๒๐ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙

พสกนิกรชาวไทยและชาวต่างประเทศได้มาร่วมรวมกันประพฤติปฏิบัติธรรมเพื่อน้อมถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ด้วยความโทมนัสและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ที่พระองค์ได้ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทยและชาวโลกตลอดระยะเวลาที่ยาวนาน พระองค์ทรงเป็นดั่งแม่แห่งแผ่นดิน ผู้ทรงเปี่ยมด้วยพระเมตตาและพระปรีชาสามารถ ทรงอุทิศพระวรกาย พระสติปัญญา และพระราชหฤทัยในการบำเพ็ญพระราชกรณียกิจนานัปการ เคียงคู่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เพื่อธำรงไว้ซึ่งความผาสุกและความมั่นคงแห่งชาติไทย เราประชาชนชาวไทยต้องร่วมใจสมัครสมานสามัคคีทำความดีที่ประกอบด้วยปัญญา เพื่ออุทิศบุญกุศลน้อมเกล้าถวาย เพื่อเสด็จสู่สวรรคาลัย เข้าสู่สวรรค์มรรคผลพระนิพพาน

 

วันนี้เป็นวันศุกร์ที่ ๒๐ เดือนมีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙

 

ให้ทุกท่านทุกคนพากันนั่งให้สบายเพื่อฟังการบรรยายพระธรรมคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าด้วยความเคารพเถิด ไม่ให้ใจส่งออกไปทางภายนอก เพื่อให้ใจอยู่กับเนื้อกับตัว เพื่อจะได้มีสติมีสัมปชัญญะ

 

สติสัมปชัญญะเป็นธรรมะที่มีคุณมีอุปการะมาก สติสัมปชัญญะนี้จะเป็นปัจจุบัน ปัจจุบันเราต้องมีสติมีสัมปชัญญะ ปัจจุบันเป็นพื้นเป็นฐานของอนาคต ปัจจุบันเราไม่ต้องฟุ้งซ่าน เพราะปัจจุบันเป็นพื้นเป็นฐานของอนาคต

 

ความรู้ความเข้าใจเป็นปัญญาสัมมาทิฏฐิ ต้องมีสติมีสัมปชัญญะจะเป็นพื้นเป็นฐานของอนาคต

 

ความดีและปัญญาต้องก้าวไปด้วยปฏิปทาที่เกิดจากความรู้คู่กับการประพฤติการปฏิบัติ ความรู้ความเข้าใจต้องก้าวไปพร้อมกับการประพฤติการปฏิบัติ เพื่อให้ปฏิปทาได้ก้าวไปติดต่อต่อเนื่องเหมือนดั่งสายน้ำที่น้ำมันไหลสู่ทะเลสู่มหาสมุทร

 

ความเคารพกับความไม่ประมาทเป็นสิ่งเดียวกัน ถ้าเรามีความเคารพเราก็ไม่มีความประมาท ความเคารพในพระธรรมในพระวินัยที่เป็นบริสุทธิคุณขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าจะเป็นเหตุเป็นปัจจัยให้เกิดความสงบ เราเคารพในพระธรรมพระวินัย พระธรรมคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเราก็จะมีความสงบ

 

การฟังการบรรยายพระธรรมคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเราทุกท่านทุกคนต้องมีความเคารพ ภาชนะที่จะใช้ได้ต้องเป็นภาชนะที่ตั้งอยู่ ภาชนะที่ตั้งและล้มภาชนะนั้นจะใช้การใช้งานไม่ได้ การฟังการบรรยายพระธรรมคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้านั้นถึงต้องเคารพ

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เราทุกคนยกเลิกตัวยกเลิกตน หายพยศ ลดมานะ ละทิฏฐิ ไม่ได้ก้าวไปด้วยมานะด้วยทิฏฐิด้วยอีโก้

 

ความเคารพเป็นสาเหตุจะให้เกิดความสงบ

 

เราพากันมาบวชมาประพฤติมาปฏิบัติธรรม มาประพฤติมาปฏิบัติเพื่อเอาธรรมนำชีวิต มีความสุขในการประพฤติในการปฏิบัติ ยกเลิกทิฏฐิ ยกเลิกมานะอัตตาตัวตน ไม่มีมานะก้าว ไม่มีทิฏฐิก้าว ไม่มีอัตตาตัวตนก้าว มีความสำคัญมั่นหมายว่าเป็นตัวเป็นตน ยกเลิกตัวยกเลิกตน หยุดสัญชาตญาณที่มีความยึดมั่นถือมั่นว่าเป็นนิติบุคคลตัวตน

 

เรามารู้มาเข้าใจทุกข์ เหตุเกิดทุกข์ ข้อวัตรข้อปฏิบัติเพื่อไม่ให้มีทุกข์

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เราเข้าใจ ตัวตนนั้นมีแต่ความทุกข์เกิดขึ้น ความทุกข์ตั้งอยู่ ความทุกข์ดับไป ความทุกข์ใหม่ได้เกิดขึ้นมาอีก มีแต่ทุกข์ทั้งนั้น

 

พระธรรมพระวินัยสิกขาบทน้อยใหญ่เป็นอุปกรณ์ที่มายกเลิกตัวยกเลิกตน

 

เราทุกท่านทุกคนพากันเข้าใจ ด้วยเหตุผลนี้องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านถึงให้เราเคารพในพระธรรมพระวินัย ข้อวัตรกิจวัตรต่าง ๆ ตลอดจนถึงธุดงควัตร

 

เราทุกท่านทุกคนต้องหยุดสัญชาตญาณของตัวเอง ไม่เอาตัวตนนำชีวิต ไม่เอาความปรุงแต่งนำชีวิต ยกเลิกตัวยกเลิกตน

 

ให้ปฏิบัติติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำที่น้ำมันไหลไปสู่ทะเลไปสู่มหาสมุทร ก้าวไปด้วยพระธรรมด้วยพระวินัย มีปิติมีความสุขมีเอกัคคตาในการประพฤติในการปฏิบัติ

 

พุทธบริษัทต้องพากันรู้พากันเข้าใจในเรื่องทุกข์ เหตุเกิดทุกข์ ข้อปฏิบัติถึงความดับทุกข์ เราต้องหยุดสัญชาตญาณที่มีความยึดมั่นถือมั่นในตัวในตนนี้ให้ได้

 

ปัญญาสัมมาทิฏฐิเป็นสิ่งที่สำคัญ สัมมาสมาธิความตั้งมั่นเป็นสิ่งที่สำคัญ ปัญญากับสมาธินี้ต้องทำงานพร้อม ๆ กัน การประพฤติการปฏิบัติถึงจะก้าวไปได้ด้วยความรู้ความเข้าใจพร้อมทั้งการประพฤติพร้อมทั้งการปฏิบัติ ด้วยความรู้ความเข้าใจ ด้วยการยกทุกอย่างเข้าสู่พระไตรลักษณ์

 

คำว่าปัญญาชนเป็นความหมายที่ยกเลิกตัวยกเลิกตน ปัญญารู้แจ้งเห็นจริงในสรรพสิ่งทั้งหลายทั้งปวงที่เกิดจากเหตุเกิดจากปัจจัย ปัญญาต้องรู้ต้องเข้าใจ ความรู้ความเข้าใจสัมมาสมาธิคือความตั้งมั่นเป็นสิ่งควบคุมของการประพฤติการปฏิบัติ ไม่ให้ตั้งอยู่ในความเอร็ดอร่อย

 

รู้จักทุกสิ่งทุกอย่างนั่นแหละเป็นใหญ่ของธรรมชาติในตัวของเขาเอง เป็นประภัสสรของตัวธรรมชาติของตัวของเขาเอง

 

พุทธะนั้นต้องรู้ต้องเข้าใจในสรรพสิ่งทั้งหลายทั้งปวง เราจะให้เป็นไปได้ในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้นั้นมีแต่ความทุกข์เกิดขึ้น มีแต่ความทุกข์ตั้งอยู่ มีแต่ความทุกข์ดับไป ความทุกข์เก่าดับไปความทุกข์ใหม่ก็เกิดขึ้นมา เพราะสิ่งเหล่านั้นมันเป็นไปไม่ได้ ความแก่ความเจ็บความตายความพลัดพรากนั้นเป็นสิ่งที่มีอยู่จากเหตุจากปัจจัย

 

พุทธบริษัทต้องรู้ต้องเข้าใจ ต้องมีปัญญาสัมมาทิฏฐิ พุทธบริษัทต้องขอบใจธาตุทั้ง ๔ ขันธ์ทั้ง ๕ อายตนะ ๑๒ ถ้าไม่มีธาตุทั้ง ๔ ขันธ์ทั้ง ๕ อายตนะ ๑๒ เราก็ย่อมไม่มีการประพฤติย่อมไม่มีการปฏิบัติ

 

สัมมาทิฏฐิกับสัมมาสมาธิต้องเป็นผู้รู้คู่กับการประพฤติการปฏิบัติ ความรู้ความเข้าใจจะไม่ได้เข้าไปปรุงแต่งในสิ่งที่จะเป็นไปไม่ได้ สิ่งทั้งหลายทั้งปวงนั้นก็เป็นอยู่อย่างนั้นเองเช่นนั้นเองจนกว่าจะหมดอายุขัย จนกว่าจะหมดเหตุหมดปัจจัย

 

เพศบรรพชิต เพศผู้ประพฤติปฏิบัติธรรม หยุดธุรกิจภายนอก มาเน้นเรื่องจิตเรื่องใจ ได้รับสิทธิพิเศษจากประชาชนจากมหาชน บ้านไม่ได้เช่า ข้าวไม่ได้ซื้อ ของใช้สอยทุกอย่าง ยานพาหนะ เจ็บไข้ไม่สบายไปโรงพยาบาล ทุกอย่างฟรีหมด

 

เรามาบวชมาปฏิบัติธรรม เราพากันมายกเลิกตัวยกเลิกตน เราพากันนอนพักผ่อนจำวัดวันละ ๖ ชั่วโมง นอนจำวัดเวลา ๓ ทุ่ม ตื่นตี ๓ เวลาตื่นอยู่นี้เป็นเวลา ๑๘ ชั่วโมง เวลาทั้งหมด ๒๔ ชั่วโมงเป็นเวลาประพฤติปฏิบัติธรรมทั้งหมด เพื่อเราจะได้มายกเลิกตัวยกเลิกตน นี้เป็นโอกาสดีของเราทุกท่านทุกคน

 

ให้ทุกท่านทุกคนพากันเข้าใจนะว่าเราบวชมาทำไม เรามาประพฤติมาปฏิบัติที่นี่เพื่อจะทำอะไร ทุกท่านทุกคนต้องพากันเข้าใจในความมุ่งหมายของการมาบวช

 

เราได้มีโอกาสพิเศษได้รับการสนับสนุนจากทุก ๆ คน เราทุกคนต้องมาเน้นที่ใจของเรา ใจของเรานี้ไม่มีใครรู้ไม่มีใครเห็นไม่มีใครเข้าใจว่าเราคิดเรานึกเราปรุงแต่งอะไร มีแต่ตัวของเราเองเป็นผู้รู้เป็นผู้เข้าใจ ผู้ประพฤติปฏิบัติถึงต้องเน้นบริสุทธิคุณเพื่อเป็นคนซื่อสัตย์ไม่มีปกปิดซ่อนเร้น มาทำความดีเพื่อความดี ไม่ได้มาทำความดีเพื่อความอยากความต้องการ ความอยากความต้องการนั้นมันเป็นขั้วบวกขั้วลบ ไม่ใช่ความสงบ มันเป็นขั้วบวกขั้วลบ มันยังมีความปรุงแต่ง มันยังมีได้มีเสียมีเจริญมีเสื่อม ยังเป็นตัวเป็นตน ยังเป็นโลกธรรม

 

เราทุกคนมาเน้นที่ตัวเรา เราต้องมาหยุดสัญชาตญาณ ยกเลิกตัวยกเลิกตน มีความรู้มีความเข้าใจ เพื่อให้การประพฤติการปฏิบัติได้ติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ ถ้าเราทำความดีเพื่อความดี นี้จะเป็นความไม่ปรุงแต่ง ผู้ประพฤติผู้ปฏิบัติใจก็ย่อมสัมผัสกับพระนิพพานเอง ไม่ต้องไปถามบุคคลอื่น ไม่ต้องไปถามผู้อื่น ผู้ประพฤติปฏิบัติต้องรู้ด้วยตนเอง

 

ความเคารพในพระธรรมในพระวินัย ความเคารพในความไม่ประมาทจะเป็นความสงบ ความสงบกับความสุข ๒ อย่างนี้จะเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ถ้าเรามีความเคารพก็จะมีความสงบ ถ้าเรามีความสงบเราก็จะมีความสุข ผู้ประพฤติผู้ปฏิบัติจะสัมผัสได้จากใจของผู้นั้นเอง

 

เรามีความสุขในการทำหน้าที่ความสงบนั้นก็ย่อมมี หน้าที่นั้นถึงเป็นความสุข หน้าที่นั้นถึงเป็นความสงบ ความรู้ความเข้าใจ พระธรรมพระวินัยนั้นจะเป็นพระนิพพาน เป็นบ้านเป็นที่อยู่ ให้พุทธบริษัทรู้เข้าใจ

 

ด้วยเหตุนี้เราถึงต้องเคารพในพระธรรมในพระวินัย ที่พระอานนท์ได้ทูลถามองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าว่า เมื่อสมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้าเสด็จดับขันธ์สู่ปรินิพพานแล้ว จะเอาใครเป็นผู้แทนองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้กล่าวได้ตรัสกับท่านพระอานนท์ว่า พระอานนท์ เธอต้องรู้ต้องเข้าใจว่าพระธรรมพระวินัยสิกขาบทน้อยใหญ่นั่นแหละคือองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เธอจงเคารพในพระธรรมพระวินัยสิกขาบทน้อยใหญ่ อย่าไปมองข้ามพระธรรมพระวินัย อย่าไปมองข้ามปัจจุบัน เพราะพระธรรมพระวินัยนี้จะเป็นเหตุเป็นปัจจัย จะเป็นมรรคเป็นผลเป็นพระนิพพาน

 

เราต้องรู้เข้าใจว่าพระนิพพานบ้านของเราคือพระธรรมคือพระวินัยข้อวัตรกิจวัตร จงมีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ เพราะความสุขกับความสงบนั้นมันเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน

 

อย่างเรามีความสุขในการทำงานในการทำหน้าที่ เป็นความดีเพื่อความดีนี้ก็จะเป็นพระนิพพานไปในตัว

 

อริยมรรคมีองค์แปด ต้องรู้ต้องเข้าใจ ต้องเน้นที่ใจที่เจตนา ทำความดีเพื่อความดี ไม่ได้ทำความดีเพื่ออยากที่จะเป็นคนดีหวังที่จะเป็นคนดี ต้องทำความดีเพื่อความดี พุทธบริษัทต้องรู้เข้าใจ หน้าที่ของเรานั้นถึงจะเป็นพระนิพพาน

 

อย่างเราพากันนั่งสมาธิอย่างนี้ การนั่งสมาธินี้เป็นหน้าที่ที่เราจะต้องยกเลิกตัวยกเลิกตน ใจไม่สงบก็ไม่เป็นไรให้กายมันสงบก่อน ใจไม่สงบไม่เป็นไรให้วาจากิริยามารยาทอาชีพมันสงบก่อน

 

การฝึกใจหรือว่าการปฏิบัติใจเค้าต้องปฏิบัติที่กาย เรามีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติในการทำหน้าที่ ทำความดีเพื่อความดีก็จะเป็นพระนิพพานไปในตัว ถ้าเราประพฤติปฏิบัติเพื่อหวังผลประโยชน์ตอบแทนมันเป็นขั้วบวกขั้วลบ มันมีได้มีเสีย มีเจริญมีเสื่อม อย่างเรานั่งสมาธิ หายใจเข้าก็ให้สบาย การหายใจเข้าสบายออกสบายมันก็จะเป็นออกซิเจนเป็นพระนิพพานอยู่แล้ว เป็นการถ่ายเทของเสียของปฏิกูลคาร์บอนไดออกไซด์มันก็จะเป็นพระนิพพานอยู่แล้ว ถ้าเราไม่รู้เข้าใจ เรามีความอยากมีความต้องการเราปฏิบัติเพื่อจะเอาความสงบ ความไม่รู้ไม่เข้าใจอย่างนี้เราทุกคนก็จะตกนรกทันที

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้พุทธบริษัทเข้าใจอย่างนี้นะ ถ้าเราทำความดีเพื่อความดี มีความสุขในการทำความดี การประพฤติการปฏิบัตินี้ก็จะเป็นพระนิพพาน

 

ด้วยเหตุผลนี้ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าถึงให้เราทำหน้าที่ดี ๆ อยู่ที่ปัจจุบัน มีความสุขกับการทำหน้าที่ในปัจจุบัน เพราะความสุขกับความสงบนี้มันเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน

 

การประพฤติการปฏิบัตินั้นต้องให้ติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ ไม่ให้ขาดวรรคขาดตอน

 

เรานอนเราพักผ่อนจำวัด ๖ ชั่วโมงนั้นเพียงพอ เราทุกคนมีความสุขในการทำหน้าที่ มีความสุขกับการทำงาน ที่เราตื่นอยู่นี้เป็นเวลา ๑๘ ชั่วโมง

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เราเข้าใจ ให้เรายกทุกอย่างเข้าสู่พระไตรลักษณ์ สิ่งที่เกิดกับเรามันเกิดขึ้น ตั้งอยู่ แล้วก็ดับไป ไม่มีอะไรมากกว่าเกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป เราทุกคนต้องมีปัญญาสัมมาทิฏฐิ ต้องยกทุกอย่างเข้าสู่พระไตรลักษณ์ มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติอย่างนี้

 

มีคำถามว่า ปฏิบัติอย่างนี้แหละมันจะไม่เป็นบ้าเหรอ มันจะไม่เครียดเหรอ..?

 

ปฏิบัติอย่างนี้มันจะไม่เป็นบ้า มันจะไม่เครียด เพราะการปฏิบัติถ้าเราปฏิบัติเพื่อยกเลิกตัวตน ความเป็นบ้ามันจะไม่มี ความเครียดมันจะไม่มี เพราะเราทำความดีเพื่อความดีมันจะไม่เป็นบ้า ถ้าเราทำความดีเพื่อตัวเพื่อตนมันจะเป็นบ้า ถ้าเราทำความดีเพื่อตัวเพื่อตนมันจะเครียด เพราะเหตุผลว่าเราทำความดีเพื่อความดี ไม่ได้ทำความดีเพื่อจะเอาเพื่อจะมีเพื่อจะเป็น ยิ่งประพฤติปฏิบัติติดต่อต่อเนื่อง ก็ย่อมมีความสุข ย่อมมีความสงบ สมถะความสงบ วิปัสสนาตัวปัญญาจะได้เดินควบคู่กันไป สมาธิกับปัญญาจะได้เดินควบคู่กันไป ศรัทธากับปัญญาจะได้ควบคู่กันไป ความเพียรกับความสงบจะได้ควบคู่กันไป

 

พุทธบริษัทต้องรู้ต้องเข้าใจว่าถ้าเรายกเลิกตัวตนความเครียดนั้นจะไม่มี สัมมาทิฏฐิความรู้ความเข้าใจ มีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติมันจะเป็นการยกเลิกการปรุงแต่ง ยกเลิกขั้วบวกขั้วลบ

 

เราคิดดูดี ๆ มนุษย์เทวดาพรหมพระอริยเจ้าก็ย่อมมีความสุขมากกว่าเปรตยักษ์มารอสุรกาย เพราะมีปัญญาสัมมาทิฏฐิ มีความเห็นถูกต้อง เข้าใจถูกต้อง ปฏิบัติถูกต้อง ยกเลิกความอยากเสียได้ มีความสุขในการทำหน้าที่

 

ด้วยเหตุผลนี้ มนุษย์เทวดาพรหมต้องมีปัญญาสัมมาทิฏฐิ ต้องพากันรู้พากันเข้าใจ เห็นภัยในวัฏฏสงสาร เห็นภัยในความยึดมั่นถือมั่นที่มันเป็นนิติบุคคลตัวตน

 

ด้วยเหตุผลนี้ มนุษย์เทวดาพรหมถึงต้องพากันเจริญภาวนาวิปัสสนา ยกทุกอย่างเข้าสู่พระไตรลักษณ์ เพื่อให้เกิดปัญญาสัมมาทิฏฐิ เพื่อให้รู้เข้าใจในเรื่องมรรคเรื่องอริยมรรค มีความสุขกับการประพฤติกับการปฏิบัติ

 

ต้องมีปัญญาสัมมาทิฏฐิ ผู้มีความสุขมาก ๆ ต้องยกเลิกตัวยกเลิกตนมาก ๆ ต้องเสียสละมาก ๆ ต้องพิจารณาทุกสิ่งทุกอย่างเข้าสู่พระไตรลักษณ์มาก ๆ

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้พุทธบริษัทรู้เข้าใจ ถ้าเราไม่รู้ไม่เข้าใจ เราก็ไม่รู้หลักการประพฤติการปฏิบัติ เราจะไม่รู้จักพิจารณาทุกอย่างเข้าสู่พระไตรลักษณ์ อวิชชาความหลงเค้าก็จะทำงานไปด้วยเราไม่รู้ไม่เข้าใจในการประพฤติการปฏิบัติ

 

ผู้ประพฤติผู้ปฏิบัติเห็นรูปฟังเสียงได้กลิ่นลิ้มรสสัมผัส ต้องพิจารณาทุกสิ่งทุกอย่างเข้าสู่พระไตรลักษณ์ ถ้าเราไม่พิจารณาเข้าสู่พระไตรลักษณ์นั้น คือการไม่รู้จักในหลักการของการประพฤติการปฏิบัติ

 

ด้วยเหตุผลนี้ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไม่ให้เราตั้งอยู่ในความประมาท ต้องพิจารณาทุกอย่างเข้าสู่พระไตรลักษณ์ เพื่อให้สมาธิกับปัญญาก้าวไปพร้อม ๆ กัน

 

สัญชาตญาณที่เป็นตัวเป็นตนทุกคนไม่อยากพิจารณาทุกอย่างเข้าสู่พระไตรลักษณ์ เพราะรูปเสียงกลิ่นรสโผฏฐัพพะธรรมารมณ์มันเป็นของอร่อยมันแซบมันลำมันนัวมันหรอยมันอร่อย ตามสัญชาตญาณแล้วเราไม่อยากพิจารณาเข้าสู่พระไตรลักษณ์

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เราเคารพในความเพียร ในการประพฤติการปฏิบัติ เราต้องพิจารณาทุกสิ่งทุกอย่างเข้าสู่พระไตรลักษณ์ เพื่อปัญญากับสมาธิจะได้ทำงานร่วม ๆ กัน

 

เรามีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติอย่างนี้ ความเครียดนั้นจะไม่มี เพราะเราทำความดีเพื่อความดี ไม่ได้ทำความดีเพื่อตัวเพื่อตน ความเครียดนั้นมันจะไม่มี

 

ผู้ประพฤติผู้ปฏิบัติเอาไปทำดูนะความเครียดนั้นมันจะไม่มี ทำความดีเพื่อความดี

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไม่ให้เรามองข้ามปัจจุบันไป

 

เรามาบวชมาปฏิบัติต้องเข้าใจนะ ว่าเราได้ประพฤติปฏิบัติตามพระธรรมพระวินัยแล้วหรือยัง เราเคารพในพระธรรมพระวินัยขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้ายิ่งกว่าชีวิตของเราแล้วหรือยัง เราเอาตัวเอาตนอยู่เหนือธรรมเหนือวินัยหรือไม่

 

อย่างเรามาบวชอยู่ที่วัดนี้ มาปฏิบัติธรรมอยู่ที่วัดนี้ ข้อวัตรข้อปฏิบัติของเราบกพร่องหรือไม่บกพร่อง เราต้องรู้ต้องเข้าใจ เวลานอน ๓ ทุ่มเรานอนแล้วหรือยัง หรือว่าเราเลทเวลาไปเป็น ๔ ทุ่ม ๕ ทุ่ม เวลาตื่นตี ๓ เราตื่นแล้วหรือยัง เวลาเรามานั่งสมาธิเราตั้งใจนั่งสมาธิเพื่อความโงกความง่วงเหงาหาวนอนแล้วหรือยัง เรามาบวชเรายกเลิกตัวเองไหม หรือว่าเรายังตรึกอยู่ในกาม ตรึกในเรื่องอยู่เรื่องกิน เรื่องลาภยศสรรเสริญ ตรึกอยู่ในเรื่องนารีสีกาสีสกปรก หรือตรึกในพยาบาท เครียดแค้น

 

ใจของเราให้เราเข้าใจนะ ใจของเรานั้นไม่มีใครรู้ก็จริง แต่ตัวของเรารู้ เราจะมองข้ามเราไปได้อย่างไรเพราะเราก็เป็นคนคนหนึ่ง ถ้าเรามองข้ามปัจจุบันไปนั้นไม่ได้นะ

 

ความเคารพในพระธรรมพระวินัยนี้เป็นสิ่งที่สำคัญมาก

 

ความละอายต่อบาปเกรงกลัวต่อบาปนี้เป็นสิ่งที่สำคัญมาก

 

ด้วยเหตุผลนี้เราต้องเคารพในพระธรรมพระวินัย ดวงตานั้นเป็นสิ่งที่สำคัญสำหรับเดินทาง ความละอายต่อบาปเกรงกลัวต่อบาปเป็นสิ่งที่สำคัญสำหรับเดินทางของการประพฤติของการปฏิบัติ

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านตรัสว่า ทุกคนพากันทำได้ปฏิบัติได้หมด ให้พากันรู้ทุกข์ รู้เหตุเกิดทุกข์ ข้อปฏิบัติถึงความดับทุกข์

 

คนที่ทำไม่ได้มีอยู่ ๓ ประเภท

ประเภทที่ ๑ ได้แก่คนตาย เพราะตายแล้วมันทำไม่ได้ปฏิบัติไม่ได้

ประเภทที่ ๒ คือคนบ้า คือคนสมองเสีย เพราะสมองมันเสียแล้ว

ประเภทที่ ๓ คือบุคคลที่เอาตัวเอาตนเป็นที่ตั้ง ไม่ยกเลิกตัวยกเลิกตน มันเลยทำไม่ได้

 

ด้วยเหตุผลนี้ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เรารู้เข้าใจ มีปัญญาสัมมาทิฏฐิ 

 

ผู้ประพฤติผู้ปฏิบัติธรรมถึงได้มีหลักการของการประพฤติการปฏิบัติ

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้ผู้ประพฤติผู้ปฏิบัติธรรมพิจารณาร่างกายแยกออกเป็นชิ้นเป็นส่วน ร่างกายของมนุษย์มีอยู่ ๓๒ ชิ้นส่วน ให้แยกออกเป็นชิ้นเป็นส่วน ส่วนไหนเป็นธาตุดิน ธาตุน้ำ ธาตุลม ธาตุไฟ ส่วนไหนเป็นอากาศธาตุ ส่วนไหนมันเป็นอย่างไร ส่วนไหนมันสวย ส่วนไหนมันปฏิกูล พิจารณาแยกแยะออกเป็นชิ้นส่วนให้เห็นตามความเป็นจริงแล้วประกอบขึ้นมาใหม่ พิจารณาอาหารเก่าอาหารใหม่ พิจารณาความแก่ความเจ็บความตายความพลัดพราก

 

ทำไมถึงต้องพิจารณา เพื่อจะให้ยกเลิกอัตตายกเลิกตัวตน เพราะฐานใหญ่อยู่ในส่วนของร่างกายนี้

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านตรัสว่า เราเจริญสติสัมปชัญญะนั้นยังไม่เพียงพอ เราจะสักกายทิฏฐิละตัวละตนนั้นให้พิจารณาร่างกายเข้าสู่พระไตรลักษณ์ ทำให้ติดต่อต่อเนื่อง ให้นิมิตทางธรรมเกิด เพื่อยกเลิกตัวยกเลิกตน

 

เรามาบวชมาปฏิบัติธรรม วันหนึ่งคืนหนึ่งเราพิจารณาสรีระร่างกาย เจริญสติสัมปชัญญะนั้นยังไม่เพียงพอ ต้องพิจารณาร่างกายเข้าสู่พระไตรลักษณ์เพื่อถอนสักกายทิฏฐิที่มีความยึดมั่นถือมั่นที่เป็นตัวเป็นตน

 

ท่านหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต ท่านประพฤติท่านปฏิบัติอย่างนี้ ท่านพาพระที่เป็นลูกศิษย์ของท่านปฏิบัติอย่างนี้  

 

ปฏิบัติอย่างนี้ถึงได้เป็นพระอริยเจ้าถึงได้เป็นพระอรหันต์ เราเจริญสติสัมปชัญยะอย่างนั้นเดียวนั้นไม่เพียงพอ ต้องพิจารณาร่างกายแยกออกเป็นชิ้นเป็นส่วน

 

ถ้าเราทำอย่างนี้ปฏิบัติอย่างนี้ ตาเห็นรูป หูฟังเสียง จมูกได้กลิ่น สัมผัสอะไรต่าง ๆ นั้นก็จะเกิดความว่างจากนิติบุคคลตัวตน ถ้าเราภาวนาติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ การประพฤติการปฏิบัติของเราจะได้ผลอย่างแน่นอน เพราะธรรมทั้งหลายเกิดจากเหตุเกิดจากปัจจัย

 

ผู้ปฏิบัติส่วนใหญ่เพราะยังมีสัญชาตญาณที่เป็นตัวเป็นตน จะไม่มีใครอยากภาวนาวิปัสสนา เพราะยังยินดีในเรื่องรส รสนั้นจะเป็นภพเป็นชาติ เพราะผู้ปฏิบัตินั้นไม่เข้าใจในเรื่องทุกข์ จึงได้พากันแสวงหาความทุกข์ เรื่องไม่มีก็ไปสร้างเรื่อง ปัญหาไม่มีก็สร้างปัญหา นั้นถึงเป็นความไม่อิ่มไม่เต็มไม่พอ ไม่ใช่ความพอเพียงเพียงพอ

 

เรามาบวชมาปฏิบัติธรรม ให้ทุกท่านทุกคนเข้าใจว่าเราทำได้ปฏิบัติได้ เพราะเรายังไม่ตาย เราไม่ได้เป็นคนบ้า เราอาศัยปัญญาสัมมาทิฏฐิ เอาองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นตัวอย่างแบบอย่างของการประพฤติการปฏิบัติ

 

ด้วยการมายกเลิกตัวยกเลิกตน เพราะตัวตนนั้นคือความทุกข์เกิดขึ้น ความทุกข์ตั้งอยู่ แล้วก็ความทุกข์ดับไป แล้วก็ความทุกข์ตั้งมาใหม่ มันไม่จบ

 

สัมมาทิฏฐิความเห็นถูกต้องความเข้าใจถูกต้อง สมาธิกับปัญญาต้องเป็นดั่งสายน้ำต้องเดินไปพร้อมๆ  กัน

 

เราทุกท่านทุกคนพากันมาระลึกถึงพระธรรมคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่บริสุทธิคุณที่ยกเลิกตัวตน เราต้องพากันมารู้มาเข้าใจ เข้าสู่ภาคประพฤติภาคปฏิบัติ พากันเข้าถึงพระธรรมพระวินัยด้วยความเข้าใจด้วยการประพฤติการปฏิบัติ เข้าถึงพระนิพพานคือบ้านของเรา

 

เรามาระลึกถึงปัจฉิมโอวาทที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านไม่ให้เราตั้งอยู่ในความประมาท ท่านได้ตรัสโอวาทครั้งสุดท้ายในการที่จะเสด็จดับขันธ์ปรินิพพาน

 

"หันทะทานิ ภิกขะเว อามันตะยามิ โว วะยะธัมมา สังขารา อัปปะมาเทนะ สัมปาเทถะ" แปลความว่า "ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บัดนี้เราขอเตือนท่านทั้งหลายว่า สังขารทั้งหลาย มีความเสื่อมสลายไปเป็นธรรมดา ท่านทั้งหลายจงทำประโยชน์ตนและประโยชน์ผู้อื่นให้ถึงพร้อม ด้วยความไม่ประมาทเถิด

 

โอวาทของหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต

ความไม่ยั่งยืน เป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่และแน่นอนนะ

ความยิ่งใหญ่ คือความไม่ยั่งยืนนะ

ชีวิตที่ยิ่งใหญ่ คือชีวิตที่อยู่ด้วยทาน ศีล เมตตา และกตัญญู

ชีวิตที่มีความดี อาจมิใช่ความยิ่งใหญ่ แต่ชีวิตที่ยิ่งใหญ่ ต้องอาศัยคุณธรรมความดีเป็นปัญญาบริสุทธิคุณเท่านั้น การระงับสังขารทั้งหลายด้วยความรู้ความเข้าใจเป็นความรู้คู่กับการประพฤติการปฏิบัตินั่นแหละคืออริยมรรค เป็นหนทางที่ประเสริฐมีพระนิพพานตั้งแต่ในปัจจุบัน ไม่ต้องรอพระนิพพานเมื่อตายแล้ว ปัจจุบันไม่มีพระนิพพาน อนาคตจะมีพระนิพพานได้อย่างไร

 

ให้เรารู้เข้าใจเรื่องพระธรรมพระวินัย พระธรรมพระวินัยที่เป็นสัมมาทิฐิ เพื่อหยุดวัฏฏสงสารนั่นแหละคือพระนิพพาน ให้พวกเรารู้เข้าใจในเรื่องพระนิพพาน ให้เข้าใจนะว่าสิ่งเดิมนั้นคือความว่างเปล่า สิ่งที่สัญจรไปมาเป็นเพียงอาคันตุกะ เราจะได้เอาหลักการอุดการณ์ที่เป็นศีลเป็นสมาธิเป็นปัญญาเป็นมรรคเป็นอริยมรรคที่ตรงกันข้ามกับโลกธรรมมาประพฤติมาปฏิบัติ ให้รู้เข้าใจ เพราะไม่มีใครอยู่เหนือกรรมเหนือกฎแห่งกรรมเหนือผลของกรรม พระนิพพานความรู้ความเข้าใจในเรื่องกระบวนการปฏิจจสมุปบาท กระบวนการของปฏิจจสมุปบาทจะได้จบลงเพียงผัสสะ จะได้เป็นปัญญาเป็นความสงบ จะเป็นความสงบเป็นปัญญา เป็นสิ่งที่อยู่นอกเหตุเหนือผล หยุดความปรุงแต่ง นี้เป็นขบวนการที่ติดต่อต่อเนื่อง เป็นบารมีเป็นความดีที่ประกอบด้วยปัญญา เป็นพระนิพพานบ้านของเรา ไม่ใช่อวิชชาความหลงเป็นบ้านของเรานะ พระนิพพานคือบ้านของเรา ความสงบและปัญญาถึงเป็นธรรมเป็นปัจจุบันธรรม เราจะหยุดวัฏฏสงสารได้ด้วยความรู้ความเข้าใจ ด้วยพระธรรมด้วยพระวินัย เป็นขบวนการของกระแสในการประพฤติการปฏิบัติที่ได้นำเอาพระธรรมพระวินัยมาประพฤติมาปฏิบัติในปัจจุบันให้ติดต่อต่อเนื่อง

 

 ความสงบและปัญญาที่เป็นพระธรรมพระวินัยถึงหยุดความปรุงแต่งได้ ด้วยปัญญาสัมมาทิฏฐิคู่กับการประพฤติการปฏิบัติในปัจจุบัน พระธรรมพระวินัยที่เป็นความรู้ความเข้าใจ ที่จะหยุดความปรุงแต่งได้ เข้าถึงพระนิพพานตั้งแต่ปัจจุบัน ไม่ต้องรอชาติหน้า พระนิพพานต้องอยู่ที่ปัจจุบันเท่านั้น

---------------------------------

โอวาทขององค์หลวงพ่อกัณหา สุขกาโม

เมตตาให้ไว้ในเช้าวันศุกร์ที่ ๒๐ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙

ณ วัดป่าทรัพย์ทวีธรรมาราม ต.วังหมี อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา

รายการล่าสุดที่คุณดู
Visitors: 112,069