๙ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๖๙
พสกนิกรชาวไทยและชาวต่างประเทศได้มาร่วมรวมกันประพฤติปฏิบัติธรรมเพื่อน้อมถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ด้วยความโทมนัสและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ที่พระองค์ได้ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทยและชาวโลกตลอดระยะเวลาที่ยาวนาน พระองค์ทรงเป็นดั่งแม่แห่งแผ่นดิน ผู้ทรงเปี่ยมด้วยพระเมตตาและพระปรีชาสามารถ ทรงอุทิศพระวรกาย พระสติปัญญา และพระราชหฤทัยในการบำเพ็ญพระราชกรณียกิจนานัปการ เคียงคู่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เพื่อธำรงไว้ซึ่งความผาสุกและความมั่นคงแห่งชาติไทย เราประชาชนชาวไทยต้องร่วมใจสมัครสมานสามัคคีทำความดีที่ประกอบด้วยปัญญา เพื่ออุทิศบุญกุศลน้อมเกล้าถวาย เพื่อเสด็จสู่สวรรคาลัย เข้าสู่สวรรค์มรรคผลพระนิพพาน
วันนี้เป็นวันพฤหัสบดีที่ ๙ เดือนเมษายน พุทธศักราช ๒๕๖๙
ให้ทุกท่านทุกคนพากันนั่งให้สบาย เพื่อฟังการบรรยายพระธรรมคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ให้พากันตั้งใจฟังด้วยความเคารพ
ความสงบกับความเคารพนี้มันคืออันหนึ่งอันเดียวกัน เมื่อเรามีความเคารพเราก็มีความสงบ ถ้าเรามีความสงบเราก็มีความเคารพ
ขณะนี้เวลานี้เป็นช่วงเดือนเมษาหน้าร้อน โรงเรียนปิดเทอม กุลบุตรลูกหลานพากันมาบวชพระบวชเณร พากันมาประพฤติมาปฏิบัติธรรม
มนุษย์เรามาประพฤติมาปฏิบัติธรรมเพื่อให้การประพฤติการปฏิบัตินั้นได้ติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ มาอยู่กับสิ่งแวดล้อมที่มีการประพฤติการปฏิบัติไปในทางหนึ่งทางเดียวกัน มีความสมัครสมานสามัคคี เอาความดีและปัญญาประพฤติปฏิบัติให้ติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ
เพื่อให้การประพฤติการปฏิบัตินั้นได้ติดต่อต่อเนื่อง การทำอะไรติดต่อต่อเนื่อง ๓ อาทิตย์ขึ้นไป ผลวิจัยออกมาทั้งทางฝ่ายวิทยาศาสตร์ทั้งทางฝ่ายจิตใจถึงจะได้ผลเห็นผล
เดือนเมษาหน้าร้อนกุลบุตรลูกหลานได้พากันมาบรรพชาอุปสมบทพากันมาประพฤติพากันมาปฏิบัติธรรม เพื่อเป็นเหตุเป็นปัจจัย เพราะทุกสิ่งทุกอย่างนั้นเกิดจากเหตุเกิดจากปัจจัย ที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านตรัสว่า ทุกสิ่งทุกอย่างนั้นเกิดจากเหตุเกิดจากปัจจัย เพราะสิ่งนี้มีสิ่งต่อไปถึงมี
อดีตก็มารวมกันอยู่ที่ปัจจุบันแล้ว อนาคตจะไปข้างหน้าก็ไปจากปัจจุบัน ปัจจุบันนั้นจะเป็นเหตุเป็นปัจจัย เพราะสิ่งนี้มีสิ่งต่อไปถึงมี ปัจจุบันถึงเป็นการชิงแชมป์ระหว่างนิพพานกับวัฏฏสงสาร
