๒๑ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๖๙

พสกนิกรชาวไทยและชาวต่างประเทศได้มาร่วมรวมกันประพฤติปฏิบัติธรรมเพื่อน้อมถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ด้วยความโทมนัสและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ที่พระองค์ได้ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทยและชาวโลกตลอดระยะเวลาที่ยาวนาน พระองค์ทรงเป็นดั่งแม่แห่งแผ่นดิน ผู้ทรงเปี่ยมด้วยพระเมตตาและพระปรีชาสามารถ ทรงอุทิศพระวรกาย พระสติปัญญา และพระราชหฤทัยในการบำเพ็ญพระราชกรณียกิจนานัปการ เคียงคู่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เพื่อธำรงไว้ซึ่งความผาสุกและความมั่นคงแห่งชาติไทย เราประชาชนชาวไทยต้องร่วมใจสมัครสมานสามัคคีทำความดีที่ประกอบด้วยปัญญา เพื่ออุทิศบุญกุศลน้อมเกล้าถวาย เพื่อเสด็จสู่สวรรคาลัย เข้าสู่สวรรค์มรรคผลพระนิพพาน

 

วันนี้เป็นวันอังคารที่ ๒๑ เดือนเมษายน พุทธศักราช ๒๕๖๙

 

กุลบุตรลูกหลานพากันมาบวชพระบวชเณร การมาบวชพระบวชเณรความหมายของการบวชเพื่อมาฝึกตนเอง เอาระเบียบเอาพระวินัยเอาข้อวัตรข้อปฏิบัติเป็นการฝึก เราอยู่ที่บ้านอยู่ที่ครอบครัวอยู่ที่สังคมอยู่กับสิ่งแวดล้อม  การประพฤติการปฏิบัติได้ปล่อยไปตามสังคม ไปตามสิ่งแวดล้อม

 

เรามาบวชมาอยู่กับสิ่งแวดล้อมด้วยการเอาพระธรรมเอาพระวินัย ข้อวัตรข้อปฏิบัติเป็นการฝึกตนเพื่อเอาความดีและปัญญา เพื่อให้ปฏิปทาของเราติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ

 

การทำอะไรติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำใช้เวลา ๓ อาทิตย์ ๒๑ วัน ใจของเราถึงจะมีการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น

 

ด้วยเหตุผลนี้ ผู้ที่มาบวชต้องตั้งอกตั้งใจตั้งเจตนา ภาชนะที่จะใช้ได้นั้นต้องเป็นภาชนะที่ตั้งไว้ ภาชนะที่ล้มย่อมใช้งานไม่ได้ ภาชนะที่คว่ำก็ย่อมใช้งานไม่ได้ ความตั้งใจตั้งเจตนานี้จึงเป็นสิ่งที่สำคัญ

 

การฝึกใจนั้นต้องมีหลักการของการประพฤติการปฏิบัติ การฝึกใจต้องฝึกที่กาย ฝึกที่วาจา ฝึกที่กิริยา ฝึกที่มารยาท ฝึกที่อาชีพ เพื่อเข้าสู่กายวิเวก วาจาวิเวก กิริยามารยาทวิเวก อาชีพวิเวก เมื่อเรามีการฝึกกายวาจากิริยามารยาทอาชีพใจของเราจึงจะเข้าถึงความวิเวก ความวิเวกในที่นี้หมายถึงความสงบ

 

การประพฤติการปฏิบัตินั้นต้องอาศัยความเคารพ เพราะใจของเรามันเป็นนามธรรม ไม่มีตัวไม่มีตน ต้องอาศัยความเคารพ ใจของเราต้องมีความเคารพในพระธรรมคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ใจของเราต้องไม่ตรึกนึกคิดในเรื่องอดีตที่ผ่านมา ใจของเราต้องไม่มีความวิตกกังวลในสิ่งที่จะมาถึง ใจของเราต้องรู้เข้าใจ ใจของเราต้องมีปัญญา เพราะอดีตก็มารวมกันอยู่ที่ปัจจุบัน อนาคตที่จะไปข้างหน้าอยู่ที่ปัจจุบัน ปัจจุบันนี้ถึงเป็นวาระแห่งชาติของการประพฤติการปฏิบัติ

 

เราพากันมาคิดดูดี ๆ นะ ไม่มีใครถึงอนาคตสักที ทุกคนจะมีความรู้สึกอยู่ที่ปัจจุบัน เรามาคิดดูดี ๆ ปัจจุบันเราต้องมองเห็นความสำคัญในเรื่องของปัจจุบัน เราทุกคนต้องเคารพ ไม่ปล่อยให้ตัวเองตรึกนึกคิดในเรื่องอดีต ตรึกนึกคิดในเรื่องอนาคต

 

เราต้องพากันเน้นที่ปัจจุบัน ปัจจุบันพวกเราพากันทำหน้าที่ของเราให้ดี ๆ คอนโทรลการประพฤติการปฏิบัติในปัจจุบันให้ดี ๆ ปัจจุบันเราต้องตั้งใจตั้งเจตนา อย่างเรานั่งฟังการบรรยายนี้เราก็ตั้งใจฟัง ตั้งใจฟังให้เข้าใจ

 

เราเน้นที่กายของเรา กายของเราต้องตัวตรงไว้ก่อน ไม่นั่งหลับ ไม่กระดุกไม่กระดิก สิ่งภายนอกอย่างนี้เราต้องประพฤติปฏิบัติให้ได้ สิ่งภายนอกนี้เราต้องทำให้ได้ก่อน กายของเราต้องสงบ กายของเราต้องตัวตรง กายของเราต้องไม่กระดุกกระดิก พากันนั่งเหมือนพระพุทธรูป เหมือนพุทธปฏิมา อาการที่นั่งหลับ นั่งกระดุกกระดิกนั้นเป็นอาการของใจไม่สงบ ใจไม่สงบไม่เป็นไรให้กายของเราสงบก่อน

 

เราโชคดีมาก เวลาภาคบังคับ พระบรรยายธรรมเกือบถึงชั่วโมง เราจะได้มีโอกาสนั่งตัวตรงไม่กระดุกกระดิกเป็นเวลาเกือบถึงชั่วโมง

 

เราอย่าไปคิดว่า เรายังเด็กอยู่ เรายังไม่เป็นผู้ใหญ่ เราจะทำอะไรก็ได้ตามอัธยาศัย เราไปทำอย่างนั้นไม่ได้ ถ้าเราคิดอย่างนั้นเราก็ไม่มีโอกาสประพฤติปฏิบัติ ไม่มีโอกาสฝึกให้ปฏิปทาของเราติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านตรัสว่า ถ้าอายุครบ ๗ ขวบแล้ว ทุกคนสามารถจะประพฤติจะปฏิบัติได้ เมื่อสมัยครั้งพุทธกาลเด็ก  ๗ ขวบไปบวชเป็นสามเณรได้บรรลุเป็นพระอรหันต์เดินเป็นแถวนั่งเป็นแถว อายุยังไม่ถึง ๒๐ ปี ยังไม่ได้บวชเป็นพระภิกษุ บวชเป็นสามเณรได้บรรลุเป็นพระอรหันต์

 

ความเป็นพระนั้นให้ทุกคนเข้าใจ ความเป็นพระนั้นอยู่ที่ปัจจุบัน ปัจจุบันเราต้องเป็นพระที่เค้าว่าพระโสดาบันพระสกิทาคามีพระอนาคามีพระอรหันต์ต้องเป็นที่ปัจจุบัน ไม่ใช่เป็นที่อนาคต ความเป็นพระต้องเป็นอยู่ที่ปัจจุบัน

 

ความเป็นพระนั้นอยู่ที่เรารู้อยู่ที่เราเข้าใจในเรื่องกรรม เรื่องกฎแห่งกรรม เรื่องผลของกรรม ที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสว่ารู้เรื่องทุกข์ เหตุเกิดทุกข์ ข้อปฏิบัติถึงความดับทุกข์ เราก็มีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติ เราทำอย่างนี้ปฏิบัติอย่างนี้ความเป็นพระของเราจะเกิดได้อย่างนี้

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เราเข้าใจในเรื่องของความเป็นพระ ความเป็นพระต้องอยู่ที่เรานะ ความเป็นพระที่พระพุทธเจ้าที่พระอรหันต์นั้นมันเป็ฯเรื่องของท่านเป็นความดับทุกข์ของท่าน

 

ความเป็นพระที่จะดับทุกข์ได้ต้องอยู่ที่เรา ที่เรามีความรู้ความเข้าใจมีความสุขกับการทำหน้าที่มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ เพราะความเป็นพระนั้นอยู่ที่ปัจจุบัน ความเป็นพระนั้นอยู่ที่เรารู้เข้าใจ มีความสุขกับการทำหน้าที่ ให้เรารู้เข้าใจเป็นการทำความดีเพื่อความดี ไม่ได้ทำความดีเพื่อความอยากความต้องการ ทำความดีเพื่อความดีนั้นจะไม่มีขั้วบวกขั้วลบ ทำความดีเพื่อความดีนั้นจะเข้าถึงความสงบ เข้าถึงความพอเพียงเพียงพอ ทำอย่างนี้แหละเราทุกคนถึงจะเข้าถึงความดับทุกข์ความไม่มีทุกข์ มีแต่ความสุขเกิดขึ้น ความสุขตั้งอยู่ ความสุขดับไป ความสุขใหม่เกิดขึ้นมาด้วยปฏิปทาที่ติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ

 

กุลบุตรลูกหลานเป็นผู้ที่โชคดี ด้วยเหตุผลนี้จึงถือปัจจุบันเป็นวาระสำคัญของการประพฤติการปฏิบัติ

 

พ่อแม่ญาติบรรพบุรุษรักเรา เราอายุยังไม่ถึง ๒๐ ปี โรงเรียนปิดเทอมให้เรามาบวช อาศัยครูบาอาจารย์ที่ท่านปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ ไม่ให้เราพากันทำอะไรตามใจตามอัธยาศัย มาเอาพระธรรมเอาพระวินัย เอาครูบาอาจารย์ เอาผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบเป็นกัลยาณมิตร

 

อะเสวะนาจะพาลานัง ปัณฑิตานัญจะเสวะนา เรามาเอาองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระธรรมคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระอรหันต์ขีณาสพขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นกัลยาณมิตรเพื่อจะให้ปฏิปทาของเราได้ติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ

 

พ่อแม่ญาติบรรพบุรุษเป็นผู้ที่ผิดพลาดมาก่อน ท่านไม่ต้องการให้เราผิดพลาดเหมือนท่าน ท่านให้เราเข้าสู่หลักการของการประพฤติการปฏิบัติ

 

หลักการดูแลกุลบุตรลูกหลานเพื่อให้เป็นคนดีที่ประกอบด้วยปัญญา บุคคลที่เกิดมาบิดามารดาต้องเลี้ยงทะนุถนอมเหมือนไข่ในหิน พ่อแม่ต้องประพฤติต้องปฏิบัติธรรม เพื่อจะได้ส่งดีเอ็นเอให้กุลบุตรที่อยู่ในครรภ์รับเอาดีเอ็นเอที่เป็นส่วนดีที่ประกอบด้วยปัญญา

 

ผู้ที่เป็นแม่คือแม่แบบแม่พิมพ์ พิมพ์ทั้งกายพิมพ์ทั้งวาจาทั้งใจทั้งกิริยามารยาททั้งอาชีพ แม่นี้คือผู้ที่ทำประโยชน์ของแม่เองและประโยชน์ของลูกด้วยความตั้งใจด้วยความไม่ประมาท แม่นี้คือผู้ที่ทั้งพร้อมทั้งกายทั้งวาจาทั้งกิริยามารยาททั้งอาชีพ แม่นี้คือผู้ที่งามในเบื้องต้นท่ามกลางและสูงสุด

 

การเลี้ยงลูก ประเทศไทยของเราให้เอาตัวอย่างสมเด็จย่า สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ที่ท่านเลี้ยงบุตรธิดาของท่าน ท่านเลี้ยงดูได้อย่างดีมาก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาภูมิพลอดุลยเดช ถึงได้เป็นคนดีที่สุดของโลก เป็นคนดีที่ประกอบด้วยปัญญา เป็นคนที่มีปัญญาประกอบด้วยความดี

 

ผู้ที่จะบอกสอนคนอื่นได้ก็ต้องเน้นปฎิปทาความประพฤติของผู้ที่จะบอกผู้ที่จะสอน เพราะการบอกการสอนนั้นหลายร้อยครั้งไม่เท่ากับการประพฤติการปฏิบัติให้ดูเพียงครั้งเดียว

 

เราคิดดูดี ๆ นะ อย่างองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านเน้นที่ตัวท่านจนได้เป็นองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

 

เราดูตัวอย่างพระอรหันต์ แต่ก่อนท่านก็เป็นสามัญชน ท่านได้ฟังพระธรรมเทศนาขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านก็เน้นที่ตัวท่านจนได้เป็นพระอรหันต์ขีณาสพ

 

เราทุกคนต้องพากันเข้าใจ เราทุกคนต้องพากันมาเน้นประพฤติปฏิบัติที่ตัวเรา ถึงจะมีประโยชน์ส่วนตนและผู้อื่น

 

เราอายุมากกว่า ๗ ขวบถือว่าเราทุกคนต้องเข้าสู่ภาคประพฤติภาคปฏิบัติ ให้กายวาจากิริยามารยาทของเราเข้าสู่ภาคประพฤติภาคปฏิบัติให้ติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ

 

ผู้ประพฤติปฏิบัติทุกคนต้องพากันรู้เข้าใจ มีปัญญาสัมมาทิฏฐิ ทุกคนต้องเอาธรรมนำชีวิต เอาธรรมนูญนำชีวิต

 

เรามาจากคนละทิศละทาง มีจุดเป้าหมายอย่างเดียวกันในการฝึกตนปฏิบัติตน

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เอาปัจจุบันนี้เป็นสิ่งที่สำคัญในการฝึกตนปฏิบัติตน เน้นที่กาย เน้นที่วาจา เน้นที่กิริยามารยาทด้วยความตั้งใจตั้งเจตนา

 

เรามาบวชมาปฏิบัติ มาฉันอาหารวันหนึ่งเพียงหนเดียว พระพุทธเจ้า พระอรหันต์ขีณาสพ ท่านฉันอาหารวันหนึ่งเพียงหนเดียว พระพุทธเจ้าไม่ฉันอาหารเพล พระอรหันต์ไม่ฉันอาหารเพล

 

ผู้ที่จะฉันอาหารเพลได้คือผู้ที่ป่วยผู้ที่อาพาธ ถ้าไม่ป่วยไม่อาพาธจะฉันอาหารเพลไม่ได้ พระพุทธเจ้าพระอรหันต์คือผู้ที่ฉันอาหารวันหนึ่งเพียงหนเดียว พระพุทธเจ้าคือผู้ที่ฉันอาหารในบาตร ไม่เอาภาชนะอื่น ไม่เอาโต๊ะไทยโต๊ะจีนโต๊ะฝรั่งโต๊ะเกาหลีโต๊ะลาวเวียดนามศรีลังกา พระพุทธเจ้า พระอรหันต์มีอะไรก็ใส่ในบาตรหมดเลย

 

ให้กุลบุตรลูกหลานที่มาบวชเข้าใจนะว่าพระพุทธเจ้าพระอรหันต์สมัยครั้งพุทธกาลไม่ฉันนอกบาตรมีอะไรก็ใส่ลงในบาตร ให้เราทุกคนภูมิใจนะ เรามาบวชเราได้ฉันอาหารในบาตร ฉันอาหารวันหนึ่งเพียงหนเดียวเหมือนองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เราต้องภูมิใจ

 

เรามาบวชมาปฏิบัติธรรม เราพากันมานอนมาพักผ่อนวันละ ๕ ชั่วโมง ๖ ชั่วโมง เพื่อการประพฤติการปฏิบัติของเราจะได้ติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ กลางวันเราตื่นอยู่นี้เป็นเวลา ๑๘ ชั่วโมง ๑๘ ชั่วโมงนี้ต้องให้เป็นเวลาที่ทรงคุณค่า

 

เวลา ๑๘ ชั่วโมง เราต้องมีความสุขในการทำหน้าที่ เรายืนเดินนั่งนอนกิริยามารยาททำงานต่าง ๆ เราต้องมีความสุขกับการทำหน้าที่ เพื่อให้ความดีและปัญญาให้ปฏิปทาของเราติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ เราทุกคนต้องมีความสุขอยู่ที่หน้าที่อยู่ที่ปัจจุบัน

 

ความเคารพในองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ความเคารพในพระธรรม ความเคารพในพระอริยสงฆ์จะเป็นสาเหตุให้เกิดความสงบ

 

ผู้มาบวชต้องรู้ต้องเข้าใจ ความเคารพเป็นสิ่งที่สำคัญมาก ๆ สำคัญเป็นอย่างยิ่งสำคัญจริง ๆ เรามาบวชมาปฏิบัติปัจจุบันนี้เราต้องมีความสดชื่นรู้ตื่นเบิกบาน ทำหน้าที่ของเราดี ๆ เพื่อให้ปฏิปทาของเราได้ติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ พระธรรมพระวินัยให้เรารู้ให้เข้าใจ พระธรรมพระวินัยนั้นเป็นการมายกเลิกความยึดมั่นถือมั่นที่เป็นความรู้สึกของเราที่มีความยึดมั่นถือมั่นที่เป็นนิติบุคคลตัวตน นิติบุคคลตัวตนความยึดมั่นถือมั่นนี้มันเป็นสัญชาตญาณแห่งการเวียนว่ายตายเกิด ให้กุลบุตรลูกหลานรู้เข้าใจ พระธรรมพระวินัยข้อวัตรกิจวัตรต่าง ๆ จะมาหยุดความยึดมั่นถือมั่นที่เป็นนิติบุคคลเป็นตัวเป็นตน เราทุกคนต้องรู้เข้าใจจะได้เอาพระธรรมพระวินัยข้อวัตรกิจวัตรเป็นกัลยาณมิตรเป็นหลักการเป็นอุดมการณ์ของการประพฤติการปฏิบัติ

 

การปฏิบัติของเราทุกคนถึงเป็นฟอร์มสด เราทุกคนต้องกระตือรือร้นในหน้าที่ของเราอยู่ที่ปัจจุบัน ปัจจุบันเราทุกคนต้องเตรียมพร้อม เหมือนนักกีฬาจะเข้าแข่งขันต้องใช้เวลาหลายวันหลายเดือนที่จะชิงแชมป์ ปัจจุบันให้เราพากันรู้พากันเข้าใจนะ ปัจจุบันคือการชิงแชมป์ระหว่างการเวียนว่ายตายเกิดกับหยุดเวียนว่ายตายเกิด เพราะเราจะหยุดสัญชาตญาณที่เป็นตัวเป็นตนอยู่ที่ปัจจุบัน ด้วยความรู้ความเข้าใจด้วยพระธรรมพระวินัยข้อวัตรกิจวัตรต่าง ๆ

 

เราเป็นเด็กเป็นเล็ก เรามีความเคยชินในการปล่อยกายปล่อยวาจากิริยามารยาท ปล่อยใจไปตามสิ่งแวดล้อม ไปตามความหลง

 

เรามาบวชมาปฏิบัติ เราต้องระลึกถึงสมณะสารูปว่าขณะนี้เวลานี้เราได้พากันมาบวชแล้ว เราจะไปคึกคะนอง วิ่งเต้นเล่นเหมือนเด็กชาวบ้านนั้นไม่ได้ เราต้องมีจิตสำนึกว่า ขณะนี้เวลานี้เราได้เป็นพระภิกษุแล้ว เราได้เป็นสามเณรแล้ว กายวาจากิริยามารยาทของเราต้องเป็นสมณะ สมกับเราได้ปลงผมนุ่งห่มผ้ากาสาวพัสตร์

 

เราทุกคนมารู้มาเข้าใจ มาเมตตาตัวเองด้วยเข้าสู่ภาคประพฤติภาคปฏิบัติ มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ จะได้ชื่อว่าเป็นผู้ที่เมตตาตัวเอง ไปปล่อยตัวเองไม่ได้ฝึกไม่ได้ปฏิบัติ

 

เราต้องมีจิตสำนึกว่าขณะนี้เวลานี้เราเป็นพระภิกษุ เราเป็นสามเณร เราเป็นสมณะ เราต้องมีความสุขกับการทำหน้าที่ มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ ใจไม่สงบไม่เป็นไรให้กายมันสงบก่อน ให้วาจาสงบก่อน ให้กิริยามารยาทสงบก่อน ให้ข้อวัตรข้อปฏิบัติไม่ขาดตกบกพร่อง

 

หลักการของการประพฤติการปฏิบัติเราทุกคนต้องพากันมาก่อนเวลา หรือว่าไปก่อนเวลาอย่างน้อยสัก ๕ นาที ถ้าไปเสมอเวลานี้ก็ถือว่าปฏิปทานั้นยังหมิ่นเหม่ เกือบสอบตก

 

เราต้องเคารพในพระธรรมในพระวินัยในเวลา เพื่อเข้าถึงความเป็นพระภิกษุ เข้าถึงความเป็นสามเณร เราต้องเข้าสู่มาตรฐานเข้าสู่ มอก. เพื่อให้ปฏิปทาของเราได้ติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เราตั้งใจตั้งเจตนา เพื่อให้ปฏิปทาได้ติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ

 

สัญชาตญาณที่เป็นตัวเป็นตนทุกคนต้องผ่านสัญชาตญาณ ใจของเราต้องไม่ซบเซาในสัญชาตญาณ ให้ผู้ประพฤติปฏิบัติเข้าใจว่า ปัญหานี้แหละคือปัญญา เราทุกคนต้องเข้าใจเพื่อเราจะได้ผ่านธาตุผ่านขันธ์ผ่านอายตนะ เราทุกคนต้องพากันสอบให้ผ่านปฏิบัติให้ผ่านอยู่ที่ปัจจุบัน

 

ใจของเรานั้นต้องยกเลิกสัญชาตญาณที่เป็นนิติบุคคลตัวตน เพื่อผ่านสัญชาตญาณที่มีความยึดมั่นถือมั่น

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เรารู้เข้าใจ ถ้าไม่รู้เข้าใจ เราไม่รู้หลักการในการประพฤติการปฏิบัติ เราจะผ่านสัญชาตญาณที่เป็นนิติบุคคลตัวตนไม่ได้

 

สัมมาทิฏฐิเป็นตัวปัญญา เพื่อให้ปฏิปทาของเราติดต่อต่อเนื่องเป็นสายน้ำ เพื่อความตั้งใจมั่นชอบ

 

เราทุกคนต้องเป็นทั้งคนเก่งเป็นทั้งคนดีอยู่ที่ปัจจุบันนะ คนดีกับคนเก่งต้องอยู่กับเราอยู่ที่ปัจจุบันนะ เพราะความเก่งกับความดีนี้เราต้องเอามาใช้เอามาปฏิบัติอยู่ที่ปัจจุบัน เพื่อให้ปฏิปทาได้ติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ

 

ด้วยเหตุผลนี้ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านไม่ให้เรามีข้อแม้ใด ๆ ถ้าเรามีข้อแม้ใด ๆ นั้นให้เรารู้เข้าใจว่าเรากำลังลูบคลำในศีลในพรตในข้อวัตรปฏิบัติ ความดีความเก่งของเราต้องเอามาใช้ในปัจจุบัน เพื่อให้ปฏิปทาของเราได้ติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ

 

ให้ทุกคนรู้เข้าใจ ทุกคนต้องเป็นคนดีคนเก่งเหมือนองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทุกคนต้องเป็นคนดีคนเก่งเหมือนพระอรหันต์ ให้เอาปัจจุบันนั้นเป็นวาระสำคัญของการประพฤติการปฏิบัติ

 

อย่าให้ความตรึกนึกคิดของเราคิดว่าไปทำเหมือนองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าใครจะประพฤติปฏิบัติได้ ไปทำเหมือนพระอรหันต์ขีณาสพใครจะประพฤติใครจะปฏิบัติได้

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านตรัสว่าทุกคนนั้นประพฤติปฏิบัติได้ คนปฏิบัติไม่ได้คือคนที่ตายไปแล้ว คนที่ตายไปแล้วปฏิบัติไม่ได้ คนที่เป็นคนบ้าเอาตัวตนเป็นที่ตั้งจนเป็นคนบ้า คนสมองเสียคนวิกลจริตเป็นคนบ้าผู้นั้นปฏิบัติไม่ได้ ผู้ที่เอาตัวตนเป็นที่ตั้งไม่เคารพในพระพุทธเจ้า ไม่เคารพในพระธรรม ไม่เคารพในพระอริยสงฆ์ บุคคลเช่นนี้จะเป็นผู้ที่ประพฤติปฏิบัติไม่ได้

 

เราต้องพากันรู้พากันเข้าใจทุกคนนั้นทำได้ปฏิบัติได้ ไม่มีใครทำไม่ได้ปฏิบัติไม่ได้ เราทุกคนต้องเป็นทั้งคนเก่งเป็นทั้งคนดีเพื่อหยุดสัญชาตญาณที่เป็นนิติบุคคลตัวตน เพราะตัวตนนั้นเป็นความทุกข์เกิดขึ้น ความทุกข์ตั้งอยู่ ความทุกข์ดับไป ความทุกข์ใหม่เกิดขึ้นมาอีกเพราะเป็นตัวเป็นตน เพราะตัวตนคือความไม่สงบคือความไม่เคารพ ตัวตนนั้นเป็นสงคราม สงครามในตัวของตัวเอง สงครามของผู้อื่น ขยายออกไปวงกว้างเป็นสงครามระหว่างประเทศสงครามโลก สงครามนั้นมีแต่ความทุกข์เกิดขึ้น ความทุกข์ตั้งอยู่ สงครามจัดเป็นเศรษฐกิจของความทุกข์นะ เอาตัวตนเป็นที่ตั้งเป็นการทำเศรษฐกิจแห่งความดับทุกข์นะ ตัวตนนั้นคือความเสียหายคือการพังทลายอย่างเดียวเช่นเดียวกันกับตึก สตง. สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินของเมืองไทยประเทศไทย

 

การประพฤติการปฏิบัติ เราต้องเป็นคนทั้งคนดีมีปัญญาเป็นคนดีเพื่อเข้าสู่ความเป็นมาตรฐานเข้าสู่ความเป็น มอก. อยู่ที่ปัจจุบัน

 

ปัจจุบันเรามีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ การประพฤติการปฏิบัตินั้นจะเป็นออกซิเจนเป็นออกซิเจนที่มีความสุขมาก กาประพฤติการปฏิบัตินั้นจะเป็นการถ่ายเทของเสียของปฏิกูลเป็นการถ่ายเทคาร์บอนไดออกไซด์ออกไป

 

มนุษย์เราปัจจุบันนี้มีแปดพันกว่าล้านคนในโลกนี้ ได้เอาความหลงนำชีวิต เอาความผิดนำชีวิตประมาณ ๙๙.๙ เปอร์เซ็นต์เราต้องรู้เข้าใจ

 

ด้วยเหตุผลนี้เราทุกคนถึงมามีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติการทำหน้าที่ เราจะเอามหาชนคนส่วนใหญ่ ๙๙.๙ เปอร์เซ็นต์ที่เอาความผิดนำชีวิตนั้นไม่ได้

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าถึงให้เอาความรู้ความเข้าใจ เอาพระธรรมพระวินัยเอาข้อวัตรกิจวัตรเป็นกัลยาณมิตรเพื่อเป็นหลักการเป็นปฏิปทาติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เราคิดดี ๆ ประกอบด้วยปัญญาให้เป็นปัญญาสัมมาทิฏฐิ เค้าพากันทำความผิด ๙๙.๙ เปอร์เซ็นต์ ยังเหลือเราคนเดียวเท่านั้นนะ ให้เข้าใจอย่างนี้ เราต้องมีปัญญาสัมมาทิฏฐิ เราทุกคนต้องรู้ทุกข์ รู้เหตุเกิดทุกข์ รู้ข้อปฏิบัติถึงความดับทุกข์

 

พระธรรมพระวินัยเป็นหลักการเพื่อให้เราหยุดสัญชาตญาณแห่งการเวียนว่ายตายเกิด ให้เรารู้ให้เข้าใจ เราจะเดินทางเราต้องรู้ต้องเข้าใจ เราเดินทางไกลเราต้องมียานพาหนะ ทางบกก็ต้องอาศัยรถอย่างดี ทางอากาศก็ต้องอาศัยเครื่องบินอย่างดี ทางทะเลทางมหาสมุทรกว้างใหญ่ไพศาลก็ต้องอาศัยเรือยนต์ขนาดใหญ่อย่างดี การเดินจึงจะเข้าถึงความสวัสดิภาพในการเดินทาง

 

พระธรรมพระวินัยนี้เป็นธรรมนูญของชีวิต เป็นธนาคารแห่งชีวิต เราต้องรู้เข้าใจ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เรามีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ เพราะความสุขกับความสงบนั้นคืออันหนึ่งอันเดียวกัน เรามีความสงบเราก็มีความสุข เรามีความสุขเราก็มีความสงบ เรารู้เข้าใจ เรามีความเคารพในพระธรรมในพระวินัย ความยกเลิกนั้นมันจะหยุดขั้วบวกขั้วลบ การหยุดขั้วบวกขั้วลบเราจะเข้าถึงความสงบเข้าถึงความเพียงพอ เข้าถึงความพอดี เข้าถึงความเต็ม ๆ ๆ

 

ให้ทุกคนทุกท่านพากันเข้าใจ ใคร ๆ เค้าก็รักเรา ถ้าเราไม่รักเราใครเล่าแล้วเค้าจะมารักเรา คำว่ารักเรา เราต้องรู้เข้าใจ ถ้ารักเราเราก็ต้องเอาพระธรรมพระวินัยมีความสุขในการทำหน้าที่มีความดีและปัญญา ความสุขกับความสงบจะได้อยู่กับเราที่ปัจจุบัน

 

ให้ผู้ฟังทั้งหลายเข้าใจว่าพระนิพพานนี้อยู่ที่ปัจจุบัน เพราะที่มันหมุนรอบเป็นเวลาเป็นวันเป็นเดือนเป็นปีนั้นมันเป็นการหมุนของโลกเป็นการหมุนของดวงอาทิตย์ เมื่อเรารู้เข้าใจแล้วมีความสุขในการทำหน้า เอาความดีและปัญญา ความรู้ความเข้าใจนี้มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ การประพฤติการปฏิบัตินั้นก็จะเข้าถึงปัจจุบันเป็นพระนิพพานไปเป็นชั่วขณะ ๆ

 

ที่ได้กล่าวมาว่าคนดีกับคนมีปัญญาที่อยู่ด้วยกันที่เรียกได้ว่าปัญญาชน ปัญญาชนคือยกเลิกตัวยกเลิกตนมีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติในการทำหน้าที่ เป็นปัญญาที่มีความสุขในการทำหน้าที่ มีพระนิพพานอยู่ที่ปัจจุบันไม่ต้องรอนิพพานในชาติหน้า

 

ย้ำอีกครั้ง การประพฤติการปฏิบัติต้องเน้นที่ปัจจุบันด้วยความตั้งใจตั้งเจตนา เน้นที่ศีล เน้นที่กิริยามารยาท ไม่ขาดตกบกพร่อง ปัจจุบันเราต้องตั้งใจ ต้องทำให้ได้ปฏิบัติให้ได้ ให้เอาปัจจุบันเป็นเครื่องวัดเป็นมิเตอร์ในการวัด ถึงจะเป็นข้อวัตรข้อปฏิบัติ

 

สำหรับประชาชนคนไม่ได้บวชก็ศีล ๕ เป็นเครื่องวัด ศีล ๘ ศีลอุโบสถเป็นเครื่องวัด อย่างผู้ที่มาบวช ศีล ๑๐ เป็นเครื่องวัด ศีล ๒๒๗ เป็นเครื่องวัด ต้องวัดกันที่ปัจจุบัน เพราะปัจจุบันนั้นเป็นการชิงแชมป์ในการประพฤติในการปฏิบัติ ปัจจุบันถึงเป็นมิเตอร์ของการประพฤติการปฏิบัติ ถึงมีคำพูดว่า ข้อวัตรข้อปฏิบัติ

 

หลวงปู่คำภาเป็นตัวอย่างแบบอย่างที่ดี หลวงปู่คำภาเป็นพระผู้เฒ่า เป็นคนภาคอีสานจังหวัดอุบลราชธานี ขณะนี้เวลาปี ๒๕๖๙ อายุได้ ๙๙ ปี ท่านมีปฏิปทาที่ดีเป็นตัวอย่างแบบอย่าง

 

ท่านมีความตั้งมั่นในพระธรรมในพระวินัยข้อวัตรอกิจวัตรขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทุกอย่าง ไม่ขาดตกบกพร่อง ท่านไม่อนุโลมให้กับตัวเอง ท่านไม่ให้ข้อแม้ใด ๆ ทั้งสิ้นกับตัวเอง ท่านปฏิบัติอย่างนี้มาใช้เวลาหลายปี ปฏิปทานั้นติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ

 

ด้วยการปฏิปทาติดต่อต่อเนื่อง หัวใจของท่านถึงเป็นหัวใจที่ติดแอร์คอนดิชั่นอย่างไม่มีเงื่อนไข ด้วยพระธรรมด้วยพระวินัย เพราะพระธรรมพระวินัยนั้นเป็นหลักการที่หยุดสัญชาตญาณ

 

หลวงปู่คำภานั้นท่านไม่ได้มองดูคนอื่นว่าใครดีใครชั่วใครผิดใครถูก ท่านยกเลิกผิดถูกดีชั่วของคนอื่น เราต้องรู้เข้าใจ ตัวตนนั้นเป็นอธิกรณ์ เรายกเลิกตัวตนคือยกเลิกอธิกรณ์ การเอาพระธรรมพระวินัยคือการยกเลิกสงคราม ยกเลิกอธิกรณ์

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เรารู้เข้าใจว่า ๙๙.๙ คนนั้นเค้าเอาสัญชาตญาณนำชีวิตเอาตัวตนนำชีวิต เราต้องคิดดูดี ๆ ถ้าเราไปเอาตัวตนเป็นที่ตั้งเหมือนหมู่มวลมนุษย์ ๙๙.๙ เปอร์เซ็นต์ ถ้าเราไปประพฤติปฏิบัติเอาตัวอย่างแบบอย่างโลกนี้ก็เข้าถึงการพังทลายในตัวของมันเอง

 

ด้วยเหตุผลนี้กุลบุตรทั้งหลายพากันมาบวชมาประพฤติมาปฏิบัติธรรม เราทุกคนถึงมาถือเอาพระพุทธเจ้า เอาพระธรรม เอาพระอริยสงฆ์ เอาพระธรรมพระวินัย ข้อวัตรกิจวัตร เพราะปัจจุบันนี้เป็นสิ่งที่สำคัญมาก สำคัญจริง ๆ สำคัญเป็นอย่างยิ่ง

 

เราทุกคนมาระลึกถึงปัจฉิมโอวาทของพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าที่ท่านตรัสให้กับพระภิกษุทั้งหลายว่า บัดนี้เราขอเตือนท่านทั้งหลายว่า สังขารทั้งหลาย มีความเสื่อมสลายไปเป็นธรรมดา ท่านทั้งหลายจงทำประโยชน์ตนและประโยชน์ผู้อื่นให้ถึงพร้อม ด้วยความไม่ประมาทเถิด

 

โอวาทของหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต

ความไม่ยั่งยืน เป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่และแน่นอนนะ

ความยิ่งใหญ่ คือความไม่ยั่งยืนนะ

ชีวิตที่ยิ่งใหญ่ คือชีวิตที่อยู่ด้วยทาน ศีล เมตตา และกตัญญู

ชีวิตที่มีความดี อาจมิใช่ความยิ่งใหญ่ แต่ชีวิตที่ยิ่งใหญ่ ต้องอาศัยคุณธรรมความดีเป็นปัญญาบริสุทธิคุณเท่านั้น การระงับสังขารทั้งหลายด้วยความรู้ความเข้าใจเป็นความรู้คู่กับการประพฤติการปฏิบัตินั่นแหละคืออริยมรรค เป็นหนทางที่ประเสริฐมีพระนิพพานตั้งแต่ในปัจจุบัน ไม่ต้องรอพระนิพพานเมื่อตายแล้ว ปัจจุบันไม่มีพระนิพพาน อนาคตจะมีพระนิพพานได้อย่างไร

 

ให้เรารู้เข้าใจเรื่องพระธรรมพระวินัย พระธรรมพระวินัยที่เป็นสัมมาทิฐิ เพื่อหยุดวัฏฏสงสารนั่นแหละคือพระนิพพาน ให้พวกเรารู้เข้าใจในเรื่องพระนิพพาน ให้เข้าใจนะว่าสิ่งเดิมนั้นคือความว่างเปล่า สิ่งที่สัญจรไปมาเป็นเพียงอาคันตุกะ เราจะได้เอาหลักการอุดการณ์ที่เป็นศีลเป็นสมาธิเป็นปัญญาเป็นมรรคเป็นอริยมรรคที่ตรงกันข้ามกับโลกธรรมมาประพฤติมาปฏิบัติ ให้รู้เข้าใจ เพราะไม่มีใครอยู่เหนือกรรมเหนือกฎแห่งกรรมเหนือผลของกรรม พระนิพพานความรู้ความเข้าใจในเรื่องกระบวนการปฏิจจสมุปบาท กระบวนการของปฏิจจสมุปบาทจะได้จบลงเพียงผัสสะ จะได้เป็นปัญญาเป็นความสงบ จะเป็นความสงบเป็นปัญญา เป็นสิ่งที่อยู่นอกเหตุเหนือผล หยุดความปรุงแต่ง นี้เป็นขบวนการที่ติดต่อต่อเนื่อง เป็นบารมีเป็นความดีที่ประกอบด้วยปัญญา เป็นพระนิพพานบ้านของเรา ไม่ใช่อวิชชาความหลงเป็นบ้านของเรานะ พระนิพพานคือบ้านของเรา ความสงบและปัญญาถึงเป็นธรรมเป็นปัจจุบันธรรม เราจะหยุดวัฏฏสงสารได้ด้วยความรู้ความเข้าใจ ด้วยพระธรรมด้วยพระวินัย เป็นขบวนการของกระแสในการประพฤติการปฏิบัติที่ได้นำเอาพระธรรมพระวินัยมาประพฤติมาปฏิบัติในปัจจุบันให้ติดต่อต่อเนื่อง

 

 ความสงบและปัญญาที่เป็นพระธรรมพระวินัยถึงหยุดความปรุงแต่งได้ ด้วยปัญญาสัมมาทิฏฐิคู่กับการประพฤติการปฏิบัติในปัจจุบัน พระธรรมพระวินัยที่เป็นความรู้ความเข้าใจ ที่จะหยุดความปรุงแต่งได้ เข้าถึงพระนิพพานตั้งแต่ปัจจุบัน ไม่ต้องรอชาติหน้า พระนิพพานต้องอยู่ที่ปัจจุบันเท่านั้น

 

---------------------------------

โอวาทขององค์หลวงพ่อกัณหา สุขกาโม

เมตตาให้ไว้ในเช้าวันอังคารที่ ๒๑ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๖๙

ณ วัดป่าทรัพย์ทวีธรรมาราม ต.วังหมี อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา

Visitors: 113,307