๕ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๖๙
พสกนิกรชาวไทยและชาวต่างประเทศได้มาร่วมรวมกันประพฤติปฏิบัติธรรมเพื่อน้อมถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ด้วยความโทมนัสและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ที่พระองค์ได้ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทยและชาวโลกตลอดระยะเวลาที่ยาวนาน พระองค์ทรงเป็นดั่งแม่แห่งแผ่นดิน ผู้ทรงเปี่ยมด้วยพระเมตตาและพระปรีชาสามารถ ทรงอุทิศพระวรกาย พระสติปัญญา และพระราชหฤทัยในการบำเพ็ญพระราชกรณียกิจนานัปการ เคียงคู่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เพื่อธำรงไว้ซึ่งความผาสุกและความมั่นคงแห่งชาติไทย เราประชาชนชาวไทยต้องร่วมใจสมัครสมานสามัคคีทำความดีที่ประกอบด้วยปัญญา เพื่ออุทิศบุญกุศลน้อมเกล้าถวาย เพื่อเสด็จสู่สวรรคาลัย เข้าสู่สวรรค์มรรคผลพระนิพพาน
วันนี้เป็นวันอาทิตย์ที่ ๕ เดือนเมษายน พุทธศักราช ๒๕๖๙ เป็นวันหยุดของข้าราชการรัฐวิสาหกิจ
ให้ทุกท่านทุกคนพากันนั่งให้สบาย เพื่อการบรรยายพระธรรมคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
พระธรรมคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เราต้องพากันเข้าใจ ธรรมะเป็นทางสายกลางระหว่างทางวิทยาศาสตร์กับทางจิตใจ เพื่อเราจะเอามาใช้เอามาประพฤติเอามาปฏิบัติในปัจจุบันในชีวิตประจำวัน
สิ่งทั้งหลายทั้งปวงนั้นเกิดจากเหตุเกิดจากปัจจัย เราทุกคนจะได้เอาธรรมะมาใช้มาประพฤติมาปฏิบัติในปัจจุบัน เพื่อให้การประพฤติการปฏิบัตินั้นได้ติดต่อต่อเนื่อง เป็นกฎแห่งกรรมเป็นผลของกรรม
ให้เหมือนดั่งสายน้ำ น้ำมันไหลที่ติดต่อต่อเนื่องนั้นไม่ใช่น้ำหยด มันเป็นสายน้ำ แต่น้ำหยดนั้นมันหยดทีละหยด ๆ ขาดขั้นขาดตอน
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เรารู้เหตุรู้ปัจจัย เพราะสิ่งทั้งหลายทั้งปวงนั้นเกิดจากเหตุเกิดจากปัจจัย
ปัจจุบันเป็นรายรับรายจ่ายของชีวิต ความรู้ความเข้าใจในเรื่องเหตุเรื่องผล ความรู้ถึงเป็นคู่กับการประพฤติคู่กับการปฏิบัติ ปัจจุบันนั้นคือรายรับรายจ่าย เป็นธนาคารแห่งชีวิต ปัจจุบันถึงเป็นสิ่งที่สำคัญมาก ๆ สำคัญจริง ๆ สำคัญเป็นอย่างยิ่ง ปัจจุบันเราต้องเอาทางวิทยาศาสตร์เอาทางจิตใจมาใช้พร้อม ๆ กัน เพื่อเราจะได้ทันเหตุการณ์ทันโลกทันสมัย
ให้ผู้ฟังผู้ปฏิบัติพากันรู้พากันเข้าใจ ปัจจุบันนี้คือการชิงแชมป์ระหว่างนิพพานกับวัฏฏสงสาร
ท่านผู้ฟังต้องเข้าใจ ว่าปัจจุบันนี้เป็นการชิงแชมป์ระหว่างนิพพานกับวัฏฏสงสาร
พระนิพพานนั้นเป็นทางสายกลางระหว่างวิทยาศาสตร์กับจิตใจ เป็นความรู้ความเข้าใจ มีความสุขกับการประพฤติกับการปฏิบัติ
วัฏฏสงสารนั้นเป็นความไม่รู้ไม่เข้าใจในเรื่องทุกข์ เหตุเกิดทุกข์ ข้อปฏิบัติถึงความดับทุกข์ ปล่อยให้ตัวเองไปตามสัญชาตญาณ ไปตามอวิชชา ไปตามความหลง ไปตามผัสสะ ไปตามสิ่งแวดล้อม
เราทุกคนต้องมารู้เรื่องวัฏฏสงสาร มารู้เรื่องของพระนิพพาน
เราทุกคนมามีปัญญาสัมมาทิฏฐิ มีฉันทะมีความพอใจ ความสุขกับการประพฤติกับการปฏิบัติ ความสุขกับความสงบนั้นมันคืออันหนึ่งอันเดียวกัน เรามีความสุขก็จะมีความสงบ เรามีความสงบก็จะมีความสุข เพราะ ๒ อย่างนี้มันคืออันหนึ่งอันเดียวกัน
ศรัทธาและปัญญา เราทุกคนต้องเอามาใช้เอามาประพฤติเอามาปฏิบัติในปัจจุบัน เพราะเหตุผลว่า อดีตก็มารวมอยู่ที่ปัจจุบัน อนาคตจะไปข้างหน้าก็ไปจากปัจจุบัน ปัจจุบันเรารู้เราเข้าใจ มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ เพราะความสุขกับความสงบนั้นมันคืออันหนึ่งอันเดียวกัน
ปัจจุบันนั้นมันคือเหตุคือปัจจัย ท่านผู้ฟังทั้งหลายปัจจุบันนี้มันมีครั้งเดียวไม่มีสองครั้ง
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เราเข้าใจอย่างนี้ ปัจจุบันมีเพียงครั้งเดียว เมื่อปัจจุบันมีเพียงครั้งเดียว เราต้องเห็นความสำคัญมาก ๆ เห็นความสำคัญเป็นอย่างยิ่งในเรื่องของปัจจุบัน
ท่านผู้ฟังทั้งหลาย พระนิพพานนี้เป็นเรื่องของปัจจุบัน นรก สวรรค์ พรหมโลก ความเป็นพระอริยเจ้าอยู่ที่ปัจจุบันนะ เพราะปัจจุบันคือพื้นคือฐานของอนาคต ผู้ฟังการบรรยายต้องรู้ต้องเข้าใจ
ปัจจุบันนี้เราจะประมาทไปไม่ได้ เราจะมองข้ามไปไม่ได้ ความเคารพกับความไม่ประมาทนี้มันคือสิ่งอันหนึ่งอันเดียวกัน
ท่านผู้ฟังทั้งหลายต้องรู้เข้าใจ ต้องมีปัญญาสัมมาทิฏฐิ เพื่อเราจะได้มีความตั้งใจมั่นชอบ
ปัจจุบันถึงเป็นการชิงแชมป์ระหว่างพระนิพพานกับวัฏฏสงสาร
การประพฤติการปฏิบัตินั้นถึงเอาชีวิตเป็นเดิมพัน
พระพุทธเจ้าคือผู้รู้เข้าใจมีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ ไม่หวั่นไหวไปตามธาตุตามขันธ์ตามอายตนะไปตามสิ่งแวดล้อม พระอรหันต์ขีณาสพเมื่อก่อนยังไม่ได้เป็นพระอรหันต์ขีณาสพ มีความรู้มีความเข้าใจ อาศัยเอาชีวิตเป็นเดิมพัน ยกเลิกตัวตน เคารพในพระธรรมคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เพราะความเคารพเป็นสาเหตุให้เกิดความสงบ ความสงบเป็นสาเหตุให้เกิดความสุข
ผู้ประพฤติผู้ปฏิบัติธรรมถึงเน้นที่ปัจจุบัน ไม่ใจอ่อนไปตามธาตุตามขันธ์ไปตามผัสสะไปตามสิ่งแวดล้อมไม่ไปตามโลกธรรม
รู้จักการประพฤติการปฏิบัติ การประพฤติการปฏิบัตินั้นต้องเอาชีวิตเป็นเดิมพัน ถึงจะผ่านด่านของธาตุทั้ง ๔ ขันธ์ทั้ง ๕ อายตนะ ๑๒ ถึงจะผ่านนิวรณ์ทั้ง ๕ อคติทั้ง ๔ ไปได้
ถ้าเราไม่เอาชีวิตเป็นเดิมพัน เราจะปฏิบัติไปได้อย่างไร เพราะมันข้ามสัญชาตญาณที่มันเป็นนิติบุคคลตัวตน
ด้วยเหตุผลนี้ เราถึงต้องยกเลิกตัวยกเลิกตน ถ้าเรามีตัวมีตนมันก็เป็นสัญชาตญาณที่มีความยึดมั่นถือมั่นเป็นตัวเป็นตน เราก็หยุดสัญชาตญาณที่เป็นตัวเป็นตนนั้นไม่ได้
ท่านผู้ฟังทั้งหลาย ท่านต้องรู้ต้องเข้าใจ ท่านต้องยกเลิกตัวยกเลิกตน การยกเลิกตัวยกเลิกตน องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เราเข้าใจ
ใจของเรานี้เป็นนามธรรม เราตรึกนึกคิดอะไร ไม่มีใครรู้ไม่มีใครเห็นไม่มีใครเข้าใจว่าเราตรึกนึกคิดอะไร
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เรารู้เข้าใจว่าตัวตนนี้มีแต่ความทุกข์เกิดขึ้น ความทุกข์ตั้งอยู่ ความทุกข์ใหม่เกิดขึ้นมา
ด้วยเหตุผลนี้เราถึงต้องเอาทางวิทยาศาสตร์กับทางจิตทางใจไปพร้อม ๆ กัน ให้เป็นทางสายกลางระหว่างวัตถุกับจิตใจ
พัฒนาวิทยาศาสตร์ก็คือทำความดีเพื่อความดี ไม่ได้ทำความดีหวังอะไรตอบแทน ถ้าทำความดีเพื่อหวังอะไรตอบแทนมันยังมีความอยากความต้องการ มันยังมีความปรุงแต่ง มันยังเป็นขั้วบวกขั้วลบ
การพัฒนาวัตถุพัฒนาวิทยาศาสตร์ต้องมีปัญญาสัมมาทิฏฐิ เพื่อไม่ให้การพัฒนาวิทยาศาสตร์นั้นเป็นขั้วบวกขั้วลบ
การพัฒนาใจก็เช่นกัน การพัฒนาใจนี้ใจเป็นสิ่งที่พัฒนาไม่ได้ เพราะใจนั้นเป็นนามธรรม การพัฒนาใจถึงต้องมาพัฒนาทางวิทยาศาสตร์ให้มีความสุขที่ไม่หวังผลอะไรตอบแทน
การพัฒนาใจถึงเป็นการพัฒนากาย พัฒนาวาจากิริยามารยาทอาชีพ นี้คือการพัฒนาใจ ให้ผู้ฟังรู้ให้ผู้ฟังเข้าใจ
ปัจจุบันเราต้องรู้เข้าใจ การฝึกใจเค้าต้องฝึกที่กายที่วาจาที่กิริยามารยาทฝึกที่อาชีพ ให้มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ การประพฤติการปฏิบัติ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เราทำอย่างนี้ปฏิบัติอย่างนี้
อย่างหน้าแล้ง อากาศร้อน โรงเรียนปิดเทอม พ่อแม่ผู้มีปัญญาสัมมาทิฏฐิทั้งหลายถึงให้ลูกมาบวชเณรบวชพระ เพื่อมาฝึกกาย ฝึกวาจาฝึกกิริยามารยาทมาฝึกอาชีพ เพื่อให้การประพฤติการปฏิบัติมันติดต่อต่อเนื่องมันสายน้ำ การทำอะไรติดต่อต่อเนื่อง ๓ อาทิตย์ขึ้นไป ผลวิจัยออกมาว่าได้ผลเห็นภัย ทางฝ่ายรูปธรรมคือทางฝ่ายวิทยาศาสตร์นั้นก็จะได้เห็นผล ทางฝ่ายจิตใจนั้นก็จะได้ผลเห็นผล นี้มาจากผลวิจัย
ด้วยเหตุผลนี้ท่านผู้ฟังทั้งหลายต้องพากันรู้พากันเข้าใจในเรื่องทุกข์ เหตุเกิดทุกข์ ข้อปฏิบัติถึงความดับทุกข์
ด้วยเหตุผลนี้ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าถึงไม่ให้เราตั้งอยู่ในความประมาท เพราะความประมาทนั้นคือความผิดพลาดคือความเสียหายคือการพังทลายอย่างเดียวเช่เนดียวกันกับตึก สตง. สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินของเมืองไทยประเทศไทย
ความประมาทคือไม่มองเห็นความสำคัญ ความประมาทคือความไม่เคารพ ความเคารพกับความไม่ประมาทถึงเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน
ท่านผู้ฟังทั้งหลายต้องมีความเคารพ ผู้มีปัญญามาก ๆ ก็ต้องมีความเคารพมาก ๆ เพราะความเคารพนั้นมันคือความสงบ ความเคารพนั้นคือความรู้ความเข้าใจ ความเคารพนั้นคือหยุดตรึกในกาม หยุดตรึกในพยาบาท เพราะการตรึกในกามตรึกในพยาบาทมันคือการผิดพลาดคือการเสียหายอย่างเดียวเช่นเดียวกันกับตึก สตง.
ท่านผู้ฟังทั้งหลายต้องพากันรู้พากันเข้าใจ กุลบุตรลูกหลานให้พากันเข้าใจนะว่าปัจจุบันเป็นสิ่งที่สำคัญ เราพากันมาบวชพระ เราพากันมาบวชเณร จุดมุ่งหมายเพื่อจะให้เราปฏิบัติติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำที่น้ำมันไหล
อะเสวะนาจะพาลานัง ปัณฑิตานัญจะเสวะนา องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เรารู้ให้เราเข้าใจ ว่าพระธรรมพระวินัยสิกขาบทน้อยใหญ่นั้นคือกัลยาณมิตร คือญาติธรรมของเราทุกคน พระธรรมพระวินัยสิกขาบทน้อยใหญ่จะเป็นเหตุเป็นปัจจัยให้เราก้าวไปด้วยปัญญาสัมมาทิฏฐิ ความรู้ความเข้าใจของเราจะได้ก้าวไปติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ
เราอยู่ที่บ้าน อยู่ที่ครอบครัว เราตามอวิชชาตามความหลง เรามาบวชมาปฏิบัติเพื่อมายกเลิกตามอวิชชาตามความหลง มามีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ เพื่อให้การประพฤติการปฏิบัตินั้นได้ติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ
เรามาบวชมาปฏิบัตินั้นเป็นธนาคารแห่งชีวิต เราจะไปตามใจตามอารมณ์ตามความรู้สึกตามสัญชาตญาณที่มันเป็นอวิชชาความหลงนั้นไม่ได้
พระธรรมพระวินัยนั้นถึงเป็นกัลยาณมิตรของเรา สิ่งที่สำคัญที่สุดคือความรู้ความเข้าใจ มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ เพื่อให้ปฏิปทาของเราได้ติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ
กุลบุตรทั้งหลายต้องรู้เข้าใจในการประพฤติการปฏิบัติ เราทุกคนที่มาบวชมาปฏิบัติ ต้องรู้ต้องเข้าใจ เราทุกคนทำได้ปฏิบัติได้ คนที่ทำไม่ได้ปฏิบัติไม่ได้มีแต่คนตายไปแล้วนั้นปฏิบัติไม่ได้ คนที่เป็นใบบ้าเสียจริตสมองเสียทำไม่ได้ปฏิบัติไม่ได้ คนที่ไม่ยกเลิกตัวยกเลิกตน เอาตัวตนเป็นที่ตั้งเอาตัวตนเป็นใหญ่ไม่เคารพในองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ไม่เคารพในพระธรรมคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ไม่เคารพในพระอรหันต์ขีณาสพขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า บุคคลนั้นเป็นผู้ที่ทำไม่ได้ปฏิบัติไม่ได้
ความเคารพนั้นเป็นสิ่งที่สำคัญมาก ๆ สำคัญเป็นอย่างยิ่งสำคัญจริง ๆ ใจของเราให้ทุกคนรู้เข้าใจ ไม่มีใครรู้ไม่มีใครเห็นไม่มีใครเข้าใจว่าเราคิดอะไร เรานี้แหละเป็นผู้รู้ผู้เห็นเป็นผู้เข้าใจ
ท่านผู้ฟังทั้งหลาย ภาชนะที่จะใช้ได้นั้นต้องเป็นภาชนะที่ตั้งไว้ ภาชนะที่ล้มลง ภาชนะที่คว่ำย่อมใช้งานไม่ได้ ความตั้งใจตั้งเจตนานี้เป็นสิ่งที่สำคัญ
ให้กุลบุตรทั้งหลายพากันเข้าใจว่าปัจจุบันเป็นวาระสำคัญของเราทุก ๆ คน ปัจจุบันเป็นวาระแห่งชาติของการประพฤติการปฏิบัติ ปัจจุบันนี้เป็นการชิงแชมป์ระหว่างนิพพานกับวัฏฏสงสาร
กุลบุตรลูกหลานต้องเข้าใจว่าเราเดินทางไกลเราต้องผ่านด่าน ๆ ผ่านด่านของธาตุทั้ง ๔ ขันธ์ทั้ง ๕ อายตนะ ๑๒ ผ่านด่านของนิวรณ์ทั้ง ๕ อคติทั้ง ๔ ผ่านโลกธรรมทั้ง ๘ เราต้องรู้เข้าใจ
เพื่อเราจะได้รู้ปัญหา เราจะได้เอาปัญหานั้นมาเป็นปัญญา เอาปัญญามามีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ ให้ถือเอาปัจจุบันเป็นวาระสำคัญ ใจไม่สงบไม่เป็นไร ให้กายของเราสงบ ให้วาจาของเราสงบ ให้กิริยามารยาทสงบ ให้อาชีพของเราสงบ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้กุลบุตรทั้งหลายพากันเข้าใจอย่างนี้
มันเหนื่อยก็ช่างมัน มันลำบากก็ช่างมัน มันหิวมันกระหายก็ช่างมัน องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เราเข้าใจ การจะเดินทางไกลก็ต้องผ่านอุปสรรคต่าง ๆ นานา องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เราเข้าใจในเรื่องปัญหา ปัญหานั้นเราจะต้องเอามาใช้ให้เป็นปัญญา
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเปรียบให้ฟังว่าเหมือนบุรุษผู้หนึ่งแบกไหน้ำผึ้งที่เจือด้วยยาพิษเดินข้ามทะเลทราย ทะเลทรายนั้นเปรียบเสมือนความทุกข์ต่าง ๆ นานา มีแต่ความทุกข์เกิดขึ้น ความทุกข์ตั้งอยู่ ความทุกข์ดับไป ความทุกข์ใหม่เกิดขึ้นมา มีแต่ความทุกข์ทั้งนั้น บุรุษที่แบกไหน้ำผึ้งต้องมีจิตใจที่เข้มแข็ง มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ เพราะความสุขกับความสงบนั้นมันคืออันหนึ่งอันเดียวกัน ถ้าเรามีความสุขความสงบก็ย่อมมี
ความสุขนั้นเกิดจากความรู้ความเข้าใจ เป็นความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ ความสงบนั้นก็จะมีอยู่ในตัวของความสุขนั้น เพราะความสุขความสงบที่เกิดจากปัญญาสัมมาทิฏฐินั้นเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน
การฝึกใจถึงต้องปฏิบัติที่พระวินัยสิกขาบทน้อยใหญ่ ข้อวัตรกิจวัตรธุดงควัตร ต้องมีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ เพราะความสุขกับความสงบนั้นมันคืออันหนึ่งอันเดียวกัน เพื่อให้สัมมาสมาธิความตั้งใจมั่นได้ติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้กุลบุตรลูกหลานให้เข้าใจอย่างนี้
การมาบวชมาปฏิบัติถึงเป็นสิ่งที่ดีมาก ดีจริง ๆ ไม่มีอะไรที่จะดีกว่าพากันมาบวชมาประพฤติมาปฏิบัติ
กุลบุตรลูกหลานต้องเข้าใจในการที่มาบวช พากันมาเคารพในพระธรรมพระวินัยข้อวัตรกิจวัตร พากันมามีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ
กุลบุตรลูกหลานต้องพากันตั้งอกตั้งใจ กุลบุตรทั้งหลายต้องเป็นทั้งคนเก่งคนฉลาดต้องเป็นทั้งคนดี คนเก่งคนฉลาดกับคนดีต้องมีอยู่กับกุลบุตรลูกหลาน
ทุกคนในโลกนี้รักเราหมด ให้กุลบุตรลูกหลานเข้าใจอย่างนี้ กุลบุตรลูกหลานต้องรักตัวเอง ไม่ทำร้ายตัวเอง ไม่ประทุษร้ายตัวเอง
การทำร้ายตัวเองการทำลายตัวเอง คือบุคคลที่ไม่รู้ไม่เข้าใจ ไปเอาความหลงนำชีวิต ไปเอาอวิชชานำชีวิต ไปเอาความผิดนำชีวิต นี้คือความเสียหายคือการพังทลายอย่างเดียวเช่นเดียวกันกับตึก สตง. สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินของเมืองไทยประเทศไทย
กุลบุตรลูกหลานทั้งหลายต้องรู้ปัญหา จะได้เอาปัญหานั้นมาเป็นปัญญา ปัญหานั้นอยู่ที่เรารู้เข้าใจ มีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติ ในการทำหน้าที่ เพราะปัจจุบันเป็นสิ่งที่สำคัญ ปัจจุบันเป็นการชิงแชมป์ระหว่างพระนิพพานกับวัฏฏสงสาร
ความเป็นพระนั้นกุลบุตรลูกหลานต้องเข้าใจ ความเป็นพระนั้นอยู่ที่เราทุก ๆ คน ความเป็นพระนั้นไม่ได้อยู่ภายนอกนะ ความเป็นพระอยู่ที่เราทุก ๆ คน พระนี้อยู่ที่เรารู้เข้าใจมีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ ความเป็นพระนั้นเป็นได้อย่างนี้
ความเป็นพระนั้นอยู่ที่เรารู้เข้าใจ มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ ความเป็นพระนั้นถึงเป็นอยู่ที่ปัจจุบัน เป็นอยู่ที่ความรู้ความเข้าใจ ที่เป็นอริยมรรค ทั้งกายทั้งวาจาทั้งกิริยามารยาททั้งอาชีพ มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ
ความเป็นพระนั้นก็จะเกิดขึ้นกับเราทุกคนอยู่ที่ปัจจุบันนี้
เราทุกคนอย่าไปหลงงมงายไปมองหาพระภายนอก พระภายนอกนั้นเป็นเรื่องของคนอื่นของท่านอื่น อันนั้นยังดับทุกข์ไม่ได้ แก้ปัญหาไม่ได้
กุลบุตรลูกหลานต้องพากันรักตัวเอง ต้องมีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ เราทุกคนต้องมาแก้ที่ตัวเอง ปฏิบัติที่ตัวเอง
กุลบุตรลูกหลานต้องเข้าใจ เหล็กแดง ๆ ที่อยู่ในเตาไฟเตาหลอมมันร้อนมาก มันอันตรายมาก เราต้องรู้เข้าใจเรื่องความอันตราย
ด้วยเหตุผลนี้เราถึงมองเห็นความสำคัญอยู่ในเรื่องปัจจุบัน อยู่ในเรื่องรักตนเอง เรื่องรักตนเอง เรื่องความเป็นพระของตนเอง เรารักตนเองให้เราคิดดูดี ๆ นะ รักตนเองทำไมเอาความหลงนำชีวิตเอาความผิดนำชีวิต คนรักตนเองเอาความหลงนำชีวิตเอาความผิดนำชีวิต มันคือความเสียหายคือการพังทลายอย่างเดียวเช่นเดียวกันกับตึก สตง. สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินของเมืองไทยประเทศไทย
เราทุกคนรักดวงตา เพราะดวงตานี้เป็นสิ่งที่สำคัญ ถ้าเราไม่มีดวงตาแล้วจะเดินทางไปไหนนั้นไม่ได้
เรารักตนเอง เราต้องรู้เข้าใจในเรื่องเหล็กแดง ๆ อยู่ที่เตาไฟ เพราะเหล็กแดง ๆ นั้นมันร้อน เพราะมันร้อนเราต้องรู้เข้าใจ
ที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านไปโปรดชฎิล ๓ พี่น้อง มีบริวาร ๑,๐๐๐ คน ชฎิล ๓ พี่น้องพากันบูชาไฟ บูชากสิณ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านไปโปรดชฎิล ๓ พี่น้องให้รู้เรื่องของไฟ
ความหลงที่เอาตัวตนเป็นที่ตั้งนั้นคือไฟ ตาก็เป็นไฟ หูก็เป็นไฟ จมูกลิ้นกายใจก็เป็นไฟ นิวรณ์ทั้ง ๕ คือไฟ อคติทั้ง ๔ คือไฟ โลกธรรมทั้ง ๘ คือไฟ กุลบุตรลูกหลานต้องพากันเข้าใจนะ กุลบุตรทั้งหลายต้องรู้ต้องเข้าใจ เพื่อทุกคนจะได้แก้ปัญหาให้ถูกต้อง การแก้ปัญหาที่ปลายเหตุนั้นมันแก้ไม่ได้ เพราะมันเป็นการสร้างปัญหาไม่ใช่แก้ปัญหา นั้นไม่ใช่ปัญญา นั้นคืออวิชชา นั้นมันยังแก้ปัญหาไม่ได้
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไปบรรยายความรู้ความเข้าใจ ชฎิล ๓ พี่น้องมีบริวาร ๑,๐๐๐ คน มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ ได้บรรลุเป็นพระอรหันต์ขีณาสพ
เรามาอาศัยพระธรรมพระวินัยเป็นหลักการของการประพฤติการปฏิบัติ
วันหนึ่งคืนหนึ่งเราพากันนอนพักผ่อนจำวัดวันละ ๖ ชั่วโมง เวลาเราตื่นอยู่นี้เป็นเวลา ๑๘ ชั่วโมง
ความรู้ความเข้าใจ เรามีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติให้ติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำที่น้ำมันไหล การประพฤติการปฏิบัติของกุลบุตรลูกหลานนั้นย่อมได้ผลแน่นอน
ความเป็นพระนั้น กุลบุตรลูกหลานทั้งหลายต้องเข้าใจ ความเป็นพระนั้นองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านนับเอาตั้งแต่พระโสดาบัน พระสกิทาคามี พระอนาคามี พระอรหันต์ ท่านไม่ได้นับเอาผู้ที่ปลงผมนุ่งห่มจีวร
เวลาลาสิกขาไปแล้วก็หลักการเดียวกันนี้แหละ เอาไปใช้เอาไปประพฤติปฏิบัติ เพื่อให้มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติติดต่อต่อเนื่อง
ปัจจุบันเราต้องพากันตั้งใจให้เต็มที่ เพราะเรามีโอกาสเรามีเวลา ตั้งใจประพฤติปฏิบัติในปัจจุบันให้มีความสุข ให้พากันมีสติรู้ตัวทั่วพร้อม ให้มีความสุขกับการทำหน้าที่ เพราะความสุขกับความสงบนั้นมันคืออันหนึ่งอันเดียวกัน ความเคารพกับความสงบนั้นคืออันหนึ่งอันเดียวกัน
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เรารู้ให้เข้าใจในการประพฤติการปฏิบัติ เพื่อให้ศีลสมาธิปัญญาของเรานั้นได้สง่างาม กายของเราก็ต้องงาม วาจาของเราต้องงาม กิริยามารยาทของเราต้องงาม อาชีพของเราต้องงาม เราต้องเป็นผู้สง่างาม ต้นไม้ที่เอาไปปลูกในที่แจ้งที่โล่ง ดินดีน้ำดีแสงแดดดีออกซิเจนดีก็ย่อมมีความสง่งาม เรามีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติกับการทำหน้าที่เราก็เป็นผู้สง่างาม
ความสง่างามนั้นเป็นเอกัคคตาความเป็นหนึ่งความไม่ปรุงแต่ง คือทำความดีเพื่อความดีนั้นคือความสง่างาม สง่างามด้วยความคิดคำพูดการกระทำกิริยามารยาทนี้คือความสง่างาม เป็นผู้งามในเบื้องต้น ท่ามกลาง สูงสุด หยุดอยู่ที่ปัจจุบัน เป็นหนึ่งเป็นเอกัคคตาในการประพฤติการปฏิบัติ ความเป็นหนึ่งนั้นไม่มีขั้วบวกไม่มีขั้วลบ เป็นความสงบไม่มีความวุ่นวาย ไม่มีสงคราม
ความรู้ความเข้าใจมีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัตินั้นถึงเป็นความสง่างาม เป็นความเคารพเป็นความสงบ เป็นการคืนความหลงคืนอวิชชา เป็นปฏิปทาของเราทุกคนพึงประพฤติพึงปฏิบัติ
เรามาบวชเรามาฉันอาหารวันหนึ่งเพียงหนเดียวเหมือนองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เรามาฉันในบาตร ไม่ฉันในภาชนะอื่น ให้เรารู้ให้เข้าใจ พระพุทธเจ้าทำได้เราก็ต้องทำได้ เรามาอาศัยพระธรรมพระวินัยข้อวัตรข้อปฏิบัติเป็นกัลยาณมิตร
เรามาอยู่กันเป็นหมู่เป็นคณะ มีเป้าหมายอันเดียวกันคือมีพระนิพพานเป็นเป้าหมาย เข้าถึงพระนิพพานตั้งแต่ในปัจจุบัน เข้าถึงพระนิพพานเป็นชั่วขณะ ๆ จนกว่าพระนิพพานจะสมบูรณ์ ไม่ต้องรอพระนิพพานในชาติหน้า
กุลบุตรลูกหลานต้องพากันเข้าใจ อย่าไปหลงงมงาย พระนิพพานนี้ต้องอยู่ที่ปัจจุบัน ไม่ได้อยู่ที่ชาติหน้า เพราะปัจจุบันเป็นพื้นเป็นฐาน พระนิพพานต้องมีอยู่กับเราไปเป็นชั่วขณะ ๆ จนกว่าพระนิพพานจะสมบูรณ์
เรามามีความสุขมีความกระตือรือร้น เพราะต้องมีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติอยู่ที่ปัจจุบัน เพราะปัจจุบันเป็นการชิงแชมป์ระหว่างนิพพานกับวัฏฏสงสาร เราทุกท่านทุกคนต้องฟอร์มสด
เราพากันตั้งใจ เวลาฟังธรรมก็ต้องตั้งใจฟัง อย่าพากันนั่งหลับ นั่งคอพับคองอ ต้องฟังธรรมให้รู้ให้เข้าใจ เพราะความรู้ความเข้าใจนี้เป็นสาระสำคัญ เราจะไปนั่งหลับนั่งคอพังคองอได้อย่างไร เราต้องฟังธรรมให้รู้ให้เข้าใจ
เราจะได้เอาความรู้ความเข้าใจนั้นไปใช้ไปประพฤติปฏิบัติให้มีความสุข เพราะความสุขกับความสงบนั้นมันคืออันหนึ่งอันเดียวกัน
กุลบุตรลูกหลานต้องพากันเข้าใจ กุลบุตรลูกหลานต้องเอาพระพุทธเจ้านำชีวิต เอาพระธรรมคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้านำชีวิต เอาพระอรหันต์ขีณาสพนำชีวิต
การประพฤติการปฏิบัติถ้าเรามีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ ความทุกข์นั้นย่อมไม่มี ความเครียดนั้นย่อมไม่มี เพราะเป็นการทำความดีเพื่อความดีความเครียดนั้นย่อมไม่มีเพราะการประพฤติการปฏิบัติประกอบด้วยปัญญาสัมมาทิฏฐิ
กุลบุตรทั้งหลายอย่าไปตรึกนึกคิดว่า การทำเหมือนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้านั้นมันทำไม่ได้ เพราะมันเคร่งเกินไป การประพฤติการปฏิบัติตามองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้านั้นเป็นทางสายกลาง เป็นการพัฒนาระหว่างวิทยาศาสตร์กับทางจิตใจไปพร้อม ๆ กันให้กุลบุตรลูกหลานมีปัญญาสัมมาทิฏฐิ
ถ้ากุลบุตรลูกหลานว่าเคร่งเกินไปนั้นจะเป็นการลูบคลำในศีลในพรตในข้อวัตรข้อปฏิบัติ การประพฤติการปฏิบัติของเรานั้นจะไม่ถึงสติถึงสัมปชัญญะ เราต้องถึงสติถึงสัมปชัญญะ เราต้องมีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ
เราไม่ต้องไปห่วงเรื่องกินเรื่องนอนเรื่องพักผ่อน องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เราเข้าใจว่า เวลาเราตายนั้นเราต้องได้นอนแน่ คนตายนั้นไม่มีใครยืน มีแต่นอนทั้งนั้น เวลาตายเราต้องได้นอนแน่นอน
ผู้มาบวชต้องรู้ต้องเข้าใจ มาบวชแล้วอยากจะอยู่สงบ ๆ ไม่ต้องทำอะไร ตาไม่ต้องเห็นรูป หูไม่ต้องฟังเสียง จมูกไม่ต้องดมกลิ่น ลิ้นไม่ต้องลิ้มรส กายไม่ได้สัมผัส
ผู้มาบวชต้องรู้เข้าใจ ผู้มาบวชต้องยกเลิกตัวยกเลิกตน ต้องมายกเลิกความคิดความตรึก ต้องยกเลิกโลกส่วนตัว
การประพฤติการปฏิบัตินั้นไม่มีโลกส่วนตัว การประพฤติการปฏิบัตินั้นเป็นทางสายกลางระหว่างใจกับวัตถุ ไม่มีโลกส่วนตัว นักวิทยาศาสตร์พัฒนาวัตถุเพื่อโลกส่วนตัว ผู้เจริญจิตภาวนาเพื่อโลกส่วนตัวนะ ทั้งนักวิทยาศาสตร์ทั้งผู้ที่เจริญจิตภาวนาต้องเป็นผู้เดินทางสายกลาง
ต้องพากันรู้พากันเข้าใจ จะได้ว่างจากสิ่งที่มีอยู่ ว่างจากสิ่งที่ไม่มีอยู่มันจะมีประโยชน์อะไร คนตายแล้วจะมีประโยชน์อะไร คนหูหนวกตาบอดพิกลพิการอัมพฤกษ์อัมพาตมันจะมีประโยชน์อะไร
ความรู้ความเข้าใจที่เป็นปัญญาสัมมาทิฏฐิ เอาพระธรรมเอาพระวินัย เอากฎหมายเป็นธรรมนูญเป็นรัฐธรรมนูญ เพื่อจะได้ว่างจากสิ่งที่มีอยู่ ความรู้คู่กับการประพฤติการปฏิบัติที่จะเป็นพระนิพพานอยู่ที่ปัจจุบัน
ที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสรู้เป็นองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าใหม่ ๆ ได้ส่งพระอรหันต์ขีณาสพออกไปเผยแผ่ออกไปทางละ ๑ รูป เพื่อให้มหาชนรู้เข้าใจ มีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติในการทำหน้าที่อยู่ที่ปัจจุบัน ทุกคนนั้นจะพากันเป็นพระได้ เป็นพระในตัวของผู้นั้น ผู้ที่รู้เข้าใจมีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ ให้ผู้ประพฤติปฏิบัติรู้เข้าใจ ไม่เอาสัญชาตญาณที่เป็นความยึดมั่นถือมั่นเป็นตัวเรา
ทำหน้าที่เพื่อหน้าที่ มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ มหาชนทุกคนก็จะเป็นพระอริยเจ้าได้ด้วยความรู้ความเข้าใจมีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ
ประชาชนมหาชนต้องพัฒนาใจกับวัตถุไปพร้อม ๆ กันเป็นทางสายกลางเป็นปัจจุบัน ปัจจุบันนี้ถึงเป็นฟอร์มสด การประพฤติการปฏิบัตินั้นถึงจะทันโลกทันสมัย เป็นธรรมเป็นปัจจุบันธรรม เป็นพระนิพพาน
ผู้ประพฤติปฏิบัติมีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติพระนิพพานนั้นก็จะสัมผัสกับตัวของท่านผู้นั้นเอง
พุทธบริษัททั้งหลายต้องพากันรู้พากันเข้าใจว่าพระนิพพานนั้นอยู่ที่ตัวเรา มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ
พระนิพพานถึงมีอยู่ที่ปัจจุบัน ขณะนี้ เดี๋ยวนี้ เวลานี้ เป็นปัญญาสัมมาทิฏฐิ เป็นความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ
---------------------------------
โอวาทขององค์หลวงพ่อกัณหา สุขกาโม
เมตตาให้ไว้ในเช้าวันอาทิตย์ที่ ๕ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๖๙
ณ วัดป่าทรัพย์ทวีธรรมาราม ต.วังหมี อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา