๔ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๖๙

พสกนิกรชาวไทยและชาวต่างประเทศได้มาร่วมรวมกันประพฤติปฏิบัติธรรมเพื่อน้อมถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ด้วยความโทมนัสและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ที่พระองค์ได้ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทยและชาวโลกตลอดระยะเวลาที่ยาวนาน พระองค์ทรงเป็นดั่งแม่แห่งแผ่นดิน ผู้ทรงเปี่ยมด้วยพระเมตตาและพระปรีชาสามารถ ทรงอุทิศพระวรกาย พระสติปัญญา และพระราชหฤทัยในการบำเพ็ญพระราชกรณียกิจนานัปการ เคียงคู่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เพื่อธำรงไว้ซึ่งความผาสุกและความมั่นคงแห่งชาติไทย เราประชาชนชาวไทยต้องร่วมใจสมัครสมานสามัคคีทำความดีที่ประกอบด้วยปัญญา เพื่ออุทิศบุญกุศลน้อมเกล้าถวาย เพื่อเสด็จสู่สวรรคาลัย เข้าสู่สวรรค์มรรคผลพระนิพพาน

 

วันนี้เป็นวันเสาร์ที่ ๔ เดือนเมษายน พุทธศักราช ๒๕๖๙

 

วันนี้เป็นวันหยุดของข้าราชการรัฐวิสาหกิจ ให้ทุกท่านทุกคนพากันนั่งให้สบาย เพื่อฟังการบรรยายพระธรรมคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พากันนั่งให้สบาย มีสติรู้ตัวทั่วพร้อม ให้ใจอยู่กับสติอยู่กับสัมปชัญญะ รู้ตัวทั่วพร้อม หายใจเข้าให้มีความสุข หายใจออกให้สบาย

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เราทั้งหลายมีความเห็นถูกต้อง มีความเข้าใจถูกต้อง แล้วพากันปฏิบัติให้ถูกต้อง มีความสุขในการทำหน้าที่ ในการประพฤติในการปฏิบัติ ให้เอาปัจจุบันเป็นสิ่งที่สำคัญของการประพฤติของการปฏิบัติ

 

ปัจจุบันมีอยู่เพียงครั้งเดียว ปัจจุบันจึงเป็นพื้นเป็นฐานของการประพฤติการปฏิบัติ เพราะเหตุผลว่า อดีตก็มารวมกันอยู่ที่ปัจจุบัน อนาคตที่จะไปข้างหน้าก็ไปจากปัจจุบัน ปัจจุบันถึงเป็นวาระแห่งชาติของการประพฤติการปฏิบัติ

 

เรามีปัญญาสัมมาทิฏฐิในการประพฤติการปฏิบัติ เพราะสิ่งทั้งหลายทั้งปวงนั้นเกิดจากเหตุเกิดจากปัจจัย เพราะสิ่งนี้มีสิ่งต่อไปมันถึงมี ปัจจุบันนี้ถึงเป็นสิ่งที่สำคัญมาก สำคัญจริง ๆ สำคัญเป็นอย่างยิ่ง

 

ทุกท่านทุกคน องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไม่ให้เราสงสัยในการประพฤติการปฏิบัติ การประพฤติการปฏิบัติเราต้องประพฤติต้องปฏิบัติอยู่ที่ปัจจุบัน

 

สัมมาทิฏฐิถึงเป็นตัวสำคัญ ความตั้งใจตั้งเจตนานี้เป็นสิ่งที่สำคัญ ภาชนะที่จะใช้ได้ต้องเป็นภาชนะที่ตั้งไว้ ภาชนะที่ล้มลงเป็นภาชนะที่ใช้ไม่ได้ ภาชนะที่คว่ำเป็นภาชนะที่ใช้งานใช้การไม่ได้

 

ด้วยเหตุผลนี้ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เราเข้าใจ ความรู้ของเราต้องเป็นคู่กับการประพฤติการปฏิบัติ ปริยัติกับปฏิบัติต้องเดินทางไปพร้อม ๆ กัน เพื่อเป็นทางสายกลางระหว่างทางวิทยาศาสตร์กับทางจิตใจ ๒ อย่างนี้ต้องไปพร้อม ๆ กันอยู่ที่ปัจจุบัน

 

เรามีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ ความสุขกับความสงบนั้นคืออันหนึ่งอันเดียวกัน เรามีความสุขเราก็มีความสงบ เพราะความสุขกับความสงบนั้นมันคืออันหนึ่งอันเดียวกัน

 

การประพฤติการปฏิบัตินั้นถึงอยู่ที่ปัจจุบัน เพื่อให้ความรู้คู่กับการประพฤติการปฏิบัติได้ติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ สายน้ำมันไหล ไหลติดต่อต่อเนื่องกันอย่างไม่ขาดสาย เป็นสายน้ำ สายน้ำนั้นไม่ใช่น้ำหยด น้ำหยดมันหยดทีละหยด ๆ น้ำหยดนั้นไม่ใช่สายน้ำ

 

การประพฤติการปฏิบัติถึงเน้นที่ปัจจุบัน เพื่อปัจจุบันจะได้ติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ

 

การฝึกใจการปฏิบัติใจ ต้องฝึกที่ปัจจุบัน ต้องปฏิบัติที่ปัจจุบัน เพื่อให้ปัจจุบันนั้นได้ทำงานได้ติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ

 

ปัจจุบันนั้นเราทุกคนถึงไปทำอะไรตามใจตามความอยากความต้องการไม่ได้ เราต้องรู้เราต้องเข้าใจ ต้องมีปัญญาสัมมาทิฏฐิ เราจะไปทำอะไรตามความอยากตามความต้องการนั้นไม่ได้

 

เราทุกท่านทุกคนต้องเอาธรรมนำชีวิต เอาธรรมนูญนำชีวิต ยกเลิกการทำอะไรตามใจ ปฏิบัติให้ปฏิปทามันติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ

 

ปัจจุบันนี้เราจะประมาทไม่ได้ ตั้งอยู่ในความประมาทไม่ได้ ถือว่าปัจจุบันนี้เป็นการชิงแชมป์ระหว่างนิพพานกับวัฏฏสงสาร

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านถึงบอกเราเตือนเราว่าเราจะประมาทไม่ได้ เราทุกคนต้องตั้งใจตั้งเจตนา เพื่อให้ปฏิปทานั้นได้ติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ

 

การกระทำอะไรอันใดที่จะได้ผลเห็นผลต้องมีการปฏิบัติติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ

 

สมมติสัจจะทั้งหลายมีหลายล้านสมมติ สมมติว่าผิดว่าถูก ว่าดีว่าชั่ว ว่าไม่ผิดไม่ถูก ไม่ดีไม่ชั่ว

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เรารู้เข้าใจ สมมตินั้นมีความหมายเพื่อให้เราเข้าใจในแง่มุมต่าง ๆ เพื่อให้เราเอาสมมติสัจจะมาใช้ เอามาปฏิบัติ

 

การฝึกใจต้องอาศัยสมมติสัจจะนั้นมาใช้มาประพฤติมาปฏิบัติมาฝึก มาเน้นประพฤติปฏิบัติอยู่ที่ปัจจุบัน เพื่อให้ปฏิปทาของเราได้ติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ

 

การประพฤติการปฏิบัติถึงไม่มีข้อแม้ใด ๆ ทั้งสิ้น การประพฤติการปฏิบัตินั้นเป็นการทำความดีเพื่อความดี ไม่มีความปรุงแต่ง ถ้าเราทำความดีเพื่อความดี ความดีนั้นถึงจะมีแต่คุณมีแต่ประโยชน์ ถ้าเราทำความดีเพื่ออยากจะเป็นคนดี นี้คือความปรุงแต่ง นี้คือขั้วบวกขั้วลบ

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เราเข้าใจว่าความปรุงแต่งนั้นมันคือวัฏฏสงสาร มันจะประสานติดต่อต่อเนื่อง สิ่งภายนอกภายในมันจะติดต่อต่อเนื่องเป็นจิ๊กซอว์

 

ผู้ประพฤติผู้ปฏิบัติต้องเข้าใจ เพื่อเราจะได้ทำความดีเพื่อความดี การทำความดีก็ต้องมีปัญญา ปัญญากับความดีถึงไปพร้อม ๆ กัน ความรู้คู่กับการปฏิบัติถึงไปพร้อม ๆ กัน

 

ด้วยเหตุผลนี้ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านถึงให้เรารู้เข้าใจ มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติอยู่ที่ปัจจุบัน

 

คำว่าความสุขหมายถึงไม่มีความทุกข์ ความสุขนั้นจะไม่มีความทุกข์ จะเป็นสุขในระดับมนุษย์ ระดับเทวดา ระดับพระพรหม ระดับพระอริยเจ้า จนถึงระดับเป็นพระอรหันต์ขีณาสพ ความสุขนั้นความทุกข์จะไม่มี

 

เพราะการประพฤติการปฏิบัตินั้นเป็นการทำความดีเพื่อความดี ไม่ได้ทำความดีเพื่อความอยากความต้องการ แต่เป็นความสุขที่เกิดจากความรู้ความเข้าใจ

 

เราทุกคนทุกท่านต้องพากันเข้าใจ เราจะให้ใจของเราเป็นทุกข์นั้นไม่ได้ เราจะให้ใจของเราปรุงแต่งนั้นไม่ได้

 

ด้วยเหตุผลนี้ เราต้องรู้หลักการของการประพฤติการปฏิบัติ เรื่องของความทุกข์นั้นให้เป็นเรื่องของร่างกาย ใจของเราเราต้องรู้ต้องเข้าใจ เราจะให้ใจของเราเป็นทุกข์นั้นไม่ได้ ความทุกข์นั้นเกิดจากความปรุงแต่ง

 

เราทุกคนต้องรู้เข้าใจ เมื่อมีกายก็ต้องมีความทุกข์ เพราะกายนั้นเป็นธาตุทั้ง ๔ ขันธ์ทั้ง ๕ อายตนะ ๑๒ กายนั้นต้องมีความทุกข์ กายนั้นมีแต่ทุกข์เกิดขึ้น มีแต่ทุกข์ตั้งอยู่ มีแต่ทุกข์ดับไป ทุกข์ใหม่เกิดขึ้นมา

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เราเข้าใจในเรื่องของร่างกาย เราทุกท่านทุกคนจะได้รู้จักปัญหา จะได้เอาปัญหานั้นมาเป็นปัญญา เอาปัญญานั้นมาหยุดมายกเลิก สิ่งทั้งหลายทั้งปวงนั้นจะได้จบลงที่ปัจจุบัน เพื่อให้การประพฤติการปฏิบัตินั้นได้ติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เรารู้ให้เข้าใจ ความรู้คู่กับการประพฤติการปฏิบัตินั้นไม่มีใครประพฤติไม่มีใครปฏิบัติให้เราได้ การประพฤติการปฏิบัตินั้นถึงไม่ต้องอาศัยใคร อาศัยความรู้ความเข้าใจ เรามีความสุขกับการประพฤติกับการปฏิบัติ

 

ให้เรามองเห็นด้วยสติด้วยปัญญา ไม้ต้นหนึ่งที่เอามาปลูกในที่โล่งที่แจ้ง ไม่มีต้นไม้ใหญ่ปกคลุม ปลูกในที่ดินดี มีน้ำมีปุ๋ยมีอากาศมีแสงแดดมีออกซิเจน

 

การประพฤติการปฏิบัติของเรา องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เราเข้าใจอย่างนี้ เราไม่ต้องไปอาศัยใคร เพราะสิ่งเหล่านี้ไม่มีใครช่วยเหลือเราได้ ไม่มีใครประพฤติปฏิบัติให้เราได้ เราต้องพากันรู้พากันเข้าใจ งานนี้ไม่มีใครประพฤติไม่มีใครปฏิบัติให้เราได้ ตนแลเป็นที่พึ่งแห่งตนเป็นที่พึ่งของตน

 

เราพากันเข้าใจ มามีปัญญาสัมมาทิฏฐิ พากันมีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ มาเน้นที่ตัวเรา ที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เราทั้งหลายพากันประพฤติปฏิบัติอย่าพากันประมาท เพราะความประมาทมันคือความผิดพลาดมันคือการเสียหายมันเป็นการพังทลายอย่างเดียวเช่นเดียวกันกับตึก สตง. สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินของเมืองไทยประเทศไทย

 

เราทุกคนพากันมาประพฤติปฏิบัติอยู่ที่ปัจจุบัน องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าถึงตรัสให้เราเข้าใจว่า สมณะที่ ๑ ที่ ๒ ที่ ๓ ที่ ๔ นั้นอยู่ที่เรารู้อยู่ที่เราเข้าใจ แล้วมีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติอยู่ที่ปัจจุบันนั้นเอง ความเป็นพระนั้นถึงอยู่ที่รู้เข้าใจ มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ

 

ให้ท่านผู้ฟังทั้งหลายพากันรู้พากันเข้าใจ สมณะที่ ๑ ที่ ๒ ที่ ๓ ที่ ๔ นั้นอยู่ที่เรามีความรู้ความเข้าใจ มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติอยู่ที่ปัจจุบัน ปัจจุบันเป็นวาระสำคัญเป็นวาระแห่งชาติ

 

ปัจจุบันเราถึงต้องมีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ เพราะความสุขนั้นคือความไม่มีทุกข์ ปัจจุบันเราทุกคนต้องเข้าใจ เพื่อจะไม่ได้เสียเวลาของการประพฤติการปฏิบัติ

 

ปัจจุบันเราเอาความรู้ความเข้าใจ มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ เน้นให้เข้าใจ ปัจจุบันนี้คือการชิงแชมป์ระหว่างนิพพานกับวัฏฏสงสาร ตำแหน่งพระนิพพานมีอยู่ตำแหน่งเดียว ตำแหน่งนรกนั้นมีอยู่ตำแหน่งเดียว

 

เช่น ตำแหน่งยืนก็มีเพียงตำแหน่งเดียว ตำแหน่งนั่งก็มีเพียงตำแหน่งเดียว ตำแหน่งเดินก็มีเพียงตำแหน่งเดียว ตำแหน่งนอนก็มีเพียงตำแหน่งเดียว ถ้าเรามีความปรุงแต่งนั้นก็ไม่ใช่ตำแหน่งเดียวแล้ว

 

ผู้ปฏิบัติธรรมทั้งหลายผู้ทำหน้าที่ทั้งหลายต้องรู้เข้าใจ ให้เข้าใจปัญหา เพื่อการประพฤติการปฏิบัติปฏิปทาจะได้ติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ

 

มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ เอาปัญหานั้นมาเป็นปัญญา เอาปัญญานั้นมามีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ การประพฤติการปฏิบัติที่มีความสุขนั้นจะเป็นออกซิเจนไปในตัว การประพฤติการปฏิบัตินั้นจะเป็นการถ่ายเทของเสียของปฏิกูล ปล่อยวางคาร์บอนไดออกไซด์ออกไป

 

ท่านผู้ฟังผู้ปฏิบัติทั้งหลายต้องพากันรู้พากันเข้าใจในการประพฤติในการปฏิบัติ ความทุกข์ในเรื่องจิตใจของเราต้องไม่มี เราต้องรู้ต้องเข้าใจ ความทุกข์ในเรื่องจิตใจของเรานั้นต้องไม่มี เอาปัญหานั้นมาเป็นปัญญา เอาปัญญามามีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ

 

ความไม่มีทุกข์ทางจิตใจของเราต้องอยู่ที่ปัจจุบัน เพื่อให้ปฏิปทาได้ติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำอยู่ที่ปัจจุบัน

 

เราทุกท่านทุกคนต้องรู้ต้องเข้าใจในเรื่องการประพฤติการปฏิบัติ เราจะได้เข้าถึงความว่างจากสิ่งที่มีอยู่ ถ้าว่างจากสิ่งที่ไม่มีอยู่ความว่างนั้นย่อมไม่มีประโยชน์อะไร อย่างคนตายก็จะไม่มีประโยชน์อะไร ผู้ที่ไม่มีตาหูจมูกลิ้นกายใจนั้นจะไม่มีประโยชน์อะไร

 

ด้วยเหตุผลนี้ความรู้ความเข้าใจจะให้เราเข้าถึงความว่างจากสิ่งที่มีอยู่

 

เราต้องพากันมารู้มาเข้าใจในเรื่องเหตุเรื่องปัจจัย เพราะมันมีเหตุมีปัจจัย มีที่ไปที่มา เราต้องมีปัญญาสัมมาทิฏฐิ เราต้องรู้ต้องเข้าใจ

 

เรามีตารูปก็ต้องมี เรามีหูเสียงก็ต้องมี เรามีจมูกกลิ่นก็ต้องมี เรามีลิ้นก็ย่อมมีรส เรามีกาย็ต้องมีสัมผัส เรามีใจก็ต้องมีความรู้สึกนึกคิด

 

ความรู้ความเข้าใจในเรื่องเหตุเรื่องปัจจัยอย่างนี้ชื่อว่าเป็นผู้รู้เหตุรู้ปัจจัย เพราะสิ่งนี้มีสิ่งต่อไปมันถึงมี ปัจจุบันนี้ถึงเป็นสิ่งที่สำคัญมาก เราจะได้ว่างจากสิ่งที่มีอยู่

 

ความรู้ความเข้าใจนี้จะได้หยุดลงที่ปัจจุบัน จะได้หยุดลงที่ผัสสะ เอาปัญหานั้นมาเป็นปัญญา การประพฤติการปฏิบัตินั้นถึงต้องให้ปฏิปทาได้ติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ

 

เราอาศัยความรู้ความเข้าใจ เอาพระธรรมเอาพระวินัย เอาสมมติสัจจะมาใช้มาปฏิบัติให้มีความสุข เพราะความสุขนั้นคือความไม่มีทุกข์

 

เราทุกคนต้องยกเลิกความทุกข์ ยกเลิกความปรุงแต่ง ผู้ปฏิบัติต้องพากันรู้พากันเข้าใจ เราจะไปเอาสิ่งที่มันเป็นไปไม่ได้ให้เป็นไปได้นั้นมันคือความไม่ถูกต้อง เราไม่อยากให้แก่ไม่อยากให้เจ็บไม่อยากให้ตายไม่อยากให้พลัดพราก อยากจะมีแต่ความสุข นี้คือเรากำลังแสวงหาในสิ่งที่มันจะเป็นไปไม่ได้ ถึงได้มีแต่ความทุกข์เกิดขึ้น ความทุกข์ตั้งอยู่ ความทุกข์ดับไป ความทุกข์ใหม่เกิดขึ้นมา

 

เราทุกท่านทุกคนต้องพากันรู้พากันเข้าใจสิ่งมันเป็นไปไม่ได้ เราจะไปคิดไปนึกไปปรุงแต่งทำไม ดั่งคติธรรมของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาภูมิพลอดุลยเดช ให้เราเข้าถึงความพอเพียงเพียงพอ เข้าถึงความพอดี เราอยากให้มากมันก็ไม่มาก เราอยากให้น้อยมันก็ไม่น้อย เราจะไปลิดรอนสิทธิเสรีภาพแห่งความเป็นจริงนั้นไม่ได้ เราต้องพากันรู้เข้าใจ เราต้องเคารพในอธิปไตยตามความเป็นจริง

 

ความเคารพในความเป็นจริงนั้นถึงเป็นสาเหตุให้เกิดความสงบ ถ้าเราไม่มีความเคารพในสัจธรรมความเป็นจริงความสงบเราจะมีได้อย่างไร เราต้องรู้ต้องเข้าใจ เรากำลังแสวงหาสิ่งที่มันเป็นไปไม่ได้

 

เรากำลังมองข้ามปัจจุบันไป เรายังไม่รู้ไม่เข้าใจ เรากำลังพากันมองข้ามปัจจุบัน ผู้มีปัญญามาก ๆ ก็ต้องสงบมาก ๆ ถ้าเรามีปัญญามาก ๆ เราไม่สงบมาก ๆ มันก็เป็นขั้วบวกขั้วลบ เรามีความสงบมาก ๆ เราก็ต้องเสียสละมาก ๆ ถ้าเราไม่เสียสละมันก็เป็นขั้วบวกขั้วลบ

 

การประพฤติการปฏิบัติถึงเป็นอริยมรรคมีองค์แปด เป็นความรู้ความเข้าใจ มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติเพื่อให้การประพฤติการปฏิบัตินั้นได้ติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ

 

การประพฤติการปฏิบัติของเรานั้นต้องมีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติอยู่ที่ปัจจุบัน

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เรายกเลิกตัวตน มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติอยู่ที่ปัจจุบัน การยกเลิกตัวยกเลิกตนนั้นคือจะยกเลิกกาลยกเลิกเวลา เวลานั้นท่านผู้ฟังทั้งหลายผู้ปฏิบัติทั้งหลายให้พากันรู้เข้าใจ เวลานั้นมันคือความปรุงแต่ง ความปรุงแต่งที่เกิดจากผัสสะ เกิดจากธาตุทั้ง ๔ ขันธ์ทั้ง ๕ อายตนะ ๑๒ เราต้องรู้ต้องเข้าใจในเรื่องของผัสสะ เราจะได้เอาผัสสะนั้นมาเป็นประโยชน์ของการประพฤติการปฏิบัติ

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ให้เราเข้าใจในการประพฤติการปฏิบัติ เพื่อเราจะได้เอาสมถะและวิปัสสนาเดินไปพร้อม ๆ กันอยู่ที่ปัจจุบัน ความรู้ความเข้าใจต้องเอามาใช้เอามาปฏิบัติอยู่ที่ปัจจุบัน

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เรายกทุกอย่างที่มาเกี่ยวข้องกับเราสู่พระไตรลักษณ์ ถ้าเราไม่ยกทุกอย่างเข้าสู่พระไตรลักษณ์ เราจะไม่มีการประพฤติการปฏิบัติ เราจะปล่อยปัจจุบันผ่านไปด้วยไม่มีการประพฤติการปฏิบัติ ผัสสะทั้งหลายที่เกิดกับเรา ถ้าเราไม่ยกผัสสะนั้นสู่พระไตรลักษณ์เราก็จะไม่มีการประพฤติการปฏิบัติ ชื่อว่าเรายังไม่รู้จักการประพฤติการปฏิบัติ ปฏิปทาของเรามันจะไม่ติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ

 

ทุกสิ่งทุกอย่างที่มาปรากฏกับเรานั้น องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เรายกทุกอย่างเข้าสู่พระไตรลักษณ์ ว่าเรามีตาก็ย่อมมีรูป มีหูก็ย่อมได้ยินเสียง มีจมูกก็ย่อมได้กลิ่น มีรสก็ย่อมได้รส มีกายก็ย่อมมีสัมผัส มีใจก็ย่อมมีความรู้สึกนึกคิด

 

เราทุกท่านทุกคนต้องพากันรู้เข้าใจ จะได้ยกทุกอย่างนั้นเข้าสู่พระไตรลักษณ์ ว่าอันนี้มาปรากฏการณ์เป็นเพียงอาคันตุกะสัญจรไปมาชั่วครู่ชั่วยาม

 

การประพฤติการปฏิบัติธรรมนั้นถึงเป็นเรื่องปัจจุบัน เพื่อให้ปัจจุบันได้ติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ

 

ปัจจุบันเราถึงประมาทไม่ได้เลย ปัจจุบันเราถึงต้องยกทุกอย่างเข้าสู่พระไตรลักษณ์ ผู้มาประพฤติผู้มาปฏิบัติธรรม ถ้าไม่ยกทุกอย่างสู่พระไตรลักษณ์ในปัจจุบัน ท่านผู้นั้นก็ต้องอาบัติ เพราะไม่เอื้อเฟื้อในการประพฤติการปฏิบัติ

 

สำหรับฆราวาสผู้ครองเรือน ผู้นั้นจิตใจก็จะเป็นบาปเป็นบาดแผล เพราะตั้งอยู่ในความประมาท ไม่ได้ประพฤติไม่ได้ปฏิบัติธรรม พากันนั่งอยู่ในความประมาท

 

มีคำถามว่า ปฏิบัติอย่างนี้มันจะไม่เครียดเหรอ เพราะต้องเอาใจใส่พิเศษมันจะไม่เครียดเหรอ การประพฤติการปฏิบัติที่มีความสุขที่ติดต่อต่อเนื่อง ความเครียดจะไม่มี ร้อยเปอร์เซ็นต์เลย ความเครียดนั้นจะไม่มี เพราะความเครียดจะมีไม่ได้ในท่ามกลางของความสุข เพราะตำแหน่งนั้นเป็นเพียงตำแหน่งเดียว ตำแหน่งความสุขที่เกิดจากปัญญาสัมมาทิฏฐิ มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ ความเครียดความทุกข์นั้นจะไม่มี เพราะปัญญาสัมมาทิฏฐิ มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติความเครียดนั้นจะไม่มี

 

วันหนึ่งคืนหนึ่งสำหรับฆราวาสผู้ครองเรือน พากันนอนพากันพักผ่อนวันละ ๘ ชั่วโมง เวลาตื่นอยู่นี้เป็นเวลา ๑๖ ชั่วโมง เพื่อให้สรีระร่างกายกับจิตใจได้เดินทางไปพร้อม ๆ กัน เวลา ๑๖ ชั่วโมง เป็นเวลาที่ทุก ๆ คนต้องมีความสุขกับการทำหน้าที่ กับการทำงาน การทำงานกับการประพฤติการปฏิบัติธรรมทั้ง ๒ อย่างนี้ต้องไปพร้อม ๆ กัน ใจกับกายต้องไปพร้อม ๆ กัน

 

ถ้าเรามีปัญญาสัมมาทิฏฐิ เรามีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติอยู่ที่ปัจจุบัน ความเครียดนั้นจะไม่มี

 

การประพฤติการปฏิบัติ เราทุกท่านทุกคนต้องพากันเข้าใจ

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เรายกเลิกตัวยกเลิกตน มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติอยู่ในชีวิตประจำวัน เราประพฤติปฏิบัติยกเลิกตัวยกเลิกตนอย่างนี้ ความทุกข์ทางจิตใจย่อมไม่มีเลย ความทุกข์กายนั้นเป็นสิ่งที่มีอยู่ แต่ความทุกข์ทางใจนั้นย่อมไม่มี

 

ถ้าเรามีปัญญาสัมมาทิฏฐิรู้เรื่องของกาย ใจของเราก็ย่อมไม่มีความทุกข์ทางใจ เอาปัญหาทางสรีระร่างกายนั้นมาเป็นปัญญา ถ้าเราปฏิบัติให้ปฏิปทาติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ ความดีและปัญญาก็จะก้าวไปเป็นปัจจุบันธรรม

 

เรามีความสุขในการเรียน การเรียนนั้นก็จะเป็นพระนิพพาน เรามีความสุขในการทำงาน การทำงานนั้นก็จะเป็นพระนิพพาน เรามีความสุขในการพูดจา การพูดจานั้นก็จะเป็นพระนิพพาน เรามีความสุขในกิริยามารยาท กิริยามารยาทนั้นก็จะเป็นพระนิพพาน เรามีความสุขในอาชีพที่เป็นอาชีพที่ยกเลิกตัวยกเลิกตน อาชีพนั้นก็จะเป็นพระนิพพาน

 

พระนิพพานนั้นองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เราเข้าใจ พระนิพพานนี้อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล พระนิพพานนั้นอยู่ที่ปัจจุบันนี้เอง พระนิพพานนั้นอยู่ที่ผู้รู้ผู้เข้าใจ มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ เป็นการทำความดีเพื่อความดี ไม่ได้ทำความดีเพื่อความอยากความต้องการ การประพฤติการปฏิบัติของเรานั้นก็จะเป็นพระนิพพาน

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เราเข้าใจอย่างนี้ ความเป็นพระเป็นสมณะที่ ๑ ที่ ๒ ที่ ๓ ที่ ๔ นั้นเกิดจากเหตุเกิดจากปัจจัยอย่างนี้

 

พระนั้นอยู่ที่เรารู้เข้าใจ อยู่ที่เรามีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัตินี้คือความเป็นพระ ความเป็นสมณะ เราไม่ต้องไปโง่หลงงมงาย ไปมองหาพระภายนอก พระนี้ต้องอยู่ที่เรา ที่เรารู้เข้าใจแล้วมีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ

 

แต่ก่อนเราไม่เข้าใจนะ เรายังพากันโง่ไม่เข้าใจ ไปมองหาภายนอก พระนี้คือผู้รู้ผู้เข้าใจ มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ ทำความดีเพื่อความดี มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ ยกเลิกตัวตน ผู้นั้นก็จะเป็นพระ

 

พระนั้นองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านตรัสให้เราเข้าใจ พระนั้นคือพระโสดาบัน พระสกิทาคามี พระอนาคามี พระอรหันต์ พระไม่ใช่ผู้ที่ไปบวชในพระศาสนานะ พระนั้นอยู่ที่เรานี้แหละ  อยู่ที่เรารู้เข้าใจมีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ พระนั้นคือผู้รู้เข้าใจมีปัญญาสัมมาทิฏฐิ เอาปัจจุบันมีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติ เพื่อให้การประพฤติการปฏิบัติของเราได้ติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ

 

ท่านผู้ฟังผู้ปฏิบัติทั้งหลายต้องพากันเข้าใจใหม่ว่าพระที่แท้จริงนั้นอยู่ที่ตัวเรานี้เอง เราอย่าโง่หลงงมงายไปมองหาพระภายนอก พระนี้อยู่ที่เรารู้เข้าใจ มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ เพราะความสุขนั้นไม่มีความทุกข์ เรามีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ เราทุกท่านคนนั่นแหละจะพากันเป็นพระ เพราะยกเลิกความทุกข์

 

พระธรรมพระวินัยเป็นสมมติสัจจะ เราต้องเอาพระธรรมเอาพระวินัยเอาสมมติสัจจะนั้นมาใช้ประพฤติปฏิบัติให้มีความสุขอยู่ที่ปัจจุบัน ความเป็นพระนั้นจะเป็นได้กับเราอย่างนี้

 

ผู้ที่มาบวชก็ต้องพากันรู้พากันเข้าใจ ผู้ที่มาบวชได้รับสิทธิพิเศษ ได้รับทรัพยากรจากมหาชน บ้านไม่ได้เช่าข้าวไม่ได้ซื้อ ของใช้สอยบริโภค ยานพาหนะ รักษาพยาบาล ฟรีหมด ทุกอย่างมาจากประชาชนมาจากมหาชน

 

ผู้ที่มาบวชเป็นผู้ยกเลิกตัวยกเลิกตนร้อยเปอร์เซ็นต์ มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติอยู่ที่ปัจจุบัน

 

การมาบวชการมาปฏิบัติถึงเป็นสิ่งที่ดีที่สุดในโลก อะไรก็ไม่ดีเท่ากับการที่เรามาบวชมาประพฤติมาปฏิบัติ เพราะเรามายกเลิกตัวตนร้อยเปอร์เซ็นต์อยู่ที่ปัจจุบัน ปฏิบัติให้มันติดต่อต่อเนื่อง

 

ในแง่มุมในการมองของประชาชนของมหาชน เค้าถึงมองผู้ที่มาบวชนั้นว่าเป็นพระ ผู้ที่มายกเลิยกเลิกตัวตนนั้นเรียกว่าเป็นพระ เป็นผู้ที่ยกเลิกนิติบุคคลตัวตน เป็นพระธรรมเป็นพระวินัย

 

ด้วยเหตุผลนี้ ผู้มาบวชต้องพากันรู้เข้าใจนะ เรามาบวชคือเรามายกเลิกตัวยกเลิกตน ไม่มีตัวไม่มีตน ปฏิบัติในปัจจุบันให้ติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำไม่มีตัวไม่มีตนถึงจะเป็นพระธรรมเป็นพระวินัย

 

เรามาบวชต้องตั้งใจตั้งเจตนาดั่งภาชนะที่ตั้งไว้ เราต้องตั้งใจตั้งเจตนา ใจของเราทุก ๆ คน ไม่มีใครรู้ไม่มีใครเห็นไม่มีใครเข้าใจว่าเราคิดอะไรปรุงแต่งอะไร แต่ผู้มาบวชทั้งหลายต้องรู้ต้องเข้าใจว่า เราปกปิดใครนั้นปกปิดได้ แต่ปกปิดตัวของเราเองนั้นไม่ได้

 

ด้วยเหตุผลนี้ เราทุกท่านต้องพากันเข้าใจ ผู้ที่มาบวชจะมาตรึกนึกคิดในกามนั้นไม่ได้ จะไปตรึกนึกคิดในพยาบาทนั้นไม่ได้ เพื่อให้ปฏิปทานั้นติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ

 

ความเคารพในสัจจะตามความเป็นจริง ไม่มองข้ามปัจจุบัน ไม่ปล่อยให้ตัวเองตรึกในกาม ตรึกในพยาบาท นี้ถึงเป็นสิ่งที่สำคัญ ความเคารพนี้จะเป็นสาเหตุให้เกิดความสงบ ถ้าเราไม่มีความเคารพ ความสงบนั้นจะเกิดขึ้นไม่ได้ เราต้องพากันรู้พากันเข้าใจ ว่าใจของเรานี้คนอื่นนั้นไม่รู้ไม่เห็นไม่เข้าใจแต่เรารู้เราเห็น

 

เราถึงต้องเคารพในองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระธรรมคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระอรหันต์ขีณาสพขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เพราะความเคารพนั้นเป็นสาเหตุให้เกิดความสงบ

 

ผู้มาบวชต้องพากันมาเสียสละ พากันมายกเลิกตัวตน มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติอยู่ที่ปัจจุบัน ถ้าเรามีความสุขแล้วความทุกข์นั้นก็ย่อมไม่มี ถ้าใจของเรามีความทุกข์อยู่แสดงถึงเราไม่ได้รู้อริยสัจ ๔ เราทุกคนต้องรู้อริยสัจ ๔

 

เรายังไม่รู้ปัญหา เราต้องรู้จักปัญหา การเดินทางต้องผ่านด่านต่าง ๆ ด่านทางตาหูจมูกลิ้นกายใจ ลาภยศสรรเสริญ ธาตุทั้ง ๔ ขันธ์ทั้ง ๕ อายตนะ ๑๒ เราต้องพากันรู้พากันเข้าใจ เพื่อเราจะได้ผ่านด่านนี้ไป เพื่อเราจะเอาปัญหานี้มาเป็นปัญญา

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เรามีปัญญาสัมมาทิฏฐิ ความทุกข์นั้นเป็นเรื่องของกาย อย่ามาให้มันเป็นเรื่องของใจ ใจของเราต้องมีปัญญาสัมมาทิฏฐิ

ให้ผู้ปฏิบัติธรรมเข้าใจ ว่าปัญหานี้แหละจะทำให้เกิดปัญญา

 

ด้วยเหตุผลนี้ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านถึงให้เรารู้เข้าใจ มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ เพื่อเรามีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ ความทุกข์นั้นก็จะไม่มี เพราะตำแหน่งสุขนั้นมันเป็นตำแหน่งเดียว

 

เราเป็นนักบวช เรานอนพักผ่อนจำวัดวันละ ๖ ชั่วโมง เวลาเราตื่นอยู่นี้เป็นเวลา ๑๘ ชั่วโมง การประพฤติการปฏิบัติของเราเราต้องมีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ เพราะความสุขนั้นไม่มีความทุกข์ เพราะตำแหน่งสุขนั้นมีเพียงตำแหน่งเดียว เรามีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติ ยกทุกอย่างเข้าสู่พระไตรลักษณ์ ถ้าเราไม่ยกทุกอย่างเข้าสู่พระไตรลักษณ์เราก็จะไม่มีการประพฤติการปฏิบัติ การประพฤติการปฏิบัติของเราก็จะไม่ติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ

 

การมาบวชมาปฏิบัติถึงดีอย่างนี้ ดีมากจริง ๆ ดีอย่างยิ่ง การมาบวชเน้นที่ปัจจุบัน เน้นที่ตัวเรา ด้วยอาศัยพระธรรมพระวินัย ข้อวัตรกิจวัตร อาศัยพระธรรมพระวินัยข้อวัตรข้อปฏิบัติเป็นกัลยาณมิตร

 

ผู้มาบวช มาจากทุกทิศทุกทางของโลกทั้งในประเทศต่างประเทศ มาจากทุกมุมของโลก จุดมุ่งหมายก็คืออย่างเดียวกัน คือยกเลิกความทุกข์ไม่มีความทุกข์ การปฏิบัตินั้นถึงต้องเน้นที่ปัจจุบัน ทุกคนถึงต้องพากันประพฤติพากันปฏิบัติ ความเคารพนั้นจะให้เกิดความสงบ ความสงบกับความสุขนั้นมันคืออันเดียวกัน เรามีความสงบเราก็มีความสุข เรามีความสุขก็มีความสงบ เพราะ ๒ อย่างนี้มันคืออันหนึ่งอันเดียวกัน

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เราเอาปัจจุบัน ปัจจุบันนี้ถ้าเราไม่ปฏิบัติ ผู้ที่มาบวชผู้นั้นก็ต้องอาบัติ ถ้าเราปล่อยทุกอย่างไปโดยเราไม่ได้พิจารณาทุกอย่างเข้าสู่พระไตรลักษณ์ ให้เรารู้เข้าใจว่าเราไม่ได้ประพฤติไม่ได้ปฏิบัติธรรมะนะ เราพากันตั้งอยู่ในความประมาท ความประมาทนั้นมันคือความผิดพลาดคือความเสีย นั้นคือเป็นการล้มละลายพังทลายอย่างเดียวเช่นเดียวกันกับตึก สตง.สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินของเมืองไทยประเทศไทย

 

เรามาบวชมาอยู่เป็นหมู่เป็นคณะ เพื่อทำความดีเพื่อประกอบด้วยปัญญา นี้ไม่ใช่การคลุกคลี นี้เป็นความดีและปัญญา

 

ผู้ประพฤติผู้ปฏิบัติต้องรู้ต้องเข้าใจ พระธรรมพระวินัยข้อวัตรข้อปฏิบัตินี้เป็นกัลยาณมิตร ผู้ประพฤติผู้ปฏิบัติไปในทางหนึ่งทางเดียวกัน นี้คือกัลยาณมิตร ญาติธรรมถึงดีกว่าญาติสายโลหิต เพราะญาติธรรมเป็นคนดีที่ประกอบปัญญา เป็นคนมีปัญญาที่ประกอบด้วยความดี

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เราเข้าใจ ทั้งผู้บวชก็เป็นพระเป็นสมณะได้ ผู้ที่ไม่ได้บวชก็เป็นพระเป็นสมณะได้ เพราะความเป็นพระเป็นสมณะอยู่ที่เราไม่ใช่อยู่ที่คนอื่น ความเป็นพระเป็นสมณะนั้นอยู่ที่เรา เรารู้เข้าใจมีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติความเป็นพระเป็นสมณะนั้นก็ย่อมอยู่ที่เรา

 

ธรรมะนั้นถึงเป็นหน้าที่ หน้าที่นั้นเป็นธรรมะ วันเสาร์วันอาทิตย์เป็นวันหยุดของข้าราชการรัฐวิสาหกิจ เพื่อจะได้พัฒนาใจได้ติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ เพื่อให้มีหลักการจุดยืนที่ชัดเจน เพื่อให้ทุกคนได้รู้เข้าใจในหลักการดำเนินชีวิตที่ประเสริฐ เพื่อให้รู้ให้เข้าใจว่าเราเกิดมาทำไม

 

ความรู้ความเข้าใจนี้จะให้เราเข้าถึงพระนิพพานตั้งแต่ปัจจุบัน ไม่ต้องรอชาติหน้า ผู้ประพฤติผู้ปฏิบัติมีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ ใจของผู้นั้นก็จะสัมผัสกับพระนิพพานเอง

---------------------------------

โอวาทขององค์หลวงพ่อกัณหา สุขกาโม

เมตตาให้ไว้ในเช้าวันเสาร์ที่ ๔ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๖๙

ณ วัดป่าทรัพย์ทวีธรรมาราม ต.วังหมี อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา

 

Visitors: 113,311