กุลบุตรลูกหลานผู้ที่มาบวชทั้งหลายต้องรู้ว่าปัจจุบันนี้เป็นการชิงแชมป์กับนิพพานกับวัฏฏสงสาร เพราะปัจจุบันนี้เป็นเหตุเป็นปัจจัย กุลบุตรลูกหลานต้องมีความสุขกับการประพฤติกับการปฏิบัติ
เพราะความสุขนั้นคือความไม่มีทุกข์ ความสุขที่เกิดจากปัญญาสัมมาทิฏฐิ ความสุขที่เกิดจากความรู้ทุกข์ รู้เหตุเกิดทุกข์ รู้ข้อปฏิบัติถึงความดับทุกข์ ความสุขที่เกิดจากการประพฤติการปฏิบัติจะไม่มีความทุกข์
ความรู้ความเข้าใจนี้จะเป็นเหตุเป็นปัจจัยเข้าถึงพระนิพพานอยู่ที่ปัจจุบัน ไม่ใช่พระนิพพานอยู่ในอนาคตกาลเบื้องหน้าโน้นเทอญ
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้กุลบุตรลูกหลานเข้าใจ กุลบุตรลูกหลานต้องเข้าถึงพระนิพพานในปัจจุบัน ไม่ใช่ในอนาคตกาลเบื้องหน้าโน้นเทอญ ถ้าปัจจุบันไม่มีพระนิพพาน อนาคตจะมีได้อย่างไรเพราะไม่มีเหตุไม่มีปัจจัย เราต้องได้พระนิพพานตั้งแต่ใจปัจจุบัน
ปัจจุบันเราต้องเอาความดีและปัญญาเพื่อให้ปฏิปทาของเราได้ติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ
เราทุกคนมามีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ เราต้องไม่ซบเซาในธาตุทั้ง ๔ ขันธ์ทั้ง ๕ อายตนะ ๑๒ เราต้องรู้ต้องเข้าใจ เพื่อเราจะไม่ให้ธาตุทั้ง ๔ ขันธ์ทั้ง ๕ อายตนะภายนอกภายในครอบงำจิตใจสติปัญญาของเรา
เราทุกคนพากันมารู้เข้าใจ มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ เราต้องมารู้ปัญหา มารู้เรื่องของธาตุทั้ง ๔ ขันธ์ทั้ง ๕ อายตนะภายนอกภายใน เราต้องรู้เข้าใจ
สิ่งทั้งหลายทั้งปวงนี้มันเป็นอย่างนี้แหละ สิ่งเหล่านี้มันเป็นข้อสอบให้เราตอบด้วยความรู้ความเข้าใจ ให้เอาปัญหานั้นมารีไซเคิลให้เป็นปัญญา ให้เอาปัญญามามีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ
ด้วยเหตุผลนี้เราถึงต้องมีสติรู้ตัวทั่วพร้อม เพื่อสติเพื่อสัมปชัญญะของเราให้สมบูรณ์
ด้วยเหตุผลนี้เราถึงต้องหายใจเข้าให้มีความสุข หายใจออกให้สบาย เราจะได้ออกซิเจน เราจะได้ถ่ายเทของเสียของปฏิกูลถ่ายเทคาร์บอนไดออกไซด์ออกไป
เรามาเสียสละมายกเลิกตัวยกเลิกตนอยู่ในท่ามกลางสิ่งต่าง ๆ
เรามาว่างจากสิ่งที่มีอยู่ รูปก็เป็นสิ่งที่มีอยู่ เสียงก็มีอยู่ กลิ่นรสโผฏฐัพพะธรรมารมณ์เป็นสิ่งที่มีอยู่ ลาภยศสรรเสริญเป็นสิ่งที่มีอยู่ เรารู้เข้าใจว่าสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่มีอยู่ สิ่งภายนอกสิ่งภายในสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่มีอยู่
เราจะได้รู้เข้าใจเราจะได้ยกทุกสิ่งทุกอย่างนั้นเข้าสู่พระไตรลักษณ์ ว่าทุกสิ่งทุกอย่างนั้นเป็นเพียงอาคันตุกะที่สัญจรไปมาชั่วครู่ชั่วยาม
กุลบุตรต้องรู้ต้องเข้าใจ ต้องมีปัญญาสัมมาทิฏฐิ มีความเห็นถูกต้อง มีความเข้าใจถูกต้อง มามีความสุข กุลบุตรลูกหลานต้องรู้เข้าใจว่าความสุขกับความสงบมันคืออันเดียวกัน
เรามามีปัญญาสัมมาทิฏฐิ จะไม่ได้ไปตามผัสสะ จะไม่ได้ไปตามสิ่งแวดล้อม เราทุกคนจะได้จบลงในปัจจุบันจบลงที่ผัสสะ รูปเวทนาสัญญาสังขารวิญญาณนั้นก็จะมีอยู่เก้อ ๆของตัวของเค้าเองของตัวมันเอง
เรารู้เราเข้าใจ เราไม่ต้องตามทุกสิ่งทุกอย่างไป สิ่งต่าง ๆ นั้นก็จะมีเก้อ ๆ ของเขาอยู่อย่างนั้น เพราะเรามีปัญญาสัมมาทิฏฐิ
ปัญหาต่าง ๆ ที่เคยเป็นปัญหา ปัญหาต่าง ๆ นั้นก็จะเป็นปัญญา
เราต้องพากันรู้พากันเข้าใจ มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ เพราะความสุขกับความสงบนั้นมันคืออันหนึ่งอันเดียวกัน
เมื่อเรารู้เข้าใจ เรายกเลิกตัวตน มีความสุขกับการยกเลิกตัวตนเราก็จะสงบ ความสงบกับความสุขมันคืออันหนึ่งอันเดียวกัน
พระธรรมพระวินัยเป็นข้อวัตรกิจวัตรที่เราจะเอามาใช้เอามาปฏิบัติ
เราจะเดินทางไกลเราต้องอาศัยยานพาเราเดินทาง เราจะเดินทางทางบกเราก็ต้องอาศัยรถยนต์อย่างนี้ เราจะเดินทางทางอากาศเราก็ต้องอาศัยเครื่องบินอย่างดี เราจะเดินทางไกลทางทะเลสมุทรเราก็ต้องอาศัยเรือยนต์อย่างดีเรือยนต์ขนาดใหญ่เพื่อที่จะเดินทางปลอดภัยสู่จุดหมายปลายทางด้วยความสวัสดิภาพ
เราจะเดินทางออกจากวัฏฏสงสารเราก็ต้องอาศัยพระธรรมพระวินัยเป็นยานสำหรับเดินทาง
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้กุลบุตรลูกหลานพากันเข้าใจอย่างนี้
การที่มองเห็นคุณเห็นประโยชน์ในพระธรรมพระวินัยเป็นสิ่งที่สำคัญมาก พระธรรมพระวินัยนี้ถึงมีแต่คุณมีแต่ประโยชน์หาโทษมิได้เลย
สิ่งที่เป็นคุณเป็นประโยชน์ที่มีคุณค่านั้นคือพระธรรมพระวินัย คือข้อวัตรกิจวัตร
ความเคารพในพระธรรมในพระวินัยไม่ตั้งอยู่ในความประมาท ความประมาทนั้นคือความไม่เคารพ ไม่เห็นคุณเห็นประโยชน์ในพระธรรมพระวินัยตั้งอยู่ในความประมาทนั้นคือความไม่เคารพ
ความไม่เคารพนี้จะเป็นสาเหตุให้เกิดความไม่สงบ
กุลบุตรลูกหลานต้องพากันเข้าใจ การประพฤติการปฏิบัติต้องมีปัญญาสัมมาทิฏฐิ ต้องเห็นคุณค่าเห็นประโยชน์ของพระธรรมของพระวินัย ข้อวัตรกิจวัตร
เพราะความเคารพเป็นสาเหตุให้เกิดความสงบ
ด้วยเหตุผลนี้ ผู้ประพฤติปฏิบัติธรรมทั้งหลายถึงตั้งอยู่ในความประมาทไม่ได้ เพราะความประมาทความผิดพลาดนั้นคือความเสียหายคือการพังทลายอย่างเดียวเช่นเดียวกันกับตึก สตง. สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินของเมืองไทยประเทศไทย
ด้วยเหตุผลนี้ ความเคารพเป็นสิ่งที่สำคัญ
ผู้ประพฤติผู้ปฏิบัติถึงตรึกในกามไม่ได้ ถึงตรึกใจพยาบาทไม่ได้ การไปตรึกในกามนั้นคือความไม่เคารพ การไปตรึกในพยาบาทนั้นคือความไม่เคารพ ถ้าเราไม่มีความเคารพความสงบจะเกิดขึ้นได้อย่างไร
ด้วยเหตุผลนี้ ผู้มาบวชทั้งหลายจะพากันตรึกในกามนั้นไม่ได้เด็ดขาด จะไปตรึกในพยาบาทเครียดแค้นไม่ได้เป็นเด็ดขาด
เรามาบวชมาปฏิบัติธรรมมีการปฏิบัติติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำเพื่อเอาธรรมนำชีวิต
ความสุขความดับทุกข์นั้นถึงอยู่ที่หน้าที่ หน้าที่คือเจ้าหน้าที่ ความหมายของหน้าที่คือเจ้าหน้าที่
เจ้าหน้าที่ต้องรู้เข้าใจ ความสุขนั้นอยู่ที่หน้าที่ หน้าที่นั้นอยู่ที่ปัจจุบัน เพราะอดีตก็มารวมกันอยู่ที่ปัจจุบัน อนาคตที่จะไปข้างหน้าก็ไปจากปัจจุบัน ปัจจุบันถึงเป็นหน้าที่ที่มีความสุขของเราทุกคน
การปฏิบัติเราต้องรู้ต้องเข้าใจ ความรู้ต้องคู่กับการประพฤติการปฏิบัติ ไม่ให้เป็นคนว่างงาน เรามีความสุขกับการทำงาน มีความสุขกับการทำหน้าที่ เราจะทำอะไรถึงต้องมีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ
ปัจจุบันเราต้องทำหน้าที่อย่างที่มีความสุข เพราะความสุขของเราทุกคนนั้นต้องมีอยู่ที่ปัจจุบันถึงจะดับทุกข์ได้ ถึงจะแก้ปัญหาได้
พระนิพพานนั้นเป็นเรื่องของปัจจุบัน พรหมถึงเป็นเรื่องของปัจจุบัน เทวดาถึงเป็นเรื่องของปัจจุบัน มนุษย์ถึงเป็นเรื่องปัจจุบัน นรกก็เป็นเรื่องของปัจจุบัน
ปัจจุบันเรารู้เข้าใจ มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ ปัจจุบันก็จะเป็นมนุษย์สมบัติ สวรรค์สมบัติ พรหมสมบัติ นิพพานสมบัติด้วยความรู้ความเข้าใจ
เราพากันมานอนพักผ่อนจำวัดวันละ ๖ ชั่วโมง เข้านอนจำวัดเวลา ๓ ทุ่ม ตื่นตี ๓ เวลาเราตื่นอยู่นี้เป็นเวลา ๑๘ ชั่วโมง เราพากันมีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ การประพฤติการปฏิบัติของเราต้องมีความสุข ถ้าเรามีความสุขความทุกข์นั้นก็จะไม่มี
เรามารู้มาเข้าใจ มาอาศัยองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นกัลยาณมิตร มาอาศัยพระอรหันต์ขีณาสพเป็นกัลยาณมิตร มาอาศัยสหธรรมิกมาร่วมกันประพฤติปฏิบัติอยู่ที่ปัจจุบัน ปัจจุบันเรามีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ
ปัจจุบันเรามาทำหน้าที่เพื่อหน้าที่ การประพฤติการปฏิบัตินี้เน้นที่ตัวเรา เน้นที่เจตนา ภาชนะใดที่จะใช้ได้ต้องเป็นภาชนะที่ตั้งไว้ ภาชนะที่คว่ำ ภาชนะที่ล้มนั้นเป็นภาชนะที่ใช้งานไม่ได้ ปัจจุบันเราต้องตั้งใจตั้งเจตนา ต้องมีความสุขในปฏิปทาในการประพฤติในการปฏิบัติ
ด้วยเหตุผลนี้เราถึงต้องตั้งอกตั้งใจ ใจของเราให้ผู้ปฏิบัติทั้งหลายรู้เข้าใจ ใจของเราเราตรึกนึกคิดอะไรคนอื่นเค้าไม่รู้ไม่เข้าใจ แต่เราทุกคนก็ย่อมรู้ว่าเราตรึกนึกคิดอะไร
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านไม่ให้เราตรึกในกามตรึกในพยาบาท เราต้องเคารพในองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เราต้องเคารพในพระธรรมคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเราต้องเคารพในพระอริยสงฆ์ขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เพราะความเคารพนั้นเป็นสาเหตุให้เกิดความสงบ
เราทุกคนมารู้มาเข้าใจ การประพฤติการปฏิบัติของเรา องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เราตั้งใจ ให้เรามีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ
ให้ทุกคนปฏิบัติเหมือนกับเอาเมล็ดพันธุ์ที่เป็นเมล็ดพันธุ์ที่รู้เข้าใจ มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ เอาเมล็ดพันธุ์นั้นไปปลูกไว้ในที่กลางแจ้ง ในที่โล่งโปร่งว่างเบาสบาย ไม่มีต้นไม้ใหญ่ปกคลุม ต้นไม้นั้นถึงจะเจริญเติบโตได้อย่างสง่างาม ได้รับแสงแดด ได้รับอากาศ ได้รับออกซิเจน ต้นไม้นั้นถึงจะสง่างาม
เรามาอยู่กับพระพุทธเจ้า เรามาอยู่กับพระอรหันต์ เรามาอยู่กับใครต่อใครนั้นอันนั้นเป็นเรื่องของท่าน เรื่องของเรา เราต้องตั้งใจตั้งเจตนา ยกเลิกอัตตายกเลิกตัวตน มีความสุขกับการประพฤติมีความสุขกับการปฏิบัติ ไม่ถูกปกคลุมด้วยสิ่งแวดล้อม
เมื่อเรารู้เข้าใจว่าทุกสิ่งทุกอย่างนั้นมันเป็นสิ่งที่มีอยู่ เมื่อมีตารูปนี้ถึงมี มีหูเสียงนั้นถึงมี มีจมูกกลิ่นถึงมี มีลิ้นรสถึงมี มีกายถึงมีสัมผัส มีใจถึงมีความรู้สึกนึกคิด
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เรารู้เข้าใจ สิ่งภายนอกภายในสิ่งทั้งหลายทั้งปวงนั้นจะได้หยุดลงที่ปัจจุบัน หยุดลงที่ผัสสะ ไม่ให้สิ่งต่าง ๆ ครอบงำใจของเรา ครอบงำสติครอบงำปัญญาเรา
เพื่อเราจะได้รู้ เพื่อเราจะได้เข้าใจ เพื่อเราจะได้ว่างจากสิ่งที่มีอยู่ เพื่อปัญหานั้นจะได้เป็นปัญญา ปัญญานั้นจะได้มีความสุขจากความรู้ความเข้าใจ มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติอยู่ที่ปัจจุบัน เพราะปัจจุบันนั้นคือการชิงแชมป์ระหว่างนิพพานกับวัฏฏสงสาร
เรามารู้มาเข้าใจ มาเอาปัจจุบันนี้มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ ความเคารพกับความสงบนั้นคืออันเดียวกัน เรามามีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ ถ้าเราไม่มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติแสดงถึงเราไม่มีความเคารพ เราต้องเคารพกับการประพฤติการปฏิบัติ
ความไม่เคารพนั้นคือความไม่สงบ ความไม่เคารพนั้นแหละคือเหตุคือปัจจัยให้เกิดความปรุงแต่ง ความปรุงแต่งนั้นเป็นขั้วบวกขั้วลบ มันมีได้มีเสีย มีเจริญมีเสื่อม ความไม่เคารพจะมาเป็นสงคราม เพราะความไม่สงบมันคือสงคราม
สงครามของตัวสงครามเอง สงครามในความไม่รู้ไม่เข้าใจ สงครามภายนอกภายใน สงครามในครอบครัวในหมู่บ้านในอำเภอในจังหวัด สงครามภายในประเทศ สงครามระหว่างประเทศ สงครามโลก
สงครามนั้นเกิดจากความไม่รู้ไม่เข้าใจ ความไม่รู้ไม่เข้าใจได้แสวงหาความเป็นไปไม่ได้ ไปแสวงหาจากสิ่งที่ไม่มีอยู่มันเป็นไปไม่ได้
เราแสวงหาความไม่แก่ไม่ตายไม่เจ็บไม่อาพาธ แสวงหาความสุขลาภยศสรรเสริญนี้มันคือเราไปแสวงหาในสิ่งที่มันเป็นไปไม่ได้
เราแสวงหาในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้มันก็มีแต่ความทุกข์เกิดขึ้น ความทุกข์ตั้งอยู่ ความทุกข์ดับไป ความทุกข์ใหม่เกิดขึ้นมาอีก
การที่เราไปแก้ปัญหาทางวิทยาศาสตร์อย่างเดียวนั้นมันแก้ปัญหาได้ การเราไปแก้ปัญหาทางจิตใจอย่างเดียวนั้นไม่ได้
ด้วยเหตุผลนี้องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เอาทางวิทยาศาสตร์ทางใจไปพร้อม ๆ กันเพื่อให้เป็นทางสายกลางระหว่างวิทยาศาสตร์และจิตใจไปพร้อม ๆ กันเป็นทางสายกลาง
ผู้ประพฤติผู้ปฏิบัติถึงเน้นปัจจุบัน ปัญญากับการประพฤติการปฏิบัติอยู่ที่ปัจจุบัน
เรามาบรพชาอุปสมบทมาปฏิบัติธรรม เราพากันมีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ เพื่อให้การประพฤติการปฏิบัติของเราได้ติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ
เราต้องรู้ต้องเข้าใจ เพราะสิ่งมีสิ่งมีสิ่งต่อไปถึงมี
เรามารู้ว่าง ๆ เป็นเพียงสมาธิเป็นเพียงสมาบัตินี้ไม่ได้ ระดับสมาธิระดับสมาบัติยังใช้ไม่ได้นะ
ผู้มีความสุขมาก ๆ ก็ต้องเสียสละมาก ๆ ถ้าเราไม่เสียสละมันก็เป็นเพียงสมาธิเป็นเพียงสมาบัติ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าถึงตรัสให้เข้าใจว่า ธรรมเหล่าใดเป็นไปด้วยความยึดมั่นถือมั่นนั้นไม่ใช่พระนิพพานนะ นั้นมันเป็นตัวเป็นตัว นั้นมันจะเป็นเพียงสมาธิเป็นเพียงสมาบัติ
ผู้มีความสงบมาก ๆ มีความสุขมาก ๆ ถึงต้องเสียสละมาก ๆ ดูตัวอย่างแบบอย่างองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ท่านเสียสละตลอด ๒๔ ชั่วโมง
วันหนึ่งคืนหนึ่ง องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านทำพุทธกิจ ท่านทรงบรรทมพักผ่อนอย่างมากไม่เกิน ๔ ชั่วโมง เสียสละให้มหาชน หมู่มวลมนุษย์เทพเทวามารพรหมสรรพสัตว์ทั้งหลายวันละ ๒๐ ชั่วโมง รวมกันแล้วก็เป็น ๒๔ ชั่วโมง
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้านั้นจะไม่ได้ติดอยู่เพียงสมาธิเพียงสมาบัติ
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าคือผู้รู้อริยสัจสี่ รู้ทุกข์ รู้เหตุเกิดทุกข์ รู้ข้อปฏิบัติให้ถึงความดับทุกข์ มีความสุขในการทำงาน มีความสุขในการทำหน้าที่ หน้าที่ถึงเป็นความสุข เราทำหน้าที่ถึงจะมีความสุข เพราะความสุขกับความสงบมันคืออันเดียวอันเดียวกัน
การทำหน้าที่ที่มีความสุขนั้นคือการเจริญสติเจริญสัมปชัญญะนะ
สมถะจะเกิดได้เราต้องมีความเคารพ เราต้องมีปัญญามีความรู้ความเข้าใจ เราต้องมีความเคารพ ถ้าเราไม่มีความเคารพมันจะมีความสงบได้อย่างไร
เราตามใจตามอารมณ์ของเรามันก็ไม่มีความเคารพ มันจะสงบได้อย่างไร
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เราเอาธรรมะมาใช้มาประพฤติมาปฏิบัติ ธรรมเหล่าใดเป็นไปเพื่อความยึดมั่นถือมั่น เป็นไปเพื่อความติดสุขติดสบาย เป็นไปเพื่อความขี้เกียจขี้คร้านถึงไม่ใช่คำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
เรามาบวชมาปฏิบัติเรายกเลิกตัวยกเลิกตน เรามายกเลิกขี้เกียจขี้คร้านเรามามีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติให้ติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ
เราทุกคนมาตั้งอกตั้งใจ เพราะทุกสิ่งทุกอย่างนั้นเกิดจากเหตุจากปัจจัย เราไม่ตั้งอกตั้งใจก็ย่อมไม่มีเหตุไม่มีปัจจัย เหตุปัจจัยนั้นต้องเกิดติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ
ความเป็นพระนั้น องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านนับเอาตั้งแต่พระโสดาบันไปจนถึงพระอรหันต์ ความเป็นพระนั้นให้กุลบุตรลูกหลาได้เข้าใจ เวลาลาสิกขาบทไปจะได้รู้จะได้เอาหลักการไปใช้ไปประพฤติไปปฏิบัติ เพราะหลักการนี้ต้องเอาไปใช้จนกว่าเราจะหมดลมหายใจ จนกว่าเราจะหมดอายุขัย
หลักการที่มาบรรพชาอุปสมบทเพื่อจะได้เอาหลักการนั้นมาใช้ติดต่อต่อเนือ่งเป็นสายน้ำ ให้กุลบุตรลูกหลายรู้เข้าใจ ความเป็นพระนั้นอยู่ที่เรารู้ความเข้าใจมีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ มีความสุขกับการทำหน้าที่ ทำความดีเพื่อความดี
สมมติสัจจะนั้นเป็นสิ่งที่ดี สมมติทั้งชี้ให้เห็นเรื่องผิดเรื่องถูกเรื่องดีเรื่องชั่ว เรื่องไม่ผิดไม่ถูกไม่ดีไม่ชั่วนี้เป็นสิ่งที่ดีมากเป็นสิ่งที่ดีจริง ๆ เราต้องเอาสมมติมาใช้มาปฏิบัติให้มีความสุข เพราะธรรมะคือหน้าที่หน้าที่คือธรรมะ เรามีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติกับการทำหน้าที่ สมมติสัจจะที่ทำความดีเพื่อความดี สมมติสัจจะนั้นก็จะเป็นพระนิพพานจากความรู้ความเข้าใจ มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติกับการทำหน้าที่
ผู้ประพฤติปฏิบัติต้องเอาปัจจุบันให้ดี ปัจจุบันต้องเป็นฟอร์มสด สดชื่นตื่นเบิกบาน เป็นผู้รู้ผู้ตื่นผู้สดชื่นเบิกบานต้องมีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ
เราต้องพากันมารู้มาเข้าใจในเรื่องความเป็นพระ ความเป็นพระนั้นต้องอยู่ที่เรา เราต้องรู้เข้าใจ ความเป็นพระพุทธเจ้านั้นอยู่ที่พระพุทธเจ้า ความเป็นพระอรหันต์อยู่ที่พระอรหันต์ขีณาสพ อันนั้นเป็นเรื่องของท่าน ความเป็นพระนั้นพระพุทธเจ้าท่านแก้ปัญหาของท่านได้ ความเป็พระนั้นพระอรหันต์ท่านก็แก้ของท่านได้ แต่ความเป็นพระของเราไม่มีเราจะแก้ปัญหาของเราได้อย่างไร
ด้วยเหตุผลนี้ความเป็นพระนั้นต้องอยู่ที่เรา เราต้องรู้เข้าใจว่าความเป็นพระนั้นอยู่ที่เรา เรารู้เข้าในมีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติกับการทำหน้าที่นี้แหละพระถึงมีอยู่ที่ตัวเรา อดีตเป็นสิ่งที่ปฏิบัติไม่ได้ อนาคตที่มาไม่ถึงเป็นสิ่งที่ปฏิบัติไม่ได้
ด้วยเหตุผลนี้ปัจจุบันเราต้องมีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ เพราะการประพฤติการปฏิบัตินั้นมีความสุข ความสุขที่รู้เข้าในมีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัตินั้นถึงจะแก้ปัญหานั้น ปัญหานั้นถึงจะเกิดปัญญา ปัญญานั้นคือความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ การประพฤติการปฏิบัตินั้นถึงอยู่ที่ปัจจุบัน
ปัจจุบันต้องเป็นความสุขหรือว่าเป็นพระนิพพานไปเป็นชั่วขณะ ๆ มีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติให้ติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ การประพฤติการปฏิบัตินั้นถึงจะเป็นพระนิพพานอย่างสมบูรณ์
เป็นการอบรมบ่มอินทรีย์ของเราที่เอาความดีและปัญญาเอามาใช้เอามาประพฤติเอามาปฏิบัติอย่างมีความสุข
การประพฤติการปฏิบัติมันเป็นออกซิเจนมันเป็นการถ่ายเทของเสียของปฏิกูลคาร์บอนไดออกไซด์ออกไป เราทำงานมีความสุขมันก็เป็นออกซิเจน เราทำงานเพื่องานไม่หวังอะไรตอบแทนมันก็เป็นการถ่ายเทของเสียของปฏิกูลออกไปถ่ายเทคาร์บอนไดออกไซด์
อย่างเรานั่งสมาธิ เรามีความสุขในการนั่งสมาธิ การนั่งสมาธิอย่างนี้ก็เป็นพระนิพพานแล้ว แต่เราไม่รู้ไม่เข้าใจเรานั่งสมาธิเราอยากให้มันสงบอยากให้มันบรรลุธรรมอยากให้ไม่ปวดแข้งปวดขาการนั่งสมาธินั้นก็ใช่พระนิพพานมันก็เป็นนรก
คำโบราณถึงตรัสไว้ว่า สวรรค์อยู่ในอกนรกอยู่ในใจไม่ใกล้ไม่ไกลอยู่ที่ใจของเราอยู่ที่ปัจจุบัน ผู้ประพฤติผู้ปฏิบัติต้องรู้เข้าใจ ต้องมีปัญญาสัมมาทิฏฐิ รู้ทุกข์ รู้เหตุเกิดทุกข์ รู้ข้อปฏิบัติถึงความดับทุกข์ มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ
---------------------------------
โอวาทขององค์หลวงพ่อกัณหา สุขกาโม
เมตตาให้ไว้ในเช้าวันพฤหัสบดีที่ ๙ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๖๙
ณ วัดป่าทรัพย์ทวีธรรมาราม ต.วังหมี อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา