๙ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙
เราต้องรู้เข้าใจนะ
ความยึดมั่นถือมั่นในพระธรรมในพระวินัย
มันคือการยกเลิกตัวตนนะ
เราเอาพระธรรมเอาพระวินัย
เอาข้อวัตรข้อปฏิบัติ
เพื่อยกเลิกตัวยกเลิกตน
ปัจจุบันเราถึงไม่เอาตัวไม่เอาตนน่ะ
เพราะตัวตนมันก็อยากจะได้ผัวไปเรื่อยน่ะ
ตัวตนมันอยากได้เมียไปเรื่อยๆ นะ
เห็นด้วยมั้ย
มนุษย์เรานี่ . . .
เค้าต้องพัฒนาใจพัฒนาวิทยาศาสตร์ไป พร้อมๆ กัน
มีความสุขกับการประพฤติกับการปฎิบัติน่ะ
ถ้าเรามีความสุข ก็ไม่มีความทุกข์อะไร
เห็นด้วยมั้ยๆ
การมาบวชก็ต้องรู้ต้องเข้าใจ
มาเอาพระธรรมเอาพระวินัยน่ะ
เราต้องเข้าสู่หลักการ
. . .
มีความสุขกับการประพฤติกับการปฏิบัติอย่างนี้
เห็นด้วยมั้ยๆ
ต้องเห็นด้วยนะ
ไม่เห็นด้วย มีความผิดนะ
. . .
การดำรงชีวิตของเรา คือเอาธรรมนำชีวิต
มีความสุขกับการประพฤติกับการปฎิบัติ
เมื่อเรามีความสุขกับการประพฤติการปฎิบัติ
การเรียนหนังสือของเรา ผลมันก็ออกมาดี
เพราะมันจะติดต่อต่อเนื่อง
ยิ่งใครยกเลิกตัวตนเท่าไหร่ ยิ่งสมองดีนะ
เพราะความดีมันเป็นออกซิเจนน่ะ
เราคิดดูสิ ถ้าใครขี้เกียจขี้คร้าน
กล้ามเนื้อก็ไม่แข็งแรงหรอก
ถ้าเรามีความสุขในการทำหน้าที่
กล้ามเนื้อก็แข็งแรงนะ
เดี๋ยวพวกนี้น่ะ
ไม่มีความสุขในการทำหน้าที่
แขนขาจะลีบหมดนะ
โยมน่ะ ตั้งใจ(บวช) ดีๆ นะ
การปฎิบัติก็เหมือนกินข้าวนี่แหละ
เราไม่กินข้าว มันก็ต้องเหนื่อยน่ะ
เราไม่พักผ่อน มันต้องเหนื่อยน่ะ
เราไม่ปฏิบัติธรรม
คือเราไม่ได้ทานอาหาร ไม่ได้พักผ่อนนั่นเอง
เรามีความสุขในการทำหน้าที่ ก็แข็งแรงน่ะ
. . .
ต้องรู้เข้าใจน่ะ
มีความสุขในการยกเลิกตัวตนน่ะ
เราเกิดมา เพื่อมารู้มาเข้าใจ
ไม่เป็นไร พ่อกับแม่เราหย่ากันก็ช่างหัวมัน
มันไม่ใช่เรื่องของเรา เราต้องรู้เข้าใจ
. . .
เราต้องรู้เข้าใจ
มนุษย์เราต้องมาเป็นผู้ให้ มาเป็นผู้เสียสละ
ธรรมนูญ คือเป็นผู้ให้ เป็นผู้เสียสละ
ต้องรู้ต้องเข้าใจน่ะ
***
ความไม่รู้ไม่เข้าใจ
เลยเอาสัญชาตญาณ
คือ ความยึดมั่นถือมั่นเป็นตัวเป็นตน
มันเลยมีแต่ทุกข์เกิดขึ้น
ทุกข์ตั้งอยู่ ทุกข์ดับไป
ทุกข์ใหม่เกิดขึ้นมาอีก
การมีความสุขในการทำหน้าที่
มันจะได้ออกซิเจนเข้าสู่ร่างกายนะ
จะได้ถ่ายเทของเสียของปฏิกูลออกไป
. . .
ผู้ที่มาอยู่วัดนั่นน่ะ …อดด่าเขาไม่ได้
ว่าเค้ามาอยู่วัด ทำไมไม่เสียสละ
เค้าไม่รู้ไม่เข้าใจเฉยๆ
ถ้ารู้เข้าใจ เสียสละมากเหมือนหลวงพ่อนี่นะ
คนเรานี่ อย่าเสียเวลา ต้องเสียสละ
ยึดมั่นถือมั่นในพระธรรมในพระวินัย
ปฏิบัติให้มันติดต่อต่อเนื่อง ๓ อาทิตย์ขึ้นไป
มันถึงจะค่อยๆ เปลี่ยนแปลง
การประพฤติการปฎิบัติที่ยกเลิกตัวตน
มันจะยกเลิกอบายมุขอบายภูมิ
ยกเลิกความจนอีกด้วย
ไม่รู้ไม่เข้าใจ
มาบวชมาปฎิบัติน่ะ เพื่อจะมาเอาน่ะ
เดี๋ยวจะพากันเป็นโรคประสาทกันเป็นแถวนะ
เห็นด้วยมั้ยๆ
พวกที่บวชมานี่น่ะ
หลวงพ่อสังเกตุดู ไม่ถึง ๑๐ ปี
เป็นมหาขี้เกียจไปเลย
มหา แปลว่า ยิ่งใหญ่
ยิ่งใหญ่ทางไม่ถูกต้อง
ยิ่งใหญ่ทางขี้เกียจน่ะ
ขี้เกียจมันเป็นอบายมุขอบายภูมิ
เห็นด้วยมั้ยๆ
. . .
เราให้มีความสุขน่ะ
คนเราอดีตอนาคตไม่สำคัญ
สำคัญอยู่ที่ปัจจุบัน
ปัจจุบันไม่มีความทุกข์
พระนิพพานจะได้อยู่ที่ปัจจุบัน
ความปรุงแต่งมันเป็นขั้วบวกขั้วลบนะ
ให้เรามีความสุขน่ะ
เป็นมะเร็งก็ต้องมีความสุข
ไม่เป็นมะเร็งก็ต้องมีความสุขน่ะ
ช่างหัวมัน เป็น(มะเร็ง)ที่ไหนก็ช่างพ่อช่างแม่มัน
เห็นด้วยมั้ยๆ
(มะเร็ง)ขั้นที่เท่าไหร่ ก็ช่างหัวมัน
เราต้องขอบใจ
ความแก่ ความเจ็บ
ความตาย ความพลัดพรากน่ะ
เราต้องทำใจอย่างนี้
ปัจจุบันเป็นสิ่งที่สำคัญน่ะ
ปัจจุบันเราต้องคิดดีๆ พูดดีๆ
กิริยามารยาทดีๆ ยกเลิกตัวตน
เราต้องเข้าใจอย่างนี้
ถ้ามันเป็นมากค่อยเอามอร์ฟีนน่ะ
ปัจจุบันนี้เราต้องพัฒนา
ให้ใจของเรามีนิพพานเยอะๆ
สบายใจแล้วก็ไม่อยากทำจิตทำใจ
เวลาป่วยก็คิดถึงหมอนะ
เวลาไม่ป่วยแล้วก็ไม่คิดถึงหมอหรอก
ดีแล้ว…เป็นมะเร็งดีแล้ว
ไม่เป็นมะเร็งก็ดีแล้วเหมือนกัน
เห็นด้วยมั้ยๆ
--------------------
#หลวงพ่อกัณหา_สุขกาโม
#วัดป่าทรัพย์ทวีธรรมาราม
#ธรรมะ@กุฏิหลวงพ่อ
วันศุกร์ที่ ๘ พฤษภาคม ๒๕๖๙
