๗ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙
พสกนิกรชาวไทยและชาวต่างประเทศได้มาร่วมรวมกันประพฤติปฏิบัติธรรมเพื่อน้อมถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ด้วยความโทมนัสและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ที่พระองค์ได้ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทยและชาวโลกตลอดระยะเวลาที่ยาวนาน พระองค์ทรงเป็นดั่งแม่แห่งแผ่นดิน ผู้ทรงเปี่ยมด้วยพระเมตตาและพระปรีชาสามารถ ทรงอุทิศพระวรกาย พระสติปัญญา และพระราชหฤทัยในการบำเพ็ญพระราชกรณียกิจนานัปการ เคียงคู่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เพื่อธำรงไว้ซึ่งความผาสุกและความมั่นคงแห่งชาติไทย เราประชาชนชาวไทยต้องร่วมใจสมัครสมานสามัคคีทำความดีที่ประกอบด้วยปัญญา เพื่ออุทิศบุญกุศลน้อมเกล้าถวาย เพื่อเสด็จสู่สวรรคาลัย เข้าสู่สวรรค์มรรคผลพระนิพพาน
วันนี้เป็นวันพฤหัสบดีที่ ๗ เดือนพฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙
ให้ทุกท่านทุกคนพากันนั่งให้สบายเพื่อฟังการบรรยายพระธรรมคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระธรรมคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้านั้นเป็นเรื่องของพระศาสนา
ชาติ ได้แก่ความเกิด ศาสน์ ได้แก่การประพฤติได้แก่การปฏิบัติ กษัตริย์ได้แก่ปัญญาสัมมาทิฏฐิ
เราทุกคนต้องมารู้เรื่องชาติ ศาสน์ กษัตริย์
ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ เป็นธรรมนูญ เป็นรัฐธรรมนูญ ธรรมนูญนี้เป็นความรู้ความเข้าใจในเรื่องของเหตุของปัจจัย เป็นปัญญาสัมมาทิฏฐิ เป็นความรู้คู่กับการประพฤติคู่กับการปฏิบัติ เป็นความรู้เป็นความเข้าใจในเรื่องของเหตุของปัจจัย
ด้วยเหตุลผนี้เราทุกท่านทุกคนต้องมารู้มาเข้าใจในเรื่องของชาติ ของศาสน์ ของกษัตริย์
เราทุกคนต้องพากันรู้พากันเข้าใจในเรื่องของชาติ ศาสน์ กษัตริย์...ชาติ ศาสน์ กษัตริย์นี้เป็นธรรมนูญ รัฐธรรมนูญ
มนุษย์เราต้องมีการเรียนการศึกษาเพื่อให้เกิดปัญญาสัมมาทิฏฐิ เพื่อประโยชน์ของเราและประโยชน์ของผู้อื่น เพื่อเราจะไม่ให้เกิดขั้วบวกขั้วลบ เพื่อให้ใจของเราเข้าถึงความพอดี ความพอเพียงเพียงพอ
ธรรมนูญ รัฐธรรมนูญ ไมใช่ขั้วบวกไม่ใช่ขั้วลบ ธรรมนูญนี้เป็นการเข้าถึงความพอเพียงเพียงพอ
ความรู้ความเข้าใจจะเป็นสาเหตุไม่ให้มีขั้วบวกขั้วลบ จะเป็นความสงบเป็นความพอเพียงเพียงพอ
ความรู้ความเข้าใจในเรื่องของเหตุในเรื่องของปัจจัย เพื่อเราจะได้เอาธรรมนูญนำชีวิต เอารัฐธรรมนูญนำชีวิต
เราทุกคนจะได้ทำความดีเพื่อความดี การทำความดีเพื่อความดีนั้นถึงไม่ใช่ขั้วบวกขั้วลบ การทำความดีเพื่อความดีนั้นถึงเป็นธรรมนูญ รัฐธรรมนูญ
ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ เป็นความรู้ความเข้าใจในเรื่องของเหตุเรื่องของปัจจัย ในการทำหน้าที่ เป็นการทำความดีเพื่อความดี
การทำความดีเพื่อความดีนั้นจะเป็นออกซิเจน เป็นการถ่ายเทของเสียถ่ายเทสิ่งปฏิกูล ถ่ายเทคาร์บอนไดออกไซด์ออกไป
การพัฒนามนุษย์ต้องพัฒนาใจให้เกิดปัญญาสัมมาทิฏฐิ ปัญญาสัมมาทิฏฐิเป็นความรู้ความเข้าใจในเรื่องของเหตุของปัจจัย เพราะเหตุผลว่าทุกสิ่งทุกอย่างนั้นเกิดจากเหตุเกิดจากปัจจัย เพราะสิ่งนี้มีสิ่งต่อไปถึงมีได้ ทุกอย่างนั้นเกิดจากเหตุเกิดจากปัจจัย
ด้วยเหตุผลนี้ การพัฒนามนุษย์ต้องพัฒนาใจพร้อมกับพัฒนาวัตถุ เพราะทุกสิ่งทุกอย่างนั้นเกิดจากเหตุเกิดจากปัจจัย เพราะสิ่งนี้มีสิ่งต่อไปถึงมี
ปัญญากับการประพฤติการปฏิบัติต้องเดินทางไปพร้อม ๆ กัน ใจกับวิทยาศาสตร์ต้องไปพร้อม ๆ กัน
วิทยาศาสตร์ได้แก่พระศาสนา พระศาสนาได้แก่วิทยาศาสตร์ เพราะสิ่งนี้มีสิ่งต่อไปถึงมี
ชาติ ศาสน์ กษัตริย์นี้ถึงอยู่ในตัวของเราทุก ๆ คน ชาติ ศาสน์ กษัตริย์นี้ต้องเป็นธรรมนูญ เป็นรัฐธรรมนูญในตัวของเราทุก ๆ คน
ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ถ้าอยู่ภายนอกดับทุกข์ให้เราไม่ได้ ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ต้องอยู่ในเราที่มีปัญญาสัมมาทิฏฐิ พร้อมกับการประพฤติพร้อมกับการปฏิบัติอยู่ที่ปัจจุบัน
ด้วยเหตุผลนี้ มนุษย์เราถึงต้องมีการเรียนการศึกษาพร้อมทั้งการประพฤติการปฏิบัติให้ติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ ความรู้ความเข้าใจปฏิบัติติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ ชาติ ศาสน์ กษัตริย์คือตัวปัญญาสัมมาทิฏฐิ ๓ อย่างนี้ถึงจะก้าวไปพร้อม ๆ กัน
มนุษย์เราต้องรู้ต้องเข้าใจในเรื่องกรรมเรื่องกฎแห่งกรรมและผลของกรรม
อดีตที่ผ่านมานั้นเป็นสิ่งที่แก้ไขไม่ได้เพราะเป็นอดีตไปแล้ว เพราะได้เกษียณไปแล้ว อนาคตที่ยังมาไม่ถึงเป็นสิ่งที่ปฏิบัติไม่ได้ ปัจจุบันถึงเป็นสิ่งที่สำคัญ เพราะอดีตก็มารวมกันอยู่ที่ปัจจุบัน อนาคตจะไปข้างหน้าก็ไปจากปัจจุบัน ปัจจุบันมนุษย์ถึงรู้คู่กับการประพฤติการปฏิบัติ
ด้วยเหตุผลนี้เราถึงต้องรู้ต้องเข้าใจในเรื่องของเหตุเรื่องของปัจจัย เพราะสิ่งนี้มีสิ่งต่อไปนั้นถึงมี
ปัจจุบันถึงเป็นวาระสำคัญ ปัจจุบันนั้นถึงคือเรื่องของชาติ ปัจจุบันนั้นถึงเป็นเรื่องของพระศาสนา ปัจจุบันนั้นเป็นเรื่องของพระมหากษัตริย์ พระมหากษัตริย์นั้นได้แก่นามธรรมได้แก่ปัญญาสัมมาทิฏฐิ
ด้วยเหตุผลนี้ผู้ที่จะมาเป็นพระมหากษัตริย์ต้องทรงทศพิธราชธรรม คือได้แก่เอาธรรมนำชีวิต เอาธรรมนูญนำชีวิต ยกเลิกสัญชาตญาณที่มีความยึดมั่นถือมั่นที่เป็นนิติบุคคลตัวตน
ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ถึงเป็นธรรนูญรัฐธรรมนูญ เป็นการปกครองตัวเองปกครองผู้อื่นด้วยธรรมนูญ รัฐธรรมนูญ
มนุษย์เราทุกคนต้องเอาธรรมนูญนำชีวิต ธรรมนูญนั้นคือการพัฒนาใจพัฒนาวิทยาศาสตร์ไปพร้อม ๆ กัน ๒ อย่างนี้ต้องไปพร้อม ๆ กัน วิทยาศาสตร์กับจิตใจต้องไปพร้อม ๆ กันเพื่อให้เป็นธรรมนูญรัฐธรรมนูญเป็นธรรมเป็นปัจจุบันธรรมเพื่อเป็นเหตุเป็นปัจจัย เพราะสิ่งนี้มีสิ่งต่อไปถึงมี
ความรู้ความเข้าใจในเรื่องชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ในเรื่องธรรมนูญ รัฐธรรมนูญที่รู้เรื่องกรรม กฎแห่งกรรม ผลของกรรม
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เรารู้ให้เราเข้าใจเรื่องธรรมนูญรัฐธรรมนูญ
ตัวเราเองตัวคนอื่นก็ต้องเอาธรรมนูญ รัฐธรรมนูญนำชีวิต
มนุษย์เราทุก ๆ คนต้องเอาธรรมนูญนำชีวิต ธรรมนูญนี้จะหยุดสัญชาตญาณที่มีความยึดมั่นถือมั่นที่เป็นนิติบุคคลตัวตน
ด้วยเหตุผลนี้ ทุกคนต้องรู้ต้องเข้าใจเพราะไม่มีใครอยู่เหนือกรรม เหนือกฎแห่งกรรม เหนือผลของกรรม
ตัวเราและคนอื่นก็ต้องเอาธรรมนูญนำชีวิต ทุกคนต้องรู้เข้าใจ ประชาธิปไตยเสียงข้างมากก็ต้องเอาหลักการ คือเอาธรรมนูญ รัฐธรรมนูญ
ประชาธิปไตยที่เป็นสามัญชนนั้นมันยังเป็นขั้วบวกขั้วลบ สังคมนิยมที่เป็นตัวเป็นตนนั้นมันยังมีขั้วบวกขั้วลบ ขั้วบวกขั้วลบก็ได้แก่ความไม่สงบได้แก่สงคราม สงครามในตัวของสงครามเอง สงครามในเราและผู้อื่น สงครามในครอบครัว สงครามขยายวงกว้างไปยังหมู่บ้าน ตำบล อำเภอ จังหวัด เมืองหลวง สงครามทั้งในประเทศ สงครามระหว่างประเทศ สงครามโลก สงครามนั้นคือขั้วบวกขั้วลบ สงครามคือความไม่สงบ สงครามคือความทุกข์เกิดขึ้น ความทุกข์ตั้งอยู่ ความทุกข์ดับไป ความทุกข์ใหม่เกิดขึ้นมา สงครามนั้นคือขั้วบวกขั้วลบ
เหตุปัจจัยที่จะแก้ปัญหาหมู่มวลมนุษย์ได้ก็ได้แก่ธรรมนูญ รัฐธรรมนูญ
ด้วยเหตุผลนี้ เราทุกคนต้องมารู้มาเข้าใจในเรื่องของชาติ ศาสน์ กษัตริย์ เราและผู้อื่น ข้าราชการนักการเมืองนักบวช เราทุกคนเน้นมาที่ตัวของเราเอง อย่างองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านก็เน้นที่พุทธกิจขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระอรหันต์ขีณาสพท่านก็เน้นที่ศาสนกิจของพระอรหันต์ขีณาสพ
ด้วยเหตุผลนี้ เราทุกคนต้องมารู้มาเข้าใจว่าเราทุกคนต้องมาเน้นที่ตัวของเราเอง เราทุกคนต้องมาเอาความรู้คู่กับการประพฤติการปฏิบัติ เพื่อทำหน้าที่ของตัวเอง ธรรมะนั้นถึงเป็นหน้าที่ หน้าที่นั้นถึงเป็นธรรมะ
หน้าที่ทั้งกายวาจากิริยามารยาทอาชีพนี้เป็นหน้าที่ของเรา หน้าที่นั้นถึงเป็นอริยมรรคทั้งทางกายวาจากิริยามารยาทอาชีพ มารวมลงที่ใจ ใจที่รู้เข้าใจ ใจที่มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติกับการทำหน้าที่
ความสุขดับความทุกข์อยู่ที่ทำหน้าที่ มรรคผลพระนิพพานถึงอยู่ที่หน้าที่ มนุษย์ผลนิพพานถึงเป็นอริยมรรคมีองค์แปดที่อยู่กับตัวเรานี้เอง
อริยมรรคหรือว่าพุทธกิจขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านก็มีอยู่ที่ท่าน ท่านก็ดับทุกข์ที่ท่าน อริยมรรคของพระอรหันต์ก็เป็นศาสนากิจของพระอรหันต์ขีณาสพท่านก็ดับทุกข์ที่ท่าน
อริยมรรคคือความรู้ความเข้าใจ มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติการทำหน้าที่ เป็นการทำความดีเพื่อความดี การประพฤติอย่างนี้จะไม่เป็นขั้วบวกขั้วลบ
ทุกท่านทุกคนต้องรู้เข้าใจจะได้มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติการทำหน้าที่ เพราะความสุขความดับทุกข์นั้นอยู่ที่ปัจจุบัน ความดับทุกข์ไม่มีทุกข์นั้นต้องมีอยู่ที่ปัจจุบัน ถ้าอยู่ในอนาคตกาลเบื้องหน้าโน้นเทอญมันดับทุกข์ไม่ได้แก้ปัญหาไม่ได้
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เราเข้าใจ หน้าที่ของพระพุทธเจ้าก็ต้องทำพุทธกิจของพระพุทธเจ้า หน้าที่ของพระอรหันต์ก็ทำศาสนกิจของพระอรหันต์ หน้าที่ของข้าราชการนักการเมืองหน้าที่ของนักบวชก็ต้องทำหน้าที่ของผู้นั้น
เพราะหน้าที่นั้นเป็นอริยมรรคทั้งกายวาจากิริยามารยาทอาชีพมารวมลงที่ใจ ตั้งใจตั้งเจตนา
ความตั้งใจตั้งเจตนาจึงเหมือนดั่งภาชนะที่ตั้งไว้ ภาชนะที่ตั้งไว้ถึงจะใช้งานได้ ภาชนะที่ล้มภาชนะที่คว่ำเป็นภาชนะที่ใช้งานไม่ได้ ใจของเราทุกคนนั้นเป็นนามธรรม การประพฤติการปฏิบัติใจต้องปฏิบัติที่กายที่วาจที่กิริยามารยาทที่อาชีพด้วยใจที่รู้เข้าใจ ด้วยใจที่ตั้งใจตั้งเจตนา
การประพฤติการปฏิบัติใจถึงต้องปฏิบัติที่กายวาจากิริยามารยาทอาชีพ เพื่อเราจะได้ฝึกใจปฏิบัติใจ ใจที่รู้เข้าใจอย่างนี้เป็นปัญญาสัมมาทิฏฐิ ใจเป็นปัญญาสัมมาทิฏฐิที่รู้ทุกข์ รู้เหตุเกิดทุกข์ รู้ข้อปฏิบัติถึงความดับทุกข์
การประพฤติการปฏิบัตินั้นถึงเป็นความรู้ความเข้าใจ เป็นความยึดมั่นถือมั่นในธรรมนูญในรัฐธรรมนูญ ถ้าเราไม่ยึดมั่นถือมั่นในธรรมนูญรัฐธรรมนูญเราก็ย่อมไปตามผัสสะ ไปตามสิ่งแวดล้อม
ธรรมนูญรัฐธรรมนูญเราทุกคนต้องยึดมั่นถือมั่น ความยึดมั่นถือมั่นอันนี้มันจะเป็นสาเหตุให้ยกเลิกนิติบุคคลตัวตน มันจะยกเลิกสัญชาตญาณที่เป็นนิติบุคคลตัวตน ที่มีความสำคัญมั่นหมายว่าเป็นเรา ว่าเป็นคนอื่น ว่าเป็นตัวกูของกูตัวสูของสู
ความยึดมั่นถือมั่นในธรรมนูญรัฐธรรมนูญจะเป็นสาเหตุให้เรามีหลักมีจุดยืน
เราต้องมีหลักมีจุดยืน ถ้าเราไม่มีหลักไม่มีจุดยืนนั้นไม่ได้ ให้ทุกท่านทุกคนรู้ว่าตำแหน่งต่าง ๆ นั้นมีเพียงตำแหน่งเดียว ตำแหน่งยืนก็มีตำแหน่งเดียว ตำแหน่งนั่งก็ตำแหน่งเดียว ตำแหน่งนอนก็ตำแหน่งเดียว
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เราเข้าใจ เพราะใจของเรานั้นมันมีขณะเดียว กายวาจากิริยามารยาทอาชีพมันมีตำแหน่งเดียวคือตำแหน่งปัจจุบัน ปัจจุบันถึงเป็นเรื่องของชาติ ปัจจุบันถึงเป็นเรื่องของพระศาสนา ปัจจุบันถึงเป็นเรื่องของพระมหากษัตริย์คือปัญญา ความรู้จึงเป็นคู่ของการประพฤติการปฏิบัติอยู่ที่ปัจจุบัน
ปัจจุบันเรารู้เราเข้าใจ เราทั้งหลายจะได้รู้เข้าใจจะไม่ได้ไปตามผัสสะ จะไม่ได้ไปตามสิ่งแวดล้อม สิ่งทั้งหลายทั้งปวงนั้นจะได้จบลงที่ปัจจุบันจบลงที่ผัสสะ เป็นผู้มีจุดยืน
ความยึดมั่นถือมั่นที่เป็นปัญญาสัมมาทิฏฐิ การยึดมั่นถือมั่นอย่างนี้ไมใช่นิติบุคคลตัวตน ความรู้ความเข้าใจที่เป็นปัญญาสัมมาทิฏฐิ เป็นการยึดมั่นถือมั่นในจุดยืน
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เราคิดดูดี ๆ นะ เราจะเดินทางไกล หนทางมันไกลเราต้องอาศัยรถยนต์อย่างดีในการเดินทาง ต้องอาศัยเครื่องบินอย่างดีในการเดินทาง ต้องอาศัยเรือยนต์ขนาดใหญ่อย่างดีในการเดินทางเพราะทะเลมหาสมุทรไม่กว้างใหญ่ไพศาล
ความยึดมั่นถือมั่นในธรรมนูญในรัฐธรรมนูญเท่านั้นถึงจะหยุดสัญชาตญาณที่เป็นนิติบุคคลตัวตน
ด้วยเหตุผลนี้ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านถึงไม่ให้เรามีข้อแม้ใด ๆ ทั้งสิ้น เพื่อการประพฤติการปฏิบัติจะไม่ได้ลูบคลำในศีลในพรตในข้อวัตรข้อปฏิบัติ
ความยึดมั่นถือมั่นในธรรมนูญรัฐธรรมนูญถึงเป็นเหตุเป็นปัจจัยให้ยกเลิกตัวยกเลิกตน แต่ก่อนเราไม่รู้ไม่เข้าใจไปยึดมั่นถือมั่นในศีลในสมาธิในปัญญา หรือว่าไปยึดมั่นถือมั่นในเรื่องของชาติศาสน์กษัตริย์นี้เป็นความไม่ถูกต้อง
การยึดมั่นถือมั่นในเรื่องชาตศาสน์กษัตริย์ที่เป็นธรรมนูญรัฐธรรมนูญ จุดมุ่งหมายก็เพื่อเราจะได้ยกเลิกตัวยกเลิกตน ยกเลิกสัญชาตญาณที่เป็นนิติบุคคลเป็นตัวเป็นตน
ท่านผู้ฟังทั้งหลายต้องพากันคิดดูดี ๆ นะ เพื่อจะได้เกิดปัญญาสัมมาทิฏฐิ ถ้าเราไม่คิดดูดี ๆ ไตร่ตรองดี ๆ ด้วยเหตุผลด้วยผลเราจะไม่มีปัญญาสัมมาทิฏฐินะ
ถ้าเราไม่รู้ไม่เข้าใจในเรื่องเหตุเรื่องผล ไม่เข้าใจเรื่องกรรม เรื่องกฎแห่งกรรม ผลของกรรม ไม่รู้ไม่เข้าใจว่าทุกอย่างนั้นมันคือกรรม คือกฎแห่งกรรม ผลของกรรม เราจะไปปล่อยวางธรรมนูญรัฐธรรมนูญได้อย่างไร เพราะธรรมนูญรัฐธรรมนูญมันคือหลักประพฤติปฏิบัติเพื่อยกเลิกตัวยกเลิกตน ยกเลิกเรื่องกรรม ยกเลิกความไม่ถูกต้อง เพื่อหยุดสัญชาตญาณที่มีความยึดมั่นถือมั่นเป็นตัวเราของเรา
ธรรมนูญรัฐธรรมนูญเป็นอริยมรรค เราทุกคนต้องรู้ต้องเข้าใจ ถ้าเราไม่รู้ไม่เข้าใจ ไม่รู้เรื่องของเหตุของปัจจัยเราก็ไปปล่อยวางหน้าที่ เราปล่อยวางหน้าที่นั้นไม่ได้ เพราะธรรมะนั้นคือหน้าที่ หน้าที่นั้นคือธรรมะ
หน้าที่นั่นแหละจะหยุดสัญชาตญาณ จะหยุดขั้วบวกขั้วลบ เราทุกคนพากันมาคิดดูดี ๆ นะ เราจะไปคิดว่าทุกอย่างนั้นอยู่ที่ใจ เราไปคิดอย่างนั้นไม่ได้นะ อันนั้นเป็นความไม่รู้ไม่เข้าใจ อันนั้นเป็นสัญชาตญาณที่เป็นนิติบุคคลตัวตน
ความไม่รู้ไม่เข้าใจนี้จะทำให้เราไม่เข้าถึงความพอเพียงเพียงพอ ไม่เอาความรู้คู่กับการประพฤติการปฏิบัติ เราพากันมาคิดดูดี ๆ นะ ความยากจนมันมาจากไหน ความยากจนก็ต้องมาจากเหตุจากปัจจัย ความร่ำรวยนั้นมาจากนั้น ความร่ำรวยก็มาจากเหตุจากปัจจัย ความแก่เจ็บตายความพลัดพรากนั้นมาจากไหน ก็มาจากเหตุจากปัจจัย เพราะเหตุปัจจัยมีสิ่งนั้นถึงมี เราต้องเข้าใจเรื่องของเหตุของปัจจัย
ที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านตรัสว่าผู้ที่จะเป็นพระอรหันต์ขีณาสพนั้นต้องรู้เหตุปัจจัย คือรู้เรื่องทุกข์ เหตุเกิดทุกข์ ข้อปฏิบัติถึงความดับทุกข์ ต้องรู้เรื่องธรรมนูญ รัฐธรรมนูญ ต้องรู้เรื่องเหตุเรื่องปัจจัย
เหตุอย่างไรผลก็เป็นเช่นนั้น การประพฤติการปฏิบัติของเรา เราถึงต้องมีปัญญาสัมมาทิฏฐิ ปัญญาสัมมาทิฏฐินั้นเป็นผู้นำเป็นตัวนำ พระมหากษัตริย์ได้แก่ปัญญา คือเป็นผู้นำเป็นตัวนำ
ถ้าเราไม่รู้ไม่เข้าใจในเรื่องเหตุเรื่องปัจจัย ความไม่รู้ไม่เข้าใจนั้นก็ย่อมเสียหายย่อมพังทลายอย่างเดียวเช่นเดียวกันกับตึก สตง. สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินของเมืองไทยประเทศไทย
ความรู้ความเข้าใจต้องเอามาใช้เอามาประพฤติมาปฏิบัติให้ติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ คำว่าสายน้ำนี้หมายถึงน้ำที่มันไหลเป็นสาย ไม่ขาดขั้นขาดตอน ไหลเป็นสายเรียกว่าสายน้ำ คำว่าน้ำหยดคือมันหยดลงทีละหยด ๆ ขาดขั้นขาดตอน อย่างนี้เรียกว่าน้ำหยด
การประพฤติการปฏิบัติของเรา องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เราประพฤติปฏิบัติติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ ความรู้ความเข้าใจต้องเอามาใช้ให้ติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ ความรู้นั้นเป็นเพียงปรัชญา ต้องเอาความรู้มาใช้มาประพฤติปฏิบัติอยู่ที่ปัจจุบัน บุคคลนั้นถึงจะเรียกว่าปัญญาชน ปรัชญานั้นเป็นปรัชญามีแต่ความรู้ไม่มีการประพฤติการปฏิบัติ ปรัชญานั้นก็ย่อมเสียหายย่อมพังทลายอย่างเดียวเช่นเดียวกันกับตึก สตง. สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน
เราเป็นมนุษย์ มนุษย์นี้คือผู้รู้ผู้เข้าใจ ผู้มีปัญญาสัมมาทิฏฐิ ผู้มีปัญญาสัมมาทิฏฐิเอาความรู้คู่กับการประพฤติการปฏิบัติมนุษย์ผู้นั้นถึงเรียกว่าปัญญาชน ที่เราเรียนเราศึกษาจบปริญญาต่าง ๆ นั้น ถ้าไม่เอาความรู้คู่กับการประพฤติการปฏิบัติจะเรียกผู้นั้นว่าเป็นปัญญาชนไม่ได้ เพราะบุคคลผู้นั้นไม่ดำรงด้วยธรรมนูญรัฐธรรมนูญ จะเรียกผู้นั้นว่าเป็นปัญญาไม่ได้
ผู้ที่เป็นปัญญาชนผู้นั้นต้องรู้เข้าใจ เอาธรรมนูญนำชีวิต มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติกับการทำหน้าที่ บุคคลเช่นนั้นถึงเรียกว่าปัญญาชน
ปัญญาชนคือผู้รู้ผู้เข้าใจผู้ที่ทำความดีเพื่อความดี ไม่ได้ทำความดีเพื่อความอยากความต้องการ
การประพฤติการปฏิบัติของเราทุกคนถึงต้องมาทำงานเพื่องาน มีความสุขกับการทำงาน มีความสุขกับการทำหน้าที่ เพราะความสุขมันอยู่ตรงนี้ อยู่ที่ปัจจุบันนี้ อยู่ที่เรารู้เข้าใจ อยู่ที่เรามีความสุขกับการทำหน้าที่กับการงาน
พระนิพพานนั้นถึงอยู่ที่รู้เข้าใจ มีความสุขกับการทำหน้าที่ มีความสุขกับการทำงานไม่หวังอะไร เพราะความหวั้งนั้นมันเป็นขั้วบวกขั้วลบ ผู้ประพฤติผู้ปฏิบัติถึงต้องตั้งใจตั้งเจตนา มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ
ความประมาทนั้นคือความผิดพลาดนั้นคือความเสียหายนั้นคือการพังทลาย
ด้วยเหตุผลนี้ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านไม่ให้เราตั้งอยู่ในความประมาท อย่าไปคิดว่าอะไรนั้นก็อยู่ที่ใจ ถ้าเราคิดอย่างนั้นเราเป็นผู้ที่ประมาทแล้ว
เราพากันคิดดูดี ๆ นะ ถ้าเราคิดว่าอะไรอยู่ที่ใจ ทำไมถึงทานอาหารอยู่ ทำไมถึงฉันภัตตาหารอยู่ ทำไมไม่บอกตัวเองว่าไม่ต้องทานอาหารไม่ต้องฉันภัตตาหาร ทุกอย่างอยู่ที่ใจ
ด้วยเหตุผลนี้ ความยึดมั่นถือมั่นในธรรมนูญ หรือว่าความยึดมั่นในพระธรรมพระวินัยนี้แหละเป็นต้นเหตุให้ยกเลิกสัญชาตญาณที่เป็นนิติบุคคลตัวตน
เราจะทำงานเพื่อเป็นขั้วบวกขั้วลบนั้นมันคือความไม่สงบ เราทุกคนมายกเลิกตัวตนด้วยการให้ทานเสียสละ มาเอาพระธรรมเอาพระวินัยเอาธรรมนูญรัฐธรรมนูญ มีความสุขในการทำหน้าที่
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านไม่ให้เราใจอ่อน ใจอ่อนตามเพื่อนตามฝูง ตามตาหูจมูกลิ้นกายใจ
เราทุกคนต้องมีปัญญาสัมมาทิฏฐิ เราทำหน้าที่เพื่อหน้าที่ ต้องให้ชาติศาสน์กษัตริย์ของเราก้าวไปด้วยความรู้ความเข้าใจ ชาติศาสน์กษัตริย์นั้นก็อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล อยู่ที่กายวาจากิริยามารยาทรวมลงที่ใจ ใจที่รู้เข้าใจ
ความยึดมั่นถือมั่นในพระธรรมพระวินัยในธรรมนูญรัฐธรรมนูญนั้นคือจะเป็นเหตุเป็นปัจจัยให้ยกเลิกความเป็นนิติบุคคลเป็นตัวเป็นตน
มีคำถามว่า ประพฤติปฏิบัติอย่างนี้จะไม่มีความทุกข์เหรอ จะไม่มีความเครียดเหรอ
การประพฤติการปฏิบัติอย่างนี้ไม่มีความทุกข์ไม่มีความเครียด ความเครียดนั้นจะไม่มีอยู่ในความสุข จะมีแต่ความสุขเกิดขึ้น ความสุขตั้งอยู่ ความสุขดับไป ความสุขใหม่เกิดขึ้นมา ความเครียดนั้นจะไม่มี
การที่เรามีความยึดมั่นถือมั่นในพระธรรมในพระวินัยในธรรมนูญรัฐธรรมนูญ มีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติความเครียดนั้นจะไม่มี
เพราะเราทำความดีเพื่อความดีความเครียดนั้นจะไม่มี ถ้าเราทำความดีเพื่อความอยากความต้องการ ความทุกข์ก็ต้องมีทันที ความเครียดก็ต้องมีทันที
การประพฤติการปฏิบัติอย่างนี้จะมีความสุขมาก จะมีความสุขจริง ๆ จะมีแต่ความสุขเกิดขึ้น ความสุขตั้งอยู่ ความสุขดับไป ความสุขใหม่เกิดขึ้นมา มันจะเป็นความสดชื่นรู้ตื่นเบิกบานที่เป็นธรรมเป็นธรรมนูญเป็นรัฐธรรมนูญ
เรามีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติความเครียดนั้นจะไม่มี ที่เรามีความเครียดเพราะเราไม่รู้ไม่เข้าใจ ความไม่รู้ไม่เข้าใจที่มันเป็นสัญชาตญาณที่เป็นนิติบุคคลตัวตนมันเลยมีแต่ทุกข์เกิดขึ้น ทุกข์ตั้งอยู่ ทุกข์ดับไป ทุกข์ใหม่เกิดขึ้นมาเป็น cycle of life หมุนเป็นวงกลม เหมือนโลกหมุนรอบตัวเอง โลกหมุนรอบดวงอาทิตย์อย่างนี้
วันหนึ่งคืนหนึ่งหมู่มวลมนุษย์พากันนอนพากันพักผ่อนสำหรับประชาชนข้าราชการนักการเมืองเกษตรกรพ่อค้าประชาชนพากันนอนพากันพักผ่อนวันละ ๘ ชั่วโมง อย่าพากันคอร์รัปชั่นเวลานอน
เวลาตื่นอยู่นี้เป็นเวลา ๑๖ ชั่วโมงต้องมีความสุขในการทำหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่ เพราะการปฏิบัติที่มีความสุข ความสุขจะยกเลิกความทุกข์ ความสุขนั้นจะหยุดกาลหยุดเวลา ผู้ที่มีความสุขมากนี้เวลาจะผ่านไปเร็ว ผู้ที่มีออกซิเจนมีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติเวลานั้นจะผ่านไปเร็ว การประพฤติการปฏิบัติที่หยุดความทุกข์นั้นคือหยุดกาลหยุดเวลา
ผู้ประพฤติผู้ปฏิบัตินั้นมีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ ถึงหยุดกาลหยุดเวลา องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านถึงไม่ให้เราไปติดในความสุข เพราะความสุขนั้นก็เนื่องมาจากเหตุจากปัจจัย เพราะสิ่งนี้มีสิ่งต่อไปถึงมี
ความสุขกับความสงบมันคืออันหนึ่งอันเดียวกัน ถ้าเรามีความสุขเราก็มีความสงบ ถ้าเรามีความสงบเราก็มีความสุขเพราะสองอย่างนี้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ธรรมะถึงเป็นหน้าที่ธรรมนูญถึงเป็นหน้าที่ การประพฤติการปฏิบัติถึงเป็นพระนิพพานอยี่ที่ปัจจุบันเป็นพระนิพพานไปเป็นชั่วขณะ ๆ
การประพฤติการปฏิบัติของเราถึงต้องติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ ให้ท่านผู้ฟังทั้งหลายพากันเข้าใจนะ การทานอาหารการพักผ่อนนั้นคือความสุข การไม่ทานอาหารการไม่พักผ่อนนั้นคือความทุกข์
การประพฤติการปฏิบัติเป็นความสุขเกิดขึ้น ความสุขตั้งอยู่ ความสุขดับไป ความสุขใหม่เกิดขึ้นมา เรามีความรู้ไม่คู่กับการประพฤติการปฏิบัติ เปรียบเสมือนเราไม่ทานอาหารไม่พักผ่อน ผู้ที่ไม่ทานอาหารไม่พักผ่อนผู้นั้นก็ย่อมมีแต่ความทุกข์เกิดขึ้น ความทุกข์ตั้งอยู่ ความทุกข์ดับไป ความทุกข์ใหม่เกิดขึ้นมา
การประพฤติการปฏิบัตินั้นท่านผู้ฟังทั้งหลายต้องรู้เข้าใจ ความรู้ต้องคู่กับการประพฤติการปฏิบัติ ผู้มีความรู้ไม่คู่กับการประพฤติการปฏิบัติคือบุคคลที่ไม่ได้ทานอาหาร บุคคลที่ไม่ได้พักผ่อน เราต้องรู้ต้องเข้าใจ ถ้าไม่รู้ไม่เข้าใจนี้มันเสียหายนะ
การประพฤติการปฏิบัตินั้นถึงอยู่ที่รู้เข้าใจ อยู่ที่เราทำหน้าที่ เรารู้เข้าใจ เรามีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ การปฏิบัติของเราถึงจะได้ติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ
เราจะมีประโยชน์อะไร มีความรู้ไม่คู่กับการประพฤติการปฏิบัติมันจะมีประโยชน์อะไร มันไม่มีประโยชน์นะ
การที่เรามีสรีระร่างกายอย่างดี การที่เรามีกายวาจากิริยามารยาทอย่างนี้เราไม่เอามาใช้เอามาประพฤติปฏิบัติมันจะมีประโยชน์อะไร
ด้วยเหตุผลนี้องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านจึงให้เรารู้คุณค่าจากที่เราได้ทรัพยากรที่ประเสริฐที่เป็นคนดีมีปัญญา ด้วยเหตุผลนี้เราต้องเอาทรัพยากรที่เป็นกายวาจากิริยามารยาทมาประพฤติปฏิบัติอยู่ที่ปัจจุบัน เพราะปัจจุบันเป็นวาระของชาติศาสน์กษัตริย์ ผู้ฟังต้องรู้เข้าใจ เพื่อจะไม่ปล่อยให้ปัจจุบันนั้นเสียหาย เราต้องรู้ต้องเข้าใจ
เรื่องของชาติศาสน์กษัตริย์เป็นเรื่องของธรรมนูญรัฐธรรมนูญ ทุกชาติทุกศาสนาอยู่ในโลกนี้ก็ใช้หลักการเดียวกันหมด ชาติศาสน์กษัตริย์รู้เข้าใจมีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ รู้เข้าใจกับการประพฤติการปฏิบัตินั้นจะเป็นพระนิพพานอยู่ที่ปัจจุบันอยู่ที่หน้าที่จะเป็นพระนิพพานเป็นไปชั่วขณะ ๆ กับการประพฤติการปฏิบัติ ความเป็นชาติศาสน์กษัตริย์หรือว่าความสงบและปัญญาก็จะมีอยู่กับเราทุก ๆ คน เพราะทุกอย่างนั้นมันคือกรรม คือกฎแห่งกรรม ผลของกรรม ทำความดีเพื่อความดีนั้นเป็นความพอเพียงเพียงพอ เป็นความพอดี
ความดับทุกข์นั้นเป็นสากลด้วยความรู้ความเข้าใจ การทำหน้าที่เพื่อหน้าที่นั้นถึงเป็นปัญญาสัมมาทิฏฐิ
ด้วยเหตุผลนี้ทุกท่านทุกคนถึงรู้เรื่องของชาติศาสน์กษัตริย์ ชาติศาสน์กษัตริย์ต้องเป็นความรู้คู่กับการประพฤติการปฏิบัติเป็นหน้าที่ของเรา
การไปแก้ไขใจถึงต้องแก้ไขกายวาจากิริยามารยาทแก้ไขที่อาชีพ มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติอยู่ที่เราทำหน้าที่
เพราะเหตุผลว่าทางใจกับทางวิทยาศาสตร์ก็ต้องไปพร้อม ๆ กัน ท่านผู้นั้นถึงจะชื่อว่าเป็นปัญญาชน
การประพฤติการปฏิบัตินั้นต้องติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ เราคิดดูดี ๆ สิ ถ้าไม่ติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำมันไม่ได้
การเรียนการศึกษาของอนุบาลพร้อมทั้งการประพฤติการปฏิบัติต้องมีติดต่อต่อเนื่อง การเรียนการศึกษาของประถมพร้อมทั้งการประพฤติการปฏิบัติต้องติดต่อต่อเนื่อง การเรียนการศึกษาของมัธยมพร้อมทั้งการประพฤติการปฏิบัติต้องติดต่อต่อเนื่อง การเรียนการศึกษาของอุดมศึกษาพร้อทั้งการประพฤติการปฏิบัติต้องติดต่อต่อเนื่อง ความรู้ความเข้าใจต้องปฏิบัติติดต่อต่อเนื่อง การทำอะไรทุกอย่างต้องให้ติดต่อต่อเนื่องอย่างน้อยต้อง ๓ อาทิตย์ขึ้นไปการประพฤติการปฏิบัตินั้นถึงจะได้ผลเห็นผล ไม่ว่าเรื่องรูปธรรมนามธรรมต้องใช้เวลา ๓ อาทิตย์ขึ้นไป
การทำหน้าที่ถึงจะไม่เดินไปข้างหน้าถอยกลับมาย่ำต๊อกอยู่ที่เก่าที่เดิม เป็นความสุขในการทำหน้าที่ เป็นความยึดมั่นถือมั่น เมื่อมันผ่านไปแล้วเกษียณไปแล้วก็ต้องปล่อยต้องวาง เพื่อยกเลิกเรื่องอดีต ยกเลิกอนาคต ปัจจุบันเราก็ว่างจากตัวตน มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติกับการทำหน้าที่
ที่มีคำถามองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าว่าตายแล้วเกิดหรือว่าตายไปแล้วก็ดับไป องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านตรัสว่าอันนี้ขึ้นอยู่ที่เหตุที่ปัจจัยขึ้นอยู่ที่เงื่อนไขนะ
ทุกอย่างนั้นต้องรู้เข้าใจ ทุกอย่างมันคือเหตุคือปัจจัย เพราะสิ่งมีสิ่งต่อไปมันถึงมี องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านตรัสว่าทุกคนต้องรู้เข้าใจ เพราะอดีตก็มารวมอยู่ที่ปัจจุบันแล้ว อนาคตจะไปข้างหน้าก็ไปจากปัจจุบันนี้ เราต้องรู้เข้าใจต้องยกเลิกสัญชาตญาณเอาธรรมนูญนำชีวิตยกเลิกตัวตนมีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติใจของเราจะเข้าถึงพระนิพพาน จะไม่ได้มีขั้วบวกขั้วลบ จะได้จบลงที่ปัจจุบัน จบลงที่ผัสสะทุกคนจะได้เข้าถึงพระนิพพานอยุ่ที่ปัจจุบัน ไม่ต้องรอพระนิพพานในอนาคตกาลเบื้องหน้าโน้นเทอญ เพราะอนาคตกาลเบื้องหน้าโน้นเทอญมันดับุทกข์ไม่ได้
ด้วยเหตุผลนี้ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านถึงไม่ให้เราทุกคนตั้งอยู่ในความประมาท เพราะความประมาทคือความเสียหาย
เราทุกท่านทุกคนต้องระลึกถึงปัจฉิมโอวาทของพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าว่าปัจจุบันนี้เป็นสิ่งที่สำคัญ เพราะปัจจุบันเป็นการชิงแชมป์ระหว่างวัฏฏสงสารกับพระนิพพาน องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าก่อนที่ท่านจะเสด็จดับขันธ์สู่ปรินิพพานท่านตรัสปัจฉิมโอวาทไว้ว่า
"หันทะทานิ ภิกขะเว อามันตะยามิ โว วะยะธัมมา สังขารา อัปปะมาเทนะ สัมปาเทถะ" แปลความว่า "ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บัดนี้เราขอเตือนท่านทั้งหลายว่า สังขารทั้งหลาย มีความเสื่อมสลายไปเป็นธรรมดา ท่านทั้งหลายจงทำประโยชน์ตนและประโยชน์ผู้อื่นให้ถึงพร้อม ด้วยความไม่ประมาทเถิด
โอวาทของหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต
ความไม่ยั่งยืน เป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่และแน่นอนนะ
ความยิ่งใหญ่ คือความไม่ยั่งยืนนะ
ชีวิตที่ยิ่งใหญ่ คือชีวิตที่อยู่ด้วยทาน ศีล เมตตา และกตัญญู
ชีวิตที่มีความดี อาจมิใช่ความยิ่งใหญ่ แต่ชีวิตที่ยิ่งใหญ่ ต้องอาศัยคุณธรรมความดีเป็นปัญญาบริสุทธิคุณเท่านั้น การระงับสังขารทั้งหลายด้วยความรู้ความเข้าใจเป็นความรู้คู่กับการประพฤติการปฏิบัตินั่นแหละคืออริยมรรค เป็นหนทางที่ประเสริฐมีพระนิพพานตั้งแต่ในปัจจุบัน ไม่ต้องรอพระนิพพานเมื่อตายแล้ว ปัจจุบันไม่มีพระนิพพาน อนาคตจะมีพระนิพพานได้อย่างไร
ให้เรารู้เข้าใจเรื่องพระธรรมพระวินัย พระธรรมพระวินัยที่เป็นสัมมาทิฐิ เพื่อหยุดวัฏฏสงสารนั่นแหละคือพระนิพพาน ให้พวกเรารู้เข้าใจในเรื่องพระนิพพาน ให้เข้าใจนะว่าสิ่งเดิมนั้นคือความว่างเปล่า สิ่งที่สัญจรไปมาเป็นเพียงอาคันตุกะ เราจะได้เอาหลักการอุดการณ์ที่เป็นศีลเป็นสมาธิเป็นปัญญาเป็นมรรคเป็นอริยมรรคที่ตรงกันข้ามกับโลกธรรมมาประพฤติมาปฏิบัติ ให้รู้เข้าใจ เพราะไม่มีใครอยู่เหนือกรรมเหนือกฎแห่งกรรมเหนือผลของกรรม พระนิพพานความรู้ความเข้าใจในเรื่องกระบวนการปฏิจจสมุปบาท กระบวนการของปฏิจจสมุปบาทจะได้จบลงเพียงผัสสะ จะได้เป็นปัญญาเป็นความสงบ จะเป็นความสงบเป็นปัญญา เป็นสิ่งที่อยู่นอกเหตุเหนือผล หยุดความปรุงแต่ง นี้เป็นขบวนการที่ติดต่อต่อเนื่อง เป็นบารมีเป็นความดีที่ประกอบด้วยปัญญา เป็นพระนิพพานบ้านของเรา ไม่ใช่อวิชชาความหลงเป็นบ้านของเรานะ พระนิพพานคือบ้านของเรา ความสงบและปัญญาถึงเป็นธรรมเป็นปัจจุบันธรรม เราจะหยุดวัฏฏสงสารได้ด้วยความรู้ความเข้าใจ ด้วยพระธรรมด้วยพระวินัย เป็นขบวนการของกระแสในการประพฤติการปฏิบัติที่ได้นำเอาพระธรรมพระวินัยมาประพฤติมาปฏิบัติในปัจจุบันให้ติดต่อต่อเนื่อง
ความสงบและปัญญาที่เป็นพระธรรมพระวินัยถึงหยุดความปรุงแต่งได้ ด้วยปัญญาสัมมาทิฏฐิคู่กับการประพฤติการปฏิบัติในปัจจุบัน พระธรรมพระวินัยที่เป็นความรู้ความเข้าใจ ที่จะหยุดความปรุงแต่งได้ เข้าถึงพระนิพพานตั้งแต่ปัจจุบัน ไม่ต้องรอชาติหน้า พระนิพพานต้องอยู่ที่ปัจจุบันเท่านั้น
---------------------------------
โอวาทขององค์หลวงพ่อกัณหา สุขกาโม
เมตตาให้ไว้ในเช้าวันพฤหัสบดีที่ ๗ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙
ณ วัดป่าทรัพย์ทวีธรรมาราม ต.วังหมี อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา