๒๐ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๖๙

พสกนิกรชาวไทยและชาวต่างประเทศได้มาร่วมรวมกันประพฤติปฏิบัติธรรมเพื่อน้อมถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ด้วยความโทมนัสและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ที่พระองค์ได้ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทยและชาวโลกตลอดระยะเวลาที่ยาวนาน พระองค์ทรงเป็นดั่งแม่แห่งแผ่นดิน ผู้ทรงเปี่ยมด้วยพระเมตตาและพระปรีชาสามารถ ทรงอุทิศพระวรกาย พระสติปัญญา และพระราชหฤทัยในการบำเพ็ญพระราชกรณียกิจนานัปการ เคียงคู่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เพื่อธำรงไว้ซึ่งความผาสุกและความมั่นคงแห่งชาติไทย เราประชาชนชาวไทยต้องร่วมใจสมัครสมานสามัคคีทำความดีที่ประกอบด้วยปัญญา เพื่ออุทิศบุญกุศลน้อมเกล้าถวาย เพื่อเสด็จสู่สวรรคาลัย เข้าสู่สวรรค์มรรคผลพระนิพพาน

 

วันนี้เป็นวันจันทร์ที่ ๒๐ เดือนเมษายน พุทธศักราช ๒๕๖๙

 

ให้ทุกท่านทุกคนพากันนั่งให้สบายเพื่อฟังการบรรยายพระธรรมคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เราทุกคนพากันเข้าใจนะ เข้าใจในเรื่องของเหตุเรื่องของปัจจัย แล้วเราทุกคนจะได้เอาความรู้ความเข้าใจมาใช้มาประพฤติมาปฏิบัติ

 

เราทุกคนกลับมามองดูตัวเอง เพราะการประพฤติการปฏิบัติการทำหน้าที่นั้นเป็นเรื่องของเรา

 

เราต้องมารู้ผิดมารู้ถูก มารู้ดีมารู้ชั่ว เราต้องกลับมามองดูตนเอง

 

ด้วยเหตุผลนี้เราทุกคนต้องมีสติมีสัมปชัญญะ ต้องหยุดความฟุ้งซ่านของตัวเอง ความฟุ้งซ่านนั้นเป็นสัญชาตญาณ เป็นนิติบุคคล เป็นตัวเป็นตน เราทุกคนต้องมารู้มาเข้าใจ มาหยุดความฟุ้งซ่านของตัวเอง

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านถึงให้เรามีสติรู้ตัวทั่วพร้อม

 

สติสัมปชัญญะเป็นธรรมะที่มีคุณมีอุปการะมาก เพื่อมาหยุดความฟุ้งซ่านของเราทุก ๆ คน

 

 เราทุกคนต้องมามีสติรู้ตัวทั่วพร้อม เราจะเอาความฟุ้งซ่านเอาความไม่สงบนำชีวิตนั้นไม่ได้ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านถึงได้ตรัสถามเราว่า เรากำลังพากันทำอะไรอยู่ เราเอาความหลงนำชีวิต เอาความผิดนำชีวิต เอาความฟุ้งซ่านนำชีวิตหรือไม่

 

เราต้องรู้ต้องเข้าใจ เราทุกคนต้องหยุดความฟุ้งซ่าน

 

เราต้องรู้ต้องเข้าใจ ไม่เอาความฟุ้งซ่านนำชีวิต เพราะทุกสิ่งทุกอย่างนั้นเราต้องรู้ต้องเข้าใจ ทุกอย่างนั้นเกิดจากเหตุเกิดจากปัจจัย เพราะสิ่งนี้มีสิ่งต่อไปมันถึงมี

 

ด้วยเหตุผลนี้องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เราทุกคนมามองดูตัวเองว่าตัวของเราขณะนี้เวลานี้กำลังทำอะไรอยู่ ว่าเราตรึกนึกคิดอะไร เราเอากายวาจากิริยามารยาทอาชีพนี้มาใช้มาประพฤติมาปฏิบัติแล้วหรือยัง ที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านตรัสปัจฉิมโอวาทครั้งสุดท้ายว่า เธอทั้งหลายจงยังความไม่ประมาทให้ถึงพร้อมเถิด ความประมาทคือความผิดพลาดคือความเสียหาย มันเป็นการพังทลายอย่างเดียวเช่นเดียวกันกับตึก สตง. สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินของเมืองไทยประเทศไทย

 

สัญชาตญาณที่เป็นความรู้สึก ที่มีความยึดมั่นถือมั่นที่เป็นสัญชาตญาณ ที่เป็นนิติบุคคลตัวตน เราทุกคนจะเอาสัญชาตญาณความรู้สึกที่เป็นนิติบุคคลตัวตนนำชีวิตไม่ได้ เพราะสัญชาตญาณที่เป็นนิติบุคคลตัวตนนั้นคือการเวียนว่ายตายเกิดของสรรพสัตว์ทั้งหลาย

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เราทุกคนพากันหยุดพากันยกเลิกสัญชาตญาณที่เป็นนิติบุคลตัวตน

 

เราทุกคนต้องหยุดสัญชาตญาณที่เป็นนิติบุคคลตัวตน ต้องพากันรู้เข้าใจว่าสัญชาตญาณที่เป็นความยึดมั่นถือมั่นที่เป็นนิติบุคคลตัวตนนั้นคือการเวียนว่ายตายเกิด

 

ด้วยเหตุผลนี้ สัมมาทิฏฐิ ความเห็นชอบ มีความดำริชอบ ออกจากสัญชาตญาณที่มันเป็นกามที่เป็นตัวเป็นตน ดำริออกจากปัจจุบันที่มันเป็นสัญชาตญาณที่เป็นนิติบุคคลตัวตน

 

ความรู้ความเข้าใจต้องเอามาใช้เอามาปฏิบัติในปัจจุบัน เราจะปล่อยให้เป็นไปตามสัญชาตญาณที่ยึดมั่นถือมั่นที่เป็นนิติบุคคลตัวตนนั้นไม่ได้

 

การประพฤติการปฏิบัติธรรมเป็นอริยมรรค เป็นความรู้ความเข้าใจ เพื่อหยุดสัญชาตญาณที่มีความยึดมั่นถือมั่นที่เป็นนิติบุคคลเป็นตัวเป็นตน

 

อริยมรรคเป็นวิถีชีวิตในการดำเนินชีวิตของเรา เราต้องพากันรู้พากันเข้าใจในวิถีชีวิตในการดำเนินชีวิต เราจะปล่อยให้ชีวิตของเรานั้นเป็นขั้วบวกขั้วลบ ขั้วบวกขั้วลบนั้นเป็นสิ่งที่ไม่จบ เพราะเป็นขั้วบวกขั้วลบ

 

ความรู้ความเข้าใจเรามาใช้เป็นธรรมนูญรัฐธรรมนูญ ธรรมนูญรัฐธรรมนูญนั้นจะเป็นเหตุเป็นปัจจัยหยุดสัญชาตญาณที่มีความยึดมั่นถือมั่น ที่เป็นจิ๊กซอว์ เป็นขั้วบวกขั้วลบ ให้ท่านผู้ฟังทั้งหลายธรรมนูญนั่นแหละคือนิพพานคือพระนิพพาน พระนิพพานน่ะจะมาหยุดสัญชาตญาณแห่งนิติบุคคลตัวตน

 

พระนิพพานนั้นเป็นเรื่องความรู้ความเข้าใจ มีความรู้ความเข้าใจ มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติเพื่อหยุดสัญชาตญาณ หยุดความปรุงแต่ง หยุดขั้วบวกขั้วลบ

 

เมื่อก่อนเราไม่รู้ไม่เข้าใจเรื่องนิพพาน เรื่องของพระนิพพาน พระนิพพานอยู่ที่เรารู้เข้าใจ อยู่ที่เราหยุดวัฏฏสงสาร หยุดขั้วบวกขั้วลบ หยุดความปรุงแต่ง พระนิพพานอยู่ที่ความรู้ความเข้าใจ อยู่ที่มีความสุขในการทำหน้าที่ เป็นการทำความดีเพื่อความดี

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เรารู้เข้าใจเรื่องนิพพานเรื่องพระนิพพาน เราต้องเข้าใจเรื่องของพระนิพพาน

 

พระนิพพานนั้นไม่ใช่อยู่นอกตัวของเรา พระนิพพานนี้อยู่ในตัวของเราเอง พระนิพพานอยู่ที่รู้ทุกข์ รู้เหตุเกิดทุกข์ รู้ข้อปฏิบัติถึงความดับทุกข์ มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติการทำหน้าที่ พระนิพพานนั้นถึงไม่มีขั้วบวกขั้วลบ พระนิพพานเป็นการทำความดีเพื่อความดี

 

พระนิพพานนั้นมีได้กับเราทุก ๆ คนที่เรารู้ที่เราเข้าใจ มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติกับการทำหน้าที่

 

พระนิพพานนั้นเป็นสากล ให้เราทุกคนรู้เข้าใจ พระนิพพานนั้นถึงไม่เลือกชั้นวรรณะ ไม่เลือกชาติ ไม่เลือกสกุล ไม่เลือกพระศาสนา ทุกคนมีพระนิพพานอยู่ในตัวของเราแล้ว เราต้องพากันรู้เข้าใจ พระนิพพานอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล อยู่ที่กายวาจากิริยามารยาทอยู่ที่อาชีพของเรานี้เอง เราต้องพากันรู้พากันเข้าใจ

 

พระนิพพานที่อยู่กับพระพุทธเจ้านั้น พระพุทธเจ้าท่านก็ไม่มีความทุกข์ พระพุทธเจ้ามีแต่ความสุขทำพุทธกิจ พระนิพพานอยู่กับพระอรหันต์ที่ท่านรู้เข้าใจพระธรรมคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านก็ทำกิจของพระอรหันต์

 

พระนิพพานอยู่ที่พระพุทธเจ้าอยู่ที่พระอรหันต์ เราผู้ที่ไม่ได้เป็นพระพุทธเจ้าไม่ได้เป็นพระอรหันต์ เราก็มีแต่ความทุกข์เกิดขึ้น ความทุกข์ตั้งอยู่ ความทุกข์ดับไป ความทุกข์ใหม่เกิดขึ้นมาอีก

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านตรัสให้เราเข้าใจ เพื่อเราจะได้รู้เหตุรู้ปัจจัย แล้วมีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ เพราะความสุขนั้นมันเป็นนิพพาน ความสุขนั้นเป็นการทำความดีเพื่อความดี ไม่มีขั้วบวกขั้วลบ ไม่มีความปรุงแต่ง

 

เทศกาลสงกรานต์ กุลบุตรลูกหลานได้มาบรรพชาอุปสมบท เพื่อให้ความดีและปัญญาได้เป็นปฏิปทาติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ ความดีและปัญญาต้องติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ วัตถุและจิตใจต้องอาศัยปฏิปทาได้ติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ การทำอะไรติดต่อต่อเนื่องต้องใช้เวลา ๓ อาทิตย์ ๒๑ วัน ถึงจะได้ผลเห็นผล

 

กุลบุตรลูกหลานก็ต้องเข้าใจ การทำความดีประกอบด้วยปัญญาเพื่อให้ปฏิปทาได้ติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ

 

การฝึกการปฏิบัติ ต้องตั้งใจตั้งเจตนาเหมือนดั่งภาชนะที่ตั้งไว้ ภาชนะที่ตั้งไว้เป็นภาชนะที่ใช้ได้ ภาชนะที่คว่ำลงใช้งานไม่ได้ ภาชนะที่ล้มลงใช้งานไม่ได้ ภาชนะที่ใช้ได้ต้องเป็นภาชนะที่ตั้งไว้ ความตั้งใจตั้งเจตนานี้เป็นสิ่งที่สำคัญ สำคัญมาก ๆ สำคัญเป็นอย่างยิ่ง สำคัญจริง ๆ

 

การฝึกตัวเองต้องพากันรู้พากันเข้าใจ เค้าต้องฝึกที่กาย ฝึกที่วาจา ที่กิริยามารยาทที่อาชีพ ใจเพียงแต่เป็นผู้ที่ตั้งใจตั้งเจตนาเหมือนดั่งภาชนะที่ตั้งไว้ เพื่อให้ปฏิปทานั้นได้ติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ

 

การฝึกการปฏิบัติถึงไปเน้นที่ฝึกกายฝึกวาจาฝึกกิริยามารยาทไปเน้นฝึกที่อาชีพ ต้องให้กายวิเวก วาจาวิเวก กิริยามารยาทวิเวก สิ่งหยาบ ๆ ภายนอกต้องทำให้ได้เสียก่อน ถ้าสิ่งหยาบ ๆ ภายนอกเราทำไม่ได้ สิ่งที่เป็นความละเอียดเรื่องจิตเรื่องใจเราจะทำได้อย่างไร

 

ด้วยเหตุผลนี้ เราทุกคนต้องตั้งใจตั้งเจตนาเพื่อฝึกกายวาจากิริยามารยาทอาชีพ การกระทำอย่างนี้ปฏิบัติอย่างนี้จะหยุดสัญชาตญาณที่มีความยึดมั่นถือมั่นในนิติบุคคลตัวตน การกระทำถ้าติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ ใช้เวลา ๒๑ วัน ความดีและปัญญาที่เป็นปฏิปทาที่ติดต่อต่อเนื่องถึงจะได้ผลเห็นผล

 

ด้วยเหตุผลนี้เราทุกคนต้องตั้งอกตั้งใจเพื่อจะหยุดสัญชาตญาณที่มีความยึดมั่นถือมั่นที่เป็นนิติบุคคลตัวตน

 

เรามาคิดดูให้ดีนะ ว่าทำไมอนุบาลถึงติดต่อต่อเนื่อง ประถมศึกษาถึงติดต่อต่อเนื่อง มัธยมถึงติดต่อต่อเนื่อง อุดมศึกษาถึงติดต่อต่อเนื่อง เพื่อจะให้ปฏิปทาของเราเกิดติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เรารู้เข้าใจ ทุกคนจะไปตามใจตัวเองตามอารมณ์ตามความรู้สึกตามสัญชาตญาณของตัวเองนั้นไม่ได้ เพราะสัญชาตญาณมันเป็นนิติบุคคลตัวตนเป็นขั้วบวกขั้วลบเป็นความปรุงแต่ง

 

ให้เราทุกคนพากันรู้เข้าใจว่าธรรมะนั้นคือหน้าที่ หน้าที่นั้นคือธรรมะ เรามามีความสุขกับการทำหน้าที่ มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ เพราะพระนิพพานนั้นมันเป็นเรื่องความรู้ความเข้าใจ มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติกับการทำหน้าที่

 

ธรรมะนั้นถึงเป็นอริยมรรคมีองค์แปด เป็นการทำหน้าที่อยู่ที่ปัจจุบัน มีความสุขกับการทำหน้าที่อยู่ที่ปัจจุบัน

 

ความสุขกับความสงบมันคืออันหนึ่งอันเดียวกัน ถ้าเรามีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติเราก็มีความสงบกับการประพฤติการปฏิบัติ เรามีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติเราถึงจะหยุดความรู้สึกหยุดสัญชาตญาณที่เป็นนิติบุคคลเป็นตัวเป็นตนได้

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านไม่ให้เราเอาความปรุงแต่งนำชีวิต เอาความปรุงแต่งนำชีวิตมันหยุดสัญชาตญาณไม่ได้ เรามีความสุขกับการทำหน้าที่อยู่ที่ปัจจุบัน

 

วันหนึ่งคืนหนึ่งเราพากันนอนพักผ่อนจำวัดวันละ ๕ ชั่วโมง ๖ ชั่วโมงก็เพียงพอ เวลาเราตื่นอยู่นี้ เรามีความสุขกับการทำหน้าที่ ความสุขในการทำหน้าที่นั้นก็จะเป็นออกซิเจนโดยธรรมชาติ เป็นการถ่ายเทของเสียของปฏิกูลถ่ายเทคาร์บอนไดออกไซด์ออกไปโดยธรรมชาติ

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เรารู้เข้าใจ เราทุกคนมีพระนิพพานเป็นที่อยู่ที่อาศัย ไม่ใช่นิติบุคคลตัวตนความยึดมั่นถือมั่นเป็นที่อยู่ที่อาศัย

 

 เรามีความสุขในการทำหน้าที่นั่นแหละคือพระนิพพานเป็นที่อยู่ที่อาศัย

 

ผู้ประพฤติผู้ปฏิบัติต้องเข้าใจว่าพระนิพพานนี้อยู่ที่ปัจจุบัน พระนิพพานนั้นไม่ได้อยู่ชาติหน้า พระนิพพานนี้อยู่ที่ปัจจุบัน

 

เราทุกคนพากันคิดดูดี ๆ สิ มีใครเข้าถึงชาติหน้า มีแต่เรื่องปัจจุบันทั้งนั้น ปัจจุบันเกิดขึ้น ปัจจุบันตั้งอยู่ ปัจจุบันดับไป ไม่เข้าถึงชาติหน้าสักทีเลย

 

ด้วยเหตุผลนี้ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านถึงเราให้เข้าถึงพระนิพพานอยู่ที่ปัจจุบัน มีความรู้ความเข้าใจมีความสุขกับการทำหน้าที่ เพราะพระนิพพานนั้นอยู่ที่ปัจจุบัน ไม่ได้อยู่ที่ชาติหน้า

 

ความเกิดความแก่ความเจ็บความตายความพลัดพรากมันหมุนรอบตัวของมันเอง แต่เราทุกคนต้องรู้เข้าใจ ทุกอย่างนั้นเค้าก็เป็นปัจจุบัน ไม่มีใครไปถึงชาติหน้าสักที

 

ด้วยเหตุผลนี้ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เราเข้าใจในเรื่องของเหตุของปัจจัย เราจะได้เอาความดีและปัญญาเป็นปฏิปทาติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ

 

เราทุกคนจะได้อบรมบ่มอินทรีย์ของตัวเองอยู่ที่ปัจจุบัน ปัจจุบันเราถึงประมาทไม่ได้ เพราะปัจจุบันมันเป็นการชิงแชมป์ระหว่างนิพพานกับวัฏฏสงสาร ปัจจุบันนี้เป็นสิ่งที่สำคัญมาก เป็นวาระสำคัญมาก เราทุกคนต้องมีความสุขกับการทำหน้าที่ เอาความดีและปัญญาให้ปฏิปทาติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ

 

เรามาบรรพชาเรามาอุปสมบท เรามาประพฤติปฏิบัติให้ติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ เวลาเราลาสิกขาบทไป เราก็ต้องเอาปฏิปทาไปใช้ไปประพฤติปฏิบัติให้ติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ เพราะความเป็นพระนั้นอยู่ที่รู้เข้าใจ มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติกับการทำหน้าที่

 

เพราะความเป็นพระนั้นเราต้องรู้เข้าใจ ความเป็นพระนั้นต้องอยู่ที่เรา ไม่ได้อยู่ที่คนอื่น อยู่ที่คนอื่นนั้นมันแก้ปัญหาไม่ได้ มันดับทุกข์ไม่ได้ ด้วยเหตุผลนี้เราทุกคนต้องมีความสุขในการทำหน้าที่ มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ

 

ความเกียจคร้านนั้นเป็นสัญชาตญาณที่เป็นนิติบุคคลเป็นตัวเป็นตน ความปรุงแต่งเป็นขั้วบวกขั้วลบที่เป็นสัญชาตญาณที่เป็นนิติบุคคลเป็นตัวเป็นตน

 

ท่านผู้ฟังทั้งหลายต้องพากันรู้ทุกข์ รู้เหตุเกิดทุกข์ รู้ข้อปฏิบัติถึงความดับทุกข์ เราทุกคนจะได้หยุดสัญชาตญาณ

 

เราลาสิกขาบทไปเรานอนเราพักผ่อนวันละ ๖ ชั่วโมงถึง ๘ ชั่วโมง ทุกคนอย่าไปคอร์รัปชั่นเวลานอน โลกสมัยใหม่ในการพัฒนาวิทยาศาสตร์ มีความสุขสะดวกสบาย เดี๋ยวท่านทั้งหลายจะไปพากันคอร์รัปชั่นเวลานอน องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เรานอนพักผ่อนวันละ ๖-๘ ชั่วโมง เวลาตื่นอยู่นี้เป็นเวลา ๑๖ ชั่วโมง การนอนการพักผ่อนการทำงานคือการปฏิบัติธรรม

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เราเอาปัจจุบันเป็นการประพฤติการปฏิบัติ เพราะเหตุผลว่าพระนิพพานนั้นเป็นเรื่องของปัจจุบัน ไม่ใช่เรื่องของอนาคต เพราะอนาคตเราไปไม่ถึง ที่มันหมุนเป็นวงกลมเป็นกลางวันกลางคืนอันนั้นเป็นโลกหมุนรอบตัวเองหมุนรอบดวงอาทิตย์ต่างหาก แต่ทุกอย่างนั้นเป็นเรื่องของปัจจุบันนะ พระนิพพานนั้นถึงอยู่ในปัจจุบัน

 

ความดีและปัญญาเป็นปฏิปทาที่ติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ เป็นพระนิพพานไปในขณะ ๆ จนกว่าพระนิพพานนั้นจะสมบูรณ์อยู่ที่ตัวเรา อยู่ที่เราทำหน้าที่ อยู่ที่เราไม่ตั้งอยู่ในความประมาท

 

ความเคารพเป็นสาเหตุให้เกิดความสงบนะ เราต้องรู้เข้าใจว่าทุกอย่างนั้นเกิดจากเหตุเกิดจากปัจจัย ทุกอย่างนั้นมันคือกรรม คือกฎแห่งกรรม คือผลของกรรม เราทุกคนจะอยู่เหนือกรรมเหนือกฎแห่งกรรมเหนือผลของกรรมนั้นไม่ได้ ความเคารพนั้นจึงเป็นสาเหตุให้เกิดความสงบ ถ้าเราไม่มีความเคารพความสงบนั้นก็ไม่มี

 

ความเคารพกับความไม่ประมาทนี้คือสิ่งเดียวกัน ถ้าเราไม่มีความเคารพเราก็ย่อมมีความประมาท ถ้าเรามีความประมาทมันก็ผิดพลาดเสียหายพังทลายอย่างเดียวเช่นเดียวกันกับตึก สตง.สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เราเข้าใจ ว่าความเคารพเป็นสาเหตุให้เกิดความสงบ ความเคารพนี้จะหยุดสัญชาตญาณ ยกเลิกสัญชาตญาณที่มีความยึดมั่นถือมั่นเป็นนิติบุคคลตัวตน

 

เราทุกคนพากันคิดดูดี ๆ นะ แล้วก็มองดูตัวเองว่าเรามีความเคารพแล้วหรือยัง เรามีความเคารพกับสัจจะกับความเป็นจริงแล้วหรือยัง เราเคารพในองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าหรือยัง เราเคารพในพระธรรมคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าหรือยัง เราเคารพในพระอรหันต์ขีณาสพขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าหรือยัง

 

ความเคารพนั้นแหละเป็นมิเตอร์วัดใจของเรา ถ้าใจของเรายังไม่เคารพในพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ความสงบของเรานั้นก็ย่อมไม่มี เพราะความสงบนั้นเกิดจากความเคารพ ความรู้ความเข้าใจ ยังไม่ได้เห็นภัยในวัฏฏสงสาร ยังเอากามเอาพยาบาท ยังเอาขั้วบวกขั้วลบนำชีวิต

 

ให้เจ้าของชีวิตพากันรู้พากันเข้าใจ ว่าเรามีความเคารพหรือยัง หิริหรือความละอายต่อบาป โอตตัปปะคือความเกรงกลัวต่อบาป องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านตรัสว่าให้เราทั้งหลายรู้เข้าใจ ว่าความเคารพจะเป็นสาเหตุให้เกิดความสงบ

 

เราทุกคนต้องเอาปัจจุบันให้ได้ ให้มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติในปัจจุบันให้ได้ ให้มีความสุขกับการทำหน้าที่ของเราให้ได้ เพื่อเราจะมีความสุขในการทำหน้าที่ของมรรค มีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติในการทำหน้าที่ของมรรค

 

หน้าที่ของมรรคจะได้เข้าถึงความว่างเพื่อจะหยุดสัญชาตญาณที่เป็นนิติบุคคลตัวตน เพื่อให้หน้าที่นั้นเป็นพระนิพพานอยู่ที่ปัจจุบันอยู่ที่หน้าที่ เพราะนิพพานนั้นอยู่ที่ตัวเราที่รู้เข้าใจ มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เรารู้เข้าใจพระนิพพานอย่างนี้

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสรู้ใหม่ ๆ เป็นองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ได้ส่งพระอรหันต์ขีณาสพออกไปเผยแผ่ ให้ไปทางละรูป ไม่ให้ไปหลายรูป เพราะทรัพยากรของพระอรหันต์ยังมีน้อยอยู่ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าก็จะเป็นเพียงพระองค์เดียว เพื่อไปสอนชฎิล ๓ พี่น้อง จำนวน ๑,๐๐๐ คน

 

ให้ไปบอกในการดำเนินชีวิต เพื่อจะได้เป็นความงามในเบื้องต้น ท่ามกลาง สูงสุด เพราะความรู้ความเข้าใจ มีความสุขในการทำหน้าที่อยู่ที่ปัจจุบัน เพราะนิพพานนั้นเป็นเรื่องของปัจจุบัน ไม่ใช่พระนิพพานอนาคตกาลอยู่เบื้องหน้าโน้นเทอญ

 

ปัจจุบันไม่มีขั้วบวกขั้วลบไม่มีความปรุงแต่ง รู้เข้าใจ มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติการทำหน้าที่ ความดีและปัญญาจะเป็นปฏิปทาติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ

 

เมื่อรู้เมื่อเข้าใจทุกคนก็ประพฤติทุกคนก็ปฏิบัติได้ เพราะไม่ได้ไปแก้ไขที่คนอื่น นี้คือการประพฤติการปฏิบัตินี้คือการทำหน้าที่ของตัวเราเอง

 

กุลบุตรลูกหลานพากันเข้าใจดี ๆ นะ เราเป็นคนโชคดี มีพ่อมีแม่ที่ดี เป็นทั้งคนดีคนมีปัญญา เรื่องปฏิปทานี้เป็นสิ่งที่สำคัญ ความดีและปัญญาต้องให้ปฏิปทาติดต่อต่อเนื่อง เรามาอาศัยพระธรรมพระวินัย เพื่อให้กายวาจากิริยามารยาทเพื่อให้ใจของเราเข้าสู่ความวิเวก ให้เข้าสู่การยกเลิกตัวยกเลิกตน

 

เราต้องพากันรู้เข้าใจ จะได้ผ่านธาตุผ่านขันธ์ผ่านอายตนะ จะได้ผ่านผัสสะภายนอกภายใน ปัญหาต่าง ๆ เหล่านี้เราจะเอามาใช้เป็นปัญญา มีความสุขกับการประพฤติกับการปฏิบัติ เพื่อเราจะได้มีหลักการอุดมการณ์ที่เกิดจากปัญญาสัมมาทิฏฐิ เราจะไม่ได้เอาความหลงนำชีวิต เอาความผิดนำชีวิต

 

ความเป็นบัณฑิตหรือความเป็นปัญญาชนอยู่ที่เรารู้เข้าใจ มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ เราถึงจะเป็นบัณฑิต เราถึงจะเป็นปัญญาชน ถ้าเราเอาตัวเอาตน เอาความหลงนำชีวิต เอาความผิดนำชีวิตนั้นมันดับทุกข์ไม่ได้ มันแก้ปัญหาไม่ได้

 

เราต้องพากันรู้เข้าใจ ความดีและปัญญานี้เป็นคุณค่าที่เราต้องรู้ต้องเข้าใจ ความดีและปัญญาเป็นคุณธรรมเป็นคุณสมบัติของผู้ดีผู้มีปัญญา ความเคารพเป็นสาเหตุให้เกิดความสงบ หยุดความฟุ้งซ่าน เป็นสาเหตุให้เข้าถึงความพอเพียงเพียงพอ

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้กุลบุตรลูกหลานเข้าใจหลักของการประพฤติการปฏิบัติอย่างนี้

 

อบายมุขนั้นเป็นอวิชชาเป็นความหลง ทานศีลสมาธิภาวนาเป็นหลักการยกเลิกอวิชชาความหลง ปัจจุบันนี้ประชากรของโลก ๙๙ เปอร์เซ็นต์เอาอวิชชาเอาความหลงนำชีวิต ไม่ได้พัฒนาทางสายกลางระหว่างวัตถุกับจิตใจไปพร้อม ๆ กัน ความหลงนำชีวิตมันเป็นขั้วบวกขั้วลบ มันเป็นสงคราม สงครามในตัว สงครามภายนอก สงครามภายในประเทศ สงครามต่างประเทศ สงครามคือความไม่สงบ ถ้ามีสงครามแล้วย่อมไม่มีความสุข ความสุขกับความสงบนั้นมันคืออันหนึ่งอันเดียวกัน

 

กุลบุตรต้องรู้ต้องเข้าใจ จะไม่ได้เอาความหลงนำชีวิต ความกตัญญูกตเวทีเป็นเครื่องหมายของผู้ดีคนดี เราเอาความหลงนำชีวิตเอาความผิดนำชีวิต เราจะชื่อว่าเป็นผู้กตัญญูกตเวทีนั้นก็หาไม่

 

ส่วนใหญ่ลูกหลายคนเลี้ยงพ่อแม่ไม่ได้ แต่พ่อแม่นั้นเลี้ยงลูกหลายคนได้ ความกตัญญูกตเวทีเป็นเครื่องหมายของคนดี ความสงบความเคารพเป็นเครื่องหมายของคนดี ความกตัญญูกตเวทีเป็นเครื่องหมายของคนดี

 

---------------------------------

โอวาทขององค์หลวงพ่อกัณหา สุขกาโม

เมตตาให้ไว้ในเช้าวันจันทร์ที่ ๒๐ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๖๙

ณ วัดป่าทรัพย์ทวีธรรมาราม ต.วังหมี อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา

 

Visitors: 113,311