๓๑ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙
พสกนิกรชาวไทยและชาวต่างประเทศได้มาร่วมรวมกันประพฤติปฏิบัติธรรมเพื่อน้อมถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ด้วยความโทมนัสและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ที่พระองค์ได้ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทยและชาวโลกตลอดระยะเวลาที่ยาวนาน พระองค์ทรงเป็นดั่งแม่แห่งแผ่นดิน ผู้ทรงเปี่ยมด้วยพระเมตตาและพระปรีชาสามารถ ทรงอุทิศพระวรกาย พระสติปัญญา และพระราชหฤทัยในการบำเพ็ญพระราชกรณียกิจนานัปการ เคียงคู่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เพื่อธำรงไว้ซึ่งความผาสุกและความมั่นคงแห่งชาติไทย เราประชาชนชาวไทยต้องร่วมใจสมัครสมานสามัคคีทำความดีที่ประกอบด้วยปัญญา เพื่ออุทิศบุญกุศลน้อมเกล้าถวาย เพื่อเสด็จสู่สวรรคาลัย เข้าสู่สวรรค์มรรคผลพระนิพพาน
วันนี้เป็นวันอังคารที่ ๓๑ เป็นวันสิ้นเดือนของเดือนมีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙
สิ่งที่เป็นอดีตเอากลับมาไม่ได้
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เราเข้าใจ ให้เราทุกคนพากันมีปัญญาสัมมาทิฏฐิ มีความเห็นถูกต้อง เข้าใจถูกต้อง พากันมามีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติในปัจจุบัน
ทุก ๆ คนต้องพากันมามีความสุขกับการประพฤติกับการปฏิบัติ เอาพระธรรมเอาพระวินัยมาใช้เอามาเป็นข้อวัตรข้อปฏิบัติ เป็นหลักการของการดำรงชีวิต เอากติกาขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่ได้ตั้งไว้ในกายวาจากิริยามารยาทอาชีพ
เราพากันมามีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ เรามีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติความทุกข์นั้นก็จะไม่มี เพราะปัจจุบันนั้นมีเพียงตำแหน่งเดียว ความสุขนั้นคือความสงบ ความสงบนั้นคือความสุข เรามีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติเราก็มีความสงบ
เรามามีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติให้ติดต่อต่อเนื่องไม่ขาดสายดั่งสายน้ำ ยกเลิกตัวยกเลิกตนให้ติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ การยกเลิกตัวยกเลิกตนก็ได้แก่การยกเลิกความทุกข์นั่นแหละ พระธรรมพระวินัยข้อวัตรข้อปฏิบัตินั้นเป็นอุปกรณ์ในการยกเลิกตัวยกเลิกตน
เราทุกคนต้องพากันมารู้มาเข้าใจว่าพระธรรมพระวินัยข้อวัตรกิจวัตรเป็นอุปกรณ์ที่ยกเลิกตัวยกเลิกตน ความรู้ความเข้าใจประพฤติปฏิบัติติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ ปัจจุบันถึงเป็นสิ่งที่สำคัญ ปัจจุบันถึงต้องยกเลิกตัวยกเลิกตน การยกเลิกตัวยกเลิกตนนั้นจะเป็นความสุข
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เราทุกคนตั้งใจตั้งเจตนา ภาชนะใดที่จะใช้งานได้ก็ต้องเป็นภาชนะที่ตั้งไว้ ภาชนะล้มภาชนะที่คว่ำเป็นภาชนะที่ใช้งานไม่ได้ ต้องเป็นภาชนะที่ตั้งไว้ที่ตั้งไว้อย่างดี ตั้งไว้อย่างสง่างาม การประพฤติการปฏิบัตินั้นถึงจะได้ผลถึงจะเห็นผล ความตั้งใจนี้ถึงเป็นความสง่างามในเบื้องต้น งามในท่ามกลาง งามในที่สุด
ความรู้ความเข้าใจนี้เป็นปัญญาสัมมาทิฏฐิ ปัญญาสัมมาทิฏฐินี้จัดว่าเป็นปัญญาชน เป็นปัญญาที่รู้เข้าใจ เป็นปัญญาที่ยกเลิกตัวยกเลิกตน มีความรู้มีความเข้าใจในอริยสัจตามความเป็นจริง
ความรู้ความเข้าใจเป็นปัญญาสัมมาทิฏฐิ ผัสสะที่เป็นภายนอกภายในก็จะหยุดที่ปัจจุบัน จะจบลงที่ผัสสะ
ความรู้ความเข้าใจจะไม่ไปตามผัสสะไม่ไปตามสิ่งแวดล้อม สิ่งที่เคยมันหมุนเป็นวงกลม ที่เกิดแก่เจ็บตายพลัดพรากก็จะจบลงที่ปัจจุบัน เอาปัญหานั้นมาเป็นปัญญา
ปัญญาสัมมาทิฏฐิเป็นปัญญาที่รู้ทุกข์ รู้เหตุเกิดทุกข์ รู้ข้อปฏิบัติถึงความดับทุกข์ ยกเลิกความทุกข์ที่เป็นสัญชาตญาณที่มีความยึดมั่นถือมั่นเป็นตัวเป็นตนเป็นสัตว์เป็นบุคคล ด้วยความรู้ความเข้าใจเอามาใช้เป็นข้อวัตรข้อปฏิบัติ ความรู้ความเข้าใจมีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติ ความรู้ความเข้าใจเอามาใช้ประพฤติปฏิบัติอย่างนี้เรียกว่าเป็นปัญญาชน นี้คือปัญญาบริสุทธิคุณ ปัญญาชนคือผู้ที่รู้ผู้ที่เข้าใจ เมื่อรู้เมื่อเข้าใจ มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ เอาความรู้คู่กับการประพฤติการปฏิบัติ
ให้ผู้ประพฤติผู้ปฏิบัติทั้งหลายรู้เข้าใจ คำว่าปัจจุบันนี้ไม่ใช่อดีต ไม่ใช่อนาตต ปัจจุบันนั้นคือปัจจุบัน
ปัจจุบันเราถึงต้องยกเลิกตัวยกเลิกตน ถ้าเรามีตัวมีตนอยู่นั้นไม่ใช่ปัจจุบัน ปัจจุบันนั้นถึงไม่ใช่อดีตไม่ใช่อนาคต ปัจจุบันนั้นถึงไม่ใช่ตัวไม่ใช่ตน
พระธรรมพระวินัยเราต้องเอามาใช้ในปัจจุบันเพื่อยกเลิกตัวยกเลิกตน
ผู้ประพฤติปฏิบัติต้องพากันรู้พากันเข้าใจ ถ้าเราไม่รู้ไม่เข้าใจการประพฤติการปฏิบัติของเรานั้นก็จะเป็นนิติบุคคลเป็นตัวเป็นตน จะเป็นเราเป็นเขา จะเป็นความปรุงแต่ง จะมีช้ามีเร็ว มีได้มีเสีย จะเป็นจิ๊กซอว์เป็นขั้วบวกขั้วลบ ไม่ใช่ปัจจุบันธรรม ไม่ใช่ธรรมนูญ นี้ยังเป็นตัวเป็นตน ยังเป็นสัญชาตญาณอยู่
นี้เป็นการทำความดีเพื่ออยากจะเป็นคนดี มันยังมีอดีตมีอนาคต มันยังมีตัวมีตนอยู่ การประพฤติการปฏิบัติคือมายกเลิกอดีตยกเลิกอนาคต ปัจจุบันเราก็ต้องว่างจากตัวว่างจากตน มันยังเป็นความปรุงแต่ง ความปรุงแต่งนั้นเราต้องรู้จักเราต้องเข้าใจ ถ้าเราไม่รู้จักเราไม่เข้าใจ เราก็จะไปตามความตรึกความนึกความคิดไปตามผัสสะ
ความปรุงแต่งนั้นมันยังมีขั้วบวกขั้วลบ มันยังมีช้ามีเร็วอยู่ มีได้มีเสีย มันยังมีเก่ามีใหม่ ใจเราทุกคนต้องมีปัญญาสัมมาทิฏฐิ รู้จักการประพฤติการปฏิบัติ ยกเลิกการปรุงแต่ง การยกเลิกการปรุงแต่งนั้นคือการยกเลิกตัวยกเลิกตน
ผู้ประพฤติผู้ปฏิบัตินั้นถึงยกเลิกเรื่องอดีตอนาคต ปัจจุบันผู้ประพฤติผู้ปฏิบัติต้องว่างจากความปรุงแต่ง ต้องว่างจากตัวจากตน
ปัจจุบันผู้ประพฤติผู้ปฏิบัติทำความดีเพื่อความดี ไม่ใช่ทำความดีเพื่ออยากเพื่อต้องการอยากจะเป็นคนดี ทำความดีเพื่ออยากเพื่อต้องการจะเป็นคนดีนั้นมันยังมีความปรุงแต่ง
ผู้ประพฤติปฏิบัติต้องเข้าใจ ถ้าไม่เข้าใจแล้วมันจะเป็นการทำความดีเพื่อมีเพื่อเป็น การประพฤติการปฏิบัติอย่างนี้มันจะเป็นตัวเป็นตน
เรื่องนี้ต้องรู้ต้องเข้าใจ เรื่องนี้เป็นปัญญาสัมมาทิฏฐิ ให้ผู้ประพฤติผู้ปฏิบัติพากันรู้เข้าใจ ผู้ประพฤติปฏิบัติต้องทำคาวามดีเพื่อความดี มีความสุขในการทำความดี
ปัญญาสัมมาทิฏฐิ มีความรู้ความเข้าใจ มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เราเข้าใจอย่างนี้
ความรู้ความเข้าใจมีความสุขกับการประพฤติกับการปฏิบัติ ให้ผู้ปฏิบัติรู้เข้าใจว่าปัจจุบันนี้มีเพียงตำแหน่งเดียว ความสุขนี้มีตำแหน่งเดียว ความทุกข์ก็มีตำแหน่งเดียว ถ้าเรามีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติก็จะมีตำแหน่งเดียว เพราะเรามีปัญญาสัมมาทิฏฐิ มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ
ปัจจุบันถึงไม่ใช่เก่าไม่ใช่ใหม่ ปัจจุบันเป็นความรู้ความเข้าใจ ปัจจุบันที่มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ เพราะตำแหน่งความสุขนั้นมีเพียงตำแหน่งเดียว การปฏิบัติถึงไม่มีเรื่องอดีตไม่มีเรื่องอนาคต เป็นเรื่องของปัจจุบัน ปัจจุบันถึงเป็นความรู้ความเข้าใจ เป็นความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ
เราต้องรู้ต้องเข้าใจในเรื่องความดีและปัญญาที่จะต้องให้การประพฤติการปฏิบัติของเราเป็นปฏิปทาที่ต้องยกเลิกตัวยกเลิกตน
ผู้ประพฤติผู้ปฏิบัติถึงเอาปัจจุบันธรรมถึงปัจจุบันที่เป็นพระธรรมพระวินัย ปัจจุบันนี้ถึงเป็นวาระสำคัญ เพราะปัจจุบันนี้เราต้องทำความดีเพื่อความดี มีความสุขกับการทำความดี
ให้ผู้ประพฤติปฏิบัติเข้าใจว่าปัจจุบันนี้มีเพียงตำแหน่งเดียว จะยืนเดินนั่งนอนนั้นมีเพียงตำแหน่งเดียว กิริยามารยาทอาชีพมีเพียงตำแหน่งเดียว
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เราเข้าใจในการประพฤติการปฏิบัติ ว่าปัจจุบันนี้เป็นสิ่งที่สำคัญมาก สำคัญจริง ๆ สำคัญเป็นอย่างยิ่ง
ความรู้ความเข้าใจ มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ ยกเลิกความทุกข์ ความทุกข์อยู่ที่ไหน ความทุกข์อยู่ที่ความปรุงแต่ง เพราะความปรุงแต่งนั้นมันเป็นขั้วบวกขั้วลบ ความปรุงแต่งนั้นเป็นความไม่สงบ ความปรุงแต่งนั้นมันเป็นสงคราม สงครามในตัวของความปรุงแต่งเอง สงครามภายนอกภายใน สงครามในครอบครัว สงครามในประเทศต่างประเทศ สงครามโลก
เรายกเลิกตัวยกเลิกตนคือการยกเลิกความทุกข์ ยกเลิกสงคราม สงครามนั้นมันไม่ดี สงครามนั้นคือความทุกข์
เรามารู้มาเข้าใจในเรื่องของความทุกข์ว่าความคิดความปรุงแต่งนี้แหละความทุกข์
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เรารู้เข้าใจในเรื่องของธาตุทั้ง ๔ ขันธ์ทั้ง ๕ อายตนะ ๑๒ สิ่งเหล่านี้ได้ทำงานตามหน้าที่ของธาตุของขันธ์ของอายตนะ
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เรารู้ให้เข้าใจ ว่าธาตุขันธ์อายตนะได้ทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา จนกว่าจะหมดเหตุหมดปัจจัย ตัวผู้รู้ตัวผู้เข้าใจถึงต้องมีปัญญาสัมมาทิฏฐิ เพราะว่าธาตุทั้ง ๔ ขันธ์ทั้ง ๕ อายตนะ ๑๒ เค้าทำงานตามหน้าที่ของเขา เค้ามีความซื่อสัตย์ ตรงไปตรงมา ทำหน้าที่ของเขา
ปัญญาสัมมาทิฏฐิ เราต้องรู้ต้องเข้าใจของเรื่องเหตุเรื่องปัจจัย ถ้าเราไม่รู้ไม่เข้าใจในเรื่องเหตุเรื่องปัจจัย ความปรุงแต่งของเรามันก็จะเกิดดับติดต่อต่อเนื่อง ผู้ประพฤติผู้ปฏิบัติต้องรู้เข้าใจ
ให้ผู้ปฏิบัติรู้เข้าใจ รถก็ต้องมีเบรก เครื่องบินก็ต้องมีเบรก เรือก็ต้องมีเบรก กายวาจากิริยามารยาทอาชีพก็ต้องมีเบรก
ความรู้ความเข้าใจในเรื่องเหตุเรื่องปัจจัย เอาพระธรรมพระวินัยมาใช้เป็นเบรกเป็นเซฟตี้ ความรู้ความเข้าใจ ปฏิบัติให้ติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ
ความรู้ความเข้าใจกับการประพฤติการปฏิบัติถึงต้องเอามาใช้เอามาประพฤติปฏิบัติอยู่ที่ปัจจุบัน ปัจจุบันถ้าเรามีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติความทุกข์นั้นก็ย่อมไม่มี เพราะปัจจุบันนั้นมันมีเพียงตำแหน่งเดียว ถ้าเรามีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติ ความทุกข์นั้นก็จะไม่มี
มีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติในเป็นปัจจุบันความทุกข์นั้นก็จะไม่มี นี้คือธรรมนูญ นี้คือทานศีลสมาธิภาวนาที่เรามีความรู้มีความเข้าใจ มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ
ทำความดีเพื่อความดีเป็นบริสุทธิคุณ ออกมาจากใจออกจากปัญญาบริสุทธิคุณ การให้ทานรักษาศีลเจริญภาวนา การประพฤติการปฏิบัติในปัจจุบันก็จะเป็นพระนิพพาน
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เราเข้าใจ พากันมีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติ ให้เข้าใจว่าตำแหน่งความสุขนั้นมีตำแหน่งเดียว ถ้าเรามีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติความทุกข์นั้นก็จะไม่มี
มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติอย่างนี้ให้เต็มที่ ทุกคนจะมีความรู้สึกว่า แหม่...ทำไมทำอย่างนี้ถึงมีความสุขมาก ๆ มีความสุขจริง ๆ มีความสุขเป็นอย่างยิ่ง มีความสุขอย่างมาก มีความสุขอย่างเต็มที่ ทำไมมันมีความสุขอย่างนี้ เพราะเรามีความเห็นถูกต้อง เข้าใจถูกต้อง มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติเราก็ต้องมีความสุข
เราทำอย่างนี้ปฏิบัติอย่างนี้เราจะเข้าถึงความพอเพียงเพียงพอ เข้าถึงความเต็ม ๆ ๆ ผู้ประพฤติผู้ปฏิบัติ ใจของผู้นั้นก็จะสัมผัสกับพระนิพพานด้วยใจของท่านเองอยู่ที่ปัจจุบัน ผู้ประพฤติผู้ปฏิบัติมีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติอย่างนี้ใจของท่านผู้นั้นก็จะสัมผัสกับพระนิพพานเองไม่ต้องไปถามผู้อื่น ผู้ปฏิบัติต้องรู้เข้าใจ เรามีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติใจของผู้นั้นก็จะสัมผัสกับพระนิพพาน
เพราะเป็นความรู้คู่กับการประพฤติการปฏิบัติที่เกิดจากปัญญาสัมมาทิฏฐิ ผู้ประพฤติผู้ปฏิบัติจะสัมผัสได้กับใจของท่านเอง รู้ได้เฉพาะตน ปัจจัตตัง เวทิตัพโพ วิญญูหีติ ผู้ประพฤติผู้ปฏิบัตินั้นจะรู้แจ้งประจักษ์ใจด้วยใจของผู้ประพฤติผู้ปฏิบัติเอง
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เราเข้าใจ ให้เรามีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ ให้เราเอาพระธรรมเอาพระวินัยมาใช้มาประพฤติมาปฏิบัติมามีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติเป็นธรรมนูญเพื่อยกเลิกตัวยกเลิกตน มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ เพราะความสุขนั้นไม่มีความทุกข์อยู่แล้ว เพราะตำแหน่งนั้นเป็นตำแหน่งเดียวอยู่ที่ปัจจุบัน ถ้าเรามีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติ ความทุกข์นั้นจะไม่มี ความเครียดจะไม่มี โรคซึมเศร้าจะไม่มี โรคไบโพล่าอารมณ์เหวี่ยงไปเหวี่ยงมาจะไม่มี เพราะมันเป็นความสุข ความสุขนั้นมีตำแหน่งเดียว ถ้าเรามีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติความทุกข์นั้นย่อมไม่มี
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้ผู้ประพฤติปฏิบัติมีปัญญาสัมมาทิฏฐิ ให้เข้าใจว่าตำแหน่งความสุขมันมีตำแหน่งเดียว ถ้าเรามีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ ความทุกข์นั้นย่อมไม่มีแน่นอนร้อยเปอร์เซ็นต์เลย
ความรู้ความเข้าใจที่เป็นปัญญาสัมมาทิฏฐิ ไม่ลังเลสงสัยในพระพุทธ พระธรรม พระอริยสงฆ์ ยกเลิกตัวยกเลิกตน
มีความสุขในการเอาพระธรรมเอาพระวินัยมาใช้มาประพฤติมาปฏิบัติ นี้จะเป็นความดีที่ประกอบด้วยปัญญา เพื่อให้เป็นการประพฤติปฏิบัติที่ติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ เป็นปฏิปทาที่ยกเลิกทาสยกเลิกนิติบุคคลตัวตน มีปัญญาสัมมาทิฏฐิ ไม่เอาความหลงนำชีวิต เอาปัญญาคือเอาพระธรรมพระวินัยเอามาใช้มาปฏิบัติมามีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ จะเป็นความสุขที่เกิดจากความรู้ความเข้าใจ
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เราเข้าใจ เราทุกคนต้องมีความสุขในการให้ทาน มีความสุขในการรักษาศีล มีความสุขในการเจริญภาวนาวิปัสสนา ให้ผู้ประพฤติปฏิบัติเข้าใจว่า ตำแหน่งความสุขนั้นมีเพียงตำแหน่งเดียว
การประพฤติการปฏิบัติผู้ประพฤติผู้ปฏิบัติต้องรู้ต้องเข้าใจ เรามีตาก็มีไว้สำหรับในการเดินทาง เรามีปัญญาก็เอามาใช้เอามาประพฤติเอามาปฏิบัติ
ปัญญานั้นเป็นความรู้ความเข้าใจ เมื่อรู้เข้าใจต้องเอาความรู้ความเข้าใจนั้นมาใช้มาประพฤติมาปฏิบัติ
การให้ทานถึงเป็นความรู้คู่กับการประพฤติการปฏิบัติ การรักษาศีลถึงเป็นความรู้คู่กับการประพฤติการปฏิบัติ การเจริญสมาธิถึงเป็นความรู้คู่กับการประพฤติการปฏิบัติ ความรู้ถึงคู่กับการประพฤติการปฏิบัติ
ผู้ประพฤติผู้ปฏิบัติถึงต้องยกเลิกเรื่องอดีตอนาคต ปัจจุบันเรามีสัมมาทิฏฐิถึงต้องมีความสุขกับการประพฤติกับการปฏิบัติ เพราะความสุขนั้นให้ผู้ประพฤติปฏิบัติให้รู้เข้าใจว่าความสุขนั้นอยู่ที่ปัจจุบันมันมีเพียงตำแหน่งเดียว ความรู้กับการประพฤติการปฏิบัติที่เป็นความสุขนั้นถึงเป็นการทำความดีเพื่อความดี
การประพฤติการปฏิบัติอย่างนี้ถึงเป็นพระนิพพานอยู่ที่ปัจจุบัน เป็นพระนิพพานไปเป็นชั่วขณะ ๆ
เรามีดวงตาสำหรับเดินทางนั้นมีประโยชน์มาก เรามีพระธรรมมีพระวินัยในการเดินทางนั้นมีประโยชน์มาก เป็นทั้งประโยชน์ของเราเองประโยชน์ของผู้อื่น
ด้วยเหตุผลนี้ เราต้องรู้ต้องเข้าใจว่า พระธรรมพระวินัยที่เป็นสมมติสัจจะเป็นสิ่งที่สำคัญมาก สำคัญอย่างยิ่ง สำคัญมากเลยทีเดียว
พระธรรมพระวินัยมีคุณมีประโยชน์มาก ถ้าเราทิ้งพระธรรมทิ้งพระวัยก็คือทิ้งสมถะ ทิ้งวิปัสสนา ถือนิติบุคคลตัวตนเป็นใหญ่ ทิ้งพระธรรมทิ้งพระวินัย ถือนิติบุคคลตัวตนเป็นใหญ่
ผู้ประพฤติผู้ปฏิบัติทั้งหลายให้เข้าใจ ไม่มีใครใหญ่กว่ากรรม กว่ากฎแห่งกรรม กว่าผลของกรรม
ผู้ประพฤติปฏิบัติต้องรู้อริยสัจ รู้ความจริง ไม่มีใครใหญ่กว่ากรรม กว่ากฎแห่งกรรม กว่าผลของกรรม
ด้วยเหตุผลนี้ ผู้ประพฤติปฏิบัติต้องมีปัญญาสัมมาทิฏฐิ ผู้ประพฤติปฏิบัติจะมองข้ามปัจจุบันนั้นไปไม่ได้
ด้วยเหตุผลนี้ ผู้มีปัญญามาก ๆ ถึงต้องมีความสงบมาก ๆ ผู้มีความสงบมาก ๆ ถึงต้องเสียสละมาก ๆ เพื่อให้ความสงบและปัญญาก้าวไปพร้อม ๆ กัน เพื่อให้ความสงบกับการเสียสละก้าวไปพร้อม ๆ กัน เพื่อจะให้สมถะกับวิปัสสนาได้ทำงานควบคู่กันไป เพราะปัจจุบันมันคือเหตุคือปัจจัย
ผู้ประพฤติผู้ปฏิบัติต้องรู้ต้องเข้าใจ ความเคารพในพระธรรมในพระวินัยนี้ถึงเป็นสิ่งที่สำคัญมาก ความเคารพกับความสงบนั้นมันคืออันหนึ่งอันเดียวกัน ถ้าเราไม่มีความเคารพความสงบนั้นก็ย่อมไม่มี ถ้าเรามีความสงบเราไม่เสียสละปัญญาเราก็ย่อมไม่มี
ผู้ปฏิบัติธรรมทั้งหลาย องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เราเข้าใจในเรื่องของการประพฤติในเรื่องของการปฏิบัติ
ผู้รู้ผู้เข้าใจเอาพระธรรมเอาพระวินัยมาใช้มาปฏิบัติให้มีความสุข ความสุขนั้นจะเป็นออกซิเจน ความสุขนั้นจะเป็นการถ่ายเทของเสียของปฏิกูล เป็นการถ่ายเทคาร์บอนไดออกไซด์ออกไป
มนุษย์เรามีการเรียนการศึกษาเพื่อให้เกิดปัญญาสัมมาทิฏฐิ เพื่อเอาทางวิทยาศาสตร์กับจิตใจได้เดินไปพร้อม ๆ กันอยู่ที่ปัจจุบัน
ผู้ประพฤติผู้ปฏิบัติทั้งหลายต้องพากันรู้เข้าใจ ต้องเอาทางวิทยาศาสตร์กับทางจิตใจไปพร้อม ๆ กัน การประพฤติการปฏิบัตินั้นปฏิบัติอยู่ที่ปัจจุบัน เพราะปัจจุบันนั้นมีเพียงตำแหน่ง ให้ผู้ประพฤติปฏิบัตินั้นได้รู้เข้าใจ
ถ้าไม่รู้ไม่เข้าใจนั้นก็จะเกิดความเสียหาย เกิดการพังทลายอย่างเดียวเช่นเดียวกันกับตึก สตง. สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินของเมืองไทยประเทศไทย
ในปัจจุบันเราต้องเอาปัญญากับการปฏิบัติควบคู่กันไป ปัจจุบันถ้าเราเอาพระธรรมพระวินัยมันก็เป็นการยกเลิกตัวยกเลิกตนไปของมันอยู่ในตัวอยู่แล้ว
ให้ผู้ประพฤติผู้ปฏิบัติเข้าใจว่า ใจของเรานั้นเราตรึกนึกคิดอะไรไม่มีใครรู้ว่าเราตรึกนึกคิดอะไร แต่เรารู้ว่าเราตรึกนึกคิดอะไร การประพฤติการปฏิบัติใจนั้นเค้าต้องปฏิบัติที่กายที่วาจาที่กิริยามารยาทที่อาชีพ การกระทำอย่างนี้ปฏิบัติอย่างนี้ถึงเป็นการฝึกใจปฏิบัติใจ เพราะใจนั้นเป็นนามธรรม ต้องฝึกที่กายที่วาจาที่กิริยามารยาทที่อาชีพ ถึงจะเข้าสู่กายวิเวก จิตวิเวก อุปธิวิเวก
ผู้ประพฤติผู้ปฏิบัติต้องเข้าใจ การปฏิบัติใจเค้าต้องฝึกที่กายที่วาจาที่กิริยามารยาทที่อาชีพ
ผู้ประพฤติผู้ปฏิบัติต้องรู้เข้าใจ ถ้าไม่รู้ไม่เข้าใจ เราจะไม่รู้จักการประพฤติการปฏิบัติ เราก็อยากทำอะไรตามใจตามอัธยาศัย
---------------------------------
โอวาทขององค์หลวงพ่อกัณหา สุขกาโม
เมตตาให้ไว้ในเช้าวันอังคารที่ ๓๑ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙
ณ วัดป่าทรัพย์ทวีธรรมาราม ต.วังหมี อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา
