๖ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๖๙
พสกนิกรชาวไทยและชาวต่างประเทศได้มาร่วมรวมกันประพฤติปฏิบัติธรรมเพื่อน้อมถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ด้วยความโทมนัสและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ที่พระองค์ได้ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทยและชาวโลกตลอดระยะเวลาที่ยาวนาน พระองค์ทรงเป็นดั่งแม่แห่งแผ่นดิน ผู้ทรงเปี่ยมด้วยพระเมตตาและพระปรีชาสามารถ ทรงอุทิศพระวรกาย พระสติปัญญา และพระราชหฤทัยในการบำเพ็ญพระราชกรณียกิจนานัปการ เคียงคู่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เพื่อธำรงไว้ซึ่งความผาสุกและความมั่นคงแห่งชาติไทย เราประชาชนชาวไทยต้องร่วมใจสมัครสมานสามัคคีทำความดีที่ประกอบด้วยปัญญา เพื่ออุทิศบุญกุศลน้อมเกล้าถวาย เพื่อเสด็จสู่สวรรคาลัย เข้าสู่สวรรค์มรรคผลพระนิพพาน
วันนี้เป็นวันจันทร์ที่ ๖ เดือนเมษายน พุทธศักราช ๒๕๖๙ เป็นวันที่สมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ ๑ เสด็จขึ้นครองราชย์เป็นกษัตริย์พระองค์แรกแห่งราชวงศ์จักรี เป็นวันระลึกถึงมหาจักรีบรมราชวงศ์ พระมหากษัตริย์ไทยทุก ๆ พระองค์ที่ขึ้นครองราชย์ของประเทศไทย
วันนี้ศิลปินแห่งชาติจากประเทศอินโดนีเซีย จากประเทศอินเดีย จากประเทศศรีลังกา ได้มาพักค้างคืนอยู่วัดป่าทรัพย์ทวีฯ แห่งนี้จำนวน ๕๐ คน
มนุษย์เราปัจจุบันนี้มีอยู่ในโลกแปดพันกว่าล้านคน มีประเทศน้อยใหญ่ ๑๙๕ ประเทศ โลกนี้เป็นวงกลมหมุนรอบตัวเอง หมุนรอบดวงอาทิตย์ เป็นกลางวันเป็นกลางคืน การประพฤติการปฏิบัติเอาธรรมนูญนำชีวิต เอาทางสายกลางระหว่างวิทยาศาสตร์กับจิตใจไปพร้อม ๆ กันเป็นธรรมนูญชีวิต เป็นหลักการของการประพฤติของการปฏิบัติ ทุก ๆ ชาติประพฤติปฏิบัติเหมือนกันหมด
เป็นโครงสร้างของหมู่มวลมนุษย์ เรียกว่าชาติ ศาสน์ กษัตริย์ เป็นปัญญาสัมมาทิฏฐิ เป็นความรู้ความเข้าใจ เอาวัตถุกับจิตใจไปพร้อม ๆ กัน เป็นหลักการของการประพฤติของการปฏิบัติ
ชาตินี้ก็หมายถึงความเกิด ทุกสิ่งทุกอย่างนั้นเกิดจากเหตุเกิดจากปัจจัย เพราะสิ่งนี้มีสิ่งต่อไปถึงมี เป็นกรรม เป็นกฎแห่งกรรม แล้วก็จะเป็นผลของกรรม
ด้วยเหตุผลนี้ เราทุกคนต้องมีปัญญาสัมมาทิฏฐิ ต้องรู้เข้าใจ โลกนี้ถึงมีการเรียนการศึกษาอยู่ทั้งหมด ๑๘ ศาสตร์ เพื่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจ ความรู้ความเข้าใจนี้จะได้เอามาใช้เอามาประพฤติเอามาปฏิบัติ
ความรู้ความเข้าใจนี้เป็นสิ่งที่สำคัญมาก มนุษย์เราเกิดมาถึงมีการเรียนการศึกษาตั้งแต่อนุบาลจนถึงปริญญาเอก
ฝ่ายวัตถุตั้งแต่อนุบาลจนถึงปริญญาเอก ฝ่ายธรรมะทางพระพุทธศาสนาตั้งแต่นักธรรมตรีจนถึงเปรียญธรรม ๙ ประโยค ทั้งทางด้านวัตถุอาศัยวิทยาศาสตร์ ทั้งด้านปัญญาสัมมาทิฏฐิ ๒ อย่างนี้ต้องเอามาใช้เป็นคู่กัน อันหนึ่งเป็นความรู้ อันหนึ่งเป็นการประพฤติการปฏิบัติ ๒ อย่างนี้เดินไปพร้อม ๆ กัน
มนุษย์เราต้องมีปัญญาสัมมาทิฏฐิ ทางวัตถุต้องจิตใจต้องเดินควบคู่กันไป เป็นการทำงานเพื่องาน ทำความดีเพื่อความดี เป็นชาติ เป็นศาสน์ เป็นพระศาสนา เป็นปัญญาที่บริสุทธิคุณ เป็นการทำความดีเพื่อความดี เรียกสิ่งเหล่านี้ว่าพระมหากษัตริย์ พระมหากษัตริย์นั้นคือปัญญาสัมมาทิฏฐิ เป็นความรู้ความเข้าใจเรื่องทางสายกลาง เอาวัตถุกับจิตใจไปพร้อม ๆ กันเพื่อดำเนินชีวิต
ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ถึงเป็นโครงสร้างชีวิต ทุกชาติทุกศาสนาก็ใช้หลักการเดียวกันนี้หมด เพราะนี้มันคือทางสายกลางระหว่างวัตถุกับจิตใจ
มนุษย์เราต้องพากันรู้พากันเข้าใจ ความรู้ความเข้าใจนี้ถึงเป็นสิ่งที่สำคัญมาก สำคัญจริง ๆ สำคัญเป็นอย่างยิ่ง เราต้องเอาความรู้ความเข้าใจนำชีวิต
การประพฤติการปฏิบัตินั้นอยู่ที่ปัจจุบัน เพราะอดีตก็มารวมกันอยู่ที่ปัจจุบัน อนาคตจะไปข้างหน้าก็ไปจากปัจจุบัน ปัจจุบันนี้ถึงเป็นวาระแห่งชาติของการประพฤติการปฏิบัติ
มนุษย์เราต้องเอาทางสายกลางนำชีวิต เพราะทุกอย่างนั้นคือเหตุคือปัจจัย
เราทุกคนต้องพากันมามีความสุขในการทำหน้าที่ในการประพฤติในการปฏิบัติ
เราทุกคนนั้นต้องเอาธรรมนำชีวิต เอาธรรมนูญนำชีวิต ประชาธิปไตยถือเสียงส่วนมาก ผู้ที่ถือเสียงส่วนมากก็ต้องเอาธรรมนูญเป็นหลัก จะได้ทำความดีเพื่อความดี ไม่ใช่ทำความดีเพื่อเป็นนิติบุคคลเป็นตัวเป็นตน
สังคมนิยมก็ต้องพากันรู้พากันเข้าใจ สังคมนิยมก็ต้องเอาธรรมนูญนำชีวิต เพื่อไม่ให้เกิดนิติบุคคลเกิดตัวเกิดตน
การประพฤติการปฏิบัติเราทุกคนทั้งประชาธิปไตยทั้งสังคมนิยม เราทุกคนต้องพากันมายกเลิกตัวมายกเลิกตน เพื่อให้เป็นทางสายกลาง ถ้าเราไม่ยกเลิกตัวยกเลิกตนนั้นจะไม่เป็นทางสายกลาง การไม่ยกเลิกตัวไม่ยกเลิกตนนั้นจะเป็นขั้วบวกขั้วลบ
มนุษย์เราต้องมีปัญญาสัมมาทิฏฐิ เพื่อเอาทางสายกลางระหว่างวัตถุกับจิตใจต้องไปพร้อม ๆ กัน เป็นหลักการที่เป็นชาติ ศาสน์ กษัตริย์
การปกครองหมู่มวลมนุษย์เอาชาติ ศาสน์ กษัตริย์เป็นหลัก เป็นทางสายกลาง มีความสุขในการประพฤติในการปฏิบัติ
มนุษย์เราต้องเอาทางสายกลาง จะเอาตั้งแต่วัตถุไม่เอาใจก็ไม่ได้ จะเอาแต่ใจไม่เอาวัตถุก็ไม่ได้ เพราะไม่ใช่ทางสายกลาง
ความรู้กับการปฏิบัติต้องไปพร้อม ๆ กัน ปัญญากับความสงบก็ต้องไปพร้อม ๆ กัน การที่ไปพร้อม ๆ กันนั้นคือทางสายกลาง
การดำเนินชีวิตของเราต้องเอาธรรมนูญนำชีวิต เอาทางสายกลางระหว่างวัตถุกับจิตใจ การประพฤติการปฏิบัตินั้นอยู่ที่ปัจจุบัน
ปัจจุบันเราถึงมีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ ความสุขกับความสงบนั้นมันคืออันหนึ่งอันเดียวกัน เรามีความสุขในการประพฤติในการปฏิบัติเราก็มีความสงบ
ด้วยเหตุผลนี้เราต้องมีปัญญาสัมมาทิฏฐิ เราทุกคนต้องมีความสุขในการทำงานในการทำหน้าที่
ข้าราชการนักการเมืองตลอดถึงนักบวชทุกคนถึงเป็นเจ้าหน้าที่ ข้าราชการนักการเมืองนักบวชนั้นคือเจ้าหน้าที่ เจ้าหน้าที่นั้นคือผู้ทำงานเพื่องาน มีความสุขในการทำงานเรียกว่าเจ้าหน้าที่ ทำความดีเพื่อความดีนั้นเรียกว่าเจ้าหน้าที่
ปัญญาสัมมาทิฏฐิ เราต้องรู้เข้าใจว่าการทำงานคือเจ้าหน้าที่ มีความสุขกับการทำงานร่างกายก็แข็งแรง จิตใจก็แข็งแรง เพราะมีความสุขกับการทำหน้าที่ ความสุขของเราถึงอยู่ที่การทำหน้าที่ อยู่ที่การทำงาน
เราทุกคนต้องพากันมารู้มาเข้าใจ ความสุขของเรานั้นอยู่ที่ปัจจุบัน อยู่ที่เราทำหน้าที่
มนุษย์เราต้องมีปัญญาสัมมาทิฏฐิ ความสุขนั้นจะอยู่ที่หน้าที่อยู่ที่การทำหน้าที่
ถ้าเรามีความสุขในการทำงานการทำหน้าที่ด้วยปัญญาสัมมาทิฏฐิอย่างนี้ ความสุขที่เรารู้เข้าใจ ความสุขนั้นก็จะเป็นความสุขที่เป็นพระนิพพาน เป็นการทำหน้าที่เพื่อหน้าที่ เป็นการทำความดีเพื่อความดี มีความสุขกับการทำความดี ความสุขนี้จะไม่มีขั้วบวกขั้วลบ
ถ้าเรามีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ ความทุกข์นั้นก็จะเกิดขึ้นไม่ได้ ให้หมู่มวลมนุษย์ทั้งหลายพากันเข้าใจ เพราะปัจจุบันนี้มีเพียงตำแหน่งเดียว ปัจจุบันนี้มีเพียงตำแหน่งเดียว ทำความดีเพื่อความดีนี้มีเพียงตำแหน่งเดียว ถ้าทำความดีเพื่อความอยากความต้องการนี้มี ๒ ตำแหน่ง นี้เป็นขั้วบวกขั้วลบ นี้คือได้คือเสีย ทำความดีเพื่อความดีนั้นมีเพียงตำแหน่งเดียว ไม่ได้ไม่มีเสีย ไม่มีขั้วบวกไม่มีขั้วลบ ทำความดีเพื่อความดีนั้นเป็นบริสุทธิคุณ ทำความดีเพื่อความอยากความต้องการนั้นไม่ใช่บริสุทธิคุณ
เราทุกคนต้องพากันมาเข้าใจในเรื่องเหตุเรื่องปัจจัย การเรียนการศึกษาของเราถึงจะมีแต่คุณมีแต่ประโยชน์ การทำงานของเราถึงจะมีแต่คุณมีแต่ประโยชน์
ปัจจุบันเราต้องมีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ เพราะปัจจุบันนี้มันมีเพียงตำแหน่งเดียวเพื่อให้การปฏิบัติของเราได้ปฏิบัติให้ติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ น้ำมันไหลเป็นสายน้ำไม่ขาดขั้นขาดตอน เค้าเรียกว่าสายน้ำ น้ำไหลเป็นสายน้ำต่างจากน้ำหยด น้ำหยดมันไหลทีละหยด ๆ นี้เป็นไม่ใช่สายน้ำ มันเป็นน้ำหยด การประพฤติการปฏิบัติต้องให้เป็นดั่งสายน้ำ ให้ไหลติดต่อต่อเนื่องไม่ขาดเส้นขาดสายที่น้ำไหลสู่ลำห้วยสู่ทะเลสู่มหาสมุทร
ความรู้ความเข้าใจ มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติมันจะเป็นดั่งสายน้ำ ระบบข้าราชการนักการเมืองนักบวชต้องมีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ ถึงเรียกว่าเจ้าหน้าที่ทำงานพนักงาน เป็นการทำงานเพื่องาน เป็นการทำความดีเพื่อความดี มีความสุขกับการทำความดี การประพฤติการปฏิบัติอย่างนี้ก็จะเป็นพระนิพพาน เป็นหลักการของชาติศาสน์กษัตริย์
ด้วยเหตุผลนี้ เราทุกคนต้องพากันมารู้มาเข้าใจ มีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติเรียกว่าเจ้าหน้าที่ทำหน้าที่
ที่จะทำความดีเพื่อความดี มีความสุขกับการทำความดี ไม่มีข้อแม้ใด ๆ ทั้งสิ้น เพื่อความดีและปัญญาจะได้เดินทางติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ
ด้วยเหตุผลนี้ มนุษย์เราต้องเอาธรรมนำชีวิต ต้องเอาธรรมนูญนำชีวิต ทุก ๆ คนในโลกนี้ก็ปฏิบัติอย่างเดียวกันหมด เราทุกคนต้องเข้าใจอย่างนี้ เราทุกคนมามีความสุขกับการทำหน้าที่ กับการประพฤติกับการปฏิบัติ เพราะความสุขนั้นมันอยู่ที่ปัจจุบัน ความสุขอยู่ที่เราทำหน้าที่อยู่ที่ปัจจุบัน
ให้เข้าใจว่า ความสุขนี้อยู่ที่ปัจจุบัน ความสุขนั้นถ้าเราคิดว่าอยู่ที่อนาคตนั้นมันไม่ใช่นะ ความสุขนั้นอยู่ที่ปัจจุบัน อยู่ในหน้าที่อยู่ที่ปัจจุบัน
มนุษย์นี้เป็นเรื่องของปัจจุบัน สวรรค์นี้เป็นเรื่องของปัจจุบัน นิพพานนี้เป็นเรื่องของปัจจุบัน ปัจจุบันเราต้องรู้เข้าใจ มีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติในการทำหน้าที่อยู่ที่ปัจจุบัน
ถ้าเราไม่มีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติในปัจจุบันนี้ไม่ได้ เราทุกคนต้องมีปัญญาสัมมาทิฏฐิ เราต้องรู้ต้องเข้าใจว่าปัจจุบันนี้เป็นพื้นเป็นฐานของอนาคต
ปัจจุบันนั้นคือรากคือโคนคือต้น ถึงจะมีกิ่งมีใบมีก้านมีสาขา
ด้วยเหตุผลนี้เราถึงต้องมีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติอยู่ที่ปัจจุบัน
มีผู้ไปทูลถามองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเรื่องตายแล้วเกิดหรือว่าตายแล้วสูญ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านตรัสว่า เรื่องนี้ขึ้นอยู่ที่เหตุขึ้นอยู่ที่ปัจจัย ขึ้นอยู่ที่เงื่อนไข
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านตรัสว่าทุกคนต้องรู้เข้าใจ ทุกอย่างนั้นคือเหตุคือปัจจัย เหตุอย่างไรก็ย่อมเป็นเช่นนั้น
ให้ผู้ประพฤติปฏิบัติเข้าใจให้เอาปัจจุบันเป็นวาระสำคัญ ปัจจุบันถึงเป็นวาระแห่งชาติ เป็นชาติ เป็นศาสน์ เป็นกษัตริย์
เรารู้เข้าใจ มีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติ ความเป็นชาติเป็นศาสน์กษัตริย์ถึงจะก้าวไปได้ด้วยความรู้ความเข้าใจ
เราอยู่กันคนละประเทศแต่เราก็พากันประพฤติปฏิบัติอย่างเดียวกันเช่นเดียวกัน คือเอาธรรมนูญนำชีวิต ยกเลิกตัวยกเลิกตน เอาธรรมนูญนำชีวิต มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ
เราเป็นมนุษย์ต้องพากันเข้าใจ ต้องเอาธรรมนูญนำชีวิต ยกเลิกตัวยกเลิกตน เอาธรรมนูญนำชีวิต มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ มีความสุขกับการทำหน้าที่ ความสุขนั้นก็จะเป็นพระนิพพานอยู่ที่ปัจจุบัน
การประพฤติการปฏิบัตินั้นถึงจะเป็นธรรมนูญ ถึงจะยกเลิกสัตว์บุคคลตัวตนเราเขา เป็นบริสุทธิคุณ เป็นการทำงานเพื่องาน
ด้วยเหตุผลนี้ เราทุกคนถึงมาตั้งอกตั้งใจตั้งเจตนา ภาชนะที่จะใช้งานได้ต้องเป็นภาชนะที่ตั้งไว้ ภาชนะที่ล้ม ภาชนะที่คว่ำนั้นย่อมเป็นภาชนะที่ใช้งานไม่ได้ ความตั้งใจตั้งเจตนานี้ถึงเป็นสิ่งที่สำคัญ
ใจเราทุกคนต้องพากันตั้งใจตั้งเจตนา ใจของเราต้องมีความสุขในการทำงานในการทำหน้าที่ ต้องตั้งใจตั้งเจตนาเหมือนภาชนะที่ตั้งไว้
การปฏิบัติใจนั้นต้องอาศัยอุปกรณ์ในการประพฤติการปฏิบัติ เพราะใจนั้นเป็นนามธรรม ต้องอาศัยอุปกรณ์ในการประพฤติการปฏิบัติ ต้องอาศัยกายวาจากิริยามารยาทอาชีพ เน้นที่ความตั้งใจตั้งเจตนา มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ การประพฤติการปฏิบัตินั้นถึงเป็นความรู้ความเข้าใจ เป็นปัญญาสัมมาทิฏฐิ มีความสุขในการทำหน้าที่ มีความสุขในการทำงาน เพื่อให้ปฏิปทาได้ติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ
การปฏิบัติธรรมนั้นเป็นอริยมรรค เป็นเบ็ดเตล็ด อริยมรรคนี้หมายถึงเบ็ดเตล็ดอยู่ในตัวของเราเองเบ็ดเตล็ด
เบ็ดเตล็ดนั้นหมายถึงอริยมรรคทางกายวาจากิริยามารยาทอาชีพอยู่ที่ปัจจุบัน หมายถึงตัวของเราเอง มีความรู้คู่กับการประพฤติการปฏิบัติ รอบรู้เป็นเบ็ดเตล็ดเลย รู้รอบรู้ทั่วถึง มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติอยู่ที่ปัจจุบัน เป็นเรื่องของเบ็ดเตล็ด
การเรียนการศึกษาของหมู่มวลมนุษย์มีอยู่ทั้งหมด ๑๘ ศาสตร์ ผู้รู้ผู้เข้าใจมีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ ทั้งความรู้กับการประพฤติการปฏิบัติเป็นเบ็ดเตล็ดอยู่ที่ปัจจุบันของตัวเราเอง
ด้วยเหตุผลนี้ ปริยัติกับปฏิบัติต้องอยู่ที่ปัจจุบัน ความรู้กับการประพฤติการปฏิบัตินั้นอยู่ที่ปัจจุบัน มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติอยู่ที่ปัจจุบัน เพราะปัจจุบันนั้นเป็นวาระแห่งชาติของการประพฤติการปฏิบัติ เพราะปัจจุบันนั้นเป็นเหตุเป็นปัจจัย เพราะปัจจุบันนั้นมันมีเพียงตำแหน่งเดียว เราต้องมีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติเรียกว่าเจ้าหน้าที่ เจ้าหน้าที่ทำความดีเพื่อความดี
การประพฤติการปฏิบัตินั้นถึงเป็นเรื่องของปัจจุบัน ไม่ใช่เรื่องอดีตไม่ใช่เรื่องอนาคต การประพฤติการปฏิบัตินั้นเป็นเรื่องของปัจจุบัน เราต้องรู้เข้าใจ ปัจจุบันนั้นคือตำแหน่งเดียว มีความรู้คู่กับการประพฤติการปฏิบัติ มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ
การประพฤติการปฏิบัติให้ผู้ฟังทั้งหลายรู้เข้าใจ การประพฤติการปฏิบัตินั้นเป็นการชิงแชมป์ระหว่างความดีกับความชั่ว หรือระหว่างนิพพานกับวัฏฏสงสาร ปัจจุบันนี้มีเพียงตำแหน่งเดียว เราต้องรู้ต้องเข้าใจ ธรรมะคือหน้าที่ หน้าที่คือธรรมะ
มีผู้ถามว่าการประพฤติการปฏิบัติเน้นที่ปัจจุบันอย่างนี้จะไม่มีความเครียดเหรอ
การประพฤติการปฏิบัติที่มีความสุขในปัจจุบันนี้มันจะไม่มีความเครียด ความสุขนั้นมันจะไม่มีความเครีดย จะเป็นความสุขระดับมนุษย์ระดับเทวดาระดับพรหมระดับพระอริยเจ้าจะไม่มีความเครียด ความสุขนั้นจะไม่มีความเครียด
ท่านผู้ฟังทั้งหลายต้องพากันรู้เข้าใจ ถ้าเรามีความสุขในการประพฤติการปฏิบัตินั้นความทุกข์จะไม่มี ความเครียดจะไม่มี โรคซึมเศร้าจะไม่มี โรคไบโพลล่าจะไม่มี เพราะเรามีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติ
เพราะการประพฤติการปฏิบัตินั้นเป็นความสุข ความสุขนั้นมันจะออกซิเจนไปในตัว มันจะเป็นการถ่ายเทของเสียของปฏิกูล ถ่ายเทคาร์บอนไดออกไซด์ออกไป มันเป็นความสุขไม่มีความทุกข์ มันจะเป็นพระนิพพานอยู่ที่ปัจจุบัน
ผู้ประพฤติผู้ปฏิบัติลองเอาไปประพฤติปฏิบัติในปัจจุบันก็ได้ ถ้าเรามีความสุขในการทำงานความเครียดจะไม่มี ผู้ประพฤติปฏิบัตินั้นจะสัมผัสได้กับใจของผู้ประพฤติผู้ปฏิบัติเอง
เราทำความดีเพื่อความดีมันจะมีความเครียดได้อย่างไร เพราะทำความดีนั้นไม่มีขั้วบวกขั้วลบ ทำความดีเพื่อยกเลิกความปรุงแต่ง ความปรุงแต่งให้ผู้ฟังรู้เข้าใจ มันเป็นขั้วบวกขั้วลบ ทำความดีเพื่ออยากจะเป็นคนดีนั้นคือความไม่สงบ ทำความดีเพื่ออยากเพื่อต้องการนั่นแหละคือสงคราม ทำความดีเพื่ออยากเป็นคนดีนั้นเป็นสงคราม สงครามของความอยากความต้องการ สงครามนั้นคือความไม่สงบ สงครามคือความวุ่นวาย สงครามนั้นทำให้ตัวเรามีความทุกข์ คนอื่นมีความทุกข์ ค่าครองชีพก็สูง สงครามนั้นมันคือความเสียหาย สงครามนั้นมันคือการพังทลายอย่างเดียวเช่นเดียวกันกับตึก สตง. สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินของเมืองไทยประเทศไทย
เรามีความสุขในการทำงานในการทำหน้าที่เพื่อความดีติดต่อต่อเนื่องนั้นก็จะเป็นสัมมาสมาธิ จะเป็นขบวนการของเหตุของปัจจัยการทำอะไรต้องให้ติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ การประพฤติการปฏิบัตินั้นถึงจะได้ผลเห็นผล ตามหลักเหตุผลตามหลักวิทยาศาสตร์ตามผลวิจัย ถ้าทำอะไรติดต่อต่อเนื่อง ๓ อาทิตย์ขึ้นไปถึงจะได้ผลเห็นผล ทั้งฝ่ายวัตถุทางวิทยาศาสตร์ทั้งฝ่ายจิตใจ การประพฤติการปฏิบัตินั้นถึงจะได้ผลเห็นผล
ด้วยเหตุผลนี้ความดีและปัญญาต้องมีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ ด้วยเหตุผลนี้เราถึงต้องมีความสุขในการทำหน้าที่ มีความสุขในการทำงาน
การประพฤติการปฏิบัตินั้นถึงเป็นเรื่องของเราทุก ๆ คน ไม่มีใครประพฤติไม่มีใครปฏิบัติให้กันและกันได้
การประพฤติการปฏิบัตินั้นให้เรามองด้วยปัญญา เหมือนเมล็ดพันธุ์ของต้นไม้ใหญ่ ต้องเอาไปปลูกที่กลางแจ้ง ไม่ให้มีต้นไม้ใหญ่ปกคลุม ต้องเอาไปปลูกที่กลางแจ้ง มีแสงแดด มีอากาศ มีออกซิเจน ดินดีน้ำดี เมล็ดพันธุ์ต้นไม้นั้นถึงจะเจริญถึงจะเติบโต เพราะไม่มีอะไรมารบกวน ไม่มีอะไรมาปกคลุม เป็นตัวของธรรมชาติที่บริสุทธิคุณ ยกเลิกตัวยกเลิกตน ไม่มีตัวไม่มีตนมาครอบคลุมครอบครอง
ธรรมะคือหน้าที่ หน้าที่คือธรรมะ เราต้องมีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ เพื่อให้เป็นพระนิพพานอยู่ที่ปัจจุบัน ไม่ใช่พระนิพพานอยู่ในอนาคตกาลเบื้องหน้าโน้นเทอญ พระนิพพานต้องอยู่ที่ปัจจุบัน
ปัจจุบันนี้เป็นสิ่งที่สำคัญมาก สำคัญเป็นอย่างยิ่ง สำคัญจริง ๆ ปัจจุบันเราทุกคนจะมองข้ามไม่ได้ ปัจจุบันนั้นเราต้องมีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติกับการทำหน้าที่ เพราะการทำหน้าที่อย่างนี้คือการยกเลิกตัวยกเลิกตน มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ เพราะความสุขนั้นไม่มีความทุกข์ ไม่มีความปรุงแต่ง เป็นการทำความดีเพื่อความดี ปัจจุบันนั้นถึงเป็นวาระสำคัญ
ด้วยเหตุผลนี้ มีผู้ปฏิบัติถึงยกเลิกเรื่องอดีตที่ผ่านมา ยกเลิกเรื่องอนาคต เพราะอดีตและอนาคตนั้นมันคือความปรุงแต่ง ผู้ฟังต้องรู้เข้าใจ ทั้งอดีตทั้งอนาคตมันเป็นขั้วบวกขั้วลบ ปัจจุบันนี้เราต้องรู้เข้าใจ เราต้องว่างจากอดีตจากอนาคต ปัจจุบันเราต้องว่างจากตัวจากตน ว่างจากสิ่งที่มีอยู่ ว่างจากสิ่งที่ไม่มีมันจะมีประโยชน์อะไร อย่างคนตายนี้จะมีประโยชน์อะไร อย่างคนไม่มีหูไม่มีจมูกไม่มีลิ้นไม่มีกายไม่มีใจมันจะมีประโยชน์อะไร
มนุษย์ทั้งหลายต้องรู้เข้าใจ ต้องมีปัญญาสัมมาทิฏฐิ เราจะได้ว่างจากสิ่งที่มีอยู่ เราต้องคิดดี ๆ ด้วยปัญญา เราจะได้เอาปัญหานั้นมาเป็นปัญญา เอาปัญญานั้นมามีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ
เราพากันคิดดูดี ๆ เรามีตารูปถึงมี เราถึงหูเสียงถึงมี เรามีจมูกกลิ่นถึงมี เรามีลิ้นรสถึงมี เรามีกายถึงมีสัมผัส เรามีใจถึงมีความรู้สึกนึกคิด
เราต้องพากันรู้เข้าใจ มีปัญญาสัมมาทิฏฐิ ๒ อย่างนี้แหละ ภายนอกภายในมันเป็นขั้วบวกขั้วลบ เราต้องรู้เข้าใจ สิ่งทั้งหลายทั้งปวงนั้นจะได้หยุดลงที่ปัจจุบัน จบลงที่ปัจจุบัน
ด้วยเหตุผลนี้เราทุกคนต้องพากันมารู้มาเข้าใจ เราจะได้ยกทุกอย่างเข้าสู่ปัญญาสัมมาทิฏฐิ มองเห็นทุกอย่างด้วยปัญญาสัมมาทิฏฐิว่าทุกสิ่งทุกอย่างได้เกิดขึ้นตั้งอยู่ดับไป เป็นเพียงอาคันตุกะสัญจรไปมาชั่วครู่ชั่วยาม สิ่งทั้งหลายทั้งปวงนั้นจะได้จบลงที่ปัจจุบัน สิ่งทั้งหลายทั้งปวงนั้นจะได้จบลงที่ผัสสะ
การประพฤติการปฏิบัติของเรานั้น ถ้าเรารู้เข้าใจ มีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติความทุกข์ของเรานั้นจะไม่มี ความเครียดของเรานั้นจะไม่มี มันจะเป็นความดีและปัญญา
ขอแสดงความยินดีกับท่านทั้งหลายที่เกิดมาเป็นมนุษย์ มนุษย์เราต้องเอาทางสายกลางระหว่างทางวิทยาศาสตร์กับทางจิตใจไปพร้อม ๆ กัน มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติอยู่ที่ปัจจุบัน ที่เป็นความดีและปัญญา
เราทุกท่านทุกคนพากันมารู้มาเข้าใจ มามีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ เพราะความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติจะเป็นพระนิพพานอยู่ที่ปัจจุบัน เป็นหน้าที่เป็นเจ้าหน้าที่ เป็นความดีและคนดี เป็นศิลปะแห่งชีวิต หรือว่าเป็นศิลปินแห่งชาติของการประพฤติการปฏิบัติ
วันหนึ่งคืนหนึ่งเราพากันนอนพากันพักผ่อนวันละ ๖ ชั่วโมงถึง ๘ ชั่วโมง มีความสุข มีความสุขในการทำหน้าที่ มีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติ
เราทุกท่านทุกคนก็จะเข้าถึงพระนิพพานอยู่ในปัจจุบัน ไม่ใช่พระนิพพานอยู่ชาติหน้า พระนิพพานต้องอยู่ที่ปัจจุบัน
พระนิพพานอยู่กับทุกชาติทุกศาสนา เป็นความรู้ความเข้าใจ มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ พระนิพพานนั้นเป็นสากล เช่น ความแก่ความเจ็บความตายความพลัดพรากเป็นสากล พระนิพพานนั้นเป็นสากล ไม่มีใครสงวนลิขสิทธิ์ ผู้รู้เข้าใจ มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติกับการทำหน้าที่ ผู้นั้นก็จะเข้าถึงพระนิพพานอยู่ที่ปัจจุบัน
การบรรยายธรรมะเพื่อให้เข้าใจในเรื่องธรรมนูญ รัฐธรรมนูญเนื่องในวันจักรีของเมืองไทยเพื่อความรู้ความเข้าใจก็สมควรแก่เวลาของการบรรยาย จึงได้สมมติยุติการบรรยายไว้เพียงเท่านี้
---------------------------------
โอวาทขององค์หลวงพ่อกัณหา สุขกาโม
เมตตาให้ไว้ในเช้าวันจันทร์ที่ ๖ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๖๙
ณ วัดป่าทรัพย์ทวีธรรมาราม ต.วังหมี อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา