๑๖ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙
พสกนิกรชาวไทยและชาวต่างประเทศได้มาร่วมรวมกันประพฤติปฏิบัติธรรมเพื่อน้อมถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ด้วยความโทมนัสและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ที่พระองค์ได้ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทยและชาวโลกตลอดระยะเวลาที่ยาวนาน พระองค์ทรงเป็นดั่งแม่แห่งแผ่นดิน ผู้ทรงเปี่ยมด้วยพระเมตตาและพระปรีชาสามารถ ทรงอุทิศพระวรกาย พระสติปัญญา และพระราชหฤทัยในการบำเพ็ญพระราชกรณียกิจนานัปการ เคียงคู่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เพื่อธำรงไว้ซึ่งความผาสุกและความมั่นคงแห่งชาติไทย เราประชาชนชาวไทยต้องร่วมใจสมัครสมานสามัคคีทำความดีที่ประกอบด้วยปัญญา เพื่ออุทิศบุญกุศลน้อมเกล้าถวาย เพื่อเสด็จสู่สวรรคาลัย เข้าสู่สวรรค์มรรคผลพระนิพพาน
วันนี้เป็นวันจันทร์ที่ ๑๖ เดือนมีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙
ให้ทุกท่านทุกคนพากันนั่งให้สบาย เพื่อฟังการบรรยายพระธรรมพระวินัยขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าด้วยความเคารพ ความเคารพมันจะเกิดความสงบ เกิดสติเกิดสัมปชัญญะ พากันนั่งให้สบาย หายใจเข้าสบายเพื่อจะให้ออกซิเจนเข้าสู่ร่างกาย หายใจออกสบายเพื่อจะระบายของเสียของปฏิกูล คาร์บอนไดออกไซด์ออกไป
ให้พากันตั้งใจฟังให้สบาย ความสบายกับความสงบกับความเคารพจะทำให้กายกับใจเป็นหนึ่งเดียวกัน จะเป็นการทำความดีเพื่อความดี เพื่อจะได้ยกเลิกตัวยกเลิกตน
เราพากันมาบวช มาประพฤติมาปฏิบัติ ถือเอาปัจจุบันนี้เป็นการประพฤติเป็นการปฏิบัติ
เราทุกคนมาใช้ทรัพยากรแห่งความเป็นมนุษย์ อายุขัยของสรีระร่างกายของเราอยู่ได้ร่วม ๆ ร้อยปี ปฏิบัติทั้งใจทั้งวัตถุไปพร้อม ๆ กันให้เป็นทางสายกลางอยู่ได้ร่วม ๆ ร้อยปี ถ้าใจดีใจสบายมากได้มากกว่าร้อยปี
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ท่านให้พุทธบริษัทพากันรู้พากันเข้าใจ เราจะไปตามใจตามอารมณ์ของเรานั้นไม่ได้ เราต้องเอาธรรมนำชีวิต ยกเลิกตัวยกเลิกตน เพื่อหยุดสัญชาตญาณที่มีความยึดมั่นถือมั่นที่เป็นตัวเป็นตน
ธาตุทั้ง ๔ ขันธ์ทั้ง ๕ อายตนะภายนอกภายใน ๑๒ เราต้องพากันรู้พากันเข้าใจ สิ่งเหล่านี้ได้เกิดจากเหตุเกิดจากปัจจัย เป็นวัฏฏสงสาร
ความรู้ความเข้าใจ ธาตุทั้ง ๔ ขันธ์ทั้ง ๕ อายตนะ ๑๒ นี้จะไม่ครอบงำจิตใจครอบงำสติปัญญาของเรา
ปัญญาสัมมาทิฏฐิ ความเห็นถูกต้อง ความเข้าใจถูกต้อง ปฏิบัติถูกต้องที่จะต้องก้าวไปด้วยความรู้ความเข้าใจ
เราทุกคนต้องมาเน้นที่ตัวของเราเอง
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เราตั้งอกตั้งใจ ใจของเรานี้ไม่มีใครรู้ว่าเราคิดอะไรปรุงแต่งอะไร แต่เราทุกคนก็รู้ใจของเราเอง
การประพฤติการปฏิบัตินั้นถึงเน้นที่ตัวของเรา เน้นที่บริสุทธิคุณ มีความละอายต่อบาปเกรงกลัวต่อบาป เห็นภัยในความไม่ถูกต้อง เห็นภัยในวัฏฏสงสาร ไม่มีความประมาท เพราะความประมาทคือความผิดพลาดคือความเสียหาย นั้นคือการพังทลายอย่างเดียวเช่นเดียวกันกับตึก สตง.สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินของเมืองไทยประเทศไทย มันเป็นอย่างนั้นเองเช่นนั้นเอง ไม่เป็นอย่างอื่น
ความละอายต่อบาปเกรงกลัวต่อบาปถึงเป็นสิ่งที่สำคัญกว่าอื่นใด
การประพฤติการปฏิบัติของเราที่ปัจจุบัน องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้พุทธบริษัทปฏิบัติติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ ที่น้ำมันไหลเป็นสายน้ำ ไม่ให้เหมือนหยดน้ำ หยดน้ำมันหยดทีละหยด ไม่ใช่ไหลเหมือนสายน้ำ เพราะน้ำหยดมันขาดขั้นขาดตอน
ปัจจุบันถือว่าเป็นวาระแห่งชาติของการประพฤติการปฏิบัติ เพราะอดีตก็มารวมอยู่ที่ปัจจุบัน อนาคตที่จะไปข้างหน้าก็มารวมกันอยู่ที่ปัจจุบัน เพื่อให้ปฏิปทามันติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ
เรามาบวชเรามาปฏิบัติธรรม มายกเลิกตัวยกเลิกตน อาศัยพระธรรมอาศัยพระวินัยข้อวัตรกิจวัตร อาศัยหมู่อาศัยคณะ เอาพระนิพพานเป็นเป้าหมาย ปฏิบัติให้เป็นพระนิพพานไปเป็นชั่วขณะ ๆ สำหรับเสขบุคคล คำว่าเสขบุคคลนี้หมายถึงบุคคลพึงประพฤติพึงปฏิบัติ นี้เรียกว่า เสขบุคคล
อเสขบุคคล คือบุคคลที่มีสติมีสัมปชัญญะสมบูรณ์ เราพัฒนาจากเสขะสู่อเสขะ
ธรรมะคือหน้าที่ หน้าที่คือธรรมะ ธรรมะนี้คือกฎแห่งของกรรม ธรรมทั้งหลายทั้งปวงนั้นเกิดจากเหตุเกิดจากปัจจัยเกิดจากกรรม กรรมทางกายทางวาจาทางกิริยามารยาทรวมลงที่ใจ
ด้วยเหตุผลนี้ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าถึงให้พุทธบริษัทตั้งอกตั้งใจ เน้นที่ใจของเราเอง ให้มีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติ ความสุขคือความดี ความดีที่เกิดจากปัญญาสัมมาทิฏฐิ ความดีนั้นเป็นการทำความดีเพื่อความดี ไม่ใช่ทำความดีเพื่อจะเป็นตัวเป็นตน ทำความดีเพื่อจะเป็นตัวเป็นมันยังเป็นขั้วบวกขั้วลบ มันยังเป็นความปรุงแต่ง มีได้มีเสีย มีเสื่อมมีเจริญ
ทำความดีเพื่อความดีนั้นเป็นบริสุทธิคุณ ยกเลิกความปรุงแต่ง เราทำความดีที่เป็นบริสุทธิคุณนั้นจะเป็นสติเป็นสัมปชัญญะ อย่างเรามีความสุขในการทำหน้านี้ อย่างนี้ก็จะเป็นสติเป็นสัมปชัญญะ จะเป็นออกซิเจนอย่างดี เป็นคาร์บอนไดออกไซด์ถ่ายเทของเสียของปฏิกูลออกไปอยู่ในตัว
เราพากันนอนพากันพักผ่อนจำวัดให้เพียงพอ เรานอนจำวัดเวลา ๓ ทุ่ม ตื่นตี ๓ ไม่มีข้อแม้ใด ๆ ทั้งสิ้น เวลาตื่นอยู่นี้เป็นเวลา ๑๘ ชั่วโมง เป็นเวลาที่เราเอาธรรมนำชีวิต มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ เพื่อให้ปฏิปทาได้ติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำเหมือนสายน้ำ
การเปลี่ยนแปลงตัวเองจากสิ่งที่เป็นวัฏฏสงสารเป็นพระนิพพาน ก็ต้องอาศัยหลักการของการประพฤติการปฏิบัติเพื่อเป็นเหตุเป็นปัจจัย พระธรรมพระวินัยนี้เป็นหลักการของการประพฤติการปฏิบัติ
เราจะเดินทางไกลเราก็ต้องมียานสำหรับเดินทาง จะเดินทางทางบกก็ต้องอาศัยรถอย่างดี เดินทางทางอากาศก็ต้องอาศัยเครื่องบินอย่างดี เดินทางในทางทะเลมหาสมุทรก็ต้องอาศัยเรือยนต์อย่างดีถึงจะเดินทางไปได้ด้วยสวัสดิภาพ
พุทธบริษัทต้องรู้ต้องเข้าใจ การที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเองได้ก็ต้องอาศัยพระธรรม อาศัยพระวินัยข้อวัตรกิจวัตร เพื่อเปลี่ยนแปลงตัวเอง
ด้วยเหตุผลนี้ เราทุกคนทุกท่านจะตามใจตัวเองตามอารมณ์ตัวเองไม่ได้
พระธรรมพระวินัยข้อวัตรปฏิบัตินั้นเป็นยานสำหรับการเดินทาง
ความเคารพถึงจะเกิดความสงบ เรามีดวงตาสำหรับเดินทาง เรามีพระธรรมพระวินัยข้อวัตรข้อปฏิบัติสำหรับเดินทาง
เรามาบวชเป็นพระเป็นเณรเป็นชี ต้องให้เป็นพระเป็นเณรเป็นชีไม่ให้เป็นเพียงคนที่ปลงผมนุ่งห่มผ้ากาสาวพัสตร์
เรามาบวชมาปฏิบัติ ต้องบวชทั้งกายบวชทั้งวาจากิริยามารยาทมาบวชที่ใจ
ด้วยมาอาศัยพระธรรมพระวินัย ข้อวัตรกิจวัตร เพื่อจะเปลี่ยนแปลงตัวเองจากสามัญชนเป็นอริยชน
ทุก ๆ ท่านต้องมาบวชทั้งกายทั้งวาจาทั้งใจ
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เราเข้าใจอย่างนี้ เพราะทรัพยากรของผู้ที่ได้รับการสนับสนุนจากการบวชนั้น มันฟรีหมดทุกอย่าง อาหาร รักษาพยาบาล ที่อยู่ที่อาศัย ยานพาหนะในการเดินทาง ได้รับการสนับสนุนจากภาษีอากรของประชาชนมหาชน จากการบริจาคทานที่ประชาชนเค้าพากันทำความดี บำเพ็ญการกุศล
เรามาบวช เราจะได้เข้าถึงบริสุทธิคุณ ยกเลิกตัวตนจริง ๆ ไม่เป็นคนหลอกลวง ไม่มีความรู้สึกว่าการมาบวชนี้ดีนะ บ้านไม่ได้เช่า ข้าวไม่ได้ซื้อ อำนวยความสะดวกสบายทุกอย่าง ทุกอย่างฟรีเลย
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านไม่ให้เราไปคิดอย่างนั้น เรามาบวชเพื่อมายกเลิกตัว ยกเลิกตน มาบวชเป็นพระ คำว่าพระนี้หมายถึงพระธรรมหมายถึงพระวินัย พระนี้เค้านับเอาตั้งแต่พระโสดาบันจนถึงพระอรหันต์ เค้าไม่ได้นับเอาผู้ที่มาบวชเป็นภิกษุนะ ไม่ได้นับเอาผู้ที่มาบวชเป็นสามเณรนะ เค้านับเอาตั้งแต่พระโสดาบันจนถึงเป็นพระอรหันต์
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เราเข้าใจอย่างนี้ เราจะได้มาบวชเป็นพระธรรมเป็นพระวินัย เป็นพระอริยเจ้าผู้ห่างไกลจากกิเลส หยุดสัญชาตญาณที่เป็นนิติบุคคลตัวตน
ความดับทุกข์นั้นอยู่ที่เรารู้เข้าใจ มีความสุขกับการทำหน้าที่ มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ มาเสียสละ มาเป็นผู้ให้มาเป็นผู้เสียสละ เราทุกคนถึงจะเป็นพระธรรมเป็นพระวินัย ทำความดีเพื่อความดี ไม่ได้ทำความดีเพื่อที่จะมาหลอกลวงใคร
ทำความดีเพื่อหลอกลวงเป็นอย่างไร..? ทำความดีเพื่อหลอกลวงก็เช่นเดียวกับพวกเล่นคอนเสิร์ต พวกที่เค้าร้องรำทำเพลง พวกเต้นพวกรำ พวกนักแสดง ผลลัพธ์ของเขาก็ค่าจ้างรางวัล จบงานแล้วก็รับจ๊อบรับค่าจ้างไปแต่ละจ๊อบ ๆ
ผู้ที่มาบวชเพื่อมาบวชเพื่อใช้ของฟรี ฉันของฟรี บริโภคใช้สอยของฟรี มาเอายศเอาตำแหน่ง เอาคำสรรเสริญเยินยอ ผลลัพธ์มันก็อย่างเดียวกันนั่นแหละกับพวกที่เค้าเล่นคอนเสิร์ต อย่างเดียวกันเลย แต่มันแตกต่างกันเพียงลีลา
ผู้ที่มาบวชเพียงแต่สงบเสงี่ยมเรียบร้อย แต่ผลลัพธ์ก็คือเงินคือสตางค์ คือยศคือตำแหน่ง ลาภยศสรรเสริญมันก็อย่างเดียวเช่นเดียวกัน
อย่างนี้แหละการประพฤติการปฏิบัติมันเป็นการทำความดีเพื่อตัวเพื่อตน ไม่ได้ทำความดีเพื่อความดี ไม่ใช่บริสุทธิคุณ มันคือการหลอกลวง
พุทธบริษัททั้งหลายพากันคิดดูดี ๆ นะ นั้นเป็นการหลอกลวงมั๊ย
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระอรหันต์ขีณาสพ ท่านบวชมาท่านไม่เอาอะไรเลย เป็นแต่ผู้ให้เป็นผู้เสียสละ มีความสุขในการเป็นผู้ให้ผู้เสียสละ เพื่อมาหยุดสัญชาตญาณเพื่อมายกเลิกตัวตน มีความสุขมากมีความสุขจริง ๆ ในการยกเลิกตัวตน เพราะเป้าหมายท่านนั้นคือพระนิพพาน พระนิพพานคือความรู้ความเข้าใจมีความในการประพฤติการปฏิบัติต่อข้อวัตรกิจวัตร เพราะพระธรรมพระวินัยคือการประพฤติการปฏิบัติ
การฝึกใจนั้นการปฏิบัติใจนั้น องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เราฝึกายฝึกวาจากิริยามารยาท ยกเลิกตัวยกเลิกตน ใจไม่สงบก็ให้กายสงบให้วาจากิริยามารยาทสงบ วิเวกทางกายทางวาจากิริยามารยาทใจมันก็จะสงบ ความเคารพในพระธรรมพระวินัยนั้นคือความสงบ
พุทธบริษัททั้งหลายต้องพากันรู้พากันเข้าใจ อย่าไปย้อนศรองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า อย่าไปเคร่งเกินกว่าคำสอน อย่าไปหย่อนตามตัณหา อย่าเอาความรู้สึกที่เป็นสัญชาตญาณตัวตนเอามาใช้เอามาประพฤติปฏิบัตินั้นมันใช้ไม่ได้ มันจะเสียหายมันจะพังทลายอย่างเดียวเช่นเดียวกันกับตึก สตง. สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินของเมืองไทยประเทศไทย
เราอย่าไปคิดว่า ทำเหมือนพระพุทธเจ้าใครเค้าจะปฏิบัติได้ ให้พุทธบริษัททั้งหลายรู้เข้าใจ ปฏิบัติไม่ได้ก็อย่าพากันมาบวช ปฏิบัติไม่ได้ก็อย่าพากันมาอยู่วัด ให้ถือคติว่า ไม่มีพระก็ให้อย่ามีโจร ให้มันเจ๊ากันไป จะได้ไม่เสียทรัพยากร
พุทธบริษัทผู้ที่เป็นปัญญาชนทั้งหลายต้องพากันรู้พากันเข้าใจ ทุกวันนี้วัดต่าง ๆ ส่วนใหญ่ก็จะไม่มีพระอยู่ ส่วนใหญ่ก็มีแต่โจร โจรนี้ก็หมายถึงไม่มีความสุข โจรก็มีแต่ความทุกข์เกิดขึ้น ความทุกข์ตั้งอยู่ ความทุกข์ดับไป อย่างนี้เรียกว่าโจร โจรกับจนมันก็คืออันเดียวกันนี้แหละ มันเป็นความไม่อิ่มไม่เต็มไม่พอไม่เพียงพอ ไม่เข้าถึงเศรษฐกิจพอเพียงเพียงพอ มีความบกพร่องอยู่เป็นนิจนิรันดร์
วัดต่าง ๆ ไม่ค่อยมีพระจะอยู่ เพราะกุลบุตรทั้งหลายที่เป็นปัญญาชนเค้ามีการเรียนการศึกษา เค้าไม่มีใครอยากจะบวช เพราะไปบวชแล้วก็เหมือนกับไปเข้าอยู่ในแก๊งค์โจร เค้าไม่อยากไปเป็นลูกน้องพ้องบริวารของโจร
ผู้ที่ไปบวชทุกวันนี้ส่วนใหญ่ก็พวกติดเหล้าติดเบียร์ติดการพนันติดยาเสพติด วัดต่าง ๆ เลยกลายเป็นแก๊งค์เป็นที่ซ่อมสุมไปเสียส่วนใหญ่
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้พุทธบริษัทพากันรู้พากันเข้าใจ ว่าผู้ที่จะมาบวชต้องมาบวชเป็นพระ เป็นพระธรรมเป็นพระวินัย ต้องมายกเลิกตัวตน เพื่อโครงสร้างของหมู่มวลมนุษย์ที่เป็นชาติศาสน์กษัตริย์ จะได้มีโครงสร้างที่แข็งแรง มั่นคงถาวร
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านไม่ให้ว่าใครมาจากไหน เชื้อชาติสัญชาติอะไร องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไม่ให้ถือวัดบ้านวัดป่านิกายต่าง ๆ
เรามาบวชเรายกเลิกนิติบุคคลตัวตน ถ้าเรายังมีตัวมีตนเราจะเป็นพระได้อย่างไร เพราะตัวตนนั้นไม่ใช่พระธรรมไม่ใช่พระวินัย ตัวตนนั้นมันคือความไม่สงบ ตัวตนนั้นคือความไม่เคารพในสิ่งที่ถูกต้อง ตัวตนนั้นแหละมันคือสงครามในตัวของมันเอง สงครามระหว่างเรากับคนอื่น สงครามในครอบครัว สงครามระหว่างประเทศ สงครามโลก สงครามคือความไม่สงบ สงครามนั้นคือความเสียหาย สงครามน่ะสิ่งของใช้สอยเครื่องบริโภคต่าง ๆ ค่าครองชีพสูงขึ้น รายรับรายจ่ายที่เป็นธนาคารแห่งชีวิตไม่ได้เข้าถึงความพอเพียงเพียงพอ
ผู้มาบวชมาประพฤติมาปฏิบัติต้องพากันรู้พากันเข้าใจ จะได้แก้ไขตัวเอง จะไม่ได้แก้ไขภายนอก เพราะภายนอกนั้นมันเป็นเรื่องของคนอื่น ไม่ใช่เรื่องของเรา
เรามาบวชมาประพฤติปฏิบัติ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เน้นที่เราที่ตัวเรา งานก่องานสร้างนั้นเป็นงานสำหรับพระอรหันต์ขีณาสพ ไม่ใช่งานสำหรับพระธรรมดาสามัญชน เป็นงานของพระอรหันต์ขีณาสพ
พระอรหันต์ขีณาสพท่านทำประโยชน์ของท่านสมบูรณ์บริบูรณ์แล้วท่านจึงสร้างเสนาสนะที่อยู่ที่อาศัยให้สำหรับผู้ที่กำลังประพฤติกำลังปฏิบัติ
ผู้ที่ยังไม่รู้ไม่เข้าใจว่าเราบวชมาทำไม เลยบวชมาเพื่อมาอาศัยพระพุทธศาสนา ใช้ของฟรีฉันของฟรี ยานพาหนะฟรี ค่ารักษาพยาบาลฟรี
มาบวชเพื่อเอายศเอาตำแหน่ง มาก่อมาสร้าง สร้างวัดสร้างโบสถ์สร้างวิหารสร้างเจดีย์ งานสร้างอย่างนี้มันเป็นงานของพระอรหันต์ขีณาสพ
ประชาชนเค้าเดือดร้อน เราไปบอกประชาชนมหาชนเค้าว่าทำบุญอย่างโน้นอย่างนี้ได้บุญมาก ได้อานิสงส์มาก ประชาชนเค้าส่วนใหญ่ก็ยากจนอยู่แล้ว จนว่าผู้ที่มาบวชเป็นพระอยู่ที่วัดอีก มีหนี้มีสินกันทุก ๆ ครัวเรือนเป็นส่วนใหญ่ คิดเป็นเปอร์เซ็นต์ก็ ๙๙ เปอร์เซ็นต์ประชาชนที่มีหนี้มีสินน่ะ แถมยังถูกนักบวชที่ไม่เอามรรคผลพระนิพพาน พากันไลฟ์สดหาเงินหาสตางค์บอกบุญเค้า
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ท่านตรัสว่ามรรคผลนิพพานนี้เป็นสิ่งที่สำคัญกว่ามากกว่าศาสนวัตถุ พระธรรมพระวินัยเป็นสิ่งที่สำคัญกว่าศาสนวัตถุ
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้มายกเลิกตัวยกเลิกตน ถ้าเราจะบวชมาเพื่อก่อเพื่อสร้าง เราไม่ต้องมาบวชก็ได้ เป็นฆราวาสเราก็ทำได้
ที่ครูบาอาจารย์ที่ท่านเป็นพระอริยเจ้าเป็นพระอรหันต์ท่านสร้างนั้นก็ไม่เป็นไร เพราะท่านเป็นพระอริยเจ้าเป็นพระอรหันต์แล้ว
เราทุกคนก็ย่อมรู้แก่ใจของตัวเอง เพราะใจของเราเองมันคิดอะไรตรึกอะไรเราก็รู้ใจของเราเอง เราคิดดูนะว่าเราเป็นพระอรหันต์แล้วหรือยัง
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านถึงให้ผู้ที่มาบวชในพระศาสนาให้สร้างกุฏิอยู่เมื่อคราวจำเป็นเมื่อคราวอยู่จำพรรษา ความใหญ่ไม่เกิน ๓x๓ เมตรอย่างนี้เป็นต้น นอกจากประชาชนเค้าสร้างให้
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านไม่ให้พระก่อไม่ให้พระสร้าง ให้พระมุ่งพระธรรมพระวินัยยกเลิกตัวยกเลิกตน มีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติ เรายกเลิกตัวยกเลิกตนแล้วประชาชนเค้าก็อยากเห็นหน้าเห็นตา เค้าอยากมากราบมาไหว้ ผู้ที่มาบวชไม่ต้องกลัวอดตาย ความดีที่เกิดจากพระธรรมพระวินัยนั้นจะเป็นธนาคารไปในตัว
ด้วยเหตุผลนี้ผู้ที่มาบวชต้องพากันตั้งอกตั้งใจ หน้าแล้งประเทศไทย มีการหยุดเทอมใหญ่ ให้กุลบุตรลูกหลานพากันมาบวช ให้พากันตั้งอกตั้งใจ แข่งขันกันทำความดีเพื่อความดี ไม่ได้ทำความดีเพื่อตัวเพื่อตน เพื่อยกเลิกตัวยกเลิกตน เพื่อมาปฏิบัติติดต่อต่อเนื่อง
เราอยู่ที่บ้านตามใจตัวเอง พ่อแม่ตามใจ มาที่นี่มาฝึกตัวเอง ถือว่าปัจจุบันเป็นการชิงแชมป์ระหว่างความชั่วกับความดี ระหว่างวัฏฏสงสารกับพระนิพพาน ให้กุลบุตรลูกหลานพากันเข้าใจอย่างนี้นะ ตั้งใจฝึกตั้งใจปฏิบัติ ช่างหัวมัน มันจะเหนื่อยก็ช่างมัน มันจะยากลำบากก็ช่างมัน มันจะผอมก็ช่างหัวมัน
ความดีที่ประกอบด้วยปัญญา ต้องแลกด้วยชีวิตที่เป็นเดิมพัน เพื่อให้ปฏิปทามันติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ
การทำความดีเพื่อให้ปฏิปทาติดต่อต่อเนื่องต้องใช้เวลา ๓ อาทิตย์ขึ้นไป ถ้าเราตั้งใจเสียสละ มีความสุขในการเสียสละ เวลานั้นมันจะผ่านไปเร็ว เช่น เราทำอะไร มีความสุขในการกระทำ เวลานั้นก็ย่อมผ่านไปเร็ว เพราะมีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติ ความสุขนั้นถึงเปรียบเทียบระหว่างมนุษย์กับเทวดา อย่างเทวดาชั้นต่ำ ๆ นี้ ๑ ชั่วโมงก็เทียบเท่ากับมนุษย์ตั้งร้อยปี
ความสุขในการประพฤติการปฏิบัตินั้นจะหยุดกาลหยุดเวลา พรหมโลกมีความสุขกาลเวลาก็ยาว ถ้าพระอรหันต์ขีณาสพยิ่งหยุดกาลหยุดเวลา การทำความดีเพื่อความดี ไม่หวังอะไรตอบแทน มันจะยกเลิกกาลยกเลิกเวลา
เรามามีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติ เวลาเราลาสิกขาไป เราก็เอาพื้นฐานทางจิตใจเอาไปใช้ไปปฏิบัติติดต่อต่อเนื่อง เพราะความเป็นพระนั้นอยู่ที่รู้เข้าใจ มีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติ
พุทธบริษัทที่มาบวชต้องรู้เข้าใจ เราจะได้ใช้โอกาสใช้เวลาในการบวชให้เกิดประโยชน์ เราลาสิกขาไปจะได้เป็นทรัพยากรของโลกอย่างมีคุณค่า
ปัจจุบันนี้คือการแข่งขันระหว่างความดีและความชั่ว วัฏฏะและพระนิพพาน
เราต้องเป็นทั้งคนดีคนมีปัญญา มีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติ ทุกคนต้องยกเลิกตัวยกเลิกตน ถ้าเรายกเลิกตัวตนเราจะมีความสุข เราอย่าไปกลัว เพราะความกลัวคือตัวตนคือความปรุงแต่ง
ทุกคนต้องทำได้ปฏิบัติได้ คนที่ปฏิบัติไม่ได้ รู้มั๊ยคนตายนั่นแหละปฏิบัติไม่ได้เพราะมันตายแล้ว คนเป็นบ้าคนสมองเสียนั้นปฏิบัติไม่ได้ เพราะเป็นคนบ้าเป็นคนสมองเสีย คนเอาตัวตนเป็นที่ตั้ง ไม่ยอมยกเลิกตัวยกเลิกตน คือบุคคลที่ปฏิบัติไม่ได้
ด้วยเหตุผลนี้ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เรารู้เข้าใจ เราจะได้ผ่านปัญหา เอาปัญหามาเป็นปัญญา มีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติ เราต้องพากันมามีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติอย่างนี้
ทุกคนน่ะ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เราอาจหาญร่าเริงมีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติ เพราะความสุขนั้นยกเลิกกาลยกเลิกเวลาเพื่อให้เป็นปฏิปทาติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ
การเปลี่ยนแปลงตัวเองต้องมาจากเหตุจากปัจจัย ปัจจุบันนี้เป็นสิ่งที่สำคัญมาก เป็นการชิงแชมป์ระหว่างวัฏฏสงสารกับพระนิพพาน
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เราเข้าใจอย่างนี้ เราต้องถือเอาวิกฤตนี้เป็นโอกาส ถือเอาปัญหานี้ให้เป็นปัญญา สิ่งทั้งหลายทั้งปวงจะจบลงที่ปัจจุบัน จบลงที่ผัสสะ
เรามาระลึกถึงคำสอนที่ประเสริญ ที่จะยกเลิกวัฏฏสงสารของเราด้วยปิติสุขโสมนัส ด้วยความรู้ความเข้าใจ
นึกถึงโอวาทธรรมที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้เตือนพวกเราทั้งหลาย ปัจจุบันนี้เป็นสิ่งที่สำคัญมากในการมาบวชมาประพฤติมาปฏิบัติ เพราะถ้ามันผ่านไปแล้วมันแก้ไขไม่ได้นะ
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านได้ตรัสปัจฉิมโอวาทไว้ว่า
"หันทะทานิ ภิกขะเว อามันตะยามิ โว วะยะธัมมา สังขารา อัปปะมาเทนะ สัมปาเทถะ" แปลความว่า "ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บัดนี้เราขอเตือนท่านทั้งหลายว่า สังขารทั้งหลาย มีความเสื่อมสลายไปเป็นธรรมดา ท่านทั้งหลายจงทำประโยชน์ตนและประโยชน์ผู้อื่นให้ถึงพร้อม ด้วยความไม่ประมาทเถิด
โอวาทของหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต
ความไม่ยั่งยืน เป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่และแน่นอนนะ
ความยิ่งใหญ่ คือความไม่ยั่งยืนนะ
ชีวิตที่ยิ่งใหญ่ คือชีวิตที่อยู่ด้วยทาน ศีล เมตตา และกตัญญู
ชีวิตที่มีความดี อาจมิใช่ความยิ่งใหญ่ แต่ชีวิตที่ยิ่งใหญ่ ต้องอาศัยคุณธรรมความดีเป็นปัญญาบริสุทธิคุณเท่านั้น การระงับสังขารทั้งหลายด้วยความรู้ความเข้าใจเป็นความรู้คู่กับการประพฤติการปฏิบัตินั่นแหละคืออริยมรรค เป็นหนทางที่ประเสริฐมีพระนิพพานตั้งแต่ในปัจจุบัน ไม่ต้องรอพระนิพพานเมื่อตายแล้ว ปัจจุบันไม่มีพระนิพพาน อนาคตจะมีพระนิพพานได้อย่างไร
ให้เรารู้เข้าใจเรื่องพระธรรมพระวินัย พระธรรมพระวินัยที่เป็นสัมมาทิฐิ เพื่อหยุดวัฏฏสงสารนั่นแหละคือพระนิพพาน ให้พวกเรารู้เข้าใจในเรื่องพระนิพพาน ให้เข้าใจนะว่าสิ่งเดิมนั้นคือความว่างเปล่า สิ่งที่สัญจรไปมาเป็นเพียงอาคันตุกะ เราจะได้เอาหลักการอุดการณ์ที่เป็นศีลเป็นสมาธิเป็นปัญญาเป็นมรรคเป็นอริยมรรคที่ตรงกันข้ามกับโลกธรรมมาประพฤติมาปฏิบัติ ให้รู้เข้าใจ เพราะไม่มีใครอยู่เหนือกรรมเหนือกฎแห่งกรรมเหนือผลของกรรม พระนิพพานความรู้ความเข้าใจในเรื่องกระบวนการปฏิจจสมุปบาท กระบวนการของปฏิจจสมุปบาทจะได้จบลงเพียงผัสสะ จะได้เป็นปัญญาเป็นความสงบ จะเป็นความสงบเป็นปัญญา เป็นสิ่งที่อยู่นอกเหตุเหนือผล หยุดความปรุงแต่ง นี้เป็นขบวนการที่ติดต่อต่อเนื่อง เป็นบารมีเป็นความดีที่ประกอบด้วยปัญญา เป็นพระนิพพานบ้านของเรา ไม่ใช่อวิชชาความหลงเป็นบ้านของเรานะ พระนิพพานคือบ้านของเรา ความสงบและปัญญาถึงเป็นธรรมเป็นปัจจุบันธรรม เราจะหยุดวัฏฏสงสารได้ด้วยความรู้ความเข้าใจ ด้วยพระธรรมด้วยพระวินัย เป็นขบวนการของกระแสในการประพฤติการปฏิบัติที่ได้นำเอาพระธรรมพระวินัยมาประพฤติมาปฏิบัติในปัจจุบันให้ติดต่อต่อเนื่อง
ความสงบและปัญญาที่เป็นพระธรรมพระวินัยถึงหยุดความปรุงแต่งได้ ด้วยปัญญาสัมมาทิฏฐิคู่กับการประพฤติการปฏิบัติในปัจจุบัน พระธรรมพระวินัยที่เป็นความรู้ความเข้าใจ ที่จะหยุดความปรุงแต่งได้ เข้าถึงพระนิพพานตั้งแต่ปัจจุบัน ไม่ต้องรอชาติหน้า พระนิพพานต้องอยู่ที่ปัจจุบันเท่านั้น
---------------------------------
โอวาทขององค์หลวงพ่อกัณหา สุขกาโม
เมตตาให้ไว้ในเช้าวันจันทร์ที่ ๑๖ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙
ณ วัดป่าทรัพย์ทวีธรรมาราม ต.วังหมี อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา