๒๗ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๖๙
พสกนิกรชาวไทยและชาวต่างประเทศได้มาร่วมรวมกันประพฤติปฏิบัติธรรมเพื่อน้อมถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ด้วยความโทมนัสและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ที่พระองค์ได้ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทยและชาวโลกตลอดระยะเวลาที่ยาวนาน พระองค์ทรงเป็นดั่งแม่แห่งแผ่นดิน ผู้ทรงเปี่ยมด้วยพระเมตตาและพระปรีชาสามารถ ทรงอุทิศพระวรกาย พระสติปัญญา และพระราชหฤทัยในการบำเพ็ญพระราชกรณียกิจนานัปการ เคียงคู่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เพื่อธำรงไว้ซึ่งความผาสุกและความมั่นคงแห่งชาติไทย เราประชาชนชาวไทยต้องร่วมใจสมัครสมานสามัคคีทำความดีที่ประกอบด้วยปัญญา เพื่ออุทิศบุญกุศลน้อมเกล้าถวาย เพื่อเสด็จสู่สวรรคาลัย เข้าสู่สวรรค์มรรคผลพระนิพพาน
วันนี้เป็นวันจันทร์ที่ ๒๗ ของเดือนเมษายน พุทธศักราช ๒๕๖๙
ให้ทุกท่านทุกคนพากันนั่งให้สบายเพื่อฟังการบรรยายพระธรรมคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
ความรู้ความเข้าใจเป็นปัญญาสัมมาทิฏฐิ เป็นสิ่งที่สำคัญ การฟังการบรรยายพระธรรมคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้านี้เป็นสิ่งที่สำคัญ
วันเสาร์วันอาทิตย์เป็นวันหยุดทำงานเพื่อพัฒนาจิตใจ
อดีตกาลได้เอาวัน ๗ ค่ำ ๘ ค่ำ ๑๔ ค่ำ ๑๕ ค่ำ เป็นวันหยุด ปัจจุบันได้เอาวันเสาร์วันอาทิตย์เป็นวันหยุด เดือนหนึ่ง ๓๐ วัน มีวันหยุดอยู่ ๘ วัน หยุดงานเพื่อไปให้ทานรักษาศีลประพฤติปฏิบัติธรรม
วันจันทร์อังคารพุธพฤหัสศุกร์ เป็นวันทำงานกับวันปฏิบัติธรรม ๒ อย่างนี้ทำไปพร้อม ๆ กัน การทำงานคือการปฏิบัติธรรม การปฏิบัติธรรมคือการทำงาน ไม่แยกการทำงานจากการปฏิบัติธรรม ไม่แยกการปฏิบัติธรรมจากการทำงาน ๒ อย่างนี้ทำไปพร้อม ๆ กัน เพื่อให้เป็นทางสายกลางระหว่างวัตถุกับจิตใจ
การที่เป็นพระอริยเจ้านั้นเป็นได้ทั้งนักบวชและประชาชนคนที่ไม่ได้บวช
ความเป็นพระนั้นองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านนับเอาตั้งแต่พระโสดาบันไปจนถึงพระอรหันต์
การปฏิบัติธรรมกับการทำงาน ๒ อย่างนี้ไปพร้อม ๆ กัน จะเป็นเหตุเป็นปัจจัยให้เราทุกคนเป็นพระ
พระนั้นคือผู้รู้ผู้เข้าใจ มีความสุขในการทำหน้าที่ มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ ผู้นั้นก็จะเป็นพระ
ผู้ที่ออกบวชมีโอกาสมีเวลา ยกเลิกธุรกิจภายนอก มาทำธุรกิจภายใน ใจของเราทุกคนเป็นนามธรรม การทำธุรกิจภายในอาศัยกายวาจากิริยามาราทอาชีพ เอามาใช้เอามาประพฤติเอามาปฏิบัติเพื่อทำธุรกิจภายใน เพราะใจของเรานั้นเป็นนามธรรม การฝึกใจต้องมาฝึกที่กายที่วาจาที่กิริยามารยาทมาฝึกที่อาชีพ
ที่บัตรประชาชนของนักบวชจะบ่งบอกว่าอาชีพของนักบวช อาชีพของนักบวชนั้นไม่ได้ทำธุรกิจภายนอก เป็นอาชีพที่ทำธุรกิจภายใน ยกเลิกธุรกิจภายนอก
ผู้ที่มาบวชทั้งหลายยกเลิกธุรกิจภายนอก นักบวชถึงไม่มีนิติกรรมทางกฎหมาย ไปเลือกตั้งลงคะแนนให้ผู้ใหญ่บ้าน กำนัน อบต. อบจ. ส.ส. ส.ว.นั้นไม่ได้
ผู้ที่บวชเป็นพระเป็นเณรถ้ามีคดีความ จะเอาพระเอาเณรติดคุกถึงต้องให้ลาสิกขาเสียก่อนถึงจะเอาสามเณรเอาพระไปติดคุกจำคุก
การประพฤติการปฏิบัติพระธรรมพระวินัยของพระภิกษุสามเณรนี้ถือว่าเป็นกิจภายใน การทำข้อวัตรกิจวัตรปฏิบัติต่อพระธรรมพระวินัยสิกขาบทน้อยใหญ่ ทำวัตรสวดมนต์เดินจงกรมนั่งสมาธิออกบิณฑบาต ทำความสะอาดดูแลรักษาเสนาสนะนี้ไม่ใช่กิจภายนอก นี้คือกิจภายใน
ผู้ที่มาบวชต้องพากันรู้พากันเข้าใจ ถ้าไม่รู้ไม่เข้าใจแล้วก็จะพากันไปคิดว่าอันนี้มันเรื่องภายนอก ไม่ใช่เรื่องของจิตไม่ใช่เรื่องของใจ พระเณรต้องพากันรู้พากันเข้าใจ นี้คือกิจของพระของเณรนะ นี้คือกิจภายใน เพราะใจของเราทุกคนนั้นเป็นนามธรรม การฝึกใจปฏิบัติใจต้องอาศัยสิ่งภายนอกได้แก่กายวาจากิริยามารยาทอาชีพ
อาชีพของนักบวชนั้นได้แก่การประพฤติการปฏิบัติพรหมจรรย์ ที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านตรัสไว้ว่า เธอทั้งหลายจงประพฤติพรหมจรรย์เถิด พระธรรมพระวินัยที่ตรัสไว้ดีแล้ว เธอทั้งหลายจงพากันประพฤติพรหมจรรย์เถิด
ผู้เป็นพระเป็นเณรทั้งหลายต้องรู้เข้าใจ อย่าไปคิดว่าการทำวัตรสวดมนต์เดินจงกรมนั่งสมาธิออกบิณฑบาตดูแลเสนาสนะห้องน้ำห้องสุขานี้มันเป็นเรื่องภายนอก นี้ไม่ใช่เรื่องภายนอกนะ นี้เป็นเรื่องภายใน เพราะใจของเรานั้นเป็นนามธรรม การฝึกใจปฏิบัติใจต้องประพฤติอย่างนี้ปฏิบัติอย่างนี้
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เราคิดดูดี ๆ นะ ถ้าเราว่าทุกอย่างอยู่ที่ใจทำไมเราถึงต้องฉันอาหารอยู่ ทำไมเราถึงไม่ว่าไม่ต้องฉันอาหารเพราะทุกอย่างมันอยู่ที่ใจ ใจนั้นเป็นนามธรรม ใจของเรานั้นถึงต้องมีปัญญาสัมมาทิฏฐิเพื่อเอาความรู้คู่กับการประพฤติคู่กับการปฏิบัติ
ธรรมเหล่าใดเป็นไปเพื่อย้อมใจ เป็นไปเพื่อความยินดียินร้าย ใจอย่างนี้มันเป็นขั้วบวกขั้วลบ
ภิกษุสามเณรต้องรู้เข้าใจ ธรรมเหล่าใดเป็นไปเพื่อความขี้เกียจขี้คร้านนี้มันคือสัญชาตญาณที่เป็นนิติบุคคลตัวตน นี้มันคือความยึดมั่นถือมั่นที่เป็นนิติบุคคลตัวตน ความเกียจคร้านเป็นสัญชาตญาณที่เป็นนิติบุคคลตัวตน
การประพฤติการปฏิบัตินี้ภิกษุสามเณรต้องรู้เข้าใจ ความเกียจคร้านนี้เป็นสัญชาตญาณที่เป็นความยึดมั่นถือมั่นที่เป็นตัวเป็นตน
เรามาบวชต้องมายกเลิกความเกียจคร้าน เพื่อหยุดสัญชาตญาณแห่งความเป็นตัวเป็นตน ไม่ต้องมีข้อแม้ใด ๆ ทั้งสิ้น ถ้าเรามีข้อแม้นั้นมันจะเป็นขั้วบวกขั้วลบ ขั้วบวกขั้วลบนั้นคือความปรุงแต่ง
ด้วยเหตุผลนี้ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เราทุกคนอยาไปตั้งอยู่ในความประมาท เพราะความประมาทคือความผิดพลาดคือความเสียหายนั้นคือการพังทลายอย่างเดียวเช่นเดียวกันกับตึก สตง. อย่างเดียวเช่นเดียวกันกับตึก สตง. สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินของเมืองไทยประเทศไทย
ธรรมะนั้นคือธรรมชาติ ธรรมชาติที่เป็นวัฏฏสงสาร ธรรมชาติที่หยุดวัฏฏสงสาร
เราต้องรู้เข้าใจวัฏฏสงสาร เราต้องรู้เข้าใจในเรื่องหยุดวัฏฏสงสาร ธรรมเหล่าใดเป็นไปเพื่อความขี้เกียจขี้คร้านนั่นแหละคือวัฏฏสงสาร
เรามาบวชมาปฏิบัติ เราทุกคนถึงมายกเลิกความเกียจคร้าน เรามาทำหน้าที่เพื่อหน้าที่ เพื่อให้ปฏิปทาของเราได้ติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ การทำอะไรต้องให้ติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ ติดต่อต่อเนื่องกันอย่างน้อย ๓ อาทิตย์ขึ้นไป การประพฤติการปฏิบัตินั้นถึงจะได้ผลเห็นผล
ประเทศไทยเราที่ให้มีการบรรพชาอุปสมบทเป็นนักบวชนั้น จุดมุ่งหมายก็เพื่อให้ปฏิปทาได้ติดต่อต่อเนื่องจึงให้ข้าราชการลาบวชได้ ๑๒๐ วันในการบรรพชาอุปสมบท การทำอะไรติดต่อต่อเนื่องถึงจะได้ผลเห็นผล ถ้าเราไม่มีปัญญาสัมมาทิฏฐิ เราไม่รู้ไม่เข้าใจ ไม่รู้หลักการในการประพฤติการปฏิบัติเราก็เอาสัญชาตญาณแห่งความเป็นนิติบุคคลตัวตน เอาความขี้เกียจขี้คร้านนำชีวิต ความขี้เกียจขี้คร้านนั่นแหละคือวัฏฏสงสาร
ด้วยเหตุผลนี้ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าถึงตรัสว่า ธรรมเหล่าใดเป็นไปเพื่อความขี้เกียจขี้คร้านนั้นไม่ใช่พระธรรมคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้านะ นั่นคือเป็นวัฏฏสงสารนั่นเป็นตัวเป็นตน
ผู้ที่มาบวชเป็นพระภิกษุ ผู้ที่มาบวชเป็นสามเณร ส่วนใหญ่ ๙๙.๙ เปอร์เซ็นต์ไม่ร็ไม่เข้าใจ คิดว่าบวชมาแล้วมาปล่อยมาวาง ความไม่รู้ไม่เข้าใจนี้มันเป็นมิจฉาทิฏฐิ มันเป็นวิปัสสนูกิเลส มันเป็นไปเพื่อสะสมตัวสะสมตน ผู้ที่บวชมาไม่รู้ไม่เข้าใจ ผู้ที่บวชมานั้นยังไม่เข้าใจในการประพฤติในการปฏิบัติ คิดว่าบวชมาแล้วมาปล่อยมาวาง
ผู้ที่มาบวชต้องเป็นผู้ที่ขยันมากที่สุดในโลก ทุกคนพากันคิดดูดี ๆ นะ คิดดี ๆ ด้วยปัญญา ผู้ที่บวชมาเป็นฆราวาสขยันดีกว่าความเป็นพระ เพราะความไม่รู้เข้าใจ คิดว่าบวชมาแล้วมาปล่อยมาวาง ไม่รู้เข้าใจคำว่าปล่อยวาง คำว่าปล่อยวางนั้นก็ได้แก่ขยันที่สุดในโลกนั่นแหละคือการปล่อยวาง
ให้ผู้มาบวชรู้เข้าใจ ถ้าไม่รู้ไม่เข้าใจแล้วมันจะเกิดความเสียหาย มันจะเกิดการพังทลายอย่างเดียวเช่นเดียวกันกับตึก สตง. สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินของเมืองไทยประเทศไทย
เรามาบวชมาปฏิบัติ เรามาทำธุรกิจทำหน้าที่ทางภายใน เราจะเดินทางไกลเราต้องมียานพาหนะในการเดินทาง ทางบกเราก็ต้องอาศัยรถยนต์อย่างนี้ ทางอากาศก็อาศัยเครื่องบินอย่างดี ทางทะเลทางมหาสมุทรก็อาศัยเรือใหญ่อย่างดี การเดินทางของเราถึงจะเข้าสู่จุดหมายปลายทางด้วยความสวัสดิภาพ
เรามาบวชมาปฏิบัติต้องเป็นผู้ขยันที่สุดในโลก
วันหนึ่งคืนหนึ่งเรานอนเราพักผ่อนจำวัดวันละ ๕ ชั่วโมง ๖ ชั่วโมงก็เพียงพอ เราต้องขยันที่สุดในโลก เรานอนพักผ่อนจำวัด ๕ ชั่วโมง ๖ ชั่วโมงก็เพียงพอ
หลวงปู่มั่น ภูริทัตโตท่านนอนพักผ่อนจำวัดเวลา ๔ ทุ่มตื่นตี ๒ ท่านหลวงปู่ชา สุภัทโท ท่านพาภิกษุสามเณรนอนพักผ่อนจำวัดเวลา ๓ ทุ่มตื่นตี ๓ เวลาตื่นอยู่นี้เป็นเวลาประพฤติปฏิบัติธรรม เป็นเวลาทำความเพียรติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ สายน้ำนั้นไหลติดต่อต่อเนื่องเรียกว่าสายน้ำ น้ำหยดนั้นมันหยดทีละหยด ๆ นั้นไม่ใช่สายน้ำ การประพฤติการปฏิบัติองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เราประพฤติปฏิบัติให้ติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ
การประพฤติการปฏิบัตินั้นเป็นธุรกิจทางภายใน การฝึกใจนั้นเค้าต้องฝึกที่กายที่วาจากิริยามารยาทที่อาชีพ อาชีพคือนักบวช เพื่ออบรมบ่มอินทรีย์เพื่อความดีและปัญญาเพื่อปฏิปทาได้ติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ
มีคำถามว่าการประพฤติการปฏิบัติอย่างนี้มันจะไม่มีความเครียดเหรอ
การประพฤติการปฏิบัติอย่างนี้จะไม่มีความเครียด จะไม่เป็นโรคซึมเศร้า จะไม่เป็นโรคไบโพล่า อารมณ์เหวี่ยงไปเหวี่ยงมา
ความรู้ความเข้าใจ มีความสุขในพระธรรมพระวินัย ในข้อวัตรข้อปฏิบัตินั้นจะไม่มีความเครียด มันจะมีแต่ความสุขเกิดขึ้น ความสุขตั้งอยู่ ความสุขดับไป ความสุขใหม่เกิดขึ้นมาที่เป็นปฏิปทาติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ เพราะการประพฤติการปฏิบัตินั้นไม่มีขั้วบวกขั้วลบ ไม่มีโรคซึมเศร้า ไม่มีโรคไบโพล่า การประพฤติการปฏิบัตินั้นมันจะเป็นออกซิเจน มันจะเป็นการถ่ายเทของเสียของปฏิกูลถ่ายเทคาร์บอนไดออกไซด์ออกไป
การปฏิบัตินั้นองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เรารู้เข้าใจ เพราะการปฏิบัตินั้นจะมายกเลิกสัญชาตญาณความยึดมั่นถือมั่นที่เป็นตัวเป็นตน เรามีความสุขในการทำหน้าที่ความทุกข์นั้นจะไม่มีความเครียดนั้นจะไม่มี
ผู้มาบวชต้องพากันรู้พากันเข้าใจ เรามีปัญญาสัมมาทิฏฐิ เรามีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติความเครียดนั้นจะไม่มี ให้เข้าใจว่า ปัจจุบันนั้นมันมีเพียงตำแหน่งเดียว ถ้าเรามีความสุข ทุกข์นั้นก็ย่อมไม่มี จะเป็นการเข้าถึงความพอดี เข้าถึงความพอเพียงเพียงพอ เข้าถึงความเต็ม ๆ ๆ
เหมือนองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ประสูติก็วันเพ็ญวันพระจันทร์เต็มดวง ตรัสรู้ก็วันเพ็ญวันพระจันทร์เต็มดวง บอกกล่าวว่าอีก ๓ เดือนข้างหน้าองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าจะเสด็จดับขันธ์สู่ปรินิพพานก็วันเพ็ญพระจันทร์เต็มดวง เสด็จดับขันธ์สู่ปรินิพพานก็เป็นวันเพ็ญพระจันทร์เต็มดวง
การประพฤติการปฏิบัติที่มีความสุขนั้นจะไม่มีความทุกข์ จะไม่มีความเครียด
ผู้ที่มาบวชทั้งหลายต้องพากันรู้เข้าใจ ถ้าไม่รู้ไม่เข้าใจแล้วจะไปทิ้งหน้าที่ ไม่ทำหน้าที่ เพราะความสุขนั้นอยู่ที่หน้าที่ พระนิพพานนั้นอยู่ที่เหตุที่ปัจจัย วัฏฏสงสารนั้นอยู่ที่เหตุอยู่ที่ปัจจัย
การประพฤติการปฏิบัติเราต้องรู้ต้องเข้าใจ เรามีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ เราอย่าเอาตัวเอาตนนำชีวิต อย่าเอาความขี้เกียจขี้คร้านนำชีวิต เพราะการประพฤติการปฏิบัตินี้เราจะมาหยุดสัญชาตญาณ
พระธรรมคือธรรมชาติ ธรรมชาติทั้งดีทั้งชั่วทั้งผิดทั้งถูก สัมมาทิฏฐิรู้เข้าใจในเรื่องพระธรรมพระวินัยสิกขาบทน้อยใหญ่ เราต้องเอามาใช้เอามาปฏิบัติ ผู้ปฏิบัติต้องรู้ต้องเข้าใจว่าพระนิพพานั้นเราต้องเอามาใช้เอามาประพฤติมาปฏิบัติ
ธรรมเหล่าใดเป็นไปเพื่อตัวเพื่อตนเป็นไปเพื่อความเกียจคร้านนั้นถึงไม่ใช่พระธรรมพระวินัย
สติสัมปชัญญะเป็นเรื่องของปัจจุบัน ปัจจุบันเราต้องรู้ต้องเข้าใจ เราจะได้หยุดวัฏฏสงสารด้วยความรู้ความเข้าใจด้วยพระวินัยสิกขาบทน้อยใหญ่ วัฏฏสงสารของเราจะหยุดได้ก็ด้วยพระธรรมพระวินัยสิกขาบทน้อยใหญ่ต้องเกิดจากเหตุจากปัจจัย เพราะสิ่งทั้งหลายทั้งปวงนั้นไปจากเหตุจากปัจจัย
ด้วยเหตุผลนี้องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าถึงให้เราตั้งใจตั้งเจตนา ภาชนะใดที่จะใช้ได้ต้องเป็นภาชนะที่ตั้งไว้ถึงจะใช้งานได้ ภาชนะที่ล้มลงภาชนะที่คว่ำเป็นภาชนะที่ใช้งานไม่ได้ ความตั้งใจตั้งเจตนาถึงเป็นสิ่งที่สำคัญมาก
ผู้มาบวชต้องรู้เข้าใจ ถ้าไม่รู้ไม่เข้าใจแล้วจะพากันปล่อยวางพระวินัยสิกขาบทน้อยใหญ่นี้คือความเสียหายมากนะ เสียหายจริง ๆ เสียหายเป็นอย่างยิ่ง
มิจฉาทิฏฐิความไม่รู้ไม่เข้าใจคือความเสียหาย ความไม่รู้ไม่เข้าใจเราเลยพากันไปทำอะไรตามใจตามอัธยาศัย ทำอะไรตามใจตามอัธยาศัยคิดว่าเป็นทางสายกลาง นั้นเป็นทางสายกลางจริงแต่เป็นทางสายกลางของวัฏฏสงสาร ทางสายกลางนั้นมันเป็นการเวียนว่ายตายเกิด
ทางสายกลางที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เราเอาทางสายกลางระหว่างวัตถุกับจิตใจต้องไปพร้อม ๆ กัน เพราะเราต้องพัฒนาวัตถุกับจิตใจไปพร้อม ๆ กัน เพราะใจนั้นเป็นนามธรรมเราปฏิบัติไม่ได้ เพียงแต่เราตั้งใจตั้งเจตนาดั่งภาชนะที่ตั้งไว้
ปัจจุบันเราต้องรู้ต้องเข้าใจ ไม่ตั้งอยู่ในความประมาท ด่านที่เราจะผ่านไปนั้นเราต้องรู้ต้องเข้าใจ ธาตุทั้ง ๔ ขันธ์ทั้ง ๕ อายตนะภายนอกภายใน ๑๒ เป็นด่านที่เราจะต้องผ่านไป เราจะผ่านด่านเหล่านี้ได้ เราก็ต้องอาศัยพระวินัยสิกขาบทน้อยใหญ่ การประพฤติการปฏิบัตินั้นถึงไม่มีข้อแม้ใด ๆ ทั้งสิ้น
ด้วยเหตุผลนี้หลวงปู่มั่น ภูริทัตโตท่านถึงนอนพักผ่อนจำวัดเวลา ๔ ทุ่มตื่นตี ๒ เพื่อผ่านด่านธาตุทั้ง ๔ ขันธ์ทั้ง ๕ อายตนะภายนอกภายใน ๑๒ หลวงปู่ชา สุภัทโท ท่านนอนพักผ่อนจำวัด ๓ ทุ่มตื่นตี ๓ ก็เพื่อจะหยุดสัญชาตญาณหยุดข้อแม้ที่มันเป็นขั้วบวกขั้วลบ
เราต้องพากันรู้พากันเข้าใจว่าพระวินัยข้อวัตรกิจวัตรนั้นจะเป็นยานเพื่อหยุดสัญชาตญาณของเราทุก ๆ คน เราทุกคนต้องรู้จักการประพฤติการปฏิบัติ
ด้วยเหตุผลนี้วัดเราเอามติของหลวงปู่ชา สุภัทโท นอนพักผ่อนจำวัดเวลา ๓ ทุ่มตื่นตี ๓ ไม่มีข้อแม้ใด ๆ ทั้งสิ้น เพื่อเอาปฏิปทานั้นประพฤติปฏิบัติให้ติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ ไม่เอาความปรุงแต่งเพื่อเราจะผ่านสัญชาตญาณที่เป็นนิติบุคคลตัวตน
เรามาบวช เราต้องพากันมายกเลิกตัวยกเลิกตน เพราะตัวตนนั้นมีแต่ความทุกข์เกิดขึ้น ความทุกข์ตั้งอยู่ ความทุกข์ดับไป ความทุกข์ใหม่เกิดขึ้นมาอีก มีแต่ความทุกข์ทั้งนั้น
พระธรรมพระวินัยสิกขาบทน้อยใหญ่ให้เรารู้เข้าใจ พระธรรมพระวินัยสิกขาบทน้อยใหญ่นั้นเป็นอุปกรณ์หรือว่าเป็นกรรมกรเป็นอุปกรณ์หรือเป็นหน้าที่เราพึงประพฤติพึงปฏิบัติ ธรรมเหล่าใดที่เป็นไปเพื่อความเกียจคร้านถึงไม่ใช่พระธรรมคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
การประพฤติการปฏิบัติองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าถึงให้เราเน้นที่ปัจจุบัน เพราะอดีตก็มารวมกันอยู่ปัจจุบัน อนาคตจะไปข้างหน้าก็ไปจากปัจจุบัน ปัจจุบันเราต้องรู้เข้าใจแล้วมีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติให้ติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ
การปฏิบัติที่มีความสุขนั้นความทุกข์ก็ไม่มีอยู่แล้ว ความเครียดก็ไม่มีอยู่แล้ว เพราะรู้เข้าใจมีความสุขในการทำหน้าที่
หน้าที่ของเราเราต้องปฏิบัติให้เต็มที่ ไม่ให้ขาดตกบกพร่อง ไม่ให้ด่างไม่ให้พร้อยไม่ให้เศร้าหมอง เน้นที่ใจที่มีความสุขในการทำหน้าที่ เพราะความสุขกับความสงบมันคืออันหนึ่งอันเดียวกัน ความเคารพไม่มองข้ามปัจจุบันในการทำหน้าที่ของปัจจุบันเป็นสาเหตุให้เกิดความสงบ ความสงบจะเกิดได้ก็เพราะสาเหตุมาจากความเคารพ
สติปัฏฐานทั้ง ๔ ยืนเดินนั่งนอน องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้มีสติรู้ตัวทั่วพร้อมเพื่อให้เราได้ปฏิบัติติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ
กายของเราอยู่ที่ไหนก็ให้ใจของเราอยู่ที่นั่น กายกับใจต้องอยู่ด้วยกัน เพื่อให้ปฏิปทาของเราได้ติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ เราจะยืนจะเดินจะนั่งจะนอนต้องให้ใจอยู่กับเนื้อกับตัว
อริยมรรคมีองค์แปดถึงเป็นเรื่องปัจจุบัน พระนิพพานนี้ถึงเป็นเรื่องปัจจุบัน พระนิพพานไม่ใช่เรื่องอนาคตกาลเบื้องหน้าโน้นเทอญนะ พระนิพพานเป็นความรู้ความเข้าใจ มีความสุขในการทำหน้าที่อยู่ที่ปัจจุบัน
พระนิพพานถึงเป็นสติเป็นสัมปชัญญะอยู่ที่ปัจจุบัน ปัจจุบันพระวินัยสิกขาบทน้อยใหญ่ที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสว่าเธอจงประพฤติพรหมจรรย์ พระนิพพานถึงอยู่ที่ปัจจุบัน ปัจจุบันถึงเป็นพระนิพพานชั่วขณะ ๆ จนกว่าจะเป็นพระนิพพานที่สมบูรณ์
อริยมรรคมีองค์แปดทุกคนต้องรู้ต้องเข้าใจ จะได้ทำหน้าที่ของหน้าที่ เพราะอริยมรรคนั้นเป็นทางสายกลางระหว่างกายกับใจหรือว่าระหว่างวัตถุกับจิตใจ อริยมรรคนั้นอยู่ที่ปัจจุบัน
ปัจจุบันนี้ถึงเป็นการประพฤติถึงเป็นการปฏิบัติ พระวินัยนั้นเป็นความรู้ความเข้าใจ เราก็เอาพระวินัยนั้นมาใช้มาประพฤติมาปฏิบัติ
อย่างเราทุกคนมีความสุขในการทำหน้าที่ ความสุขนั้นเราต้องรู้นะ ความสุขนั้นมันจะไม่มีความทุกข์
การที่เราเอาพระวินัยสิกขาบทน้อยใหญ่มาประพฤติมาปฏิบัติด้วยความตั้งใจตั้งเจตนา ให้มีความสุขเพื่อให้เป็นปฏิปทาได้ติดต่อต่อเนื่อง นั่นแหละมันจะเป็นพระนิพพาน ผู้ที่มาบวชทั้งหลายต้องรู้เข้าใจ เราจะไปล่อยพระวินัย ปล่อยข้อวัตรกิจวัตรนั้นไม่ได้
เราไปตามใจตามสัญชาตญาณไม่ได้ ด้วยเหตุผลนี้ หลวงปู่ชา สุภัทโทท่านถึงพานอนพักผ่อนจำวัดเวลา ๓ ทุ่มตื่นตี ๓
เราอย่าไปคิดว่าเอาทางสายกลาง วันนี้ยังไม่อยากนอนไม่อยากพักผ่อนยังไม่อยากจำวัด ให้มันง่วงนอนเสียก่อน นอน ๕ ทุ่ม ๖ ทุ่ม ไปนอน ๕ ทุ่ม ๖ ทุ่มมันจะตื่นทำวัตรเช้านั่งสมาธิทำวัตรสวดมนต์ได้อย่างไร ถึงจะทำได้ปฏิบัติได้มันก็เป็นเพียงบางครั้งบางคราว
หลักการของการประพฤติการปฏิบัติ เราทำกิจส่วนรวม เรากลับไปที่พัก นั่งสมาธิหายใจเข้าเอาออกซิเจนเข้าสู่ร่างกาย หายใจออกเอาของเสียเอาคาร์บอนไดออกไซด์ออกไป ๑๕ นาที ๓๐ นาทีมันก็ง่วงแล้ว มันก็อยากนอนอยากพักผ่อนอยู่แล้ว เพราะสมองเราได้รับความวิเวกจากการที่เราปฏิบัติติดต่อต่อเนื่องจากการที่เราหายใจเข้าเอาออกซิเจนเข้าไป หายใจออกเอาคาร์บอนไดออกไซด์ออกไป เราปฏิบัติอย่างนี้ให้ปฏิปทามันติดต่อต่อเนื่อง
การประพฤติการปฏิบัติผู้ปฏิบัติต้องเข้าใจนะ ใจของเรามันเป็นนามธรรม เราต้องมาเน้นที่กายที่วาจาที่กิริยามารยาทที่อาชีพ อาชีพก็คือนักบวช นักบวชก็คือยกเลิกตัวยกเลิกตน เค้าถึงเรียกว่านักบวช ถ้านักบวชไม่ยกเลิกตัวยกเลิกตนจะเรียกว่านักบวชได้อย่างไร
ด้วยเหตุผลนี้เรากราบก็ต้องกราบให้ได้มาตรฐาน ให้ได้เบญจางคประดิษฐ์ เราทำวัตรสวดมนต์ต้องเสียงดังฟังชัดฉะฉาน เราทำข้อวัตรกิจวัตรก็ต้องมาก่อนเวลาไปก่อนเวลาอย่างน้อยสัก ๕ นาที การประพฤติการปฏิบัติของเราต้องฟอร์มสด สดชื่นตื่นเบิกบานอยู่ที่ปัจจุบัน
ธรรมะนั้นคือหน้าที่ หน้าที่นั้นคือธรรมะ อริยมรรคมีองค์แปดคือพระนิพพานอยู่ที่ปัจจุบัน
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เรามีปัญญาสัมมาทิฏฐิให้เรารู้เข้าใจ เรามาทำความดีเพื่อความดี ไม่ได้ทำความดีเพื่ออยากเพื่อต้องการ เพราะความอยากความต้องการเป็นขั้วบวกขั้วลบ มันคือความไม่สงบมันคือสงคราม สงครามคือความไม่สงบ เราทุกคนต้องมารู้จักสงคราม ตัวตนนั้นมันคือสงคราม สงครามในตัวของมันเอง สงครามระหว่างเรากับผู้อื่น สงครามระหว่างครอบครัว หมู่บ้าน ตำบล อำเภอ จังหวัด เมืองหลวง สงครามในประเทศ สงครามต่างประเทศ สงครามโลก
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เราเข้าใจว่า พระธรรมพระวินัยเป็นข้อวัตรข้อปฏิบัติ เป็นความรู้ความเข้าใจ เป็นความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ เพื่อให้ปฏิปทาได้ติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ
เราต้องรู้เข้าใจเพื่อใจของเราจะไม่ได้มีขั้วบวกขั้วลบ เพื่อใจของเราจะเกิดความสงบ เพื่อใจของเราจะยกเลิกสงคราม ยกเลิกสังฆเภทของความแตกแยก ตัวตนนั้นแหละคือความแตกแยก ตัวตนนั้นแหละเป็นปัญหาของ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ของเมืองไทย
พระธรรมพระวินัยเป็นการยกเลิกควมทุกข์ ยกเลิกความแตกแยก เป็นความสมัครสมานสามัคคีเป็นความดีและปัญญา
การแก้ไข องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เราทุกคนมาแก้ไขตนเอง อย่างองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านก็แก้ไขที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระอรหันต์ขีณาสพเมื่อก่อนท่านก็เป็นสามัญชน ท่านได้ฟังพระธรรมคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านก็แก้ที่ตนเองให้ปฏิปทาติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ ท่านก็ได้เป็นพระอรหันต์ขีณาสพ
เราทุกคนต้องรู้เข้าใจ ทุกคนต้องมาปฏิบัติที่ตัวเอง ความดับทุกข์ของพระพุทธเจ้าก็ย่อมเป็นของพระพุทธเจ้า ความดับทุกข์ของพระอรหันต์ก็ย่อมเป็นของพระอรหันต์ ความดับทุกข์ของเราก็ย่อมเป็นความดับทุกข์ของเรา
วันจันทร์อังคารพุธพฤหัสศุกร์ประชากรของโลกต้องรู้เข้าใจนะ เป็นวันทำงานกับวันปฏิบัติธรรม ๒ อย่างนี้ไปพร้อม ๆ กัน จะไปแยกทางวัตถุกับใจไม่ได้ ๒ อย่างนี้ต้องไปพร้อม ๆ กันเพื่อให้ทางวิทยาศาสตร์กับทางจิตใจไปพร้อม ๆ กัน คนรุ่นใหม่สมัยใหม่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เราเข้าใจอย่างนี้นะ เราจะได้เป็นคนทันโลกทันสมัย จะได้ไม่ต้องมีสงคราม ไม่ต้องแตกแยก
วันเสาร์วันอาทิตย์เป็นวันหยุดทำงานเพื่อมาพัฒนาใจไปให้ทานฟังธรรมรักษาศีลอุโบสถ
ผู้ที่มาบวชยกเลิกงานภายนอกเอางานภายใน งานทางกายวาจากิริยามารยาทอาชีพของนักบวชมารวมอยู่ที่ปัจจุบัน เพื่อให้ปัจจุบันเป็นเหตุเป็นปัจจัยพระวินัยสิกขาบทน้อยใหญ่เราต้องรู้เข้าใจ พระวินัยสิกขาบทน้อยใหญ่นั้นเป็นอุปกรณ์ของการประพฤติการปฏิบัติ
ความเคารพคือความตั้งอยู่ในความไม่ประมาท องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เราเข้าใจ ปัจจุบันเราต้องเคารพ เราต้องไม่ตั้งอยู่ในความประมาท
ผู้ปฏิบัติถึงหยุดเรื่องอดีต ยกเลิกเรื่องอดีต ยกเลิกเรื่องอนาคต ปัจจุบันถึงว่างจากตัวตน เพื่อให้ปฏิปทาได้ติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เราเข้าใจ ถ้าไม่เข้าใจเราก็ย่อมติดอยู่ในปริโพธกังวล ติดอยู่ในเรื่องญาติเรื่องตระกูล ในเรื่องยศเรื่องตำแหน่ง ไม่เข้าถึงธรรมไม่เข้าถึงปัจจุบันธรรม ไม่สามารถที่จะหยุดสัญชาตญาณที่เป็นนิติบุคคลตัวตนได้
ให้เราคิดด้วยปัญญาประวัติศาสตร์ที่ผ่านมาที่พระเจ้าสุทโธทนะส่งคณะฑูลไปเชิญทูลองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเสด็จสู่กรุงกบิลพัสดุ์ เมื่อได้ฟังพระธรรมเทศนาเข้าสู่ภาคประพฤติภาคปฏิบัติได้เป็นพระอรหันต์ขีณาสพ ได้ตั้งอยู่ในพระนิพพานอยู่ที่ปัจจุบัน ได้ทิ้งเรื่องอดีตไปหมด อยู่กับปัจจุบัน
ให้เราระลึกถึงประวัติของหลวงปู่แหวน สุจิณโณ
หลวงปู่แหวน สุจิณโณ ท่านเป็นลูกศิษย์ของหลวงปู่มั่น ท่านได้เป็นพระอรหันต์ขีณาสพรูปหนึ่งของเมืองไทย ท่านได้นิพพานเมื่อปี ๒๕๒๘
ท่านเป็นพระที่ประชาชนคนไทยและคนต่างประเทศให้ความเคารพนับถือ ท่านเป็นคนจังหวัดเลย ท่านเดินธุดงค์กรรมฐานตั้งแต่สมัยหลวงปู่มั่น เดินธุดงค์กรรมฐานทางภาคเหนือ ท่านอยู่ภาคเหนืออยู่วัดดอยแม่ปั๋ง อำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่
ญาติ ๆ เห็นว่าท่านแก่เฒ่าชราแล้วนิมนต์ท่านให้กลับจังหวัดเลย ท่านได้บอกคนจังหวัดเลยว่า เราไม่มีบ้านแล้ว เรายกเลิกบ้านแล้ว มีพระธรรมมีพระวินัยเป็นบ้าน ความรู้ความเข้าใจที่เป็นปัญญาสัมมาทิฏฐิจะได้หยุดวัฏฏสงสารด้วยพระวินัยสิกขาบทน้อยใหญ่ พระวินัยสิกขาบทน้อยใหญ่ที่มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัตินั้นถึงเป็นพระนิพพานเป็นบ้านที่แท้จริง
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านถึงให้เราเข้าใจ ไม่ให้ทุกท่านทุกคนนั้นตั้งอยู่ในความประมาท
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านตรัสปัจฉิมโอวาทไว้ว่า
หันทะทานิ ภิกขะเว อามันตะยามิ โว วะยะธัมมา สังขารา อัปปะมาเทนะ สัมปาเทถะ" แปลความว่า "ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บัดนี้เราขอเตือนท่านทั้งหลายว่า สังขารทั้งหลาย มีความเสื่อมสลายไปเป็นธรรมดา ท่านทั้งหลายจงทำประโยชน์ตนและประโยชน์ผู้อื่นให้ถึงพร้อม ด้วยความไม่ประมาทเถิด
โอวาทของหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต
ความไม่ยั่งยืน เป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่และแน่นอนนะ
ความยิ่งใหญ่ คือความไม่ยั่งยืนนะ
ชีวิตที่ยิ่งใหญ่ คือชีวิตที่อยู่ด้วยทาน ศีล เมตตา และกตัญญู
ชีวิตที่มีความดี อาจมิใช่ความยิ่งใหญ่ แต่ชีวิตที่ยิ่งใหญ่ ต้องอาศัยคุณธรรมความดีเป็นปัญญาบริสุทธิคุณเท่านั้น การระงับสังขารทั้งหลายด้วยความรู้ความเข้าใจเป็นความรู้คู่กับการประพฤติการปฏิบัตินั่นแหละคืออริยมรรค เป็นหนทางที่ประเสริฐมีพระนิพพานตั้งแต่ในปัจจุบัน ไม่ต้องรอพระนิพพานเมื่อตายแล้ว ปัจจุบันไม่มีพระนิพพาน อนาคตจะมีพระนิพพานได้อย่างไร
ให้เรารู้เข้าใจเรื่องพระธรรมพระวินัย พระธรรมพระวินัยที่เป็นสัมมาทิฐิ เพื่อหยุดวัฏฏสงสารนั่นแหละคือพระนิพพาน ให้พวกเรารู้เข้าใจในเรื่องพระนิพพาน ให้เข้าใจนะว่าสิ่งเดิมนั้นคือความว่างเปล่า สิ่งที่สัญจรไปมาเป็นเพียงอาคันตุกะ เราจะได้เอาหลักการอุดการณ์ที่เป็นศีลเป็นสมาธิเป็นปัญญาเป็นมรรคเป็นอริยมรรคที่ตรงกันข้ามกับโลกธรรมมาประพฤติมาปฏิบัติ ให้รู้เข้าใจ เพราะไม่มีใครอยู่เหนือกรรมเหนือกฎแห่งกรรมเหนือผลของกรรม พระนิพพานความรู้ความเข้าใจในเรื่องกระบวนการปฏิจจสมุปบาท กระบวนการของปฏิจจสมุปบาทจะได้จบลงเพียงผัสสะ จะได้เป็นปัญญาเป็นความสงบ จะเป็นความสงบเป็นปัญญา เป็นสิ่งที่อยู่นอกเหตุเหนือผล หยุดความปรุงแต่ง นี้เป็นขบวนการที่ติดต่อต่อเนื่อง เป็นบารมีเป็นความดีที่ประกอบด้วยปัญญา เป็นพระนิพพานบ้านของเรา ไม่ใช่อวิชชาความหลงเป็นบ้านของเรานะ พระนิพพานคือบ้านของเรา ความสงบและปัญญาถึงเป็นธรรมเป็นปัจจุบันธรรม เราจะหยุดวัฏฏสงสารได้ด้วยความรู้ความเข้าใจ ด้วยพระธรรมด้วยพระวินัย เป็นขบวนการของกระแสในการประพฤติการปฏิบัติที่ได้นำเอาพระธรรมพระวินัยมาประพฤติมาปฏิบัติในปัจจุบันให้ติดต่อต่อเนื่อง
ความสงบและปัญญาที่เป็นพระธรรมพระวินัยถึงหยุดความปรุงแต่งได้ ด้วยปัญญาสัมมาทิฏฐิคู่กับการประพฤติการปฏิบัติในปัจจุบัน พระธรรมพระวินัยที่เป็นความรู้ความเข้าใจ ที่จะหยุดความปรุงแต่งได้ เข้าถึงพระนิพพานตั้งแต่ปัจจุบัน ไม่ต้องรอชาติหน้า พระนิพพานต้องอยู่ที่ปัจจุบันเท่านั้น
---------------------------------
โอวาทขององค์หลวงพ่อกัณหา สุขกาโม
เมตตาให้ไว้ในเช้าวันจันทร์ที่ ๒๖ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๖๙
ณ วัดป่าทรัพย์ทวีธรรมาราม ต.วังหมี อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา