๑๗ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙
พสกนิกรชาวไทยและชาวต่างประเทศได้มาร่วมรวมกันประพฤติปฏิบัติธรรมเพื่อน้อมถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ด้วยความโทมนัสและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ที่พระองค์ได้ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทยและชาวโลกตลอดระยะเวลาที่ยาวนาน พระองค์ทรงเป็นดั่งแม่แห่งแผ่นดิน ผู้ทรงเปี่ยมด้วยพระเมตตาและพระปรีชาสามารถ ทรงอุทิศพระวรกาย พระสติปัญญา และพระราชหฤทัยในการบำเพ็ญพระราชกรณียกิจนานัปการ เคียงคู่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เพื่อธำรงไว้ซึ่งความผาสุกและความมั่นคงแห่งชาติไทย เราประชาชนชาวไทยต้องร่วมใจสมัครสมานสามัคคีทำความดีที่ประกอบด้วยปัญญา เพื่ออุทิศบุญกุศลน้อมเกล้าถวาย เพื่อเสด็จสู่สวรรคาลัย เข้าสู่สวรรค์มรรคผลพระนิพพาน
วันนี้เป็นวันอังคารที่ ๑๗ เดือนมีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙
ให้พระให้เณรให้ชีให้ผู้ประพฤติปฏิบัติธรรมพากันนั่งให้สบาย เพื่อการฟังบรรยายพระธรรมคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าด้วยความเคารพ ความเคารพนี้จะทำให้เกิดความสงบ หยุดความฟุ้งซ่าน
เรามาบวชมาประพฤติมาปฏิบัติธรรม เพื่อมายกเลิกสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ประพฤติปฏิบัติสิ่งที่ถูกต้อง เพื่อหยุดสัญชาตญาณของเราทุก ๆ คน ถือเอาปัจจุบันเป็นวาระสำคัญของการประพฤติการปฏิบัติ ปัจจุบันให้เป็นวาระแห่งชาติของการประพฤติการปฏิบัติ
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เราตั้งใจตั้งเจตนา ภาชนะที่ใช้ได้นั้นเป็นภาชนะที่ตั้งไว้ ไม่ใช่ภาชนะที่ล้ม ไม่ใช่ภาชนะที่คว่ำ เป็นภาชนะที่ตั้งไว้
เราต้องตั้งใจตั้งเจตนา เพราะทุกอย่างมันสำคัญอยู่ที่ใจ ถ้าเราตั้งใจการประพฤติการปฏิบัติถึงจะเป็นไปได้
การประพฤติการปฏิบัติในปัจจุบันนี้ถึงเป็นการชิงแชมป์ระหว่างวัฏฏสงสารกับพระนิพพาน เราพากันมาตั้งใจตั้งเจตนา มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ มาเน้นที่ใจของเราที่เจตนาของเรา
พระเก่าพระใหม่ เณรเก่าเณรใหม่ แม่ชีเก่าแม่ชีใหม่ โยมเก่าโยมใหม่ ก็ต้องตั้งใจตั้งเจตนา
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไม่ให้เราพากันอยู่ไปลอย ๆ ต้องตั้งใจตั้งเจตนา ให้เอาพระธรรมพระวินัย ข้อวัตรข้อปฏิบัติ เพื่อยกสัญชาตญาณที่มันเป็นนิติบุคคลตัวตน ประพฤติปฏิบัติให้มีการติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำที่น้ำมันไหลสู่ทะเลสู่มหาสมุทร อย่าให้เหมือนหยดน้ำ หยดน้ำมันหยดทีละหยด ๆ ไม่ได้เป็นดั่งสายน้ำ
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เราตั้งใจ เพื่อเราจะได้ก้าวไปด้วยพระธรรมพระวินัยข้อวัตรกิจวัตร หยุดสัญชาตญาณของเราที่มีความยึดมั่นถือมั่น เป็นนิติบุคคลเป็นตัวเป็นตน ไม่ให้สัญชาตญาณที่เป็นตัวเป็นตนมันทำงานทำหน้าที่
ใจของเราทุกคน ทุกคนรู้ดีว่าเราตรึกนึกคิดอะไร เราปรุงแต่งอะไร ความรู้นี้แหละเราจะได้เอามาใช้เอามาปฏิบัติ
เราจะได้ยกเลิกตัวยกเลิกตน เพื่อให้ใจของเราเข้าถึงบริสุทธิคุณ เพื่อเราจะได้หยุดตรึกในกาม หยุดตรึกในพยาบาท ไม่ปล่อยให้ตัวเองตรึกในกามในพยาบาท ตัดเรื่องอดีตออกไปให้หมด อนาคตมันก็อยู่ที่ปัจจุบัน ปัจจุบันเป็นพื้นเป็นฐาน
ปัจจุบันเราต้องรู้ต้องเข้าใจ การประพฤติการปฏิบัตินั้นต้องไม่ตรึกในกามไม่ตรึกในพยาบาท
เราตรึกในกามเราตรึกในพยาบาทไม่ได้ ใจของเราจะด่างจะพร้อยจะเศร้าหมอง ผู้ประพฤติผู้ปฏิบัติธรรมเน้นที่จิตใจบริสุทธิ์
ผู้ประพฤติผู้ปฏิบัติต้องรู้การประพฤติการปฏิบัติ การประพฤติการปฏิบัติเบื้องต้นต้องไม่ตรึกในกามไม่ตรึกในพยาบาท
ปัจจุบันนี้องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เอาชีวิตเป็นเดิมพัน เดิมพันด้วยชีวิต ปัจจุบันนี้ถือว่าเป็นวาระแห่งชาติของการประพฤติการปฏิบัติ ต้องไม่ตรึกในกามต้องไม่ตรึกในพยาบาท
เราต้องเคารพในพระธรรมพระวินัย ไม่ปล่อยตัวเองตรึกในกามตรึกในพยาบาท
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เราเข้าใจ ความเคารพในพระพุทธพระธรรมพระสงฆ์ คือการไม่ตรึกในกามไม่ตรึกในพยาบาท ถ้าเราตรึกในกามตรึกในพยาบาทจะมีความเคารพได้อย่างไร ถ้าเราไม่มีความเคารพ ความสงบนั้นก็ย่อมไม่มี ไม่สามารถที่จะหยุดอวิชชา หยุดความหลงได้
สัมมาสมาธิที่ยกเลิกนิวรณ์ทั้ง ๕ ยกเลิกอคติทั้ง ๔ ของเราทุกคนต้องเข้มแข็ง พยายามมีสติรู้ตัวทั่วพร้อมให้ชัดเจน รู้กายในกาย รู้เวทนาในเวทนา รู้จิตในจิต รู้ธรรมในธรรม เพื่อยับยั้งในการตรึกในกามตรึกในพยาบาท
สติสัมปชัญญะในกาย เวทนา จิต ธรรมต้องชัดเจนขึ้น ถ้าสติสัมปชัญญะของเราชัดเจนก็ย่อมหยุดตรึกในกามได้ หยุดตรึกในพยาบาทได้
การประพฤติปฏิบัติธรรมคือการทำประโยชน์ตน ทำหน้าที่ของตัวเองให้มีความสุข ถ้าเราทำหน้าที่ด้วยความตั้งอกตั้งใจให้ชัดเจนในหน้าที่ มีความสุขในการทำหน้าที่ กามพยาบาทก็จะทำงานไม่ได้ เพราะสติสัมปชัญญะของเราสมบูรณ์
ด้วยเหตุผลนี้ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านถึงให้เราทุก ๆ คนมีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติธรรม เพื่อเราทุกคนจะได้หยุดสัญชาตญาณที่เป็นนิติบุคคลตัวตนให้ได้
การประพฤติการปฏิบัติ เราเอาชีวิตเป็นเดิมพันเลย ถ้าเราไม่เอาชีวิตเป็นเดิมพันนั้น การประพฤติการปฏิบัตินั้นจะเป็นไปไม่ได้
เราอย่าให้กิเลสอาสวะมันทำงานทำหน้าที่ ให้สติให้สัมปชัญญะให้ปัญญาทำงานทำหน้าที่ เอาชีวิตเป็นเดิมพันของการประพฤติการปฏิบัติ การประพฤติการปฏิบัตินั้นถึงต้องเอาชีวิตเป็นเดิมพัน
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เรารู้ให้เข้าใจในการประพฤติการปฏิบัติ เพื่อจะไม่ด้ลูบคลำในศีลในพรตในข้อวัตรปฏิบัติ การประพฤติการปฏิบัตินั้นต้องเอาชีวิตเป็นเดิมพัน
ให้ผู้ปฏิบัติได้รู้เข้าใจ การประพฤติการปฏิบัติต้องเอาชีวิตเป็นเดิมพัน ถึงจะหยุดสัญชาตญาณได้ ถึงจะยกเลิกตัวตนได้
ใจของเราถึงจะสว่างไสว ปัญญาของเราถึงจะสว่างไสว ผู้ประพฤติผู้ปฏิบัติต้องเข้าใจ ปัญหานั่นแหละคือปัญญา ปัญญานั่นแหละที่ต้องมีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติ ความสุขนั้นก็จะเป็นความสงบ ความสุขนั้นจะหยุดสัญชาตญาณที่เป็นนิติบุคคลเป็นตัวเป็นตน เป็นการทำความดีเพื่อความดี ไม่ได้ทำความดีเพื่ออยากจะเป็นคนดี เพื่อต้องการเป็นคนดี เพราะทำความดีอยากจะเป็นคนดีนั้นมันยังเป็นความปรุงแต่ง ยังเป็นขั้วบวกขั้วลบ ยังมีได้มีเสีย มีเจริญมีเสื่อม
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เราทำความดีเพื่อความดี มีความสุขในการทำความดี เน้นให้ใจบริสุทธิคุณอย่างนี้ เพราะเรื่องใจบริสุทธิคุณนี้สำคัญมาก เป็นการทำความดีเพื่อความดี ถึงจะเป็นพุทธคุณ ธัมมคุณ สังฆคุณ ถึงจะเป็นผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบปฏิบัติตรงปฏิบัติสมควร
เรามาบวชมาปฏิบัติธรรม มาอาศัยพระธรรมพระวินัยข้อวัตรกิจวัตรขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เราทุกคนมาเอาพระพุทธเจ้ามาไว้ในใจของเรา เอาพระอรหันต์มาไว้ในใจของเรา ด้วยความรู้ความตั้งมั่น เพื่อให้ปฏิปทานั้นติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ
การประพฤติการปฏิบัตินั้นอาศัยการติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ การทำอะไรติดต่อต่อเนื่อง ๓ อาทิตย์ ๒๑ วันขึ้นไป การประพฤติการปฏิบัตินั้นถึงจะได้ผลเห็นผลทั้งรูปธรรมนามธรรม การประพฤติการปฏิบัตินั้นถึงจะได้ผลเห็นผล
ทุกคนนั้นต้องมายกเลิกตัวยกเลิกตน เพื่อให้ปฏิปทามันติดต่อต่อเนื่อง ปฏิปทาของเราทุกคนต้องติดต่อต่อเนื่อง
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เรารู้ให้เราเข้าใจ การประพฤติการปฏิบัตินั้นต้องติดต่อต่อเนื่อง ถึงจะเกิดมรรคเกิดผล เพื่อไม่ให้เดินไปข้างหน้าแล้วก็ถอยกลับมาอยู่ที่เก่าที่เดิม
การประพฤติการปฏิบัติธรรมนั้นถ้าเรามีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติ ความเครียดนั้นมันจะไม่มี การปฏิบัติที่มีความเครียดนั้นเพราะเราไม่มีความสุข ถ้าเรามีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติแล้วความเครียดจะไม่มี
เปรียบเทียบกับความสุข ความสุขระดับเทวดาชั้นต่ำของเทวดาที่ต่ำสุด วันหนึ่งคืนหนึ่งของเทวดาเท่ากับร้อยปีของมนุษย์
ผู้ประพฤติปฏิบัติธรรมต้องเข้าใจ เพื่อเราจะได้มีปัญญาสัมมาทิฏฐิ มีฉันทะมีความพอใจในการประพฤติการปฏิบัติ
เรามาทำความดีเพื่อความดี ความเครียดนั้นมันจะไม่มี ถ้าเราทำความดีเพื่ออยากจะเป็นคนดี ความเครียดมันมีทันที เพราะยังเป็นขั้วบวกขั้วลบ มันยังเป็นตัวเป็นตน
ด้วยเหตุผลนี้ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เราเข้าใจ เพื่อเราจะได้ตั้งอกตั้งใจ ยกเลิกตัวยกเลิกตน มีความสุขกับการประพฤติกับการปฏิบัติ เพราะความสุขกับความสงบนั้นมันคืออันเดียวอันเดียวกัน ถ้าเรามีความสุขเมื่อไหร่ก็มีความสงบทันที ถ้าเรามีความเคารพเมื่อไหร่ก็มีความสงบทันที
การประพฤติการปฏิบัตินั้นเน้นที่ปัจจุบัน ปัจจุบันนั้นต้องยกเลิกตัวตน เราต้องไม่มีตัวไม่มีตน ถ้าม่มีตัวมีตนนั้นจะเป็นบริสุทธิคุณไปไม่ได้
ให้เราทุกคนเข้าถึงบริสุทธิคุณด้วยความรู้ความเข้าใจ เพื่อให้ใจของเรามีปัญญาสัมมาทิฏฐิ ให้การประพฤติการปฏิบัติของเราติดต่อต่อเนื่องเหมือนสายน้ำ
การปฏิบัติธรรมเน้นที่ใจของเรา
ดัชนีแห่งความสุขนั้นวัดที่ใจของเรา ยกเลิกตัวยกเลิกตนเพื่อจะเข้าถึงบริสุทธิคุณ ถ้าเรามีตัวมีตนก็ต้องมีปัญหา เพราะปัญหานั้นอยู่ที่ตัวที่ตน
เพื่อใหเกิดปัญญาสัมมาทิฏฐิ ผู้ประพฤติฏิบัติธรรม องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้ผู้ที่มาประพฤติปฏิบัตินั้นพิจารณาร่างกายเข้าสู่พระไตรลักษณ์ จะเป็นฆราวาสผู้ครองเรือนหรือนักบวชก็ต้องมาพิจารณากายนี้เข้าสู่พระไตรลัก
สรีระร่างกายของมนุษย์นี้มีอยู่ ๓๒ ชิ้นส่วน องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้ผู้ปฏิบัติธรรมาริจารณาร่างกายแยกออกเป็นชิ้นเป็นส่วน เพื่อจะได้รู้เห็นตามความเป็นจริง ว่าสรีระร่างกายนี้ ไม่ใช่สัตว์ไม่ใช่บุคคลไม่ใช่ตัวไม่ใช่ตน หากเป็นเหตุเป็นปัจจัย รวมกันเป็นกลุ่มเป็นก้อน เป็นนิติบุคคลตัวตน แยกกันออกให้หมดแล้วก็เอามาประกอบ ส่วนไหนเป็นดินเป็นน้ำเป็นลมเป็นไฟเป็นอากาศธาตุ
การประพฤติการปฏิบัติถ้าเราเอาตั้งแต่เจริญสติเจริญสัมปชัญญะ จะเป็นเพียงความสงบ จะเป็นเพียงหินทับหญ้า จะเป็นเพียงสมาธิเพียงสมาบัติ
การปฏิบัติต่อพระธรรมพระวินัย การรักษาพระธรรมพระวินัยสิกขาบทน้อยใหญ่ด้วยความตั้งใจตั้งเจตนา เพราะการฝึกใจนี้เค้าต้องไปปฏิบัติที่กาย ผู้ปฏิบัติธรรมทั้งหลายต้องพากันรู้พากันเข้าใจ การปฏิบัติใจเค้าต้องไปปฏิบัติที่กาย เพราะใจนั้นเป็นนามธรรม ต้องปฏิบัติที่กาย ปฏิบัติที่กายให้ติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ เน้นที่ใจบริสุทธิ์ ด้วยอาศัยพระธรรมพระวินัยข้อวัตรกิจวัตรให้การประพฤติการปฏิบัติของเราได้ติดต่อต่อเนื่อง
สมณะที่ ๑ ที่ ๒ ที่ ๓ ที่ ๔ นี้ ถึงมีอยู่ที่ปฏิปทาอยู่ที่เหตุอยู่ที่ปัจจัย การประพฤติการปฏิบัตินั้นถึงเน้นที่ปัจจุบัน ถึงเป็นอริยมรรคทั้งทางกายวาจากิริยามารยาทอาชีพเน้นที่ปัจจุบัน ปัจจุบันเราต้องยกเลิกตัวตน อาศัยพระธรรมพระวินัยในการฝึกกาย การฝึกกายนั้นแหละคือการฝึกใจ การฝึกกิริยามารยาทนั่นแหละคือการฝึกใจ การปฏิบัติต่ออาชีพที่ยกเลิกตัวตนนั่นแหละคือการปฏิบัติใจ เพราะใจของเรามันเป็นนามธรรม เราต้องฝึกที่กาย
คุณธรรมของผู้ดีถึงเน้นการปฏิบัติทางกายวาจากิริยามารยาท เน้นที่อาชีพ
ความเคารพในพระธรรมในพระวินัยนั้นถึงเป็นความสงบ สมมติสัจจะเป็นสิ่งที่สำคัญ เมื่อเราเคารพเราก็ต้องมีความสงบ ผู้มีปัญญามาก ๆ ถ้าไม่มีความเคารพ ความสงบมันก็ไม่มี ผู้มีความสงบมาก ๆ ไม่เสียสละ ปัญญานั้นก็จะไม่มี
การพิจารณาสรีระร่างกายนี้จึงเป็นสิ่งที่สำคัญ เรามีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เราพิจารณาร่างกายเข้าสู่พระไตรลักษณ์ ถึงจะละสักกายทิฏฐิในความยึดมั่นถือมั่นในนิติบุคคลตัวตนได้
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เราเจริญสติเจริญสัมปชัญญะ เอาพระธรรมเอาพระวินัยประพฤติปฏิบัติดั่งสายน้ำ แล้วพิจารณาร่างกายเข้าสู่พระไตรลักษณ์ สัญชาตญาณที่เป็นนิติบุคคลตัวตน เราทุกคนไม่อยากพิจารณาสรีระร่างกายแยกออกเป็นชิ้นเป็นส่วนเข้าสู่พระไตรลักษณ์ มนุษย์ก็ไม่อยากพิจารณาเทวดาทั้งหลายก็ไม่อยากพิจารณาร่างกายเข้าสู่พระไตรลักษณ์ พระพรหมทั้งหลายไม่อยากพิจารณาร่างกายเข้าสู่พระไตรลักษณ์
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เอาปัจจุบันที่ตาเห็นรูปหูฟังเสียงจมูกได้กลิ่นลิ้นได้รสกายสัมผัสใจปรุงแต่งนี้ให้พิจารณาทุกอย่างเข้าสู่พระไตรลักษณ์ ถ้าเราไม่พิจารณาทุกอย่างเข้าสู่พระไตรลักษณ์ วิปัสสนาตัวปัญญานั้นจะไม่เกิด
ผู้ปฏิบัติธรรมทั้งหลายไม่เข้าใจในการประพฤติการปฏิบัติ ไม่ได้พิจารณาสิ่งที่มาเกี่ยวข้องกับเราผัสสะกับเราเข้าสู่พระไตรลักษณ์ ปัญญานั้นจะไม่เกิด เราจะไม่รู้เท่าทันเห็นตามเป็นจริง เราจะไม่มีการประพฤติการปฏิบัติ เพราะเราไม่ได้พิจารณาผัสสะนั้นเข้าสู่พระไตรลักษณ์ ความไม่รู้ไม่เข้าใจอย่างนี้เราจะไม่มีการประพฤติไม่มีการปฏิบัติ
ถ้าเราไม่รู้ไม่เข้าใจในการประพฤติการปฏิบัติ ปัจจุบันเราก็ย่อมเสียหาย ปัจจุบันเราก็ย่อมพังทลายอย่างเดียวเช่นเดียวกันกับตึก สตง. สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินของเมืองไทยประเทศไทย
ที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านตรัสถามพระอานนท์ว่า วันหนึ่งคืนหนึ่งพระอานนท์ระลึกถึงความตายวันละกี่ครั้ง นี้ให้ทุกท่านทุกคนพากันเข้าใจนะ นี้เป็นความหมายที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เราเจริญวิปัสสนาเพื่อให้เกิดปัญญา เพื่อไม่ให้ผัสสะที่เกิดจากธาตุทั้ง ๔ ขันธ์ทั้ง ๕ อายตนะ ๑๒ นั้นได้ผ่านไปด้วยไม่มีการประพฤติไม่มีการปฏิบัติ
ผู้ปฏิบัติธรรมต้องพิจารณาทุกอย่างเข้าสู่พระไตรลักษณ์ อยู่ในปัจจุบัน เพื่อนิมิตทางธรรมใจของเรานี้จะได้ยกเลิกตัวยกเลิกตน ปัญญาจะได้ติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ ผู้ที่ไม่ประพฤติไม่ปฏิบัติ ถ้าคิดดูดี ๆ อย่างน้อยก็ไม่พ้นอาบัติทุกกฎ เพราะมีความผิดไม่ได้พิจารณาทุกสิ่งทุกอย่างเข้าสู่พระไตรลักษณ์ ถ้าเราไม่พิจารณาเข้าสู่พระไตรลักษณ์ ญาณวิปัสสนานั้นก็ย่อมไม่เกิด
หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต ท่านรักษาพระธรรมพระวินัยสิกขาบทน้อยใหญ่จากใจบริสุทธิคุณจากพระนิพพานที่ดับไม่เหลือแห่งตัวตน ปฏิบัติอย่างนี้ดีมากถูกต้องมาก แต่สิ่งที่จะมาเสริมนั้นคือการพิจารณาสรีระร่างกาย เพื่อใจของเราจะได้เจริญวิปัสสนาได้ติดต่อต่อเนื่อง เพื่อมาพิจารณาแยกร่างกายออกเป็นชิ้นเป็นส่วน เพื่อวิปัสสนาจะได้ติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ
พุทธบริษัททั้งหลายต้องพากันรู้พากันเข้าใจ คฤหัสถ์กับนักบวชนั้นก็ปฏิบัติไปทางเดียวกัน เน้นที่ใจ เน้นที่บริสุทธิคุณ ฆราวาสผู้ครองเรือนก็ต้องเจริญวิปัสสนา ยกทุกอย่างเข้าสู่พระไตรลักษณ์
ผู้ที่มาบวชก็ต้องยกทุกอย่างเข้าสู่พระไตรลักษณ์
การปฏิบัติธรรมกับการทำงานต้องไปพร้อม ๆ กัน เพราะการประพฤติการปฏิบัตินั้นคือเรื่องปัจจุบัน ปัจจุบันเราอยู่ที่ไหน ที่นั่นคือการประพฤติการปฏิบัติไม่เลือกกาลสถานที่
พุทธบริษัททั้งหลายต้องรู้ต้องเข้าใจของการประพฤติของการปฏิบัติ เรารู้เข้าใจแล้วปฏิบัติได้ทุกหนทุกแห่ง เราจะได้ทำทั้ง ๒ อย่างไปพร้อม ๆ กัน เอาวัตถุกับไปใจพร้อม ๆ กัน เป็นธรรมป็นปัจจุบันธรรม มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ
ความสุขความไม่มีทุกข์ต้องอยู่กับเราในทุกหนทุกแห่ง องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เราเข้าใจอย่างนี้
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านไม่ให้แยกการปฏิบัติกับกับทำงานออกจากกัน ๒ อย่างนี้ต้องไปพร้อม ๆ กันจะเป็นความรู้ความเข้าใจ เป็นความรู้ทันโลกทันสมัย เป็นธรรมเป็นปัจจุบันธรรม เอาปัญหานั้นมาเป็นปัญญา เอาความวุ่นวายนั้นมาเป็นความสงบ เรารู้เข้าใจ มีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติ เพราะความสงบกับความเคารพนั้นมันคืออันเดียวกัน เรามีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติ เรามีความเคารพในการประพฤติการปฏิบัติ ความสุขความไม่มีทุกข์ก็จะมีกับเราทุกหนทุกแห่ง ที่เรารู้เข้าใจ มีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติ
เราทุกคนมาบวชมาประพฤติมาปฏิบัติ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้ตั้งใจ เพื่อให้ปฏิปทาของเราได้ติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ
เราพากันนอนพากันพักผ่อนจำวัดวันละ ๖ ชั่วโมง ๖ ชั่วโมงนี้ก็ถือว่าเต็มที่แล้ว ๕ ชั่วโมงก็ยังได้ ไม่ต้องถึง ๖ ชั่วโมง เราตื่นอยู่กลางวันนี้ เรามีความสุขในการทำหน้าที่ ยกเลิกตัวตนให้เต็มที่ เอาปัจจุบันเป็นวาระสำคัญของการประพฤติการปฏิบัติ ปัจจุบันนี้จะได้เป็นพื้นเป็นฐานของอนาคต
เวลาเราลาสิกขาไป เราค่อยไปต่อที่บ้านที่ทำงาน อยู่ในท่ามกลางสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ เพื่อเอาปัญหามาเป็นปัญญา เป็นหลักการของการประพฤติการปฏิบัติ
ทุกท่านทุกคนต้องคล่องแคล่วว่องไว มีความสุข ให้พร้อมให้เตรียมพร้อม ทำอะไรต้องสดชื่นเบิกบาน ความรับผิดชอบนั้นให้ติดต่อต่อเนื่อง
อย่าไปกลัวหนาวกลัวร้อนกลัวเหนื่อย กลัวความยากลำบาก เราอย่าไปเอาความรู้สึกอย่างนี้มาเป็นที่ตั้ง ให้รู้จักว่าปัญหานี้คือปัญญา ปัญญานั้นคือความสุขในการประพฤติการปฏิบัติ
เราทุกคนทุกท่านต้องสง่างาม ยืนเดินนั่งนอนให้สง่างาม ถ้าเราพิจารณาทุกอย่างเข้สู่พระไตรลักษ์เราทุกคนก็จะเป็นที่สง่างาม เพราะการพจารณาทุกอย่างเข้าสู่พระไตรลักษณ์จะเป็นความพอดีความพอเพียงเป็นการยกเลิกตัวตนเข้าถึงภาคประพฤติปฏิบัติในปัจจุบัน เป็นคนไม่ซบเซาในธาตุในขันธ์ในอายตนะ ยกเลิกตัวตนเป็นคนสง่างาม
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เราเข้าใจ เราเป็นสามัญชนเราก็ย่อมติดสุขติดสบายเป็นธรรมดา เราทั้งหลายอย่าไปสนใจมันเลย มาเอาพระธรรมพระวินัยข้อวัตรกิจวัตร เราไม่ต้องให้ธาตุให้ขันธ์อายตนะลาภยศสรรเสริญมันครอบงำใจของเราสติปัญญาของเรา
การประพฤติการปฏิบัติธรรมนี้คืออย่างเดียวกันนี้แหละกับการชิงแชมป์ ผู้ที่ชิงแชมป์ก็ต้องมีหวังร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าเป็นผู้ชนะ ผู้ที่ยกเลิกตัวยกเลิกตนยกเลิกสัญชาตญาณก็มีความรู้สึกเช่นนั้น
ปัจจุบันเราต้องทำหน้าที่ของตัวเองให้เต็มที่ เราต้องรู้ต้องเข้าใจ เพื่อปฏิปทาจะได้ติดต่อต่อเนื่อง
เราประพฤติปฏิบัติที่มีความสุขก็ย่อมได้รับออกซิเจน ก็ย่อมถ่ายเทของเสียของปฏิกูล ถ่ายเทคาร์บอนไดออกไซด์ออกไป ด้วยเป็นผู้รู้คู่กับการประพฤติการปฏิบัติ จะได้ก้าวไปข้างหน้าไม่ได้หวนกลับมาที่เก่าที่เดิม
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านไม่ให้เรามาอาลัยอาวรณ์ในสัญชาตญาณที่เป็นนิติบุคคลตัวตน เอาทั้งความสงบและปัญญามาใช้มาปฏิบัติ
เราทุกคนมาระลึกถึงปัจฉิมโอวาทของพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า ที่ท่านชี้ให้เห็นทุกข์ เหตุเกิดทุกข์ ข้อปฏิบัติถึงความดับทุกข์ ท่านไม่ให้เราตั้งอยู่ในความหลงความประมาท เพราะปัจจุบันนี้เป็นสิ่งที่สำคัญมาก เป็นการชิงแชมป์ระหว่างวัฏฏสงสารกับพระนิพพาน ท่านถึงตรัสปัจฉิมโอวาทในการที่จะเสด็จดับขันธ์สู่ปรินิพพาน
"หันทะทานิ ภิกขะเว อามันตะยามิ โว วะยะธัมมา สังขารา อัปปะมาเทนะ สัมปาเทถะ" แปลความว่า "ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บัดนี้เราขอเตือนท่านทั้งหลายว่า สังขารทั้งหลาย มีความเสื่อมสลายไปเป็นธรรมดา ท่านทั้งหลายจงทำประโยชน์ตนและประโยชน์ผู้อื่นให้ถึงพร้อม ด้วยความไม่ประมาทเถิด
โอวาทของหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต
ความไม่ยั่งยืน เป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่และแน่นอนนะ
ความยิ่งใหญ่ คือความไม่ยั่งยืนนะ
ชีวิตที่ยิ่งใหญ่ คือชีวิตที่อยู่ด้วยทาน ศีล เมตตา และกตัญญู
ชีวิตที่มีความดี อาจมิใช่ความยิ่งใหญ่ แต่ชีวิตที่ยิ่งใหญ่ ต้องอาศัยคุณธรรมความดีเป็นปัญญาบริสุทธิคุณเท่านั้น การระงับสังขารทั้งหลายด้วยความรู้ความเข้าใจเป็นความรู้คู่กับการประพฤติการปฏิบัตินั่นแหละคืออริยมรรค เป็นหนทางที่ประเสริฐมีพระนิพพานตั้งแต่ในปัจจุบัน ไม่ต้องรอพระนิพพานเมื่อตายแล้ว ปัจจุบันไม่มีพระนิพพาน อนาคตจะมีพระนิพพานได้อย่างไร
ให้เรารู้เข้าใจเรื่องพระธรรมพระวินัย พระธรรมพระวินัยที่เป็นสัมมาทิฐิ เพื่อหยุดวัฏฏสงสารนั่นแหละคือพระนิพพาน ให้พวกเรารู้เข้าใจในเรื่องพระนิพพาน ให้เข้าใจนะว่าสิ่งเดิมนั้นคือความว่างเปล่า สิ่งที่สัญจรไปมาเป็นเพียงอาคันตุกะ เราจะได้เอาหลักการอุดการณ์ที่เป็นศีลเป็นสมาธิเป็นปัญญาเป็นมรรคเป็นอริยมรรคที่ตรงกันข้ามกับโลกธรรมมาประพฤติมาปฏิบัติ ให้รู้เข้าใจ เพราะไม่มีใครอยู่เหนือกรรมเหนือกฎแห่งกรรมเหนือผลของกรรม พระนิพพานความรู้ความเข้าใจในเรื่องกระบวนการปฏิจจสมุปบาท กระบวนการของปฏิจจสมุปบาทจะได้จบลงเพียงผัสสะ จะได้เป็นปัญญาเป็นความสงบ จะเป็นความสงบเป็นปัญญา เป็นสิ่งที่อยู่นอกเหตุเหนือผล หยุดความปรุงแต่ง นี้เป็นขบวนการที่ติดต่อต่อเนื่อง เป็นบารมีเป็นความดีที่ประกอบด้วยปัญญา เป็นพระนิพพานบ้านของเรา ไม่ใช่อวิชชาความหลงเป็นบ้านของเรานะ พระนิพพานคือบ้านของเรา ความสงบและปัญญาถึงเป็นธรรมเป็นปัจจุบันธรรม เราจะหยุดวัฏฏสงสารได้ด้วยความรู้ความเข้าใจ ด้วยพระธรรมด้วยพระวินัย เป็นขบวนการของกระแสในการประพฤติการปฏิบัติที่ได้นำเอาพระธรรมพระวินัยมาประพฤติมาปฏิบัติในปัจจุบันให้ติดต่อต่อเนื่อง
ความสงบและปัญญาที่เป็นพระธรรมพระวินัยถึงหยุดความปรุงแต่งได้ ด้วยปัญญาสัมมาทิฏฐิคู่กับการประพฤติการปฏิบัติในปัจจุบัน พระธรรมพระวินัยที่เป็นความรู้ความเข้าใจ ที่จะหยุดความปรุงแต่งได้ เข้าถึงพระนิพพานตั้งแต่ปัจจุบัน ไม่ต้องรอชาติหน้า พระนิพพานต้องอยู่ที่ปัจจุบันเท่านั้น
---------------------------------
โอวาทขององค์หลวงพ่อกัณหา สุขกาโม
เมตตาให้ไว้ในเช้าวันอังคารที่ ๑๗ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙
ณ วัดป่าทรัพย์ทวีธรรมาราม ต.วังหมี อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา