๒ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙
พสกนิกรชาวไทยและชาวต่างประเทศได้มาร่วมรวมกันประพฤติปฏิบัติธรรมเพื่อน้อมถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ด้วยความโทมนัสและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ที่พระองค์ได้ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทยและชาวโลกตลอดระยะเวลาที่ยาวนาน พระองค์ทรงเป็นดั่งแม่แห่งแผ่นดิน ผู้ทรงเปี่ยมด้วยพระเมตตาและพระปรีชาสามารถ ทรงอุทิศพระวรกาย พระสติปัญญา และพระราชหฤทัยในการบำเพ็ญพระราชกรณียกิจนานัปการ เคียงคู่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เพื่อธำรงไว้ซึ่งความผาสุกและความมั่นคงแห่งชาติไทย เราประชาชนชาวไทยต้องร่วมใจสมัครสมานสามัคคีทำความดีที่ประกอบด้วยปัญญา เพื่ออุทิศบุญกุศลน้อมเกล้าถวาย เพื่อเสด็จสู่สวรรคาลัย เข้าสู่สวรรค์มรรคผลพระนิพพาน
วันนี้เป็นวันเสาร์ที่ ๒ เดือนพฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙
วันเสาร์วันอาทิตย์เป็นวันหยุดทำงานของข้าราชการ รัฐวิสาหกิจ เมื่อวานวันที่ ๑ เป็นวันหยุดแรงงานประจำปีของประเทศไทย
ให้ทุกท่านทุกคนพากันนั่งให้สบายเพื่อฟังการบรรยายพระธรรมคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้านั้นได้แก่พระธรรมพระวินัยที่เราทุกคนต้องเอามาใช้เอามาประพฤติเอามาปฏิบัติเอามาทำหน้าที่
เราทุกท่านทุกคนมีความเสมอภาคเหมือนกันทุก ๆ คน มีกายกับใจเหมือน ๆ กัน มีความแก่เจ็บตายพลัดพรากไปตามเหตุตามปัจจัย เป็นสามัญลักษณะ มีความเสมอภาคเหมือนกันทุกท่านทุกคน
ความรู้ความเข้าใจที่เป็นปัญญาสัมมาทิฏฐิ ที่รู้เหตุรู้ปัจจัย รู้ทุกข์ รู้เหตุเกิดทุกข์ รู้ข้อปฏิบัติถึงความดับทุกข์
ทุกสิ่งทุกอย่างนั้นล้วนแต่เกิดจากเหตุเกิดจากปัจจัย ด้วยเหตุผลนี้เราต้องพากันมารู้มาเข้าใจ เพื่อเราทุกคนจะได้พัฒนาใจพัฒนากายวาจากิริยามารยาทอาชีพ เพื่อเป็นทางสายกลางระหว่างกายกับใจ
อดีตที่ผ่านมาก็มาอยู่ที่ปัจจุบัน อนาคตที่จะไปข้างหน้าก็ไปจากปัจจุบัน ปัจจุบันเราต้องเอาความรู้คู่กับการประพฤติคู่กับการปฏิบัติ
เรามีความสุขในการทำหน้าที่ ความสุขนั้นก็จะเป็นออกซิเจน เป็นการถ่ายเทของเสียของปฏิกูล ถ่ายเทคาร์บอนไดออกไซด์ออกไป
ปัจจุบันที่เรารู้เข้าใจ มีความสุขกับการประพฤติกับการปฏิบัติ การประพฤติการปฏิบัติเกิดจากความรู้ความเข้าใจที่ปฏิบัติติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ สายน้ำนั้นคือน้ำไหลเป็นสายน้ำ ไม่ขาดขั้นขาดตอน เรียกว่าสายน้ำ น้ำหยดนั้นหยดลงทีละหยด ๆ ขาดขั้นขาดตอน ความรู้ความเข้าใจเป็นปัญญาสัมมาทิฏฐิ ความรู้ความเข้าใจพร้อมทั้งการประพฤติการปฏิบัตินั้นก็จะหยุดสัญชาตญาณที่มีความยึดมั่นถือมั่นในตัวในตน
พระธรรมพระวินัยเกิดจากความรู้ความเข้าใจ พระธรรมพระวินัยถึงเป็นองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
ด้วยเหตุผลนี้เราทุกท่านทุกคนต้องรู้เข้าใจ พระธรรมพระวินัยนั้นคือองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้านั้นไม่ใช่นิติบุคคลไม่ใช่ตัวไม่ใช่ตน องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้านั้นคือพระธรรมคือพระวินัย
หลังจากองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเสด็จดับขันธ์สู่มหาปรินิพพานไป ประมาณ ๕๐๐ ปี ถึงมีการหล่อรูปเหมือนองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
เพราะเหตุผลว่า องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้านั้นคือพระธรรมคือพระวินัย ถึงได้มีคำกล่าวว่า ผู้ใดเข้าใจพระธรรมพระวินัยคือผู้ที่มีจักษุเกิดขึ้นแก่เรา แสงสว่างเกิดขึ้นแก่เรา บุคคลผู้นั้นคือเห็นองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
ผู้นั้นเป็นผู้รู้ทุกข์ รู้เหตุเกิดทุกข์ รู้ข้อปฏิบัติถึงความดับทุกข์ มีความสุขกับการประพฤติกับการปฏิบัติ เดินไปข้างหน้า หยุดกาลหยุดเวลา หยุดนิติบุคคลหยุดตัวหยุดตน เอาพระธรรมเอาพระวินัยนำชีวิต หยุดเรื่องของกรรม หยุดการกระทำที่เป็นนิติบุคคลที่เป็นตัวเป็นตน เป็นผู้ทำหน้าที่เพื่อหน้าที่ ทำความดีเพื่อความดี การประพฤติการปฏิบัตินั้นไม่มีขั้วบวกขั้วลบ เป็นผู้หยุดกาลหยุดเวลา สิ่งทั้งหลายทั้งปวงนั้นจบลงที่ปัจจุบัน จบลงที่ผัสสะ ที่เป็นปฏิปทาที่ติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ
ความรู้ความเข้าใจนี้เรียกว่าปัญญาชน ปัญญาชนนี้หมายถึงปัญญาที่รู้อริยสัจ ๔ ปัญญาที่รู้ทุกข์ รู้เหตุเกิดทุกข์ รู้ข้อปฏิบัติถึงความดับทุกข์ มีความสุขกับการประพฤติการประพฤติในการทำหน้าที่ เป็นการทำความดีเพื่อความดี ไม่ใช่ทำความดีเพื่อความอยากความต้องการ
การประพฤติการปฏิบัติถึงเน้นผู้ประพฤติผู้ปฏิบัติเอง เพราะเห็นผลว่า พระพุทธเจ้านั้นคือผู้รู้ผู้เข้าใจ พระพุทธเจ้านั้นคือพระธรรมคือพระวินัย ไม่ใช่นิติบุคคลไม่ใช่ตัวไม่ใช่ตน
หลักการในการอบรมบ่มอินทรีย์ เอาความดีและปัญญาเพื่อให้ปฏิปทาได้ติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ
การประพฤติการปฏิบัตินั้นถึงเป็นอริยมรรคมีองค์ ๘ เป็นความรู้ความเข้าใจ เอากายวาจากิริยามารยาทอาชีพเอามาใช้เอามาประพฤติมาปฏิบัติอยู่ที่ปัจจุบัน เพื่อหยุดสัญชาตญาณที่เป็นนิติบุคคลตัวตน
ความรู้ความเข้าใจ ความตั้งใจตั้งเจตนาเปรียบเสมือนภาชนะที่ตั้งไว้ ที่จะต้องใช้การใช้งานได้ ภาชนะที่ล้ม ภาชนะที่คว่ำ เป็นภาชนะที่ใช้การใช้งานไม่ได้
ด้วยเหตุผลนี้ เราทุกท่านทุกคนต้องตั้งใจตั้งเจตนา
ท่านหลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน ท่านตรัสว่า เราทุกคนต้องรู้เข้าใจ การที่เราติดกระดุมเสื้อผ้า ถ้าเราติดกระดุมเม็ดแรกผิด กระดุมเม็ดต่อไปก็ย่อมผิด
ด้วยเหตุผลนี้ ผู้ประพฤติผู้ประปฏิบัติต้องตั้งใจตั้งเจตนา ปัจจุบันเราต้องรู้เข้าใจ เพื่อจะไม่ได้ไปตามผัสสะ ไม่ได้ไปตามสิ่งแวดล้อม เราทั้งหลายถึงจะหยุดสัญชาตญาณที่เป็นนิติบุคคลตัวตน
พระธรรมพระวินัย ทุกท่านทุกคนต้องพากันเข้าใจ เพราะว่าพระธรรมพระวินัยนั้นคือองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ความเคารพในองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าก็ต้องเคารพในพระธรรมในพระวินัย ความเคารพนั้นจะเป็นสาเหตุให้เกิดการประพฤติการปฏิบัติ ความเคารพนั้นจะเป็นสาเหตุให้เกิดความสงบ จะให้ใจของเราได้หยุดสัญชาตญาณที่เป็นนิติบุคคลหยุดตัวหยุดตน
ความเป็นพระนั้นมีอยู่กับเราทุกคนที่เรารู้เข้าใจในเรื่องอริยสัจ ๔ รู้เหตุรู้ปัจจัยในเรื่องทุกข์ เหตุเกิดทุกข์ ข้อปฏิบัติถึงความดับทุกข์ มีความสุขกับการทำหน้าที่ มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ
ความเป็นพระนั้นองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านนับเอาตั้งแต่พระโสดาบันจนถึงพระอรหันต์ ผู้ที่มาบรรพชาอุปสมบนี้ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านไม่ได้นับว่าผู้นั้นเป็นพระ ท่านเรียกผู้นั้นว่าภิกษุ ภิกษุณี สามเณร สามเณรี
ความเป็นพระนั้นอยู่ที่รู้อยู่ที่เข้าใจพระธรรมพระวินัย มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ หยุดสัญชาตญาณที่เป็นนิติบุคคลตัวตน
ความรู้ความเข้าใจอย่างนี้จะทำให้เราเป็นพระอริยเจ้า ทุก ๆ ชาติทุกศาสนาทั้งฆราวาสทั้งนักบวช ก็เป็นพระได้เช่นเดียวกัน
ฆราวาสผู้ครองเรือนก็เป็นพระได้ นักบวชออกจากเรือนไม่เกี่ยวข้องกับเรือนแล้วก็เป็นพระได้
พระนั้นคือผู้รู้ผู้เข้าใจ มีความสุขกับการทำหน้าที่ มีความสุขกับการประพฤติกับการปฏิบัติอยู่ที่ปัจจุบัน
การประพฤติการปฏิบัตินั้นถึงไม่เลือกกาลไม่เลือกเวลาไม่เลือกสถานที่ พระนิพพานนั้นคือความรู้ความเข้าใจ มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ
เรามาคิดดูดี ๆ ธรรมนูญนั่นแหละคือพระนิพพาน รัฐธรรมนูญนั่นแหละคือพระนิพพาน พระนิพพานนั้นคือความรู้ความเข้าใจแล้วก็หยุดสัญชาตญาณที่เป็นนิติบุคคลตัวตน
เพราะเหตุผลว่า องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้รู้ผู้เข้าใจในเรื่องเหตุในเรื่องปัจจัย เอาธรรมนูญนำชีวิต เอารัฐธรรมนูญนำชีวิต มีความสุขกับการประพฤติกับการปฏิบัติกับการทำหน้าที่
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เราเข้าใจพระนิพพานอย่างนี้ อย่าให้นิพพานเป็นนิติบุคคลเป็นตัวเป็นตน
เพราะเหตุผลว่าตัวตนนั้นเป็นขั้วบวกขั้วลบ ตัวตนนั้นเป็นวัฏฏสงสาร การทำความดีเพื่อความดีนั้นจะเป็นพระนิพพาน พระนิพพานนั้นถึงอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล อยู่ที่กายวาจากิริยามารยาทอยู่ที่อาชีพของเรา อยู่ที่ปัจจุบันนี้เอง
ด้วยเหตุผลนี้ปัจจุบันเราต้องมีปัญญาสัมมาทิฏฐิ ให้เอาปัญหานั้นมาเป็นปัญญา เอาปัญญามามีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้ผู้หมู่มวลมนุษย์ทั้งหลายพากันเข้าใจอย่างนี้ เพื่อจะได้ทำหน้าที่เพื่อหน้าที่ สิ่งทั้งหลายทั้งปวงนั้นจะได้จบลงที่ปัจจุบัน จบลงที่ผัสสะ เพื่อให้ความดีและปัญญาให้ปฏิปทาได้ติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ
มนุษย์เราพัฒนาใจเพื่อยกเลิกตัวยกเลิกตน เพื่อจะได้ให้เกิดเป็นปัญญาชน ให้ปัญญาชั้นเป็นปัญญาบริสุทธิคุณที่ปราศจากตัวปราศจากตน พัฒนาวัตถุเพื่ออำนวยความสะดวกความสบายในทางร่างกาย
เรามีความยึดมั่นถือมั่นในสัญชาตญาณที่เป็นนิติบุคคลตัวตน เราทุกคนถึงจะมีแต่ผู้ที่จะเป็นผู้เอา ไม่เป็นผู้ให้ ไม่เป็นผู้เสียสละ
มนุษย์เราต้องรู้เข้าใจ ถ้าเรามีตัวมีตนเราทุกคนนี้ถึงไม่ได้เป็นมนุษย์ เป็นได้แต่เพียงคน คำว่าตัวว่าตนนี้เป็นได้แต่เพียงคน มนุษย์คือผู้รู้ผู้เข้าใจ มนุษย์คือผู้ที่มีปัญญาสัมมาทิฏฐิ คือผู้ที่รู้ทุกข์ รู้เหตุเกิดทุกข์ รู้ข้อปฏิบัติถึงความดับทุกข์
ผู้ที่จะบรรพชาอุปสมบทในพิธีบวชถึงมีคำถามว่า มนุษโสสิ ถามว่าท่านเป็นมนุษย์มั๊ย ทำไมถึงถามอย่างนี้ เพราะก็รู้อยู่แล้วว่าสรีระร่างกายนี้เป็นมนุษย์ ความหมายนี้มีคำถามว่า เมื่อบวชมาแล้วต้องยกเลิกตัวตน เอาพระธรรมเอาพระวินัยนำชีวิต เพราะพระธรรมพระวินัยนั้นคือองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
ผู้มาบวชถึงต้องมายกเลิกตัวยกเลิกตน เพราะเหตุผลว่า พระธรรมพระวินัยนั้นจะหยุดสัญชาตญาณที่เป็นนิติบุคคลตัวตน ผู้มาบวชถึงเป็นผู้ที่มายกเลิกตัวตน ทำทั้งดีทั้งชั่วเค้าถึงเรียกว่าผู้นั้นเป็นคนผู้นั้นยังไม่ใช่มนุษย์
การมาบวชถึงมายกเลิกตัวตน เพื่อให้ปฏิปทาของเราได้ติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ ความเคารพในพระธรรมในพระวินัยคือความเคารพในองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เพราะองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้านั้นคือพระธรรมคือพระวินัย
ผู้ที่มาบวชก็ต้องเข้าใจ ผู้เป็นฆราวาสผู้ครองเรืองก็ต้องเข้าใจ ความเข้าใจนี้เราจะเอาอริยมรรคทั้งทางกายวาจากิริยามารยาทอาชีพมารวมลงที่ใจอยู่ที่ความตั้งใจตั้งเจตนาเหมือนดั่งภาชนะที่ตั้งไว้
ที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้บำเพ็ญพุทธบารมีหลายล้านชาติ หลายล้านปี หลายอสงไขย ท่านได้ทำอย่างนี้ปฏิบัติอย่างนี้
ทาน ศีล สมาธิ ภาวนานี้เป็นหลักการของฆราวาสผู้ครองเรือน เป็นหลักการที่หยุดสัญชาตญาณที่เป็นนิติบุคคลตัวตน
ศีล สมาธิ ปัญญา นี้เป็นหลักการของผู้ที่มาบรรพชาอุปสมบท หลักการฆราวาสผู้ครองเรือนกับนักบวชก็เป็นหลักการอันเดียวกัน
การประพฤติการปฏิบัตินั้นถึงไม่ได้แยกทางวัตถุออกจากใจ ไม่ได้แยกใจออกจากวัตถุสองอย่างนี้ต้องพัฒนาไปพร้อมๆกันเพื่อให้เป็นทางสายกลางระหว่างวัตถุกับจิตใจ
หลักการที่ไม่ให้นักบวชไปลงคะแนนเสียงในการเลือกตั้ง เพราะเหตุผลว่า ผู้ที่บวชมาต้องยกเลิกขั้วบวกขั้วลบ ผู้บวชมาต้องไม่มีขั้วบวกขั้วลบ
นักบวชนี้ให้เน้นบริสุทธิคุณ ผู้ที่บวชมาต้องยกเลิกตัวยกเลิกตน ถ้ามีตัวมีตนก็ย่อมเป็นขั้วบวกขั้วลบ
พระธรรมพระวินัยเป็นเรื่องจิตเรื่องใจ เพื่อให้จิตใจไม่มีขั้วบวกขั้วลบ พระนี้คือผู้ละ พระนี้คือผู้ที่เสียสละ พระนี้คือพระธรรมคือพระวินัย พระนี้คือองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระนี้คือพระอรหันต์ขีณาสพ พระนี้คือไม่ใช่นิติบุคคลไม่ใช่ตัวไม่ใช่ตน
พระนี้คือผู้รู้ผู้เข้าใจ เอาหลักการของพระธรรมของพระวินัยประพฤติปฏิบัติติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ
ด้วยเหตุผลนี้ พระนี้ถึงไปสมัครเป็น ส.ส. ส.ว. เป็นข้าราชการนักการเมืองไม่ได้ เป็นลงคะแนนเสียงให้ผู้ที่เลือกตั้งนั้นไม่ได้
ผู้ที่บวชเป็นพระ ถ้ามีคดีอาญาทุก ๆ คนนั้นต้องลาสิกขา ไม่ให้อยู่ในชุดผ้าไตรจีวร เพื่อเป็นหลักการของการประพฤติการปฏิบัติ
ความเป็นพระนั้นถึงอยู่ที่ตั้งใจตั้งเจตนา องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้หลักการ ให้ผู้ที่มาบวชตั้งใจตั้งเจตนา เพื่อให้เข้าถึงบริสุทธิคุณ เพื่อให้การประพฤติการปฏิบัตินั้นเข้าถึงบริสุทธิคุณ เข้าถึงปัญญาชน
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าถึงตรัสเบื้องต้น นิสัย ๔ กิจที่ควรทำ อกรณียกิจ กิจที่ไม่ทำควร ผู้ที่มาบวชมาปฏิบัติต้องตั้งใจตั้งเจตนา
ผู้มาบวชต้องรู้ต้องเข้าใจ เพราะใจของเราทุกคนนั้นเป็นนามธรรม เราตรึกนึกคิดอะไรไม่มีใครรู้ไม่มีใครเห็นไม่มีใครเข้าใจ แต่ตัวของผู้มาบวชนั้นรู้เข้าใจ ความเข้าใจนี้เป็นสิ่งที่สำคัญในกิจที่ควรจะต้องทำ และกิจที่ไม่ควรทำ
สัมมาทิฏฐิ ความเห็นถูกต้อง ความเข้าใจถูกต้อง ปฏิบัติถูกต้อง การต้องอาบัติของพระถึงอยู่ที่ความตั้งใจตั้งเจตนา ผู้มาบวชต้องรู้เข้าใจ กิจที่ควรทำ และกิจที่ไม่ควรทำ เอาปัจจุบันเป็นวาระแห่งชาติของการประพฤติการปฏิบัติ
ปัจจุบันถึงเป็นวาระสำคัญ ความละอายต่อบาปเกรงกลัวต่อบาป ความเคารพนี้ถึงเป็นสาเหตุให้เกิดความสงบ
ด้วยเหตุผลนี้ ผู้ประพฤติผู้ปฏิบัติธรรมหรือผู้ที่มาบวชถึงไปตรึกนึกคิดในเรื่องกามไม่ได้ ถึงไปตรึกนึกคิดในเรื่องพยาบาทไม่ได้ เพราะการตรึกนึกคิดในกามในพยาบาทมันเป็นขั้วบวกขั้วลบ มันคือความไม่สงบ
ผู้ประพฤติผู้ปฏิบัติทั้งฆราวาสผู้ครองเรือน ทั้งผู้ที่ออกบวช ก็ต้องมีความละอายต่อบาป เกรงกลัวต่อบาป เพราะความไม่ละอายต่อบาปไม่เกรงกลัวต่อบาปนั้นมันคือความเสียหาย นั่นแหละคือการพังทลายอย่างเดียวเช่นเดียวกันกับตึก สตง. สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินของเมืองไทยประเทศไทย
การประพฤติการปฏิบัตินั้นต้องอาศัยปฏิปทาที่ปัจจุบันติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ การทำอะไรนั้นต้องให้ติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ ตามหลักเหตุผลตามหลักวิทยาศาสตร์ต้องใช้เวลา ๓ อาทิตย์ขึ้นไป การประพฤติการปฏิบัตินั้นถึงจะได้ผลถึงจะเห็นผล
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าถึงให้หลักการสำหรับผู้ที่มาบรรพชาอุปสมบทให้ถือนิสัยขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้ติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ ใช้เวลา ๕ ปี ๕ พรรษา
ผู้ที่มาบวชในพระศาสนาคือผู้ที่มาบวชจนตาย บวชตลอดชีวิต ปัจจุบันนี้ประเทศไทยเราให้ข้าราชการลาบวชได้ ๑๒๐ วัน ๔ เดือน จุดมุ่งหมายเพื่อจะให้ปฏิปทาได้ติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ เพราะเหตุผลว่า การทำอะไรติดต่อต่อเนื่อง ๓ อาทิตย์ขึ้นไป ผลวินัยออกมาจะมีการเปลี่ยนแปลง
ด้วยเหตุผลนี้ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านถึงให้ผู้มาบรรพชาอุปสมบทให้ถือนิสัยขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เพราะเหตุผลว่าพระพุทธเจ้านั้นคือพระธรรมคือพระวินัย ไม่ใช่นิติบุคคลตัวตน ผู้ที่มาบรรพชาอุปสมบทคือผู้ที่มายกเลิกตัวยกเลิกตน อาศัยพระธรรมพระวินัยประพฤติปฏิบัติให้ติดต่อต่อเนื่อง
ถ้ามีการประพฤติการปฏิบัติติดต่อต่อเนื่องประมาณ ๑ เดือน การประพฤติการปฏิบัติก็จะได้ผลเห็นผล ทุก ๆ วันนี้เราทุกคน ๙๙ เปอร์เซ็นต์ไปตามผัสสะ ไปตามสิ่งแวดล้อม ไปตามธาตุตามขันธ์ ไปตามผัสสะ ไม่มีปฏิปทาติดต่อต่อเนื่องเลย
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้หมู่มวลมนุษย์ทั้งหลายเข้าใจ เพื่อหยุดสัญชาตญาณที่เป็นนิติบุคคลตัวตนของเรา
ความเคารพในพระธรรมในพระวินัย ในธรรมนูญในรัฐธรรมนูญถึงเป็นสิ่งที่สำคัญมาก ๆ สำคัญเป็นอย่างยิ่ง สำคัญจริง ๆ เพื่อให้ปฏิปทาของเราได้ติดต่อต่อเนื่อง
มีคำถามว่า ปฏิบัติติดต่อต่อเนื่องเราจะไม่มีความทุกข์เหรอ เราจะไม่มีความเครียดเหรอ
การประพฤติการปฏิบัตินั้นจะมีความทุกข์ในอาทิตย์แรก สองอาทิตย์แรก ถ้าสามอาทิตย์ขึ้นไปความเครียดนั้นจะเจือจางลง
เพราะการทำอะไรติดต่อต่อเนื่องมันจะมีความติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ ผู้ที่จะเลิกเหล้าเลิกเบียร์เลิกบุหรี่เลิกการพนันเลิกอะไรต่าง ๆ ต้องอาศัยเวลา ๓ อาทิตย์ขึ้นไป การประพฤติการปฏิบัตินั้นถึงจะได้ผลเห็นผล
ระบบความคิดของเราก็ต้องติดต่อต่อเนื่อง ระบบคำพูดของเราก็ต้องติดต่อต่อเนื่อง ระบบกิริยามารยาทของเราต้องติดต่อต่อเนื่อง อาชีพของเราที่เราต้องยกเลิกตัวยกเลิกตนต้องติดต่อต่อเนื่อง
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เรารู้เข้าใจนะ อย่างน้อยต้องใช้เวลา ๓ อาทิตย์ขึ้นไป การประพฤติการปฏิบัตินั้นถึงจะได้ผลเห็นผล การประพฤติการปฏิบัตินั้นมันจะเป็นชิพฝังอยู่ในขันธ์ฝังอยู่ในสัญญาขันธ์ มันจะเป็น memory ฝังอยู่ในขันธ์สัญญาขันธ์
ใจของเราทุกคนเป็นความบริสุทธิ์เหมือนกับผ้าสีขาว ผ้าสีขาวนั้นเอาสีอะไรมาย้อมก็เป็นสีนั้น ๆ ใจของเรานี้เปรียบเสมือนผ้าสีขาว
ความรู้ความเข้าใจในสิ่งต่าง ๆ ที่จะมาย้อมใจให้เราไปในสีต่าง ๆ เราทุกคนต้องรู้เข้าใจ สิ่งทั้งหลายทั้งปวงนั้นจะได้หยุดลงที่ปัจจุบัน หยุดลงที่ผัสสะ ด้วยเหตุผลนี้ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านถึงให้เรามีสติมีสัมปชัญญะ เพื่อให้ทุกสิ่งทุกอย่างนั้นจบลงที่ปัจจุบัน จบลงที่ผัสสะ เพราะใจของเรานั้นเปรียบเสมือนผ้าสีขาว
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เรารู้เข้าใจ ด้วยเหตุผลนี้ ปัจจุบันเราต้องมีปัญญาสัมมาทิฏฐิ เพื่อให้ความสงบและปัญญาเดินทางไปพร้อม ๆ กัน
ด้วยเหตุผลนี้ ผู้ประพฤติผู้ปฏิบัติต้องรู้หลักการของการประพฤติการปฏิบัติ ทุกคนต้องเสียสละ อย่าไปติดสุขติดสบายติดขี้เกียจขี้คร้าน การเสียเวลายกทุกอย่างเข้าสู่พระไตรลักษณ์เกิดขึ้นตั้งอยู่ดับไปไม่ใช่ตัวไม่ใช่ตน มันเสียเวลาเพียง ๑ วินาทีมันไม่ตายนะ ผู้ประพฤติผู้ปฏิบัติถึงต้องเอาปัจจุบัน เพื่อให้ทุกสิ่งทุกอย่างนั้นจบลที่ปัจจุบัน จบลงที่ผัสสะ เพราะทุกสิ่งทุกอย่างนั้นถึงจะเป็นปัญหาที่ผ่านมาก็จริง ปัญหานั่นแหละคือปัญญา ปัญญานั่นแหละคือความสุขกับการประพฤติกับการปฏิบัติ
ท่านทั้งหลาย องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เราเข้าใจในความเป็นพระพุทธเจ้าในความเป็นพระอรหันต์ท่านทั้งหลายต้องพากันประพฤติพากันปฏิบัติอย่างนี้
ธรรมเหล่าใดที่เป็นไปเพื่อความเป็นนิติบุคคลเป็นไปเพื่อความขี้เกียจขี้คร้านถึงไม่ใช่พระธรรมคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
การที่เราไม่พิจารณาปัจจุบันเข้าสู่พระไตรลักษณ์ นั่นแหละคือผู้ที่ไม่รู้ไม่เข้าใจหลักของการประพฤติการปฏิบัติ การประพฤติการปฏิบัติของเราถึงไม่เกิดต่อต่อเนื่องเหมือนสายน้ำ
ทั้งฆราวาสทั้งนักบวชทุก ๆ คน องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เราเข้าใจ ว่าใจของเรานั้นเหมือนกับผ้าขาว เราต้องรู้เข้าใจ เราต้องยกทุกสิ่งทุกอย่างที่สัมผัสกับธาตุกับขันธ์กับอายตนะเข้าสู่พระไตรลักษณ์
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าถึงยกพระวินัยภาคบังคับ ถ้าใครได้สัมผัสกับสิ่งต่าง ๆ ไม่ภาวนายกสิ่งเหล่านั้นเข้าสู่พระไตรลักษณ์ ผู้นั้นอย่างน้อยก็ตั้งอาบัติทุกกฎ เพราะตั้งอยู่ในความประมาท ไม่พากันภาวนาวิปัสสนา
เรามาบวชมาปฏิบัติต้องพากันตั้งใจตั้งเจตนา การมาบวชมาปฏิบัติของเราจะได้ติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ
เรามาปฏิบัติเหมือนองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เพราะพุทธเจ้าคือธรรมวินัย พระพุทธเจ้าไม่ใช่นิติบุคคลตัวตน ถ้ามีตัวมีตนนั้นไม่ใช่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระพุทธเจ้าคือผู้ที่เสียสละ ๒๔ ชั่วโมงเลย
องค์...ท่านเสียสละเพื่อสรีระร่างกาย ๔ ชั่วโมง เสียสละเพื่อหมู่มวลมนุษย์เทพเทวามารพรหมสรรพสัตว์ทั้งหลาย ๒๐ ชั่วโมง รวมกัน ๒๔ ชั่วโมง พระพุทธเจ้าถึงเป็นผู้ที่เสียสละ ผู้ที่เสียสละถึงจะมีแต่ความสุขเกิดขึ้น ความสุขตั้งอยู่ ความสุขดับไป ความสุขใหม่เกิดขึ้นมาที่เป็นปฏิปทาที่ติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ
เรามาบวช องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านได้เป็นพระพุทธเจ้า ท่านยกเลิกตัวตน เรายังเป็นสามัญชน
หลวงพ่อชา สุภัทโทแห่งวัดหนองป่าพง ท่านพาพระนอนพักผ่อนจำวัด เวลา ๓ ทุ่มตื่นตี ๓ ใช้เวลานอนพักผ่อนจำวัดเป็นเวลา ๖ ชั่วโมง เวลาตื่นอยู่นี้เป็นเวลา ๑๘ ชั่วโมง เป็นเวลาที่มีคุณค่าตลอด ๒๔ ชั่วโมง
เรามีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ ความทุกข์เราจะไม่มี ความเครียดเราจะไม่มี เพราะการประพฤติการปฏิบัตินั้นมันเป็นออกซิเจน เป็นการถ่ายเทของเสียของปฏิกูลออกไป เราคิดดูดี ๆ นะ ถ้าเรามีความสุขในการทำหน้าที่ ความเครียดนั้นจะไม่มี ความสุขนั้นมันจะไม่เป็นโรคซึมเศร้า ความสุขนั้นจะไม่เป็นโรคไบโพล่าอารมณ์เหวี่ยงไปเหวี่ยงมา
หลักการของการประพฤติการปฏิบัติ เราอยู่กับการงานอยู่กับหน้าที่ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านไม่บรรทมในเวลากลางวัน พระอรหันต์ขีณาสพท่านจะไม่นอนจำวัดเวลากลางวัน ถ้าท่านต้องการพักผ่อน
ท่านก็จะนั่งสมาธิ การนั่งสมาธิให้ผู้ฟังทั้งหลายเข้าใจ การนั่งสมาธิคือการเอาออกซิเจนเข้าสู่ร่างกาย เอาคาร์บอนไดออกไซด์ออกไป การทำอย่างนี้ให้ปฏิปทาติดต่อต่อเนื่องกันหลายนาทีก็จะเป็นการพักผ่อน
ผู้ที่มาบวชต้องรู้เข้าใจ เพราะเราอยู่ที่บ้านยังไม่ได้บวช เราอยู่กับหน้าที่การ เรามีความสุขกับการทำหน้าที่การงาน เรามาบวชมาปฏิบัติไม่มีหน้าที่การงาน หน้าที่การงานของเราที่เรามาบวช เรามาทำงานทำกรรมฐาน เรามามีความสุขในการเจริญสติเจริญสัมปชัญญะ สติสัมปชัญญะนี้เป็นธรรมะที่มีคุณมีประโยชน์มีอุปการะมาก เพื่อให้ปฏิปทาได้ติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ
การประพฤติการปฏิบัติถึงเน้นอยู่ที่ปัจจุบัน ผู้มาประพฤติมาปฏิบัติธรรม กุฏิถึงต้องสะอาด ห้องน้ำห้องสุขาถึงต้องสะอาด โบสถ์วิหารลานเจดีย์ ถนนหนทางในวัดสะอาด
สมัยก่อนท่านหลวงตาบัว ญาณสัมปันโน ท่านไปเยี่ยมวัดไปตรวจวัด ท่านจะเดินดูวัดดูอาราม ดูห้องน้ำห้องสุขาสะอาดมั๊ย วัดนี้มีขยะ กุฏิที่อยู่อาศัยมันสะอาดรึเปล่า หรือว่ามันสะอาดเฉพาะส่วนรวม สะอาดเฉพาะศาลาหรือเปล่า ทางเดินจงกรมสมัยเก่าไม่ได้เทปูนก็จะเห็นทางเดินจงกรม พระเณรวัดนี้ฉันอาหารวันละกี่ครั้ง ฉันอาหารในบาตรหรือในภาชนะ ท่านหลวงตามหาบัวท่านมองดูอย่างนั้น ท่านไม่ได้ไปมองว่าวัดนี้โบสถ์ใหญ่มั๊ย ศาลาใหญ่มั๊ย วัดนี้หรูหรามั๊ย วัดนี้มีรถยนต์กี่คัน ท่านหลวงตามหาบัวท่านให้ผู้ประพฤติผู้ปฏิบัติเน้นที่ตัวผู้ประพฤติผู้ปฏิบัติเอง
การประพฤติการปฏิบัติธรรมะนั้นคือเน้นผู้ที่ประพฤติปฏิบัติเอง ถ้าเรายกเลิกตัวตน พระธรรมพระวินัยที่เป็นองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้านั้นก็จะได้เกิดต่อต่อเนื่องความเป็นพระนั้นถึงเกิดได้มีได้ เพราะพระนั้นเกิดจากเหตุเกิดจากปัจจัย เพราะสิ่งนี้มีสิ่งต่อไปมันถึงมี
พระนั้นถึงเกิดจากเหตุเกิดจากปัจจัย ทุกคนต้องรู้เข้าใจ ถ้าพระที่มีภายนอก ที่เป็นพระพุทธเจ้าเป็นพระอรหันต์อันนั้นท่านดับทุกข์ได้ ถ้าไม่อยู่ที่เราเราดับทุกข์ไม่ได้
พระนั้นต้องมีอยู่ที่เรา ที่เราทำหน้าที่ เรามาบวชมาปฏิบัติเราต้องมาทำเหมือนองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เพื่อให้ปฏิปทาได้ติดต่อต่อเนื่อง
เวลาผู้ที่ลาสิกขาบทออกไปอยู่ที่ไหนก็ต้องเอาธรรมนำชีวิต เอาธรรมนูญนำชีวิต ยกเลิกตัวยกเลิกตน เพราะความเป็นพระนั้นอยู่ที่เรา องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เรารู้ให้เราเข้าใจอย่างนี้
เพราะสิ่งทั้งหลายทั้งปวงนั้นเกิดจากเหตุเกิดจากปัจจัย เพราะสิ่งนี้มีสิ่งต่อไปถึงมี
ทุกท่านทุกคนมาระลึกถึงปัจฉิมโอวาทของพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า ก่อนที่ท่านจะเสด็จดับขันธ์ปรินิพพาน ท่านได้ตรัสโอวาทสำคัญครั้งสุดท้ายไว้ว่า
"หันทะทานิ ภิกขะเว อามันตะยามิ โว วะยะธัมมา สังขารา อัปปะมาเทนะ สัมปาเทถะ" แปลความว่า "ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บัดนี้เราขอเตือนท่านทั้งหลายว่า สังขารทั้งหลาย มีความเสื่อมสลายไปเป็นธรรมดา ท่านทั้งหลายจงทำประโยชน์ตนและประโยชน์ผู้อื่นให้ถึงพร้อม ด้วยความไม่ประมาทเถิด
โอวาทของหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต
ความไม่ยั่งยืน เป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่และแน่นอนนะ
ความยิ่งใหญ่ คือความไม่ยั่งยืนนะ
ชีวิตที่ยิ่งใหญ่ คือชีวิตที่อยู่ด้วยทาน ศีล เมตตา และกตัญญู
ชีวิตที่มีความดี อาจมิใช่ความยิ่งใหญ่ แต่ชีวิตที่ยิ่งใหญ่ ต้องอาศัยคุณธรรมความดีเป็นปัญญาบริสุทธิคุณเท่านั้น การระงับสังขารทั้งหลายด้วยความรู้ความเข้าใจเป็นความรู้คู่กับการประพฤติการปฏิบัตินั่นแหละคืออริยมรรค เป็นหนทางที่ประเสริฐมีพระนิพพานตั้งแต่ในปัจจุบัน ไม่ต้องรอพระนิพพานเมื่อตายแล้ว ปัจจุบันไม่มีพระนิพพาน อนาคตจะมีพระนิพพานได้อย่างไร
ให้เรารู้เข้าใจเรื่องพระธรรมพระวินัย พระธรรมพระวินัยที่เป็นสัมมาทิฐิ เพื่อหยุดวัฏฏสงสารนั่นแหละคือพระนิพพาน ให้พวกเรารู้เข้าใจในเรื่องพระนิพพาน ให้เข้าใจนะว่าสิ่งเดิมนั้นคือความว่างเปล่า สิ่งที่สัญจรไปมาเป็นเพียงอาคันตุกะ เราจะได้เอาหลักการอุดการณ์ที่เป็นศีลเป็นสมาธิเป็นปัญญาเป็นมรรคเป็นอริยมรรคที่ตรงกันข้ามกับโลกธรรมมาประพฤติมาปฏิบัติ ให้รู้เข้าใจ เพราะไม่มีใครอยู่เหนือกรรมเหนือกฎแห่งกรรมเหนือผลของกรรม พระนิพพานความรู้ความเข้าใจในเรื่องกระบวนการปฏิจจสมุปบาท กระบวนการของปฏิจจสมุปบาทจะได้จบลงเพียงผัสสะ จะได้เป็นปัญญาเป็นความสงบ จะเป็นความสงบเป็นปัญญา เป็นสิ่งที่อยู่นอกเหตุเหนือผล หยุดความปรุงแต่ง นี้เป็นขบวนการที่ติดต่อต่อเนื่อง เป็นบารมีเป็นความดีที่ประกอบด้วยปัญญา เป็นพระนิพพานบ้านของเรา ไม่ใช่อวิชชาความหลงเป็นบ้านของเรานะ พระนิพพานคือบ้านของเรา ความสงบและปัญญาถึงเป็นธรรมเป็นปัจจุบันธรรม เราจะหยุดวัฏฏสงสารได้ด้วยความรู้ความเข้าใจ ด้วยพระธรรมด้วยพระวินัย เป็นขบวนการของกระแสในการประพฤติการปฏิบัติที่ได้นำเอาพระธรรมพระวินัยมาประพฤติมาปฏิบัติในปัจจุบันให้ติดต่อต่อเนื่อง
ความสงบและปัญญาที่เป็นพระธรรมพระวินัยถึงหยุดความปรุงแต่งได้ ด้วยปัญญาสัมมาทิฏฐิคู่กับการประพฤติการปฏิบัติในปัจจุบัน พระธรรมพระวินัยที่เป็นความรู้ความเข้าใจ ที่จะหยุดความปรุงแต่งได้ เข้าถึงพระนิพพานตั้งแต่ปัจจุบัน ไม่ต้องรอชาติหน้า พระนิพพานต้องอยู่ที่ปัจจุบันเท่านั้น
---------------------------------
โอวาทขององค์หลวงพ่อกัณหา สุขกาโม
เมตตาให้ไว้ในเช้าวันเสาร์ที่ ๒ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙
ณ วัดป่าทรัพย์ทวีธรรมาราม ต.วังหมี อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา