๒๙ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙
พสกนิกรชาวไทยและชาวต่างประเทศได้มาร่วมรวมกันประพฤติปฏิบัติธรรมเพื่อน้อมถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ด้วยความโทมนัสและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ที่พระองค์ได้ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทยและชาวโลกตลอดระยะเวลาที่ยาวนาน พระองค์ทรงเป็นดั่งแม่แห่งแผ่นดิน ผู้ทรงเปี่ยมด้วยพระเมตตาและพระปรีชาสามารถ ทรงอุทิศพระวรกาย พระสติปัญญา และพระราชหฤทัยในการบำเพ็ญพระราชกรณียกิจนานัปการ เคียงคู่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เพื่อธำรงไว้ซึ่งความผาสุกและความมั่นคงแห่งชาติไทย เราประชาชนชาวไทยต้องร่วมใจสมัครสมานสามัคคีทำความดีที่ประกอบด้วยปัญญา เพื่ออุทิศบุญกุศลน้อมเกล้าถวาย เพื่อเสด็จสู่สวรรคาลัย เข้าสู่สวรรค์มรรคผลพระนิพพาน
วันนี้เป็นวันอาทิตย์ที่ ๒๙ เดือนมีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙ เป็นวันหยุดของข้าราชการรัฐวิสาหกิจ
หลักการที่เป็นปัญญาสัมมาทิฏฐิในการดำเนินชีวิตของหมู่มวลมนุษย์
มนุษย์เราต้องมีปัญญาสัมมาทิฏฐิ
เราทุกคนต้องมีปัญญาสัมมาทิฏฐิ เพื่อเอาธรรมนำชีวิต เอาธรรมนูญนำชีวิตยกเลิกตัวยกเลิกตน ไม่ยึดมั่นถือมั่นในตัวในตน เอาธรรมนูญนำชีวิต ธรรมนูญนั้นเป็นความรู้ความเข้าใจ เป็นการเอาธรรมนำชีวิต ยกเลิกตัวยกเลิกตน เรียกว่าธรรมนูญ รัฐธรรมนูญ
ธรรมนูญหรือว่าธรรมชาติที่ปราศจากความปรุงแต่ง ไม่มีขั้วบวกไม่มีขั้วลบ ไม่มีความปรุงแต่ง เป็นธรรมชาติที่บริสุทธิ์ ธรรมชาติไม่ปรุงแต่ง
ความรู้ความเข้าใจที่เป็นปัญญาสัมมาทิฏฐิ เป็นการพัฒนาทางสายกลางระหว่างทางวิทยาศาสตร์กับทางจิตใจไปพร้อม ๆ กันให้เป็นทางสายกลาง ยกเลิกตัวยกเลิกตน ยกเลิกเรายกเลิกเขา
เป็นการทำความดีเพื่อความดี การทำความดีเพื่อความดีนี้เรียกว่าธรรมนูญ การทำความดีเพื่อต้องการอยากจะเป็นคนดีนี้ไม่ใช่ธรรมนูญ นี้คือตัวนี้คือตน นี้คือความปรุงแต่ง นี้คือขั้วบวกขั้วลบ นี้ไม่ใช่ความสงบ นี้คือความวุ่นวาย นี้คือความปรุงแต่ง
เราทุกคนต้องมารู้จักธรรมนูญ ธรรมนูญนี้เป็นทางสายกลาง เป็นเหตุเป็นปัจจัยให้หมู่มวลมนุษย์ทั้งหลายเข้าถึงทางสายกลาง
การดำเนินชีวิต เอาปัจจุบันเป็นการประพฤติเป็นการปฏิบัติ เพราะเหตุผลว่า อดีตก็มารวมกันอยู่ที่ปัจจุบัน อนาคตจะไปข้างหน้าก็ไปจากปัจจุบัน ปัจจุบันถึงเป็นวาระแห่งชาติของการประพฤติของการปฏิบัติ เป็นปัญญาสัมมาทิฏฐิ เป็นความรู้ความเข้าใจเรื่องของเหตุเรื่องของปัจจัย ปัจจุบันถึงเป็นความรู้คู่กับการประพฤติคู่กับการปฏิบัติ
พระนิพพานเราต้องรู้ต้องเข้าใจ พระนิพพานนั้นอยู่ที่ปัจจุบัน อยู่ที่มีความเห็นถูกต้อง เข้าใจถูกต้อง ปฏิบัติถูกต้อง พระนิพพานนั้นไม่มีขั้วบวกไม่มีขั้วลบ ไม่มีความปรุงแต่ง พระนิพพานเป็นความรู้ความเข้าใจ มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ
การทำความดีเพื่อความดี มีความสุขในการทำความดี การประพฤติการปฏิบัตินั้นก็จะเป็นพระนิพพานไปเป็นชั่วขณะ ๆ
พระนิพพานนั้นถึงอยู่ที่ปัจจุบัน การประพฤติการปฏิบัติถึงเป็นความรู้ความเข้าใจ เป็นความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติกับการทำหน้าที่ เป็นการทำความดีเพื่อความดี
พระนิพพานนั้นถึงอยู่กับเราทุกคนที่เรารู้ที่เราเข้าแล้วมีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติกับการทำหน้าที่ พระนิพพานนั้นถึงเป็นอริยมรรคที่เกิดจากความรู้ความเข้าใจ เป็นวิถีชีวิตที่เกิดจากความรู้ความเข้าใจ มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติกับการทำหน้าที่
พระนิพพานเป็นความรู้ความเข้าใจ มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติอยู่ที่ปัจจุบัน การประพฤติการปฏิบัตินั้นถึงตัดเรื่องอดีตไปทั้งหมด ตัดเรื่องอนาคตที่ยังไปไม่ถึงทั้งสิ้น ปัจจุบันมีความรู้ความเข้าใจ มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ ความรู้ความเข้าใจอย่างนี้ การประพฤติการปฏิบัติอย่างนี้ ผู้ประพฤติผู้ปฏิบัติใจของท่านผู้นั้นก็จะสัมผัสกับพระนิพพานอยู่ที่ปัจจุบัน
ความรู้ความเข้าใจเป็นสาเหตุให้เอาความรู้คู่กับการประพฤติการปฏิบัติ การประพฤติการปฏิบัตินั้นก็จะเป็นพระนิพพานไปชั่วขณะ ๆ เป็นบารมีเบื้องต้นท่ามกลางสูงสุด
ความรู้ความเข้าใจมีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัตินี้จะเป็นเหตุเป็นปัจจัยให้ความรู้กับการประพฤติการปฏิบัติได้ติดต่อต่อเนื่องอย่างสายน้ำที่น้ำมันไหล น้ำมันไหลนั้นเป็นน้ำที่ไม่ขาดตอน เป็นกระแสน้ำที่น้ำมันไหล ความรู้ความเข้าใจนี้จะเป็นกระบวนการ เพราะสิ่งนี้มีสิ่งต่อไปนั้นมี ติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ
ความรู้ความเข้าใจนี้จะไม่เหมือนหยดน้ำ หยดน้ำนี้มันหยดทีละหยด ๆ มันขาดขั้นขาดตอนถึงเรียกว่าน้ำหยด
ความรู้ความเข้าใจที่เป็นปัญญาสัมมาทิฏฐิ จะเป็นเหตุเป็นปัจจัยให้การประพฤติการปฏิบัติติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เราเข้าใจในเรื่องของเหตุเรื่องของปัจจัย
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านได้บอกได้สอนเรื่องเหตุเรื่องปัจจัย ได้ประพฤติปฏิบัติเป็นตัวอย่างแบบอย่าง เป็นโมเดลของการประพฤติการปฏิบัติ
ท่านได้ตรัสให้เรารู้เข้าใจ เอาความรู้มาใช้คู่กับการประพฤติการปฏิบัติ มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ ความสุขกับความสงบมันคืออันหนึ่งอันเดียวกัน ถ้าเรามีความสุขเราก็มีความสงบ ความสุขกับความสงบนั้นเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ความสุขที่เกิดจากความรู้ความเข้าใจ มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ ความสุขที่เกิดจากปัญญาสัมมาทิฏฐิในการประพฤติการปฏิบัติอย่างนี้ ความสุขนั้นก็จะเป็นพระนิพพาน
มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติด้วยอาศัยพระธรรมพระวินัยที่จะเป็นเหตุเป็นปัจจัยให้ยกเลิกตัวยกเลิกตน ยกเลิกสัญชาตญาณที่มีความยึดมั่นถือมั่นในตัวในตน มีความสุขกับการประพฤติกับการปฏิบัติ เป็นหน้าที่ของหน้าที่ของการประพฤติของการปฏิบัติ ไม่ตั้งอยู่ในความประมาท ให้ถือเอาปัจจุบันเป็นวาระสำคัญของการประพฤติการปฏิบัติ เพราะความประมาทเป็นสาเหตุให้เกิดความผิดพลาด เกิดความเสียหาย เกิดการพังทลายอย่างเดียวเช่นเดียวกับตึก สตง. สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินของเมืองไทยประเทศไทย
เราพากันมีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติไม่ตั้งอยู่ในความประมาท เพื่อให้การประพฤติการปฏิบัติได้ติดต่อต่อเนื่องเหมือนสายน้ำดั่งสายน้ำ เอาความดีและปัญญาเพื่อให้ปฏิปทาติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ
ความรู้ความเข้าใจเป็นปัญญาสัมมาทิฏฐิควบคู่กับการประพฤติการปฏิบัติ
ความรู้คู่กับการประพฤติการปฏิบัตินั้นก็จะมีแต่คุณ มีแต่ประโยชน์
ความรู้ความเข้าใจที่เกิดจากปัญญาจากการประพฤติการปฏิบัติก็จะเป็นธรรมนูญ เป็นรัฐธรรมนูญในการประพฤติในการปฏิบัติในตัวของเราเอง
สัญชาตญาณที่มีความยึดมั่นถือมั่นที่เป็นตัวเป็นตนก็จะหยุดลงที่ปัจจุบัน จบลงที่ผัสสะ
เราจะเอาตัวตนนำชีวิตไม่ได้ ผู้ประพฤติผู้ปฏิบัติต้องเข้าใจ เพราะตัวตนนั้นเป็นวัฏฏสงสาร มันเป็นขั้วบวกขั้วลบ มันเป็นความปรุงแต่ง
เอาความปรุงแต่งนำชีวิตไม่ได้ เพราะมันเป็นวัฏฏสงสาร เอาความยึดมั่นถือมั่นนำชีวิตนั้นไม่ได้เพราะมันเป็นวัฏฏสงสาร ความรู้ความเข้าใจเรานี้เป็นปัญญาสัมมาทิฏฐิ เป็นการมายกเลิกตัวยกเลิกตน
สมมติสัจจะที่ชี้ให้เราเห็นเรารู้เราเข้าใจในแง่มุมต่าง ๆ ชี้ให้เราเห็นในเรื่องผิดเรื่องถูกเรื่องดีเรื่องชั่ว เรื่องไม่ผิดไม่ถูกไม่ดีไม่ชั่ว ให้เรารู้ให้เข้าใจ เราต้องรู้ต้องเข้าใจเรื่องสมมติสัจจะ เพื่อเราจะได้ประพฤติปฏิบัติต่อสมมติสัจจะนั้นให้ถูกต้อง
สมมติสัจจะที่จะเป็นหลักการที่จะให้เราเอาความรู้คู่กับการประพฤติการปฏิบัติ เพราะทุกสิ่งทุกอย่างนั้นมันเกิดจากเหตุเกิดจากปัจจัย สมมติสัจจะชี้ให้เราเห็นเรื่องเหตุเรื่องปัจจัย
เราทุกคนนั้นจะไปมองข้ามเรื่องสมมติสัจจะนั้นไม่ได้ เราต้องมีปัญญาสัมมาทิฏฐิ ไม่มองข้ามสมมติสัจจะ เรามองข้ามหมายถึงเราไม่มีความเคารพ
การประพฤติการปฏิบัตินั้น ผู้มีปัญญามาก ๆ ก็ต้องสงบมาก ๆ เพื่อปัญญากับสมาธิจะได้สมดุลกัน ผู้มีความสงบมาก ๆ ก็ต้องเสียสละมาก ๆ ปัญญากับความสงบจะได้สมดุลกัน
ความเคารพเป็นสาเหตุให้เกิดความสงบ ความไม่ประมาทนั้นเป็นสาเหตุให้เกิดความสงบ
สมมติสัจจะที่เราต้องเอามาใช้เอามาประพฤติมาปฏิบัติอยู่ในปัจจุบัน
ความเคารพนี้จะหยุดสัญชาตญาณที่เป็นตัวเป็นตน ความไม่ประมาทจะหยุดสัญชาตญาณที่เป็นตัวเป็นตน
ความรู้ความเข้าใจ มีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติในการทำหน้าที่เป็นหลักการ เป็นวิธีที่ยกเลิกตัวยกเลิกตน
การยกเลิกตัวยกเลิกตนนี้ถึงเป็นพระนิพพานอยู่ที่ปัจจุบัน
เราทุกคนต้องรู้เข้าใจ พระนิพพานนั้นต้องอยู่ที่ปัจจุบัน พระนิพพานนั้นเป็นสิ่งที่มีอยู่ เรารู้เราเข้าใจ มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติอยู่ที่ปัจจุบัน
พระนิพพานนั้นอยู่ที่เรารู้เข้าใจ มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติอยู่ที่ปัจจุบัน ปัจจุบันเรารู้เข้าใจ มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัตินั่นแหละจะเป็นพระนิพพานไปเป็นชั่วขณะ ๆ
พระนิพพานนั้นเป็นสิ่งที่มีอยู่ เป็นความรู้ความเข้าใจ มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ พระนิพพานนั้นถึงเป็นทางสายกลางระหว่างการพัฒนาวิทยาศาสตร์กับพัฒนาใจไปพร้อม ๆ กัน พระนิพพานนั้นถึงจัดเป็นธรรมนูญ จัดเป็นรัฐธรรมนูญ
พระนิพพานนั้นถึงไม่ใช่ตัวไม่ใช่ตน ผู้รู้ผู้เข้าใจ มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ ใจของผู้นั้นก็จะสัมผัสกับพระนิพพานเอง
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เรารู้เข้าใจ พระนิพพานนั้นเป็นความรู้ความเข้าใจ เป็นความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ
พระนิพพานนั้นจะเป็นความสงบกับปัญญา เป็นปฏิปทาที่รู้เข้าใจ เป็นความรู้ความเข้าใจ เป็นความรู้คู่กับการประพฤติการปฏิบัติ เป็นขบวนการดั่งสายน้ำที่น้ำมันไหล พระนิพพานนั้นเป็นความว่างจากสิ่งที่มีอยู่
อย่างเรามีความรู้ความเข้าใจ มีความสุขในการเรียนการศึกษา ความรู้ความเข้าใจมีความสุขในการเรียนการศึกษาการประพฤติการปฏิบัตินี้ก็จะเป็นพระนิพพาน
อย่างเรารู้เข้าใจ เรามีความสุขกับการทำงานกับการทำหน้าที่ ความรู้ความเข้าใจที่มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ เราทำอย่างนี้ปฏิบัติอย่างนี้ การประพฤติการปฏิบัติอย่างนี้ก็จะเป็นพระนิพพาน
อย่างเราพากันนั่งสมาธิ สมาธิคือความตั้งใจมั่น ยกเลิกความปรุงแต่ง เสียสละตัวเสียสละตน ยกเลิกความปรุงแต่ง เพราะรู้เข้าใจว่าความปรุงแต่งมีแต่ทุกข์เกิดขึ้น มีแต่ทุกข์ตั้งอยู่ มีแต่ทุกข์ดับไป เพราะความปรุงแต่งนั้นมันเป็นขั้วบวกขั้วลบ
เรารู้เข้าใจ เราพากันนั่งให้สบาย หายใจเข้าก็สบาย หายใจออกให้สบาย ความรู้ความเข้าใจอย่างนี้แหละ ปฏิบัติติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ มีความตั้งมั่นที่จะยกเลิกตัวยกเลิกตน ความรู้ความเข้าใจอย่างนี้ก็จะเป็นสัมมาสมาธิคือความตั้งใจมั่นชอบ
สัมมาสมาธิเป็นสิ่งที่สำคัญ ผู้ประพฤติปฏิบัติต้องประพฤติปฏิบัติให้ติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ
การทำสมาธิเพื่อสมาธิเพื่อการติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ
เราต้องรู้เข้าใจ การประพฤติการปฏิบัติต้องมีการติดต่อต่อเนื่อง มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ การประพฤติการปฏิบัตินั้นก็จะเป็นนิพพานไปชั่วขณะ ๆ
มีความรู้ความเข้าใจในเรื่องความปรุงความแต่ง ความปรุงแต่งนั้นเป็นเรื่องที่ไม่จบ เราต้องจบจากความรู้ความเข้าใจ มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติให้ติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ
ปฏิปทาของเราต้องติดต่อต่อเนื่อง มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เราเข้าใจ เพื่อเราจะได้ทำความดีเพื่อความดี ไม่ได้ทำความดีเพราะความอยากความต้องการ เพราะทำความดีเพื่อความอยากความต้องการนั้นมันคือความปรุงแต่ง
เราต้องรู้ต้องเข้าใจ ต้องไม่มีความอยากความต้องการ ถ้าเรามีความอยากความต้องการ การทำความดีเพื่ออยากจะเป็นคนดีเราทุกคนก็จะตกนรกทันที เพราะความอยากความต้องการ
เราต้องรู้ต้องเข้าใจ เพื่อจะได้เห็นภัยในวัฏฏสงสารหรือว่าเห็นภัยในความปรุงแต่ง เพราะความปรุงแต่งนั้นมันเป็นขั้วบวกขั้วลบ
เราเจริญสมาธิภาวนา เรามายกเลิกนิวรณ์ทั้ง ๕ มายกเลิกอคติทั้ง ๔ เรามายกเลิกความอยากความต้องการ เพื่อมาหยุดสัญชาตญาณที่เป็นนิติบุคคลตัวตน
การประพฤติการปฏิบัตินั้นเป็นปัญญาสัมมาทิฏฐิ เป็นบริสุทธิคุณ พระธรรมพระวินัยเป็นสาเหตุให้ยกเลิกเหตุยกเลิกปัจจัย สมมติสัจจะนั้นเราต้องเอามาใช้เอามาปฏิบัติ
ใจของเราทุกคนไม่มีใครรู้ ไม่มีใครเห็นไม่มีใครเข้าใจว่าเราตรึกนึกคิดอะไร คนอื่นไม่รู้ว่าเราตรึกนึกคิดอะไร แต่เราทุกคนรู้ว่าเราตรึกนึกคิดอะไร ความเคารพถึงเป็นสิ่งที่สำคัญ ความเคารพในพระพุทธเจ้า ในพระธรรม ในพระอริยสงฆ์ถึงเป็นสิ่งที่สำคัญ
ความเคารพก็ได้แก่ไม่ตรึกในกาม ไม่ตรึกในพยาบาท เราไม่ตรึกในกามไม่ตรึกในพยาบาทนั่นแหละเคารพในพระพุทธเจ้า ในพระธรรม ในพระอริยสงฆ์ เพื่อเราจะได้เข้าถึงบริสุทธิคุณ
การฝึกใจถึงต้องอาศัยการฝึกกาย เพราะใจนั้นเป็นนามธรรม การฝึกใจปฏิบัติใจเค้าต้องปฏิบัติที่กาย ปฏิบัติที่วาจาที่กิริยามารยาทปฏิบัติที่อาชีพ ใจไม่สงบก็ให้กายสงบ ให้วาจากิริยามารยาทอาชีพมันสงบ ต้องเน้นปฏิบัติที่กาย
การฝึกใจต้องฝึกที่กาย เพราะใจนั้นฝึกไม่ได้ มันเป็นนามธรรม ต้องฝึกที่กาย เพราะใจนั้นเป็นนามธรรม ความรู้ถึงคู่กับการประพฤติการปฏิบัติ เรามีความรู้ต้องคู่กับการประพฤติการปฏิบัติที่ปัจจุบัน ให้มีความสุขในการปฏิบัติที่กายที่วาจาที่กิริยามารยาทนั่นแหละคือการฝึกใจคือการปฏิบัติใจ นั่นแหละคือรู้เข้าใจ นั่นแหละคือความเคารพ เพราะความเคารพนั้นจะเป็นสาเหตุให้เกิดความสงบ ถ้าเราไม่มีความเคารพ เราก็มองข้ามสมมติสัจจะ มองข้ามพระธรรมพระวินัย
การประพฤติการปฏิบัติ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เราพากันรู้พากันเข้าใจอย่างนี้
การประพฤติการปฏิบัตินั้นถึงไปเน้นปฏิบัติที่กายที่วาจาที่กิริยามารยาทที่อาชีพถึงจะเป็นการประพฤติการปฏิบัติทางจิตใจ การปฏิบัติทางใจก็คือการปฏิบัติทางกายวาจากิริยามารยาทนั่นแหละ
เราคิดดูดี ๆ นะ ทำไมพระธรรมพระวินัยมีมากมายตั้งแปดหมื่นสี่พันพระธรรมขันธ์ มีมากมายแปดหมื่นสี่พันพระธรรมขันธ์ก็เพราจะได้เอาสมมติสัจจะนั้นมาใช้มาประพฤติมาปฏิบัติ
การประพฤติการปฏิบัติที่เราไปปฏิบัติทางกายทางวาจากิริยามารยาทอาชีพนั่นแหละคือการปฏิบัติใจ
พระนิพพานถึงอยู่ที่เราฝึกกายฝึกวาจาฝึกกิริยามารยาทฝึกที่อาชีพ พระนิพพานถึงเป็นการฝึกอยู่ที่ปัจจุบัน ความรู้ความเข้าใจในการประพฤติการปฏิบัตินี้จะเป็นพระนิพพานไปเป็นชั่วขณะ ๆ
ความรู้ความเข้าใจนี้จะเป็นปัญญาสัมมาทิฏฐิคู่กับการประพฤติการปฏิบัติ จะเป็นความสงบและปัญญา จะเป็นสมถะและวิปัสสนาไปในตัว
การประพฤติการปฏิบัตินั้นถึงเป็นอริยมรรค เป็นความรู้ความเข้าใจมีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ ความรู้ความเข้าใจนี้จะเป็นอริยมรรคอยู่ที่ปัจจุบัน ไม่มองข้ามปัจจุบัน ไม่มองข้ามสมมติสัจจะ มีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติอยู่ที่ปัจจุบัน
พระนิพพานนั้นถึงเป็นเรื่องของปัจจุบัน พระนิพพานอยู่ที่เรารู้เข้าใจ มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ ผู้ที่อยู่ที่ไหนก็ต้องมีพระนิพพานอยู่ที่นั่น เป็นความรู้ความเข้าใจ มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ พระนิพพานนั้นจะมีได้อย่างนี้
ทุกท่านทุกคนต้องพากันรู้พากันเข้าใจเรื่องพระนิพพาน พระนิพพานเป็นสิ่งที่มีอยู่ เป็นความว่างจากสิ่งที่มีอยู่
พระนิพพานนั้นเป็นบริสุทธิคุณ การให้ทานถึงเป็นการยกเลิกตัวยกเลิกตน การรักษาศีลก็เพื่อยกเลิกตัวยกเลิกตน การทำสมาธิคือการยกเลิกตัวยกเลิกตน การเจริญปัญญาคือการยกเลิกตัวยกเลิกตน
การประพฤติการปฏิบัติถึงเป็นเรื่องปัจจุบัน เป็นความรู้ความเข้าใจ มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ ไม่ตั้งอยู่ในความประมาท
เราอยู่ที่ไหนทำอะไรความรู้ความเข้าใจมีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติพระนิพพานก็จะอยู่ที่นั่น
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เรารู้ให้เข้าใจในความเป็นพระในความเป็นสมณะ ความเป็นพระเป็นสมณะอยู่ที่เรารู้เข้าใจ มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ ความเป็นพระเป็นสมณะนั้นมีได้กับทุก ๆ คน ไม่มีใครเป็นพระไม่ได้ เป็นสมณะไม่ได้
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เราเข้าใจว่าพระนิพพานนั้นต้องอยู่ที่ตัวของเรา ตัวของเรารู้ ตัวของเราเข้าใจ มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ
การประพฤติการปฏิบัติอย่างนี้มันจะไม่มีความเครียดมันจะไม่มีความทุกข์เหรอ
การประพฤติการปฏิบัติที่เกิดจากปัญญาสัมมาทิฏฐิ มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติความเครียดมันจะไม่มี มันจะมีแต่ความสุขเกิดขึ้น ความสุขตั้งอยู่ ความสุขใหม่เกิดขึ้น ความเครียดนั้นจะไม่มี
ความสุขระดับมนุษย์ความเครียดก็จะไม่มี ความสุขระดับเทวดาความเครียดจะไม่มี ความสุขระดับพระพรหมความเครียดจะไม่มี ความสุขของพระอริยเจ้าของพระอรหันต์ความทุกข์ความเครียดจะไม่มี
ทำไมไม่มีความเครียดก็เพราะสาเหตุว่าเราทำความดีเพื่อความดี ไม่ได้ทำความดีเพื่ออยากเพื่อต้องการจะเป็นคนดี ถ้าทำความดีเพื่ออยากเพื่อต้องการจะเป็นคนดี ความเครียดนั้นจะเกิดขึ้นทันที ความทุกข์นั้นจะเกิดขึ้นทันที
ถ้าเรามีปัญญาสัมมาทิฏฐิ เรามีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติความเครียดนั้นก็ย่อมไม่มี หนทางที่เราจะผ่านที่เกิดจากปัญญาสัมมาทิฏฐินั้นถึงเป็นมนุษย์สมบัติ สวรรค์สมบัติ พรหมสมบัติ นิพพานสมบัติ ความเครียดนั้นจะไม่มี
การประพฤติการปฏิบัติของเรานั้นมันจะเป็นออกซิเจน มันจะเป็นความสุข มันจะถ่ายเทของเสียของปฏิกูล ถ่ายเทคาร์บอนไดออกไซด์ออกไป
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เรารู้ให้เราเข้าใจ มีปัญญาสัมมาทิฏฐิอย่างนี้ ปัญญาสัมมาทิฏฐิคือปัญญาบริสุทธิคุณที่เป็นปัญญาชน ปัญญาชนนี้มีความหมายคือการยกเลิกตัวยกเลิกตน เพราะตัวตนนั้นมีแต่ทุกข์เกิดขึ้น ทุกข์ตั้งอยู่ ทุกข์ดับไป ทุกข์ใหม่เกิดขึ้นมาอีก
ด้วยเหตุผลนี้แหละ ปัญญาสัมมาทิฏฐิ มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ ความรู้ความเข้าใจอย่างนี้ถึงเรียกผู้นั้นว่าปัญญาชน
วันจันทร์อังคารพุธพฤหัสศุกร์เป็นวันที่ทุกคนทำงานพร้อมกับการปฏิบัติธรรม การทำงานกับการปฏิบัติธรรมเป็นสิ่งที่แยกกันไม่ได้ ถ้าแยกกันเมื่อไหร่ชีวิตนี้ก็ย่อมพังทลายอย่างเดียวเช่นเดียวกันกับตึก สตง.สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินของเมืองไทยประเทศไทย เป็นอย่างนั้นเลย
การทำงานกับการปฏิบัติธรรม ๒ อย่างนี้ต้องไปพร้อม ๆ กัน เราจะไปแยกกันว่าอันนี้วัตถุอันนี้ใจไม่ได้ วัตถุกับวิทยาศาสตร์ต้องไปพร้อม ๆ กัน เพื่อให้การประพฤติการปฏิบัตินั้นได้เป็นพระนิพพานชั่วขณะ ๆ
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านส่งพระอรหันต์สาวกขีณาสพออกไปเผยแผ่ให้แก่มหาชนให้รู้เข้าใจ ว่าการทำงานกับการปฏิบัติธรรมต้องปฏิบัติ ๒ อย่างไปพร้อม ๆกัน จะไปแยกทางโลกทางธรรมไม่ได้ จะไปแยกวิทยาศาสตร์กับจิตใจไปไม่ได้ ถ้าไปแยกกันมันก็จะเสียหายก็จะพังทลาย
วันเสาร์วันอาทิตย์เป็นวันหยุดทำงานของข้าราชการรัฐวิสาหกิจ เพื่อไปเน้นเรื่องจิตเรื่องใจ เพราะเหตุผลว่า เราต้องพัฒนาปฏิปทาเพื่อให้ความสงบและปัญญาได้ติดต่อต่อเนื่อง การทำอะไรติดต่อต่อเนื่องใช้เวลา ๓ อาทิตย์ ๒๑ วันขึ้นไป การประพฤติการปฏิบัตินั้นถึงจะได้ผลเห็นผล ทั้งฝ่ายรูปธรรมนามธรรม การประพฤติการปฏิบัตินี้ถึงจะได้ผลเห็นผล
ครั้งพุทธกาลได้เอาวัน ๗ ค่ำ ๘ ค่ำเป็นวันหยุด ๑๔ ค่ำ ๑๕ ค่ำเป็นวันหยุด เพื่อหยุดธุรกิจหน้าที่การงานไปพัฒนาจิตใจ
ปัจจุบันนี้ได้เอาวันเสาร์วันอาทิตย์ก็เช่นเดียวกัน ยังใช้หลักการอันเก่าอยู่อันเดิมอยู่ เปลี่ยนแต่เวลา เปลี่ยนแต่ชื่อเสียงเรียงนาม
ความสุขอยู่ในระดับมนุษย์สมบัติ สวรรค์สมบัติ พรหมสมบัติ ไม่ใช่ความสุขของพระนิพพาน ความสุขของมนุษย์สมบัติ สวรรค์สมบัติ พรหมสมบัตินั้นยังเป็นอัตตาตัวตน ความสุขนั้นยังเป็นเพียงสมาธิเพียงสมาบัติ
การประพฤติการปฏิบัติองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านถึงให้เราเข้าใจ การประพฤติการปฏิบัตินั้นต้องมีปัญญาสัมมาทิฏฐิ ปัญญาสัมมาทิฏฐิคือบริสุทธิคุณยกเลิกตัวตนที่ว่าปัญญาชน
ความรู้ความเข้าใจนี้จะได้เสียสละ ยกเลิกตัวยกเลิกตนอยู่ที่ปัจจุบันเป็นขณะ ๆ เป็นพระนิพพานชั่วขณะ ความรู้ความเข้าใจในเรื่องพระไตรลักษณ์ เพราะทุกอย่างมันตั้งอยู่บนรากฐานของพระไตรลักษณ์
เราต้องพากันรู้พากันเข้าใจ จะได้เข้าถึงคำว่าปัญญาชน ปัญญาบริสุทธิคุณที่ยกเลิกตัวตน ผู้ประพฤติผู้ปฏิบัติถึงเอาปัจจุบันที่ทำความดีเพื่อความดี ไม่ได้ทำความดีเพื่อต้องการเพื่ออยากจะเป็นคนดี
เพื่อให้สมณะที่ ๑ ที่ ๒ ที่ ๓ ที่ ๔ ที่เป็นความรู้ความเข้าใจ มีการประพฤติการปฏิบัติที่ติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ เพื่อปัญญากับการประพฤติการปฏิบัติจะได้ติดต่อต่อเนื่อง
วันเสาร์วันอาทิตย์ถึงเป็นการหยุดทำธุรกิจหน้าที่การงานของราชการรัฐวิสาหกิจ เพื่อให้หมู่มวลมนุษย์รู้เข้าใจว่าเราเกิดมาทำไม เราเรียนหนังสือทำไม เราทำมาหากินทำไม เราเป็นข้าราชการเป็นนักการเมืองนักบวชทำไม เราต้องรู้เข้าใจ เราจะได้เอาธรรมนูญนำชีวิต มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ ชีวิตของเราก็จะเข้าถึงพระนิพพานอยู่ที่ปัจจุบัน
ถ้าเราไม่รู้ไม่เข้าใจ เราก็จะสร้างปัญหาให้กับตัวเอง สร้างปัญหาให้กับคนอื่น ไม่มีเรื่องก็หาเรื่อง ไม่มีปัญหาก็หาปัญหา
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เรารู้เข้าใจ ให้เอาปัญหานั้นมาเป็นปัญญา ให้เอาปัญญานั้นมามีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เรารู้เข้าใจ จะได้เอาปัญหานั้นมาปัญญา เอาปัญญามามีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติเพื่อจะเป็นพระนิพพานไปเป็นชั่วขณะ ๆ มีประพฤติปฏิบัติมีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ ใจของผู้ปฏิบัติก็จะสัมผัสกับพระนิพพาน
พระนิพพานต้องอยู่ที่ความรู้คู่กับการประพฤติการปฏิบัติ
---------------------------------
โอวาทขององค์หลวงพ่อกัณหา สุขกาโม
เมตตาให้ไว้ในเช้าวันอาทิตย์ที่ ๒๙ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙
ณ วัดป่าทรัพย์ทวีธรรมาราม ต.วังหมี อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา