๗ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๖๙
พสกนิกรชาวไทยและชาวต่างประเทศได้มาร่วมรวมกันประพฤติปฏิบัติธรรมเพื่อน้อมถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ด้วยความโทมนัสและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ที่พระองค์ได้ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทยและชาวโลกตลอดระยะเวลาที่ยาวนาน พระองค์ทรงเป็นดั่งแม่แห่งแผ่นดิน ผู้ทรงเปี่ยมด้วยพระเมตตาและพระปรีชาสามารถ ทรงอุทิศพระวรกาย พระสติปัญญา และพระราชหฤทัยในการบำเพ็ญพระราชกรณียกิจนานัปการ เคียงคู่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เพื่อธำรงไว้ซึ่งความผาสุกและความมั่นคงแห่งชาติไทย เราประชาชนชาวไทยต้องร่วมใจสมัครสมานสามัคคีทำความดีที่ประกอบด้วยปัญญา เพื่ออุทิศบุญกุศลน้อมเกล้าถวาย เพื่อเสด็จสู่สวรรคาลัย เข้าสู่สวรรค์มรรคผลพระนิพพาน
วันนี้เป็นวันอังคารที่ ๗ เดือนเมษายน พุทธศักราช ๒๕๖๙
ให้ทุกท่านทุกคนพากันนั่งให้สบายเพื่อฟังการบรรยายพระธรรมคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
พระธรรมคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นบริสุทธิคุณ เป็นความรู้ความเข้าใจในเรื่องของเหตุของปัจจัย
สิ่งทั้งหลายทั้งปวงนั้นเกิดจากเหตุเกิดจากปัจจัย เพราะสิ่งนี้มีสิ่งต่อไปถึงมี
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านบำเพ็ญพุทธบารมีหลายอสงไขย ใช้เวลายาวนานหลายล้านปีหลายล้านชาติ
ความเป็นพระนั้นอยู่ที่ความรู้ความเข้าใจ เมื่อรู้เมื่อเข้าใจ มีความเห็นถูกต้อง มีความเข้าใจถูกต้องถึงจะมีการปฏิบัติที่ถูกต้อง
สัมมาทิฏฐิเป็นความรู้ความเข้าใจในเรื่องของปัจจุบัน ปัจจุบันเราต้องรู้เหตุรู้ปัจจัย ปัจจุบันเราต้องรู้เราต้องเข้าใจ ธรรมะนั้นคือหน้าที่ หน้าที่นั้นคือธรรมะ เจ้าหน้าที่นั้นที่เรียกว่าเจ้าหน้าที่พนักงาน
ปัจจุบันเราต้องรู้ต้องเข้าใจในหน้าที่ ใจของเราต้องมีปัญญาสัมมาทิฏฐิ เมื่อมีปัญญาสัมมาทิฏฐิถึงจะทำหน้าที่ได้ถูกต้อง เจ้าหน้าที่ต้องทำงานให้ถูกต้อง เพราะสิ่งทั้งหลายทั้งปวงนั้นเกิดจากเหตุเกิดจากปัจจัย
คำว่าพระคือผู้รู้ผู้เข้าใจ ผู้รู้ผู้เข้าใจคือผู้มีปัญญาสัมมาทิฏฐิ มีฉันทะมีความพอใจ มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ ความสุขกับความสงบนั้นมันคืออันหนึ่งอันเดียวกัน เรามีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติความทุกข์นั้นย่อมไม่มี มีแต่ความสุขเกิดขึ้น ความสุขตั้งอยู่ ความสุขใหม่เกิดขึ้นมา
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านส่งพระอรหันต์ขีณาสพออกไปเผยแผ่พระธรรมคำสั่งสอนที่เป็นเหตุเป็นปัจจัย ให้มหาชนรู้มหาชนเข้าใจในเรื่องทุกข์ในเรื่องเหตุเกิดทุกข์ข้อปฏิบัติถึงความดับทุกข์ เพราะความเป็นพระนั้นอยู่ที่รู้อยู่ที่เข้าใจ เมื่อรู้เมื่อเข้าใจ มีความสุขในการทำหน้าที่ มีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติ ท่านผู้นั้นก็จะพากันเป็นพระแล้ว พระนี้คือผู้รู้ผู้เข้าใจ มีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติ พระนี้คือผู้รู้ผู้เข้าใจ มีความสุขกับการทำหน้าที่ มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ
ความเป็นพระนั้น องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านนับเอาตั้งแต่พระโสดาบัน พระสกิทาคามี พระอนาคามี จนถึงพระอรหันต์
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านส่งสงฆ์สาวกพระอรหันต์ขีณาสพออกไปเผยแผ่ เพราะความรู้ความเข้าใจมีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติกับการทำหน้าที่บุคคลนั้นก็พากันเป็นพระได้
ความเป็นพระนั้นถึงไม่ใช่ผู้ที่ปลงผมนุ่งห่มผ้าจีวร ผู้ที่ปลงผมนุ่งห่มจีวรนั้นองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านเรียกว่าภิกษุ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านไม่เรียกว่าพระ
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเสด็จดับขันธ์สู่พระนิพพานไปแล้ว ๕๐๐ ปี ถึงมีการหล่อพระพุทธปฏิมา มหาชนทั้งหลายต้องพากันรู้เข้าใจ ความเป็นพระนั้นอยู่ที่รู้อยู่ที่เข้าใจ มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ ความเป็นพระนั้นเป็นอย่างนี้
ความเป็นพระนั้นอยู่ที่เราทุกๆคน พระอยู่ภายนอกนั้นเป็นพระท่านผู้อื่น ไม่ใช่เรา
พุทธบริษัททั้งหลายต้องพากันรู้พากันเข้าใจเรื่องของความเป็นพระ
พระนี้ต้องอยู่ที่เราทุก ๆ คน พระที่อยู่นอกจากตัวเรานั้นมันแก้ปัญหาไม่ได้ ดับทุกข์ไม่ได้
พระคือความรู้ความเข้าใจ มีความสุขกับการทำหน้าที่ มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ
การประพฤติการปฏิบัติถึงเกิดจากปัญญาสัมมาทิฏฐิ มีความสุขในการทำหน้าที่ มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติอยู่ที่ปัจจุบัน เพราะเหตุผลว่าอดีตก็มารวมกันอยู่ที่ปัจจุบัน อนาคตจะไปข้างหน้าก็ไปจากปัจจุบัน ปัจจุบันถึงเป็นชาติ ศาสน์ กษัตริย์
ชาตินั้นคือผู้รู้ผู้เข้าใจ ศาสน์นั้นหมายถึงมีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ กษัตริย์นั้นหมายถึงตัวปัญญาสัมมาทิฏฐิ
ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ต้องมีอยู่กับเราทุก ๆ คน เป็นความรู้ความเข้าใจ มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติที่เป็นปัญญาสัมมาทิฏฐิ
ปัจจุบันถึงเป็นวาระสำคัญของการประพฤติการปฏิบัติ ปัจจุบันนี้คือเป็นการชิงแชมป์ระหว่างนิพพานกับวัฏฏสงสาร
ปัจจุบันนั้นให้พุทธบริษัททั้งหลายรู้เข้าใจ ปัจจุบันนั้นมันมีตำแหน่งเดียว ตำแหน่งยืนก็ตำแหน่งเดียว ตำแหน่งนั่งก็ตำแหน่งเดียว ตำแหน่งนอนก็ตำแหน่งเดียว ตำแหน่งกายวาจากิริยมารยาทนั้นถึงมีตำแหน่งเดียว ปัจจุบันนี้ถึงเป็นสิ่งที่สำคัญมาก ๆ สำคัญจริง ๆ
พุทธบริษัททั้งหลายต้องพากันเข้าใจ เราจะมองข้ามปัจจุบันนั้นไม่ได้ เราทุกคนนั้นต้องมีปัญญาสัมมาทิฏฐิ มีศรัทธากับการประพฤติการปฏิบัติ
ต้องเข้าใจว่าความเป็นพระนั้นอยู่ที่เรารู้เข้าใจ มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ ธรรมะถึงเป็นอริยมรรคมีองค์แปด ถึงเป็นธรรมะเบ็ดเตล็ด ทุกอย่างอยู่ที่ปัจจุบัน พุทธบริษัทต้องรู้ต้องเข้าใจ ถ้าไม่เข้าใจก็จะเกิดความเสียหาย เกิดการพังทลายอย่างเดียวเช่นเดียวกันกับตึก สตง. สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินของเมืองไทยประเทศไทย
ความเป็นพระนั้นถึงอยู่ที่ปัจจุบัน อดีตนั้นเป็นพระไม่ได้ อนาคตนั้นเป็นพระไม่ได้ ปัจจุบันเป็นความรู้เป็นความเข้าใจ มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ
เพราะพระนั้นเป็นความรู้ความเข้าใจ เป็นการเข้าถึงแห่งความพอเพียงเพียงพอ ความพอเพียงเพียงพอนั้นเป็นสิ่งที่ไม่น้อย เป็นสิ่งที่ไม่มาก เป็นความพอดี เป็นความอิ่มความเต็มความพอเพียงเพียงพอ
ความดับทุกข์ความไม่มีทุกข์ถึงไม่เกี่ยวกับความรวยความจน อยู่ที่ความรู้ความเข้าใจ มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ
พระคือผู้รู้ผู้เข้าใจคือผู้ที่ทำหน้าที่ พระนั้นถึงเป็นอริยมรรคทั้งทางกายวาจากิริยามารยาทรวมลงที่ใจ ใจที่รู้เข้าใจ ใจที่มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ การประพฤติการปฏิบัตินั้นถึงเป็นออกซิเจน เป็นการถ่ายเทของเสียของปฏิกูล เป็นการถ่ายเทคาร์บอนไดออกไซด์ออกไป
พุทธบริษัทต้องพากันรู้พากันเข้าใจ มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ เพื่อให้การประพฤติการปฏิบัติของเรานั้นติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ น้ำไหลเป็นสายไม่ขาดขั้นขาดตอนนั้นเรียกว่าสายน้ำ น้ำหยดมันหยดทีละหยด ๆ ขาดขั้นขาดตอนนี้เรียกว่าน้ำหยด การประพฤติการปฏิบัตินั้นให้ปฏิบัติเหมือนดั่งสายน้ำ
ความรู้ความเข้าใจ มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติอยู่ที่ปัจจุบันของชีวิตประจำวัน การประพฤติการปฏิบัตินั้นเป็นความรู้ความเข้าใจ มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติกับปัจจุบันของชีวิตประจำวัน
เป็นการปฏิบัติพัฒนาทางวิทยาศาสตร์กับทางจิตใจไปพร้อม ๆ กัน เป็นการทำความดีเพื่อความดี ไม่ได้ทำความดีเพื่อความอยากความต้องการ ทำความดีเพื่อความดีนั้นไม่มีขั้วบวกขั้วลบ ทำความดีเพื่อความอยากความต้องการนั้นมันเป็นขั้วบวกขั้วลบ
พุทธบริษัทต้องรู้เข้าใจ เราทำความดีเพื่อความดี มีความสุขในการทำความดี การประพฤติการปฏิบัตินั้นถึงจะเข้าถึงพุทธคุณ ธัมมคุณ สังฆคุณ ทำความดีเพื่อความดีนั้นมีแต่คุณไม่มีโทษ
ปัจจุบันเป็นวาระสำคัญของการประพฤติการปฏิบัติของเรา
ด้วยเหตุผลนี้เราทุกคนต้องมีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ เพราะความสุขกับความสงบนั้นมันคืออันหนึ่งอันเดียวกัน ถ้าเรามีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติเราก็จะมีความสงบ
ความเคารพในสัจธรรมของความเป็นจริง เราต้องเอามาใช้เอามาประพฤติปฏิบัติอยู่ที่ปัจจุบัน ปัจจุบันเรามีความเคารพในสัจธรรมตามความเป็นจริง ความเคารพกับความสงบมันคืออันหนึ่งอันเดียวกัน เมื่อเรามีความเคารพถึงจะมีความสงบ พุทธบริษัทต้องพากันรู้พากันเข้าใจ
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้หลักการว่าเรามีความเคารพเราถึงจะมีความสงบ ใจของเรานั้นเป็นนามธรรม เราคิดอะไรตรึกอะไร ไม่มีใครรู้ไม่มีใครเห็นไม่มีใครเข้าใจ แต่เรารู้ใจของเราเอง
ความเคารพในสัจธรรมได้แก่พระธรรมพระวินัย ผู้ประพฤติผู้ปฏิบัติต้องเคารพ เพราะความเคารพนั้นมันคือความสงบ ความสงบจะเกิดได้ก็เกิดจากความเคารพ
ผู้ประพฤติผู้ปฏิบัติธรรมทั้งหลายต้องเข้าใจ ผู้ประพฤติผู้ปฏิบัติต้องไม่ตรึกใน ต้องไม่ตรึกในพยาบาท
ผู้ประพฤติผู้ปฏิบัติต้องรู้ทุกข์ รู้เหตุเกิดทุกข์ รู้ข้อปฏิบัติถึงความดับทุกข์ ปัจจุบันเราต้องทำความดีที่ประกอบด้วยปัญญา มีความเคารพในพระธรรมในพระวินัย เพราะพระธรรมพระวินัยสิกขาบทน้อยใหญ่เป็นอุปกรณ์ของการประพฤติของการปฏิบัติ
การปฏิบัติใจเค้าต้องปฏิบัติที่กาย ที่วาจาที่กิริยามารยาทที่อาชีพ พระธรรมพระวินัยนั้นเป็นการปฏิบัติกายวาจากิริยามารยาทอาชีพ ความเคารพในพระธรรมพระวินัยสิกขาบทน้อยใหญ่ มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ ไม่ตรึกในกาม ไม่ตรึกในพยาบาท เพื่อให้การประพฤติการปฏิบัติของเรานั้นได้เกิดติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ จะไม่ได้เดินไปข้างหน้าแล้วถอยกลับมาที่เดิม
ผู้ปฏิบัติธรรมถึงเน้นที่ความตั้งใจตั้งเจตนา เน้นที่บริสุทธิคุณของศีลของสมาธิของปัญญา เพื่อยกเลิกสัญชาตญาณที่เป็นความยึดมั่นถือมั่น เพื่อให้ปฏิปทาได้ติดต่อเนื่องดั่งสายน้ำ
พุทธบริษัทต้องพากันรู้พากันเข้าใจว่าความเป็นพระเขาต้องปฏิบัติอย่างนี้ ที่ปัญจวัคคีย์ทั้ง ๕ ได้ฟังธรรมเทศนาขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า มีความรู้ความเข้าใจจึงได้เปล่งอุทานว่า จักษุเกิดขึ้นแล้วแก่เรา ญาณเกิดขึ้นแล้วก็แก่เรา แสงสว่างเกิดขึ้นแล้วก็เรา ที่เรายังไม่เคยรู้ไม่เคยเข้าใจมาแต่ก่อน
พุทธบริษัทต้องรู้ต้องเข้าใจในการประพฤติในการปฏิบัติ พากันมีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ ผู้ที่มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติทำความดีเพื่อความดี ไม่ได้ทำความดีเพื่ออยากที่จะเป็นคนดี ทำความดีเพื่ออยากเป็นคนดีนั้นเป็นขั้วบวกขั้วลบเป็นความปรุงแต่ง
ทางวิทยาศาสตร์กับทางจิตใจต้องสมดุลกัน พุทธบริษัทพากันคิดดูดี ๆ นะ จะรวยอันดับหนึ่งของโลกนั้นก็แก้ปัญหาไม่ได้ จะมีอำนาจทางราชการนักการเมืองก็แก้ปัญหาไม่ได้
ความรู้ความเข้าใจ มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัตินี้ถึงจะแก้ปัญหาได้ ให้พุทธบริษัททั้งหลายรู้เข้าใจ ปัญหาต่าง ๆ นั้นคือปัญญา ปัญญานั้นแหละคือเราต้องมีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติอยู่ที่ปัจจุบัน เพราะความสุขนั้นอยู่ที่ปัจจุบัน
พุทธบริษัททั้งหลายต้องรู้เข้าใจว่า มนุษย์นี้อยู่ที่ปัจจุบัน สวรรค์นี้อยู่ที่ปัจจุบัน พรหมนี้ก็อยู่ที่ปัจจุบัน ความเป็นพระอริยเจ้านี้ก็อยู่ที่ปัจจุบัน ความเป็นพระอรหันต์ขีณาสพนี้ก็อยู่ที่ปัจจุบัน
ที่มีไปทูลถามองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าว่าตายแล้วเกิดหรือว่าตายแล้วสูญ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านมีเมตตาตรัสว่าเรื่องตายแล้วเกิดหรือว่าตายแล้วสูญนี้ขึ้นอยู่ที่เหตุขึ้นอยู่ที่ปัจจัยขึ้นอยู่ที่เงื่อนไข
พุทธบริษัทต้องรู้เข้าใจ ปัจจุบันนี้เป็นวาระสำคัญของการประพฤติการปฏิบัติ เพราะอดีตก็มารวมกันอยู่ที่ปัจจุบัน อนาคตที่จะไปข้างหน้าก็ไปจากปัจจุบัน ปัจจุบันต้องรู้เข้าใจเรามีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ ปัจจุบันก็จะเป็นประโยชน์ทั้งปัจจุบันนี้เดี๋ยวนี้และอนาคต เพราะปัจจุบันเป็นพื้นเป็นฐานเป็นเหตุเป็นปัจจัย
พุทธบริษัททั้งหลายต้องพากันรู้พากันเข้าใจในการประพฤติการปฏิบัติ
ปัจจุบันเราต้องรู้ต้องเข้าใจ มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ กายวาจากิริยามารยาทอาชีพที่เกิดจากความรู้ความเข้าใจ เกิดจากการประพฤติการปฏิบัติ ท่านผู้นั้นก็จะเข้าถึงพระนิพพานอยู่ที่ปัจจุบัน
พุทธะนั้นคือผู้รู้เข้าใจ มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ ความเป็นพระนั้นเป็นได้อย่างนี้
พระนั้นทำไมถึงขลังถึงศักดิ์ถึงสิทธิ์ พระนั้นเป็นสภาวธรรมที่ว่างจากตัวจากตน เป็นความรู้ความเข้าใจ มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ พระนั้นจะเป็นความว่างจากสิ่งที่มีอยู่ พระนั้นจะเป็นพระนิพพานอยู่ที่ปัจจุบัน ไม่ใช่พระนิพพานอยู่ที่อนาคต ถ้าพระนิพพานอยู่ที่อนาคตนั้นมันไม่ใช่ พระนิพพานต้องเป็นเรื่องของปัจจุบัน
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าถึงตรัสตอบผู้ที่มาทูลถามว่าตายแล้วเกิดหรือว่าตายแล้วสูญ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้รู้เข้าใจ ให้มีความสุขกับการทำหน้าที่การประพฤติการปฏิบัติอยู่ที่ปัจจุบัน
ความดีที่ประกอบด้วยปัญญานั้นจะเป็นปฏิปทาที่ติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ จะเป็นความดีเบื้องต้นท่ามกลางถึงที่สุด
พระนั้นคือเป็นความรู้ความเข้าใจ มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ ยกเลิกความทุกข์ ยกเลิกเหตุเกิดทุกข์ ยกเลิกข้อปฏิบัติถึงความดับทุกข์ เมื่อเรายกเลิกเหตุยกเลิกปัจจัย ก็จะเป็นความสุขเอง
เรามีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติเราก็จะยกเลิกความทุกข์ การยกเลิกเป็นการยกเลิกขั้วบวกขั้วลบ ยกเลิกคำว่าได้คำว่าเสียคำว่ามีคำว่าเป็นคำว่าไม่มีไม่เป็น ความยกเลิกนี้ถึงเป็นการยกเลิกกาลยกเลิกเวลา
การปฏิบัติธรรมนั้นเป็นความรู้ความเข้าใจ มีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติถึงเป็นการยกเลิกกาลยกเลิกเวลา ผู้ที่ยกเลิกตัวยกเลิกตนคือเป็นการยกเลิกความทุกข์ ยกเลิกกาลยกเลิกเวลา มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ
เส้นทางที่เกิดจากปัญญาสัมมาทิฏฐินี้ที่จะต้องผ่านความเป็นมนุษย์ เป็นเทวดา เป็นพระพรหม เป็นพระอริยเจ้า เป็นพระอรหันต์ขีณาสพ ถึงเกิดจากเหตุเกิดจากปัจจัยอยู่ที่ปัจจุบัน
ด้วยเหตุผลนี้ พุทธบริษัททั้งหลายต้องพากันรู้พากันเข้าใจในเรื่องของการประพฤติของการปฏิบัติ เราต้องรู้เรื่องกรรมเรื่องกฎแห่งกรรมเรื่องผลของกรรม
มนุษย์ เทวดา พระพรหม พระอริยเจ้า ต้องเดินทางสายกลางระหว่างจิตใจกับทางวิทยาศาสตร์ ทางวิทยาศาสตร์นี้หมายถึงตัวปัญญากับการปฏิบัติที่ต้องปฏิบัติให้ติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ
การประพฤติการปฏิบัตินั้นถึงเป็นเรื่องของปัจจุบัน เป็นสิ่งที่ดับไม่เหลือในเรื่องอดีต เป็นสิ่งที่ดับไม่เหลือแห่งอนาคต ปัจจุบันรู้เข้าใจ มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติเพื่อให้เป็นความดีและปัญญา เพื่อให้ปฏิปทาได้ติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ
พุทธบริษัทต้องพากันรู้เข้าใจในเรื่องการประพฤติการปฏิบัติ
วันหนึ่งคืนหนึ่งคือการประพฤติคือการปฏิบัติคือการทำหน้าที่ของเรา มีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติ พระนิพพานนั้นก็จะเกิดกับเราที่ปัจจุบัน
การประพฤติการปฏิบัติที่ติดต่อต่อเนื่องในปัจจุบันด้วยความรู้ความเข้าใจ มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ การประพฤติการปฏิบัตินั้นจะไม่มีความเครียด จะไม่มีความทุกข์
ความทุกข์นั้นจะไม่มีของมนุษย์เทวดาพระพรหมพระอริยเจ้าที่เรารู้เข้าใจ มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติอยู่ที่ปัจจุบัน เพราะการประพฤติการปฏิบัตินั้นเราได้เข้าถึงพระนิพพานแล้วตั้งแต่ปัจจุบัน ไม่ต้องรอชาติหน้า ไม่ต้องรออนาคตกาลเบื้องหน้าโน้นเทอญ
เรามีปัญญาสัมมาทิฏฐิ มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติเราก็จะถึงพระนิพพานในปัจจุบันเป็นขณะ ๆ เรามีการปฏิบัติติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ พระนิพพานของเราถึงค่อยสมบูรณ์ขึ้น
พระนิพพานนั้นเป็นเรื่องของปัจจุบัน เราต้องรู้เข้าใจ พระนิพพานนั้นคือพระธรรมคือพระวินัย พระธรรมนั้นคือหน้าที่คือเจ้าหน้าที่ เรามีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติในหน้าที่นั้นคือพระธรรม
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านถึงตรัสว่า อริยมรรคมีองค์แปดนั้นเกิดจากความรู้ความเข้าใจ มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ เป็นการทำความดีเพื่อความดี ไม่ใช่ทำความดีเพื่อความอยากความต้องการ
ธรรมเหล่าใดเป็นไปเพื่อตัวเพื่อตนนั้นเป็นไปเพื่อประกอบทุกข์ ธรรมเหล่าใดเป็นไปเพื่อความเกียจคร้านถึงไม่ใช่พระธรรมคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
ผู้ปฏิบัติธรรมต้องพากันรู้เข้าใจ อย่าพากันขี้เกียจขี้คร้าน ความขี้เกียจขี้คร้านนั้นมันเป็นความปรุงแต่งมันเป็นขั้วบวกขั้วลบมันเป็นสัญชาตญาณที่เป็นนิติบุคคลตัวตน ผู้ปฏิบัติต้องรู้เข้าใจในปัญหา ปัญหานั้นต้องเอามารีไซเคิลให้เกิดปัญญา ปัญญานั้นต้องมามีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ เพราะความสุขนั้นคือความไม่มีทุกข์ ความสุขนั้นมันเป็นพระนิพพาน การประพฤติการปฏิบัติของเราต้องให้มีความสุข
เราต้องรู้ต้องเข้าใจเพื่อจะได้เข้าถึงคำว่าหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ เพื่อจะได้ทำความดีเพื่อความดี เราต้องรู้เข้าใจ เราจะพากันไปมองข้ามปัจจุบันไม่ได้ เราจะไปแสวงหาสิ่งที่มันจะเป็นไปไม่ได้ เรียกว่าแสวงหาในสิ่งที่ไม่มี เพราะการแสวงหานั้นมันคือขั้วบวกขั้วลบ เราแสวงหาความไม่แก่ไม่เจ็บไม่ตายความไม่พลัดพรากไปแสวงหาความสุข นี้คือความไม่รู้ไม่เข้าใจในเรื่องของเหตุของปัจจัย เราพากันไปแสวงหาในสิ่งที่มันจะเป็นไปไม่ได้
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เรารู้เข้าใจปัญหา เอาปัญหามารีไซเคิลให้เป็นปัญญา ให้เรามีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ
พสกนิกรชาวโลกทุก ๆ ชาติทุกศาสนาพากันเข้าใจในเรื่องของเหตุของปัจจัย ธรรมะนั้นเป็นสากล ความแก่ความเจ็บความตายความพลัดพรากร้อนหนาวสุขทุกข์นั้นเป็นสากล ความรู้ความเข้าใจมีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติในปัจจุบัน ประชากรของโลกนั้นก็จะพากันเข้าถึงพระนิพพานทั้งความรู้คู่กับการประพฤติการปฏิบัติอยู่ที่ปัจจุบันอยู่ในปัจจุบัน
ประชาชนของโลกต้องรู้เข้าใจ อย่าพากันไปแสวงหาในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ เราแสวงหาสิ่งที่จะเป็นไปไม่ได้ก็ย่อมมีแต่ทุกข์เกิดขึ้น ทุกข์ตั้งอยู่ ทุกข์ดับไป นอกจากทุกข์นั้นไม่มีเลย เพราะสิ่งนั้นมันเป็นไปไม่ได้
ประชากรของโลกต้องพากันรู้เข้าใจ เพื่อเอาปัญญานำชีวิตไม่ต้องเอาอวิชชาไม่ต้องเอาความหลงนำชีวิต มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติอยู่ที่ปัจจุบัน
ให้ประชากรของโลกรู้เข้าใจ ตัวตนนั้นมันคือสงคราม สงครามในตัวของสงครามเอง สงครามที่เกิดจากความไม่รู้ไม่เข้าใจ สงครามนั้นคือความไม่รู้ไม่เข้าใจ สงครามนั้นคือความปรุงแต่ง สงครามในครอบครัว สงครามในหมู่บ้าน สงครามในประเทศ สงครามต่างประเทศ
สงครามนั้นมีแต่ทุกข์เกิดขึ้น ทุกข์ตั้งอยู่ ทุกข์ดับไป ค่าครองชีพก็แพง คำว่าแพงมันเป็นความเสียดแทง มันเป็นความเจ็บปวด เป็นความทุกข์ เป็นความทรมาน
ประชากรของโลกต้องมารู้เข้าใจ มีความสุขในการทำหน้าที่ถึงจะได้เป็นเจ้าหน้าที่
สมมติสัจจะเป็นสิ่งที่สำคัญมาก ๆ สำคัญเป็นอย่างยิ่ง สมมติสัจจะนั้นชี้ให้เห็นในแง่มุมต่าง ๆ ทั้งผิดทั้งถูกทั้งดีทั้งชั่ว ทั้งไม่ผิดไม่ถูกไม่ดีไม่ชั่ว
เราต้องเอาสมมติสัจจะนั้นมาใช้มาปฏิบัติ ให้มีความสุขกับการทำหน้าที่กับการประพฤติการปฏิบัติ ผู้ประพฤติผู้ปฏิบัติถึงฟุ้งซ่านไม่ได้ ผู้มีปัญญามาก ๆ ก็ต้องสงบมาก ๆ ฟุ้งซ่านไม่ได้ ผู้มีความสงบมากก็ต้องเสียสละมาก ๆ ถ้าไม่เสียสละมันก็เป็นเพียงสมาธิเป็นเพียงสมาบัติไม่ใช่อริยมรรคในการเดินทางของประชากรของโลก
เราต้องรู้เข้าใจ เพราะธรรมะหรือว่าพระนิพพานนั้นเป็นเรื่องของปัจจุบันไม่ใช่เรื่องของอนาคต เป็นหน้าที่เป็นเจ้าหน้าที่มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติอยู่ที่ปัจจุบัน
การเรียนการศึกษาที่เกิดจากปัญญาสัมมาทิฏฐิ มีความสุขในการเรียนการศึกษา การเรียนการศึกษานั้นก็จะเป็นพระนิพพานอยู่ที่ปัจจุบัน
การทำงานเรารู้เข้าใจ มีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติ การทำงานการทำหน้าที่นั้นก็จะเป็นพระนิพพาน
ประชากรของโลกต้องรู้ต้องเข้าใจว่าเราต้องเอาธรรมนำชีวิต เอาธรรมนูญนำชีวิต มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ เราจะมีข้อแม้ใด ๆ ทั้งสิ้นนั้นไม่ได้
คำว่าญาติธรรมหมายถึงเอาธรรมนำชีวิตที่ติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำถึงเรียกว่าญาติธรรม ถ้ากาประพฤติการปฏิบัติที่เอาธรรมนำชีวิตไม่ติดต่อต่อเนื่องก็ถือว่าไม่ใช่ญาติธรรมเพราะว่ามันขาดขั้นขาดตอน ญาติธรรมนี้ถึงดีกว่าญาติสายโลหิต
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าย่อมดีกว่าพ่อแม่ของเราที่เป็นสายโลหิต พระธรรมพระวินัยที่เป็นอุปกรณ์ที่ยกเลิกตัวตนถึงดีกว่าที่เราเอาตัวเอาตนนำชีวิต ประชากรของโลกต้องพากันรู้พากันเข้าใจ จะได้เข้าถึงความเป็นพระด้วยการทำหน้าที่
วันหนึ่งคืนหนึ่งเราต้องเอาธรรมนำชีวิต มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านเอาธรรมนำชีวิต ยกเลิกตัวยกเลิกตนเพื่อประโยชน์ของตนและประโยชน์ของผู้อื่นด้วยความไม่ประมาท
วันหนึ่งคืนหนึ่งองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้ามีความสุขกับการทำพุทธกิจขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ท่านเสียสละให้สรีระร่างกายพักผ่อนวันละ ๔ ชั่วโมง เสียสละทำงานให้กับหมู่มวลมนุษย์หมู่มวลเทพวาสรรพสัตว์ทั้งหลายวันละ ๒๐ ชั่วโมง เวลา ๒๔ ชั่วโมงท่านมีความสุขในการทำหน้าที่
พระนิพพานเป็นความรู้ความเข้าใจ มีความสุขในหน้าที่ ให้ประชากรของโลกมีปัญญาสัมมาทิฏฐิรู้เข้าใจ
เมื่อเรารู้เข้าใจ มีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติ ปัญหาต่าง ๆ นั้นก็จะรีไซเคิลมาเป็นปัญญา ปัญญาก็จะมีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ
บรรยายให้ผู้ปฏิบัติที่ยังไม่รู้เข้าใจได้เข้าใจ อย่างเรานั่งสมาธิเรามีความสุขในการนั่ง การนั่งของเรามันก็เป็นนิพพานแล้ว ถ้าเรานั่งแล้วเราอยากจะมีความสุขอยากจะมีความสงบอย่างนั้นการนั่งของเรามันก็เป็นนรกแล้ว
การประพฤติการปฏิบัตินั้นถึงต้องมีปัญญาสัมมาทิฏฐิ มีความสุขในการทำหน้าที่ เพื่อใจของเราจะไม่ปรุงแตงเป็นขั้วบวกขั้วลบ
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้ประชากรของโลกรู้เข้าใจอย่างนี้ การประพฤติการปฏิบัตินั้นใช้ได้กับทุกชาติทุกศาสนา เพราะพระนิพพานนั้นคือความไม่มีทุกข์ ต้องมีกับผู้รู้เข้าใจ มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ เพราะพระนิพพานนั้นเป็นสากล นรกก็เป็นสากล สวรรค์ก็สากล พรหมก็สากล
ความขลังความศักดิ์สิทธิ์นี้อยู่ที่เรารู้เข้าใจ มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ มีความสุขในการยกเลิกตัวยกเลิกตน มีความสุขในการทำหน้าที่ถึงจะเป็นความขลังความศักดิ์ความสิทธิ์
ที่พระพุทธเจ้าท่านขลังท่านศักดิ์สิทธิ์นั้นเป็นความศักดิ์สิทธิของพระพุทธเจ้าพระท่านยกเลิกตัวยกเลิกตน พระอรหันต์ที่ท่านขลังศักดิ์สิทธิ์ก็เพราะท่านยกเลิกตัวยกเลิกตนให้เข้าใจอย่างนี้
เรายกเลิกตัวตนเราถึงจะมีมงคลทั้งกายวาจากิริยามารยาทอาชีพรวมลงที่ใจ ใจที่ตั้งใจตั้งเจตนา มีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติเหมือนภาชนะที่ตั้งไว้เพื่อการประพฤติการปฏิบัตินั้นจะได้เข้าถึงพระนิพพานอยู่ในปัจจุบัน
ปัจจุบันเราทุกคนต้องมารู้ปัญหา เอาปัญหานั้นมาเป็นปัญญา เอาปัญญามามีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ
เราต้องพากันรู้เข้าใจ จะได้ข้ามพ้นวัฏฏสงสารด้วยความรู้ความเข้าใจ เพื่อจะไม่ให้ธาตุทั้ง ๔ ขันธ์ทั้ง ๕ อายตนะ ๑๒ ไม่ให้โลกธรรมทั้ง ๘ มันครอบงำจิตใจของเรา
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้ใจของเรามีปัญญาสัมมาทิฏฐิ มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ
เรารู้เข้าใจเพื่อให้ศีลธรรมกลับคืนมาโลกาจะได้ไม่พินาศ เสียหายพังทลายอย่างเดียวเช่นเดียวกันกับตึก สตง. สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินของเมืองไทย
ขอแสดงความยินดีกับท่านทั้งหลายที่ท่านมีลมปราณ ท่านต้องรู้เข้าใจในเรื่องอริยสัจ ๔ ในเรื่องทุกข์ เหตุเกิดทุกข์ ข้อปฏิบัติถึงความดับทุกข์
ความรู้ความเข้าใจมีความสุขในการประพฤติการปฏิบัตินี้จะเป็นยาน ที่ปัญจวัคคีย์ทั้ง ๕ ได้อุทานออกจากใจออกจากพระนิพพาน จักษุเกิดขึ้นแล้วก็เรา ญาณเกิดขึ้นแล้วแก่เรา แสงสว่างเกิดขึ้นแล้วแก่เรา ที่เรายังไม่เคยรู้ไม่เข้าใจมาแต่ก่อน
เรามาระลึกถึงพระธรรมคำสั่งสอนที่ประเสริฐที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้บำเพ็ญพุทธบารมีมาหลายอสงไขย เป็นบริสุทธิคุณ ที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านตรัสให้คติเตือนใจว่าให้ท่านทั้งหลายจงทำความไม่ประมาทให้ถึงพร้อมเถิดเป็นปัจฉิมโอวาทของพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า
เพราะปัจจุบันเป็นสิ่งที่สำคัญ ปัจจุบันเป็นการชิงแชมป์ระหว่างพระนิพพานกับวัฏฏสงสาร ท่านทั้งหลายจงยังความไม่ประมาทให้ถึงพร้อมเถิด
---------------------------------
โอวาทขององค์หลวงพ่อกัณหา สุขกาโม
เมตตาให้ไว้ในเช้าวันอังคารที่ ๗ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๖๙
ณ วัดป่าทรัพย์ทวีธรรมาราม ต.วังหมี อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา