๑๘ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙
พสกนิกรชาวไทยและชาวต่างประเทศได้มาร่วมรวมกันประพฤติปฏิบัติธรรมเพื่อน้อมถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ด้วยความโทมนัสและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ที่พระองค์ได้ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทยและชาวโลกตลอดระยะเวลาที่ยาวนาน พระองค์ทรงเป็นดั่งแม่แห่งแผ่นดิน ผู้ทรงเปี่ยมด้วยพระเมตตาและพระปรีชาสามารถ ทรงอุทิศพระวรกาย พระสติปัญญา และพระราชหฤทัยในการบำเพ็ญพระราชกรณียกิจนานัปการ เคียงคู่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เพื่อธำรงไว้ซึ่งความผาสุกและความมั่นคงแห่งชาติไทย เราประชาชนชาวไทยต้องร่วมใจสมัครสมานสามัคคีทำความดีที่ประกอบด้วยปัญญา เพื่ออุทิศบุญกุศลน้อมเกล้าถวาย เพื่อเสด็จสู่สวรรคาลัย เข้าสู่สวรรค์มรรคผลพระนิพพาน
วันนี้เป็นวันพุธที่ ๑๘ เดือนมีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙
ให้ทุกท่านทุกคนพากันนั่งให้สบายเพื่อฟังการบรรยายพระธรรมคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าด้วยความเคารพ ความเคารพจะเป็นเหตุเป็นปัจจัยให้เกิดความสงบ
เราทุกคนต้องพากันรู้พากันเข้าใจ การปฏิบัติใจเค้าต้องปฏิบัติที่กายที่วาจาที่กิริยามารยาทที่อาชีพ
ใจนั้นเป็นนามธรรม ต้องปฏิบัติที่กายวาจากิริยามารยาทที่อาชีพ การปฏิบัติใจถึงปฏิบัติที่กาย
สิ่งทั้งหลายทั้งปวงนั้นเกิดจากเหตุเกิดจากปัจจัย เราทุกคนต้องพากันประพฤติปฏิบัติในปัจจุบัน เพราะเหตุผลว่า อดีตก็มารวมกันอยู่ที่ปัจจุบัน อนาคตจะไปข้างหน้าก็มารวมอยู่ที่ปัจจุบัน ปัจจุบันนั้นจะเป็นเหตุเป็นปัจจัย
การปฏิบัติถึงต้องปฏิบัติอยู่ที่ปัจจุบัน
ธรรมะนั้นคือหน้าที่ หน้าที่นั้นคือธรรมะ สัมมาทิฏฐิความเห็นถูกต้อง ความเข้าใจถูกต้อง ปฏิบัติให้ถูกต้อง
คำว่าความถูกต้องนี้เป็นความรู้ความเข้าใจ เป็นปัญญาสัมมาทิฏฐิ เป็นความรู้ทุกข์ รู้เหตุเกิดทุกข์ รู้ข้อปฏิบัติถึงความดับทุกข์
ผู้ปฏิบัติต้องพากันรู้พากันเข้าใจ ถ้าไม่เข้าใจก็ต้องศึกษาค้นคว้า เพื่อความรู้แจ้งเห็นจริงตามความเป็นจริง ต้องรู้ต้องเข้าใจ
การเรียนการศึกษาจึงเป็นแสงสว่างทางปัญญา เป็นปัญญาสัมมาทิฏฐิ เราจะเดินทางเราก็ต้องมีตา ถ้าเราเป็นคนตาบอดเราก็ย่อมเดินทางไม่ได้ เพราะเราเป็นคนตาบอด เราเป็นคนไม่มีปัญญา เราก็ประพฤติปฏิบัติไม่ได้ หรือว่าปฏิบัติแล้วปฏิบัติไม่ถูกต้อง
มนุษย์เราที่เกิดมาถึงต้องมีการเรียนการศึกษา การเรียนการศึกษาศิลปะวิชาความรู้ หลักใหญ่ ๆ จึงมีอยู่ทั้งหมด ๑๘ ศาสตร์
มนุษย์เราในโลกนี้หลักใหญ่ ๆ ในการเรียนการศึกษามีอยู่ทั้งหมด ๑๘ ศาสตร์เพื่อให้รู้เพื่อให้เข้าใจ เพื่อให้มีแสงสว่างทางปัญญา
การเรียนการศึกษาเพื่อจะให้เป็นทางสายกลางระหว่างจิตใจกับวัตถุ ๒ อย่างนี้ต้องเดินทางไปพร้อม ๆ กัน เพราะ ๒ อย่างนี้เป็นธนาคารแห่งชีวิต เป็นรายรับรายจ่าย เป็นความพอดีความพอเพียงเพียงพอ
เราทุกคนต้องพากันมารู้มาเข้าใจ เราจะไปทำอะไรตามความไม่รู้ไม่เข้าใจนั้นไม่ได้ เราต้องทำอะไรจากความรู้ความเข้าใจ
เราทุกคนต้องพากันรู้ต้องเข้าใจ เหมือนองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าน่ะ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทุก ๆ พระองค์เข้าใจเหมือนกัน พระอรหันต์ขีณาสพท่านก็รู้ท่านก็เข้าใจเหมือนกันทุก ๆ พระองค์
ความรู้ความเข้าใจนั้นมาจากใจของท่าน ไม่ใช่ความจำ ความจำนั้นไม่กี่วันไม่กี่เดือนไม่กี่ปี ความจำนั้นก็จะหลงลืม เพราะความจำนั้นเป็นสัญญาขันธ์ สัญญาขันธ์ตั้งอยู่บนรากฐานของพระไตรลักษณ์
ความเป็นพระนั้นมาจากความรู้ความเข้าใจ เมื่อรู้เมื่อเข้าใจแล้ว มีความสุขในการประพฤติในการปฏิบัติ ความเป็นพระนั้นเป็นได้กับทุก ๆ คน ผู้ที่รู้ผู้ที่เข้าใจ มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ
ผู้ที่มาบวชก็เป็นพระได้ ผู้ที่อยู่ในครอบครัวก็เป็นพระได้ เป็นข้าราชการนักการเมือง พ่อค้าประชาชนเกษตรกรเกษตรกรรมก็เป็นพระได้
คำว่าพระนั้น องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านนับเอาตั้งแต่พระโสดาบัน พระสกิทาคามี พระอนาคามี ถึงพระอรหันต์ นี้เรียกว่าพระ ทุก ๆ ชาติทุก ๆ ศาสนามีความรู้ความเข้าใจ มีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติ บุคคลนั้นก็จะเป็นพระได้ เพราะมีความเห็นถูกต้อง เข้าใจถูกต้อง ปฏิบัติถูกต้อง เป็นความรู้คู่กับการประพฤติคู่กับการปฏิบัติ
ทุก ๆ ท่านทุกคนพากันมารู้มาเข้าใจ มีความสุขกับการประพฤติกับการปฏิบัติ ความสุขกับความสงบนั้นก็จะเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน จะเป็นความสุขระดับมนุษย์เทวดาพระพรหมพระอริยเจ้านั้นคือความสุข ไม่มีความทุกข์ ถ้าเรารู้เราเข้าใจ เอาปัญญาสัมมาทิฏฐิที่เกิดจากความรู้ความเข้าใจ ความสุขเกิดจากการประพฤติการปฏิบัติก็จะเป็นพระนิพพานไปเป็นชั่วขณะ ๆ จนกว่าจะเป็นพระนิพพานที่สมบูรณ์
ผู้ที่เป็นฆราวาสเป็นข้าราชการนักการเมืองเป็นพ่อค้าประชาชนที่มีภาระมากต้องเลี้ยงดูตัวเอง ต้องเลี้ยงดูครอบครัว ลูกน้องพ้องบริวาร ต้องเสียภาษีอากรให้กับการปกครองประเทศ ต้องบำรุงพระศาสนาที่เป็นภาระมาก มีปริโพธกังวล จึงเป็นสาเหตุให้บรรลุธรรมเพียงเป็นพระอนาคามี
ผู้ที่มาบวช ไม่มีปริโพธกังวลใด ๆ จึงปฏิบัติธรรมบรรลุธรรมถึงพระอรหัตมรรค พระอรหัตผล
พระเก่าพระใหม่ เณรเก่าเณรใหม่ ชีเก่าชีใหม่ โยมเก่าโยมใหม่ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เราเข้าใจ เราต้องตั้งอกตั้งใจประพฤติตั้งใจปฏิบัติ
เพราะเราได้รับสิทธิพิเศษในการมาบวช การมาบวชได้รับการสนับสนุนจากผู้ที่ไม่ได้บวช มาใช้ของฟรีทั้งหมด บ้านไม่ได้เช่า ข้าวไม่ได้ซื้อ สิ่งของบริโภคใช้สอยยานพาหนะ ไปหาหมอที่โรงพยาบาลฟรีทั้งหมด
ผู้ที่มาบวชต้องเข้าใจ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้ผู้ที่มาบวชผู้ที่มาถือศีลประพฤติปฏิบัติธรรมพากันเข้าใจ ธรรมะนั้นคือหน้าที่ หน้าที่นั้นคือธรรมะ ภาชนะที่ใช้งานได้ต้องเป็นภาชนะที่ตั้งไว้ ถ้าภาชนะที่มันคว่ำหรือภาชนะที่มันล้ม มันใช้งานไม่ได้
การมาบวชของเรา การมาประพฤติมาปฏิบัติของเรา องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เรามายกเลิกสัญชาตญาณที่มีความยึดมั่นถือมั่น ที่มันเป็นสัญชาตญาณที่มันเป็นนิติบุคคลตัวตน โดยมาอาศัยพระธรรมพระวินัยเป็นยานของการประพฤติการปฏิบัติ
ผู้ที่จะเดินทางไกลก็ต้องอาศัยยาน ทางบกก็ต้องอาศัยรถยนต์อย่างดี ทางอากาศก็ต้องอาศัยเครื่องบินอย่างดี ทางทะเลมหาสมุทรก็ต้องอาศัยเรือยนต์ขนาดใหญ่อย่างดี การที่เราจะเดินทางออกจากวัฏฏสงสารก็ต้องอาศัยพระธรรมอาศัยพระวินัยเป็นยานในการเดินทาง
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เราเสียสละวัฏฏสงสาร เพราะอันนี้มันเป็น Cycle of life มันเป็นวงกลม ถึงโลกนี้มันจะอร่อย มันจะแซบจะลำจะนัวก็ช่างหัวมัน
เราต้องรู้ต้องเข้าใจในปัญหา เราไม่ต้องไปหาเรื่องหาราวให้กับตัวเอง เรื่องไม่มีก็จะให้มีเรื่อง ปัญหาไม่มีก็จะไม่มีปัญหา มันเป็นวัฏฏสงสารด้วยการหาเรื่องหาราวให้กับตนเอง
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เราเข้าใจในเรื่องทุกข์ เหตุเกิดทุกข์ ข้อปฏิบัติถึงความดับทุกข์ พระธรรมพระวินัยข้อวัตรกิจวัตรเป็นยาน เพราะธรรมะทั้งหลายทั้งปวงนั้นเกิดจากเหตุเกิดจากปัจจัย เพราะสิ่งนี้มีสิ่งต่อไปมันถึงมี
สมณะที่ ๑ ที่ ๒ ที่ ๓ ที่ ๔ นั้นถึงอยู่ที่มีความเห็นถูกต้อง ความเข้าใจถูกต้อง ปฏิบัติถูกต้อง มีปัญญาสัมมาทิฏฐิมีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติ สมณะที่ ๑ ที่ ๒ ที่ ๓ ที่ ๔ นั้นจะเป็นความรู้คู่กับการประพฤติการปฏิบัติ
การประพฤติการปฏิบัติองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เราพากันเข้าใจอย่างนี้
เราทุกคนต้องตั้งใจ ยกเลิกตัวยกเลิกตน เราต้องปฏิบัติให้ได้เหมือนองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เราต้องปฏิบัติให้ได้เหมือนพระอรหันต์ขีณาสพ ยกพระพุทธเจ้ามาไว้ในกายวาจากิริยามารยาทอาชีพมาไว้ที่ตัวเรา ยกพระอรหันต์ขีณาสพมาไว้ที่กายวาจากิริยามารยาทอาชีพของเรา
เอามาใช้เอามาปฏิบัติเพื่อให้ปฏิปทาของเราได้เป็นปฏิปทาที่ติดต่อต่อเนื่องเหมือนสายน้ำ น้ำมันไหลเป็นสาย สู่ลำห้วย สู่ทะเลมหาสุมทร มันเป็นสายน้ำที่มันไหล ไม่ให้เป็นเหมือนน้ำหยด น้ำหยดมันขาดขั้นขาดตอน มันไม่เหมือนสายน้ำ
เราเอาพระพุทธเจ้าเอาพระอรหันต์มาไว้ที่เรา ยกเลิกแคนเซิลเรา มีความสุขกับการประพฤติกับการปฏิบัติเพื่ออบรมบ่มอินทรีย์
เราจะเป็นพระเก่าพระใหม่ เณรเก่าเณรใหม่ โยมเก่าโยมใหม่ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านก็ให้เราทำอย่างนี้ปฏิบัติอย่างนี้
ความเคารพกับความสงบนั้นจะเป็นสิ่งหนึ่งเดียวกัน เมื่อเรามีความเคารพเราก็จะมีความสงบ เมื่อเราเอาพระพุทธเจ้า เอาพระธรรม เอาพระอริยสงฆ์ ยกเลิกตัวตน เราทำหน้าที่อย่างนี้ ธรรมะนั้นคือหน้าที่ หน้าที่นั้นคือธรรมะ มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ
ความสุขที่เกิดจากปัญญาสัมมาทิฏฐิ ความเครียดนั้นจะไม่มี เพราะเป็นความดีเพื่อความดี ไม่ได้เป็นความดีที่เป็นนิติบุคคลตัวตน ความดีที่เป็นนิติบุคคลตัวตนมันเป็นขั้วบวกขั้วลบ มันเป็นความปรุงแต่ง มันมีได้มีเสีย มีเสื่อมมีเจริญ
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เราทำความดีเพื่อความดี มีความสุขในการทำความดี เรายังไม่ถึงพระนิพพานสมบูรณ์ก็ย่อมอยู่ในหนทางแห่งความสุขที่เป็นมนุษย์สมบัติ เทวดาสมบัติ พรหมสมบัติ เพราะเป็นปัญญาสัมมาทิฏฐิ เป็นความรู้ความเข้าใจที่แจ่มแจ้ง ชัดเจน
ด้วยเหตุผลนี้ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านยกเลิกตัวตน ท่านถึงหยั่งรู้เรื่องอดีต หยั่งรู้เรื่องอนาคต เพราะธรรมทั้งหลายทั้งปวงนั้นมันเกิดจากเหตุเกิดจากปัจจัย
ด้วยเหตุนี้ เราต้องพากันมารู้มาเข้าใจ การประพฤติการปฏิบัติ ผู้มีปัญญามาก ๆ ก็ต้องสงบมาก ๆ สมถะนั้นคือความสงบ ผู้มีปัญญามาก ๆ ก็ต้องสงบมาก ๆ เพราะความสงบกับความเคารพมันคืออันเดียวกัน ผู้มีปัญญามาก ๆ ก็ต้องเสียสละมาก ๆ ถ้าไม่เสียสละมันก็จะติดในสมาธิติดในสมาบัติ
การประพฤติการปฏิบัติที่มีความเห็นถูกต้อง เข้าใจถูกต้อง มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัตินั้น ความเครียดนั้นจะไม่มี เพราะสมถะกับวิปัสสนาเดินทางควบคู่กันไป มันเป็นเพื่อนเป็นเกลอกันไป
สมาธิกับปัญญานั้นถึงต้องเสมอกัน ศรัทธากับปัญญานั้นถึงเสมอกัน ผู้ประพฤติผู้ปฏิบัติธรรมถ้ามีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติความเครียดนั้นจะไม่มี
เราพากันคิดดูดี ๆ นะ ถ้าเรามีความสุขในการทำหน้าที่ในการทำงานความเครียดนั้นจะไม่มี ผู้ไม่มีความสุขในการทำหน้าที่ในการทำงานความเครียดนั้นก็ย่อมมี
ความสุขในการทำหน้าที่นั้นจะเป็นออกซิเจนอย่างดี จะเป็นการถ่ายเทของเสียของปฏิกูลออกไป ถ่ายเทคาร์บอนไดออกไซด์ออกไป
การประพฤติการปฏิบัติธรรมนั้นมันจะเข้าถึงความพอเพียงเพียงพอ เข้าถึงความพอดี เป็นความดีที่ประกอบด้วยปัญญา เป็นปัญญาที่ประกอบด้วยความดี มันจะเป็นความพอเพียงเพียงพอ เป็นความพอดี เป็นเศรษฐกิจพอเพียงเพียงพอ
ด้วยเหตุผลนี้ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าถึงให้เรามีความสุขกับการปฏิบัติธรรม การปฏิบัติธรรมให้ทำเหมือนดินดี ๆ เอากล้าต้นไม้ดี ๆ ไปปลูกในที่กลางแจ้ง เอาน้ำมารด เอาปุ๋ยมาใส่ รักษาวัชพืชแมลงมารบกวน ต้นไม้นั้นก็จะเจริญ สง่างาม เพราะต้นไม้นั้นอยู่ในที่ดินดี มีน้ำมีปุ๋ยมีอากาศมีแสงแดดมีออกซิเจน
การประพฤติการปฏิบัติของเราก็เช่นเดียวกัน ถึงจะมีพระพุทธเจ้า ถึงจะมีพระอรหันต์ ถึงจะมีพ่อแม่ครูบาอาจารย์ที่เป็นพระขีณาสพ อันนั้นก็เป็นเรื่องของท่าน
การปฏิบัติธรรม องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เรารู้เข้าใจ
เราทั้งหลายจะได้ว่างจากสิ่งที่มีอยู่ ให้เรารู้เข้าใจ มันมี ๒ อย่าง ภายนอกภายใน ให้เรารู้ภายนอกภายใน ๒ อย่างนี้มันเป็นเพียงผัสสะ เป็นเพียงจิ๊กซอว์ เราต้องรู้เข้าใจ การประพฤติการปฏิบัติของเรานั้นต้องให้ว่างจากสิ่งที่มีอยู่ จากสิ่งไม่มีอยู่นั้นจะมีประโยชน์อะไร อย่างคนตายแล้วจะมีประโยชน์อะไรเพราะคนนั้นได้ตายแล้ว คนไม่มีตาหูจมูกลิ้นกายใจจะมีประโยชน์อะไร
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เรารู้เข้าใจ ถ้าเราไม่รู้ไม่เข้าใจเดี๋ยวเราจะถูกธาตุถูกขันธ์ถูกอายตนะถูกผัสสะครอบงำใจของเรา ครอบงำสติปัญญาของเรา เราจะให้ว่างจากสิ่งที่มีอยู่นั้นมันไม่ถูกต้อง มันใช้ไม่ได้ มันเป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ เราจะไปแสวงหาในสิ่งที่ไม่มีมันจะมีได้อย่างไร เมื่อเรามีตาก็ต้องมีรูป มีหูก็ต้องมีเสียง มีจมูกก็ต้องมีกลิ่น มีลิ้นก็ต้องมีรส มีกายก็มีสัมผัส มีใจก็ต้องมีความรู้สึกนึกคิด เราต้องรู้เข้าใจมีปัญญาสัมมาทิฏฐิ เราจะได้พากันประพฤติพากันปฏิบัติ เราจะไม่ได้ให้ธาตุทั้ง ๔ ขันธ์ทั้ง ๕ อายตนะ ๑๒ โลกธรรมทั้งหลายครอบงำจิตใจสติปัญญาของเรา
เราต้องรู้ปัญหาเราจะได้เกิดปัญญา เราจะได้ว่างจากสิ่งที่มีอยู่
แต่ก่อนเราไม่รู้ไม่เข้าใจ เราจะไปเอาความสงบจากความไม่แก่ไม่เจ็บไม่ตายไม่พลัดพราก มันเป็นไปไม่ได้ คิดดูแล้วหัวมันจะแตกหัวมันจะระเบิดมันก็เป็นไปไม่ได้
เมื่อก่อนเราไม่รู้ไม่เข้าใจ จะไปเอาความสงบจากทุ่งใหญ่นเรศวร จากห้วยขาแข้ง จากเขาใหญ่ ภูสอยเดือนสอยดาว อันนี้มันเป็นความรู้เข้าใจสำหรับเด็ก ๆ
พุทธะนั้นคือผู้รู้ผู้เข้าใจ พุทธะนั้นคือความว่างจากสิ่งที่มีอยู่ พุทธะนั้นเอาธาตุทั้ง ๔ ขันธ์ทั้ง ๕ อายตนะ ๑๒ ก็ย่อมมีแต่ทุกข์เกิดขึ้น ทุกข์ตั้งอยู่ ทุกข์ดับไป นอกจากทุกข์นั้นไม่มีเลย
เรามาบวชมาปฏิบัติต้องตั้งอกตั้งใจทุก ๆ คน เพื่อให้ปฏิปทามันติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ ผู้ที่บวชไปตลอดชีวิตก็จะได้เป็นพระ ผู้ที่ลาสิกขาไปก็จะได้เป็นพระ เพราะพระนั้นคือผู้รู้ผู้เข้าใจในเรื่องอริยสัจ ๔ เรื่องทุกข์ เรื่องเหตุเกิดทุกข์ ข้อปฏิบัติถึงความดับทุกข์
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เราเข้าใจอย่างนี้ พระนั้นต้องอยู่ที่ตัวเรา ตัวเรารู้เข้าใจ มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ
วันหนึ่งคืนหนึ่งเรามาบวชมาปฏิบัติ นอนพักผ่อนจำวัดวันละ ๖ ชั่วโมง นอน ๓ ทุ่ม ตื่นตี ๓ ทุกคนต้องมาดูปฏิปทาตัวเองนะ เราทำตามพระธรรมตามพระวินัยตามกติกามั๊ย เรานอน ๓ ทุ่มหรือยัง เราตื่นตี ๓ หรือยัง
การปฏิบัติใจเค้าต้องปฏิบัติที่กาย ต้องนอน ๓ ทุ่มตื่นตี ๓ ยกเลิกตัวยกเลิกตน เพื่อให้ปฏิปทาติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ การทำอะไรต้องทำติดต่อต่อเนื่องกันอย่างน้อย ๓ อาทิตย์ขึ้นไป การประพฤติปฏิบัตินั้นถึงจะได้ผลเห็นผลทั้งฝ่ายวัตถุฝ่ายจิตใจ ต้อง ๓ อาทิตย์ขึ้นไป
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านไม่ให้เราตามใจ ต้องประพฤติปฏิบัติให้เกิดสติเกิดสัมปชัญญะ อันหนึ่งความสงบอันหนึ่งปัญญานี้เรียกว่าสติสัมปชัญญะ ถ้าเรามีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติสติสัมปชัญญะก็จะมี
เราพากันมามองดูที่เรา เราอาบน้ำแปรงฟันดีหรือยัง ร่างกายของเราสะอาดดีมั๊ย หรือว่าร่างกายของเรามีกลิ่นตัว ผ้าเราสะอาดดีมั๊ย สีผ้าของเรามันมาตรฐานดีมั๊ย มีมาตรฐานนั้นคือสีแก่นขนุน เรานุ่งห่มผ้าสบงจีวรมันนุ่งห่มได้ปริมณฑลได้มาตรฐานมั๊ย เราเก็บบาตรเก็บจีวรไว้ที่เหมาะสมที่สมควรมั๊ย เพราะบาตรจีวรเป็นธงชัยของพระพุทธเจ้าของพระอรหันต์ ห้องน้ำห้องสุขาของเราที่เราใช้ประจำมันสะอาดมั๊ย ห้องน้ำห้องสุขาส่วนรวมมันสะอาดมั๊ย ห้องนอนของเรามันสะอาดมั๊ย มีฝุ่นมีละอองมั๊ย รอบ ๆ กุฏิของเรามันสะอาดมั๊ย มีถุงพลาสติกหรือมีเศษกระดาษมั๊ย เรากราบพระไหว้พระมันได้มาตรฐานมั๊ย ผู้ที่บวชก่อนเรา เราได้ทำความเคารพท่านมั๊ย ผู้ที่บวชทีหลังเรา เราให้ความเมตตาท่านมั๊ย
เรามาบวชที่วัดนี้เราได้เสียสละอะไรบ้าง หรือว่าเราไม่ได้เสียสละอะไร เรารักษาศีลบริสุทธิ์มั๊ย หรือว่าเรายังมาตรึกในกามมาตรึกในพยาบาทอยู่ เราขาดตกบกพร่องในการทำวัตรเช้าวัตรเย็นนั่งสมาธิ เราเข้าทำกิจส่วนรวมไปก่อนเวลา ไปเสมอเวลา หรือไปหลังเวลา เราต้องปรับปรุงปฏิปทาของเรา เพื่อไม่ให้ลูบคลำในศีลในข้อวัตรข้อปฏิบัติ
เราเป็นเพียงคนมาอาศัยวัดเพื่อเป็นอีแอบบักแอบหรือเปล่า
ใจทุกคนรู้ใจของตัวเอง เราปกปิดคนอื่นได้ แต่ปกปิดใจของเราไม่ได้นะ
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านไม่ว่าอะไร เมื่อรู้เข้าใจไม่ได้ตั้งอกตั้งใจก็พากันตั้งอกตั้งใจ ทุกคนมันก็ต้องผิดมาก่อนทั้งนั้น ถ้าถูกมาก่อนมันก็เป็นพระพุทธเจ้ากันหมดเป็นพระอรหันต์กันหมดแล้ว
ทุกคนให้อภัยเรา ทุกคนรักเรา ตัวเราเองรักตัวเองหรือเปล่า ทุกคนก็จะตอบว่ารักตัวเอง เรามาคิดดูดี ๆ นะ ถ้ารักตัวเองทำไมสร้างปัญหาให้กับตัวเอง ปัญหาไม่มีก็ไปสร้างปัญหา เรื่องไม่มีก็ไปสร้างเรื่อง ถ้าเรารักตัวเองก็ต้องยกเลิกตัวยกเลิกตน เพราะตัวตนนั้นมีแต่ความทุกข์เกิดขึ้น ความทุกข์ตั้งอยู่ความทุกข์ดับไป
ความเคารพความคารวะในพระธรรมในพระวินัยจะเป็นสาเหตุให้เกิดความสงบเกิดปัญญา
ความไม่เคารพคือความไม่สงบ คือความไม่ซื่อสัตย์ นี้คืออีแอบนี้คือบักแอบ นี้คือพระแอบเณรแอบชีแอบโยมแอบ
ด้วยเหตุผลนี้การปฏิบัติใจเค้าต้องปฏิบัติที่กาย พระธรรมพระวินัยเป็นเรื่องของใจเป็นเรื่องของบริสุทธิคุณ มันก้าวไปถึงเรื่องจิตเรื่องใจเรื่องเจตนา เป็นความรู้คู่กับการประพฤติการปฏิบัติเป็นเรื่องจิตเรื่องใจ การพัฒนาใจเค้าถึงพัฒนาที่กาย
ด้วยเหตุผลนี้ ผู้ประพฤติผู้ปฏิบัติถึงต้องมีปัญญา ต้องมีตาคือปัญญา เพื่อให้ปฏิปทามันติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ เอาปัจจุบันเป็นสิ่งที่สำคัญ เพราะอดีตก็มารวมอยู่ที่ปัจจุบัน อนาคตจะไปข้างหน้าก็มารวมอยู่ที่ปัจจุบัน
ความรู้กับการปฏิบัติถึงเป็นเพื่อนเป็นเกลอกันไป การกระทำทุกอย่างนั้นก็จะประกอบด้วยปัญญาที่เป็นปัญญาบริสุทธิคุณ เรียกว่าเป็นปัญญาชน ถ้าเรามีตัวมีตนเราจะเป็นปัญญาชนนั้นไปไม่ได้ ถึงจะจบปริญญาตรีโทเอก ปธ.๙ เป็นนักเรียนนอก องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านก็ไม่ถือว่าเป็นปัญญาชน นั้นมันเป็นปัญญาเพื่อตัวเพื่อตน นั้นมันเป็นสงคราม เป็นความไม่สงบ สงครามมีแต่ความไม่สงบ เศรษฐกิจก็ไม่ดี ข้าวของซื้อขายแลกเปลี่ยนก็แพง
การเรียนการศึกษานั้นเป็นปัญญาสัมมาทิฏฐิ เป็นการที่เรามาแก้ที่ตัวของเรา ไม่ใช่ไปแก้ที่คนอื่น ไม่ใช่เอาความสงบจากสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ สิ่งที่ไม่มี
เราไปเอาความสุขจากความหลงมันเป็นสิ่งที่ไม่ดีไม่ถูกต้อง เรามาทำความดีที่เป็นอีแอบบักแอบ เอาตำแหน่งเอาหน้าที่เอาไปใช้เพื่อเป็นตัวเป็นตนนี้เป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้องเลย ตำแหน่งข้าราชการนักการเมืองตำแหน่งนักบวช เป็นตำแหน่งที่เป็นความดีและปัญญา เป็นตำแหน่งบำเพ็ญความดีบารมี ไม่ใช่ตำแหน่งที่เราจะมาหาผลประโยชน์ เป็นตำแหน่งที่บุคคลต้องรู้เข้าใจ เพราะเงินทุกบาททุกสตางค์นั้นเป็นภาษีอากรของประชาชนมหาชน เพื่อให้บริสุทธิคุณเกิดขึ้นต่อส่วนรวม
หมู่มวลมนุษย์ทั้งหลายต้องพากันมารู้ปัญหา เพื่อความสงบเพื่อความร่มเย็น เพื่อพัฒนาพระนิพพาน ยกเลิกวัฏฏสงสารพัฒนาพระนิพพาน
เราต้องรู้เข้าใจเพื่อแก้ปัญหา อากาศก็ร้อนก็ต้องมีพัดลมมีแอร์ ต้องมีบ้านมีที่อยู่ที่อาศัยมีอาหาร
ทุก ๆ คนต้องรู้ต้องเข้าใจ จะได้พากันแก้ปัญหาให้ถูกต้อง ไม่ใช่ยิ่งสร้างปัญหา ยิ่ง ๆ ขึ้นไป อย่างไม่มีที่สุดไม่มีประมาณ
ปัญหาต่าง ๆ นั้นอยู่ที่มีความเห็นไม่ถูกต้อง เข้าใจไม่ถูกต้อง ปฏิบัติไม่ถูกต้อง ไม่มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติที่เป็นความดีที่ประกอบด้วยปัญญา ถึงเป็นปฏิปทาที่น่ารังเกียจ ทุกวันนี้ที่เรามีความรู้สึกร่วมกัน มองเห็นหน้าข้าราชการนักการเมืองหน้านักบวชด้วยสัญชาตญาณมันจะเห็นหน้าโจรลอยขึ้นมาทันทีโดยสัญชาตญาณ ยิ่งเห็นหน้านักการเมืองก็ยิ่งหน้าโจรใหญ่ ไม่ใช่หน้าโจรธรรมดา ระดับอภิมหาโจรเลยทีเดียว
ธรรมะคือหน้าที่ หน้าที่คือธรรมะ เรามีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติ หน้าที่นั้นก็จะเป็นมรรคเป็นผลเป็นพระนิพพาน
ธรรมะคติธรรมของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาภูมิพลอดุลยเดชนั้นดีมาก ถูกต้อง เป็นอมตธรรม เราต้องรู้เข้าใจ จะได้เข้าถึงหน้าที่ เข้าถึงความดีและปัญญา เข้าถึงความพอเพียงเพียงพอ เราอยากได้มากมันก็ไม่มาก เราอยากได้น้อยมันก็ไม่น้อย เราไปแสวงหาสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ ไปหาแสวงหาสิ่งที่ไม่มี มันจะมีแต่ความทุกข์เกิดขึ้น ความดับทุกข์ตั้งอยู่ ความทุกข์ดับไป
ข้าราชการทั้งหลายพากันมารู้เข้าใจนะ นักการเมืองทั้งหลายพากันมารู้มาเข้าใจนะ นักบวชทั้งหลายพากันมารู้มาเข้าใจนะ สถาบันทั้ง ๓ นี้ต้องเป็นหลัก การจะทำอะไรเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีถึงมีหลักการ เช่น ๔ ปีมีการเลือกตั้งใหม่ของนักการเมือง ข้าราชการระดับผู้ใหญ่ผู้นำเค้าใช้เวลา ๔ ปีเช่นเดียวกัน
การทำอะไรติดต่อต่อเนื่อง ๔ ปีจากยากจนนั้นก็จะร่ำรวย จากแห้งแล้งทะเลทรายก็จะเป็นป่าเขียวขจีชุ่มชื้น จากน้ำท่วมน้ำก็มีการพัฒนาหายจากน้ำท่วม
เรามาบวชไม่กี่อาทิตย์ก็ไม่เป็นไร เรามาทำความรู้ความเข้าใจแล้วมีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ เพื่อจะได้เปลี่ยนแปลงสัญชาตญาณของตัวเอง โดยอาศัยพระธรรมพระวินัยข้อวัตรข้อปฏิบัติเป็นยานของการประพฤติการปฏิบัติ
เรามาระลึกถึงปัจฉิมโอวาทของพระบรมศาสดา ให้พวกเราเข้าใจไม่ตั้งอยู่ในความประมาท เพราะจะทำให้เราผิดพลาดเสียหาย ทำให้เราพังทลายอย่างเดียวเช่นเดียวกันกับตึก สตง.สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินของเมืองไทยประเทศไทย เพราะปัจจุบันเป็นการชิงแชมป์ระหว่างวัฏฏสงสารกับพระนิพพาน ดั่งปัจฉิมโอวาทที่ตรัสไว้ว่า
"หันทะทานิ ภิกขะเว อามันตะยามิ โว วะยะธัมมา สังขารา อัปปะมาเทนะ สัมปาเทถะ" แปลความว่า "ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บัดนี้เราขอเตือนท่านทั้งหลายว่า สังขารทั้งหลาย มีความเสื่อมสลายไปเป็นธรรมดา ท่านทั้งหลายจงทำประโยชน์ตนและประโยชน์ผู้อื่นให้ถึงพร้อม ด้วยความไม่ประมาทเถิด
โอวาทของหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต
ความไม่ยั่งยืน เป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่และแน่นอนนะ
ความยิ่งใหญ่ คือความไม่ยั่งยืนนะ
ชีวิตที่ยิ่งใหญ่ คือชีวิตที่อยู่ด้วยทาน ศีล เมตตา และกตัญญู
ชีวิตที่มีความดี อาจมิใช่ความยิ่งใหญ่ แต่ชีวิตที่ยิ่งใหญ่ ต้องอาศัยคุณธรรมความดีเป็นปัญญาบริสุทธิคุณเท่านั้น การระงับสังขารทั้งหลายด้วยความรู้ความเข้าใจเป็นความรู้คู่กับการประพฤติการปฏิบัตินั่นแหละคืออริยมรรค เป็นหนทางที่ประเสริฐมีพระนิพพานตั้งแต่ในปัจจุบัน ไม่ต้องรอพระนิพพานเมื่อตายแล้ว ปัจจุบันไม่มีพระนิพพาน อนาคตจะมีพระนิพพานได้อย่างไร
ให้เรารู้เข้าใจเรื่องพระธรรมพระวินัย พระธรรมพระวินัยที่เป็นสัมมาทิฐิ เพื่อหยุดวัฏฏสงสารนั่นแหละคือพระนิพพาน ให้พวกเรารู้เข้าใจในเรื่องพระนิพพาน ให้เข้าใจนะว่าสิ่งเดิมนั้นคือความว่างเปล่า สิ่งที่สัญจรไปมาเป็นเพียงอาคันตุกะ เราจะได้เอาหลักการอุดการณ์ที่เป็นศีลเป็นสมาธิเป็นปัญญาเป็นมรรคเป็นอริยมรรคที่ตรงกันข้ามกับโลกธรรมมาประพฤติมาปฏิบัติ ให้รู้เข้าใจ เพราะไม่มีใครอยู่เหนือกรรมเหนือกฎแห่งกรรมเหนือผลของกรรม พระนิพพานความรู้ความเข้าใจในเรื่องกระบวนการปฏิจจสมุปบาท กระบวนการของปฏิจจสมุปบาทจะได้จบลงเพียงผัสสะ จะได้เป็นปัญญาเป็นความสงบ จะเป็นความสงบเป็นปัญญา เป็นสิ่งที่อยู่นอกเหตุเหนือผล หยุดความปรุงแต่ง นี้เป็นขบวนการที่ติดต่อต่อเนื่อง เป็นบารมีเป็นความดีที่ประกอบด้วยปัญญา เป็นพระนิพพานบ้านของเรา ไม่ใช่อวิชชาความหลงเป็นบ้านของเรานะ พระนิพพานคือบ้านของเรา ความสงบและปัญญาถึงเป็นธรรมเป็นปัจจุบันธรรม เราจะหยุดวัฏฏสงสารได้ด้วยความรู้ความเข้าใจ ด้วยพระธรรมด้วยพระวินัย เป็นขบวนการของกระแสในการประพฤติการปฏิบัติที่ได้นำเอาพระธรรมพระวินัยมาประพฤติมาปฏิบัติในปัจจุบันให้ติดต่อต่อเนื่อง
ความสงบและปัญญาที่เป็นพระธรรมพระวินัยถึงหยุดความปรุงแต่งได้ ด้วยปัญญาสัมมาทิฏฐิคู่กับการประพฤติการปฏิบัติในปัจจุบัน พระธรรมพระวินัยที่เป็นความรู้ความเข้าใจ ที่จะหยุดความปรุงแต่งได้ เข้าถึงพระนิพพานตั้งแต่ปัจจุบัน ไม่ต้องรอชาติหน้า พระนิพพานต้องอยู่ที่ปัจจุบันเท่านั้น
---------------------------------
โอวาทขององค์หลวงพ่อกัณหา สุขกาโม
เมตตาให้ไว้ในเช้าวันพุธที่ ๑๘ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙
ณ วัดป่าทรัพย์ทวีธรรมาราม ต.วังหมี อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา
