๘ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๖๙

พสกนิกรชาวไทยและชาวต่างประเทศได้มาร่วมรวมกันประพฤติปฏิบัติธรรมเพื่อน้อมถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ด้วยความโทมนัสและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ที่พระองค์ได้ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทยและชาวโลกตลอดระยะเวลาที่ยาวนาน พระองค์ทรงเป็นดั่งแม่แห่งแผ่นดิน ผู้ทรงเปี่ยมด้วยพระเมตตาและพระปรีชาสามารถ ทรงอุทิศพระวรกาย พระสติปัญญา และพระราชหฤทัยในการบำเพ็ญพระราชกรณียกิจนานัปการ เคียงคู่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เพื่อธำรงไว้ซึ่งความผาสุกและความมั่นคงแห่งชาติไทย เราประชาชนชาวไทยต้องร่วมใจสมัครสมานสามัคคีทำความดีที่ประกอบด้วยปัญญา เพื่ออุทิศบุญกุศลน้อมเกล้าถวาย เพื่อเสด็จสู่สวรรคาลัย เข้าสู่สวรรค์มรรคผลพระนิพพาน

 

วันนี้เป็นวันพุธที่ ๘ เดือนเมษายน พุทธศักราช ๒๕๖๙

 

ให้ทุกท่านทุกคนพากันนั่งให้สบายเพื่อการบรรยายพระธรรมคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ให้ตั้งใจฟังเพื่อความรู้เพื่อความเข้าใจ ความรู้ความเข้าใจเราจะได้เอาไปใช้เอาประพฤติเอาไปปฏิบัติ

 

สิ่งทั้งหลายทั้งปวงนั้นเกิดจากเหตุเกิดจากปัจจัย เราทุกคนจะได้เอาไปใช้เอาไปประพฤติเอาไปปฏิบัติอยู่ที่ปัจจุบัน

 

อดีตก็มารวมกันที่ปัจจุบัน อนาคตจะไปข้างหน้าก็ไปจากปัจจุบัน ปัจจุบันนี้เป็นการประพฤติเป็นการปฏิบัติ

 

ด้วยเหตุผลนี้ เราทุกคนต้องพากันรู้พากันเข้าใจในเรื่องของเหตุของปัจจัย

 

มนุษย์ เทวดา พรหม พระอริยเจ้าทั้งหลายต้องเอาธรรมนำชีวิต เพื่อให้เป็นทางสายกลางระหว่างวัตถุกับจิตใจ ด้วยอาศัยความรู้ความเข้าใจ เอาความรู้ความเข้าใจเอาไปใช้เอาไปปฏิบัติอยู่ที่ปัจจุบัน เพราะปัจจุบันนั้นจะเป็นเหตุเป็นปัจจัย

 

เรามาบวชเรามาปฏิบัติธรรม เราพากันมานอนพักผ่อนจำวัดวันละ ๖ ชั่วโมง เวลาเราตื่นอยู่นี้เป็นเวลา ๑๘ ชั่วโมง เรานอนเราพักผ่อนจำวัดเวลา ๓ ทุ่มตื่นตี ๓ ไม่มีข้อแม้ใด ๆ ทั้งสิ้น

 

พระธรรมพระวินัยข้อวัตรกิจวัตรเป็นหลักการของการประพฤติของการปฏิบัติ เพื่อให้ผู้ปฏิบัติได้เดินทางสายกลางระหว่างวัตถุกับจิตใจ หยุดสัญชาตญาณที่มีความยึดมั่นถือมั่นที่เป็นนิติบุคคลตัวตน

 

เราต้องพากันมารู้มาเข้าใจ มีปัญญาสัมมาทิฏฐิ เรียกว่าปัญญาชน ปัญญาชนหมายถึงปัญญาบริสุทธิคุณ เป็นทางสายกลางระหว่างวัตถุกับจิตใจ

 

เราต้องพากันรู้พากันเข้าใจ เราจะไปทำอะไรตามอัธยาศัยนั้นไม่ได้ ต้องเอาพระวินัยเป็นหลัก เอาข้อวัตรกิจวัตรเป็นหลัก

 

ปัจจุบันองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าถึงให้เราตั้งใจตั้งเจตนา ภาชนะที่จะใช้งานได้ต้องเป็นภาชนะที่ตั้งไว้ ภาชนะที่ล้มภาชนะที่คว่ำเป็นภาชนะที่ใช้งานไม่ได้ ความตั้งใจตั้งเจตนานี้เป็นสิ่งที่สำคัญ

 

ด้วยเหตุผลนี้ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เราตั้งใจ มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ เพราะความสุขกับความสงบนั้นมันคืออันหนึ่งอันเดียวกัน เรามีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติเราก็จะมีความสุขมีความสงบ

 

เรามีความเคารพในพระธรรมในพระวินัยความสงบถึงจะมี ถ้าเราไม่มีความเคารพในพระธรรมในพระวินัยความสงบนั้นย่อมไม่มี

 

ความสงบในพระธรรมพระวินัย มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ ความสุขนั้นคือความไม่มีทุกข์ ความสุขที่เกิดจากความรู้ความเข้าใจ หนทางที่เราจะผ่านไปคือความเป็นมนุษย์ เทวดา พระพรหม พระอริยเจ้า ต้องมีปัญญาสัมมาทิฏฐิ มีความเห็นถูกต้อง เข้าใจถูกต้อง ปฏิบัติถูกต้อง มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เรารู้เข้าใจว่าปัจจุบันนั้นมีเพียงตำแหน่งเดียว ปัจจุบันนั้นไม่มี ๒ ตำแหน่ง ตำแหน่งยืนเดินนั่งนอน การกระทำคำพูดกิริยามารยาทอาชีพให้ผู้ประพฤติผู้ปฏิบัติรู้เข้าใจ มีเพียงตำแหน่งเดียว ไม่ใช่ ๒ ตำแหน่ง

 

การประพฤติการปฏิบัตินั้นถึงถือเอาปัจจุบันเป็นสิ่งที่สำคัญ ถือเอาปัจจุบันเป็นการชิงแชมป์ระหว่างนิพพานกับวัฏฏสงสาร

 

ความรู้คู่กับการประพฤติการปฏิบัติถึงเป็นพระนิพพานอยู่ที่ปัจจุบัน เป็นพระนิพพานไปเป็นชั่วขณะ ๆ จนกว่าพระนิพพานจะสมบูรณ์

 

ตำแหน่งความสุขที่เกิดจากปัญญาสัมมาทิฏฐิ เรามีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ มีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติในการทำหน้าที่ การประพฤติการปฏิบัติอย่างนี้ก็จะเป็นพระนิพพาน

 

พระนิพพานเกิดจากความรู้ความเข้าใจ มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติอยู่ที่ปัจจุบัน

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เราเข้าใจในเรื่องของพระนิพพานอย่างนี้

 

พระนิพพานคือความรู้ความเข้าใจ มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ เพราะความสุขเกิดจากสัมมาทิฏฐินั้นได้เป็นความดีที่ประกอบด้วยปัญญา เป็นปัญญาที่ประกอบด้วยความดี

 

ทางสายกลางนั้นอยู่ที่ปัจจุบัน ปัจจุบันเรารู้เราข้าใจ มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ

 

การประพฤติการปฏิบัติถึงยกเลิกอดีตทั้งหมด ยกเลิกเรื่องอนาคต ปัจจุบันรู้เข้าใจ มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติในการทำหน้าที่

 

พระนิพพานเป็นความรู้ความเข้าใจ เป็นความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ พระธรรมพระวินัยเป็นความรู้ความเข้าใจ มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ พระนิพพานนั้นคือพระธรรมคือพระวินัย เราต้องพากันรู้เข้าใจ พระธรรมพระวินัยนั้นคือเหตุคือปัจจัย เป็นความดีและปัญญา เป็นปฏิปทาที่เราต้องรู้ต้องเข้าใจ

 

ความรู้ความเข้าใจ มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ สิ่งทั้งหลายทั้งปวงนั้นจะจบลงที่ปัจจุบัน จบลงที่ผัสสะ มีความสุขในการประพฤติในการปฏิบัติ ปฏิปทาของเราก็จะได้ติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ ไม่ขาดขั้นขาดตอน ปฏิปทาของเราจะประกอบด้วยปัญญา ปฏิปทาของเราจะไม่ไปตามผัสสะ ไม่ไปตามสิ่งแวดล้อม

 

มีความรู้ความเข้าใจด้วยปัญญาเป็นปัญญาวิปัสสนา เป็นปัญญาชน ยกเลิกสัญชาตญาณที่เป็นความหลงเป็นความยึดมั่นถือมั่นที่เป็นตัวเป็นตน ไม่ให้ธาตุไม่ให้ขันธ์ไม่ให้อายตนะ ไม่ให้โลกธรรมมาครอบงำจิตใจ ครอบงำสติปัญญา ไม่มาครอบงำภาวนาวิปัสสนา

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เราเข้าใจในเรื่องของปัจจุบัน ปัจจุบันนี้ถึงเป็นวาระสำคัญ ปัจจุบันเราต้องมีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ

 

ผู้ปฏิบัติธรรมทั้งหลายต้องพากันรู้พากันเข้าใจว่าพระธรรมพระวินัยนี้จะเป็นพระนิพพานอยู่ที่ปัจจุบัน พระนิพพานนั้นไม่ให้อยู่ที่ชาติหน้า พระนิพพานต้องอยู่ที่ปัจจุบัน เพราะปัจจุบันนั้นเป็นพื้นเป็นฐานของอนาคต

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เรารู้เข้าใจว่าพระธรรมพระวินัย ข้อวัตรกิจวัตรเป็นที่อยู่ของเรา เป็นที่พึ่งที่อาศัยของเรา พุทธบริษัททั้งหลายต้องรู้เข้าใจว่าพระธรรมพระวินัยข้อวัตรกิจวัตรเป็นบ้านของเราเป็นที่อยู่ของเรา เราต้องมีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ

 

ความรู้ความเข้าใจ มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติกับการทำหน้าที่ที่เรียกว่าเจ้าหน้าที่

 

มีผู้ประพฤติปฏิบัติส่วนมากยังไม่รู้ไม่เข้าใจ ไปแสวงหาที่อยู่ที่อาศัยนอกพระธรรมนอกพระวินัย พากันไปแก้ปัญหาที่ปลายเหตุนั้นมันไม่ได้ นั้นมันเสียหาย นั้นมันพังทลายอย่างเดียวเช่นเดียวกันกับตึก สตง. สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินของเมืองไทยประเทศไทย

 

ที่อยู่ที่อาศัยของเราต้องเป็นความรู้ความเข้าใจ ต้องเป็นพระธรรมพระวินัยข้อวัตรข้อปฏิบัติ เราทุกคนถึงต้องมีความสุขในการทำหน้าที่ในการประพฤติการปฏิบัติอยู่ที่ปัจจุบัน

 

ด้วยเหตุผลนี้ เราทุกคนต้องพากันมายกเลิกตัวยกเลิกตน องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เราเข้าใจว่าพระธรรมพระวินัยข้อวัตรข้อปฏิบัติที่เรามีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัตินั้นจะเป็นพระนิพพาน เป็นบ้านของเรา

 

กุลบุตรลูกหลานได้ฟังพระธรรมเทศนาขององค์สมเด็จพระศาสนาสัมมาสัมพุทธเจ้า พากันรู้พากันเข้าใจ พากันออกบรรพชาอุปสมบท มีความสุขกับการประพฤติมีความสุขกับการปฏิบัติ เพื่อให้ปฏิปทาได้ติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ

 

อาศัยทรัพยากรของมหาชน ที่สนับสนุนที่สร้างความดีสร้างบารมี กุลบุตรลูกหลานมีความรู้ความเข้าใจ มีปัญญาสัมมาทิฏฐิ พากันบรรพชาอุปสบทเพื่ออบรมบ่มอินทรีย์เอาความดีและปัญญาเพื่อปฏิปทาติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ

 

การไปบวชไปบรรพชานั้นเกิดจากปัญญาสัมมาทิฏฐิ ไม่ไปบรรพชาอุปสมบทเพื่อเอาพระศาสนาหาอยู่หาฉันหาเลี้ยงชีพ เอาพระศาสนาเอามาใช้เอามาปฏิบัติ เพื่ออบรมบ่มอินทรีย์เอาความดีและปัญญาให้ปฏิปทาติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ

 

เป้าหมายของการมาบรรพชาอุปสมบท กุลบุตรลูกหลานต้องพากันเข้าใจ พากันมามีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ การประพฤติการปฏิบัตินั้นจะไม่มีคำว่าเก่าไม่มีคำว่าใหม่ คำว่าเก่าว่าใหม่นั้นมันคือความปรุงแต่ง มันยังเป็นขั้วบวกขั้วลบอยู่ การประพฤติการปฏิบัตินั้นเน้นอยู่ที่ปัจจุบัน มีความสุขกับการประพฤติกับการปฏิบัติอยู่ที่ปัจจุบัน

 

ปิดเทอมฤดูร้อน กุลบุตรลูกหลานพากันมาบรรพชาอุปสมบทนี้ดีมาก ดีมากจริง ๆ ดีพิเศษ ให้กุลบุตรลูกหลานถือโอกาสพิเศษพากันมีความสุขกับการประพฤติกับการปฏิบัติ ต้องหยุดสัญชาตญาณที่มีความยึดมั่นถือมั่นในตัวในตน ต้องมีความสุขกับการประพฤติกับการปฏิบัติ การปฏิบัติให้กุลบุตรลูกหลานเข้าใจ การประพฤติการปฏิบัตินั้นมันคือการชิงแชมป์ระหว่างนิพพานกับวัฏฏสงสาร ถ้าเราไม่ทำอย่างนั้นไม่ปฏิบัติอย่างนั้นมันจะหยุดสัญชาตญาณที่มีความยึดมั่นถือมั่นเป็นตัวเป็นตนนั้นไม่ได้

 

ให้กุลบุตรลูกหลานเข้าใจ ให้พากันมีความสุขอยู่ที่ปัจจุบัน

 

การทำอะไรที่ติดต่อต่อเนื่องตามหลักการทางวิทยาศาสตร์ทางจิตใจต้องใช้เวลาประพฤติปฏิบัติติดต่อต่อเนื่อง ๓ อาทิตย์ขึ้นไป การประพฤติการปฏิบัตินั้นถึงจะได้ผลเห็นผล ทางวิทยาศาสตร์ก็จะได้ผลเห็นผล ทางจิตใจสติปัญญาถึงจะได้ผลเห็นผล เพราะการประพฤติการปฏิบัติของเรานั้นมันจะเป็นชิฟฝังอยู่ในขันธ์ในสัญญาขันธ์ ให้กุลบุตรลูกหลานพากันเข้าใจ

 

กุลบุตรลูกหลานต้องไม่ลูบคลำในศีลในพรตในข้อวัตรข้อปฏิบัติ มีความสุขกับการทำความดีมีความสุขกับการทำหน้าที่ เพราะความสุขนั้นไม่มีความทุกข์อยู่แล้ว เป็นการทำหน้าที่เพื่อหน้าที่ เป็นการทำความดีเพื่อความดี ความทุกข์นั้นจะไม่มี อาศัยเวลาเพื่อให้เวลานั้นติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ

 

ความสมัครสมานสามัคคีเป็นความดีและปัญญา การทำอะไรด้วยความสมัครสมานสามัคคีที่เป็นความดีและปัญญานี้ไม่ใช่ความคลุกคลี เป็นความดีและปัญญา เป็นการเสียสละซึ่งตัวซึ่งตน เพราะเหตุผลว่า พระธรรมพระวินัยสิกขาบทน้อยใหญ่ข้อวัตรกิจวัตรนั้นคือการยกเลิกตัวตน

 

กุลบุตรลูกหลานพากันเข้าใจ ทำอะไรต้องให้ตั้งอกตั้งใจตั้งเจตนา

 

การประพฤติการปฏิบัตินั้นต้องให้ฟอร์มสด  ให้ตื่นก่อนเวลา ให้ไปก่อนเวลา ให้กระตือรือร้น

 

การปฏิบัติใจการฝึกใจนั้นเค้าต้องปฏิบัติที่กายที่วาจาที่กิริยามารยาทที่อาชีพ เพราะใจนั้นเป็นนามธรรม มันต้องอาศัยฝึกปฏิบัติกายปฏิบัติวาจาปฏิบัติกิริยามารยาทปฏิบัติที่อาชีพ มีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติมีความตั้งใจตั้งเจตนา เพื่อให้ปฏิปทาติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ

 

ด้วยเหตุผลนี้ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าถึงให้เราตั้งใจตั้งเจตนา ต้องปฏิบัติที่กายที่วาจาที่กิริยามารยาทอาชีพ

 

สมณะที่ ๑ ที่ ๒ ที่ ๓ ที่ ๔ ถึงอยู่ที่รู้เข้าใจ มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ เพราะความสุขกับความสงบมันคืออันเดียวกัน ความสุขกับสมณะนั้นคืออันหนึ่งอันเดียวกัน ความเป็นสมณะหรือความเป็นพระนั้นจะเป็นได้กับเราทุก ๆ คนที่รู้เข้าใจ ความเป็นพระเป็นสมณะนั้น องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านนับเอาตั้งแต่พระโสดาบัน พระสกิทาคามี พระอนาคามี พระอรหันต์ ความเป็นพระความเป็นสมณะนั้นองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้หมู่มวลมนุษย์ทั้งหลายพากันเข้าใจอย่างนี้

 

ผู้ที่มาบรรพชาอุปสมบทนี้ยังไม่ใช่พระ เป็นเพียงภิกษุ เป็นเพียงแต่ผู้รู้เข้าใจ มีความสุขกับการประพฤติกับการปฏิบัติ พากันออกบรรชาอุปสมบท เพื่อเอาพระธรรมเอาพระวินัยเป็นกัลยาณมิตร

 

พระธรรมพระวินัยนั้นจะเป็นสาเหตุ จะเป็นเหตุเป็นปัจจัยให้ปฏิปทาติดต่อต่อเนื่องเป็นดั่งสายน้ำ

 

กุลบุตรลูกหลานต้องพากันตั้งใจ ถ้าไม่ตั้งอกตั้งใจ ธาตุทั้ง ๔ คือดินน้ำลมไฟ ขันธ์ทั้ง ๕ คือรูปเวทนาสัญญาสังขารวิญญาณ โลกธรรมทั้ง ๘ จะครอบงำจิตใจครอบงำสติปัญญาของเรา

 

ปัจจุบันเราทุกคนต้องตั้งอกตั้งใจ เพราะเหตุผลว่าไม่มีใครมาประพฤติมาปฏิบัติให้เราได้ ตนแลเป็นที่พึ่งแห่งตน ปัจจุบันเราต้องหยุดสัญชาตญาณที่มีความยึดมั่นถือมั่นเป็นตัวเป็นตนให้ได้ด้วยความรู้ความเข้าใจ ถ้าเรามีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติเราก็หยุดสัญชาตญาณที่เป็นตัวเป็นตนอยู่ที่ปัจจุบัน

 

ปัจจุบันเราต้องรู้หลักการของการประพฤติของการปฏิบัติ ปัจจุบันเราต้องตั้งใจตั้งเจตนา เพื่อให้ปฏิปทาของเราได้ติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ

 

กุลบุตรลูกหลานทั้งหลายต้องเป็นทั้งคนดีคนมีปัญญา คนดีคนมีปัญญาต้องมารวมกันเป็นหนึ่งเป็นเอกัคคตาของกุลบุตรลูกหลาน

 

พ่อแม่ของเราดีให้ลูกหลานมาบรรพชาอุปสมบทประพฤติปฏิบัติธรรม เพราะรู้เข้าใจว่าทุกสิ่งทุกอย่างนั้นต้องเกิดจากเหตุเกิดจากปัจจัย อาศัยกัลยาณมิตรคือพระพุทธเจ้า คือพระธรรม คือพระอริยสงฆ์ ให้ลูกให้หลานมาบรรพชาอุปสมบทดีมาก ดีจริง ๆ

 

ความเมตตาก็ต้องเกิดจากปัญญา ทุกคนต้องรู้เข้าใจเรื่องความเมตตา ความเมตตานั้นเราต้องเอาปัญญานำชีวิต ยกเลิกตัวตน มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ ไม่ปล่อยตัวเองไปตามสัญชาตญาณที่เป็นนิติบุคคลตัวตน มาเอาพระธรรมเอาพระวินัยมายกเลิกตัวยกเลิกตนให้ปฏิปทาติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ

 

เพื่อเป็นหลักการของการประพฤติของการปฏิบัติ

 

กุลบุตรลูกหลานต้องผ่านสัญตญาณที่มีความยึดมันถือมี่นที่มันเป็นตัวเป็นตนนี้ให้ได้

 

เราจะผ่านอย่างไร เบื้องต้นเราต้องรู้เข้าใจ มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ ถ้าเรามีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติเราก็จะผ่านสัญชาตญาณไปได้ด้วยความรู้ความเข้าใจมีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ

 

การทำข้อวัตรกิจวัตร กุลบุตรลูกหลานต้องมีความสุขในการทำข้อวัตรกิจวัตรเพราะข้อวัตรกิจวัตรนั้นมันเป็นนิพพานอยู่ในตัวอยู่แล้วในปัจจุบัน

 

กุลบุตรลูกหลานพากันคิดดูดี ๆ ถ้าเรามีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติความทุกข์นั้นมันจะไม่มีเลย ผู้ประพฤติผู้ปฏิบัติจะสัมผัสกับพระนิพพานคือความไม่มีทุกข์ได้ด้วยตนเอง

 

ความรู้ความเข้าใจมีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัตินั้นจะเป็นพระนิพพานเป็นการทำความดีเพื่อความดี ไม่ได้ทำความดีเพื่อความอยากความต้องการ ทำความดีเพื่อความนั้นจะเป็นพระนิพพาน ถ้าเราทำความดีเพื่อความอยากความต้องการนั้นจะเป็นขั้วบวกขั้วลบเป็นความปรุงแต่ง จะมีได้มีเสีย

 

กุลบุตรลูกหลานต้องพากันเข้าใจ ต้องทำความดีเพื่อความดี อย่าไปทำความดีเพื่อความอยากความต้องการ

 

อย่างเราทำข้อวัตรกิจวัตร เรามีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติ ความสุขนั้นก็จะเป็นพระนิพพานแล้ว ถ้าเราทำความดีเพื่อความอยากความต้องการ ความดีนั้นก็จะเป็นนรกแล้ว ไม่ใช่นิพพานแล้ว เพราะการทำความดีเพื่อตัวเพื่อตนมันคือความปรุงแต่ง มันคือขั้วบวกขั้วลบ

 

กุลบุตรลูกหลานต้องพากันรู้เข้าใจ พากันมีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ อย่าไปลูบคลำในข้อวัตรข้อปฏิบัติ อย่าลูบคลำในศีลในพรตในข้อวัตรข้อปฏิบัติ ต้องมีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติกับการทำหน้าที่

 

อย่างเราพากันนั่งสมาธิก็ให้พากันเข้าใจง่าย ๆ นั่งสมาธิเรามีความสุขในการนั่ง การประพฤติการปฏิบัติของเรานั้นก็จะเป็นนิพพานแล้ว ถ้าเรามีความอยากความต้องการเพื่ออยากให้ใจสงบ อยากจะได้บรรลุธรรม อยากจะได้พระนิพพาน ไม่อยากให้มันปวดแข้งปวดขา

 

ความไม่รู้ไม่เข้าใจอย่างนี้มันจะเป็นกับดัก มันจะเป็นนรกในการประพฤติในการปฏิบัติ เราไปแสวงหาสิ่งที่มันเป็นไปไม่ได้ ความรู้ความเข้าใจนี้มันเป็นขั้วบวกขั้วลบ มันเป็นความปรุงความแต่ง มันมีแต่ทุกข์เกิดขึ้น ทุกข์ตั้งอยู่ ทุกข์ดับไป

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เราเข้าใจ ให้เรามีปัญญาสัมมาทิฏฐิ จะได้เอาปัญหานั้นมาเป็นปัญญา เอาปัญญานั้นมารีไซเคิลในการประพฤติการปฏิบัติ

 

เราต้องรู้เข้าใจในเรื่องทุกข์ เหตุเกิดทุกข์ ข้อปฏิบัติถึงความดับทุกข์ ว่าความไม่รู้ไม่เข้าใจนี้มันมาปรุงแต่งใจของเรา ปรุงแต่งสติปัญญาของเรา ให้รู้เข้าใจว่าความปรุงแต่งนั้นมีแต่ความทุกข์เกิดขึ้น ความทุกข์ตั้งอยู่ ความทุกข์ใหม่เกิดขึ้นมา

 

กุลบุตรลูกหลานต้องรู้เข้าใจ ต้องหยุดความปรุงแต่งของเราให้ได้ เพราะความปรุงแต่งนั้นมีแต่ความทุกข์เกิดขึ้น ความทุกข์ตั้งอยู่ ความทุกข์ดับไป ความทุกข์ใหม่เกิดขึ้นมาอีก

 

เราต้องรู้เราต้องเข้าใจ อย่าให้ความปรุงแต่งมันปรุงแต่งจิตใจของเรา เราต้องรู้เข้าใจ เราต้องรู้จักหน้ารู้จักตาของความปรุงแต่ง ชื่อว่าความปรุงแล้วมีแต่ความทุกข์เกิดขึ้น ความทุกข์ตั้งอยู่ ความทุกข์ดับไป ความทุกข์ใหม่เกิดขึ้นมา ความปรุงแต่งนั้นเป็นทุกข์อย่างนี้

 

ความสงบระงับสังขารหรือความสงบในความปรุงแต่งที่เกิดจากปัญญาสัมมาทิฏฐิถึงเป็นความสุขอย่างยิ่ง การประพฤติการปฏิบัติถึงให้รู้ให้เข้าใจ เพื่อจะได้ประพฤติปฏิบัติได้ติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ

 

กุลบุตรลูกหลานพากันมาบวชพากันมาปฏิบัติธรรม ทุกคนนั้นเป็นทั้งคนเก่ง ทุกคนนั้นเป็นทั้งคนดี ต้องเอาความเก่งเอาความดีมาใช้มาประพฤติมาปฏิบัติอยู่ที่ปัจจุบัน

 

ให้ทุกคนเข้าใจว่า เราทำได้ปฏิบัติได้ ผู้ปฏิบัติไม่ได้มีแต่ผู้ที่ตายไปแล้ว คนบ้า คนสมองเสีย ผู้ที่เอาตัวตนเป็นที่ตั้ง เอาสัญชาตญาณที่มีความยึดมั่นถือมั่นเป็นที่ตั้งเท่านั้นถึงปฏิบัติไม่ได้

 

เราทุกคนรู้เข้าใจ มีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติ ทุกคนทำได้ปฏิบัติได้

กุลบุตรลูกหลานต้องรู้เข้าใจ ผู้ปฏิบัติไม่ได้คือผู้ที่ตายไปแล้ว ผู้ที่เป็นคนบ้า ผู้ที่เอาสัญชาตญาณที่เป็นตัวเป็นตนนั้นคือผู้ที่ปฏิบัติไม่ได้

 

ด้วยเหตุผลนี้กุลบุตรลูกหลานต้องเข้าใจในการประพฤติในการปฏิบัติ เราทุกคนต้องทำได้ปฏิบัติได้

 

ความอร่อยความแซบความลำความนัวความหรอยเป็นสิ่งเสพติด กุลบุตรลูกหลานต้องเข้าใจ เราต้องมาเสียสละความยึดมั่นถือมั่นที่เป็นตัวเป็นตน ถ้าเราไม่เสียสละเราจะเป็นผู้ทำไม่ได้ปฏิบัติไม่ได้

 

เราทุกคนมามีสติสัมปชัญญะรู้ตัวทั่วพร้อม หายใจเข้าให้มีความสุขอย่างเต็มที่ เพื่อสติสัมปชัญญะของเราจะได้สมบูรณ์ หายใจเข้ามีความสุขเต็มที่ หายใจเข้าให้อิ่มเพือ่จะเอาออกซิเจนเข้าสู่ร่างกาย หายใจออกให้เต็มที่เพื่อเอาของเสียเอาคาร์บอนไดออกไซด์ออกไปด้วยการมีสติสัมปชัญญะ เอาความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติเอาความดีและปัญญาเพื่อให้ปฏิปทาติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ

 

เราทำความดีที่ประกอบด้วยปัญญาที่เป็นปฏิปทา จะได้เป็นออกซิเจนจะได้ระบายของเสียของปฏิกูลคาร์บอนไดออกไซด์ออกไป

 

การปฏิบัติของเรา องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เราเป็นผู้ยกเลิกตัวตน ให้ตั้งใจตั้งเจตนาเหมือนภาชนะที่หงายไว้

 

การที่ปลูกต้นไม้ต้องเอาแม่พันธุ์ของต้นไม้ไปปลูกในที่ดินดีในที่กลางแจ้งเพื่อจะได้น้ำได้แสงแดดได้ออกซิเจน ไม่ให้ต้นไม้ใหญ่ครอบคลุม ต้นไม้นั้นถึงจะสง่างาม

 

การประพฤติการปฏิบัตินั้นถึงยกเลิกอดีตอนาคต ปัจจุบันก็ว่างจากตัวว่างจากตน

 

การประพฤติการปฏิบัติของเราต้องเด่นชันอย่างนี้ การประพฤติการปฏิบัติถึงเน้นที่ใจที่เจตนา ไม่ให้ปฏิปทาลูบคลำในศีลในพรตในข้อวัตรข้อปฏิบัติ ต้องตั้งใจตั้งเจตนาอย่างนี้ แล้วประพฤติปฏิบัติให้ปฏิปทาได้ติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ ไม่ให้ธาตุไม่ให้ขันธ์ไม่ให้อายตนะ ไม่ให้สิ่งภายนอกภายในครอบงำจิตใจของเรา การปฏิบัติของเราต้องให้สง่างาม สง่างามเหมือนองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านสง่างาม สง่างามเหมือนพระอรหันต์ขีณาสพขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระอรหันต์ท่านสง่างาม กายวาจากิริยามารยาทอาชีพต้องสง่างามยกเลิกตัวตน เพราะตัวตนนั้นคือความไม่สง่างาม

 

ที่ตรัสความงามน่ะ ความงามในเบื้องต้นคือศีล ความงามท่ามกลางคือสมาธิ ความงามเบื้องปลายคือปัญญา ศีลสมาธิปัญญาต้องเป็นเอกัคคตาเป็นหนึ่งเดียวกัน มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติอยู่ที่ปัจจุบัน เพราะพระนิพพานอยู่ที่เรารู้เข้าใจ อยู่ที่เรามีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติอยู่ที่ปัจจุบัน

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เราถือเอาโอกาสปัจจุบันนี้เป็นวาระสำคัญของการประพฤติการปฏิบัติ

 

ให้ผู้ที่เป็นทั้งคนดีคนมีปัญญาอย่าได้ตั้งอยู่ในความประมาท

 

ให้ระลึกถึงปัจฉิมโอวาทของพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าที่ท่านตรัสปัจฉิมโอวาทในครั้งสุดท้ายไว้ว่า

 

"หันทะทานิ ภิกขะเว อามันตะยามิ โว วะยะธัมมา สังขารา อัปปะมาเทนะ สัมปาเทถะ" แปลความว่า "ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บัดนี้เราขอเตือนท่านทั้งหลายว่า สังขารทั้งหลาย มีความเสื่อมสลายไปเป็นธรรมดา ท่านทั้งหลายจงทำประโยชน์ตนและประโยชน์ผู้อื่นให้ถึงพร้อม ด้วยความไม่ประมาทเถิด

 

โอวาทของหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต

ความไม่ยั่งยืน เป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่และแน่นอนนะ

ความยิ่งใหญ่ คือความไม่ยั่งยืนนะ

ชีวิตที่ยิ่งใหญ่ คือชีวิตที่อยู่ด้วยทาน ศีล เมตตา และกตัญญู

ชีวิตที่มีความดี อาจมิใช่ความยิ่งใหญ่ แต่ชีวิตที่ยิ่งใหญ่ ต้องอาศัยคุณธรรมความดีเป็นปัญญาบริสุทธิคุณเท่านั้น การระงับสังขารทั้งหลายด้วยความรู้ความเข้าใจเป็นความรู้คู่กับการประพฤติการปฏิบัตินั่นแหละคืออริยมรรค เป็นหนทางที่ประเสริฐมีพระนิพพานตั้งแต่ในปัจจุบัน ไม่ต้องรอพระนิพพานเมื่อตายแล้ว ปัจจุบันไม่มีพระนิพพาน อนาคตจะมีพระนิพพานได้อย่างไร

 

ให้เรารู้เข้าใจเรื่องพระธรรมพระวินัย พระธรรมพระวินัยที่เป็นสัมมาทิฐิ เพื่อหยุดวัฏฏสงสารนั่นแหละคือพระนิพพาน ให้พวกเรารู้เข้าใจในเรื่องพระนิพพาน ให้เข้าใจนะว่าสิ่งเดิมนั้นคือความว่างเปล่า สิ่งที่สัญจรไปมาเป็นเพียงอาคันตุกะ เราจะได้เอาหลักการอุดการณ์ที่เป็นศีลเป็นสมาธิเป็นปัญญาเป็นมรรคเป็นอริยมรรคที่ตรงกันข้ามกับโลกธรรมมาประพฤติมาปฏิบัติ ให้รู้เข้าใจ เพราะไม่มีใครอยู่เหนือกรรมเหนือกฎแห่งกรรมเหนือผลของกรรม พระนิพพานความรู้ความเข้าใจในเรื่องกระบวนการปฏิจจสมุปบาท กระบวนการของปฏิจจสมุปบาทจะได้จบลงเพียงผัสสะ จะได้เป็นปัญญาเป็นความสงบ จะเป็นความสงบเป็นปัญญา เป็นสิ่งที่อยู่นอกเหตุเหนือผล หยุดความปรุงแต่ง นี้เป็นขบวนการที่ติดต่อต่อเนื่อง เป็นบารมีเป็นความดีที่ประกอบด้วยปัญญา เป็นพระนิพพานบ้านของเรา ไม่ใช่อวิชชาความหลงเป็นบ้านของเรานะ พระนิพพานคือบ้านของเรา ความสงบและปัญญาถึงเป็นธรรมเป็นปัจจุบันธรรม เราจะหยุดวัฏฏสงสารได้ด้วยความรู้ความเข้าใจ ด้วยพระธรรมด้วยพระวินัย เป็นขบวนการของกระแสในการประพฤติการปฏิบัติที่ได้นำเอาพระธรรมพระวินัยมาประพฤติมาปฏิบัติในปัจจุบันให้ติดต่อต่อเนื่อง

 

 ความสงบและปัญญาที่เป็นพระธรรมพระวินัยถึงหยุดความปรุงแต่งได้ ด้วยปัญญาสัมมาทิฏฐิคู่กับการประพฤติการปฏิบัติในปัจจุบัน พระธรรมพระวินัยที่เป็นความรู้ความเข้าใจ ที่จะหยุดความปรุงแต่งได้ เข้าถึงพระนิพพานตั้งแต่ปัจจุบัน ไม่ต้องรอชาติหน้า พระนิพพานต้องอยู่ที่ปัจจุบันเท่านั้น

 

---------------------------------

โอวาทขององค์หลวงพ่อกัณหา สุขกาโม

เมตตาให้ไว้ในเช้าวันพุธที่ ๘ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๖๙

ณ วัดป่าทรัพย์ทวีธรรมาราม ต.วังหมี อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา

 

Visitors: 113,311