๑๔ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙ (ค่ำ)

วันนี้เป็นวันเสาร์ที่ ๑๔ เดือนมีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙

 

ให้พุทธบริษัทพากันนั่งให้สบาย เพื่อฟังการบรรยายพระธรรมคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าด้วยความเคารพ ความเคารพกับความสงบนี้เป็นสิ่งเดียวกัน

 

พุทธบริษัทต้องรู้เข้าใจ ปัญญาสัมมาทิฏฐินั้นคือความเห็นถูกต้องเข้าใจถูกต้อง จะได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง

 

หลักการของการประพฤติของการปฏิบัติ ต้องเอาทางสายกลางระหว่างจิตใจกับวัตถุ เพื่อให้เป็นทางสายกลางไปพร้อม ๆ กัน เพื่อเราจะไดทั้งวัตถุเพื่ออำนวยความสะดวกความสบาย เราจะได้ทั้งจิตเพื่อใจจะได้เกิดปัญญา

 

วันจันทร์อังคารพุธพฤหัสศุกร์เป็นวันทำงานกับการปฏิบัติธรรม ทั้ง ๒ อย่างนี้ต้องทำไปในสิ่งเดียวกัน ต้องเอาทั้งทางวัตถุกับทางใจไปพร้อม ๆ กัน

 

วันเสาร์วันอาทิตย์เป็นวันหยุดงานภายนอกมาเอางานภายในคือเรื่องจิตเรื่องใจ พัฒนาเรื่องจิตเรื่องใจ พากันมาให้ทานรักษาศีลประพฤติปฏิบัติธรรม ฟังพระธรรมเทศนาของพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า

 

ความรู้ความเข้าใจต้องเอาไปใช้คู่กับการประพฤติการปฏิบัติ ความรู้นั้นเป็นปัญญาสัมมาทิฏฐิ เป็นความเข้าใจ ความเข้าใจนี้ไม่ใช่ความจำ ถ้าความจำนั้นไม่กี่เดือนไม่กี่ปีก็จะหลงลืม เพราะความจำนั้นไม่ใช่ความเข้าใจเป็นเพียงสัญญาขันธ์

 

พุทธบริษัททั้งหลายต้องทำหน้าที่ของตัวเราเองให้มีความสุข เพราะการประพฤติการปฏิบัตินั้นคือรายรับรายจ่าย เปรียบเสมือนธนาคารแห่งชีวิต

 

ปัจจุบันนั้นคือรายรับรายจ่าย ความรู้ต้องเป็นคู่กับการประพฤติการปฏิบัติ เพื่อเราจะได้ทำความดีเพื่อความดี ไม่ได้ทำความดีเพื่อเป็นตัวเป็นตน หรือว่าทำความดีเพื่ออยากจะเป็นคนดี ทำความดีเพราะความอยากความต้องการนั้นมันคือความปรุงแต่ง นั้นมันคือขั้วบวกขั้วลบ มันมีได้มีเสีย ถ้าทำความดีเพื่อความดีนั้นไม่หวังอะไรตอบแทน เพราะทำความดีมันดีอยู่แล้ว อย่าไปหวังวอะไรตอบแทนอีก ความหวังคือความไม่อิ่มไม่เต็มไม่พอ ไม่เข้าถึงเศรษฐกิจพอเพียงเพียงพอ

 

การที่เรามีความสุขในการประพฤติการปฏิบัตินั้นมันจะเป็นออกซิเจน มันจะถ่ายเทของเสียของปฏิกูลคาร์บอนไดออกไซด์ออกไป

 

ด้วยเหตุผลนี้ พุทธบริษัทต้องรู้เข้าใจ มีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติ เพราะความสุขกับความสงบนั้นมันคือสิ่งเดียวกัน จะเป็นความสุขระดับมนุษย์ระดับ ระดับเทวดา ระดับพระพรหมระดับพระอริยเจ้านั้นก็คือความสงบ

 

ความรู้ความเข้าใจที่ยกเลิกตัวตนเป็นทางสายกลาง ทำความดีเพื่อความดี ทำมรรคอย่างเดียว มีความสุขในการทำมรรค ผลมันก็จะเป็นเงาตามตัวมันจะแยกกันไม่ได้เลย

 

อย่างเรานั่งสมาธิหายใจเข้าก็ให้มีความสุขมันก็เป็นพระนิพพานอยู่แล้ว หายใจออกให้มีความสุขมันก็เป็นพระนิพพานอยู่แล้ว ถ้าเราอยากเราต้องการเมื่อไหร่มันก็เป็นนรกทันทีเลยเพราะมันคือความปรุงแต่ง ด้วยเหตุผลนี้พุทธบริษัททั้งหลายต้องรู้เข้าใจ เราจะได้ทำความดีเพีอความดี ถ้าทำความดีเพราะอยากจะเป็นความดีมันเป็นความเสื่อมมันเป็นความปรุงแต่ง

 

พุทธบริษัททั้งหลายมาเน้นที่ตัวเรามีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติในการทำความดี ทำความดีเพื่อความดี มีความสุขอย่างนี้ความสุขอย่างยิ่ง ให้มีแต่ความสุขเกิดขึ้น ความสุขตั้งอยู่ ให้ความสุขเป็นจิ๊กซอร์ติดต่อกันไป สิ่งที่เป็นปัญหาให้เอามาเป็นปัญญามันเลยเสีย

 

เราจะได้ยกเลิกปัญหา รู้จักปัญหา ทำความดีเพื่อความดี ไม่ได้ทำความดีเพราะอยากจะเป็นคนดี

 

วันหนึ่งคืนหนึ่งเราเป็นฆราวาส เราพากันนอนพักผ่อนวันละ ๖ ชั่วโมงถึง ๘ ชั่วโมง ที่จริงแล้ววันละ ๖ ชั่วโมงก็เพียงพอ เวลาเราตื่นอยูเรามีความสุขในการทำงานในการทำหน้าที่ ความสุขมันก็จะเป็นพระนิพพานอยู่ในปัจจุบันอยู่แล้ว มันก็เป็นการพักผ่อนไปในตัวอยู่แล้ว เพราะความสุขมันเป็นความอิ่มความเต็มความพอเพียง ความสุขที่เกิดจากปัญญาสัมมาทิฏฐินั้นมีทั้งความสงบมีทั้งปัญญา มันจะเป็นความพอดีความพอเพียง มันจะเป็นความสมดุลของธนาคารชีวิต จิตใจของเรานี้ก็เบิกบานเปรียบเสมือนพระจันทร์วันเพ็ญ เปรียบเสมือนองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านเข้าถึงความเต็มๆ ๆ เข้าถึงความพอเพียงเพียงพอ ทำไมถึงมีความสุขอย่างนี้ ทำไมถึงมีความสุขอย่างยิ่งอย่างนี้

 

พระนิพพานอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล อยู่กับหน้าที่การงานที่เรารู้เข้าใจมีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติอย่างนี้ เข้าถึงความพอดีความพอเพียง เป็นผู้รู้เข้าใจในสิ่งที่เป็นไปได้ในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ เช่นความแก่ความเจ็บความตายความพลัดพรากที่เป็นธรรมชาติที่เป็นบริสุทธิคุณ เราต้องรู้เข้าใจ เพื่อจะไม่ได้ลิดรอนสิทธิในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ มันจะเป็นทุกข์ฟรี ๆ เป็นทุกข์เปล่า ๆ เราต้องรู้เข้าใจ เราจะได้คืนวัฏฏสงสารด้วยความรู้ความเข้าใจปัญญาสัมมาทิฏฐิ เราจะได้เอาพระนิพพานนำชีวิต ยกเลิกวัฏฏสงสารด้วยความรู้ความเข้าใจ

 

เราทุกคนเป็นพระได้ทุก ๆ คน คำว่าพระนั้นคือความรู้ความเข้าใจ ยกเลิกความยึดมั่นถือมั่นที่เป็นตัวเป็นตนนั่นแหละคือพระ พระนั้นไม่ได้หมายเอาผู้ที่ปลงผมนุ่งห่มจีวรนะ พระนั้นหมายถึงผู้ที่รู้เข้าใจ ยกเลิกตัวตน พระนั้นคือผู้ที่มีความสุขที่สุดในโลก ทำหน้าที่อย่างมีความสุข

 

แต่ก่อนเราไม่รู้ไม่เข้าใจ นึกว่าพระนั้นต้องปลงผมนุ่งห่มจีวรนั้นไม่ใช่ อันนั้นมันเป็นแบรนด์เนมของความเป็นพระเฉย ๆ ถ้าเอาแบรนด์เนมนั้นมาใช้มาประพฤติปฏิบัตินั้นถึงจะเป็นพระ ถึงจะเป็นพระธรรมพระวินัย ถ้ายังเอาตัวเอาตนนำชีวิต มันจะเป็นพระได้อย่างไร เพราะมันเป็นทิฏฐิมานะ เป็นอัตตาตัวตน

 

เหมือนองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านชี้ให้สงฆ์สาวกรู้ว่า เห็นมั๊ยฝูงโคที่เดินกันเป็นหมู่ มีฝูงแกะกลุ่มหนึ่งวิ่งตามฝูงโคไปว่า ข้าพเจ้าเป็นโค ๆ แต่ก็หาเป็นโคว่า เพราะว่าเป็นแกะ ฉันใดก็ฉันนั้น ตำแหน่งแต่งตั้งต้องเป็นคู่กับการประพฤติการปฏิบัติ ความสงบกับความเคารพถึงเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน

 

พุทธบริษัททั้งหลายต้องพากันรู้เข้าใจนะใจของเราไม่มีใครรู้ว่าเราตรึกเราคิดเราปรุงแต่งอะไร แต่เรารู้ใจของเรานะว่าเราคิดเราปรุงแต่งอะไร

 

ด้วยเหตุผลนี้ พุทธบริษัททั้งหลายอย่าปล่อยให้ตัวเองโง่หลงงมงายเอาความหลงนำชีวิตเอาความผิดนำชีวิตเอาตัวตนนำชีวิตมันเกิดความเสียหายอย่างเดียวเช่นเดียวกันกับตึก สตง. สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน ตึกไหนเค้าก็ไม่พังตึกเดียวเฉพาะตึก สตง. เพราะว่าไปแก้ไขแต่คนอื่น ลืมไป ลืมแก้ไขตัวเอง

 

การประพฤติการปฏิบัตินั้นเราทุกคนต้องเอาทั้งวิทยาศาสตร์ เอาวัตถุที่อาศัยหลักการวิทยาศาสตร์ เอาทั้งจิตใจที่มีปัญญาไปพร้อม ๆ กัน ถ้าทั้งสองอย่างนี้ไม่ไปพร้อมกันนั้นไม่ได้

 

ถึงมีหลักการวันจันทร์อังคารพุธพฤหัสศุกร์เป็นวันทำงานกับการปฏิบัติธรรม เพราะเราต้องทำอย่างนี้ปฏิบัติอย่างนี้ กายไปไหนใจก็ต้องไปนั่น วัตถุกับจิตใจก็ต้องไปพร้อม ๆ กัน จะแยกกันไม่ได้ จะแยกว่าอันนี้เรื่องของโลกเค้า ไม่เกี่ยวกับผู้ที่ไปบวชอยู่ที่วัด

 

ความเป็นพระไม่ได้อยู่ที่วัด ไม่ได้อยู่ที่วัด มันอยู่ที่ใจรู้เข้าใจ มีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติในการทำหน้าที่ เป็นการทำความดีเพื่อความดี ไม่ได้ทำความดีเพื่อหวังอยากจะเป็นคนดี

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เข้าใจพระศาสนาอย่างนี้ เราจะได้เข้าถึงพระศาสนาเข้าถึงความขลังศักดิ์สิทธิ์เอาตัวตนเป็นที่ตั้งไม่ใช่ความขลังศักดิ์สิทธิ์นะ เราต้องรู้เข้าใจ เราไม่ต้องไปขอพรจากพระที่วัดหรอก ต้องมาขอพรจากพระที่เรานี้แหละ

 

เราคิดดี ๆ พูดดี ๆ กิริยามายาทดี ๆ ยกเลิกตัวตนนี้แหละคือพระ ไม่ต้องโง่ไปหาพระภายนอกหรอก ไปหาพระภายนอกเดี๋ยวจะเจอสมี สมีหมายถึงตัวถึงตน สมีหมายถึงมีภรรยาที่ไม่ได้จดทะเบีน มีแต่ตัวตนเป็นที่ตั้ง ตัวตนตั้งอยู่ ตัวตนดับทุกข์ อย่างนี้เรียกว่าหัวใจสมี หัวใจมีตัวมีตนอย่างนี้เค้าเรียกว่าสมี

 

เรารู้เข้าใจมีความสุขในการทำหน้าที่ มีความสุขในการทำหน้า ความเป็นพระก็จะมีกับเราทุก ๆ คน พุทธบริษัททั้งหลายต้องรู้นะว่าความเป็นพระนั้นอยู่กับเรา คิดดี ๆ พูดดี ๆ กิริยามารยาทดี ๆ อาชีพดี ๆ เดี๋ยวอาชีพไม่ดีเราจะไปอยู่ฮ่องกง เราจะไปอยู่ในกงกรรมกงเกวียน

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เรารู้เข้าใจ เพราะไม่มีใครอยู่เหนือกรรมเหนือกฎแห่งกรรมเหนือผลของกรรมใด

 

ธรรมะนั้นถึงเป็นสิ่งที่ขลังศักดิ์สิทธิ์ เราคิดดี ๆ เรายกเลิกตัวตน เน้นที่ใจของเรานี้แหละเป็นความขลังความศักดิ์สิทธิ์ ยกเลิกตัวตน สิ่งภายนอกมันแก้ไขไม่ได้ เราก็คืนอธิปไตยให้กับธรรมชาติที่เค้าบริสุทธิ์ เค้าแก่เจ็บตายเค้าทำหน้าที่ของเค้าอย่างตรงไปตรงมา เราต้องคืนอธิปไตยให้กับปวงชน

 

ที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้ที่มาบวชท่านไม่ถือชาติชั้นวรรณะถือชาติวงศ์ตระกูล ท่านให้ยกเลิกตัวตน เพราะตัวตนมันเป็นขั้วบวกขั้วลบ เราต้องรู้เข้าใจ สิ่งทั้งหลายทั้งปวงจะได้จบลงที่ความรู้ความเข้าอย่าพากันโง่ไปนาน มันเสียเวลา เสียกาลเวลา

 

เราพากันประพฤติปฏิบัติกันอยู่ที่บ้าน วันเสาร์อาทิตย์ไปที่วัดไปให้ทานรักษาศีลถือเนกขัมมะเจริญภาวนายกเลิกตัวตนให้เข้าใจอย่างนี้

 

อย่าไปหาพระเพื่อไปขอโชคขอลาภ ขอเครื่องรางของขลังค์ ไปดูหมอดูดวง

 

พุทธบริษัทต้องมีปัญญาสัมมาทิฏฐิ เรามาคิดดูดี ๆ ด้วยปัญญาสิ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้านิพพานไปแล้วตั้งห้าร้อยปีถึงมีการสร้างพุทธปฏิปมา แต่ก่อนนั้นไม่มีการสร้างพุทธปฏิมาเลยนะ เพราะเค้าคิดว่าจะมีความยึดมั่นถือมั่น เพราะพระธรรมพระวินัยเป็นพุทธปฏิมาอยู่แล้ว

 

ความขลังความศักดิ์อยู่ที่เรามีความเห็นถูกต้อง มีความเข้าใจถูกต้อง ปฏิบัติถูกต้อง ยกเลิกตัวตนอย่างนี้มันขลังศักดิ์สิทธิ์ มันจะได้หยุดวัฏฏสงสารหยุดเวียนว่ายตายเกิด

 

เราคิดดูดี ๆ สิ ครูบาอาจารย์ที่เราไปขอรูปขอเหรียญอะไรน่ะก็ไม่พ้นความแก่ความเจ็บความตายความพลัดพรากก็เหมือนเราทุกคนนี้แหละ

 

เราต้องรู้เข้าใจว่าพระธรรมพระวินัยที่เป็นกติกาให้เราหยุดวัฏฏสงสาร เพราะการฝึกใจเค้าก็ต้องฝึกกายวาจากิริยามารยาทเน้นที่มีความสุขในการทำหน้าที่ในตำแหน่ง

 

เค้ามียศมีตำแหน่งให้มาเสียสละ เพื่อมาให้ยกเลิกตัวยกเลิกตน เพื่อประโยชน์ตนและประโยชน์ของผู้อื่นถึงพร้อมด้วยความไม่ประมาท ยศตำแหน่งเค้ามีความหมายอย่างนี้ ยศตำแหน่งนั้นจะได้อยู่ในใจของหมู่มวลมนุษย์ ยศตำแหน่งจะไม่ได้อยู่บนหัว คำว่าหัวนี้ก็หมายถึงเป็นความหนัก ยศตำแหน่งเราต้องรู้เข้าใจ ยศตำแหน่งไว้สำหรับที่ยกเลิกตัวตน เป็นการยืนอยู่บนโลกไม่ใช่อยู่ในการแบกโลก แบกโลกแบกความทุกข์

 

วัดนี้คือสถานที่มายกเลิกตัวยกเลิกตนทั้งนักบวชทั้งคฤหัสถ์ให้เราเข้าใจ เพราะตัวตนนั้นคือความทุกข์ เรายกเลิกตัวตนมันจะได้มีออกซิเจน จะได้ถ่ายเทของเสียของปฏิกูลคาร์บอนไดออกไซด์ออกไป

 

เรามายกเลิกตัวยกเลิกตน ตัวเราก็มีความสุข ลูกหลานเราก็มีความสุข เราเข้าใจนะ เราไม่อยากมีความสุขเหรอ ไม่อยากให้ลูกหลานมีความสุขเหรอ ประโยชน์ของตัวเองก็มีความสุข ประโยชน์ของผู้อื่นก็มีความสุข

 

วัดนี้เป็นสถานที่ยกเลิกตัวตน ที่วัดหนองป่าพงหลวงปู่ชาสุภัทโท สมัยสร้างวัดใหม่ขึ้นป้ายก่อนที่จะเข้าเขตวัด ที่เขียนป้ายขึ้นไว้ว่า หายพยศ ลดมานะละทิฏฐิก่อนเข้าวัด เป็นหมายถึงที่การให้ทานรักษาศีลการทำอะไรทุกอย่างเพื่อยกเลิกตัวยกเลิกตน ยกเลิกมานะทิฏฐิ เค้าเรียกว่าไม่มีมานะที่ก้าวไป ไม่มีทิฏฐิที่ก้าวไป

 

เรามาวัดให้พุทธบริษัทเข้าใจ ไม่มีใครรู้ก็ไม่เป็นไร หลายวันหลายเดือนหลายปีเดี๋ยวก็รู้เองว่าเราเป็นใคร ถ้าไม่รู้ก็ช่างหัวมัน เรามีความสุขในการยกเลิกตัวยกเลิกตน ยกเลิกการยกหูชูงวง

 

ที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านบอกพระโมคคัลลานะว่า โมคคัลลานะต้องรู้เข้าใจ อย่าเอามานะเพื่อไม่ให้มานะก้าวไป การให้ทานรักษาศีลเจริญภาวนาคือการยกเลิกยกหูชูงวง เราไปในที่ต่าง ๆ เราต้องไม่ยกหูชูงวง อย่าเอาทิฏฐิมานะอัตตาตัวตน ต้องไม่ยกหูชูงวงไปในสถานที่ต่าง ๆ

 

ปัจจุบันให้พุทธบริษัทรู้เข้าใจ ปัจจุบันนี้คือธนาคารแห่งชีวิตทั้งกายวาจากิริยามารยาทอาชีพรวมลงที่ใจ นี้คือธนาคารแห่งชีวิต นี้คือรายรับรายจ่าย แต่ก่อนเราไม่รู้ไม่เข้าใจ ช่างหัวมัน เหมือนพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาภูมิพลอดุลยเดชท่านตรัสคติธรรมว่าช่างหัวเผือกช่างหัวมันเอาปัจจุบันนี้สำคัญ เพราะอดีตก็มารวมอยู่ที่ปัจจุบัน อนาคตก็มารวมกันอยู่ที่ปัจจุบัน ปัจจุบันนี้เราต้องมีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติในการทำหน้าที่ ปัจจุบันเราต้องเป็นฟอร์มสด ปัจจุบันนี้เป็นไฟต์สำคัญ อดีตก็ไม่สำคัญ อนาคตก็ไม่สำคัญ ปัจจุบันนี้คือไฟต์สำคัญ

 

ธรรมะคือหน้าที่ หน้าที่คือธรรมะ เรามีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติคำว่าความสุขนี้คือไม่มีความทุกข์ ความสุขกับความสงบนี้คืออันหนึ่งอันเดียวกัน ถ้าเรามีความสุขมันก็มีความสงบ เพราะความสงบมันเป็นผล

 

เรามาทำความดีเพื่อความดี เราไม่ต้องทำความดีเพราะอยากจะเป็นคนดีหรืออยากจะร่ำจะรวยอยากมีอำนาจวาสนา อันนั้นมันคือความปรุงแต่ง

 

เรามาทำความดีเพื่อความดี นี้เป็นปัญญาสัมมาทิฏฐิ ไม่ต้องมีขั้วบวกขั้วลบ นี้เป็นปัญญาสัมมาทิฏฐิ เป็นบริสุทธิคุณ เป็นการแก้ที่ต้นเหตุ เพราะธรรมะทั้งหลายทั้งปวงเป็นต้นเหตุ เราไม่ต้องไปแก้ที่ปลายเหตุ แก้ที่ปลายเหตุมันแก้ไม่ได้

 

เรามีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติมันก็จะเป็นออกซิเจนโดยธรรมชาติ มีความสุขมากมีความสุขจริง ๆ อย่างนี้ เรามีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติมันก็จะถ่ายเทของเสียของปฏิกูลถ่ายเทคาร์บอนไดออกไซด์ออกไป การประพฤติการปฏิบัติมันก็จะเป็นฟอร์มสด สดชื่นเบิกบาน เป็นการยกเลิกตัวตน เพราะตัวตนนั้นคือความทุกข์เกิดขึ้น ความทุกข์ตั้งอยู่ ความทุกข์ดับไป นอกจากความทุกข์ไม่มีเลย

 

เรามายกเลิกความทุกข์ทั้งหลายทั้งปวง เรามามีความสุขในการทำหน้าที่ ความสุขอันนี้ก็จะเป็นพระนิพพาน เป็นพระนิพพานไปเป็นขณะ ๆ ให้การปฏิบัติมันติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำที่มันไหล อย่าให้เหมือนน้ำมันหยด น้ำมันหยดมันขาดขั้นขาดตอนมันไม่ใช่สายน้ำ

 

เราพุทธบริษัทมาเน้นที่ตัวเรา ไม่ต้องไปเน้นที่คนอื่น ยกเลิกโลกธรรม ยกเลิกความปรุงแต่ง ยืนอยู่ข้างบนโลกอย่าไปแบกโลก ต้องอยู่ข้างบน ยืนอยู่ข้างบนสบายดีมีความสุขดี การประพฤติการปฏิบัตินี้ถึงเป็นปัจจุบัน ปัจจุบันที่เป็นธรรมเป็นปัจจุบันธรรม ปัจจุบันยกเลิกตัวตน ปัจจุบันมีความสุขในการยกเลิกตัวตน การประพฤติการปฏิบัตินั้นถึงไม่เลือกกาลสถานที่ ที่ไหนเป็นปัจจุบันนั้นคือการประพฤติการปฏิบัติ ที่ไหนมีลมปราณที่นั่นก็มีความรู้คู่กับการประพฤติการปฏิบัติ เพราะความรู้นั้นเป็นสัมมาทิฏฐิ มันดีแล้วถูกต้องแล้ว ถ้าเราปฏิบัตินั้นแหละคือการบรรลุธรรม ยกเลิกตัวตนมีความสุขในการประพฤติการปฏิบัตินั่นแหละคือการบรรลุธรรม ผู้ประพฤติผู้ปฏิบัติจะสัมผัสได้ด้วยตัวของเราเอง ใครประพฤติปฏิบัติ คนนั้นก็ไม่มีทุกข์

 

เราพากันคิดดูดี ๆ มีเงินมากมีทรัพย์สมบัติมากอันดับหนึ่งของโลกมันก็แก้ปัญหาไม่ได้ เพราะมันปลายเหตุ เพราะมันเป็นความปรุงแต่ง มีอำนาจทางข้าราชการนักการเมืองก็แก้ปัญหาไม่ได้เพราะยังมีความปรุงแต่ง ยังเป็นตัวเป็นตน ปัจจุบันนี้เรามีความสุขในการทำหน้าที่ยกเลิกตัวตนมันจะเป็นความสุขมาก ๆ มีความสุขจริง ๆ ทำไมมันมีความสุขอ่างนี้ เพราะเราอยากเลิกความหลงมันถึงมีความสุขอย่างนี้ ปฏิเสธไม่ได้ เพราะมันจะเป็นพระนิพพานชั่วขณะ ๆ ไปเหมือนดั่งสายน้ำ อุดมสมบูรณ์สดชื่นเบิกบานเป็นพระนิพพานในปัจจุบันเดี๋ยวนี้

 

อย่างเรามีความสุขในการทำงานมันก็เป็นพระนิพพาน อย่างเรามีความสุขในการหายใจเข้าหายใจออกสบายมันก็เป็นพระนิพพาน แต่ถ้าเรามีความอยากความต้องการมันก็เป็นนรกทันที ความรู้ถึงคู่กับการประพฤติการปฏิบัติ

 

เราต้องเอาปัญญาสัมมาทิฏฐินำชีวิตยกเลิกตัวตนถึงจะเป็นปัญญาชน เพราะไปชนกับอะไรก็ได้ เพราะปัญญามันแหลมคม ตัดอะไรขาดสะบั้นไปเลย

 

 ธรรมจักรคือจักรแห่งความดีและปัญญา มันจะตัด ทิ้งอดีตอนาคต ปัจจุบันก็จะเข้าถึงความว่างจากสิ่งที่มีอยู่ ถ้าว่างจากสิ่งไม่มีอยู่จะมีประโยชน์อะไร คนตายแล้วก็ไม่มีประโยชน์ คนไม่มีตาหูจมูกลิ้นกายใจก็ไม่มีประโยชน์ ปัจจุบันต้องรู้เข้าใจ มีความสุขในการทำหน้าที่อย่างนี้ เราอย่าไปโง่ไปแสวงหาสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ มันโง่ขนาดไหน ไม่อยากให้แก่ไม่อยากให้เจ็บไม่อยากให้ตาย มันโง่ขนาดนั้น เพราะอันนี้เป็นความปรุงแต่เงป็นขั้วบวกขั้วลบมันแก้ปัญหาไม่ได้มีแต่สร้างปัญหานี้แหละคือการสร้างสงครามตัวจริง สงครามในตัวของมนเอง หรือสงครามโลก

 

สงครามคือความไม่สงบ สงครามคือนักรบ นักรบนักวุ่นวายนักปรุงแต่ง ไม่มีเรื่องก็หาเรื่อง ไม่มีราวก็หาราว อย่างนี้ไม่ใช่ปัญญาชน ปัญญาทึ่มหรือปัญญาซื่อบื้อ ถ้าเรายกเลิกตัวเราก็มีความสุขมีความสงบอบอุ่น ตัวเราก็เป็นแอร์คอนดิชั่น ไม่ต้องติดแอร์เลย เป็นแอร์คอนดิชั่นอยู่ในตัวอยู่แล้ว การประพฤติการปฏิบัติต้องมีความสุขอย่างนี้

 

ปัจจุบันให้เราพากันรู้เข้าใจว่าการประพฤติการปฏิบัตินั้นอยู่ที่ปัจจุบัน อดีตก็มารวมกันอยู่ที่ปัจจุบัน อนาคตที่จะไปข้างหน้าก็อยู่ที่ปัจจุบัน ปัจจุบันเราต้องมีความสุขในการทำหน้าที่อย่างดีไม่ให้ขาดตกบกพร่องอย่างดีไม่ให้ขาดตกบพร่องไม่ให้ขาดไม่ให้ด่างไม่ให้พร้อยไม่ให้เศร้าหมอง เราต้องมีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติ เน้นที่ปัจจุบัน มีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติอยู่ในปัจจุบัน ให้เรารู้เข้าใจ ใจของเรานั้นปกปิดใจของเราเองไม่ได้ เราปกปิดใจของเราเองไม่ได้นะ การประพฤติการปฏิบัติถึงเป็นบริสุทธิคุณที่ออกมาจากใจออกจากพระนิพพาน พระนิพพานต้องเป็นพื้นเป็นฐานของบริสุทธิคุณ ทำความดีเพื่อความดีไม่หวังอะไรตอบแทน ไม่ใช่ทำความดีเพื่ออยากจะเป็นคนดี ธรรมะถึงเป็นหน้าที่ หน้าที่ถึงเป็นธรรมะ

 

เรามาเสียสละด้วยความรู้ความเข้าใจ ด้วยระเบียบด้วยวินัยด้วยกติกา สมมติสัจจะเราต้องเอามาใช้เอามาประพฤติเอามาปฏิบัติ ความขี้เกียจขี้คร้านที่เป็นสัญชาตญาณที่ยึดมั่นถือมั่นในนิติบุคคลตัว เราต้องยกเลิกความยึดมั่นถือมั่นที่เป็นนิติบุคคลตัวตน

 

เราปฏิบัติธรรมเราต้องยกเลิกความขี้เกียจขี้คร้าน ความขี้เกียจขี้คร้านนั้นจะเป็นนิวรณ์ที้ง ๕ เป็นอคติทั้ง ๔ เป็นสิ่งที่มาขวางกั้นไม่ให้เราประพฤติปฏิบัติคุณงามความดี ด้วยเหตุผลนี้เราต้องยกเลิกความขี้เกียจขี้คร้านของเราทุกคน ต้องหยุดความขี้เกียจขี้คร้าน ยกเลิกความขี้เกียจขี้คร้านเพื่อให้ปฏิปทาของการประพฤติการปฏิบัติติดต่อต่อเนื่องเป็นสายน้ำ ไม่ใช่หยดน้ำ ต้องเป็นสายน้ำ

 

เรามาบวชเป็นพระนอนจำวัดเวลา ๓ ทุ่มตื่นตี ๓ ยกเลิกตัวยกเลิกตนยกเลิกความขี้เกียจขี้คร้าน ยกเลิกสัญชาตญาณที่มีความยึดมั่นถือมั่นในตัวในตน

 

เราเป็นฆราวาสผู้ครองเรือนต้องรู้เข้าใจ ฆราวาสผู้ครองเรือนต้องไม่ขี้เกียจขี้คร้าน ต้องหยุดสัญชาตญาณของความขี้เกียจขี้คร้าน ฆราวาสผู้ครองเรือนนอน ๓ ทุ่มตื่นตี ๔ ถ้ามีตัวมีตนมันจะทำให้เรานอนดึก มัวแต่ไลน์โทรศัพท์เล่นโทรศัพท์ ดูหนังดูละครไม่ได้ดูตนเอง ไปดูบุคคลอื่น ใจของเราต้องมีหลักการ มีอุดมการณ์อุดมธรรม

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านไม่ให้เราทำตามใจตามอัธยาศัย ต้องยกเลิกทำอะไรตามใจตามอัธยา เราต้องนอนพักผ่อนเวลา ๓ ทุ่ม ตื่นตี ๔ เพื่อมามีความสุขในการทำงานในการทำหน้าที่ เพราะปัจจุบันเป็นสิ่งที่สำคัญ ปัจจุบันนี้เอากลับมาไม่ได้ เม่อมันผ่านไปแล้วเอกาลับคืนมาไม่ได้ ทำให้เราพลาดโอกาส ทำให้เราเสียหายทำให้เราพังทลายอย่างเดียวเช่นเดยวกันกับตึกสตง. สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินของเมืองไทยประเทศไทย มันจะเป็นเช่นนั้น ไม่เป็นอย่างไร

 

 

พระรัตนตรัยที่เป็นความรู้คู่กับการประพฤติการปฏิบัติ การทำหน้าที เพื่อเป็นผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบปฏิบัติตรงปฏิบัติเพื่อออกจากทุกข์ ยกเลิกตัวยกเลิกตนเป็นผู้ปฏิบัติสมควรเข้าถึงความพอเพียงเพียงพอ ความรู้เความเข้าใจต้องเอามาใช้เอามาประพดฤติปฏิบัติเพื่อเราจะก้าวไปด้วยความรู้ความเข้าใจ

 

เราทุกคนพากันเข้าใจ เพื่อจะก้าวไปด้วยความรู้ความใจเพื่อจะไม่ให้ธาตุทั้ง ๔ ขันธ์ทั้ง ๕ อายตนะ ๑๒ มาครอบงำใจ ครอบงำสติปัญญาของเรา จะไม่ได้ซบเซาในความง่วงเหงาหาวนอนความฟุ้งซ่านรำคาญความลังเลสงสัย เรายกเลิกตัวยกเลิกตน เมื่อเรายกเลิกตัวตนเราก็จะยกเลิกนิวรณ์ทั้ง ๕ ยกเลิกอคติทั้ง ๔

 

เราทุกคนต้องพากันเสียสละพากันมาทำหน้าที่ การประพฤติการปฏิบัตินั้นไม่มีใครประพฤติปฏิบัติให้กันแทนกันและกันได้ ด้วยเหตุผลนี้เราต้องพากันรู้เข้าใจ มีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติ เมื่อเรายกเลิกตัวตนความเครียดมันก็ไม่มี เพราะตัวตนมันคือความเครียด ตัวตนมันคือความทุกข์ ตัวตนนั้นคือโรคซึมเศร้า ตัวตนคือโรคไมเกรน

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เราทำหน้าที่ให้มีความสุข เพราะหน้าที่นั้นเป็นพระนิพพาน การยกเลิกตัวยกเลิกตน เป็นความสุขเป็นพระนิพพาน พระนิพพานอยู่ที่ปัจจุบัน อยู่ที่เรารู้ที่เราเข้าใจ จะเป็นพระนิพพานชั่วขณะ เป็นความรู้คู่กับการประพฤติการปฏิบัติ พระนิพพานเป็นหน้าที่เป็นความดีและปัญญาเป็นปฏิปทาของเราทุกคนพึงประพฤติพึงปฏิบัติ เรายกเลิกตัวตนเราก็จะเป็นทั้งคนดีเป็นทั้งคนฉลาด ตัวตนนั้นคนดีก็ไม่ได้เป็นคนฉลาดก็ไม่ได้เป็น อานาปานสติทุกคนต้องเข้าใจ อานาปานสติได้แก่ลมหายใจเข้าหายใจอออกเพื่อเราจะเอามาใช้พัฒนาสติสัมปชัญญะ เรามาหายใจเข้าให้สบายเพื่อสติสัมปชัญญะเพื่อออกซิเจน เรามาหายใจออกมีสติสัมปชัญญะเพื่อถ่ายเทของเสียถ่ายเทคาร์บอนไดออกไซด์ออกไป  เป็นหลักการที่เราต้องมีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติในการทำหน้าที่ อานาปานสตินี้ถึงไม่ใช่ใช้เฉพาะเวลานั่งสมาธิแต่เพียงอย่างเดียว ถ้าจะให้ดีต้องเอามาใช้ให้มากที่สุด เพื่อเป็นแนวทางของการประพฤติการปฏิบัติ เพื่อพัฒนาสติพัฒนาสัมปชัญญะ

 

เราต้องรู้ต้องเข้าใจ ต้องมีความสุขในการหายใจเข้าให้ชัดเจนเพื่อสติเพื่อสัมปชัญญะ เรามีความสุขหายใจออกให้ชัดเจนเพื่อสติเพื่อสัมปชัญญะ สติสัมปชัญญะนี้เป็นธรรมะที่มีคุณมีอุปการะคุณอย่างมาก ๆ มีคุณมีประโยชน์มาก ๆ ไม่มีอะไรประโยชน์ยิ่งกว่าสติยิ่งกว่าสัมปชัญญะ

 

---------------------------------

โอวาทขององค์หลวงพ่อกัณหา สุขกาโม

เมตตาให้ไว้ในค่ำวันเสาร์ที่ ๑๔ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙

ณ วัดป่าทรัพย์ทวีธรรมาราม ต.วังหมี อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา

Visitors: 112,071