๑๑ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙

พสกนิกรชาวไทยและชาวต่างประเทศได้มาร่วมรวมกันประพฤติปฏิบัติธรรมเพื่อน้อมถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ด้วยความโทมนัสและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ที่พระองค์ได้ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทยและชาวโลกตลอดระยะเวลาที่ยาวนาน พระองค์ทรงเป็นดั่งแม่แห่งแผ่นดิน ผู้ทรงเปี่ยมด้วยพระเมตตาและพระปรีชาสามารถ ทรงอุทิศพระวรกาย พระสติปัญญา และพระราชหฤทัยในการบำเพ็ญพระราชกรณียกิจนานัปการ เคียงคู่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เพื่อธำรงไว้ซึ่งความผาสุกและความมั่นคงแห่งชาติไทย เราประชาชนชาวไทยต้องร่วมใจสมัครสมานสามัคคีทำความดีที่ประกอบด้วยปัญญา เพื่ออุทิศบุญกุศลน้อมเกล้าถวาย เพื่อเสด็จสู่สวรรคาลัย เข้าสู่สวรรค์มรรคผลพระนิพพาน

 

วันนี้เป็นวันจันทร์ที่ ๑๑ เดือนพฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙

 

ให้ทุกท่านทุกคนพากันนั่งให้สบายเพื่อฟังการบรรยายพระธรรมคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

 

เพื่อความรู้เพื่อความเข้าใจ ความรู้ความเข้าใจเราทุกท่านทุกคนเราจะได้เอาไปใช้เอาประพฤติไปปฏิบัติ ปัญญาสัมมาทิฏฐิ ความเห็นถูกต้อง ความเข้าใจถูกต้อง เป็นสิ่งที่สำคัญ

 

เพื่อให้ความรู้กับการปฏิบัติได้ไปพร้อม ๆ กัน เพราะทุกอย่างนั้นไปจากเหตุไปจากปัจจัย เพราะสิ่งนี้มีสิ่งต่อไปถึงมี

 

ความรู้ความเข้าใจ พร้อมทั้งการประพฤติการปฏิบัติจะเป็นเหตุเป็นปัจจัย

 

ชาติคือความเกิด ความรู้คู่กับการประพฤติคู่กับการปฏิบัตินั้นคือความเกิด พระศาสนานั้นคือธรรมนูญ คือ รัฐธรรมนูญ ปกครองตนเอง ปกครองผู้อื่น สิ่งภายนอกก็คือสิ่งภายใน สิ่งภายในก็คือสิ่งภายนอก

 

การประพฤติการปฏิบัตินั้นถึงเป็นอริยมรรคทั้งกายวาจากิริยามารยาทมารวมลงที่ความรู้ความเข้าใจ สิ่งภายนอกกับสิ่งภายในถึงเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน

 

ปัญญาสัมมาทิฏฐินั้นเป็นนามธรรม เป็นความหมายของพระมหากษัตริย์ ความรู้ความเข้าใจนั้นเป็นพระมหากษัตริย์

 

พระมหากษัตริย์ได้แก่ปัญญาสัมมาทิฏฐิที่มีความเห็นถูกต้อง เข้าใจถูกต้อง ปฏิบัติทำนหน้าที่ให้ถูกต้อง เพราะทุกสิ่งทุกอย่างนั้นมันเกิดจากเหตุเกิดจากปัจจัย เพราะสิ่งนี้มีสิ่งต่อไปมันถึงมี

 

การปฏิบัติธรรมกับการทำงานถึงเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน พัฒนาใจกับพัฒนาวิทยาศาสตร์ไปพร้อม ๆ กัน

 

ความไม่รู้ไม่เข้าใจพากันมาเอาธาตุทั้ง ๔ ขันธ์ทั้ง ๕ เอาอายตนะภายนอกภายใน ๑๒ ทำให้เกิดความยึดมั่นถือมั่น ทำให้เกิดสัญชาตญาณที่มันเป็นตัวเป็นตน ที่เป็นตัวเราของเรา เป็นตัวกูของกู เป็นตัวสูของสู

 

ความไม่รู้ไม่เข้าใจนี้จะเป็นอบายมุข จะเป็นอบายภูมิ ด้วยเหตุผลนี้เราต้องพากันมารู้พากันเข้าใจเรื่องของเหตุของปัจจัย

 

พระธรรมพระวินัยนั้นคือองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้านั้นคือพระธรรมคือพระวินัย

 

การประพฤติการปฏิบัตินั้นถึงเน้นมาที่ตัวเรา ถ้าอยู่กับพระพุทธเจ้านั้นเป็นความดับทุกข์ขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ถ้าอยู่พระอรหันต์ก็เป็นความดับทุกข์ของพระอรหันต์

 

ด้วยเหตุนี้เราต้องพากันรู้พากันเข้าใจ พากันตั้งใจตั้งเจตนา เพื่อจะไม่ได้ลูบคลำในศีลในพรตในข้อวัตรข้อปฏิบัติ

 

เราทุกคนต้องรู้เข้าใจว่าตัวตนนั้นเป็นอบายมุขเป็นอบายภูมิ

 

ใจของเรานั้นเป็นนามธรรม การปฏิบัติใจนั้นเราต้องปฏิบัติที่กาย ที่วาจา ที่กิริยามารยาท ที่อาชีพ การปฏิบัติใจก็คือการปฏิบัติภายนอก การปฏิบัติภายนอกนั้นแหละคือการปฏิบัติใจ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เราเข้าใจอย่างนี้

 

ด้วยเหตุผลนี้ทุกท่านทุกคนต้องพากันรู้พากันเข้าใจ ถ้าไม่รู้ไม่เข้าใจแล้วก็จะไม่รู้ความหมายในเรื่องของพระธรรมของพระวินัยในข้อวัตรกิจวัตร ก็จะพากันไปคิดว่าทุกอย่างมันอยู่ที่ใจ เลยพากันทิ้งพระธรรมทิ้งพระวินัย ทิ้งข้อวัตรข้อปฏิบัติ

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เราคิดดูดี ๆ นะ ถ้าว่าทุกอย่างอยู่ที่ใจทำไมถึงพากันทานอาหาร ทำไมถึงฉันภัตตาหาร ทำไมไม่พูดว่าทุกอย่างอยู่ที่ใจ

 

การปฏิบัติใจเราต้องปฏิบัติที่กายที่วาจาที่กิริยามารยาทมารวมลงที่ความตั้งใจตั้งเจตนา

 

ความเป็นพระให้เราทุกคนรู้เข้าใจ พระนั้นคือพระธรรมคือพระวินัย คือข้อวัตรข้อปฏิบัติ ฆราวาสผู้ครองเรือนก็เป็นพระได้ นักบวชผู้บวชมาก็เป็นพระได้ พระนั้นคือผู้รู้ผู้เข้าใจในเรื่องของเหตุเรื่องของปัจจัย

 

ด้วยเหตุนี้ความรู้ถึงเป็นคู่กับการประพฤติคู่กับการปฏิบัติ ไม่ไปคิดว่าทุกอย่างอยู่ที่ใจ

 

ด้วยเหตุผลนี้พระธรรมพระวินัยถึงเป็นข้อวัตรข้อปฏิบัติ ทุกคนต้องไม่คิดว่าทุกอย่างอยู่ที่ใจ

 

การประพฤติการปฏิบัตินั้นต้องปฏิบัติที่กายที่วาจาที่กิริยามารยาทที่อาชีพ

 

ความยึดมั่นถือมั่นในพระธรรมพระวินัยในข้อวัตรกิจวัตร ความยึดมั่นถือมั่นนี้จะหยุดสัญชาตญาณ สัญชาตญาณได้แก่ความยึดมั่นถือมั่นในธาตุทั้ง ๔ ขันธ์ทั้ง ๕ อายตนะ ๑๒ พระธรรมพระวินัยจะหยุดสัญชาตญาณ

 

เราจะได้ทางเราต้องมียานพาหนะในการเดินทาง ทางบกก็ต้องมีรถอย่างดี ทางอากาศก็ต้องมีเครื่องบินอย่างดี ทางทะเลทางมหาสมุทรก็ต้องมีเรืออย่างดีถึงจะเดินทางได้โดยสวัสดิภาพ

 

พระธรรมพระวินัยข้อวัตรกิจวัตรนี้คือยานในการเดินทาง ความยึดมั่นถือมั่นในพระธรรมในพระวินัยข้อวัตรกิจวัตร การประพฤติการปฏิบัติอย่างนี้มันจะเป็นการหยุดสัญชาตญาณที่เป็นนิติบุคคลที่เป็นตัวเป็นตน

 

เราพากันคิดดูดี ๆ นะ ถ้าเราเป็นคนรวยอันดับหนึ่งของโลก ถ้าเราไม่รู้ไม่เข้าใจ ความรวยนั้นก็จะไม่เกิดคุณเกิดประโยชน์ เพราะผู้ที่รวยนั้นยังเอาสัญชาตญาณที่เป็นนิติบุคคลเป็นตัวเป็นตน

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เรารู้เข้าใจ ตัวตนนั้นมีแต่ทุกข์เกิดขึ้น ทุกข์ตั้งอยู่ ทุกข์ดับไป ทุกข์ใหม่เกิดขึ้นมา เปรียบเสมือนทะเลมหาสมุทรไม่อิ่มด้วยน้ำ เปรียบเสมือนไฟไม่อิ่มด้วยเชื้อ มีแต่ความทุกข์เกิดขึ้นความทุกข์ตั้งอยู่ความทุกข์ดับไป

 

ผู้ที่มีอำนาจก็เช่นเดียวกันก็ดับทุกข์ไม่ได้

 

พระธรรมพระวินัยนั้นคือองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้านั้นไม่ใช่นิติบุคคลไม่ใช่ตัวไม่ใช่ตน

 

เมื่อองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าจะเสด็จดับขันธ์สู่ปรินิพพาน ท่านตรัสไว้ให้รู้ให้เข้าใจว่าพระธรรมพระวินัยนั้นคือองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

 

เพื่อให้รู้ให้เข้าใจ ว่าเราต้องเอาพระธรรมเอาพระวินัยมาใช้มาประพฤติมาปฏิบัติ

 

ท่านตรัสให้รู้เข้าใจ เธอทั้งหลายจงยังความไม่ประมาทให้ถึงพร้อมเถิด เพราะความประมาทมันคือความผิดพลาดคือความเสียหาย นั้นมันคือการพังทลายนั้นแหละคือความเสียหาย

 

ความเคารพในพระธรรมในพระวินัย ไม่ประมาท ไม่มองข้ามเหตุมองข้ามปัจจัยในปัจจุบัน เพราะความประมาทคือความผิดพลาดคือความเสียหายคือการพังทลายอย่างเดียวเช่นเดียวกันกับตึก สตง.สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินของเมืองไทยประเทศไทย

 

ด้วยเหตุผลนี้องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านไม่ให้เราประมาท ไม่ให้เรามองข้ามในปัจจุบัน ความเคารพในพระธรรมในพระวินัยจะเป็นสาเหตุให้เกิดความสงบ ถ้าเราไม่มีความเคารพเราก็ไม่มีความสงบ

 

ด้วยเหตุผลนี้ ทานศีลสมาธิภาวนาเน้นที่ความตั้งใจตั้งเจตนา ตั้งอยู่ในความไม่ประมาท มีความเคารพ ปฏิบัติภายนอกนั่นแหละคือปฏิบัติภายใน ปฏิบัติภายในนั่นแหละคือการปฏิบัติภายนอก ภายนอกภายใน ๒ อย่างนี้คือสิ่งเดียวกัน

 

ความเคารพนี้ถึงเป็นสาเหตุให้เกิดความสงบ ผู้ประพฤติผู้ปฏิบัติต้องเข้าใจ ด้วยเหตุผลนี้เราจะไปตรึกนึกคิดในเรื่องของกามเรื่องของพยาบาทไม่ได้

 

พระธรรมพระวินัยข้อวัตรข้อปฏิบัติที่เรามีความยึดมั่นถือมั่นนี้จะเป็นสาเหตุให้หยุดสัญชาตญาณอยู่ที่ปัจจุบัน เพราะเหตุผลว่าอดีตก็มารวมกันอยู่ที่ปัจจุบัน อนาคตจะไปข้างหน้าก็ไปจากปัจจุบัน ปัจจุบันเราต้องรู้ต้องเข้าใจ ว่าเราต้องเอาพระธรรมเอาพระวินัย ไม่ง่อนแง่นคลอนแคลน ไม่ลูบคลำในศีลในพรตในข้อวัตรข้อปฏิบัติ

 

ความรู้ความเข้าใจในเรื่องเหตุเรื่องปัจจัย ในเรื่องอริยสัจ ๔ ในเรื่องทุกข์ เหตุเกิดทุกข์ ข้อปฏิบัติถึงความดับทุกข์ มีความสุขกับการทำหน้าที่กับการประพฤติการปฏิบัติ เพื่อหยุดอบายมุขอบายภูมิ หยุดสัญชาตญาณของเราทุก ๆ คน

 

ความรู้ความเข้าใจจะเป็นสาเหตุให้เราทุกคนได้เอาพระธรรมพระวินัยเอามาใช้เอามาประพฤติมาปฏิบัติมาทำหน้าที่ เพื่อให้ธรรมะเป็นหน้าที่หน้าที่เป็นธรรมะ ทำความดีเพื่อความดี ไม่ใช่ทำความดีเพื่อความอยากความต้องการ

 

ทำความดีเพื่อความดีนั้นจะไม่มีขั้วบวกขั้วลบ จะเป็นความสงบเป็นความเคารพ เป็นความรู้ความเข้าใจ เป็นความพอเพียงเพียงพอ

 

ด้วยเหตุผลนี้ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านถึงให้เรารู้ให้เข้าใจว่าพระธรรมพระวินัยนั้นไม่ใช่ความยึดมั่นถือมั่นที่เป็นตัวเป็นตน พระธรรมพระวินัยเป็นความยึดมั่นถือมั่นเพื่อยกเลิกตัวยกเลิกตน เอาปัจจุบันเป็นวาระสำคัญของการประพฤติการปฏิบัติ ให้มีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติในการทำหน้าที่

 

เมื่อเหตุการณ์มันผ่านไปแล้วก็ให้ปล่อยให้วาง ไม่ให้ไปติดอกติดใจ ไม่ให้ไปเสียอกเสียใจเพราะอดีตมันผ่านไปแล้ว

 

ความไม่ยึดมั่นถือมั่นในผลงานหรือว่าในผลของกรรม ความเกิดความแก่ความเจ็บความตายความพลัดพรากนั้นเป็นผลของกรรม ผลของวิบากกรรม

 

เมื่อเรามีบาปมีกรรมมีผลของกรรม องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านก็ให้อุบายเราภาวนา เพื่อหยุดสัญชาตญาณหยุดความยึดมั่นถือมั่นที่เป็นนิติบุคคลตัวตน ท่านถึงให้เราทุกคนระลึกอยู่เสมอว่า เรามีความแก่เป็นธรรมดา มีความเจ็บไข้เป็นธรรมดา มีความพลัดพรากจากไปเป็นธรรมดา เราจะไม่ล่วงพ้นสิ่งเหล่านี้ไปได้ เราต้องรู้เข้าใจว่าสิ่งไหนมันแก้ไขไม่ได้

 

เราจะไปแสวงหาในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ เราไม่อยากแก่ไม่อยากเจ็บไม่อยากตายไม่อยากพลัดพราก อยากจะมีแต่ความสุขไม่มีความทุกข์ นี้คือการแสวงหาในสิ่งที่ไม่มีดหรือแสวงหาในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้

 

ความไม่รู้ไม่เข้าใจเป็นการลิดรอนสิทธิเสรีภาพของธรรมชาติตามความเป็นจริง ด้วยเหตุผลนี้ถึงมีแต่ทุกข์เกิดขึ้น ทุกข์ตั้งอยู่ ทุกข์ดับไป ทุกข์ใหม่เกิดขึ้นมา เพราะความไม่รู้ไม่เข้าใจในเรื่องทุกข์ เหตุเกิดทุกข์ ข้อปฏิบัติถึงความดับทุกข์

 

ด้วยเหตุผลนี้ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าถึงให้เรารู้ทุกข์ รู้เหตุเกิดทุกข์ รู้ข้อปฏิบัติถึงความดับทุกข์ เราจะไม่ได้ไปแสวงหาในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้

 

ด้วยเหตุผลนี้ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ตรัสรู้เป็นองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านถึงมายกเลิกทาส ทาสนั้นคือตัวคือตน ทาสนั้นคือความยึดมั่นถือมั่นว่าเราว่าเค้า ว่าเป็นคนดีกว่าเค้า เป็นคนเก่งกว่าเค้า เป็นคนฉลาดกว่าเค้า เป็นคนเสมอเขาหรือสู้เขาไม่ได้ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านมายกเลิกทาส แล้วก็พามหาชนมายกเลิกทาส ยกเลิกเชื้อชาติ ยกเลิกวรรณะ ยกเลิกตระกูล

 

มาเอาความรู้ความเข้าใจที่เป็นปัญญาสัมมาทิฏฐิ มาประพฤติมาปฏิบัติให้ติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ

 

มารู้จักกับกรรมเก่า กรรมใหม่ก็ไม่สร้าง ด้วยเหตุผลนี้เราทุกคนทุกท่านต้องมีปัญญาสัมมาทิฏฐิ เพื่อข้ามสัญชาตญาณที่เป็นนิติบุคคลตัวตน

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เรารู้เข้าใจ เพื่อเราจะได้ข้ามธาตุทั้ง ๔ ข้ามขันธ์ทั้ง ๕ ข้ามอายตนะ ๑๒

 

เราต้องพากันรู้พากันเข้าใจ ถ้าไม่รู้ไม่เข้าใจแล้วเราทุกคนจะพากันสร้างวัฏฏสงสาร เราทุกคนต้องรู้ต้องเข้าใจต้องข้ามสัญชาตญาณต้องข้ามวัฏฏสงสาร สัญชาตญาณวัฏฏสงสารนั้นมันคืออบายภูมิ

 

ด้วยเหตุผลนี้องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านถึงให้เราทุกคนข้ามสัญชาตญาณ การประพฤติการปฏิบัติถึงต้องอาศัยพระธรรมพระวินัย เราถึงพากันยึดมั่นถือมั่นในพระธรรมพระวินัยข้อวัตรข้อปฏิบัติ เพื่อหยุดสัญชาตญาณที่เป็นนิติบุคคลตัวตน เพื่อทุกคนจะมายกเลิกทาสยกเลิกชาติชั้นวรรณะยกเลิกตระกูลรู้จักกรรมไม่สร้างกรรมใหม่ด้วยปัญญาสัมมาทิฏฐิ เพื่อหยุดสัญชาตญาตที่เป็นตัวเป็นตน

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เราเข้าใจ ความเคารพในพระธรรมในพระวินัยในข้อวัตรข้อปฏิบัติที่เป็นความยึดมั่นถือมั่นในพระธรรมพระวินัยที่หยุดสัญชาตญาณที่จะยกเลิกชาติชั้นวรรณะยกเลิกตระกูลได้

 

ด้วยเหตุผลนี้องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านถึงให้เราทุกคนมีสติมีสัมปชัญญะ มีสติสัมปชัญญะรู้ตัวทั่วพร้อมว่าอันนี้ผิดอันนี้ถูกอันนี้ดีอันนี้ชั่ว มีสติรู้ตัวทั่วพร้อมว่าเรากำลังเดิน กำลังยืน กำลังนั่ง กำลังนอน

 

เมื่อเรามีสติสัมปชัญญะรู้ตัวทั่วพร้อมชัดเจน ความปรุงแต่งที่เป็นขั้วบวกขั้วลบเค้าจะหยุดลงด้วยที่เรามีสติมีสัมปชัญญะ

 

ด้วยเหตุผลนี้ผู้ประพฤติผู้ปฏิบัติต้องพากันรู้เข้าใจ ว่ามีสติสัมปชัญญะนี้เป็นธรรมะที่มีคุณมีประโยชน์ต่อเราทุกคนเป็นอย่างมากเป็นอย่างยิ่ง

 

ด้วยเหตุผลนี้ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เรามีสติมีสัมปชัญญะ มีความรู้ความเข้าใจว่าเราต้องมีสติมีสัมปชัญญะ มีความรู้คู่กับการประพฤติการปฏิบัติ ยกทุกอย่างนั้นเข้าสู่พระไตรลักษณ์

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เรารู้ให้เข้าใจ เสียเวลาเพียงวินาทีเดียว ยกทุกอย่างเข้าสู่พระไตรลักษณ์ เพื่อให้ความสงบและปัญญาก้าวไปด้วยปฏิปทาที่ติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ คำว่าสายน้ำนั้นหมายถึงน้ำมันไหลติดต่อต่อเนื่องไม่ขาดสาย คำว่าน้ำหยดคือน้ำมันหยดทีละหยด ไม่ใช่น้ำไหล

 

การประพฤติการปฏิบัติถึงเป็นความรู้คู่กับการประพฤติการปฏิบัติเป็นความดีและปัญญาเพื่อให้ปฏิปทาของเราได้ติดต่อต่อเนื่อง ความเคารพในพระธรรมพระวินัยถึงเป็นความสงบ ความสงบนั้นเราเอามาพิจารณาทุกอย่างนั้นเข้าสู่พระไตรลักษณ์ เราเสียเวลาเพียงวินาเดียวพิจารณาทุกสิ่งทุกอย่างเข้าสู่พระไตรลักษณ์

 

การประพฤติการปฏิบัตินั้นเป็นอาหารของนิพพาน เป็นอาหารของพระนิพพาน เราทานอาหารเป็นอาหารทางกาย เราพักผ่อนเป็นอาหารทางร่างกาย เราเอาพระธรรมเอาพระวินัยที่ยกเลิกสัญชาตญาณที่เป็นความยึดมั่นถือมั่นนั้นเป็นของนิพพาน

 

พระนิพพานนั้นเราก็ต้องรู้เข้าใจ พระนิพพานคือพระธรรมคือพระวินัย พระนิพพานคือองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นความรู้คู่กับการประพฤติการปฏิบัติ มีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติในการทำหน้าที่

 

พระนิพพานี้ถึงอยู่ที่ปัจจุบัน อยู่ที่รู้เข้าใจ การประพฤติการปฏิบัติที่มีความยึดมั่นถือมั่นในพระธรรมพระวินัยอย่างนี้ถึงจะหยุดวัฏฏสงสาร ถึงจหยุดอบายภูมิได้ด้วยความรู้ความเข้าใจ

 

พระโสดาบันเป็นผู้รู้ผู้เข้าใจ เป็นเสขบุคคล บุคคลที่รู้เข้าใจ มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติการทำหน้าที่ เอาความดีและปัญญาเพื่อให้ปฏิปทาติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ

 

การประพฤติการปฏิบัตินั้น องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เราเข้าใจ เราไม่รู้ไม่เข้าใจ เราไปเรียนหนังสือก็เพื่อจะเอาเพื่อจะมีเพื่อจะเป็น เราไปทำงานก็เพื่อจะเอาเพื่อจะมีเพื่อจะเป็น

 

ความรู้ความเข้าใจอย่างนี้มันเป็นสัญชาตญาณมันเป็นความยึดมั่นถือมั่น มันเป็นขั้วบวกขั้วลบ มันเป็นสงคราม สงครามในตัวความไม่รู้ นี้แหละคือโรคภูมิแพ้ แพ้ภูมิขงตัวเอง

 

ความไม่รู้ไม่เข้าใจนี้มันคือความไม่สงบ คือกำลังเป็นนักรบ กำลังเป็นสงคราม สงครามในตัวในครอบครัวในหมู่บ้าน ขยายวงกว้างไปสู่ตำบลอำเภอจังหวัดเมืองหลวง สู่ประเทศ ระหว่างประเทศ เป็นสงครามโลก

 

สงครามนั้นคือความไม่สงบ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เราเข้าใจเรื่องของสงคราม

 

พระรัตนตรัยคือพระธรรมคือพระวินัย พระรัตนตรัยนั้นถึงเป็นพระพุทธ พระธรรม พระอริยสงฆ์ ชี้มาที่ตัวของเราเอง

 

วันหนึ่งคืนหนึ่งเราเป็นนักบวชพากันนอนพักผ่อนจำวัดวันละ ๖ ชั่วโมง ๒๔ ชั่วโมงเราพักผ่อนจำวัดวันละ ๖ ชั่วโมง เวลาเราตื่นอยู่นี้เราใช้เวลาให้คุ้มค่า เพื่อจะให้ปฏิปทาได้ติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เรามีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติติดต่อต่อเนื่อง

 

ความสุขนั้นเป็นสิ่งที่มีอยู่เราต้องรู้ต้องเข้าใจ ถ้าเราไม่รู้ไม่เข้าใจ เราตั้งอยู่ในความประมาท ความประมาททำให้พลาดโอกาส ทำให้เสียเวลา ทำให้เราไม่ได้พิจารณาทุกอย่างเข้าสู่พระไตรลักษณ์

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านก็เป็นลูกหลานของศาสนาพราหมณ์ ท่านมาต่อยอดจากสมาธิจากสมาบัติ มาพัฒนาปัญญาวิปัสสนา เพื่อให้วิถีชีวิตในการประพฤติการปฏิบัติให้เป็นอริยมรรคทั้งกายวาจากิริยามารยาทมารวมลงที่ใจ มารวมลงที่เจตนา มีความสุขในการทำหน้าที่ แล้วมาพิจารณาเข้าสู่พระไตรลักษณ์ เพื่อจะหยุดกรรมเก่าไม่สร้างกรรมใหม่ ให้ทุก่านทุกคนพากันเข้าใจเพื่อให้ปฏิปทาติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านต่อยอดจากสมาธิจากสมาบัติ เพื่อให้เป็นยานวิปัสสนา เพื่อเอามาใช้ในวิถีชีวิตในปัจจุบัน เพื่อการประพฤติการปฏิบัติจะได้เป็นความสดชื่อน รู้ตื่นเบิกบานอยู่ที่ปัจจุบัน

 

เพื่อให้เข้าถึงพระนิพพานอยู่ที่ปัจจุบัน เอาความสุขในการทำหน้าที่ ทำความดีเพื่อความดี เพื่อไม่ให้มีขั้วบวกขั้วลบ สิ่งทั้งหลายทั้งปวงก็จะจบลงที่ผัสสะจบลงที่ผัสสะ สิ่งทั้งหลายทั้งปวงนั้นก็จะเป็นออกซิเจน ถ่ายเทของเสียของปฏิกูลถ่ายเทคาร์บอนไดออกไซด์ออกไปเพื่อหยุดกรรมเก่าไม่สร้างกรรมใหม่ด้วยความรู้ความเข้าใจ

 

ด้วยเหตุผลนี้ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านได้ตรัสเป็นองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าก็ไม่ได้หยุดอยู่ในสมาธิอยู่ในสมาบัติ

 

ท่านก็ทำหน้าที่บำเพ็ญพุทธของท่าน พระอรหันต์ขีณาสพผู้รู้เข้าใจในพระธรรมคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าก็ทำหน้าที่ทำศาสนากิจของพระอรหันต์

 

ด้วยความรู้ความเข้าใจอย่างนี้ การประพฤติการปฏิบัติที่ยกเลิกตัวยกเลิกตนนั้นเป็นความถูกต้อง ความถูกต้องนั้นจะไม่เป็นพี่เป็นน้องกับใคร ความถูกต้องนั้นเป็นทางสายกลางคือพระธรรรมคือวินัย ที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้รู้เข้าใจ ที่ท่านตรัสว่าเธอทั้งหลายจงยังความประมาทให้ถึงพร้อมเถิด

 

เสียเวลาภาวนาเพียงวินาทีเดียว ยกทุกอย่างเข้าสู่พระไตรลักษณ์เพื่อให้สมาธิสมาบัตินั้นเป็นอริยมรรคมีองค์ ๘ ที่จะใช้ได้กับประชาชนกับมหาชน การประพฤติการปฏิบัติธรรมนั้นถึงเป็นวิถีชีวิต ปัจจุบันที่เป็นความรู้ความเข้าใจ ปัจจุบันที่ยกเลิกอดีต ยกเลิกอนาคต เอาปัจจุบันนั้นคือพระธรรมคือพระวินัย

 

ด้วยเหตุผลนี้ความเคารพในพระธรรมพระวินัยนั่นแหละจะเป็นสาเหตุให้เกิดความสงบ ความรู้ความเข้าใจนี้คือองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า คือการประพฤติการปฏิบัติ ความรู้ความเข้าใจนี้เป็นพระอรหันต์ขีณาสพ พร้อมทั้งมีการประพฤติการปฏิบัติอยู่ที่ปัจจุบัน

 

การประพฤติการปฏิบัตินี้ถึงหยุดคำถามที่ว่า การปฏิบัติถึงไหนถึงจะได้หยุด การประพฤติการปฏิบัตินั้นเป็นการทำหน้าที่เพื่อหน้าที่ ก็เปรียบเสมือนอาหาร ถ้าเราไม่ทานก็ต้องมีความทุกข์ ถ้าเราไม่เสียสละมันก็เป็นตัวเป็นตน เราไม่พักผ่อนมันก็เป็นวัฏฏสงสาร เราจะพักผ่อนหรือยกเลิกวัฏฏสงสารก็ต้องเอาพระธรรมพระวินัย เพราะพระธรรมพระวินัยนั้นมันคือการยกเลิกตัวตน

 

คำถามที่ว่าปฏิบัติเมื่อไหร่ถึงจะได้หยุด ผู้มีปัญญาสัมมาทิฏฐิถึงรู้ว่าการประพฤติการปฏิบัติมันเป็นการความรู้คู่กับการประพฤติการปฏิบัติ

 

ความรู้ความเข้าใจนี้เป็นอริยมรรคทั้งกายวาจากิริยามารยาทมารวมลงที่ใจที่ความตั้งใจตั้งเจตนา นี้คือการทำที่สุดแห่งความดับทุกข์ไม่มีทุกข์ จะเป็นพระนิพพานที่ปัจจุบัน เป็นพระนิพพานไปชั่วขณะของเสขบุคคล จะเป็นพระนิพพานที่ถาวรของพระพุทธเจ้าของพระอรหันต์ขีณาสพ

 

เราพากันมารู้มาเข้าใจ มาทำหน้าที่เพื่อหน้าที่ เพื่อตั้งใจตั้งเจตนา เวลาเราลาสิกขาไปแล้วเราจะได้เอาความรู้คู่กับการประพฤติการปฏิบัติไปทำหน้าที่ ความเป็นพระนั้นไม่มีใครแต่งตั้งให้เราได้

 

เรารู้เราเข้าใจ มีความสุขกับการทำหน้าที่ มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านไม่ให้เรางมงาย เอาความหลงนำชีวิต เอาความผิดนำชีวิตเรียกว่าหลงงมงาย

 

ความไม่รู้ไม่เข้าใจนี้คือความหลงงมงาย ความไม่รู้ไม่เข้าใจเห็นรูปสวย ๆ ก็ร้องโอย ๆ ๆ ไป เสียงเพราะ ๆ ก็ร้องโอย ๆ ๆ ไป กลิ่นหอม ๆ ก็ร้องโอย ๆ ๆ ไป อาหารอร่อยก็ร้องโอย ๆ ๆ ไป กายได้สัมผัสก็ร้องโอย ๆ ๆ ไป

 

ความไม่รู้ไม่เข้าใจมันคือความเจ็บปวด องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เรารู้เข้าใจ เพื่อจะได้หยุดสัญชาตญาณที่เป็นนิติบุคคลตัวตนด้วยความรู้ความเข้าใจด้วยพระธรรมด้วยพระวินัย

 

เราเป็นฆราวาสเป็นประชาชน องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านตรัสว่า นอนพักผ่อนวันละ ๘ ชั่วโมงนะ อย่าไปคอร์รัปชั่นเวลานอน

 

เราต้องรู้เข้าใจว่าธรรมะคือหน้าที่ หน้าที่คือธรรมะ มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติการทำหน้าที่ เพื่อหยุดสัญชาตญาณที่เป็นนิติบุคคลตัวตนด้วยความรู้ความเข้าใจ เอาความรู้ความเข้าใจมามีความสุขในการทำหน้าที่ มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ

 

นี้คือความรู้ความเข้าใจพร้อมกับการประพฤติการปฏิบัติ เพื่อความรู้ความเข้าใจนี้จะทันโลกทันสมัยทันกาลทันเวลา เพื่อเอาใจกับเอาวิทยาศาสตร์ไปพร้อม ๆ กัน เพื่อจะยกเลิกตัวตน เพื่อจะหยุดงมงาย เพื่อข้ามสัญชาตญาณที่เป็นความยึดมั่นถือมั่น

 

สติสัมปชัญญะ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เราใช้อานาปานสติ อานาปานสติได้แก่ลมหายใจเข้าใจหายออกเป็นคู่ชีวิตตั้งแต่เราไปปฏิสนธิอยู่ในครรภ์จนถึงวันสิ้นอายุขัย

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เราเอาอานาปานสติ หายใจเข้าก็ให้มีความสุขในการหายใจเข้า หายใจออกให้มีความสุขในการหายใจออก หายใจเข้าก็มีสติรู้ตัวทั่วพร้อม หายใจออกก็มีสติรู้ตัวทั่วพร้อม เรามีสติรู้ตัวทั่วพร้อมเราก็จะได้รับออกซิเจน เราหายใจออกสบายก็เป็นการถ่ายเทของเสียของปฏิกูล เอาคาร์บอนไดออกไดซ์ออกไป เราหายใจเข้าก็รู้ว่ามันไม่แน่ไม่เที่ยงมันเข้ามาแล้วก็ออกไป เราหายใจเข้าหายใจออกมันก็ไม่ใช่ตัวไม่ใช่ตน เพื่อให้สติปัญญาให้ปฏิปทาของเราติดต่อต่อเนื่อง

 

อานาปานสติ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไม่ใช่ให้เราใช้แค่ตอนนั่งสมาธินะ ท่านให้เราเอาไปใช้ทุกอิริยาบถ เพราะอายตนะภายนอกภายในถ้าเราไม่รู้ไม่เข้าใจเราจะตามอายตนะภายนอกภายในไป องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านก็อยู่กับสติสัมปชัญญะด้วยอาศัยอานาปานสติ พระอรหันต์ขีณาสพผู้สิ้นอาสวะแล้วท่านก็อยู่กับสติสัมปชัญญะ อยู่กับอานาปานสติ

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เรารู้เข้าใจ ให้เราทำหน้าที่เพื่อหน้าที่ ให้มีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติ เพื่อไม่ให้การประพฤติการปฏิบัติเป็นขั้วบวกขั้วลบ ถ้าเราไม่รู้ไม่เข้าใจ เราทำอะไรเพื่อจะมีจะเป็น อันนั้นมันเป็นขั้วบวกขั้วลบ มันคือความไม่สงบ มันคือนรกคืออบายภูมิ

 

ด้วยเหตุผลนี้องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เรารู้ให้เข้าใจ ไม่ให้เราทั้งหลายตั้งอยู่ในความประมาท ท่านจึงได้ตรัสปัจฉิมโอวาทไว้ว่า ปัจจุบันนี้เป็นสิ่งที่สำคัญ เธอทั้งหลายจงยังความไม่ประมาทให้ถึงพร้อมเถิด

 

โอวาทของหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต

ความไม่ยั่งยืน เป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่และแน่นอนนะ

ความยิ่งใหญ่ คือความไม่ยั่งยืนนะ

ชีวิตที่ยิ่งใหญ่ คือชีวิตที่อยู่ด้วยทาน ศีล เมตตา และกตัญญู

ชีวิตที่มีความดี อาจมิใช่ความยิ่งใหญ่ แต่ชีวิตที่ยิ่งใหญ่ ต้องอาศัยคุณธรรมความดีเป็นปัญญาบริสุทธิคุณเท่านั้น การระงับสังขารทั้งหลายด้วยความรู้ความเข้าใจเป็นความรู้คู่กับการประพฤติการปฏิบัตินั่นแหละคืออริยมรรค เป็นหนทางที่ประเสริฐมีพระนิพพานตั้งแต่ในปัจจุบัน ไม่ต้องรอพระนิพพานเมื่อตายแล้ว ปัจจุบันไม่มีพระนิพพาน อนาคตจะมีพระนิพพานได้อย่างไร

 

ให้เรารู้เข้าใจเรื่องพระธรรมพระวินัย พระธรรมพระวินัยที่เป็นสัมมาทิฐิ เพื่อหยุดวัฏฏสงสารนั่นแหละคือพระนิพพาน ให้พวกเรารู้เข้าใจในเรื่องพระนิพพาน ให้เข้าใจนะว่าสิ่งเดิมนั้นคือความว่างเปล่า สิ่งที่สัญจรไปมาเป็นเพียงอาคันตุกะ เราจะได้เอาหลักการอุดการณ์ที่เป็นศีลเป็นสมาธิเป็นปัญญาเป็นมรรคเป็นอริยมรรคที่ตรงกันข้ามกับโลกธรรมมาประพฤติมาปฏิบัติ ให้รู้เข้าใจ เพราะไม่มีใครอยู่เหนือกรรมเหนือกฎแห่งกรรมเหนือผลของกรรม พระนิพพานความรู้ความเข้าใจในเรื่องกระบวนการปฏิจจสมุปบาท กระบวนการของปฏิจจสมุปบาทจะได้จบลงเพียงผัสสะ จะได้เป็นปัญญาเป็นความสงบ จะเป็นความสงบเป็นปัญญา เป็นสิ่งที่อยู่นอกเหตุเหนือผล หยุดความปรุงแต่ง นี้เป็นขบวนการที่ติดต่อต่อเนื่อง เป็นบารมีเป็นความดีที่ประกอบด้วยปัญญา เป็นพระนิพพานบ้านของเรา ไม่ใช่อวิชชาความหลงเป็นบ้านของเรานะ พระนิพพานคือบ้านของเรา ความสงบและปัญญาถึงเป็นธรรมเป็นปัจจุบันธรรม เราจะหยุดวัฏฏสงสารได้ด้วยความรู้ความเข้าใจ ด้วยพระธรรมด้วยพระวินัย เป็นขบวนการของกระแสในการประพฤติการปฏิบัติที่ได้นำเอาพระธรรมพระวินัยมาประพฤติมาปฏิบัติในปัจจุบันให้ติดต่อต่อเนื่อง

 

 ความสงบและปัญญาที่เป็นพระธรรมพระวินัยถึงหยุดความปรุงแต่งได้ ด้วยปัญญาสัมมาทิฏฐิคู่กับการประพฤติการปฏิบัติในปัจจุบัน พระธรรมพระวินัยที่เป็นความรู้ความเข้าใจ ที่จะหยุดความปรุงแต่งได้ เข้าถึงพระนิพพานตั้งแต่ปัจจุบัน ไม่ต้องรอชาติหน้า พระนิพพานต้องอยู่ที่ปัจจุบันเท่านั้น

 

---------------------------------

โอวาทขององค์หลวงพ่อกัณหา สุขกาโม

เมตตาให้ไว้ในเช้าวันจันทร์ที่ ๑๑ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙

ณ วัดป่าทรัพย์ทวีธรรมาราม ต.วังหมี อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา

Visitors: 115,885