๑๖ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๖๙

พสกนิกรชาวไทยและชาวต่างประเทศได้มาร่วมรวมกันประพฤติปฏิบัติธรรมเพื่อน้อมถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ด้วยความโทมนัสและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ที่พระองค์ได้ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทยและชาวโลกตลอดระยะเวลาที่ยาวนาน พระองค์ทรงเป็นดั่งแม่แห่งแผ่นดิน ผู้ทรงเปี่ยมด้วยพระเมตตาและพระปรีชาสามารถ ทรงอุทิศพระวรกาย พระสติปัญญา และพระราชหฤทัยในการบำเพ็ญพระราชกรณียกิจนานัปการ เคียงคู่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เพื่อธำรงไว้ซึ่งความผาสุกและความมั่นคงแห่งชาติไทย เราประชาชนชาวไทยต้องร่วมใจสมัครสมานสามัคคีทำความดีที่ประกอบด้วยปัญญา เพื่ออุทิศบุญกุศลน้อมเกล้าถวาย เพื่อเสด็จสู่สวรรคาลัย เข้าสู่สวรรค์มรรคผลพระนิพพาน

 

วันนี้เป็นวันพฤหัสบดีที่ ๑๖ เดือนเมษายน พุทธศักราช ๒๕๖๙

 

ให้ทุกท่านทุกคนพากันฟังการบรรยายธรรมะ ธรรมะคือธรรมนูญ คือเรื่องรัฐธรรมนูญ

 

มนุษย์เราต้องรู้ต้องเข้าใจ เพื่อเอาธรรมนำชีวิต เอาธรรมนูญนำชีวิต

 

มนุษย์เราต้องมีปัญญาสัมมาทิฏฐิ มีความเห็นถูกต้อง มีความเข้าใจถูกต้อง แล้วปฏิบัติให้ถูกต้อง เรื่องธรรมนูญเป็นเรื่องปกครองตัวของเราและคนอื่น เป็นโครงสร้างของชาติ ศาสน์ กษัตริย์ เป็นทางสายกลาง เป็นความรู้ความเข้าใจ ยกเลิกสัญชาตญาณที่มีความยึดมั่นถือมั่นที่เป็นตัวเป็นตน

 

มนุษย์เราต้องพากันรู้พากันเข้าใจ พากันมีปัญญาสัมมาทิฏฐิ มีความเห็นถูกต้อง มีความเข้าใจถูกต้อง ปฏิบัติให้ถูกต้อง

 

การประพฤติการปฏิบัตินั้นเอาปัจจุบันเป็นการประพฤติเป็นการปฏิบัติ เพราะเหตุผลว่า อดีตก็มารวมกันอยู่ที่ปัจจุบัน  อนาคตจะไปข้างหน้าก็ไปจากปัจจุบัน ปัจจุบันนี้ต้องเอาความรู้คู่กับการประพฤติคู่กับการปฏิบัติ

 

เพราะสิ่งทั้งหลายทั้งปวงนั้นเกิดจากเหตุเกิดจากปัจจัย เพราะสิ่งนี้มีสิ่งต่อไปถึงมี

 

มนุษย์เราใช้ธรรมนูญเป็นโครงสร้างของชีวิต ปกครองด้วยธรรมนูญ รัฐธรรมนูญ

 

ในโลกนี้การปกครอง ปกครองด้วยรัฐธรรมนูญ ทุก ๆ ประเทศปกครองอย่างเดียวเช่นเดียวกันหมด

 

รัฐธรรมนูญเป็นความรู้ความเข้าใจ เป็นอริยมรรคมีองค์แปดที่ก้าวไปด้วยความรู้ความเข้าใจ

 

สมณะที่ ๑ ที่ ๒ ที่ ๓ ที่ ๔ นั้นอยู่ที่ความรู้ความเข้าใจพร้อมทั้งประพฤติปฏิบัติ

 

ความรู้ที่เป็นปริยัติและปฏิบัติต้องเอามาใช้พร้อมกันอยู่ที่ปัจจุบัน

 

สมณะที่ ๑ ที่ ๒ ที่ ๓ ที่ ๔ ถึงอยู่ที่รู้เข้าใจ อยู่กับการประพฤติการปฏิบัติ อยู่ที่ปัจจุบัน

 

ด้วยเหตุผลนี้ มนุษย์เราต้องพากันรู้เข้าใจ เข้าใจอย่างเดียวยังไม่พอ ต้องเข้าสู่ภาคประพฤติภาคปฏิบัติ

 

ความตั้งใจตั้งเจตนานี้เป็นสิ่งที่สำคัญ ภาชนะใดที่จะใช้ได้ต้องเป็นภาชนะที่ตั้งไว้ ภาชนะที่ล้มคือภาชนะที่ใช้งานไม่ได้ ภาชนะที่คว่ำเป็นภาชนะที่ใช้งานไม่ได้ ความตั้งใจตั้งเจตนานี้เป็นสิ่งที่สำคัญ

 

ใจของเราคนอื่นเค้าไม่รู้ว่าเราตรึกนึกคิดอะไร แต่เราทุกคนรู้ใจของเราเอง ความตั้งใจตั้งเจตนาถึงเป็นสิ่งที่สำคัญ

 

การปฏิบัติใจ เราทุกคนต้องพากันรู้พากันเข้าใจนะ การปฏิบัติใจนั้นเราต้องปฏิบัติที่กายที่วาจาที่กิริยามารยาทที่อาชีพ เพราะใจนั้นเป็นนามธรรม แต่เราต้องตั้งใจตั้งเจตนาเหมือนดั่งภาชนะที่ตั้งไว้ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เราเข้าใจอย่างนี้

 

ปัจจุบันถึงเป็นวาระสำคัญ ปัจจุบันเป็นการชิงแชมป์ระหว่างนิพพานกับวัฏฏสงสาร วัฏฏสงสารกับพระนิพพาน ปัจจุบันนี้ถึงเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด ความตั้งใจตั้งเจตนาถึงเป็นสิ่งที่สำคัญ

 

เราทุกคนทุกท่านจะมองข้ามปัจจุบันไม่ได้ ถ้ามองข้ามปัจจุบันไปแล้วจะเกิดการเสียหาย จะเกิดการพังทลายอย่างเดียวเช่นเดียวกันกับตึก สตง. สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินของเมืองไทยประเทศไทย

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เราเข้าใจว่าปัจจุบันนี้เป็นสิ่งที่สำคัญมาก สำคัญเป็นอย่างยิ่ง สำคัญจริง ๆ

 

เราจะหยุดกรรม หยุดกฎแห่งกรรม ที่เป็นสัญชาตญาณที่เป็นนิติบุคคลตัวตน เราทุกท่านทุกคนต้องเอาความรู้คู่กับการประพฤติคู่กับการปฏิบัติ

 

พระธรรมพระวินัย สิกขาบทน้อยใหญ่ เป็นอุปกรณ์ของการประพฤติของการปฏิบัติ เราต้องเอามาใช้เอามาปฏิบัติ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เราตั้งใจตั้งเจตนา อย่าให้พระธรรมพระวินัยสิกขาบทน้อยใหญ่ได้ขาดตกบกพร่อง

 

เราทุกคนต้องเน้นจิตใจของเราที่บริสุทธิ์ ไม่ให้พระธรรมพระวินัยสิกขาบทน้อยใหญ่ขาดตกบกพร่อง เราทุกคนต้องเน้นที่ใจของเรา เน้นที่เจตนาของเรา

 

พระนิพพานนี้เป็นเรื่องของใจที่ใจรู้ใจเข้าใจ มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติอยู่ที่ปัจจุบัน เน้นที่ใจเน้นที่เจตนา

 

การประพฤติการปฏิบัติต้องตั้งใจตั้งเจตนา การประพฤติการปฏิบัติต้องอาศัยปฏิปทาได้ติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ สายน้ำนั้นคือน้ำไหลติดต่อต่อเนื่องไม่ขาดขั้นขาดตอน น้ำหยดนั้นหยดทีละหยด ๆ ขาดขั้นขาดตอน ไม่ใช่สายน้ำ

 

การประพฤติการปฏิบัตินั้น องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เราปฏิบัติติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ ถึงจะได้ผล ถึงจะเห็นผล

 

ความรู้ความเข้าใจที่เป็นปัญญาสัมมาทิฏฐิ มีความสุขกับการประพฤติกับการปฏิบัติ ไม่ลูบคลำในศีลในพรตในข้อวัตรปฏิบัติ

 

ปัญญาสัมมาทิฏฐิพร้อมกับการประพฤติการปฏิบัติความเครียดของเราจะไม่มี เพราะเป็นการทำความดีเพื่อความดี ความเครียดนี้จะไม่มี ถ้าเราทำความดีเพื่อความอยากความต้องการความเครียดนั้นจะมีทันที เพราะความอยากความต้องการมันคือขั้วบวกขั้วลบมันคือความปรุงแต่ง ถ้าเราทำความดีเพื่อความดีจะไม่มีความปรุงแต่ง

 

เราทำความดีเพื่อความดี เน้นปัจจุบันถึงจะหยุดสัญชาตญาณอยู่ที่ปัจจุบันได้ ให้ผู้ประพฤติปฏิบัติเข้าใจว่า เราทำความดีเพื่อความดี มีความสุขกับการทำความดี ปฏิบัติอย่างนี้จะไม่มีความทุกข์จะไม่มีความเครียด

 

ถ้าเราไม่ทำอย่างนี้ไม่ปฏิบัติอย่างนี้เราจะหยุดสัญชาตญาณของตัวเองไม่ได้

 

สัมมาสมาธิถึงเป็นความตั้งใจมั่นชอบ เพื่อมีความสุขในการทำหน้าที่ คำว่าหน้าที่ก็คืออย่างเดียวกันนั่นแหละกับเจ้าหน้าที่ มีความสุขกับการทำหน้าที่ ความสุขกับความสงบที่เกิดจากปัญญาสัมมาทิฏฐินั้นมันเป็นความสงบ ความสงบกับความสุขนี้จะเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ไม่มีความปรุงแต่ง เป็นเจ้าหน้าที่เพื่อทำหน้าที่ที่มีความสุขกับการทำหน้าที่ เป็นการทำความดีเพื่อความดี

 

เราทุกคนต้องพากันรู้พากันเข้าใจ เพื่อจะมาหยุดสัญชาตญาณที่เป็นนิติบุคคลที่เป็นตัวเป็นตน

 

ถ้าเราทิ้งปัจจุบัน ถ้าเรามองข้ามปัจจุบัน ไม่ตั้งใจตั้งเจตนาเราจะหยุดสัญชาตญาณในการเวียนว่ายตายเกิดของเรานั้นไม่ได้

 

ให้เราทุกคนทุกท่านพากันเข้าใจ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไม่ให้เราประมาท อย่าได้มองข้ามปัจจุบัน

 

สัมมาทิฏฐิกับสัมมาสมาธิถึงมีอยู่กับมรรคทุก ๆ ข้อ อันหนึ่งเบื้องต้น อันหนึ่งท่ามกลาง อันหนึ่งสูงสุด ต้องมารวมกันเป็นหนึ่งเป็นเอกัคคตาด้วยความตั้งใจตั้งเจตนา

 

มนุษย์เราถ้ามีการนอนการพักผ่อนวันละ ๕ ชั่วโมงหรือวันละ ๖ ชั่วโมง ที่เราตื่นอยู่นี้มีความสุขในการทำงานในการทำหน้าที่ สุขภาพกายก็จะแข็งแรง สุขภาพใจก็จะแข็งแรง เพราะสาเหตุจากเรารู้เราเข้าใจ มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติกับการทำหน้าที่

 

การยกเลิกตัวยกเลิกตนถึงเป็นความสุขอย่างยิ่ง การที่หยุดสัญชาตญาณ มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติกับการทำหน้าที่ถึงเป็นความสุขอย่างยิ่ง เราต้องพากันรู้พากันเข้าใจ เพื่อหยุดสัญชาตญาณ ความเคยชินที่เป็นสัญชาตญาณที่เป็นตัวเป็นตน

 

ผู้ประพฤติผู้ปฏิบัติรู้เข้าใจ มีความสุขกับการทำหน้าที่ มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ พระนิพพานคือความไม่มีทุกข์ก็จะสัมผัสกับใจของผู้ประพฤติผู้ปฏิบัติเอง ไม่ต้องไปถามบุคคลอื่น ผู้ประพฤติผู้ปฏิบัติจะได้รู้ได้เฉพาะตน ว่าอันนี้คือความทุกข์ คือความไม่มีทุกข์ มีแต่ความสุข ความสุขกับความสงบนั้นมันคืออันหนึ่งอันเดียวกัน

 

พระนิพพานนั้นถึงเป็นความสุข ไม่มีความทุกข์ เพราะพระนิพพานนั้นไม่มีความปรุงแต่ง พระนิพพานนั้นจะเป็นความพอเพียงเพียงพอ เป็นความพอดี ไม่มากไม่น้อย เป็นความพอเพียงเพียงพอ เป็นความพอดี พระนิพพานเป็นสภาวธรรมที่ยกเลิกตัวยกเลิกตน ยกเลิกกาลยกเลิกเวลา เป็นความรู้ความเข้าใจ มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติกับการทำหน้าที่

 

สมณะที่ ๑ ที่ ๒ ที่ ๓ ที่ ๔ นั้นอยู่ที่รู้เข้าใจ อยู่ที่มีความสุขในการทำหน้าที่ มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ

 

การเป็นพระเป็นสมณะนั้นถึงเป็นได้กับเราทุก ๆ คน

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เรารู้จักความเป็นพระเป็นสมณะ ความเป็นพระเป็นสมณะที่เป็นพระพุทธเจ้านั้นเป็นของพระพุทธเจ้า ความเป็นพระเป็นสมณะที่เป็นพระอรหันต์ขีณาสพนั้นเป็นของพระอรหันต์ขีณาสพ เป็นความดับทุกข์เป็นความไม่มีทุกข์ของท่าน ไม่ใช่ความดับทุกข์ความไม่มีทุกข์ของเรา

 

ความเป็นพระเป็นสมณะ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เรารู้เข้าใจ ความเป็นพระเป็นสมณะของคนอื่นนั้นไม่เกี่ยวข้องกับเรา เราดับทุกข์ไม่ได้ เราแก้ปัญหาไม่ได้ การประพฤติการปฏิบัตินั้นเราทุกคนถึงมาเน้นประพฤติเน้นปฏิบัติที่ตัวของเราเอง ให้รู้จักว่าธรรมะคือหน้าที่ หน้าที่คือธรรมะ

 

เราทุกคนต้องมีความสุขกับการประพฤติกับการปฏิบัติ เรามีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติเราก็จะมีออกซิเจน เราจะถ่ายเทของเสียของปฏิกูล ถ่ายเทคาร์บอนไดออกไซด์ออกไปอยู่ที่ปัจจุบัน

 

การประพฤติการปฏิบัตินั้น องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เราเข้าใจ เราพากันมีความสุขกับการประพฤติกับการปฏิบัติ เพราะเหตุผลว่า ความสุขนั้นความทุกข์จะไม่มีความเครียดจะไม่มี เราะความสุขที่เกิดจากปัญญาสัมมาทิฏฐิ ความทุกข์จะไม่มีความเครียดจะไม่มี

 

เรามีความสุขกับการทำหน้าที่กับการปฏิบัติ เรื่องอดีตก็ย่อมหยุดไปหมด เรื่องอนาคตก็ไม่มีความปรุงแต่ง สิ่งทั้งหลายทั้งปวงนั้นมันจะจบลงที่ปัจจุบัน จบลงที่ผัสสะ ความรู้ความเข้าใจจะเป็นเหตุเป็นปัจจัยให้ปฏิปทาของเราติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ

 

เมื่อก่อนเราไม่รู้ไม่เข้าใจ เราทำหน้าที่เพื่อความอยากความต้องการ มีการเวียนว่ายตายเกิดในวัฏฏสงสาร วัฏฏสงสารนั้นเป็นวงกลมหมุนรอบตัวของมันเอง มันวกวนอยู่ที่เก่าอยู่ที่เดิม

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เรารู้เข้าใจ ให้ถือเอาปัจจุบันนี้เป็นวาระแห่งชาติของการประพฤติของการปฏิบัติ สิ่งทั้งหลายทั้งปวงนั้นจะได้จบลงที่ปัจจุบัน จบลงที่ผัสสะ ให้เอาปัญหามาเป็นปัญญา เอาปัญญามาเสียสละ ให้มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ

 

มนุษย์เราทุกคนต้องพากันทำอย่างเดียวกันนี้แหละ เพื่อให้ไปตามหลักการของชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ให้เป็นไปตามหลักการของธรรมนูญรัฐธรรมนูญ เพื่อปกครองตนเองปกครองคนอื่น ประชาธิปไตยยังไม่ถูกต้อง เพราะเอาเสียงส่วนใหญ่ที่เป็นสามัญชน สังคมนิยมนั้นยังใช้ไม่ได้เพราะยังเอาตัวเอาตนเป็นที่ตั้ง ธรรมนูญเท่านั้นถึงจะใช้ได้ เพราะธรรมนูญนั้นเป็นนิพพาน เป็นความดับทุกข์ไม่มีทุกข์ มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ มีความสุขกับการทำหน้าที่

 

ปัจจุบันนี้ตัวเราก็เสียหาย คนอื่นก็เสียหาย อยู่ในระดับพังทลายอย่างเดียวเช่นเดียวกันกับตึก สตง. สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินของเมืองไทยประเทศไทย

 

เรามาเข้าใจร่วมกันเพื่อมีศีลมีสมาธิมีปัญญา มีการประพฤติการปฏิบัติไปพร้อม ๆ กัน เพื่อเอาธรรมนูญนำชีวิต เอารัฐธรรมนูญนำชีวิต ยกเลิกสัญชาตญาณที่มีความยึดมั่นถือมั่นในตัวในตนให้ได้ เพราะตัวตนนั้นมีแต่ความทุกข์เกิดขึ้น ความทุกข์ตั้งอยู่ ความทุกข์ดับไป ความทุกข์ใหม่เกิดขึ้นมา

 

การแก้ปัญหานั้นเราต้องรู้ปัญหา การแก้ปัญหานั้นต้องแก้ด้วยความรู้ความเข้าใจ มีความสุขกับการประพฤติมีความสุขกับการปฏิบัติกับการทำหน้าที่

 

เน้นที่ตัวของเราทุก ๆ คน การแก้ปัญหานั้นไม่ต้องไปแก้ที่คนอื่น ต้องแก้ที่ตัวของเราเอง

 

การแก้ปัญหานั้นเป็นการพัฒนาใจกับพัฒนาวิทยาศาสตร์เพื่อยกเลิกสัญชาตญาณที่มีความยึดมั่นถือมั่นที่เป็นตัวเป็นตนเพื่อเอาธรรมนูญนำชีวิต มีความสุขในการทำหน้าที่ มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ

 

มนุษย์เราต้องมารู้เข้าใจเรื่องธรรมนูญ รัฐธรรมนูญ การปกครองของเราต้องปกครองด้วยธรรมนูญ รัฐธรรมนูญ

 

การปกครองตนและปกครองคนอื่นต้องอาศัยธรรมนูญ รัฐธรรมนูญ

 

ข้าราชการ นักการเมือง นักบวช คือเจ้าหน้าที่ของรัฐ ต้องเอารัฐธรรมนูญนำชีวิต เพื่อหยุดสัญชาตญาณที่เป็นนิติบุคคลที่เป็นตัวเป็นตน เพื่อจะได้ทำหน้าที่เพื่อหน้าที่ ทำความดีเพื่อความดี จะได้ยกเลิกตัวยกเลิกตน จะได้หยุดสัญชาตญาณที่เป็นตัวเป็นตน เพื่อให้ปฏิปทานั้นได้ติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ

 

ผู้ที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นข้าราชการต้องทำหน้าที่ของการเป็นข้าราชการ เพราะธรรมะคือหน้าที่ หน้าที่คือธรรมะ พากันรู้พากันเข้าใจในความเป็นข้าราชการ ข้าราชการเป็นผู้ที่ทำงานเป็นตัวแทนของประชาชนทุก ๆ คน ผู้ที่เป็นข้าราชการคือผู้ที่ได้รับการแต่งตั้ง

 

ทุก ๆ ประเทศมีข้าราชการเพื่อเป็นตัวแทนของทุก ๆ คน

 

 ผู้ที่เป็นข้าราชการเป็นผู้ที่ทำงานแทนประชาชนทุก ๆ คน

 

ข้าราชการจึงเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ เมื่อเป็นเจ้าหน้าที่ก็ต้องทำงานถึงจะเรียกผู้นั้นว่าเป็นเจ้าหน้าที่ ถ้าเป็นเจ้าหน้าที่ไม่ทำงานจะเรียกว่าเจ้าหน้าที่นั้นไม่ได้ เพราะเจ้าหน้าที่ไม่ได้ทำงานตามหน้าที่

 

เจ้าหน้าที่ของรัฐต้องพากันรู้พากันเข้าใจ ความรู้ความเข้าใจนี้เป็นสิ่งที่สำคัญ ความรู้ความเข้าใจนั้นไม่ใช่ความจำ ถ้าความจำแล้วไม่กี่วันไม่กี่เดือนไม่กี่ปี ความจำนั้นก็จะหลงลืม เพราะความจำนั้นเป็นเพียงสัญญาขันธ์ สัญญาขันธ์นั้นไม่ใช่ความรู้ความเข้าใจ

 

ข้าราชการทั้งหลายต้องพากันรู้พากันเข้าใจ ความสุขนั้นต้องอยู่ที่ความรู้ความเข้าใจ อยู่ที่ทำหน้าที่

 

การมาตรัสรู้ขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้านั้นมารู้มาเข้าใจ มามีความสุขในการทำงานการทำหน้าที่

 

ความเป็นพระอยู่ที่เรารู้เข้าใจ อยู่ที่เรายกเลิกสัญชาตญาณที่มีความยึดมั่นถือมั่นที่เป็นตัวเป็นตน อยู่ที่เราทำหน้าที่ ความเป็นเจ้าหน้าที่นั่นแหละคือความเป็นพระ พระนั้นเป็นความหมายที่ยกเลิกสัญชาตญาณที่เป็นนิติบุคคลตัวตน เอาธรรมนำชีวิต เอาธรรมนูญนำชีวิต มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ

 

ผู้ที่เป็นข้าราชการทุกคนก็จะพากันเป็นพระได้ พระนั้นคือผู้ที่รู้เข้าใจ มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติกับการทำหน้าที่

 

ผู้ที่เป็นข้าราชการทุกคนก็พากันเป็นพระได้ทั้งหมด ไม่มีใครเป็นพระไม่ได้ ผู้ที่เป็นพระไม่ได้ก็ได้แก่คนที่ตายแล้ว คนที่เป็นคนบ้า คนที่สมองเสีย ผู้ที่ไม่รู้ไม่เข้าใจในอริยสัจ ๔ ในเรื่องทุกข์ เหตุเกิดทุกข์ ข้อปฏิบัติถึงความดับทุกข์

 

ไม่รู้ไม่เข้าใจในเรื่องธรรมนูญ รัฐธรรมนูญ เอาความหลงนำชีวิต เอาความผิดนำชีวิต ไม่รู้จักว่าหน้าที่คือธรรมะ ธรรมะคือหน้าที่ ไม่มีความสุขในการทำงาน ไปทำงานเพื่อความอยากความต้องการ ทำงานเพื่อความอยากความต้องการนั้นมันเป็นขั้วบวกขั้วลบ ขั้วบวกขั้วลบนั้นมันเป็นความไม่สงบเป็นความปรุงแต่งมันเป็นสงคราม

 

ข้าราชการทุกคนทุกท่านต้องพากันเข้าใจ ความเป็นข้าราชการนั้นจะเป็นโอกาสให้เราได้ยกเลิกตัวยกเลิกตน เพื่อให้เราได้หยุดสัญชาตญาณที่เป็นความยึดมั่นถือมั่นที่ติดต่อต่อเนื่อง จะได้จบลงที่ปัจจุบัน เพื่อจะได้เอาปัจจุบันยกเลิกตัวยกเลิกตน มีความสุขในการทำหน้าที่ เพื่อความดีที่เกิดจากปัญญาสัมมาทิฏฐิจะได้ทำงานติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ

 

ผู้เป็นข้าราชการต้องมีความสุขในการทำหน้าที่ ปัจจุบันข้าราชการต้องมีความสุขในการทำหน้าที่ ถ้าเราไม่มีความสุขในการทำหน้าที่ความเป็นข้าราชการนั้นแหละจะทำร้ายทำลายตัวของข้าราชการเอง

 

เอาความรู้ความเข้าใจมามีความสุขกับการทำหน้าที่ ประเทศของเราข้าราชการไม่มีความสุขในการทำหน้าที่ ความสุขนั้นเป็นออกซิเจน ความสุขนั้นเป็นการถ่ายเทของเสียของปฏิกูลถ่ายเทคาร์บอนไดออกไซด์ออกไป

 

ธรรมะที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ตรัสรู้นั้น เป็นความรู้เป็นความเข้าใจ เป็นความสุขในการประพฤติการปฏิบัติในการทำหน้าที่ ข้าราชการไม่รู้ไม่เข้าใจ ไม่มีความสุขในการทำงานในการทำหน้าที่ สุขภาพกายก็ย่อมไม่ดี สุขภาพใจก็ย่อมไม่ดี เพราะข้าราชการไม่มีความสุขในการทำหน้าที่ ไม่มีความสุขในการทำงาน

 

เพราะเหตุผลว่า ข้าราชการไม่รู้อริยสัจสี่ ไม่รู้ทุกข์ ไม่รู้เหตุเกิดทุกข์ ไม่รู้ข้อปฏิบัติถึงความดับทุกข์ ผู้ที่เป็นข้าราชการต้องเข้าใจ ผู้ที่ไม่ได้เป็นข้าราชการก็ต้องเข้าใจ เพราะธรรมะนั้นคือหน้าที่ หน้าที่นั้นคือธรรมะ

 

การประพฤติการปฏิบัติ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านถึงให้ประพฤติปฏิบัติ ให้ทำหน้าที่ให้มีความสุขกับการทำหน้าที่อยู่ที่ปัจุบัน

 

รัฐธรรมนูญเป็นความรู้ความเข้าใจพร้อมทั้งมีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ เพราะความสุขกับความสงบนั้นมันคืออันหนึ่งอันเดียวกัน ถ้าเรามีความสุขมันก็มีความสงบเพราะมันอันหนึ่งอันเดียวกัน เรามีความสุขในการทำงานมีความสุขในการทำหน้าที่ สุขภาพใจของเราก็ดี สุขภาพกายของเราก็ดี

 

ความเป็นพระนั้นถึงอยู่ที่รู้เข้าใจ มีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติในการทำหน้าที่

 

ให้ผู้ที่เป็นข้าราชการและผู้ที่ไม่ได้เป็นข้าราชการรู้เข้าใจ ทั้งผู้ที่เป็นข้าราชการผู้ที่ไม่ได้เป็นข้าราชการก็ใช้หลักการเดียวกันนี้ รู้เข้าใจแล้วมีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ ความรู้ความเข้าใจมีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ ใจของผู้ประพฤติผู้ปฏิบัติก็จะสัมผัสกับพระนิพพานที่เกิดจากความรู้คู่กับการประพฤติการปฏิบัติ พระนิพพานนั้นถึงเป็นเรื่องปัจจุบัน ถ้าเรารู้เข้าใจ เราปฏิบัติติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ ความดีและปัญญาก็จะเป็นปฏิปทาติดต่อต่อเนื่องกัน

 

นักการเมืองคือผู้ที่สมัครมาทำงานเพื่อบริหารประเทศ นักการเมืองส่วนใหญ่ก็มีฐานะดี มีฐานะมั่นคง

 

บุคคลที่มีฐานะดีฐานะมั่งคงแล้วพากันมาสมัครเป็นนักการเมือง เพื่อมาพัฒนาประเทศชาติ

 

ส่วนราชการต้องบริหารด้วยการเมือง นักการเมืองคือบุคคลผู้ที่มาเสียสละ เพื่อบริหารประเทศ เพื่อให้ความดีและปัญญาได้ก้าวไปด้วยเหตุด้วยปัจจัย นักการเมืองทั้งหลายต้องพากันรู้พากันเข้าใจ

 

ให้ข้าราชการ ประชาชน นักการเมือง พากันรู้พากันเข้าใจว่าทำไม ๔ ปีถึงมีการเลือกตั้งนักการเมืองครั้งหนึ่ง

 

เหตุผลเพื่อจะได้คัดเลือกคัดสรรเอาคนดี ๆ มีปัญญามาทำหน้าที่ มาบริหารประเทศ

 

การบริหารประเทศ ประเทศเป็นของส่วนรวม ไม่ใช่ของคนใดคนหนึ่ง เป็นของส่วนรวม ผู้ที่มาบริหารประเทศต้องเป็นผู้มีพุทธะ เป็นผู้มีปัญญาสัมมาทิฏฐิ คือผู้ที่มาทำงานเพื่องาน มาทำความดีเพื่อความดี ทำความดีเพื่อความดีนั้นไม่มีขั้วบวกขั้วลบ  

 

ถ้ามาทำความดีที่เกิดจากความอยากความต้องการ ความดีนี้จะเป็นขั้วบวกขั้วลบ

 

นักการเมืองทั้งหลายต้องพากันรู้พากันเข้าใจ ผู้ที่เป็นนักการเมืองต้องพากันมายกเลิกตัวยกเลิกตน ตำแหน่งข้าราชตำแหน่งนักการเมืองตำแหน่งนักบวช คือตำแหน่งที่ยกเลิกตัวยกเลิกตน ถ้ามีตัวมีตนจะเป็นข้าราชการเป็นนักการเมืองเป็นนักบวชไม่ได้ เพราะมันยังมีขั้วบวกขั้วลบ มันมีความปรุงแต่ง ไม่ใช่การทำความดีเพื่อความดี

 

ความไม่รู้ไม่เข้าใจในอริยสัจสี่ ในเรื่องทุกข์ เกิดเหตุทุกข์ ข้อปฏิบัติถึงความดับทุกข์ ความไม่รู้ไม่เข้าใจ ไม่มีความสุขกับการทำงาน ไม่มีความสุขในการทำหน้าที่ความเป็นข้าราชการถึงไม่มี ความเป็นนักการเมืองนั้นถึงไม่มี ความเป็นนักบวชนั้นถึงไม่มี

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เรารู้จักปัญหา ปัญหานั้นจะได้เป็นปัญญา ปัญญานั้นจะได้เอามาประพฤติปฏิบัติให้เกิดความสุข ให้เกิดความเป็นพระอยู่ในปัจจุบันที่ปัจจุบัน พระนั้นถึงเป็นความรู้ความเข้าใจ มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติกับการทำหน้าที่

 

นักการเมืองทั้งหลายท่านถึงยกเลิกตัวยกเลิกตนเพื่อเข้าถึงบริสุทธิคุณ เพราะการยกเลิกตัวยกเลิกตนนั้นคือบริสุทธิคุณ

 

การที่ซื้อสิทธิ์ขายเสียงนั้นไม่ใช่บริสุทธิคุณ นี้คือความเสียหาย นี้คือการพังทลายอย่างเดียวเช่นเดียวกันกับตึกสตง.สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินของเมืองไทยประเทศไทย

 

เงินทุกบาททุกสตางค์มาจากภาษีอากร ข้าราชการนักการเมืองนักบวชทั้งหลายต้องพากันเข้าใจ

 

ทางสายกลางที่เป็นธรรมนูญเราต้องรู้ต้องเข้าใจ เพื่อเราจะได้เอาภาษีอากรมาใช้มาปฏิบัติ

 

ผู้ที่เป็นข้าราชการนักการเมืองนักบวชต้องรู้เข้าใจ เพราะทุกสิ่งทุกอย่างนั้นมันคือเหตุคือปัจจัย เพราะทุกสิ่งทุกอย่างนั้นมันคือธนาคารแห่งชีวิต

 

เราต้องพากันรู้พากันเข้าใจ เรามาเอาสัญชาตญาณที่เป็นนิติบุคคลตัวตนที่มีความยึดมั่นถือมั่นที่เป็นตัวเป็นตนนี้ไม่ได้ เพราะตัวตนนั้นมันคือการเสียหาย ตัวตนนั้นมันคือการพังทลายอย่างเดียวเช่นเดียวกันกับตึก สตง. สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เราเข้าใจ ทุกคนจะได้เน้นมาที่ตัวของเราเอง อย่างองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านก็เน้นที่ตัวท่านท่านก็ทำพุทธกิจของท่าน อย่างพระอรหันต์ผู้รู้เข้าใจในเรื่องเหตุเรื่องปัจจัย ท่านก็ทำหน้าที่ของความเป็นพระอรหันต์ ทุกคนต้องเน้นหน้าที่ของตัวเอง เพราะธรรมะนั้นคือหน้าที่ หน้าที่นั้นคือธรรมะ เพื่อให้ธรรมนูญก้าวไปจากความรู้ความเข้าใจ มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ

 

อย่าได้พากันคิดว่าถ้าปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญใครเค้าจะทำกันได้

 

ความรู้ความเข้าใจมีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ ก็ยิ่งทำให้สุขภาพใจดี สุขภาพร่างกายดี ทุกคนนั้นย่อมทำได้ปฏิบัติได้ เพราะเป็นเหตุเป็นปัจจัยให้มีแต่ความสุขเกิดขึ้น ความสุขตั้งอยู่ ความสุขดับไป ความสุขใหม่เกิดขึ้นมายิ่ง ๆ ขึ้นไป

 

ทุก ๆ คนต้องทำหน้าที่ของตัวเอง เพราะความดับทุกข์ของพระพุทธเจ้าก็เป็นความดับทุกข์ของพระพุทธเจ้า ความดับทุกข์ของพระอรหันต์ก็เป็นของพระอรหันต์ ความดับทุกข์ของเราก็เป็นความดับทุกข์ของเรา

 

ความดับทุกข์นั้นอยู่ที่เรารู้เข้าใจ มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติกับการทำหน้าที่

 

ความเป็นพระนั้นให้ท่านผู้ฟังทั้งหลายรู้ว่า ที่จะดับทุกข์ได้นั้นต้องอยู่ที่เรา อยู่ที่หน้าที่ พระนิพพานนั้นถึงเป็นธรรมนูญเป็นหน้าที่ มีความรู้ความเข้าใจ มีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติอยู่ที่ปัจจุบัน เพราะเหตุผลว่าอดีตก็มารวมกันอยู่ที่ปัจจุบัน อนาคตจะไปข้างหน้าก็ไปจากปัจจุบัน ปัจจุบันมีความรู้ความเข้าใจ มีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติการทำหน้าที่อยู่ที่ปัจจุบัน พระนิพพานถึงอยู่ที่ปัจจุบันมีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ เป็นพระนิพพานเป็นไปชั่วขณะ ๆ จนกว่าพระนิพพานนั้นจะสมบูรณ์

 

เราพากันนอนพากันพักผ่อนให้เพียงพอ การนอนการพักผ่อนของนักบวช ๕ ชั่วโมง ๖ ชั่วโมงก็เพียงพอ การนอนการพักผ่อนของประชาชน ๖-๘ ชั่วโมงก็เพียงพอ

 

เราตื่นอยู่นี้เรามีความสุขกับการทำหน้าที่ มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ เพราะความสุขที่เกิดจากความรู้ความเข้าใจ มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ ความสุขนั้นก็จะเป็นพระนิพพานอยู่ที่ปัจจุบัน ที่เกิดจากหน้าที่

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้ผู้ประพฤติปฏิบัติเข้าใจแล้วกระชับการประพฤติการปฏิบัติเอาปัจจุบันเป็นวาระสำคัญ เพราะปัจจุบันนั้นเป็นการชิงแชมป์ระหว่างวัฏฏสงสารกับพระนิพพาน

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เรารู้เข้าใจ อย่าพากันตั้งอยู่ในความประมาท ดั่งปัจฉิมโอวาทของพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าที่ท่านตรัสปัจฉิมโอวาทครั้งสุดท้ายไว้ว่า

 

"หันทะทานิ ภิกขะเว อามันตะยามิ โว วะยะธัมมา สังขารา อัปปะมาเทนะ สัมปาเทถะ" แปลความว่า "ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บัดนี้เราขอเตือนท่านทั้งหลายว่า สังขารทั้งหลาย มีความเสื่อมสลายไปเป็นธรรมดา ท่านทั้งหลายจงทำประโยชน์ตนและประโยชน์ผู้อื่นให้ถึงพร้อม ด้วยความไม่ประมาทเถิด

 

โอวาทของหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต

ความไม่ยั่งยืน เป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่และแน่นอนนะ

ความยิ่งใหญ่ คือความไม่ยั่งยืนนะ

ชีวิตที่ยิ่งใหญ่ คือชีวิตที่อยู่ด้วยทาน ศีล เมตตา และกตัญญู

ชีวิตที่มีความดี อาจมิใช่ความยิ่งใหญ่ แต่ชีวิตที่ยิ่งใหญ่ ต้องอาศัยคุณธรรมความดีเป็นปัญญาบริสุทธิคุณเท่านั้น การระงับสังขารทั้งหลายด้วยความรู้ความเข้าใจเป็นความรู้คู่กับการประพฤติการปฏิบัตินั่นแหละคืออริยมรรค เป็นหนทางที่ประเสริฐมีพระนิพพานตั้งแต่ในปัจจุบัน ไม่ต้องรอพระนิพพานเมื่อตายแล้ว ปัจจุบันไม่มีพระนิพพาน อนาคตจะมีพระนิพพานได้อย่างไร

 

ให้เรารู้เข้าใจเรื่องพระธรรมพระวินัย พระธรรมพระวินัยที่เป็นสัมมาทิฐิ เพื่อหยุดวัฏฏสงสารนั่นแหละคือพระนิพพาน ให้พวกเรารู้เข้าใจในเรื่องพระนิพพาน ให้เข้าใจนะว่าสิ่งเดิมนั้นคือความว่างเปล่า สิ่งที่สัญจรไปมาเป็นเพียงอาคันตุกะ เราจะได้เอาหลักการอุดการณ์ที่เป็นศีลเป็นสมาธิเป็นปัญญาเป็นมรรคเป็นอริยมรรคที่ตรงกันข้ามกับโลกธรรมมาประพฤติมาปฏิบัติ ให้รู้เข้าใจ เพราะไม่มีใครอยู่เหนือกรรมเหนือกฎแห่งกรรมเหนือผลของกรรม พระนิพพานความรู้ความเข้าใจในเรื่องกระบวนการปฏิจจสมุปบาท กระบวนการของปฏิจจสมุปบาทจะได้จบลงเพียงผัสสะ จะได้เป็นปัญญาเป็นความสงบ จะเป็นความสงบเป็นปัญญา เป็นสิ่งที่อยู่นอกเหตุเหนือผล หยุดความปรุงแต่ง นี้เป็นขบวนการที่ติดต่อต่อเนื่อง เป็นบารมีเป็นความดีที่ประกอบด้วยปัญญา เป็นพระนิพพานบ้านของเรา ไม่ใช่อวิชชาความหลงเป็นบ้านของเรานะ พระนิพพานคือบ้านของเรา ความสงบและปัญญาถึงเป็นธรรมเป็นปัจจุบันธรรม เราจะหยุดวัฏฏสงสารได้ด้วยความรู้ความเข้าใจ ด้วยพระธรรมด้วยพระวินัย เป็นขบวนการของกระแสในการประพฤติการปฏิบัติที่ได้นำเอาพระธรรมพระวินัยมาประพฤติมาปฏิบัติในปัจจุบันให้ติดต่อต่อเนื่อง

 

 ความสงบและปัญญาที่เป็นพระธรรมพระวินัยถึงหยุดความปรุงแต่งได้ ด้วยปัญญาสัมมาทิฏฐิคู่กับการประพฤติการปฏิบัติในปัจจุบัน พระธรรมพระวินัยที่เป็นความรู้ความเข้าใจ ที่จะหยุดความปรุงแต่งได้ เข้าถึงพระนิพพานตั้งแต่ปัจจุบัน ไม่ต้องรอชาติหน้า พระนิพพานต้องอยู่ที่ปัจจุบันเท่านั้น

 

การบรรยายพระธรรมคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่เป็นบริสุทธิคุณ ที่เป็นปัญญาสัมมาทิฏฐิของเช้าวันที่ ๑๖ เมษายน ก็เห็นสมควรแก่เวลา ขอหยุดการบรรยายพระธรรมเทศนาไว้เพียงเท่านี้

 

เอวังก็มีด้วยประการละฉะนี้

---------------------------------

โอวาทขององค์หลวงพ่อกัณหา สุขกาโม

เมตตาให้ไว้ในเช้าวันพฤหัสบดีที่ ๑๖ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๖๙

ณ วัดป่าทรัพย์ทวีธรรมาราม ต.วังหมี อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา

 

Visitors: 113,312