๒๑ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙

พสกนิกรชาวไทยและชาวต่างประเทศได้มาร่วมรวมกันประพฤติปฏิบัติธรรมเพื่อน้อมถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ด้วยความโทมนัสและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ที่พระองค์ได้ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทยและชาวโลกตลอดระยะเวลาที่ยาวนาน พระองค์ทรงเป็นดั่งแม่แห่งแผ่นดิน ผู้ทรงเปี่ยมด้วยพระเมตตาและพระปรีชาสามารถ ทรงอุทิศพระวรกาย พระสติปัญญา และพระราชหฤทัยในการบำเพ็ญพระราชกรณียกิจนานัปการ เคียงคู่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เพื่อธำรงไว้ซึ่งความผาสุกและความมั่นคงแห่งชาติไทย เราประชาชนชาวไทยต้องร่วมใจสมัครสมานสามัคคีทำความดีที่ประกอบด้วยปัญญา เพื่ออุทิศบุญกุศลน้อมเกล้าถวาย เพื่อเสด็จสู่สวรรคาลัย เข้าสู่สวรรค์มรรคผลพระนิพพาน

 

วันนี้เป็นวันเสาร์ที่ ๒๑ เดือนมีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙

 

ให้ทุกท่านทุกคนพากันนั่งให้สบาย นั่งให้มีความสุข หายใจเข้าก็ให้สบาย หายใจออกก็ให้สบาย ใจอยู่กับเนื้อใจอยู่กับตัว เพื่อฟังการบรรยายพระธรรมคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

 

วันนี้เป็นวันเสาร์ วันเสาร์วันอาทิตย์เป็นวันหยุดของข้าราชการรัฐวิสาหกิจ เพื่อพัฒนาจิตใจ

 

วันจันทร์อังคารพุธพฤหัสศุกร์เป็นวันทำงานกับการพัฒนาใจ ๒ อย่างนี้ปฏิบัติไปพร้อม ๆ กัน วันเสาร์วันอาทิตย์เป็นวันหยุดทำงานภายนอก มาพัฒนาเรื่องจิตเรื่องใจอย่างเดียว

 

การประพฤติการปฏิบัติต้องเอาทางสายกลางระหว่างวัตถุกับจิตใจไปพร้อมๆกัน

 

ใจนั้นเป็นนามธรรม การปฏิบัติใจถึงต้องปฏิบัติที่กาย วาจา กิริยามารยาท อาชีพ

 

การประพฤติการปฏิบัติต้องตั้งใจตั้งเจตนา ภาชนะที่ใช้ได้ต้องเป็นภาชนะที่ตั้งไว้ ถ้าภาชนะที่ล้มหรือว่าคว่ำ ภาชนะนั้นจะใช้งานนั้นไม่ได้

 

ความตั้งใจตั้งเจตนานี้เป็นสิ่งที่สำคัญ ให้หมู่มวลมนุษย์ทั้งหลายพากันรู้พากันเข้าใจ สัมมาทิฏฐิ ความเห็นถูกต้อง คามเข้าใจถูกต้อง เราต้องปฏิบ้ติให้ถูกต้อง เพราะสิ่งทั้งหลายทั้งปวงนั้นมีเหตุมีปัจจัยเป็นแดนเกิด ความรู้นี้ต้องคู่กับการประพฤติคู่กับการปฏิบัติ

 

การประพฤติการปฏิบัตินั้นปฏิบัติอยู่ที่ปัจจุบัน เพราะเหตุผลว่าอดีตก็มารวมกันอยู่ที่ปัจจุบัน อนาคตที่จะไปขางหน้าก็อยู่ทีปัจจุบันนี้เอง ปัจจุบันถึงเป็นวาระสำคัญของการประพฤติการปฏิบัติ ปัจจุบันถึงเป็นวาระแห่งชาติของการประพฤติการปฏิบัติ

 

ด้วยเหตุผลนี้ตั้งใจตั้งเจตนาของการประพฤติของการปฏิบัติ เพื่อให้เป็นความรู้คู่กับการประพฤติการปฏิบัติ เพื่อให้การประพฤติการปฏิบัตินั้นได้ติดต่อต่อเนื่องเหมือนสายน้ำมันไหล  สายน้ำมันไหลสู่ลำห้วย สู่ทะเล สู่มหาสมุทร มันไหลเป็นสายน้ำไม่ให้หมือกับหยดน้ำ น้ำมันหยดนั้นมันหยดทีละหยุด ๆ ขาดขั้นขาดตอน ไม่ใช่สายน้ำ

 

ความรู้ความเข้าใจในเรื่องของเหตุของปัจจัย ใจของเราที่มีปัญญาจะไม่ไปตามผัสสะ จะไม่ไปตามสิ่งแวดล้อม สิ่งทั้งหลายทั้งปวงนั้นจะหยุดลงที่ปัจจุบัน จะหยุดลงที่ผัสสะ ด้วยความรู้ความเข้าใจ

 

สัมมาทิฏฐิ คือความเห็นถูกต้อง เข้าใจถูกต้อง เป็นสิ่งที่ปฏิบัติควบคู่กันไปเป็นสัมมาสมาธิคือความตั้งใจมั่นชอบ ไม่ไปตามสิ่งต่าง ๆ เป็นความรู้ความเข้าใจ เป็นความว่างจากสิ่งทีมีอยู่ เพราะปัญญาสัมมาทิฏฐิ มีความเห็นถูกต้อง มีความเข้าใจถูกต้อง มีความเข้าใจว่าเมื่อเรามีตาก็ย่อมมีรูป มีหูก็ต้องได้ยินเสียง มีจมูกก็ต้องได้กลิ่น มีลิ้นก็ต้องมีรสสัมผัส มีกายก็ต้องผัสสะ มีใจก็ต้องมีความรูสึกนึกคิด

 

ความรู้ความเข้าใจด้วยปัญญาอย่างนี้ เอาความรู้ความเข้าใจมาใช้มาปฏิบัติ ไม่ไปตามผัสสะ ไม่ไปตามสิ่งแวดล้อม สิ่งทั้งหลายทั้งปวงนั้นก็จะจบลงที่ผัสสะ หยุดที่ผัสสะ

 

ความรู้ความเข้าใจ ประพฤติปฏิบัติติดต่อต่อเนื่อง มีความตั้งใจตั้งเจตนา เพื่อให้ทุกสิ่งทุกอย่างนั้นจบลงที่ปัจจุบัน จบลงที่ผัสสะ

 

มีความสุขกับการประพฤติกับการปฏิบัติ ความสุขกับความสงบนั้นจะเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน เมื่อเรามีความสุขกับการประพฤติกับการปฏิบัติเราก็จะมีความสงบ

 

เราตั้งใจตั้งเจตนา เราก็จะมีจุดยืนของการประพฤติการปฏิบัติ การปฏิบัติที่ตั้งใจตั้งเจตนา มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัตินั้นจะเป็นออกซิเจนไปในตัว จะเป็นการถ่ายเทของเสียของปฏิกูล ปล่อยวางคาร์บอนไดออกไซด์ออกไป

 

การประพฤติการปฏิบัติถ้าเราเข้าใจ มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติก็จะเป็นออกซิเจน เป็นการถ่ายเทของเสียของปฏิกูล ปล่อยวางคาร์บอนไดออกไซด์ออกไป

 

การที่เรามีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติ มันจะเป็นสติเป็นสัมปชัญญะ นิวรณ์ทั้ง ๕ นั้นย่อมเกิดขึ้นไม่ได้ อคติทั้ง ๔ ย่อมเกิดขึ้นไม่ได้ เพราะเรามีปัญญาสัมมาทิฏฐิ เรามีความสุขกับการประพฤติเรามีความสุขกับการปฏิบัติ

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้ผู้ประพฤติผู้ปฏิบัติเข้าใจ จะได้ไม่ลังเลสงสัยในการประพฤติการปฏิบัติ ในการทำหน้าที่

 

การประพฤติการปฏิบัตินี้ความตั้งใจตั้งเจตนาเป็นสิ่งที่สำคัญ เพื่อปัจจุบันของเราจะได้ชัดเจน

 

เรามีสติมีสัมปชัญญะ มีความตั้งใจตั้งเจตนา นิวรณ์ทั้ง ๕ อคติทั้ง ๔ รูปเสียงกลิ่นรสลาภยศสรรเสริญนั้นย่อมเกิดขึ้นไม่ได้

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้ผู้ประพฤติผู้ปฏิบัติเข้าใจ ปัจจุบันนี้มีตำแหน่งอยู่ตำแหน่งเดียวคือปัจจุบัน ปัจจุบันมีที่ยืนที่นั่งที่นอนที่พักผ่อนอาศัยอยู่ในตำแหน่งเดียว ไม่มีหลายตำแหน่ง ถ้าเรามีความรู้คู่กับการประพฤติการปฏิบัติ มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ นิวรณ์ทั้ง ๕ อคติทั้ง ๔ รูปเสียงกลิ่นรสลาภยศสรรเสริญนั้นย่อมเกิดขึ้นไม่ได้

 

ด้วยเหตุผลนี้ ผู้ประพฤติผู้ปฏิบัติต้องพากันรู้เข้าใจ เพราะตำแหน่งนั้นมีอยู่เพียงตำแหน่งเดียว ปัจจุบันนั้นถึงเป็นสิ่งที่สำคัญมาก ถ้าจะว่าการชิงแชมป์แล้วต้องให้เข้าใจว่า เป็นการชิงแชมป์ระหว่างวัฏฏสงสารกับพระนิพพาน

 

ปัจจุบันนั้นถึงเป็นสิ่งที่สำคัญมาก ๆ สำคัญจริง ๆ สำคัญอย่างสูงสุด

 

ด้วยเหตุผลนี้เราต้องตั้งใจตั้งเจตนา มีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติ เพราะปัจจุบันนี้เป็นการชิงแชมป์ระหว่างวัฏฏสงสารกับพระนิพพาน

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เรารู้เข้าใจอย่างนี้ มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ

 

วันหนึ่งคืนหนึ่งประชาชนที่เป็นข้าราชการเป็นนักการเมืองเป็นพ่อค้าประชาชนเกษตรกร อุตสาหกรรม พากันนอนพากันพักผ่อนวันละ ๘ ชั่วโมง เพื่อจะให้สุขภาพร่างกายนั้นได้แข็งแรง

 

เวลาตื่นอยู่นี้เป็นเวลา ๑๖ ชั่วโมง เวลาตื่นอยู่นี้เป็นเวลาที่มีความสุขในการประพฤติในการปฏิบัติ ในการทำหน้าที่

 

ความสุขนี้เป็นชื่อของความไม่มีทุกข์ จะเป็นความสุขในระดับมนุษย์ ในระดับเทวดา หรือระดับพระพรหมหรือในระดับของพระอริยเจ้า ความสุขนั้นความทุกข์จะไม่มี ความเครียดจะไม่มี

 

หมู่มวลมนุษย์ทั้งหลายต้องมีปัญญาสัมมาทิฏฐิ ความสุขนั้นความเครียดจะไม่มี เพราะความสุขนั้นเกิดจากความรู้ความเข้าใจ มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ ความสุขนั้นจะยกเลิกนิวรณ์ทั้ง ๕ อคติทั้ง ๔ เพราะความสุขนั้นเกิดจากปัญญาสัมมาทิฏฐิ ไม่เอาความอยากความต้องการนำชีวิต ไม่ได้เอาความปรุงแต่งนำชีวิต เป็นการทำความดีเพื่อความดี การทำความดีเพื่อความดีไม่หวังอะไรตอบแทนจะไม่มีความปรุงแต่ง จะไม่มีขั้วบวกจะไม่มีขั้วลบ จะไม่มีได้จะไม่มีเสีย จะเป็นความพอดีความพอเพียงเพียงพอ ไม่มากเกินไม่น้อยเกิน การประพฤติการปฏิบัติอย่างนี้ก็จะมีแต่คุณมีแต่ประโยชน์ ไม่มีโทษ เรียกสิ่งนั้นว่ากามคุณ ความสุขที่เป็นคุณ ความสุขไม่มีโทษ เป็นความสุขจากความรู้ความเข้าใจ มีหน้าที่กับการประพฤติการปฏิบัติอย่างมีความสุข การประพฤติการปฏิบัติอย่างนี้ถึงไม่มีความเครียด

 

การทำความดีเพื่ออยากเพื่อต้องการเพื่อจะเป็นคนดีนั้นมันมีความเครียด เพราะเป็นการปรุงแต่ง เป็นขั้วบวกขั้วลบ มันเป็นความได้ความเสียความมีความเป็นความเสื่อมความเจริญ นี้เป็นวัฏฏสงสาร ไม่ใช่พระนิพพาน

 

หมู่มวลมนุษย์ทั้งหลายต้องรู้เข้าใจ เราไปมีความสุขกับการทำหน้าที่ อย่าไปมีความอยากความต้องการ ความเครียดถึงจะไม่มี อย่างเราเรียนหนังสือ มีความสุขในการเรียนหนังสือ ความสุขอย่างนี้ก็จะเป็นพระนิพพาน อย่างเราทำงาน เรามีความสุขกับการทำงาน ความสุขอย่างนี้ก็จะเป็นพระนิพพาน

 

ปัญญาสัมมาทิฏฐิถึงเป็นตัวนำของการประพฤติของการปฏิบัติ จะเป็นคู่ของเราในการประพฤติการปฏิบัติอยู่ที่ปัจจุบัน ปัจจุบันนั้นถึงเป็นการประพฤติถึงเป็นการปฏิบัติของเราทุก ๆ คน

 

ด้วยเหตุผลนี้ เราทุกคนจะไปมองข้ามปัจจุบันนั้นไม่ได้ ปัจจุบันเราต้องตั้งใจตั้งเจตนา ความตั้งใจตั้งเจตนานี้เป็นสิ่งที่สำคัญ เราจะข้ามปัจจุบันไปไม่ได้ ให้หมู่มวลมนุษย์ทั้งหลายพากันรู้เข้าใจ ปัจจุบันคือรายรับรายจ่ายของธนาคารแห่งชีวิต ปัจจุบันเป็นความสมดุล เป็นความพอเพียงเพียงพอ ปัจจุบันเราถึงต้องมีความรู้คู่กับการประพฤติการปฏิบัติ ปัจจุบันเราจะมองข้ามไปไม่ได้เลย ปัจจุบันนี้เราจะประมาทไม่ได้เลย

 

ให้ผู้ปฏิบัติรู้เข้าใจ ปัจจุบันคือรายรับรายจ่าย ผู้ประพฤติปฏิบัติต้องตั้งใจตั้งเจตนา

 

ผู้ที่บำเพ็ญพุทธบารมี พระอรหันตบารมีต้องรู้ต้องเข้าใจ จะไปมองข้ามปัจจุบันนั้นไปไม่ได้ ถ้ามองข้ามปัจจุบันแล้วก็เกิดความเสียหาย เกิดการพังทลายอย่างเดียวเช่นเดียวกับตึก สตง. สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินของเมืองไทยประเทศไทย จะเป็นเช่นนั้นเอง

 

การประพฤติการปฏิบัติถึงมีหลักการ ทานศีลสมาธิภาวนาเป็นหลักการ เพื่อจะยกเลิกสัญชาตญาณที่เป็นนิติบุคคลที่เป็นตัวเป็นตน

 

เราต้องพากันมารู้พากันมาเข้าใจ ทานศีลสมาธิภาวนาเป็นหลักการของการประพฤติการปฏิบัติ เพราะเหตุผลว่าใจของเราทุกคนนั้นเป็นนามธรรม การฝึกใจปฏิบัติใจถึงต้องปฏิบัติที่กายวาจากิริยามารยาทอาชีพ

 

พระธรรมพระวินัยสิกขาบทน้อยใหญ่ ทานศีลสมาธิภาวนาถึงเป็นหลักการของการประพฤติของการปฏิบัติ

 

ทานศีลสมาธิภาวนาที่มาจากปัญญาสัมมาทิฏฐิ เป็นการเดินไปก้าวไปที่เกิดจากความรู้คู่กับการประพฤติการปฏิบัติ การประพฤติการปฏิบัติที่เป็นปัญญาสัมมาทิฏฐิอย่างนี้จะเป็นพระนิพพานไปชั่วขณะ ๆ ในเบื้องต้นสู่ท่ามกลางสู่สูงสุดจนกว่าจะถึงพระนิพพานอย่างถาวร

 

ผู้ประพฤติผู้ปฏิบัติถึงต้องยกเลิกตัวยกเลิกตนด้วยทานศีลสมาธิภาวนา

 

พุทธบริษัททั้งหลายต้องรู้ต้องเข้าใจ เราเดินเทางไกลเราก็ต้องอาศัยยานในการเดินทาง ทางบกก็ต้องอาศัยรถยนต์อย่างนี้ ทางอากาศก็ต้องอาศัยเครื่องบินอย่างดี ทางทะเลทางมหาสมุทรก็ต้องอาศัยเรือขนาดใหญ่อย่างดี การเดินทางนั้นถึงจะเกิดความสวัสดิภาพ

 

พุทธบริษัทต้องรู้เข้าใจว่าการให้ทานรักษาศีลเจริญสมาธิภาวนา มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัตินั้นคือยาน เพื่อให้เราออกจากวัฏฏสงสารด้วยการเสียสละ

 

การประพฤติการปฏิบัติ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เรารู้เข้าใจ ไม่มีใครประพฤติไม่มีปฏิบัติให้เราได้แทนเราได้ เราทุกคนต้องประพฤติต้องปฏิบัติเอาเอง ถึงเราจะอยู่ในท่ามกลางหมู่มวลมนุษย์ ปัจจุบันนี้โลกนี้มีหมู่มวลมนุษย์อยู่แปดพันกว่าล้านคนก็ไม่มีใครประพฤติไม่มีใครปฏิบัติให้เราได้

 

การประพฤติการปฏิบัตินั้นเป็นอริยมรรคที่เป็นปัญญาสัมมาทิฏฐิ รู้เข้าใจ มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ

 

ปัจจุบันเราถึงต้องให้ทานรักษาศีลทำสมาธิเจริญปัญญา เพื่อให้ปฏิปทาของเราได้ติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ ด้วยอาศัยพระธรรมคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่เป็นบริสุทธิคุณ ที่เอามายกเลิกตัวยกเลิกตน

 

ศาสนาทุกศาสนาเป็นเพียงชื่อของศาสนานั้น ศาสนาเป็นความรู้ความเข้าใจ มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติการทำหน้าที่ พระศาสนานี้ไม่ใช่นิติบุคคล ไม่ใช่ตัวไม่ใช่ตน พระศาสนาคือพระศาสนา

 

หมู่มวลมนุษย์ทั้งหลายต้องพากันรู้พากันเข้าใจเรื่องพระศาสนา พระศาสนานั้นคือความเห็นถูกต้อง เข้าใจถูกต้อง ปฏิบัติถูกต้อง ยกเลิกวัฏฏสงสาร ศาสนานั้นคือรู้ทุกข์รู้เหตุเกิดทุกข์รู้ข้อปฏิบัติถึงความดับทุกข์ มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ มีความตั้งใจตั้งเจตนาในการประพฤติการปฏิบัติ เพราะเหตุผลว่าภาชนะที่จะใช้งานได้นั้นต้องเป็นภาชนะที่ตั้งไว้ไม่ใช่ภาชนะที่คว่ำภาชนะที่ล้ม ต้องพากันตั้งใจตั้งเจตนา

 

หมู่มวลมนุษย์ทั้งหลายต้องพากันมีปัญญาสัมมาทิฏฐิ จะได้ไม่ทะเลาะกันเรื่องพระศาสนา พระศาสนานั้นเป็นความรู้ความเข้าใจ มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ พระศาสนานั้นไม่เป็นนิติบุคคลไม่เป็นตัวไม่เป็นตน พระศาสนาเป็นหลักการยกเลิกตัวยกเลิกตน มีความสุขในการประพฤติในการปฏิบัติในการทำหน้าที่

 

เรามีความสุขในการประพฤติการปฏิบัตินั้นก็จะเป็นออกซิเจน มันจะถ่ายเทของปฏิกูลถ่ายเทคาร์บอนไดออกไซด์ออกไปเป็นธรรมเป็นปัจจุบันธรรม

 

ความเป็นพระศาสนานั้นถึงเป็นได้กับทุก ๆ คน ผู้ที่รู้เข้าใจ มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ ยกเลิกตัวยกเลิกตน มีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติ พระศาสนาเป็นสภาวยกเลิกตัวตน เป็นความสงบเป็นสันติภาพ

 

หมู่มวลมนุษย์ทั้งหลายต้องพากันรู้เข้าใจ ตัวตนนั้นคือสงคราม เพราะตัวตนนั้นคือความไม่สงบ ตัวตนนั้นคือสงคราม สงครามในตัวของมันเอง สงครามระหว่างที่ไปเกี่ยวข้อง สงครามระหว่างครอบครัว ระหว่างประเทศ ระหว่างต่างประเทศ สงครามโลก สงครามนี้คือความไม่สงบ สงครามคือขั้วบวกขั้วลบคือความปรุงแต่ง

 

หมู่มวลมนุษย์ทั้งหลายต้องพากันรู้เข้าใจ ความปรุงแต่งนั้นคือความไม่สงบ เป็นการเรียนการศึกษาเพื่อตัวเพื่อตน เป็นการเรียนการศึกษาเพื่อตัวเพื่อตน ไม่ได้ทำงานเพื่องาน มันทำงานเพื่อตัวเพื่อตน

 

การมีตัวมีตนนั้นหมู่มวลมนุษย์ทั้งหลายก็จะมีแต่ทุกข์เกิดขึ้น มีแต่ทุกข์ตั้งอยู่ มีแต่ทุกข์ดับไป แล้วทุกข์ก็เกิดขึ้นมาใหม่มันเป็นอย่างนี้

 

ด้วยเหตุผลนี้หมู่มวลมนุษย์ทั้งหลายต้องพากันรู้เข้าใจ เราจะไม่ได้เอาความหลงนำชีวิต จะไม่ได้เอาความผิดนำชีวิต ต้องพากันรู้ทุกข์ รู้เหตุเกิดทุกข์ รู้ข้อปฏิบัติถึงความดับทุกข์

 

ความไม่รู้ไม่เข้าใจในเรื่องทุกข์ เรื่องเหตุเกิดทุกข์ เรื่องข้อปฏิบัติถึงความดับทุกข์ ถึงไปหาเรื่องหาราวให้กับตัวเอง หาเรื่องหาราวให้กับคนอื่น เรียกว่าตัณหา เป็นความไม่อิ่มไม่เต็มไม่พอไม่เพียงพอ เปรียบเสมือนทะเลมหาสมุทรไม่อิ่มด้วยน้ำ เปรียบเสมือนไฟไม่อิ่มด้วยเชื้อของเพลิง มีความขาดตกบกพร่องอยู่เป็นนิจนิรันดร์

 

หมู่มวลมนุษย์ทั้งหลายต้องพากันเข้าใจ มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ เราจะไม่ได้เอาความหลงนำชีวิต จะไม่ได้เอาความผิดนำชีวิต เราไปแสวงหาในสิ่งที่จะเป็นไปไม่ได้ การแสวงหานั้นมันเป็นขั้วบวกขั้วลบ มันเป็นความปรุงแต่ง มันเป็นสงคราม

 

หมู่มวลมนุษย์ทั้งหลายต้องเข้าใจ ต้องพากันมาเสียสละ มีความสุขในการเสียสละ

 

ให้เราพากันตั้งใจตั้งเจตนา เพราะการประพฤติการปฏิบัตินั้นไม่มีใครประพฤติปฏิบัติให้เราได้แทนเราได้ เราต้องยกเลิกตัวตน ไม่เอาธาตุทั้ง ๔ ขันธ์ทั้ง ๕ อายตนะ ๑๒ นี้มาเป็นเรา ให้เอาปัญหาของธาตุทั้ง ๔ ขันธ์ทั้ง ๕ อายตนะ ๑๒ นี้มาเป็นปัญญาสัมมาทิฏฐิ

 

คำว่าปัญญาชน หมายถึงความรู้ความเข้าใจในเรื่องธาตุทั้ง ๔ ขันธ์ทั้ง ๕ อายตนะ ๑๒ เป็นความรู้ความเข้าใจว่าธาตุทั้ง ๔ ขันธ์ทั้ง ๕ อายตนะ ๑๒ มันเป็นธรรมชาติ เกิดจากความไม่รู้ไม่เข้าใจ เป็นการเวียนว่ายตายเกิด เป็น cycle of life ที่หมุนเป็นวงกลมเป็นวัฏจักร

 

ปัญญาชนผู้รู้ผู้เข้าใจ เอาปัญญาสัมมาทิฏฐินำชีวิต เรียกว่าปัญญาชน ปัญญาที่รู้จักวัฏฏสงสาร เพื่อเอาทานศีลสมาธิภาวนามาใช้มาประพฤติมาปฏิบัติ เพื่อยกเลิกตัวยกเลิกตน

 

ปัญญาชนผู้รู้ผู้เข้าใจ เหมือนปัญจวัคคีย์ทั้ง ๕ ได้ฟังพระธรรมเทศนาธัมมจักกัปปวัตตนสูตรขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้แสดงธัมมจักกัปปวัตตนสูตรให้กับปัญจวัคคีย์ทั้ง ๕ ที่ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน กรุงพาราณสี

 

ธัมมจักกัปปวัตนสูตร เป็นปฐมเทศนาที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงแก่พระปัญจวัคคีย์ เมื่อพระผู้มีพระภาคตรัสธัมมจักกัปปวัตนสูตรนี้อยู่ ดวงตาเห็นธรรม ปราศจากธุลีปราศจากมลทิน ก็ได้เกิดขึ้นแก่ท่านพระโกณฑัญญะ นับเป็นพระสงฆ์สาวกองค์แรกในพระพุทธศาสนา วันนั้นเป็นวันเพ็ญกลางเดือนอาสาฬหะหรือเดือน 8 เป็นวันที่พระรัตนตรัยครบบริบูรณ์ บังเกิดขึ้นในโลกเป็นครั้งแรก คือมี พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ครบบริบูรณ์

 

ธัมมจักกัปปวัตนสูตร มีเนื้อหาแสดงถึงการปฏิเสธส่วนที่สุดสองอย่าง และเสนอแนวทางดำเนินชีวิตโดยสายกลางอันเป็นแนวทางใหม่ให้มนุษย์ มีเนื้อหาแสดงถึงขั้นตอนและแนวทางในการปฏิบัติเพื่อบรรลุถึงอริยสัจทั้ง 4 คือ อริยมรรคมีองค์ 8 โดยเริ่มจากทำความเห็นให้ถูกทางสายกลางก่อน เพื่อดำเนินตามขั้นตอนการปฏิบัติรู้เพื่อละทุกข์ทั้งปวง เพื่อความดับทุกข์ อันได้แก่นิพพาน ซึ่งเป็นจุดมุ่งหมายสูงสุดของพระพุทธศาสนา

 

ปฏิปทาสายกลาง ไม่เข้าไปใกล้ที่สุดสองอย่างนั้น ที่พระพุทธองค์ได้ทรงตรัสรู้แล้วด้วยปัญญาอันยิ่ง ทำญาณให้เกิด ย่อมเป็นไปเพื่อความสงบ เพื่อความรู้ยิ่ง เพื่อความตรัสรู้ เพื่อนิพพาน

 

ปฏิปทาสายกลางนั้น ได้แก่ อริยมรรคมีองค์ 8 คือ

ปัญญาเห็นชอบ (สัมมาทิฏฐิ)

ความดำริชอบ (สัมมาสังกัปปะ)

เจรจาชอบ (สัมมาวาจา)

การงานชอบ (สัมมากัมมันตะ)

เลี้ยงชีวิตชอบ (สัมมาอาชีวะ)

พยายามชอบ (สัมมาวายามะ)

ระลึกชอบ (สัมมาสติ)

ตั้งจิตมั่นชอบ (สัมมาสมาธิ)

 

ความรู้ความเข้าใจยกเลิกตัวยกเลิกตน เอาธรรมนำชีวิตที่เป็นทานศีลสมาธิภาวนา เป็นความรู้ความเข้าใจ มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ

 

ทุก ๆ คนรู้เข้าใจในเรื่องเหตุเรื่องปัจจัย เพราะธรรมทั้งหลายทั้งปวงนั้นมีเหตุมีปัจจัย เป็นกรรมลิขิต เป็นความรู้ความเข้าใจ ปฏิบัติติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ ความรู้ความเข้าใจอย่างนี้ปฏิบัติอย่างนี้ถึงเรียกว่าปัญญาบริสุทธิคุณหรือเรียกว่าปัญญาชน

 

ปัญญาชนในทางศาสนานี้เป็นปัญญาบริสุทธิคุณ เป็นปัญญาที่รู้เหตุรู้ปัจจัย เป็นปัญญาที่รู้ทุกข์ รู้เหตุเกิดทุกข์ รู้ข้อปฏิบัติถึงความดับทุกข์ มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ เพราะความสุขที่เป็นปัญญาสัมมาทิฏฐินั้นจะไม่มีความเครียด ถึงมีหลักการประพฤติการปฏิบัติ การทำหน้าที่ต้องมีความสุข

 

มนุษย์เราถึงมีหลักการวันจันทร์อังคารพุธพฤหัสศุกร์เป็นวันที่มีความสุขกับการทำงานกับการปฏิบัติธรรม วันเสาร์วันอาทิตย์ถึงเป็นวันหยุดราชการรัฐวิสาหกิจเพื่อพัฒนาจิตใจ หมู่มวลมนุษย์ทั้งหลายต้องมีปัญญาสัมมาทิฏฐิ

 

ความรู้ความเข้าใจ ความรู้กับการประพฤติการปฏิบัตินั้นจะเป็นความดับทุกข์อยู่ทุกหนทุกแห่ง เพราะความเป็นพระนั้นต้องอยู่ที่เรารู้เข้าใจ การประพฤติการปฏิบัติก็จะเป็นความสุขเป็นความดับทุกข์อยู่ทุกหนทุกแห่ง การเป็นพระของเราทุกคนก็จะเป็นได้อย่างนี้ เพราะความเป็นพระนั้นต้องเกิดจากความรู้ความเข้าใจ มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ เพราะความเป็นพระโสดาบัน พระสกิทาคามี พระอนาคามี พระอรหันต์ไม่มีใครแต่งตั้งให้เราได้ เป็นความรู้ความเข้าใจ มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เรารู้ให้เราเข้าใจอย่างนี้ ให้มีความสุขในการทำงานในการทำหน้าที่ การประพฤติการปฏิบัตินั้นก็จะเป็นพระนิพพานชั่วขณะ ๆ จนกว่าให้การปฏิบัตินั้นมันติดต่อต่อเนื่อง

 

ถ้าเรามีความสุขในการทำหน้าที่ก็จะเป็นพระนิพพานชั่วขณะ ๆ ไป หลักการของการประพฤติการปฏิบัติธรรม หมู่มวลมนุษย์ทั้งหลายต้องเข้าใจอย่างนี้ ทุก ๆ ชาติทุก ๆ ศาสนาก็ใช้หลักการเดียวกัน เพราะธรรมะนั้นเป็นสากล ความแก่ความเจ็บความตายความพลัดพรากนี้เป็นสากล

 

หมู่มวลมนุษย์ทั้งหลายต้องรู้เข้าใจ เราจะได้มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ เพราะอันนี้เป็นปัญญาสัมมาทิฏฐิ นี้เป็นต้นเหตุต้นปัจจัย ความรู้กับการปฏิบัตินั้นจะเป็นกรรมลิขิต

 

กรรมลิขิตนั้นเป็นธนาคารแห่งชีวิต เราเกิดมาเป็นมนุษย์ เราเอาปัญญาและความดีก้าวไปด้วยกรรมลิขิต ด้วยความรู้ความเข้าใจ ด้วยความตั้งใจตั้งเจตนา ปัญหาต่าง ๆ นั้นก็จะเป็นปัญญา ให้ผู้ปฏิบัตินั้นรู้เข้าใจว่า ปัจจุบันนี้เป็นวาระสำคัญ เป็นการชิงแชมป์ระหว่างวัฏฏสงสารกับพระนิพพาน

 

เราต้องรู้ต้องเข้าใจ ต้องใช้ทรัพยากรให้คุ้มค่า ไม่เสียเวลาในการใช้ทรัพยากร ให้หมู่มวลมนุษย์ทั้งหลายรู้เข้าใจเห็นภัยในความไม่ถูกต้อง มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติก็จะเป็นนิพพานไปเป็นชั่วขณะ ๆ

 

เราเอาหลักเหตุหลักปัจจัยด้วยการให้ทานรักษาศีลมีความตั้งมั่นด้วยปัญญาสัมมาทิฏฐิ ด้วยความตั้งใจตั้งเจตนา

 

ระลึกถึงปัจฉิมโอวาทของพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า ท่านตรัสกับพุทธบริษัททั้งหลายว่า ปัจจุบันเป็นวาระสำคัญ เมื่อมันผ่านไปแล้วเกษียณไปแล้วนั้นไม่สามารถที่จะเอากลับคืนมาใหม่ได้ ท่านทั้งหลายจงยังความไม่ประมาทให้ถึงพร้อมเถิด

 

ระลึกถึงโอวาทของหลวงปู่มั่น ภูริทัตโตว่า

ความไม่ยั่งยืน เป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่และแน่นอนนะ

ความยิ่งใหญ่ คือความไม่ยั่งยืนนะ

ชีวิตที่ยิ่งใหญ่ คือชีวิตที่อยู่ด้วยทาน ศีล เมตตา และกตัญญู

ชีวิตที่มีความดี อาจมิใช่ความยิ่งใหญ่ แต่ชีวิตที่ยิ่งใหญ่ ต้องอาศัยคุณธรรมความดีเป็นปัญญาบริสุทธิคุณเท่านั้น การระงับสังขารทั้งหลายด้วยความรู้ความเข้าใจเป็นความรู้คู่กับการประพฤติการปฏิบัตินั่นแหละคืออริยมรรค เป็นหนทางที่ประเสริฐมีพระนิพพานตั้งแต่ในปัจจุบัน ไม่ต้องรอพระนิพพานเมื่อตายแล้ว ปัจจุบันไม่มีพระนิพพาน อนาคตจะมีพระนิพพานได้อย่างไร

 

ให้เรารู้เข้าใจเรื่องพระธรรมพระวินัย พระธรรมพระวินัยที่เป็นสัมมาทิฐิ เพื่อหยุดวัฏฏสงสารนั่นแหละคือพระนิพพาน ให้พวกเรารู้เข้าใจในเรื่องพระนิพพาน ให้เข้าใจนะว่าสิ่งเดิมนั้นคือความว่างเปล่า สิ่งที่สัญจรไปมาเป็นเพียงอาคันตุกะ เราจะได้เอาหลักการอุดการณ์ที่เป็นศีลเป็นสมาธิเป็นปัญญาเป็นมรรคเป็นอริยมรรคที่ตรงกันข้ามกับโลกธรรมมาประพฤติมาปฏิบัติ ให้รู้เข้าใจ เพราะไม่มีใครอยู่เหนือกรรมเหนือกฎแห่งกรรมเหนือผลของกรรม พระนิพพานความรู้ความเข้าใจในเรื่องกระบวนการปฏิจจสมุปบาท กระบวนการของปฏิจจสมุปบาทจะได้จบลงเพียงผัสสะ จะได้เป็นปัญญาเป็นความสงบ จะเป็นความสงบเป็นปัญญา เป็นสิ่งที่อยู่นอกเหตุเหนือผล หยุดความปรุงแต่ง นี้เป็นขบวนการที่ติดต่อต่อเนื่อง เป็นบารมีเป็นความดีที่ประกอบด้วยปัญญา เป็นพระนิพพานบ้านของเรา ไม่ใช่อวิชชาความหลงเป็นบ้านของเรานะ พระนิพพานคือบ้านของเรา ความสงบและปัญญาถึงเป็นธรรมเป็นปัจจุบันธรรม เราจะหยุดวัฏฏสงสารได้ด้วยความรู้ความเข้าใจ ด้วยพระธรรมด้วยพระวินัย เป็นขบวนการของกระแสในการประพฤติการปฏิบัติที่ได้นำเอาพระธรรมพระวินัยมาประพฤติมาปฏิบัติในปัจจุบันให้ติดต่อต่อเนื่อง

 

 ความสงบและปัญญาที่เป็นพระธรรมพระวินัยถึงหยุดความปรุงแต่งได้ ด้วยปัญญาสัมมาทิฏฐิคู่กับการประพฤติการปฏิบัติในปัจจุบัน พระธรรมพระวินัยที่เป็นความรู้ความเข้าใจ ที่จะหยุดความปรุงแต่งได้ เข้าถึงพระนิพพานตั้งแต่ปัจจุบัน ไม่ต้องรอชาติหน้า พระนิพพานต้องอยู่ที่ปัจจุบันเท่านั้น

 

โอวาทขององค์หลวงพ่อกัณหา สุขกาโม

เมตตาให้ไว้ในเช้าวันเสาร์ที่ ๒๑ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙

ณ วัดป่าทรัพย์ทวีธรรมาราม ต.วังหมี อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา

รายการล่าสุดที่คุณดู
Visitors: 112,071