๒๗ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙

พสกนิกรชาวไทยและชาวต่างประเทศได้มาร่วมรวมกันประพฤติปฏิบัติธรรมเพื่อน้อมถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ด้วยความโทมนัสและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ที่พระองค์ได้ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทยและชาวโลกตลอดระยะเวลาที่ยาวนาน พระองค์ทรงเป็นดั่งแม่แห่งแผ่นดิน ผู้ทรงเปี่ยมด้วยพระเมตตาและพระปรีชาสามารถ ทรงอุทิศพระวรกาย พระสติปัญญา และพระราชหฤทัยในการบำเพ็ญพระราชกรณียกิจนานัปการ เคียงคู่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เพื่อธำรงไว้ซึ่งความผาสุกและความมั่นคงแห่งชาติไทย เราประชาชนชาวไทยต้องร่วมใจสมัครสมานสามัคคีทำความดีที่ประกอบด้วยปัญญา เพื่ออุทิศบุญกุศลน้อมเกล้าถวาย เพื่อเสด็จสู่สวรรคาลัย เข้าสู่สวรรค์มรรคผลพระนิพพาน

 

วันนี้เป็นวันศุกร์ที่ ๒๗  เดือนมีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙

 

เราพากันมาบวชมาประพฤติมาปฏิบัติธรรม คำว่าบวชคำว่าประพฤติปฏิบัติธรรม เราต้องรู้ต้องเข้าใจ

 

การมาบวชการมาปฏิบัติคือการมายกเลิกตัวยกเลิกตน เพื่อให้ปฏิปทาของเราได้ติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ

 

เราอาศัยพระธรรมพระวินัย ข้อวัตรกิจวัตร เป็นการประพฤติเป็นการปฏิบัติ เรามาปฏิบัติกันเป็นกลุ่มเป็นก้อนเป็นหมู่เป็นคณะ เพื่อเอาความดีและปัญญาก้าวไป ก้าวไปด้วยความดีและปัญญา เพื่ออาศัยปฏิปทาติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ

 

ผู้ที่มาบวชอยู่ที่วัด ไม่มีธุรกิจหน้าที่การงานภายนอก มีธุรกิจหน้าที่ประพฤติปฏิบัติในกิจพระศาสนา ศาสนานี้คือพระธรรมคือพระวินัย คือข้อวัตรกิจวัตร

 

เราไม่ตามใจของเรา เราตั้งใจตั้งเจตนา เพราะเหตุผลว่า ภาชนะที่ใช้ได้นั้นต้องเป็นภาชนะที่ตั้งไว้ ไม่ใช่ภาชนะที่คว่ำ ไม่ใช่ภาชนะที่ล้ม ต้องเป็นภาชนะที่ตั้งไว้ ใจของเราทุกคนไม่มีใครรู้ว่าเราคิดอะไร เราปรุงแต่งอะไร แต่เราทุกคนรู้ว่า เราคิดอะไรเราปรุงแต่งอะไร ผู้ประพฤติผู้ปฏิบัติต้องรู้ต้องเข้าใจ เพราะใจนั้นเป็นสิ่งที่สำคัญ เพราะสิ่งทั้งหลายทั้งปวงนั้นเกิดจากเหตุเกิดจากปัจจัย เพราะสิ่งนี้มีสิ่งต่อไปถึงมี ปัจจุบันนั้นถึงเป็นสิ่งที่สำคัญ เพราะอดีตก็มารวมอยู่ปัจจุบัน อนาคตจะไปข้างหน้าก็ไปจากปัจจุบัน ปัจจุบันเป็นสิ่งที่สำคัญ

 

ใจของเราต้องยกเลิกสัญชาตญาณที่มีความยึดมั่นถือมั่นที่เป็นนิติบุคคลตัวตน

 

เราต้องหยุดตัวตนให้ได้ด้วยพระธรรมด้วยพระวินัย ข้อวัตรกิจวัตร เพื่อให้ปฏิปทาของเราได้ติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำที่น้ำมันไหล น้ำมันไหลสู่ลำห้วย สู่ทะเล สู่มหาสมุทร

 

การประพฤติการปฏิบัตินั้นไม่ให้เป็นเหมือนหยดน้ำ หยดน้ำมันหยดทีละหยด ๆ ขาดขั้นขาดตอน ไม่ติดต่อต่อเนื่องเป็นสายน้ำ

 

ทุกท่านทุกคนต้องรู้ว่า เราจะไปตรึกนึกคิดอะไรตามใจตามอัธยาศัยนั้นไม่ได้ เราจะไปพูดอะไรตามใจตามอัธยาศัยนั้นไม่ได้ กิริยามารยาทของเราจะไปทำอะไรตามใจตามอัธยาศัยนั้นไม่ได้

 

เราต้องพากันมารู้มาเข้าใจ พากันมาเคารพในพระธรรมพระวินัย ข้อวัตรกิจวัตร เพราะความเคารพนั้นจะเป็นสาเหตุให้เกิดความสงบ ความสงบนั้นจะเกิดให้เราทุกคนมีความสุข

 

ถึงมีสุภาษิตว่า ความสุขใดก็ไม่สู้ความสุขที่เกิดจากความสงบ เราจะมีความสงบได้ก็เพราะเรามีความเคารพ

 

เวลานี้เป็นสิ่งที่สำคัญ ปัจจุบันนี้เป็นสิ่งที่สำคัญ ปัจจุบันนี้เป็นการชิงแชมป์ระหว่างวัฏฏสงสารกับพระนิพพาน ปัจจุบันนั้นมีตำแหน่งเดียว เช่นตำแหน่งยืนเดินนั่งนอน พูดจากิริยามารยาทมีเพียงตำแหน่งเดียว

 

การทำความดีถึงเพื่อความดี คือตำแหน่งเดียว ถ้าทำความดีเพื่ออยากจะเป็นคนดีนั้นมันเป็น ๒ ตำแหน่ง มันเป็นขั้วบวกขั้วลบ มีได้มีเสีย มีเจริญมีเสื่อม

 

ปัจจุบันองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เราเข้าใจ เราพากันมามีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติ ความสุขนั้นก็จะเป็นพระนิพพานไปเป็นชั่วขณะ ๆ เป็นบารมีเบื้องต้นท่ามกลางถึงที่สุด เป็นการทำความดีเพื่อความดี เป็นการอบรมบ่มอินทรีย์ สิ่งทั้งหลายทั้งปวงนั้นจะได้จบลงที่ปัจจุบัน จบลงที่ผัสสะ

 

เราพากันมาบวชมาปฏิบัติ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เราพากันทำอย่างนี้ มีความสุขกับการประพฤติกับการปฏิบัติ

 

การประพฤติการปฏิบัติถ้าเรารู้เราเข้าใจ จะไม่มีความเครียด เพราะทำความดีเพื่อความดีจะไม่มีความเครียด ถ้าทำความดีเพื่อตัวเพื่อตน ความเครียดย่อมมีแน่นอน เพราะมันเป็นขั้วบวกขั้วลบ เราจะทำอะไร เราทำความดีเพื่อความดีนั้น ความเครียดจะไม่มี

 

เราจะมีความสุขก็เนื่องจากเหตุจากปัจจัย เรามีความสุขในการทำงานทำหน้าที่เราก็มีความสุข เพราะความดีเพื่อความดีนั้นมันจะเป็นพระนิพพาน มันจะไม่มีความเครียด

 

การประพฤติการปฏิบัติที่ยกเลิกตัวยกเลิกตนนั้น เราทุกคนจะไม่มีความเครียดเลย จะมีแต่ความสุข เป็นความสุขที่เกิดจากปัญญาสัมมาทิฏฐิ ความสุขนั้นจะผ่านระดับความเป็นมนุษย์ ระดับเป็นเทวดา ระดับเป็นพระพรหม พัฒนาไปเรื่อย ๆ ให้ปฏิปทาติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ เป็นมรรคเป็นอริยมรรค เป็นมรรคผลพระนิพพานที่สมบูรณ์

 

เราทุกคนต้องพากันเข้าใจ มีปัญญาสัมมาทิฏฐิอย่างนี้ เรียกว่าปัญญาชน ปัญญาชนหมายถึงผู้ที่มีปัญญาสัมมาทิฏฐิ ผู้ที่ยกเลิกตัวตน มีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติในการทำหน้าที่อย่างนี้เค้าเรียกว่าปัญญาชน

 

เราเอาตัวตนเป็นที่ตั้ง เอาทิฏฐิเอามานะเอาอีโก้เป็นที่ตั้ง อย่างนี้ไม่เรียกปัญญาชน เพราะยังมีตัวมีตนไม่ใช่บริสุทธิคุณ

 

เรามาบวชมาปฏิบัติ ปัจจุบันเป็นวาระสำคัญมาก เราต้องรู้ต้องเข้าใจอย่างนี้ เราทุกคนต้องตั้งใจตั้งเจตนา เพื่อประโยชน์ของตนและประโยชน์ของมหาชน เราต้องตั้งใจตั้งเจตนา

 

วันหนึ่งคืนหนึ่ง ๒๔ ชั่วโมง เราต้องทำหน้าที่ที่ดี ๆ ที่ประกอบด้วยปัญญา

 

วันหนึ่งคืนหนึ่งเรามาบวชมาปฏิบัติเรานอนพักผ่อนจำวัดวันละ ๖ ชั่วโมง นอนจำวัดเวลา ๓ ทุ่ม ตื่นตี ๓ ไม่มีข้อแม้ใด ๆ ทั้งสิ้น ไม่มีความปรุงแต่ง ไม่มีข้อแม้ ปฏิปทาของเราต้องเป็นอย่างนี้ เพื่อให้ปฏิปทาของเราติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ

 

เวลาเราตื่นอยู่นี้เป็นเวลา ๑๘ ชั่วโมง เวลา ๑๘ ชั่วโมง เรามีความสุขกับการประพฤติกับการปฏิบัติ เน้นที่ปัจจุบัน เราทุกคนต้องมีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติอยู่ที่ปัจจุบัน เพราะความสุขกับความสงบนั้นมันคืออันหนึ่งอันเดียวกัน

 

ปกติแล้วตามสัญชาตญาณทุกคนอยากจะทำอะไรตามใจตามอัธยาศัย เราไปทำอะไรตามใจตามอัธยาศัยนั้นมันไม่ได้ เพราะการทำอะไรตามใจตามอัธยาศัยนั้นคือเป็นบุคคลที่ไม่ได้ประพฤติไม่ได้ปฏิบัติธรรม การทำอะไรตามใจตามอัธยาศัยมันเป็นนิติบุคคลเป็นอัตตาตัวตน มันเป็นความยึดมั่นถือมั่น มันเป็นขั้วบวกขั้วลบ

 

การประพฤติการปฏิบัติธรรมไม่มีข้อแม้ใด ๆ ทั้งสิ้น ไม่มีการทำอะไรตามใจตามอัธยาศัย ต้องยกเลิกทำอะไรตามใจตามอัธยาศัย มีความสุขในการยกเลิกทำอะไรตามใจตามอัธยาศัย

 

เราทุกคนต้องเคารพในพระธรรมพระวินัยข้อวัตรกิจวัตร เพราะความเคารพนั้นามันคือความสงบ ความสงบนั้นเกิดจากความเคารพ ถ้าเราไม่เคารพในพระธรรมพระวินัยข้อวัตรกิจวัตร ความสงบนั้นย่อมมีไม่ได้ เกิดขึ้นไม่ได้

 

ปัจจุบันนี้เราต้องเคารพในพระธรรมพระวินัย ข้อวัตรกิจวัตร ถึงจะมีการประพฤติถึงจะมีการปฏิบัติ ถ้าอย่างนั้นไม่มีการประพฤติไม่มีการปฏิบัติ

 

ความเคารพกับความสงบจะเป็นสาเหตุให้ปฏิปทาติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ จะเป็นเหตุเป็นปัจจัยให้สิ่งต่าง ๆ หยุดลงที่ปัจจุบัน หยุดลงที่ผัสสะ สมณะกับวิปัสสนาจะได้ทำงานไปพร้อม ๆ กัน อันหนึ่งความสงบอันหนึ่งปัญญา อันหนึ่งปัญญาอันหนึ่งความสงบ ความเคารพกับความสงบจะได้ทำงานอย่างนี้

 

การประพฤติการปฏิบัติถึงอยู่ที่ปัจจุบัน ความรู้ความเข้าใจ มีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติในปัจจุบัน เราทุกคนต้องยกเลิกอดีต ยกเลิกอนาคต ปัจจุบันเราก็ต้องว่างจากตัวตน มีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติในการทำหน้าที่ เป็นความดีและปัญญาอยู่ที่ปัจจุบัน

 

เรามีความสุขกับการทำงานกับการทำหน้าที่ หน้าที่นั้นก็จะเป็นพระนิพพาน ใจเราจะเป็นสมถะ เป็นวิปัสสนาอยู่ที่ปัจจุบัน

 

เรามีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติในปัจจุบัน เราทุกคนก็จะมีพระนิพพานเป็นที่อยู่ที่อาศัย มีหน้าที่การงานที่เป็นพระนิพพานเป็นเครื่องอยู่เครื่องอาศัย

 

เรามีความสุขในการทำหน้าที่จะเป็นพระนิพพานเป็นที่อยู่ที่อาศัย

 

เราต้องรู้ต้องเข้าใจ เอาหน้าที่ที่เป็นปัญญาชนเป็นปัญญาสัมมาทิฏฐิ มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติเป็นที่อยู่ที่อาศัย

 

ผู้ประพฤติผู้ปฏิบัติต้องเข้าใจว่าพระนิพพานนี้อยู่ที่ปัจจุบัน อยู่ที่มีความสุขในการทำหน้าที่อยู่ที่ปัจจุบัน ปัจจุบันเราต้องว่างจากตัวว่างจากตน ว่างจากความรู้ความเข้าใจ ว่างจากสิ่งที่มีอยู่ ไม่ใช่ว่างจากสิ่งที่ไม่มี

 

แต่ก่อนเราไม่รู้ไม่เข้าใจ เราเอาความว่างจากสิ่งไม่มี ว่างจากสิ่งที่ไม่มีมันจะมีประโยชน์อะไร คนตายนั้นจะมีประโยชน์อะไร คนไม่มีตาไม่มีหูจมูกลิ้นกายไม่มีใจมันจะมีประโยชน์อะไร

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เราเข้าใจ ให้เข้าถึงความว่างจากสิ่งที่มีอยู่ ให้ทุกท่านทุกคนมีปัญญาสัมมาทิฏฐิ สิ่งทั้งหลายทั้งปวงนั้นจะได้หยุดลงที่ปัจจุบัน จบลงที่ผัสสะ

 

เราพากันมาคิดดูดี ๆ เรามีตารูปถึงมี เราไม่มีตารูปจะมีมั๊ย ไม่มี เราไม่มีหูเสียงจะมีมั๊ย เสียงนั้นย่อมไม่มี เราไม่มีจมูกกลิ่นนั้นจะมีมั๊ย กลิ่นนั้นย่อมไม่มี เรามีลิ้นถึงมีรส เรามีกายถึงมีสัมผัส เรามีใจถึงมีความรู้สึกนึกคิด

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เราเข้าใจ เราจะได้ว่างจากสิ่งที่มีอยู่ สิ่งทั้งปลายทั้งปวงนั้นจะหยุดลงที่ปัจจุบัน หยุดลงที่ผัสสะ

 

อาศัยความรู้ความเข้าใจ มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ เพราะทุกสิ่งทุกอย่างนั้นเกิดจากเหตุเกิดจากปัจจัย ความดีและปัญญาจะได้ก้าวไป สมถะกับวิปัสสนาจะได้ก้าวไป ให้ปฏิปทาติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ

 

เรามาบวชต้องมาปฏิบัติ เพื่อสร้างเหตุสร้างปัจจัย เพื่อให้ปฏิปทาได้ติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ

 

ปฏิปทาของเราในปัจจุบันต้องติดต่อต่อเนื่อง ความสงบและปัญญาต้องก้าวไปอยู่ที่ปัจจุบัน

 

ทุกคนต้องมีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ ถ้าเรามีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติ ปัจจุบันความฟุ้งซ่านนั้นจะไม่มี ที่เรามีความฟุ้งซ่านนั้นคือเราไม่มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ

 

การประพฤติการปฏิบัติในปัจจุบันต้องมีความสุข เพราะความสุขกับความสงบนั้นมันคืออันหนึ่งอันเดียวกัน เพื่อให้ความสุขความสงบมันติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ

 

ผู้ประพฤติผู้ปฏิบัติต้องรู้เข้าใจ การทำอะไรนั้นต้องให้ติดต่อต่อเนื่อง ใช้เวลา ๓ อาทิตย์ขึ้นไป หรือ ๒๑ วัน การประพฤติการปฏิบัตินั้นถึงจะได้ผลเห็นผลทั้งรูปธรรมนามธรรม

 

การประพฤติการปฏิบัตินั้นต้องมีความสุขให้เต็มที่อย่างเต็มที่ การประพฤติการปฏิบัติต้องให้เคารพอย่างเต็มที่

 

ผู้ประพฤติผู้ปฏิบัติถึงไม่มีความประมาท ผู้ประพฤติผู้ปฏิบัติต้องมีความเคารพ ผู้ประพฤติผู้ปฏิบัติถึงเคารพในพระพุทธเจ้าอย่างเต็มที่ เคารพในพระธรรมอย่างเต็มที่ เคารพในพระอริยสงฆ์อย่างเต็มที่

 

ผู้ประพฤติผู้ปฏิบัติมีความเคารพตนเองอย่างเต็มที่ บุคคลเมื่อยกเลิกตัวยกเลิกตนถึงมีความเคารพตัวเคารพตน

 

เราพากันมาคิดดูดี ๆ นะ ทำไมธรรมะของเรามันไม่เกิด ธรรมะของเรามันจะเกิดได้อย่างไร เพราะเราไม่ได้ยกเลิกตัวไม่ได้ยกเลิกตน ธรรมะมันจะเกิดได้อย่างไร เพราะเรายังไม่ได้เคารพในพระพุทธเจ้า ยังไม่ได้เคารพในพระธรรม เราไม่ได้เคารพในพระสงฆ์ ธรรมะมันจะเกิดขึ้นได้อย่างไร

 

ด้วยเหตุผลนี้ ทุกคนจะไปตรึกในกามนั้นไม่ได้ ทุกคนจะไปตรึกในพยาบาทไม่ได้ ต้องเคารพในพระพุทธเจ้า เคารพในพระธรรม เคารพในพระอริยสงฆ์ ธรรมะถึงจะเกิดได้

 

อย่าลืมว่าตำแหน่งในปัจจุบันมีตำแหน่งเดียว ตำแหน่งยืนเดินนั่งนอน พูดดื่มกินกิริยามารยาทมีเพียงตำแหน่งเดียว ถ้าเราไม่เคารพในพระพุทธเจ้าในพระธรรมในพระอริยสงฆ์ ธรรมะนั้นจะเกิดได้อย่างไร เพราะไม่มีการประพฤติไม่มีการปฏิบัติเลย ธรรมะนั้นจะเกิดได้อย่างไร

 

เราทุกคนพากันคิดดูดี ๆ นะ ว่าเรานี้เคารพในพระพุทธเจ้าแล้วหรือยัง เคารพในพระธรรมพระวินัยขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้วหรือยัง เคารพในสงฆ์สาวกขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้วหรือยัง ถ้าเรายังตรึกในกามถ้าเรายังตรึกในพยาบาทนั่นแหละคือเราไม่ได้เคารพในพระพุทธเจ้า ไม่ได้เคารพในพระธรรม ไม่ได้เคารพในพระอริยสงฆ์

 

เราปล่อยให้ตัวเองตรึกในกามตรึกในพยาบาท เรายังไม่ได้เคารพในพระพุทธเจ้า ในพระธรรมในพระอริยสงฆ์

 

ความไม่รู้ไม่เข้าใจในการประพฤติการปฏิบัตินี้ทำให้เกิดความเสียหาย ทำให้เกิดการพังทลายอย่างเดียวเช่นเดียวกันกับตึก สตง. สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินของเมืองไทยประเทศไทย ความไม่รู้ไม่เข้าใจ เราได้เอาความหลงนำชีวิต เอาความผิดนำชีวิต ไม่เคารพในพระพุทธเจ้า ไม่เคารพในพระธรรม ไม่เคารพในพระอริยสงฆ์

 

ด้วยเหตุผลนี้ เราต้องพากันรู้พากันเข้าใจ มีปัญญาสัมมาทิฏฐิ เพื่อจะเข้าถึงแห่งความเป็นปัญญาชน ปัญญาชนคือผู้ยกเลิกตัวยกเลิกตน มีความเคารพในพระพุทธเจ้า ในพระธรรม ในพระอริยสงฆ์ ถึงจะเรียกว่าปัญญาชนได้

 

เราทุกคนมาบวชมาประพฤติมาปฏิบัติ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้ตั้งใจ เพื่อให้ปฏิปทาของเราได้ติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ

 

เราพากันนอนพากันพักผ่อนจำวัดวันละ ๖ ชั่วโมง ๖ ชั่วโมงนี้ก็ถือว่าเต็มที่แล้ว ๕ ชั่วโมงก็ยังได้ ไม่ต้องถึง ๖ ชั่วโมง เราตื่นอยู่กลางวันนี้ เรามีความสุขในการทำหน้าที่ ยกเลิกตัวตนให้เต็มที่ เอาปัจจุบันเป็นวาระสำคัญของการประพฤติการปฏิบัติ ปัจจุบันนี้จะได้เป็นพื้นเป็นฐานของอนาคต

 

เวลาเราลาสิกขาไป เราค่อยไปต่อที่บ้านที่ทำงาน อยู่ในท่ามกลางสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ เพื่อเอาปัญหามาเป็นปัญญา เป็นหลักการของการประพฤติการปฏิบัติ

 

ทุกท่านทุกคนต้องคล่องแคล่วว่องไว มีความสุข ให้พร้อมให้เตรียมพร้อม ทำอะไรต้องสดชื่นเบิกบาน ความรับผิดชอบนั้นให้ติดต่อต่อเนื่อง

 

อย่าไปกลัวหนาวกลัวร้อนกลัวเหนื่อย กลัวความยากลำบาก เราอย่าไปเอาความรู้สึกอย่างนี้มาเป็นที่ตั้ง ให้รู้จักว่าปัญหานี้คือปัญญา ปัญญานั้นคือความสุขในการประพฤติการปฏิบัติ

 

เราทุกคนทุกท่านต้องสง่างาม ยืนเดินนั่งนอนให้สง่างาม ถ้าเราพิจารณาทุกอย่างเข้สู่พระไตรลักษ์เราทุกคนก็จะเป็นที่สง่างาม เพราะการพจารณาทุกอย่างเข้าสู่พระไตรลักษณ์จะเป็นความพอดีความพอเพียงเป็นการยกเลิกตัวตนเข้าถึงภาคประพฤติปฏิบัติในปัจจุบัน เป็นคนไม่ซบเซาในธาตุในขันธ์ในอายตนะ ยกเลิกตัวตนเป็นคนสง่างาม

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เราเข้าใจ เราเป็นสามัญชนเราก็ย่อมติดสุขติดสบายเป็นธรรมดา เราทั้งหลายอย่าไปสนใจมันเลย มาเอาพระธรรมพระวินัยข้อวัตรกิจวัตร เราไม่ต้องให้ธาตุให้ขันธ์อายตนะลาภยศสรรเสริญมันครอบงำใจของเราสติปัญญาของเรา

 

การประพฤติการปฏิบัติธรรมนี้คืออย่างเดียวกันนี้แหละกับการชิงแชมป์ ผู้ที่ชิงแชมป์ก็ต้องมีหวังร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าเป็นผู้ชนะ ผู้ที่ยกเลิกตัวยกเลิกตนยกเลิกสัญชาตญาณก็มีความรู้สึกเช่นนั้น

 

ปัจจุบันเราต้องทำหน้าที่ของตัวเองให้เต็มที่ เราต้องรู้ต้องเข้าใจ เพื่อปฏิปทาจะได้ติดต่อต่อเนื่อง

 

เราประพฤติปฏิบัติที่มีความสุขก็ย่อมได้รับออกซิเจน ก็ย่อมถ่ายเทของเสียของปฏิกูล ถ่ายเทคาร์บอนไดออกไซด์ออกไป ด้วยเป็นผู้รู้คู่กับการประพฤติการปฏิบัติ จะได้ก้าวไปข้างหน้าไม่ได้หวนกลับมาที่เก่าที่เดิม

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านไม่ให้เรามาอาลัยอาวรณ์ในสัญชาตญาณที่เป็นนิติบุคคลตัวตน เอาทั้งความสงบและปัญญามาใช้มาปฏิบัติ

 

เราทุกคนมาระลึกถึงปัจฉิมโอวาทของพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า ที่ท่านชี้ให้เห็นทุกข์ เหตุเกิดทุกข์ ข้อปฏิบัติถึงความดับทุกข์ ท่านไม่ให้เราตั้งอยู่ในความหลงความประมาท เพราะปัจจุบันนี้เป็นสิ่งที่สำคัญมาก เป็นการชิงแชมป์ระหว่างวัฏฏสงสารกับพระนิพพาน ท่านถึงตรัสปัจฉิมโอวาทในการที่จะเสด็จดับขันธ์สู่ปรินิพพานไว้ว่า"ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บัดนี้เราขอเตือนท่านทั้งหลายว่า สังขารทั้งหลาย มีความเสื่อมสลายไปเป็นธรรมดา ท่านทั้งหลายจงทำประโยชน์ตนและประโยชน์ผู้อื่นให้ถึงพร้อม ด้วยความไม่ประมาทเถิด

 

โอวาทของหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต

ความไม่ยั่งยืน เป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่และแน่นอนนะ

ความยิ่งใหญ่ คือความไม่ยั่งยืนนะ

ชีวิตที่ยิ่งใหญ่ คือชีวิตที่อยู่ด้วยทาน ศีล เมตตา และกตัญญู

ชีวิตที่มีความดี อาจมิใช่ความยิ่งใหญ่ แต่ชีวิตที่ยิ่งใหญ่ ต้องอาศัยคุณธรรมความดีเป็นปัญญาบริสุทธิคุณเท่านั้น การระงับสังขารทั้งหลายด้วยความรู้ความเข้าใจเป็นความรู้คู่กับการประพฤติการปฏิบัตินั่นแหละคืออริยมรรค เป็นหนทางที่ประเสริฐมีพระนิพพานตั้งแต่ในปัจจุบัน ไม่ต้องรอพระนิพพานเมื่อตายแล้ว ปัจจุบันไม่มีพระนิพพาน อนาคตจะมีพระนิพพานได้อย่างไร

 

ให้เรารู้เข้าใจเรื่องพระธรรมพระวินัย พระธรรมพระวินัยที่เป็นสัมมาทิฐิ เพื่อหยุดวัฏฏสงสารนั่นแหละคือพระนิพพาน ให้พวกเรารู้เข้าใจในเรื่องพระนิพพาน ให้เข้าใจนะว่าสิ่งเดิมนั้นคือความว่างเปล่า สิ่งที่สัญจรไปมาเป็นเพียงอาคันตุกะ เราจะได้เอาหลักการอุดการณ์ที่เป็นศีลเป็นสมาธิเป็นปัญญาเป็นมรรคเป็นอริยมรรคที่ตรงกันข้ามกับโลกธรรมมาประพฤติมาปฏิบัติ ให้รู้เข้าใจ เพราะไม่มีใครอยู่เหนือกรรมเหนือกฎแห่งกรรมเหนือผลของกรรม พระนิพพานความรู้ความเข้าใจในเรื่องกระบวนการปฏิจจสมุปบาท กระบวนการของปฏิจจสมุปบาทจะได้จบลงเพียงผัสสะ จะได้เป็นปัญญาเป็นความสงบ จะเป็นความสงบเป็นปัญญา เป็นสิ่งที่อยู่นอกเหตุเหนือผล หยุดความปรุงแต่ง นี้เป็นขบวนการที่ติดต่อต่อเนื่อง เป็นบารมีเป็นความดีที่ประกอบด้วยปัญญา เป็นพระนิพพานบ้านของเรา ไม่ใช่อวิชชาความหลงเป็นบ้านของเรานะ พระนิพพานคือบ้านของเรา ความสงบและปัญญาถึงเป็นธรรมเป็นปัจจุบันธรรม เราจะหยุดวัฏฏสงสารได้ด้วยความรู้ความเข้าใจ ด้วยพระธรรมด้วยพระวินัย เป็นขบวนการของกระแสในการประพฤติการปฏิบัติที่ได้นำเอาพระธรรมพระวินัยมาประพฤติมาปฏิบัติในปัจจุบันให้ติดต่อต่อเนื่อง

 

 ความสงบและปัญญาที่เป็นพระธรรมพระวินัยถึงหยุดความปรุงแต่งได้ ด้วยปัญญาสัมมาทิฏฐิคู่กับการประพฤติการปฏิบัติในปัจจุบัน พระธรรมพระวินัยที่เป็นความรู้ความเข้าใจ ที่จะหยุดความปรุงแต่งได้ เข้าถึงพระนิพพานตั้งแต่ปัจจุบัน ไม่ต้องรอชาติหน้า พระนิพพานต้องอยู่ที่ปัจจุบันเท่านั้น

---------------------------------

โอวาทขององค์หลวงพ่อกัณหา สุขกาโม

เมตตาให้ไว้ในเช้าวันศุกร์ที่ ๒๗ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙

ณ วัดป่าทรัพย์ทวีธรรมาราม ต.วังหมี อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา

 

 

 

 

Visitors: 112,069