๒๙ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๖๙

พสกนิกรชาวไทยและชาวต่างประเทศได้มาร่วมรวมกันประพฤติปฏิบัติธรรมเพื่อน้อมถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ด้วยความโทมนัสและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ที่พระองค์ได้ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทยและชาวโลกตลอดระยะเวลาที่ยาวนาน พระองค์ทรงเป็นดั่งแม่แห่งแผ่นดิน ผู้ทรงเปี่ยมด้วยพระเมตตาและพระปรีชาสามารถ ทรงอุทิศพระวรกาย พระสติปัญญา และพระราชหฤทัยในการบำเพ็ญพระราชกรณียกิจนานัปการ เคียงคู่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เพื่อธำรงไว้ซึ่งความผาสุกและความมั่นคงแห่งชาติไทย เราประชาชนชาวไทยต้องร่วมใจสมัครสมานสามัคคีทำความดีที่ประกอบด้วยปัญญา เพื่ออุทิศบุญกุศลน้อมเกล้าถวาย เพื่อเสด็จสู่สวรรคาลัย เข้าสู่สวรรค์มรรคผลพระนิพพาน

 

วันนี้เป็นวันพุธที่ ๒๙ เดือนเมษายน พุทธศักราช ๒๕๖๙

 

ให้พากันนั่งให้สบาย เพื่อฟังการบรรยายพระธรรมคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เพื่อให้รู้เพื่อให้เข้าใจ

 

ความรู้ความเข้าใจนี้เป็นสิ่งที่สำคัญมาก ๆ

 

พระต่างประเทศถามปัญหาว่า ผมนี้สมควรที่จะเผยแผ่พระธรรมคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้แล้วหรือยัง

 

ให้ผู้ฟังพากันเข้าใจ การเผยแผ่พระธรรมคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้านั้นคือการบอกตัวเอง สอนตัวเอง ปฏิบัติตัวเอง

 

การบอกตัวเองสอนตัวเองปฏิบัติตัวเองนั่นแหละคือการเผยแผ่ การทำงานนั่นแหละคือการปฏิบัติธรรม

 

ให้ท่านผู้ฟังทั้งหลายพากันคิดดูดี ๆ นะ การทำงานนั่นแหละคือการปฏิบัติธรรม การปฏิบัติภายนอกนั่นแหละคือการปฏิบัติภายใน ท่านผู้ฟังทั้งหลายต้องพากันเข้าใจนะ

 

การปฏิบัติใจท่านผู้ฟังทั้งหลาย ท่านต้องรู้ว่าใจนั้นเป็นนามธรรม การประพฤติการปฏิบัตินั้นเราถึงต้องปฏิบัติที่กายที่วาจาที่กิริยามารยาทที่อาชีพ ท่านผู้ฟังทั้งหลายท่านผู้ฟังต้องเข้าใจนะ

 

ใจของเรานั้นต้องตั้งใจตั้งเจตนา เพื่อให้ปฏิปทาทางกายวาจากิริยามารยาทอาชีพได้ติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ

 

การประพฤติการปฏิบัติของเรานั้นต้องติดต่อต่อเนื่องอยู่ที่ปัจจุบัน การประพฤติการปฏิบัติต้องให้ปฏิปทามันติดต่อต่อเนื่องถึงจะได้ผลเห็นผล ต้องใช้เวลาอย่างน้อย ๓ อาทิตย์ขึ้นไป การประพฤติการปฏิบัตินั้นถึงจะได้ผลเห็นผล

 

ด้วยเหตุผลนี้ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าถึงตรัสว่า เธอทั้งหลายจงพากันประพฤติพรหมจรรย์เถิด เพื่อให้ปฏิปทาได้ติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ

 

ผู้ประพฤติผู้ปฏิบัติถึงถือเอาปัจจุบันนี้เป็นสิ่งที่สำคัญ เพื่อให้ปฏิปทาของเราได้ติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านไม่ให้เรามีข้อแม้ใด ๆ ทั้งสิ้น ถ้าเรามีข้อแม้ใด ๆ ปฏิปทาของเรานั้นย่อมไม่ติดต่อต่อเนื่อง

 

ท่านถึงบอกหลักการไว้ อย่าไปลูบคลำในศีลในพรตในข้อวัตรข้อปฏิบัติ ให้ถือเอาปัจจุบันนี้เป็นสิ่งที่สำคัญ

 

วันหนึ่งคืนหนึ่งเรามาบวชเพื่ออบรมบ่มอินทรีย์เอาความดีและปัญญาเพื่อให้ปฏิปทาติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ

 

เราพากันมานอนมาพักผ่อนจำวัดวันละ ๖ ชั่วโมง เวลาเราตื่นอยู่นี้เป็นเวลา ๑๘ ชั่วโมง ธรรมะนั้นคือหน้าที่ หน้าที่นั้นคือธรรมะ การประพฤติการปฏิบัตินั้นต้องไม่มีข้อแม้ใด ๆ ทั้งสิ้น

 

ให้ถือเอาปัจจุบันนี้เป็นสิ่งที่สำคัญ ให้ถือเอาสติสัมปชัญญะในปัจจุบันเป็นสิ่งที่สำคัญ เพราะสติสัมปชัญญะ ความรู้ต้องคู่กับการประพฤติการปฏิบัติ

 

สติคือความสงบ สัมปชัญญะตัวปัญญา ต้องให้เป็นปฏิปทาให้ติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เราเข้าใจ เพื่อจะได้เห็นภัยในวัฏฏสงสาร เพื่อให้สิ่งทั้งหลายทั้งปวงนั้นหยุดลงที่ปัจจุบัน จบลงที่ผัสสะ เพื่อให้ปฏิปทาของเราได้ติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ

 

เราทุกคนต้องมายกเลิกตัวตน ความเพียรของเราต้องติดต่อต่อเนื่อง เราจะเอาตัวเอาตนนำชีวิตนี้ไม่ได้ ต้องเอาสติเอาสัมปชัญญะ เอาความสงบและปัญญาควบคู่กันไป

 

ที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เราเห็นภัยในวัฏฏสงสาร ให้เราเคารพในพระธรรมในพระวินัย เพราะความเคารพนั้นคือความสงบ ถ้าเราไม่มีความเคารพความสงบนั้นก็ย่อมไม่มี

 

ถ้าเราไม่มีความเคารพเราก็ต้องเป็นผู้ตรึกในกามตรึกในพยาบาท

 

ด้วยเหตุผลนี้ ความเคารพถึงเป็นสิ่งที่สำคัญ ความรู้ความเข้าใจ สมถะกับวิปัสสนาต้องเดินทางไปพร้อม ๆ กัน

 

ที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านตรัสสอนว่า ตาเห็นรูป หูฟังเสียง จมูกดมกลิ่น ลิ้นลิ้มรส กายสัมผัส เราทุกคนต้องรับผิดชอบเพื่อเอาภาวนาวิปัสสนามาใช้มาประพฤติมาปฏิบัติ

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านตรัสว่า ถ้าเราไม่เอาผัสสะที่เรากระทบนั้นมาพิจารณาสู่พระไตรลักษณ์ เราผู้ประพฤติผู้ปฏิบัติก็ต้องอาบัติทุกกฎเป็นอย่างน้อย เพราะเราเป็นคนเห็นแก่ตัวมากเกิน ตั้งอยู่ในความประมาท ตั้งอยู่ในความเกียจคร้าน

 

เราคิดดูดี ๆ นะ เราพิจารณาสิ่งที่กระทบกับเราเพียงแค่วินาทีเดียวมันไม่ตายหรอก ด้วยความไม่รู้ไม่เข้าใจ เรามีความเห็นแก่ตัวมาก ไม่ยอมพิจารณาทุกอย่างเข้าสู่พระไตรลักษณ์ เราไม่รู้ไม่เข้าใจ เราทุกคนก็ต้องอาบัติทุกกฎนะ เราไม่ได้พิจารณาทุกอย่างเข้าสู่พระไตรลักษณ์

 

เราไม่พิจารณาสิ่งที่มากระทบเข้าสู่พระไตรลักษณ์ปัญญาของเราจะเกิดได้อย่างไร อย่างมากก็เพียงสมาธิเพียงสมาบัติ

 

ความสงบและปัญญาต้องเป็นปฏิปทาที่ติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ

 

การออกกำลังกายนั้นต้องออกกำลังกายสม่ำเสมอ การปฏิบัติสมถะวิปัสสนานั้นต้องปฏิบัติสม่ำเสมอ

 

อริยมรรคมีองค์แปดคือความรู้ความเข้าใจ เพื่อให้ปฏิปทาทั้งกายวาจากิริยามารยาทอาชีพนั้นสม่ำเสมอ

 

เอาความเคารพ เพราะความเคารพมันเกิดความสงบเกิดสมถะ เอาความเคารพมายกผัสสะที่กระทบกับเราเข้าสู่พระไตรลักาณ์ การประพฤติการปฏิบัติของเรามันถึงจะเป็นไปได้

 

การประพฤติการปฏิบัติถึงเป็นอริยมรรคมีองค์แปด ตำแหน่งมันมีตำแหน่งเดียว ปัจจุบันนั้นคือความเป็นหนึ่ง เมื่อเรารู้เมื่อเราเข้าใจ เอาศีลเอาสมาธิเอาปัญญามาเป็นปฏิปทาที่ติดต่อต่อเนื่องอยู่ที่ปัจจุบัน

 

การพัฒนาวิทยาศาสตร์ที่เกิดจากปัญญาสัมมาทิฏฐิ ก็คือการพัฒนาจิตใจนั่นแหละ เพราะเราทำความดีเพื่อความดี ทำงานเพื่องาน ไม่มีขั้วบวกขั้วลบ สิ่งทั้งหลายทั้งปวงนั้นจะจบลงที่ปัจจุบันจบลงที่ผัสสะด้วยสมถะด้วยวิปัสสนา

 

เรามีความสุขกับการทำหน้าที่ หน้าที่นั่นแหละมันจะเป็นพระนิพพาน ทำงานที่มีความสุขนั่นแหละมันจะเป็นพระนิพพาน

 

การบอกสอนตัวเอง การปฏิบัติตัวเองนั่นแหละให้ทุกท่านรู้เข้าใจ นั่นแหละคือการบอกสอนคนอื่น

 

การปฏิบัติการทำหน้าที่ภายนอกนั่นแหละคือการทำหน้าที่ภายใน เพราะใจของเรามันเป็นนามธรรม เราจะไปว่าอันนี้มันภายนอก อันนี้ไม่ใช่เรื่องจิตเรื่องใจ ภายนอกนั่นแหละมันคือเรื่องจิตเรื่องใจ

 

ท่านผู้ฟังให้พากันรู้เข้าใจนะ เราคิดดูดี ๆ สิ อะไร ๆ ก็อยู่ที่ใจ ๆ ทำไมเราถึงทานอาหาร ทำไมเราถึงฉันภัตตาหาร ทำไมเราไม่ว่าไม่ต้องทานอาหารไม่ต้องฉันอาหารเพราะว่ามันอยู่ที่ใจ

 

การที่เรามีความสุขกับการทำหน้าที่ ทำความดีเพื่อความดีเพื่อให้ปัญญากับการประพฤติการปฏิบัติไม่เป็นขั้วบวกขั้วลบ การที่สอนตัวเองปฏิบัติตัวเองนั่นแหละคือการบอกสอนคนอื่น การปฏิบัติภายนอกนั่นแหละคือปฏิบัติใจ ท่านผู้ฟังทั้งหลาย องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เราเข้าใจอย่างนี้

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เราเข้าใจ เราพากันนอนพักผ่อนจำวัดให้เพียงพอ นอนวันละ ๖ ชั่วโมง เวลาเราตื่นอยู่นี้ มีความสุขในการทำหน้าที่ ไม่ให้มองข้ามปัจจุบัน ปฏิบัติกายวาจากิริยามารยาทอาชีพด้วยเอาธรรมนูญนำชีวิต ยกเลิกตัวตน เพราะตัวตนนั้นมันเป็นขั้วบวกขั้วลบ

 

เราทุกคนต้องเคารพในพระวินัยสิกขาบทน้อยใหญ่ เพราะความเคารพนั้นเป็นสาเหตุให้เกิดความสงบ เราต้องพากันรู้พากันเข้าใจ เสียเวลาแค่วินาทีเดียวพิจารณาพระไตรลักษณ์ที่เกิดจากผัสสะของเรา มันไม่ตายหรอก นี้พูดไปพูดมา ย้อนไปย้อนมาหลายครั้งแล้ว เพื่อจะให้ผู้ฟังได้รู้เข้าใจ

 

เราจะมองข้ามปัจจุบันนี้ไม่ได้ ถ้ามองข้ามปัจจุบันแล้วชีวิตของเราก็ย่อมเสียหาย ชีวิตของเราก็ย่อมพังทลายอย่างเดียวเช่นเดียวกันกับตึก สตง. สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินของเมืองไทยประเทศไทย

 

พระนิพพานนั้นท่านผู้ฟังทั้งหลาย พระนิพพานนั้นต้องอยู่ที่ปัจจุบัน พระนิพพานไม่ได้อยู่ที่อดีต ไม่ได้อยู่ที่อนาคต พระนิพพานนั้นอยู่ที่ปัจจุบัน พระนิพพานนั้นจะเป็นปัจจุบันขณะที่เรารู้เข้าใจ เมื่อการปฏิบัติของเราได้ติดต่อต่อเนื่องด้วยการอบรมบ่มอินทรย์ด้วยความดีและปัญญาเพื่อให้ปฏิปทาของเราติดต่อต่อเนื่อง พระนิพพานนั้นก็จะสมบูรณ์ยิ่ง ๆ ขึ้นไป

 

ด้วยเหตุผลนี้ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าถึงให้เราตั้งใจ ให้เข้าใจว่า การสอนตัวเองประพฤติปฏิบัติตัวเองนั่นแหละคือการสอนผู้อื่น บอกผู้อื่น ปฏิบัติสิ่งภายนอก นั่นแหละคือปฏิบัติสิ่งภายใน

 

เพราะปัจจุบันนั้นให้เรารู้เข้าใจ ปัจจุบันนั้นมันเพียงตำแหน่งเดียว ตำแหน่งยืนก็ตำแหน่งเดียว ตำแหน่งเดินก็ตำแหน่งเดียว ตำแหน่งเดินก็ตำแหน่งเดียว ตำแหน่งนอนก็ตำแหน่งเดียว ตำแหน่งกิริยามารยาทก็ตำแหน่งเดียว

 

ด้วยเหตุผลนี้ท่านผู้ฟังทั้งหลายต้องรู้เข้าใจว่าพระนิพพานนี้อยู่ที่ปัจจุบัน อยู่ที่เรารู้เข้าใจแล้วมีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ

 

ความรู้ความเข้าใจนี้ มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ การประพฤติการปฏิบัตินี้จะไม่มีขั้วบวกขั้วลบ

 

สมณะที่ ๑ ที่ ๒ ที่ ๓ ที่ ๔ นี้อยู่ที่รู้เข้าใจ มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ สิ่งภายนอกนั่นแหละคือสิ่งภายใน สิ่งภายในนั่นแหละคือสิ่งภายนอก นั่นแหละคืออันเดียวกัน เป็นความรู้ความเข้าใจแล้วมีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ

 

ครั้งพุทธกาล เด็กน้อย ๆ อายุ ๗ ขวบฟังการบรรยายพระธรรมคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า รู้เข้าใจ มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ เด็กน้อย ๆ เหล่านั้นเป็นพระอรหันต์กันเป็นแถว

 

ความรู้ความเข้าใจนี้ถึงเป็นสิ่งที่สำคัญมาก สำคัญเป็นอย่างยิ่ง สำคัญจริง ๆ ความไม่รู้ไม่เข้าใจมันเป็นขั้วบวกขั้วลบ

 

การประพฤติการปฏิบัตินั้น ปัญญาสัมมาทิฏฐินั้นถึงต้องปฏิบัติติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ อนุบาลก็ต้องติดต่อต่อเนื่อง ประถมก็ต้องติดต่อต่อเนื่อง มัธยมก็ต้องติดต่อต่อเนื่อง อุดมศึกษาก็ต้องติดต่อต่อเนื่อง

 

ถ้าเราไม่รู้ไม่เข้าใจ การประพฤติการปฏิบัติของเราก็ไม่ติดต่อต่อเนื่อง ตาเห็นูปเราไปกับรูป หูได้ฟังเสียงก็ไปกับเสียง จมูกได้กลิ่นเราก็ไปกับกลิ่น กายได้สัมผัสก็ไปกับสัมผัส ใจเราตรึกนึกคิดอะไรเราก็ไปกับความรู้สึกนึกคิด โลกธรรมเกิดกับเราเราก็ไปตามโลกธรรม

 

การประพฤติการปฏิบัติของเรานั้นมันเลยไม่ติดต่อต่อเนื่อง ปัญญาสัมมาทิฏฐิความรู้ความเข้าใจจะได้เอาปัญหานั้นมาเป็นปัญญา เอาปัญญานั้นมามีความสุขกับการประพฤติมามีความสุขกับการปฏิบัติให้ติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ

 

สิ่งที่เป็นสิ่งภายนอก เราทุกคนต้องทำให้ได้ปฏิบัติให้ได้ เพราะสิ่งภายนอกกับสิ่งภายในมันคือสิ่งเดียวกัน

 

เราไปยังประเทศอินเดีย สังเวชนียสถาน เราไปเห็นคนอินเดียเค้าทะเลาะกัน เถียงกัน ว่าให้กันด่ากัน ชี้หน้า ไม่มีใครยอมใคร เค้ายั่วฝั่งตรงกันข้ามให้เกิดความโมโหให้ตีเค้าก่อน ต่อยเค้าก่อน เพราะใครตีก่อนต่อยก่อน คนนั้นต้องมีความผิดทางกฎหมาย ถ้าใครตีก่อนต่อยก่อนมีความผิดทางกฎหมาย

 

เพราะการฝึกใจเค้าต้องอาศัยกาย อาศัยวาจากิริยามารยาทอาศัยอาชีพเป็นอุปกรณ์ในการฝึก

 

การฝึกนั้นต้องไม่ให้มีข้อแม้ใด ๆ ทั้งสิ้น พระวินัยมีมากมาย ๒๑,๐๐๐ พระธรรมขันธ์ เพื่อเป็นหลักการของการประพฤติการปฏิบัติ เพราะการปฏิบัติใจนั้นต้องปฏิบัติที่กาย ต้องไปปฏิบัติที่พระวินัยสิกขาบทน้อยใหญ่ ด้วยความตั้งใจตั้งเจตนาเหมือนดั่งภาชนะที่ตั้งไว้

 

ผู้ที่เคารพในองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าก็ต้องเคารพในพระวินัยสิกขาบทน้อยใหญ่ ถึงจะชื่อว่าเป็นผู้ที่มีความเคารพในองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

 

ที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าจะเสด็จดับขันธ์สู่ปรินิพพาน ท่านองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านตรัสว่าเธอทั้งหลายจงตั้งอยู่ในความไม่ประมาท ภิกษุทั้งหลายต้องรู้เข้าใจ ว่าพระธรรมพระวินัยนั่นแหละคือองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระธรรมพระวินัย ภิกษุทั้งหลายต้องพากันรู้เข้าใจ พระธรรมพระวินัยนั่นแหละคือองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า แม้องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าก็เคารพในพระธรรมในพระวินัย เพราะพระธรรมพระวินัยนั้นเป็นกฎแห่งกรรม เป็นผลของกรรม

 

ผู้ที่มีความเคารพถึงมีความสงบ ผู้มีความสงบถึงจะมีความสุข เพราะความสงบทำให้เกิดความสงบ ผู้ที่มีความสุขถึงจะมีความสงบ

 

ด้วยเหตุผลนี้ เราทุกคนถึงต้องปฏิบัติติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ ต้องมีปัญญาสัมมาทิฏฐิอย่างนี้ ต้องตั้งอยู่ในความประมาท มีความละอายต่อบาป เกรงกลัวต่อบาป เพื่อหยุดสัญชาตญาณด้วยพระธรรมด้วยพระวินัย

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านไม่ให้เรามีข้อแม้ใด ๆ ทั้งสิ้น อย่าไปมีข้อแม้เรื่องกาลเรื่องเวลา เรื่องสรีระสังขาร เพื่อจะได้ยกเลิกความผิด เพื่อจะได้ยกเลิกตัวยกเลิกตน

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านถึงให้เราปฏิบัติพระธรรมพระวินัยให้ติดต่อต่อเนื่องเป็นระยะเวลา ๕ ปี ๕ พรรษา เพื่อให้ปฏิปทาของเราได้ติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ เราต้องยกเลิกตัวยกเลิกตนให้ปฏิปทาของเราได้ติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ ปฏิบัติพระธรรมพระวินัยสิกขาบทน้อยใหญ่ให้ได้หมดทุกข้อ อย่าให้ด่างให้พร้อย เพื่อให้ปฏิปทาได้ติดต่อต่อเนื่อง

 

ผู้ที่บวชมา องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าถึงให้เราอยู่กับผู้ที่บวชก่อนที่เป็นพระอริยเจ้า พระอริยเจ้านั้นท่านจะเอาพระธรรมเอาพระวินัย ท่านเป็นผู้ยกเลิกตัวยกเลิกตน ต้องอยู่กับท่านติดต่อต่อเนื่องไม่ให้จาริกไปที่ไหน เพื่อประพฤติปฏิบัติให้ปฏิปทาได้ติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ

 

เราพากันมาบวชชั่วคราว ก็ต้องให้ปฏิปทาของเราได้ติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ

 

เราต้องรู้เข้าใจ พระธรรมคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเพื่อให้ปฏิทาของเราได้ติดต่อต่อเนื่อง เวลาเราลาสิกขาไป เราจะได้เอาไปใช้อยู่ทุกหนทุกแห่ง เพราะความเป็นพระเป็นสมณะนั้นเป็นได้อยู่ที่เรารู้เราเข้าใจ มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ รู้จักปัญหา เอาปัญหานั้นมาเป็นปัญญา เอาวิกฤตนั้นมาเป็นโอกาส

 

ด้วยเหตุผลนี้ ผู้มาบวช องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าถึงไม่ให้เรามีข้อแม้ใด ๆ ทั้งสิ้น เพราะข้อแม้นั้นมันเป็นขั้วบวกขั้วลบ มันเป็นนิติบุคคลเป็นตัวเป็นตน

 

เราทุกคนต้องรู้เข้าใจ เพื่อเอาพระพุทธเจ้าเป็นแบบอย่างเป็นโมเดล เราจะเอาสามัญชนคนที่ไม่ได้เป็นพระพุทธเจ้าเป็นหลักเป็นโมเดลนั้นไม่ได้

 

เราทุกคนต้องรู้เข้าใจนะ ประชาธิปไตยนั้นที่เป็นสามัญชนที่เป็นปุถุชนนั้นยังไม่ใช่
ธรรมนูญยังไม่ใช่รัฐธรรมนูญนะ

 

เพราะประชาธิปไตยนั้นได้ถือเอาเสียงข้างมาก เสียงข้างมากน่ะยังเป็นสัญชาตญาณ ยังเป็นนิติบุคคลตัวตนอยู่ เสียงข้างมากนั้นถึงยังไม่ใช่ธรรมนูญ ไม่ใช่รัฐธรรมนูญนะ ยังเป็นการเรียนเพื่อตัวเพื่อตนอยู่ เป็นการทำงานเพื่อตัวเพื่อตนอยู่ ยังเป็นขั้วบวกขั้วลบอยู่

 

ธรรมนูญนั้นเป็นนิพพานนะ เป็นพระนิพพานนะ ธรรมนูญนั้นเป็นความรู้ความเข้าใจ แล้วก็มีความสุขกับการทำหน้าที่ ทำความดีเพื่อความดี ธรรมนูญนั้นจะไม่มีขั้วบวกขั้วลบ ธรรมนูญนั้นถึงเป็นธรรมเป็นปัจจุบันธรรม ถึงเป็นธรรมนูญ

 

ด้วยเหตุผลนี้ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าถึงไม่ให้เรามีข้อแม้ เรามาบวชมาปฏิบัติ ทุกคนเป็นทั้งคนดี ทุกคนเป็นทั้งคนเก่ง ความดีและความเก่งความฉลาดต้องให้ปฏิปทาของเราได้ติดต่อต่อเนื่อง

 

ใจไม่สงบไม่เป็นไร เน้นปฏิปทาที่กายวาจากิริยามารยาทด้วยความตั้งอกตั้งใจตั้งเจตนา เราจะได้เข้าสู่กายวิเวก เราจะได้ยกเลิกความผิดทางกาย เราจะได้ยกเลิกความผิดทางวาจาทางกิริยามารยาท เราจะได้ยกเลิกความผิดทางอาชีพ อาชีพของเราคือนักบวช นักบวชคือต้องยกเลิกตัวยกเลิกตนถึงเรียกว่าอาชีพของนักบวช ถ้ามีตัวมีตนอยู่แล้วถึงจะปลงผมนุ่งห่มผ้ากาสาวพัสตร์ แต่บุคคลนั้นก็หาใช่เป็นนักบวชไม่

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ท่านให้เราพากันรู้พากันเข้าใจ ญาติทางสายโลหิตถ้าเราไม่รู้ไม่เข้าใจเราก็มีความยึดมั่นถือมั่น ความยึดมั่นถือมั่นนั้นมันเป็นอดีต ความยึดมั่นถือมั่นมันเป็นอนาคต เพราะปัจจุบันเรามีความยึดมั่นถือมั่นมันเลยเป็นตัวเป็นตน

 

ตระกูลที่จะยั่งยืนอยู่ได้ก็ต้องรู้เข้าใจในเรื่องของเหตุเรื่องของปัจจัย ในเรื่องของวัฏฏสงสาร เอาพระธรรมพระวินัยนำชีวิต เอาธรรมนูญนำชีวิต ยกเลิกตัวยกเลิกตน ตระกูลนั้น ๆ ถึงจะอยู่ได้ยั่งยืนนาน

 

คำว่าญาติธรรมคือหมายถึงผู้ที่เอาพระธรรมพระวินัยปฏิบัติติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ รู้เข้าใจ ไม่ตั้งอยู่ในความประมาท ถือนิสัยขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เอาพระพุทธเจ้าเป็นตัวอย่างแบบอย่างเป็นโมเดล

 

เรารู้เราเข้าใจ มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ เรามีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ ผู้ปฏิบัติธรรมทั้งหลายก็จะได้รับออกซิเจน ผู้นั้นก็จะเป็นการถ่ายเทของเสียของปฏิกูลถ่ายเทคาร์บอนไดออกไซด์อยู่ที่ปัจจุบัน

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านตรัสว่าเราทุกคนนั้นทำได้ปฏิบัติได้ ให้ถือเอาพระธรรมพระวินัยสิกขาบทน้อยใหญ่แปดหมื่นสี่พันพระธรรมขันธ์เพื่อยกเลิกวัฏฏสงสารด้วยปัญญาสัมมาทิฏฐิ

 

ผู้ที่เป็นคนดีทั้งหลาย ผู้ที่มีปัญญาทั้งหลาย ท่านทำได้ท่านปฏิบัติได้ เพราะองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านปฏิบัติได้ เพราะอรหันต์ขีณาสพตั้งแต่ก่อนท่านก็เป็นสามัญชนธรรมดา ท่านได้ฟังพระธรรมคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านก็ประพฤติปฏิบัติได้

 

เราทุกคนก็ต้องประพฤติปฏิบัติได้เช่นเดียวกัน ที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านตรัสว่าผู้ปฏิบัติไม่ได้ก็คือผู้ที่ตายไปแล้ว เพราะผู้ที่ตายไปแล้วปฏิบัติไม่ได้ ผู้ที่เป็นคนบ้าคนสมองเสียนั้นปฏิบัติไม่ได้ ถ้าเราเอาสัญชาตญาณที่เป็นนิติบุคคลเราก็ย่อมทำไม่ได้ปฏิบัติไม่ได้

 

ด้วยเหตุผลนี้ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าถึงให้เราเข้าใจ ทุกคนทำได้ปฏิบัติได้ เข้าใจในการประพฤติการปฏิบัติ หยุดข้อแม้ต่าง ๆ

 

การประพฤติการปฏิบัตินั้นที่เกิดจากปัญญาสัมมาทิฏฐิ มันจะมีความสุขเกิดขึ้น ความสุขตั้งอยู่ ความสุขดับไป ความสุขใหม่เกิดขึ้นมาที่เป็นปฏิปทาที่ติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เรามาเน้นที่ตัวเรา บอกสอนเราปฏิบัติที่ตัวเรานั่นแหละคือการบอกสอนคนอื่น เพราธรรมะนั้นจะเป็นธรรมเป็นปัจจุบันธรรม

 

การปฏิบัติภายนอกนั่นแหละคือปฏิบัติภายในเรื่องจิตเรื่องใจ ผู้ปฏิบัติต้องรู้เข้าใจ การพัฒนาใจกับพัฒนาวัตถุที่เกิดจากปัญญาสัมมาทิฏฐิมันก็คืออย่างเดียวกันนั่นแหละ คือปัจจุบันที่มีปัญญาสัมมาทิฏฐิ มีความเห็นถูกต้อง เข้าใจถูกต้อง มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ การปฏิบัติวิทยาศาสตร์ที่เกิดจากปัญญาสัมมาทิฏฐิกับการปฏิบัติใจก็คืออันหนึ่งอันเดียวกัน การประพฤติการปฏิบัติอย่างนี้ก็จะเป็นพระนิพพานชั่วขณะ ๆ ไป จนกว่าพระนิพพานนั้นจะสมบูรณ์

 

เราทั้งหลายมาระลึกถึงปัจฉิมโอวาทของพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าก่อนที่ท่านจะเสด็บดับขันธ์สู่ปรินิพพาน

 

ท่านได้ตรัสโอวาทสำคัญครั้งสุดท้ายไว้ว่า

 

"หันทะทานิ ภิกขะเว อามันตะยามิ โว วะยะธัมมา สังขารา อัปปะมาเทนะ สัมปาเทถะ" แปลความว่า "ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บัดนี้เราขอเตือนท่านทั้งหลายว่า สังขารทั้งหลาย มีความเสื่อมสลายไปเป็นธรรมดา ท่านทั้งหลายจงทำประโยชน์ตนและประโยชน์ผู้อื่นให้ถึงพร้อม ด้วยความไม่ประมาทเถิด

 

โอวาทของหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต

ความไม่ยั่งยืน เป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่และแน่นอนนะ

ความยิ่งใหญ่ คือความไม่ยั่งยืนนะ

ชีวิตที่ยิ่งใหญ่ คือชีวิตที่อยู่ด้วยทาน ศีล เมตตา และกตัญญู

ชีวิตที่มีความดี อาจมิใช่ความยิ่งใหญ่ แต่ชีวิตที่ยิ่งใหญ่ ต้องอาศัยคุณธรรมความดีเป็นปัญญาบริสุทธิคุณเท่านั้น การระงับสังขารทั้งหลายด้วยความรู้ความเข้าใจเป็นความรู้คู่กับการประพฤติการปฏิบัตินั่นแหละคืออริยมรรค เป็นหนทางที่ประเสริฐมีพระนิพพานตั้งแต่ในปัจจุบัน ไม่ต้องรอพระนิพพานเมื่อตายแล้ว ปัจจุบันไม่มีพระนิพพาน อนาคตจะมีพระนิพพานได้อย่างไร

 

ให้เรารู้เข้าใจเรื่องพระธรรมพระวินัย พระธรรมพระวินัยที่เป็นสัมมาทิฐิ เพื่อหยุดวัฏฏสงสารนั่นแหละคือพระนิพพาน ให้พวกเรารู้เข้าใจในเรื่องพระนิพพาน ให้เข้าใจนะว่าสิ่งเดิมนั้นคือความว่างเปล่า สิ่งที่สัญจรไปมาเป็นเพียงอาคันตุกะ เราจะได้เอาหลักการอุดการณ์ที่เป็นศีลเป็นสมาธิเป็นปัญญาเป็นมรรคเป็นอริยมรรคที่ตรงกันข้ามกับโลกธรรมมาประพฤติมาปฏิบัติ ให้รู้เข้าใจ เพราะไม่มีใครอยู่เหนือกรรมเหนือกฎแห่งกรรมเหนือผลของกรรม พระนิพพานความรู้ความเข้าใจในเรื่องกระบวนการปฏิจจสมุปบาท กระบวนการของปฏิจจสมุปบาทจะได้จบลงเพียงผัสสะ จะได้เป็นปัญญาเป็นความสงบ จะเป็นความสงบเป็นปัญญา เป็นสิ่งที่อยู่นอกเหตุเหนือผล หยุดความปรุงแต่ง นี้เป็นขบวนการที่ติดต่อต่อเนื่อง เป็นบารมีเป็นความดีที่ประกอบด้วยปัญญา เป็นพระนิพพานบ้านของเรา ไม่ใช่อวิชชาความหลงเป็นบ้านของเรานะ พระนิพพานคือบ้านของเรา ความสงบและปัญญาถึงเป็นธรรมเป็นปัจจุบันธรรม เราจะหยุดวัฏฏสงสารได้ด้วยความรู้ความเข้าใจ ด้วยพระธรรมด้วยพระวินัย เป็นขบวนการของกระแสในการประพฤติการปฏิบัติที่ได้นำเอาพระธรรมพระวินัยมาประพฤติมาปฏิบัติในปัจจุบันให้ติดต่อต่อเนื่อง

 

 ความสงบและปัญญาที่เป็นพระธรรมพระวินัยถึงหยุดความปรุงแต่งได้ ด้วยปัญญาสัมมาทิฏฐิคู่กับการประพฤติการปฏิบัติในปัจจุบัน พระธรรมพระวินัยที่เป็นความรู้ความเข้าใจ ที่จะหยุดความปรุงแต่งได้ เข้าถึงพระนิพพานตั้งแต่ปัจจุบัน ไม่ต้องรอชาติหน้า พระนิพพานต้องอยู่ที่ปัจจุบันเท่านั้น

 

---------------------------------

โอวาทขององค์หลวงพ่อกัณหา สุขกาโม

เมตตาให้ไว้ในเช้าวันพุธที่ ๒๙ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๖๙

ณ วัดป่าทรัพย์ทวีธรรมาราม ต.วังหมี อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา

 

Visitors: 113,307