๑๔ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙
พสกนิกรชาวไทยและชาวต่างประเทศได้มาร่วมรวมกันประพฤติปฏิบัติธรรมเพื่อน้อมถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ด้วยความโทมนัสและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ที่พระองค์ได้ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทยและชาวโลกตลอดระยะเวลาที่ยาวนาน พระองค์ทรงเป็นดั่งแม่แห่งแผ่นดิน ผู้ทรงเปี่ยมด้วยพระเมตตาและพระปรีชาสามารถ ทรงอุทิศพระวรกาย พระสติปัญญา และพระราชหฤทัยในการบำเพ็ญพระราชกรณียกิจนานัปการ เคียงคู่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เพื่อธำรงไว้ซึ่งความผาสุกและความมั่นคงแห่งชาติไทย เราประชาชนชาวไทยต้องร่วมใจสมัครสมานสามัคคีทำความดีที่ประกอบด้วยปัญญา เพื่ออุทิศบุญกุศลน้อมเกล้าถวาย เพื่อเสด็จสู่สวรรคาลัย เข้าสู่สวรรค์มรรคผลพระนิพพาน
วันนี้เป็นวันเสาร์ที่ ๑๔ เดือนมีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙
ให้พุทธบริษัทพากันนั่งให้สบาย เพื่อฟังการบรรยายพระธรรมคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าด้วยความเคารพ ความเคารพกับความสงบนี้มันคือสิ่งเดียวกัน ถ้าเรามีความเคารพ ความฟุ้งซ่านนั้นก็ย่อมไม่มี
ให้เรารู้ให้เราเข้าใจ ถ้าเรามีความเคารพเราก็จะมีความสงบ สัญชาตญาณที่เป็นนิติบุคคลตัวตนมันจะไม่สงบ มันจะมีความฟุ้งซ่าน
พุทธบริษัททั้งหลายต้องรู้ต้องเข้าใจ ปัญญาสัมมาทิฏฐินั้นเป็นสิ่งที่สำคัญ ความรู้ความเข้าใจ ความเห็นถูกต้อง เข้าใจถูกต้อง ถึงจะมีการปฏิบัติที่ถูกต้อง
หลักการของการประพฤติของการปฏิบัติ เราต้องเอาทางสายกลางระหว่างวัตถุกับจิตใจ เพื่อจะให้เป็นทางสายกลางระหว่างวัตถุกับจิตใจไปพร้อม ๆ กัน เพื่อเราจะไดทั้งวัตถุเพื่ออำนวยความสะดวกความสบาย เพื่อเราจะได้ทั้งจิตใจที่เป็นธรรมที่เป็นสติเป็นปัญญา เพื่อเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตที่เป็นทางสายกลาง
พระธรรมพระวินัยคือเหตุคือปัจจัย สิ่งทั้งหลายทั้งปวงนั้นเกิดจากเหตุเกิดจากปัจจัยที่เป็นกรรม กรรมลิขิต
มีหลักการประพฤติปฏิบัติ
วันจันทร์อังคารพุธพฤหัสศุกร์เป็นวันทำงานพร้อมกับการประพฤติการปฏิบัติ ทั้ง ๒ อย่างนี้ไปพร้อม ๆ กัน วัตถุกับใจต้องไปพร้อม ๆ กัน ต้องทำไปในสิ่งเดียวกัน อาศัยความรู้คู่กับการประพฤติคู่กับการปฏิบัติ ความรู้นั้นเปรียบเสมือนเมล็ดพันธุ์ การประพฤติการปฏิบัติเปรียบเสมือนการเพาะปลูก
๒ อย่างนั้นเป็นเพื่อนกัน เป็นเกลอกัน เปรียบเสมือนเท้าซ้ายกับเท้าขวา ความรู้กับการปฏิบัติเป็นยานสำหรับเดินทาง เราจะไปแยกวัตถุออกจากใจมันก็สุดโต่ง จะไปแยกใจออกจากวัตถุก็สุดโต่ง ไม่ใช่ทางสายกลาง
นักวิทยาศาสตร์ก็ต้องเอาจิตใจไปพร้อม ๆ กัน ผู้ประพฤติปฏิบัติทางจิตใจก็ต้องเอาทางวิทยาศาสตร์ไปพร้อม ๆ กัน ๒ อย่างนี้จะแยกกันไม่ได้ ถ้าแยกกันก็ย่อมเกิดความเสีย ก็ย่อมพังทลายอย่างเดียวกันกับตึก สตง. สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินของเมืองไทยประเทศไทย
การทำงานคือการปฏิบัติธรรม การปฏิบัติธรรมคือการทำงาน องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้พุทธบริษัททั้งหลายเข้าใจอย่างนี้
เพื่อเราจะได้เอาปัจจุบันเป็นสิ่งที่สำคัญ เพราะอดีตก็มารวมกันอยู่ที่ปัจจุบัน อนาคตที่จะไปข้างหน้าก็มารวมกันอยู่ที่ปัจจุบัน ปัจจุบันจึงเป็นสิ่งที่สำคัญ ปัจจุบันจึงเป็นวาระแห่งชาติของการประพฤติการปฏิบัติ
ความสงบกับความเคารพถึงเป็นสิ่งเดียวกัน เราจะมองข้ามปัจจุบันไปไม่ได้ เพราะปัจจุบันเป็นพื้นเป็นฐาน เป็นเหตุเป็นปัจจัย ถ้าจะเปรียบการชิงแชมป์ เป็นการชิงแชมป์ระหว่างวัฏฏสงสารกับพระนิพพาน
ปัจจุบันนี้เราทุกคนจะมองข้ามไม่ได้อย่างไม่มีข้อแม้ใด ๆ ทั้งสิ้น
ความสงบกับความเคารพต้องมีไว้เป็นพื้นเป็นฐาน เพราะเหตุผลว่าใจของเราทุกคน เราคิดอะไรปรุงแต่งอะไรคนอื่นเค้าไม่สามารถล่วงรู้ว่าเราคิดเราปรุงแต่งอะไรได้ แต่เราทุกคนรู้ใจของตัวเองว่า ตัวเองตรึกนึกคิดอะไร
ด้วยเหตุผลนี้ เราจะมองข้ามปัจจุบันไปไม่ได้ เราจะไปมองข้ามปัจจุบันนั้นไม่ได้ เสียหาย พังทลายแน่นอนอย่างเดียวเช่นเดียวกับตึก สตง.
การประพฤติการปฏิบัตินี้เปรียบเสมือนธนาคารแห่งชีวิต มันคือรายรับรายจ่าย รายรับรายจ่ายของเราต้องสมดุลกันพอดี ถ้าเราเป็นคนประมาทมองข้ามปัจจุบันรายรับรายจ่ายของเรามันจะไม่สมดุล
ด้วยเหตุผลนี้แหละ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าถึงไม่ให้เราประมาท บาปเล็กบาปน้อยบาปใหญ่นั้นก็คือบาปเหมือนกัน
ความละอายต่อบาปความเกรงกลัวต่อบาปเห็นภัยในความไม่ถูกต้องที่เป็นวัฏฏสงสารนี้เป็นสิ่งที่สำคัญ
พุทธบริษัทต้องรู้ต้องเข้าใจ เพื่อเราจะได้ลงรายละเอียด รายรับรายจ่าย ไม่เอาความฟุ้งซ่านนำชีวิต ไม่มองข้ามปัจจุบัน
ปัจจุบันเราไม่รู้ไม่เข้าใจ เห็นรูปสวย ๆ ก็ร้องโอย ๆ ไป เสียงเพราะ ๆ ก็ร้องโอย ๆ ไป กลิ่นหอม ๆ ก็ร้อยโอย ๆ ไป อาหารอร่อยก็ร้องโอย ๆ ไป สัมผัสที่เกิดความย้อมใจก็ร้องโอย ๆ ไป คำว่าโอยนั้นก็หมายถึงความทุกข์ได้เกิดขึ้น ความทุกข์ตั้งอยู่ แล้วความทุกข์ก็ดับไป
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เราเข้าใจในเรื่องทุกข์ ในเรื่องเหตุเกิดทุกข์ ข้อปฏิบัติถึงความดับทุกข์ รู้เรื่องของธาตุทั้ง ๔ ขันธ์ทั้ง ๕ อายตนะภายนอกภายใน ๑๒ รู้เรื่องวัตถุรู้เรื่องใจ รู้เรื่องโลกธรรม ให้เรารู้เรื่อง
จะได้เอาปัญหานี้มาเป็นปัญญา เอาปัญญามามีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติ จะว่าควาสุขก็ได้ จะว่าไม่มีความสุขก็ได้ จะว่าความสงบก็ได้ จะว่าพระนิพพานก็ได้ เป็นความรู้ความเข้าใจ มีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติ
ความรู้ความเข้าใจนี้จะเป็นพระนิพพานไปชั่วขณะ ๆ เป็นความรู้ความเข้าใจไม่ใช่ความจำ ถ้าความจำแล้วไม่กี่วันไม่กี่เดือนไม่กี่ปี ความจำนั้นก็จะลืมเลือนหายไป เพราะนี้มันเป็นความจำ มันเป็นสัญญาขันธ์ มันไม่ใช่ความรู้ความเข้าใจ
พุทธบริษัททั้งหลายต้องรู้ต้องเข้าใจ จะได้เอาการทำงานกับการปฏิบัติธรรมไปพร้อม ๆ กันเพื่อเป็นทางสายกลาง
วันเสาร์วันอาทิตย์เป็นวันหยุดทำงานภายนอกไปเน้นเรื่องจิตเรื่องใจ พัฒนาเรื่องจิตเรื่องใจ เพราะเราทุกคนมีใจเป็นใหญ่ มีใจเป็นหัวหน้า มีใจเป็นประธาน
กายวาจากิริยามารยาทอาชีพนั้นให้พุทธบริษัทรู้เข้าใจเป็นเพียงอุปกรณ์ของใจ
การฝึกใจปฏิบัติใจเค้าต้องปฏิบัติที่กาย เพราะใจนั้นเป็นนามธรรม เค้าต้องฝึกที่กาย ใจไม่สงบก็ต้องให้กายสงบ ใจไม่สงบก็ให้วาจากิริยามารยาทสงบ ใจไม่สงบการงานก็ต้องให้ถูกต้อง ยกเลิกตัวตน ให้ใจสงบ
วันเสาร์วันอาทิตย์ถึงพากันไปที่วัด พากันไปให้ทานรักษาศีลฟังพระธรรมเทศนาของพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า ถือเนกขัมมะบารมี ไปทำความดีเพื่อความดี
ทำความดีเพื่อความดีนี้เป็นหน้าที่ของเราที่เราจะต้องทำ การทำความดีเพื่อความดีนั้นเป็นความดีที่เกิดจากปัญญาบริสุทธิคุณ
การทำความดีเพื่อตัวเพื่อตนนี้คือความปรุงแต่ง มันเป็นขั้วบวกขั้วลบ นี้มันเป็นวัฏฏสงสาร ไม่ใช่พระนิพพาน มันเป็นขั้วบวกขั้วลบ นั้นเป็นวัฏจักร ไม่ใช่บริสุทธิคุณ
ความรู้ความเข้าใจต้องเอาไปใช้คู่กับการประพฤติการปฏิบัติ ความรู้นั้นเป็นปัญญาสัมมาทิฏฐิ เป็นความรู้เป็นความเข้าใจ ความเข้าใจนี้ไม่ใช่ความจำ ถ้าความจำนั้นไม่กี่เดือนไม่กี่ปีก็จะหลงลืมเพราะความจำนั้นไม่ใช่ความเข้าใจเป็นเพียงสัญญาขันธ์
พุทธบริษัททั้งหลายต้องรู้ต้องเข้าใจเพื่อจะได้ทำหน้าที่เพื่อหน้าที่ ไม่ได้ทำหน้าที่เพื่อเป็นนิติบุคคลตัวตน เพราะการประพฤติการปฏิบัตินั้นมันเป็นรายรับรายจ่ายของเราทุก ๆ คน เป็นธนาคารแห่งชีวิต
ปัจจุบันนี้เรารับเท่าไหร่เราก็ต้องจ่ายไปเท่านั้น ปัจจุบันเรามีความสุขในการทำหน้าที่ ทำความดีเพื่อความดีนี้รายรับรายจ่ายสมบูรณ์ลงตัว เมื่อมันผ่านไปแล้วมันเกษียณไปแล้วเราก็ต้องปล่อยต้องวาง เราจะไม่ได้ติดค้าง เราจะไม่มีหนี้มีสิน
การประพฤติการปฏิบัติก็จะเป็นอย่างนี้ การปฏิบัติธรรมนั้นถึงเป็นปัจจุบันธรรม เป็นสิ่งที่ทันโลกทันสมัย พัฒนาความดีเพื่อความดี ทำความดีเพื่อความดี ไม่หวังอะไรตอบแทน เมื่อผ่านไปแล้วเราก็ปล่อยเราก็วาง
เราจะเดินทางไกลเราก็ต้องอาศัยยานในการเดินทาง ทางบกเราก็ต้องอาศัยรถยนต์อย่างดีในการเดินทาง ทางอากาศเราก็ต้องอาศัยเครื่องบินอย่างดีในการเดินทาง ทางทะเลทางมหาสมุทรเราก็ต้องอาศัยเรือขนาดใหญ่อย่างดีในการเดินทาง ถึงจะเดินทางไปได้ด้วยสวัสดิภาพด้วยความปลอดภัย
ปัจจุบัน องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านถึงให้เรามีความสุขในการทำหน้าที่ ความสุขกับความสงบนี้มันจะเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ถ้าเรามีความสุขแล้วความสงบนั้นมีอยู่ในตัว จะเป็นความสุขระดับมนุษย์ ระดับเทวดา ระดับพรหม ระดับพระอริยเจ้า ความสุขความสงบนั้นจะเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน
ความสุขนั้นจะไม่มีความเครียด ความรู้ความเข้าใจ มีความสุขในการทำหน้าที่ในการทำงาน ความเครียดนั้นจะไม่มี ความเครียดเรามีเพราะเราทำความดีเพื่อตัวเพื่อตน ทำความดีเพื่อตัวเพื่อตนมันต้องเครียดแน่ มันต้องทุกข์แน่ เพราะมันเป็นขั้วบวกขั้วลบ อันนี้มันเป็นความไม่สงบ อันนี้มันเป็นสงคราม สงครามในตัวของตัวมันเอง สงครามกับคนอื่น เป็นสงครามโลก
พุทธบริษัทต้องรู้ต้องเข้าใจ เห็นภัยในวัฏฏสงสาร เพื่อจะได้รู้เข้าใจ ยกเลิกทุกข์ ยกเลิกเหตุเกิดทุกข์ ยกเลิกข้อปฏิบัติถึงความดับทุกข์ ยกเลิกความวุ่นวาย ยกเลิกสงคราม สงครามนั้นคือปัญหา สงครามนั้นคือความไม่สงบคือความวุ่นวาย
ถ้ามีสงครามแล้วก็ย่อมมีแต่ทุกข์เกิดขึ้น ทุกข์ตั้งอยู่ ทุกข์ดับไป นอกจากทุกข์นั้นไม่มีเลย ถ้ามีสงครามแล้ว สิ่งของบริโภคก็แพงขึ้น เคยซื้อชิ้นละ ๑ บาทก็ต้องแพงขึ้นอีกตั้งหลายบาท
การที่เรามายกเลิกตัวยกเลิกตน ยกเลิกความไม่สงบ มายกเลิกความวุ่นวาย ยกเลิกสงคราม
พุทธบริษัทต้องรู้เข้าใจ พุทธบริษัทต้องเดินทางสายกลางระหว่างวัตถุกับจิตใจ ๒ อย่างนี้ต้องเดินไปพร้อม ๆ กัน มาเน้นในตัวเราเอง มาทำหน้าที่ของตัวเราเอง
เราเกิดมาด้วยความไม่รู้ไม่เข้าใจว่าเราเกิดมาทำไม ทำไมเราถึงต้องเกิดมา เหตุปัจจัยที่เราเกิดมาก็มาจากอวิชชา มาจากความหลง ธาตุขันธ์อายตนะนี้มันเป็นผลของกรรม เป็นวิบากกรรม เป็นสิ่งที่แก้ไขไม่ได้
เราทุกคนต้องมารู้กรรม รู้กฎแห่งกรรม รู้ผลของกรรม เป็นสิ่งที่แก้ไขไม่ได้
เราต้องรู้ต้องเข้าใจว่า ธาตุทั้ง ๔ ขันธ์ทั้ง ๕ อายตนะ ๑๒ นี้มันเป็นสิ่งที่แก้ไขไม่ได้
ด้วยเหตุผลนี้ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านถึงให้รู้ให้เข้าใจ ว่าสิ่งที่แก้ไขไม่ได้ สิ่งที่มันจะเป็นไปไม่ได้ เราต้องรู้เข้าใจ ธาตุทั้ง ๔ ขันธ์ทั้ง ๕ อายตนะ ๑๒ นั้นเป็นสิ่งที่แก้ไขไม่ได้
ด้วยเหตุผลนี้ เราต้องเคารพในพระธรรมในธรรมชาติ ความเคารพนั้นถึงเป็นความสงบ ความสงบนั้นจะเกิดได้ก็มาจากความเคารพ
สัมมาทิฏฐิ ความเห็นถูกต้อง เข้าใจถูกต้อง เราต้องรู้เข้าใจ มีความตั้งใจมั่นชอบว่าสิ่งนี้มันแก้ไขไม่ได้ เราจะได้รู้ได้เข้าใจในเรื่องของเหตุเรื่องของปัจจัย เพื่อจะได้จบลงในปัจจุบัน จบลงที่ปัจจุบัน เพื่อเอาปัญหานั้นมาเป็นปัญญา เอาปัญญามามีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ
ของที่มันเป็นไปไม่ได้เราจะให้มันเป็นไปได้มันก็เป็นทุกข์เปล่า ๆ เราไม่อยากให้มันแก่เจ็บตายพลัดพราก นี้คือเราไปอยากไปต้องการในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ นี้เป็นความทุกข์ทวีคูณ ทุกข์ทั้งกายทุกข์ทั้งใจ
ความรู้ความเข้าใจท่านถึงไม่ให้เราไปตรึกไปนึกในเรื่องที่ไม่อยากแก่เจ็บตายพลัดพราก เพื่อเอาปัญหาเรื่องแก่เจ็บตายพลัดพรากนั้นมาเป็นปัญญา ความเคารพในธรรมชาตินี้เป็นสิ่งที่สำคัญ
ที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านได้ตรัสรู้เป็นองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เข้าถึงความเต็ม ๆ ๆ เข้าถึงความพอเพียงเพียงพอ ท่านมาระลึกว่าเราเป็นองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ตรัสรู้ชอบได้โดยพระองค์เองด้วยความดีและปัญญา เป็นการบำเพ็ญบารมีมาเป็นเวลานานหลายกัปหลายกัลป์หลายแสนหลายล้านชาติ เราจะเอาอะไรเป็นสิ่งที่เคารพสักการะ
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านระลึกว่าที่ท่านเป็นพระพุทธเจ้าเพราะเคารพในธรรม เพราะธรรมะนั้นเป็นธรรมชาติที่บริสุทธิคุณ ไม่เข้าไปแก้ไข ไม่เข้าไปปรุงแต่ง ความเคารพกับความสงบนี้คืออันหนึ่งอันเดียวกันเพื่อจะหยุดวัฏฏสงสาร หยุดสงคราม
พุทธบริษัททั้งหลายต้องพากันรู้พากันเข้าใจ สิ่งที่เป็นไปไม่ได้ เราอย่าไปตรึกอย่าไปนึกอย่าไปคิด ต้องเน้นมาที่ใจของเรา ใจของเรานั้นไม่มีใครรู้ไม่มีใครเห็น แต่ตัวเรารู้ตัวเราเห็น ใจของเราเปรียบเสมือนภาชนะที่ว่างเปล่าที่ตั้งไว้อย่างดี เอาอะไรไปใส่ก็เป็นอันนั้น ใจของเราต้องมีสติมีปัญญา ใจของเราต้องไม่มองข้ามปัจจุบัน เพราะปัจจุบันเป็นธนาคารแห่งชีวิต
สติสัมปชัญญะเป็นธรรมะที่มีประโยชน์มีอุปการะมาก เรามีความสุขในการทำหน้าที่ เราก็จะมีสติมีสัมปชัญญะ ให้ผู้ประพฤติผู้ปฏิบัติให้เข้าใจอย่างนี้ ถ้าเรามีปัญญาสัมมาทิฏฐิ เรามีความสุขในการทำงาน เราก็จะมีสติมีสัมปชัญญะ ปัจจุบันของเราก็จะเป็นความดีที่ประกอบด้วยปัญญา
ด้วยเหตุผลนี้ ปัจจุบันองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านถึงไม่ให้เราประมาทไม่ให้ตั้งอยู่ในความประมาทเดี๋ยวมันจะเกิดความเสียหายเกิดการพังทลายอย่างเดียวเช่นเดียวกันกับตึก สตง. สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินของเมืองไทยประเทศไทย
เราทุกคนนั้นจะประมาทไม่ได้ เพราะความประมาทนั้นคือความผิดพลาด ธรรมะคือหน้าที่ หน้าที่คือธรรมะ เราต้องมีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติอยู่ที่ปัจจุบัน
การปฏิบัตินั้น ๆ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เราปฏิบัติติดต่อต่อเนื่องเป็นกระแส เหมือนกระแสไฟฟ้าที่มันเป็นกระแสไฟ หรือว่ากระแสของน้ำ น้ำมันไหล ไหลสู่ทะเลสู่มหาสมุทร น้ำไหลกับน้ำหยดนั้นมันเป็นคนละอย่าง น้ำไหลไม่ขาดวรรคขาดตอนเป็นน้ำไหล แต่น้ำหยดนั้นขาดวรรคขาดตอน
การปฏิบัตินี้เป็นความรู้ความเข้าใจ มีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติ การปฏิบัติที่ติดต่อต่อเนื่อง ผลวิจัย ๓ อาทิตย์ขึ้นไปคือ ๒๑ วัน การประพฤติการปฏิบัติในเรื่องวัตถุหรือในเรื่องจิตใจ การประพฤติการปฏิบัตินั้นถึงจะได้ผลเห็นผล
ด้วยเหตุผลนี้ การประพฤติการปฏิบัติของเราถึงให้ติดต่อต่อเนื่องเป็นดั่งสายน้ำที่น้ำมันไหล สิ่งทั้งหลายทั้งปวงนั้นจะได้จบลงที่ปัจจุบัน จบลงที่ผัสสะด้วยปัญญาสัมมาทิฏฐิ ที่จะเป็นศีลเป็นสมาธิเป็นปัญญาที่ติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ
ให้พุทธบริษัทรู้เข้าใจ ว่าทำไม ๔ ปีเค้าถึงให้มีการเลือกตั้งนักการเมืองครั้งหนึ่ง หรือผู้บริหารระดับสูง ๔ ปีให้เลือกตั้งให้ผู้บริหารใหม่ครั้งหนึ่ง เพราะการทำอะไรติดต่อต่อเนื่อง ๔ ปีนั้นจะเป็นการเปลี่ยนแปลงที่สมบูรณ์แบบ ความดีและปัญญาต้องติดต่อต่อเนื่องเป็นดั่งสายน้ำ ใช้เวลา ๔ ปี จากความยากจนก็จะร่ำรวย จากความแห้งแล้งก็จะเขียวชอุ่ม จากน้ำท่วมน้ำก็จะไม่ท่วม เพราะความดีและปัญญาจะได้ติดต่อต่อเนื่อง
พุทธบริษัททั้งหลายต้องรู้เข้าใจในเรื่องรายรับรายจ่ายที่เป็นธนาคารแห่งชีวิต เรามาทำความดีเพื่อความดี เพื่อปฏิปทาจะได้ติดต่อต่อเนื่อง
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้รู้เข้าใจ อย่างองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านก็แก้ที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า อย่างพระอรหันต์ขีณาสพผู้ฟังพระธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าท่านรู้เข้าใจ เมื่อก่อนท่านเป็นสามัญชน ท่านรู้เข้าใจในพระธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าท่านก็แก้ที่ท่าน ท่านก็ได้เป็นพระอรหันต์ขีณาสพ
เราเป็นข้าราชการเป็นนักการเมืองเป็นนักบวชเราทุกคนก็มาแก้ที่ตัวเรา เพราะตัวเราคือต้นเหตุ ถ้าไปแก้ที่คนอื่น มันปลายเหตุ มันแก้ไม่ได้ เราคิดดูดี ๆ นะ คิดจนหัวจะระเบิดมันก็แก้ไขไม่ได้ เพราะสิ่งเหล่านั้นมันเป็นสงคราม สิ่งเหล่านั้นมันเป็นปัญหา สิ่งเหล่านั้นทำให้ค่าครองชีพสูงขึ้น ทำให้เกิดความยากจน
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เรารู้เข้าใจ ทุกคนต้องมาแก้ที่ตัวเองมีความสุขในการทำหน้าที่ของตัวเองให้เอาทางสายกลางระหว่างวัตถุกับจิตใจทำหน้าที่ให้มีความสุข เพราะอันนี้คือพระนิพพาชั่วขณะ ๆ จนกว่าจะเป็นพระนิพพานที่สมบูรณ์
เรามาทำหน้าที่เพื่อหน้าที่ เน้นที่ปัจจุบัน เพราะปัจจุบันเป็นวาระแห่งชาติ เรามองข้ามปัจจุบันไปไม่ได้
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เอาสิ่งที่เป็นปัญหามาเป็นปัญญา เราคิดดูดี ๆ เราต้องว่างจากสิ่งที่มีอยู่ ว่างจากสิ่งที่ไม่มีอยู่นั้นมันใช้ไม่ได้ เราต้องว่างจากสิ่งที่มีอยู่ เราคิดดูดี ๆ นะ อย่างคนตายแล้วมันจะมีประโยชน์อะไร คนไม่มีตาหูจมูกลิ้นกายใจมันจะมีประโยชน์อะไร
พุทธะเป็นความรู้ความเข้าใจ เป็นความว่างเปล่าจากตัวตน ว่างเปล่าจากสิ่งที่มีอยู่ เราคิดดูดี ๆ นะ ทุกอย่างมันไม่ใช่เราไม่ใช่คนอื่นมันเป็นเพียงเหตุเพียงปัจจัย ถ้าเราไม่มีตารูปก็ย่อมไม่มี ถ้าเราไม่มีหูเสียงนั้นก็ย่อมไม่มี ถ้าเราไม่มีจมูกกลิ่นนั้นก็ย่อมไม่มี ถ้าเราไม่มีลิ้นรสนั้นก็ย่อมไม่มี ถ้าเราไม่มีร่างกายสัมผัสนั้นก็ย่อมไม่มี ถ้าเราไม่มีใจความรู้สึกนึกคิดนั้นก็ย่อมไม่มี
ความรู้ความเข้าใจในเรื่องเหตุเรื่องปัจจัย เราจะได้ว่างจากสิ่งที่มีอยู่ ถ้าเราไม่รู้ไม่เข้าใจมันก็จะไปของมันเรื่อย
พระธรรมพระวินัยเป็นสมมติสัจจะมีหลายล้านสมมติ เราต้องเคารพในพระธรรมพระวินัย เพราะความเคารพกับความสงบนี้มันคืออันหนึ่งอันเดียวกัน เพื่อสิ่งทั้งหลายทั้งปวงนั้นจะได้หยุดลงที่ปัจจุบัน หยุดลงที่ผัสสะ
พระธรรมพระวินัยมาเน้นที่ใจ เพราะพระธรรมพระวินัยเป็นธนาคารแห่งชีวิต มันคือรายรับรายจ่าย
ด้วยเหตุผลนี้ เราต้องเคารพในพระธรรมในพระวินัย เพราะพระธรรมพระวินัยนั้นจะหยุดวัฏฏสงสาร ถ้าเราประพฤติปฏิบัติติดต่อต่อเนื่องเป็นดั่งสายน้ำ ยกเลิกกรรมเก่าไม่สร้างกรรมใหม่ด้วยความรู้ความเข้าใจ เราทุกคนก็จะพากันเป็นพระได้ พระคือผู้รู้ผู้เข้าใจ มีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติในการทำหน้าที่ พระนี้เค้านับเอาตั้งแต่พระโสดาบันจนถึงพระอรหันต์ เค้าไม่ได้นับเอาผู้ที่ปลงผมนุ่งห่มผ้ากาสาวพัสตร์นะ เราต้องรู้เข้าใจ
เราเป็นฆราวาสเป็นข้าราชการก็พากันเป็นพระได้ มีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติอย่างนี้ถึงจะเป็นพระได้ เราทุกคนอย่าพากันไปมองหาพระภายนอก พระนี้ต้องอยู่ที่เรา พระนี้คือความรู้ความเข้าใจ มีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติในการทำหน้าที่
ความไม่รู้ไม่เข้าใจ เอาความหลงนำชีวิต เอาความผิดนำชีวิต มันได้เกิดความเสียหาย มันได้เกิดการพังทลายอย่างเดียวเช่นเดียวกันกับตึก สตง. ในความรู้สึกของเราทุกคนที่มีความรู้สึกร่วมกัน เรามองดูตัวเอง มองดูคนอื่น มองหน้าข้าราชการมองหน้านักการเมืองมองหน้านักบวช หน้าโจรมันจะลอยมาโดยธรรมชาติ ยิ่งมองดูหน้านักการเมืองยิ่งหน้าอภิมหาโจร
พุทธบริษัททั้งหลายต้องพากันมารู้ปัญหา ปัญหาอยู่ที่เราเอาความไม่ถูกต้องนำชีวิต เอาความผิดนำชีวิต เราพากันมาแก้ปัญหาอย่างไรก็ไม่ได้ เพราะว่ามันแก้ปัญหาไม่ถูกต้อง
ข้าราชการนักการเมืองนักบวชพ่อค้าประชาชนทั้งหลายต้องพากันมารู้มาเข้าใจ เพื่อจะได้แก้ปัญหาให้ถูกต้อง พากันมาเดินไปทางเดียวกัน ยกเลิกความไม่ถูกต้อง ความสมัครสมานสามัคคี เอาความดีและปัญญา เพื่อให้เป็นปฏิปทาติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ
ประเทศไทยเอาความหลงนำชีวิต เอาความผิดนำชีวิต ปีที่แล้วอยู่ในระดับ ๑๑๖ ของโลก ปีนี้หลังจากเลือกตั้ง ส.ส.มาแล้วไม่รู้การทุจริตจะขึ้นอีกเท่าไหร่ โลกนี้มีอยู่ ๑๙๕ ประเทศ นับเอาตั้งแต่ ๑ ๑ นี้คือคอร์รัปชั่นน้อย ๒ นี้ก็มากขึ้นอีก นี้ประเทศไทยอยู่ระดับ ๑๑๖ ของโลก นี้เป็นความเสียหาย นี้เป็นการพังทลายที่ตึก สตง.เป็นพยานที่มีการโกงกินคอร์รัปชั่น
ปีนี้มีการเลือกตั้ง ส.ส.ครั้งใหม่ ตัวเลขการโกงกินคอร์รัปชั่นก็ต้องสูงขึ้นอีก
ประเทศไทยเรามีการคอร์รัปชั่นยิ่ง ๆ ขึ้นทุกปี การแก้ปัญหาต้องมาแก้ปัญหาเรื่องของคอร์รัปชั่น ต้องมาเน้นที่ตัวของเราเองทุก ๆ คน
ประเทศไทยเมื่อ ๒๐ กว่าปีที่ผ่านมา ค่าเงินบาทเปลี่ยนแปลงจาก ๒๕ บาทเป็น ๕๐ บาท จะเป็นเหตุเป็นปัจจัยให้ประเทศไทยเสียหายล้มละลาย ทางผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย จึงได้ไปอาราธนาองค์หลวงตามหาบัว พระผู้เฒ่าผู้ชราอายุ ๘๐ กว่าปีว่าอย่าเพิ่งละสังขาร เพราะประเทศไทยกำลังจะล้มละลาย ได้ไปกราบเรียนท่านหลวงตามหาบัวว่า ขณะนี้เวลานี้เงินในธนาคารมีอยู่เพียงแปดพันกว่าบาทดอลล่าร์ ทองคำเหลือเพียงเล็กน้อย อาราธนาองค์หลวงตามหาบัวไปดูที่คลังหลวง ท่านหลวงตาได้ไปดูด้วยตัวของท่านเองตามความเป็นจริง
แล้วท่านหลวงตามหาบัวได้ตรัสว่า พระมหาบัวจะยังไม่ละสังขาร จะช่วยเหลือประเทศไทยก่อน ด้วยวิธีทอดผ้าป่าช่วยชาติ ประเทศไทยเรามีหกสิบกว่าล้านคน เพียงเสียสละวันละ ๑ บาท ติดต่อต่อเนื่อง ประเทศไทยก็จะอยู่ได้
ความสมัครสมานสามัคคีเอาความดีและปัญญาเพื่อปฏิปทาให้ติดต่อต่อเนื่องนี้จะแก้ปัญหาได้
ขณะนี้เวลาเงินในคลังหลวงของประเทศไทยมีมากเป็นประวัติศาสตร์เป็นประวัติการณ์ของประเทศไทย ทองคำมีมากเป็นประวัติศาสตร์เป็นประวัติการณ์ของเมืองไทยประเทศไทย
ที่มีมากก็เพราะว่า ผู้ว่าฯแบงค์ชาติได้เอาผลประโยชน์ของมหาชนเป็นสิ่งที่สำคัญมากกว่าผลประโยชน์ตน
ถึงจะมีมากถ้าไม่ยกเลิกคอร์รัปชั่นก็จะแก้ปัญหาไม่ได้
ผู้ที่เป็นข้าราชการนักการเมืองเป็นนักบวช พ่อค้าประชาชนเกษตรกรต้องพากันรู้พากันเข้าใจ ว่าปัญหานั้นเกิดจากเราไปแก้ที่ปลายเหตุ ถึงเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้องไม่ใช่ทางสายกลาง
ด้วยเหตุผลนี้ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าถึงให้พุทธบริษัทเดินทางสายกลาง เอาวิทยาศาสตร์เอาทางจิตใจไปพร้อม ๆ กันถึงจะแก้ปัญหาได้ เอาปัญหานั้นมาเป็นปัญญาบริสุทธิคุณ
ความสุขความดับทุกข์นั้นอยู่ที่เราเข้าถึงความพอเพียงเพียงพอ อย่างคติของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาภูมิพอดุลยเดชท่านบอกให้ชาวไทยและชาวโลกรู้เข้าใจ ความสุขความดับทุกข์อยู่ที่ความพอเพียงเพียงพอ เราอยากได้มากมันก็ไม่มากมันก็เท่าเก่าเท่าเดิม เราอยากได้น้อยมันก็ไม่น้อยมันก็เท่าเก่าเท่าเดิม เรามายกเลิกในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ เราจะได้เข้าถึงความพอเพียงเพียงพอเข้าถึงเศรษฐกิจพอเพียง จะรวยอันดับหนึ่งของโลกก็แก้ปัญหาไม่ได้ จะมีอำนาจอันดับหนึ่งของโลกมันก็แก้ปัญหาไม่ได้ เราจะแก้ปัญหาได้ก็เพราะรู้เข้าใจ มีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติในการทำหน้าที่
เรามาเอาธรรมะที่บริสุทธิคุณที่ยกเลิกตัว ที่มันเป็นพระนิพพานตั้งแต่ปัจจุบัน เข้าถึงพระนิพพานตั้งแต่ในปัจจุบัน ถึงจะใช้ได้ ดับทุกข์ได้เราต้องรู้เข้าใจ ปัจจุบันนี้เป็นการชิงแชมป์ระหว่างวัฏฏสงสารกับพระนิพพาน
เรามาระลึกถึงปัจฉิมโอวาทพระบรมศาสดาพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ท่านทั้งหลายอย่าให้เราประมาทอย่าตั้งอยู่ในความประมาท สิ่งที่มันเกษียณไปแล้วมันเอากลับคืนมาไม่ได้ดั่งปัจฉิมโอวาทที่ท่านตรัสไว้ว่า
"หันทะทานิ ภิกขะเว อามันตะยามิ โว วะยะธัมมา สังขารา อัปปะมาเทนะ สัมปาเทถะ" แปลความว่า "ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บัดนี้เราขอเตือนท่านทั้งหลายว่า สังขารทั้งหลาย มีความเสื่อมสลายไปเป็นธรรมดา ท่านทั้งหลายจงทำประโยชน์ตนและประโยชน์ผู้อื่นให้ถึงพร้อม ด้วยความไม่ประมาทเถิด
โอวาทของหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต
ความไม่ยั่งยืน เป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่และแน่นอนนะ
ความยิ่งใหญ่ คือความไม่ยั่งยืนนะ
ชีวิตที่ยิ่งใหญ่ คือชีวิตที่อยู่ด้วยทาน ศีล เมตตา และกตัญญู
ชีวิตที่มีความดี อาจมิใช่ความยิ่งใหญ่ แต่ชีวิตที่ยิ่งใหญ่ ต้องอาศัยคุณธรรมความดีเป็นปัญญาบริสุทธิคุณเท่านั้น การระงับสังขารทั้งหลายด้วยความรู้ความเข้าใจเป็นความรู้คู่กับการประพฤติการปฏิบัตินั่นแหละคืออริยมรรค เป็นหนทางที่ประเสริฐมีพระนิพพานตั้งแต่ในปัจจุบัน ไม่ต้องรอพระนิพพานเมื่อตายแล้ว ปัจจุบันไม่มีพระนิพพาน อนาคตจะมีพระนิพพานได้อย่างไร
ให้เรารู้เข้าใจเรื่องพระธรรมพระวินัย พระธรรมพระวินัยที่เป็นสัมมาทิฐิ เพื่อหยุดวัฏฏสงสารนั่นแหละคือพระนิพพาน ให้พวกเรารู้เข้าใจในเรื่องพระนิพพาน ให้เข้าใจนะว่าสิ่งเดิมนั้นคือความว่างเปล่า สิ่งที่สัญจรไปมาเป็นเพียงอาคันตุกะ เราจะได้เอาหลักการอุดการณ์ที่เป็นศีลเป็นสมาธิเป็นปัญญาเป็นมรรคเป็นอริยมรรคที่ตรงกันข้ามกับโลกธรรมมาประพฤติมาปฏิบัติ ให้รู้เข้าใจ เพราะไม่มีใครอยู่เหนือกรรมเหนือกฎแห่งกรรมเหนือผลของกรรม พระนิพพานความรู้ความเข้าใจในเรื่องกระบวนการปฏิจจสมุปบาท กระบวนการของปฏิจจสมุปบาทจะได้จบลงเพียงผัสสะ จะได้เป็นปัญญาเป็นความสงบ จะเป็นความสงบเป็นปัญญา เป็นสิ่งที่อยู่นอกเหตุเหนือผล หยุดความปรุงแต่ง นี้เป็นขบวนการที่ติดต่อต่อเนื่อง เป็นบารมีเป็นความดีที่ประกอบด้วยปัญญา เป็นพระนิพพานบ้านของเรา ไม่ใช่อวิชชาความหลงเป็นบ้านของเรานะ พระนิพพานคือบ้านของเรา ความสงบและปัญญาถึงเป็นธรรมเป็นปัจจุบันธรรม เราจะหยุดวัฏฏสงสารได้ด้วยความรู้ความเข้าใจ ด้วยพระธรรมด้วยพระวินัย เป็นขบวนการของกระแสในการประพฤติการปฏิบัติที่ได้นำเอาพระธรรมพระวินัยมาประพฤติมาปฏิบัติในปัจจุบันให้ติดต่อต่อเนื่อง
ความสงบและปัญญาที่เป็นพระธรรมพระวินัยถึงหยุดความปรุงแต่งได้ ด้วยปัญญาสัมมาทิฏฐิคู่กับการประพฤติการปฏิบัติในปัจจุบัน พระธรรมพระวินัยที่เป็นความรู้ความเข้าใจ ที่จะหยุดความปรุงแต่งได้ เข้าถึงพระนิพพานตั้งแต่ปัจจุบัน ไม่ต้องรอชาติหน้า พระนิพพานต้องอยู่ที่ปัจจุบันเท่านั้น
---------------------------------
โอวาทขององค์หลวงพ่อกัณหา สุขกาโม
เมตตาให้ไว้ในเช้าวันเสาร์ที่ ๑๔ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙
ณ วัดป่าทรัพย์ทวีธรรมาราม ต.วังหมี อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา