ชายก็ยกเลิกเพราะหยุดสัญชาตญาณ
ธรรมะที่นอกเหตุเหนือผลเป็นความดีเพื่อความดีที่ออกจากใจออกจาพระนิพพานถึงมีความละอายต่อบาปเกรงต่อบาปอย่างนี้
ด้วยเหตุผลนี้ ความสงบกับความสงบกับความหยุดนั้นถึงเป็นความรู้ความเข้าใจ เป็นพระนิพพานไปชั่วขณะ ๆ เป็นการทำความดีเพื่อความดี ไม่ใช่ทำความดีเพื่อต้องการอยากจะเป็นคนดี
เราพากันมาบวช เราต้องพากันเข้าใจ เราจะได้บวชทั้งกายบวชทั้งใจ เพื่อปฏิบัติติดต่อต่อเนื่อง เพราะปกติแล้วเรามีตัวมีตน เราทุกคนถึงมาบวช เราติดความสุข ติดความสะดวกสบาย ติดความขี้เกียจขี้คร้านที่มันเป็นสัญชาตญาณที่เป็นตัวเป็นตน ตัวตนนั้นเปรียบได้กับสิ่งเสพติด สิ่งเสพติดนั้นที่จะละได้ก็อาศัยหลักการเพื่อให้ปฏิปทาติดต่อต่อเนื่อง ๓ อาทิตย์ขึ้นไป ถึงจะได้ผลถึงจะเห็นผล
ปัจจุบันเราถึงมีความสุขในการทำหน้าที่ เพื่อให้ความสุขนั้นติดต่อต่อเนื่อง ให้ความสุขมาก ๆ ให้ความสุขเพียงพอ เพราะความสุขนั้นจะยกเลิกสิ่งเสพติด ยกเลิกขั้วบวกขั้วลบ
เรามาบวชมาประพฤติมาปฏิบัติธรรมทั้งคนเก่าคนใหม่ ให้เราทุกคนตั้งอกตั้งใจประพฤติตั้งใจปฏิบัติ เพื่อให้เข้าถึง มอก. เข้าถึงความมาตรฐาน เข้าถึงเจตนา เพื่อยกเลิกทิฏฐิมานะอัตตาตัวตน เรามายกเลิกตัวตนให้เต็มที่ เรามาหยุดมายกเลิกการมีตัวมีตน เพื่อให้ปฏิปทาได้ติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ ไม่ให้เหมือนน้ำหยด
การประพฤติการปฏิบัตินั้นไม่มีใครประพฤติปฏิบัติให้เราได้ ถึงเราจะมาอยู่ร่วมรวมกันหลายคนก็ไม่มีใครประพฤติปฏิบัติให้กันและกันได้
เราเน้นที่ใจของเรา มาเน้นที่เจตนาของเรา
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไม่ให้เอาตัวตนเป็นที่ตั้ง ให้เอาพระธรรมพระวินัยเป็นที่ตั้ง แม้แต่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านก็ยกเลิกตัวยกเลิกตน เอาพระธรรมพระวินัยเป็นที่ตั้ง เพราะทุกอย่างเราต้องรู้เข้าใจ ทุกอย่างมันคือกรรมคือกฎแห่งกรรมคือผลของกรรม เราพากันมามีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติ
เราทุกคนไม่ต้องลูบต้องคลำในศีลในข้อวัตรปฏิบัติ เราอย่าไปคิดว่าปฏิบัติไม่ได้ ถ้าปฏิบัติไม่ได้ก็ต้องไม่พากันมาบวช ให้ถือคติอย่างนี้ ปฏิบัติไม่ได้พากันมาบวชทำไม พากันมาอยู่ที่วัดนี้ทำไม เพราะวัดนี้หมายถึงข้อวัตรข้อปฏิบัติ หมายถึงยกเลิกตัวยกเลิกตน เพราะวัดคือข้อวัตรข้อปฏิบัติ ถ้าปฏิบัติไม่ได้เราก็อย่าพากันมาบวช อย่าพากันมาอยู่วัด เพราะเราทุกคนได้รับสิทธิพิเศษอะไรก็ฟรีหมดทุกอย่าง ที่พักก็ฟรี อาหารก็ฟรี ของบริโภคใช้สอยทุกอย่างตลอดถึงยานพาหนะ รักษาที่ไปโรงพยาบาลก็ฟรีหมด เราต้องรู้เข้าใจ
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เรารู้เข้าใจ เราจะได้เข้าถึงความเป็นพระ เป็นพระทางกายทางวาจากิริยามารยาทรวมลงที่ใจเป็นพระ ยกเลิกตัวตน มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ เพื่อให้ปฏิปทานั้นติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำเหมือนสายน้ำ อย่าให้มันหยดน้ำ เพราะหยดน้ำมันหยดทีละหยดมันไม่ใช่สายน้ำ
เรามาตั้งใจตั้งเจตนา ภาชนะที่จะใส่ของได้ก็ต้องภาชนะที่ตั้งไว้อย่างดีที่สง่างาม เรามายกเลิกนิวรณ์ทั้ง ๕ ยกเลิกอคติทั้ง ๔ ทุกคนต้องทำได้ปฏิบัติได้ เราทุกคนต้องมาเอาชีวิตเป็นเดิมพัน ทำความดีเพื่อความดี ไม่ได้ทำความดีเพื่อตัวเพื่อตน เรามายกเลิกตัวยกเลิกตน หรือว่ามายกเลิกโลกธรรม ไม่เอาโลกธรรมนำชีวิต ไม่เอาลาภยศสรรเสริญนำชีวิต ยกเลิกการยกหูชูงวงที่หลวงตามหาบัวท่านว่า ตัวตนมันคือคนผีบ้า คือพระผีบ้า คือข้าราชการนักการเมืองผีบ้า คือพระผีบ้าแม่ชีผีบ้า ตัวตนมันคือบ้ามีเชื้อบ้า
เราทุกคนต้องมีสติมีสัมปชัญญะ ยกเลิกเรื่องอนาคต ปัจจุบันต้องว่างจากตัวตนเพื่อเอาพระธรรมพระวินัยนำชีวิต มีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติ
กายวาจากิริยามารยาทอาชีพรวมลงที่ใจ เราต้องรู้เข้าใจ ทุกคนปฏิบัติได้เพราะว่ามันเป็นเรื่องของเรา ไม่ใช่เรื่องคนอื่น ไม่ช่เรื่องแก้ไขคนอื่นมันเป็นเรื่องของเรา
---------------------------------
โอวาทขององค์หลวงพ่อกัณหา สุขกาโม
เมตตาให้ไว้ในค่ำวันศุกร์ที่ ๑๓ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙
ณ วัดป่าทรัพย์ทวีธรรมาราม ต.วังหมี อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา