๒๔ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙
พสกนิกรชาวไทยและชาวต่างประเทศได้มาร่วมรวมกันประพฤติปฏิบัติธรรมเพื่อน้อมถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ด้วยความโทมนัสและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ที่พระองค์ได้ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทยและชาวโลกตลอดระยะเวลาที่ยาวนาน พระองค์ทรงเป็นดั่งแม่แห่งแผ่นดิน ผู้ทรงเปี่ยมด้วยพระเมตตาและพระปรีชาสามารถ ทรงอุทิศพระวรกาย พระสติปัญญา และพระราชหฤทัยในการบำเพ็ญพระราชกรณียกิจนานัปการ เคียงคู่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เพื่อธำรงไว้ซึ่งความผาสุกและความมั่นคงแห่งชาติไทย เราประชาชนชาวไทยต้องร่วมใจสมัครสมานสามัคคีทำความดีที่ประกอบด้วยปัญญา เพื่ออุทิศบุญกุศลน้อมเกล้าถวาย เพื่อเสด็จสู่สวรรคาลัย เข้าสู่สวรรค์มรรคผลพระนิพพาน
วันนี้เป็นวันอังคารที่ ๒๔ เดือนมีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙
ให้ทุกท่านทุกคนพากันนั่งให้สบาย เพื่อฟังการบรรยายพระธรรมคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
พระธรรมคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นบริสุทธิคุณ จะเป็นเหตุเป็นปัจจัยให้เรายกเลิกตัวยกเลิกตน
เราทุกคนต้องมีความเห็นถูกต้อง มีความเข้าใจถูกต้อง ปฏิบัติถูกต้อง รู้ทุกข์ รู้เหตุเกิดทุกข์ รู้ข้อปฏิบัติถึงความดับทุกข์
พุทธบริษัททั้งหลายต้องพากันรู้พากันเข้าใจ เพราะทุกสิ่งทุกอย่างนั้นเกิดจากเหตุเกิดจากปัจจัย เหตุอย่างไรผลก็ย่อมเป็นเช่นนั้น
สมณะที่ ๑ ที่ ๒ ที่ ๓ ที่ ๔ อยู่ที่รู้อยู่ที่เข้าใจ เป็นความรู้คู่กับการประพฤติการปฏิบัติ ความเป็นพระนั้นเป็นได้กับผู้รู้ผู้เข้าใจ ผู้ประพฤติผู้ปฏิบัติ ปริยัติกับการปฏิบัติถึงควบคู่กันไป
ด้วยเหตุผลนี้ ทุกท่านทุกคนต้องพากันรู้พากันเข้าใจ ความรู้ความเข้าใจนั้นไม่ใช่ความจำ ความรู้ความเข้าใจเป็นความรู้ความเข้าใจ ถ้าความจำแล้วไม่กี่วันไม่กี่เดือนไม่กี่ปีความจำนั้นก็จะหลงลืม เพราะความจำเป็นนั้นเป็นเพียงสัญญาขันธ์
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เรารู้เข้าใจในเรื่องของความเป็นพระ ความเป็นพระความเป็นสมณะอยู่ที่ผู้นั้นรู้ผู้นั้นเข้าใจ มีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติ ในการทำหน้าที่ เป็นความดีที่ประกอบด้วยปัญญา เป็นปัญญาที่ประกอบด้วยความดี เป็นบริสุทธิคุณที่เกิดจากใจ เกิดจากความรู้ความเข้าใจ ตัวผู้รู้นั้นถึงไม่ใช่ความจำ เป็นความรู้ความเข้าใจ
ความรู้ความเข้าใจนั้นจะยกเลิกสัญชาตญาณที่มีความยึดมั่นถือมั่นที่เป็นตัวเป็นตน เป็นการทำความดีเพื่อความดี ไม่ใช่ทำความดีเพื่ออยากเพื่อต้องการเป็นคนดี ทำความดีเพื่อความดีนั้นไม่มีขั้วบวกไม่มีขั้วลบ ไม่มีได้ไม่มีเสีย ไม่เจริญไม่เสื่อม ไม่มีความปรุงแต่ง ทำความดีเพื่ออยากเพื่อต้องการเพื่อจะเป็นคนดีนั้นมันเป็นขั้วบวกขั้วลบ มันมีได้มีเสีย มันมีความปรุงแต่ง
พุทธบริษัททั้งหลายต้องพากันเข้าใจ ต้องมีปัญญาสัมมาทิฏฐิถึงจะเรียกท่านผู้นั้นว่าเป็นปัญญาชน ทำความดีเพื่อต้องการเป็นคนดีเพื่ออยากเป็นคนดีนั้นไม่จัดว่าเป็นปัญญาชน เพราะยังมีความอยากความต้องการ เพราะยังมีความปรุงแต่ง
ความเป็นพระเป็นสมณะนั้นมีกับเราทุก ๆ คน องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เราเข้าใจ คำว่าพระนั้นคือผู้รู้ผู้เข้าใจ เห็นภัยในความไม่ถูกต้อง มีความละอายต่อบาปเกรงกลัวต่อบาป เห็นภัยในวัฏฏสงสาร มีความรู้ความเข้าใจในเรื่องทุกข์ เหตุเกิดทุกข์ ข้อปฏิบัติถึงความดับทุกข์
มีความรู้ความเข้าใจ การให้ทานรักษาศีลเจริญสมาธิภาวนาต้องเกิดจากปัญญาสัมมาทิฏฐิ เพื่อเป็นการทำความดีเพื่อความดี ไม่ได้ทำความดีเพื่อมีความอยากความต้องการ
พุทธบริษัททั้งหลายต้องพากันรู้พากันเข้าใจ ความอยากความต้องการเป็นความไม่รู้ไม่เข้าใจ
ปัญญาสัมมาทิฏฐิเรายกเลิกความอยากความต้องการ เพราะความอยากความต้องการนั้นเปรียบเสมือนทะเลมหาสมุทรไม่อิ่มด้วยน้ำ เปรียบเสมือนไฟไม่อิ่มด้วยเชื้อของเพลิง มีความพร่องอยู่เป็นนิจ
การให้ทานรักษาศีลเจริญสมาธิภาวนาเป็นความรู้ความเข้าใจ เป็นปัญญาชน เป็นปัญญาบริสุทธิคุณที่เราต้องยกเลิกตัวยกเลิกตน
พุทธบริษัททั้งหลายต้องพากันรู้พากันเข้าใจ ผู้ที่จะเดินทางไกลต้องอาศัยยานในการเดินทาง ทางบกก็ต้องอาศัยรถยนต์อย่างดี ทางอากาศก็ต้องอาศัยเครื่องบินอย่างดี ทางทะเลทางมหาสมุทรก็ต้องอาศัยเรือยนต์อย่างดีขนาดใหญ่ เพื่อเดินทางให้ถึงจุดหมายปลายทางโดยสวัสดิภาพ
การให้ทานรักษาศีลเจริญสมาธิภาวนานี้เป็นยานสำหรับการเดินทาง ธรรมวินัยเป็นยานสำหรับการเดินทาง เราจะเดินทางไกลก็อาศัยยานสำหรับการเดินทาง
พุทธบริษัททั้งหลายต้องพากันรู้พากันเข้าใจ พากันมายกเลิกสัญชาตญาณที่เป็นความยึดมั่นถือมั่นที่เป็นนิติบุคคลตัวตน
การประพฤติการปฏิบัติต้องอาศัยความรู้คู่กับการประพฤติการปฏิบัติ ปฏิบัติให้ติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำที่น้ำมันไหลไปสู่ลำห้วย ไปสู่ทะเลสู่มหาสมุทร น้ำไหลนั้นไม่ใช่น้ำหยด ถ้าน้ำหยดนั้นมันขาดขั้นขาดตอน
ปฏิปทาของพุทธบริษัทต้องติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ เพื่อให้ทานศีลสมาธิภาวนาได้ทำงานติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ
ความรู้ความเข้าใจจะเป็นสาเหตุให้ประพฤติให้ปฏิบัติได้ติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ
คำว่าพระนี้ให้พุทธบริษัทรู้เข้าใจ พระนี้คือพระธรรมคือพระวินัย พระธรรมพระวินัยนั้นเป็นยานเพื่อหยุดเพื่อยกเลิกสัญชาตญาณ เป็นการทำความดีเพื่อความดี ไม่ได้ทำความดีเพื่อความอยากความต้องการ เพื่ออยากที่จะเป็นคนดี
การประพฤติการปฏิบัตินั้นต้องปฏิบัติให้ติดต่อต่อเนื่อง การทำอะไรติดต่อต่อเนื่อง ๓ อาทิตย์ขึ้นไปหรือว่า ๒๑ วัน การประพฤติการปฏิบัตินั้นถึงจะได้ผลเห็นผล ทั้งฝ่ายรูปธรรมฝ่ายนามธรรมถึงจะได้ผลเห็นผล
พุทธบริษัททั้งหลายต้องพากันรู้พากันเข้าใจ การทำอะไรนั้นต้องทำให้ติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ อย่าไปพากันทำอย่างหยดน้ำ
พระธรรมพระวินัยเป็นหลักการของการประพฤติการปฏิบัติ เป็นแบบเป็นพิมพ์ เป็นระบบของความคิด คำพูด การกระทำ กิริยามารยา อาชีพ เป็นกระบวนการเหมือนกระแสของน้ำที่ไหลสู่ทะเลสู่มหาสมุทร
ความเป็นพระนั้นเป็นได้กับพุทธบริษัททุก ๆ คน ไม่มีใครยกเว้น จะยกเว้นเฉพาะคนตาย เพราะคนตายแล้วก็ต้องยกเว้น ยกเว้นคนบ้า เพราะคนนั้นมันบ้าแล้วสมองเสียแล้ว ยกเว้นผู้ที่ไม่รู้ไม่เข้าใจ ไม่เอาธรรมนำชีวิต ไม่เอาธรรมนูญนำชีวิต เอาตัวเอาตนนำชีวิต บุคคล ๓ ประเภทนี้คือบุคคลที่ยกเว้นความเป็นพระ
พุทธบริษัททั้งหลายต้องรู้เข้าใจ ว่าความเป็นพระนั้นต้องอยู่ที่เรา ไม่ใช่คนอื่น ไม่ใช่อยู่ที่ผู้อื่น สมณะที่ ๑ ที่ ๒ ที่ ๓ ที่ ๔ นี้ต้องอยู่ที่เรา
ที่ท่านพระอานนท์ได้กราบเรียนถามองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าว่า เมื่อองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเสด็จดับขันธ์สู่ปรินิพพานจะเอาใครเป็นตัวแทนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ตรัสกับพระอานนท์ให้รู้ให้เข้าใจว่า
อานนท์เอย... พระอานนท์ต้องรู้เข้าใจ
อานนท์ ! ความคิดอาจมีแก่พวกเธออย่างนี้ว่า “ธรรมวินัยของพวกเรามีพระศาสดา ล่วงลับไปเสียแล้ว พวกเราไม่มีพระศาสดา” ดังนี้.
อานนท์ ! พวกเธออย่าคิดอย่างนั้น.
อานนท์ ! ธรรมก็ดี วินัยก็ดี ที่เราแสดงแล้ว บัญญัติแล้ว แก่พวกเธอทั้งหลาย ธรรมวินัยนั้น จักเป็นศาสดาของพวกเธอทั้งหลายโดยกาลล่วงไปแห่งเรา
อานนท์ ! ในกาลบัดนี้ก็ดี ในกาลล่วงไปแห่งเราก็ดี ใครก็ตามจักต้องมีตน เป็นประทีป มีตนเป็นสรณะ ไม่เอาสิ่งอื่นเป็นสรณะ;
มีธรรมเป็นประทีป มีธรรม เป็นสรณะ ไม่เอาสิ่งอื่น เป็นสรณะ เป็นอยู่
อานนท์! ภิกษุพวกใดเป็นผู้ใคร่ ในสิกขา, ภิกษุพวกนั้นจักเป็นผู้อยู่ใน สถานะอันเลิศที่สุดแล.
พุทธบริษัททั้งหลายต้องพากันรู้พากันเข้าใจในเรื่องของความเป็นพระเป็นสมณะ ความเป็นพระเป็นสมณะนั้นอยู่ที่ความรู้ความเข้าใจ มีความสุขในการประพฤติในการปฏิบัติ ความรู้ความเข้าใจนั้จะเป็นอริยมรรคทั้งทางกายวาจากิริยามารยาทอาชีพมารวมลงที่ใจ ที่ใจรู้ใจเข้าใจ สมณะที่ ๑ ที่ ๒ ที่ ๓ ที่ ๔ นั้นอยู่ที่รู้เข้าใจ มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ
พระศาสนาทุกพระศาสนานั้นมีจุดหมายปลายทางอย่างเดียวกัน พระศาสนานั้นจะต่างกันตั้งแต่ชื่อ แต่จุดหมายปลายทางนั้นจะไปทางเดียวกัน สมณะที่ ๑ ที่ ๒ ที่ ๓ ที่ ๔ นั้นมีอยู่กับทุก ๆ พระศาสนา พระศาสนาคือความรู้ความเข้าใจในเรื่องทุกข์ เรื่องเหตุเกิดทุกข์ เรื่องข้อปฏิบัติให้ถึงความดับทุกข์ มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ
หนทางที่ทุก ๆ ศาสนาที่จะผ่านนั้นได้แก่ มนุษย์สมบัติ สวรรค์สมบัติ พรหมสมบัติ นิพพานสมบัติ เป็นปัญญาสัมมาทิฏฐิ เป็นความรู้ตั้งแต่เบื้องต้น ท่ามกลาง จนอวสาน เป็นปัญญาสัมมาทิฏฐิ เป็นบริสุทธิคุณ เป็นปัญญาชน ยกเลิกตัวยกเลิกเรียกว่าปัญญาชน มีตัวมีตนอยู่จะเรียกว่าปัญญาชนได้อย่างไร
ทำความดีเพื่อความดีก็จะเป็นออกเจนเป็นในตัว จะเป็นการถ่ายเทของเสียของปฏิกูล ถ่ายเทคาร์บอนไดออกไซด์ออกไป เป็นพระนิพพานเป็นชั่วขณะ ๆ มันการติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ ไม่ใช่หยดน้ำ
ความสุขที่เกิดจากปัญญาสัมมาทิฏฐิ ความสุขที่เกิดจากความรู้คู่กับการประพฤติการปฏิบัติ เพื่อปฏิบัติติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ
ความรู้คู่กับการปฏิบัตินี้จะเป็นเหตุเป็นปัจจัยให้ปัญญากับสมาธิควบคู่กันไป เสมอกันไป เป็นเพื่อนกันไป เป็นกลอกันไป ศรัทธากับปัญญาไปพร้อมกัน ทานกับปัญญาจะไปพร้อมกัน ศีลกับปัญญาจะไปพร้อมกัน
ตัวผู้รู้คู่กับการประพฤติการปฏิบัติ พุทธบริษัทต้องพากันรู้พากันเข้าใจ ใจของเรานี้ เราคิดอะไรปรุงแต่งอะไร คนอื่นเค้าไม่รู้ไม่เข้าใจว่าเราคิดอะไรปรุงแต่งอะไรคนอื่นเค้าไม่รู้ คนอื่นเค้าไม่รู้แต่ตัวเรารู้ตัวเอง การประพฤติการปฏิบัตินั้นถึงเป็นความซื่อสัตย์ เป็นความสุจริต ไม่มีต่อหน้าและลังเล เป็นการทำความดีเพื่อความดีเพื่อยกเลิกตัวตนอย่างแท้จริงไม่มีอะไรแอบแฝง การประพฤติปฏิบัตินั้นถึงเป็นบริสุทธิคุณ
ท่านหลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโนท่านตรัสกับพุทธบริษัททั้งหลายว่า พุทธบริษัททั้งหลายต้องพากันรู้เข้าใจในการประพฤติการปฏิบัติ การปฏิบัติต้องเน้นที่บริสุทธิคุณ เน้นที่สุจริต ไม่มีต่อหน้าและลับหลัง ไม่มีที่ลับที่แจ้ง
ใจของเราน่ะเราคิดอะไรไม่มีใครรู้ แต่ตัวเองนั้นเป็นผู้รู้
การประพฤติการปฏิบัตินั้นต้องเป็นบริสุทธิคุณ ถึงจะเป็นความดีเพื่อความดีบุคคลผู้ติดกระดุมเสื้อหรือกระดุมกางเกงผิด ถ้าติดตัวแรกผิดตัวต่อไปก็ย่อมผิด การประพฤติการปฏิบัตินั้นถึงเน้นบริสุทธิคุณ
พุทธบริษัททั้งหลายต้องรู้เข้าใจ ว่ากายวาจากิริยามารยาทอาชีพเป็นเพียงอุปกรณ์ของใจเท่านั้น ถึงเน้นที่บริสุทธิคุณ ยกเลิกตัวตนอย่างแท้จริง
พุทธบริษัทต้องรู้เข้าใจ ตัวตนนั้นความทุกข์ได้เกิดขึ้น ความดับทุกข์ตั้งอยู่ ความทุกข์ได้ดับไป ความทุกข์ใหม่เกิดขึ้นมา มีแต่ทุกข์ทั้งนั้น
พระอรหันต์ทุกรูปเป็นผู้เข้าใจในเรื่องอริยสัจ ๔ ในเรื่องทุกข์ เรื่องเหตุเกิดทุกข์ ถึงมีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติในการทำหน้าที่
ธรรมทั้งหลายทั้งปวงนั้นย่อมเกิดจากเหตุเกิดจากปัจจัยต้องพากันรู้พากันเข้าใจว่าสิ่งทั้งหลายนั้นเกิดจากเหตุเกิดจากปัจจัยเหตุอย่างไรผลเป็นอย่างนั้นเป็นกรรมลิขิต
พุทธบริษัทต้องพากันรู้พากันเข้าใจ เราจะไปทำอะไรตามใจของเรานั้นไม่ได้
พระธรรมพระวินัยที่เป็นธรรมนูญ ธรรมนูญนี้ไม่ใช่ประชาธิปไตย ธรรมนูญนี้ไม่ใช่สังคมนิยม ธรรมนูญคือธรรมนูญ ธรรมนูญนี้เป็นบริสุทธิคุณ
ธรรมนูญนี้เป็นปัญญาสัมมาทิฏฐิ เป็นสติเป็นสัมปชัญญะ
ด้วยเหตุผลนี้เราทุกคนต้องเอาธรรมนูญนำชีวิต มีความสุขกับการประพฤติกับการปฏิบัติ ความสุขกับความสงบนั้นคืออันหนึ่งอันเดียวกัน ถ้าเรามีความสุขเมื่อไหร่เราก็มีความสงบทันที
ธุรกิจหน้าที่การงาน พุทธบริษัทต้องมีปัญญาสัมมาทิฏฐิ เรามีความสุขในการทำธุรกิจหน้าที่การงาน ความสงบก็จะมีกับเราเป็นเงาตามตัว
ปัจจุบันคือการประพฤติคือการปฏิบัติของเรา เพราะเหตุผลว่าอดีตก็มารวมกันอยู่ที่ปัจจุบัน อนาคตจะไปข้างหน้าก็ไปจากปัจจุบัน ปัจจุบันถึงเป็นสิ่งที่สำคัญ ให้ผู้ประพฤติผู้ปฏิบัติเข้าใจว่า ปัจจุบันนี้เป็นการชิงแชมป์ระหว่างวัฏฏสงสารกับพระนิพพาน เพื่อให้ปัจจุบันนั้นได้เดินไปดั่งสายน้ำ เพราะสิ่งทั้งหลายทั้งปวงนั้นเกิดจากเหตุเกิดจากปัจจัย
การประพฤติการปฏิบัตินั้น องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เราเข้าใจอย่างนี้ จะได้เป็นทานศีลสมาธิภาวนา ความรู้ความเข้าใจนั้นจะเป็นพระนิพพานไปเป็นชั่วขณะ ๆ จนกว่าพระนิพพานนั้นจะสมบูรณ์
พุทธบริษัททั้งหลายต้องพากันรู้เข้าใจ การประพฤติการปฏิบัตินั้นไม่มีใครประพฤติไม่มีใครปฏิบัติให้เราได้ ถึงเราจะอยู่ในท่ามกลางประชาชนมหาชน ไม่มีใครประพฤติไม่มีใครปฏิบัติให้เราได้ เราต้องตั้งใจตั้งเจตนา ปฏิบัติเพื่อชิงแชมป์ระหว่างพระนิพพานกับวัฏฏสงสาร เพื่อหยุดสัญชาตญาณที่มีความยึดมั่นถือมั่นของเราทุก ๆ คน
ความเคารพความคารวะ ตั้งอยู่ในความไม่ประมาท ความเคารพจะเป็นเหตุเป็นปัจจัยให้เกิดความสงบ ถ้าเรามีความสงบถึงจะมีความสงบ ถ้าเราไม่มีความเคารพ ความสงบจะไม่มี เพราะ ๒ อย่างนี้มันเป็นไวพจน์ซึ่งกันและกัน
ให้พุทธบริษัททั้งหลายรู้เข้าใจ ว่าใจของเราไปตรึกไปนึกไปคิดอะไรใครไม่รู้ไม่เข้าใจว่าเราตรึกเราคิดอะไร เราก็คิดของเราไปเรื่อง ปรุงแต่งของเราไปเรื่อย เราไม่มีความเคารพในพระธรรมในพระวินัยความสงบนั้นก็เกิดขึ้นไม่ได้
ความละอายต่อบาปเกรงกลัวต่อบาป รู้เข้าใจ เห็นภัยในความไม่ถูกต้อง ที่เราเอาตัวเอาตนนำชีวิตนี้คือความไม่ถูกต้อง เพราะตัวตนนั้นมันเป็นวัฏฏสงสาร
ความละอายต่อบาปเกรงกลัวต่อบาป จะเป็นเบรกเป็นเซฟตี้ จะเป็นเหตุเป็นปัจจัยให้เราเป็นพระเป็นสมณะ ถ้าเราไม่มีความเคารพในพระธรรมพระวินัย เราจะเป็นพระได้อย่างไร เพราะว่าพระนั้นคือพระธรรมพระวินัย เราไม่เคารพในพระธรรมพระวินัย เราเอาตัวตนเป็นที่ตั้ง เอาตัวตนนำชีวิต นั่นแหละคือความไม่ได้เป็นพระ นั่นแหละคือความเสียหาย นั่นแหละจะสาเหตุให้เกิดการพังทลายอย่างเดียวเช่นเดียวกันกับตึก สตง. สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินของเมืองไทยประเทศไทย ตึกไหน ๆ เค้าก็ไม่พัง พังตึกเดียวเฉพาะตึก สตง. เพราะมันคือความไม่ถูกต้อง เพราะมันคือทุจริต
การประพฤติการปฏิบัติ พุทธบริษัททั้งหลายต้องเข้าใจ การประพฤติการปฏิบัติอยู่ที่ปัจจุบัน ปัจจุบันคือตำแหน่งเดียว ตำแหน่งยืนก็ตำแหน่งเดียว ตำแหน่งนั่งก็ตำแหน่งเดียว ตำแหน่งนอนก็ตำแหน่งเดียว ปัจจุบันถึงเป็นสิ่งที่สำคัญมาก สำคัญจริง ๆ สำคัญเป็นอย่างยิ่ง
ความละอายต่อบาปเกรงกลัวต่อบาปนี้เป็นสิ่งที่สำคัญมาก อริยมรรคมีองค์แปดเป็นความรู้ความเข้าใจที่เป็นทานศีลสมาธิภาวนา เป็นการยกเลิกตัวตน เอาธรรมนำชีวิต เอาธรรมนูญนำชีวิต เน้นที่ใจ เน้นที่ไม่ไปตรึกในกาม ไม่ไปตรึกในพยาบาท ปฏิบัติเพื่อให้ปฏิปทาติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ
ให้สิ่งทั้งหลายทั้งปวงนั้นหยุดลงที่ผัสสะ จบลงที่ปัจจุบัน
ให้พุทธบริษัทรู้เข้าใจ อย่างการเรียนนี้ใครก็ไม่อยากเรียน เพราะปกติแล้วสัญชาตญาณที่เป็นนิติบุคคลตัวตนเราจะไม่อยากเรียน เราจะเป็นคนขี้เกียจขี้คร้าน เพราะสัญชาตญาณที่เป็นนิติบุคคลตัวตนมันขี้เกียจขี้คร้าน
ด้วยเหตุผลนี้ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เรามีปัญญาสัมมาทิฏฐิ มีความสุขในการเรียน จะเป็นการเรียนทางตาหูจมูกลิ้นกายใจ ต้องมีความสุขในการเรียน สัญชาตญาณที่เป็นนิติบุคคลตัวตนที่มีความยึดมั่นถือมั่น เราทุกคนไม่อยากประพฤติไม่อยากปฏิบัติ สัญชาตญาณที่เป็นนิติบุคคลตัวตนนั้นมันเป็นอย่างนั้น
ปัญญาสัมมาทิฏฐิหรือว่าปัญญาชนเป็นความรู้ความเข้าใจ เป็นพระธรรมเป็นพระวินัย เป็นขบวนการของกระแสปฏิจจสมุปบาท เพื่อให้ปฏิปทาติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ เพื่อความเป็นพระเป็นสมณะ ความรู้ความเข้าใจนี้เราต้องเอามาใช้ เอามาประพฤติมาปฏิบัติในปัจจุบัน เพราะปัจจุบันเป็นชิงแชมป์ระหว่างนิพพานกับวัฏฏสงสาร องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้พุทธบริษัททั้งหลายเข้าใจอย่างนี้
ย้ำอีกครั้ง ความเป็นพระนั้นเป็นได้กับทุก ๆ คน ความเป็นพระเป็นสมณะนั้นเป็นได้กับทุก ๆ ท่านทุก ๆ คน ความเป็นพระนั้นองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เรารู้ให้เข้าใจ ความเป็นพระเป็นสมณะนั้นเป็นได้ทั้งคฤหัสถ์ผู้ครองเรือน เป็นได้ทั้งนักบวช เป็นได้ทั้งข้าราชการนักการเมืองนักบวชทุกชาติทุกศาสนาเป็นพระได้
ให้พุทธบริษัทรู้เข้าใจ จะได้มีปัญญาสัมมาทิฏฐิ จะได้มีหลักการในการประพฤติการปฏิบัติ เรามีความรู้ความเข้าใจ มีความสุขในการเรียนทางตาหูจมูกลิ้นกายใจ มีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติที่เกิดจากผัสสะทางตาหูจมูกลิ้นกายใจ ความเป็นพระเป็นสมณะนั้นอยู่ที่ความรู้ความเข้าใจอย่างนี้
ความเป็นพระเป็นสมณะนั้นไม่มีใครแต่งตั้งให้เราได้ เพราะเป็นความรู้คู่กับการประพฤติคู่กับการปฏิบัติ
ความสุขความดับทุกข์อยู่ที่เรามีปัญญาสัมมาทิฏฐิ มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติอยู่ที่ปัจจุบัน อยู่ที่การชิงแชมป์ระหว่างนิพพานกับวัฏฏสงสาร พุทธบริษัทต้องพากันรู้พากันเข้าใจอย่างนี้ อย่างเรามีความสุขในการเรียนนี้ก็เป็นพระนิพานแล้ว อย่างเรามีความสุขในการประพฤติการปฏิบัตินี้ก็เป็นพระนิพพานแล้ว พระนิพพานนั้นจะเป็นความรู้ความเข้าใจ เป็นความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ
พระนิพพานนั้นเป็นบริสุทธิคุณ ไม่มีความปรุงแต่ง อยู่นอกเหตุเหนือผล อยู่นอกดีเหนือชั่ว เป็นสภาวธรรมที่ยกเลิกความปรุงแต่ง เป็นการเข้าถึงความพอเพียงเพียงพอ เข้าถึงความพอดี เป็นความเต็ม ๆ ๆ ๆ ๆ เป็นความพอดี ไม่ขาดไม่ล้น เป็นความเต็ม
ผู้ประพฤติผู้ปฏิบัติมีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ ใจของผู้นั้นก็จะสัมผัสกับพระนิพพานเอง
การประพฤติการปฏิบัติธรรมไม่ต้องไปถามคนอื่น ไม่ต้องไปถามครูบาอาจารย์ว่า เราทานอาหารอิ่มหรือยัง ผู้ประพฤติผู้ปฏิบัตินั้นจะรู้ได้เฉพาะตน
ความสงบกับความเคารพนั้นถึงเป็นสิ่งเดียวกัน ความสุขกับความสงบเป็นสิ่งเดียวกัน จะว่าความเคารพก็ได้ จะว่าความสงบก็ได้ จะว่าความสุขก็ได้ จะว่าไม่มีความทุกข์ก็ได้ จะว่าพระนิพานก็ได้ เป็นพระนิพพานชั่วขณะ ๆ
ปัญญาสัมมาทิฏฐิเรารู้เข้าใจ เรามีความสุขในการทำงาน มีความสุขในการทำหน้าที่ การประพฤติการปฏิบัตินั้นก็จะเป็นพระนิพพาน
อย่างเรานั่งสมาธิ เราก็นั่งให้สบาย นั่งให้สบายมันก็เป็นพระนิพพานอยู่แล้ว หายใจเข้าสบายก็เป็นพระนิพพานอยู่แล้ว หายใจออกสบายก็เป็นพระนิพพานอยู่แล้ว ถ้าเรามีความอยากมีความต้องการเมื่อไหร่มันก็เป็นนรกทันที เพราะความอยากความต้องการความปรุงความแต่งนี้มันเป็นขั้วบวกขั้วลบ มันจะไม่เป็นพระนิพพาน
ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาภูมิพลอดุลยเดชท่านตรัสกับประชาชนกับมหาชนว่า พสกนิกรชาวไทยและชาวโลกต้องรู้เข้าใจ เราอยากให้มันมากมันก็ไม่มาก เราอยากให้มันน้อยมันก็ไม่น้อย เพราะของมันมีเท่าไหร่ เราไม่อยากให้แก่ให้เจ็บให้ตายไม่อยากให้พลัดพรากมันเป็นไปไม่ได้ เราไปแสวงหาในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ มันก็ย่อมเกิดความเสียหาย ก็ย่อมเกิดการพังทลายอย่างเดียวเช่นเดียวกันกับตึก สตง. สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินของเมืองไทยประเทศไทย
เรานั่งสมาธิเราหายใจเข้ามีความสุขเอาออกซิเจนเข้าสู่ร่างกายมันก็เป็นพระนิพพานอยู่แล้ว เราหายใจออกเอาของเสียเอาของปฏิกูลออกไปมันก็เป็นพระนิพพาน เราหายใจเข้ามันไม่แน่ไม่เที่ยงเข้าไปแล้วก็ออกมามันก็เป็นพระนิพพานอยู่แล้ว เราหายใจเข้าหายใจออกมันเป็นอาคันตุกะสัญจรไปมามันก็เป็นพระนิพพานอยู่แล้ว เรามีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติให้ติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำไม่ใช่เป็นน้ำหยดมันก็เป็นพระนิพพานอยู่แล้ว
ความรู้ต้องเป็นคู่กับการประพฤติการปฏิบัติ ปริยัติกับการปฏิบัติต้องเดินควบคู่กันไป ถ้าปริยัติไม่คู่กับการปฏิบัติก็จะเกิดความเสียหาย เกิดการพังทลายอย่างเดียวเช่นเดียวกันกับตึก สตง. สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน
พุทธบริษัทต้องพากันรู้พากันเข้าใจ พระธรรมพระวินัยเป็นธรรมนูญแห่งชีวิต เรายกเลิกตัวตน เอาธรรมนูญนำชีวิต หลังจากองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเสด็จดับขันธ์ปรินิพพานไปแล้วประมาณ ๕๐๐ ปี ถึงมีการหล่อรูปเหมือนองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
๕๐๐ ปีไม่มีการหล่อรูปเหมือนองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เพราะเหตุผลว่า พุทธบริษัทมีความรู้ความเข้าใจ ว่าพระธรรมพระวินัยนั้นคือตัวแทนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ความเคารพในพระธรรมในพระวินัย เอาพระธรรมพระวินัยมาไว้ที่กายวาจากิริยามารยาทอาชีพ มาไว้ที่ใจ
พุทธบริษัทต้องรู้ต้องเข้าใจ ภาชนะที่ใช้ได้ต้องภาชนะที่ตั้งไว้ เป็นภาชนะที่หงาย ภาชนะที่มันคว่ำ หรือภาชนะที่มันล้มนั้นเป็นใช้งานไม่ได้ มันรับสิ่งของนั้นไม่ได้
การฝึกใจปฏิบัติใจ ถึงต้องปฏิบัติที่กายที่วาจาที่กิริยามารยาทที่อาชีพ ใจไม่สงบก็ให้กายมันสงบ ใจไม่สงบก็ให้วาจากิริยามารยาทอาชีพมันสงบ เน้นที่ใจที่ตั้งใจตั้งเจตนา เหมือนภาชนะที่มันหงายไว้ตั้งไว้ การประพฤติการปฏิบัติต้องปฏิบัติอย่างนี้
รูปธรรมต้องชัดเจน แบรนด์เนมต้องชัดเจน สมมติสัจจะให้พุทธบริษัททั้งหลายรู้เข้าใจ สมมติสัจจะนี้มีคุณมีประโยชน์มาก ที่เค้าแต่งตั้งให้เป็นอะไรมีคุณมีประโยชน์มาก
ธรรมะคือหน้าที่ หน้าที่คือธรรมะ หมู่มวลมนุษย์ทั้งหลายต้องยกเลิกตัวยกเลิกตนเพื่อเกิดธรรมนูญ เพื่อยกเลิกตัวยกเลิกตน เพื่อเป็นบริสุทธิคุณ เพื่อเป็นปัญญาชน เพื่อยกเลิกตัวยกเลิกตน จงทำงานเพื่องาน สนุกกับการทำงานเพื่อยกเลิกตัวยกเลิกตน
เราไม่ยกเลิกตัวตนเราจะเป็นพระไม่ได้ เป็นสมณะไม่ได้ ชาติศาสน์กษัตริย์ก็ต้องพังทลายต้องเสียหายอย่างเดียวเช่นเดียวกันกับตึก สตง. สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินของเมืองไทยประเทศไทย
พุทธบริษัทต้องรู้เข้าใจ ว่าตำแหน่งนี้มีเพียงตำแหน่งเดียวอยู่ที่ปัจจุบัน เป็นตำแหน่งที่ชิงแชมป์ระหว่างนิพพานกับวัฏฏสงสารมีอยู่ที่ปัจจุบัน สมมติสัจจะเป็นสิ่งที่สำคัญ เราต้องมีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ ทำงานเพื่องาน เพื่อหยุดสัญชาตญาณที่มีความยึดมั่นถือมั่นที่เป็นตัวเป็นตน
ในความรู้สึกที่เป็นสัญชาตญาณที่มีความรู้สึกร่วมกัน เรามองดูหน้าข้าราชการนักการเมืองนักบวชนี้ มีความรู้สึกว่า หน้าโจรหน้ามหาโจรมันลอยขึ้นมา ใจมันรู้มันเข้าใจอย่างนี้
เราทุกคนต้องพากันมารู้เข้าใจในปัญหา ปัญหานั้นจะได้เกิดปัญญา ปัญญานั้นต้องมีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติในการทำหน้าที่ เอาสมมติสัจจะที่เราได้รับการแต่งตั้งมาใช้มาประพฤติมาปฏิบัติเพื่อมายกเลิกตัวยกเลิกตนของเราเอง
อย่างองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านก็เน้นที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า อย่างสามัญชนได้ฟังพระธรรมเทศนาจากพระบรมศาสดา ท่านก็เอาไปประพฤติปฏิบัติของท่าน ท่านก็ได้เป็นพระอรหันต์ขีณาสพ
สมมติสัจจะเป็นหน้าที่ เป็นความดีที่ประกอบด้วยปัญญา เป็นปัญญาบริสุทธิคุณที่จะทำให้เราเป็นปัญญาชน เราจะได้ยกเลิกความหลง เป็นปัญญาบริสุทธิคุณที่เป็นความหมายของปัญญาชน
ปัจจุบันเราต้องมีความสุขในการทำหน้าที่ เพราะปัจจุบันนี้เป็นการชิงแชมป์ระหว่างพระนิพพานกับวัฏฏสงสาร
การประพฤติการปฏิบัติเป็นหน้าที่ที่เราต้องรู้คู่กับการประพฤติการปฏิบัติ
การประพฤติการปฏิบัตินั้นเป็นการยกเลิกตัวยกเลิกตน ยกเลิกกาลยกเลิกเวลา
หมู่มวลมนุษย์ต้องรู้เข้าใจ ความรู้ความเข้าใจเอามาใช้เอามาประพฤติปฏิบัติที่เป็นความสุข ความสุขนั้นจะยกเลิกกาลยกเลิกเวลา
อย่างความสุขของหมู่มวลมนุษย์ก็มีน้อยกว่าความสุขของเทวดา ความสุขของเทวดาก็มีน้อยกว่าพระพรหม ความสุขของพระพรหมก็มีน้อยกว่าความสุขของพระอรหันต์ขีณาสพ ความสุขของพระพุทธเจ้า เพราะความสุขนั้นมันเป็นความสุขที่เกิดจากปัญญาสัมมาทิฏฐิ เกิดจากการยกเลิกตัวยกเลิกตนอย่างนี้
ผู้มีความรู้ความเข้าใจ มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ ผู้นั้นก็ยกเลิกกาลยกเลิกเวลา ยกเลิกความปรุงแต่ง มีความสุขในการทำความดีเพื่อความดี ผู้ประพฤติปฏิบัติใจของผู้นั้นก็จะสัมผัสกับพระนิพพาน
พระนิพพานนั้นถึงเป็นสภาวะที่ยกเลิกกาลยกเลิกเวลา
หมู่มวลมนุษย์ทั้งหลายต้องรู้เข้าใจ ความรู้คู่กับการประพฤติการปฏิบัติเป็นธรรมนูญ เป็นพระนิพพานอยู่ที่ปัจจุบัน ตั้งแต่เบื้องต้นท่ามกลางจนถึงสูงสุด
พระธรรมพระวินัยที่เป็นธรรมนูญถึงเป็นสมณะที่ ๑ ที่ ๒ ที่ ๓ ที่ ๔ ที่เป็นความรู้คู่กับการประพฤติการปฏิบัติ
ทุกคนนั้นเป็นพระได้ เป็นสมณะได้ทุกชาติทุกศาสนา ไม่ใช่พระนิพพานมีเฉพาะศาสนาพุทธ ต้องรู้เข้าใจคำว่าพระศาสนา พระศาสนาคือยกเลิกตัวยกเลิกตน ไม่แตกแยก ไม่มีสงคราม เป็นสันติภาพ มีความเย็น ๆ ๆ ๆ มีความสงบอบอุ่น เป็นความพอเพียงเพียงพอ
สิ่งทั้งหลายทั้งปวงนั้นเกิดจากเหตุเกิดจากปัจจัย การประพฤติการปฏิบัตินั้นเป็นการชิงแชมป์ระหว่างพระนิพพานกับวัฏฏสงสาร
หมู่มวลมนุษย์ทั้งหลายต้องพากันเข้าใจ มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ ทุกท่านทุกคนต้องพากันรู้พากันเข้าใจ จะได้ไม่ไปแสวงหาจากสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ เราจะได้เข้าถึงความพอเพียงเพียงพอ เข้าถึงบริสุทธิคุณ มีพระนิพพานเป็นที่อยู่ที่อาศัย ปฏิบัติติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ
-----------------------------
โอวาทขององค์หลวงพ่อกัณหา สุขกาโม
เมตตาให้ไว้ในเช้าวันอังคารที่ ๒๔ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙
ณ วัดป่าทรัพย์ทวีธรรมาราม ต.วังหมี อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา