๑๕ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙

พสกนิกรชาวไทยและชาวต่างประเทศได้มาร่วมรวมกันประพฤติปฏิบัติธรรมเพื่อน้อมถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ด้วยความโทมนัสและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ที่พระองค์ได้ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทยและชาวโลกตลอดระยะเวลาที่ยาวนาน พระองค์ทรงเป็นดั่งแม่แห่งแผ่นดิน ผู้ทรงเปี่ยมด้วยพระเมตตาและพระปรีชาสามารถ ทรงอุทิศพระวรกาย พระสติปัญญา และพระราชหฤทัยในการบำเพ็ญพระราชกรณียกิจนานัปการ เคียงคู่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เพื่อธำรงไว้ซึ่งความผาสุกและความมั่นคงแห่งชาติไทย เราประชาชนชาวไทยต้องร่วมใจสมัครสมานสามัคคีทำความดีที่ประกอบด้วยปัญญา เพื่ออุทิศบุญกุศลน้อมเกล้าถวาย เพื่อเสด็จสู่สวรรคาลัย เข้าสู่สวรรค์มรรคผลพระนิพพาน

 

วันนี้เป็นวันศุกร์ที่ ๑๕ เดือนพฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙

 

ให้ทุกท่านทุกคนพากันนั่งให้สบาย เพื่อฟังการบรรยายพระธรรมคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระธรรมคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้านั้นเป็นธรรมนูญเป็นรัฐธรรมนูญ

 

เป็นความรู้ความเข้าใจ เป็นปัญญาสัมมาทิฏฐิ เป็นความรู้ความเข้าใจเพื่อให้หมู่มวลมนุษย์เข้าถึงความพอเพียงเพียงพอ เป็นผู้ไม่ลิดรอนสิ่งที่จะเป็นไปไม่ได้

 

สิ่งที่เป็นไปไม่ได้ก็ได้แก่ความแก่ความเจ็บความตายความพลัดพราก มีแต่ความสุข สิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่จะเป็นไปไม่ได้ ความคิดความเข้าใจอย่างนี้มันเป็นขั้วบวกขั้วลบ มันเป็นสัญชาตญาณที่เป็นนิติบุคคลที่เป็นตัวเป็นตน

 

ความรู้ความเข้าใจนี้จะเป็นเหตุเป็นปัจจัยให้เข้าถึงธรรมนูญเข้าถึงรัฐธรรมนูญ ด้วยความรู้ความเข้าใจ ไม่ทำบาปทั้งปวง ทำแต่บุญแต่กุศลถึงพร้อมด้วยความรู้ความเข้าใจไม่ตั้งอยู่ในความประมาท

 

การไม่เบียดเบียน ไม่เอาความหลงนำชีวิต เป็นผู้ให้เป็นผู้ที่เสียสละ เป็นผู้เข้าถึงความพอเพียงเพียงพอ เข้าถึงความพอดี

 

มีความรู้มีความเข้าใจ ยกเลิกในสิ่งที่จะเป็นไปไม่ได้ มีความเคารพในสัจธรรมของความเป็นจริง ตามความเป็นจริง

 

ความเคารพนี้จะเป็นสาเหตุให้เกิดความสงบ

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าคือตัวผู้รู้ผู้เข้าใจ ผู้รู้เข้าใจย่อยมาเป็นพระธรรมเป็นพระวินัยแปดหมื่นสี่พันพระธรรมขันธ์ เป็นธรรมนูญเป็นรัฐธรรมนูญ เป็นปัญญาสัมมาทิฏฐิ เป็นความรู้คู่กับการประพฤติการปฏิบัติ เป็นการพัฒนาใจกับวิทยาศาสตร์ไปพร้อม ๆ กันอยู่ที่ปัจจุบัน

 

ยกเลิกสิ่งที่เป็นอดีต ยกเลิกเรื่องอนาคต เอาปัจจุบันคือการไม่เบียดเบียน เอาปัจจุบันเป็นผู้ให้เป็นผู้เสียสละ

 

รู้เข้าใจว่าสิ่งภายนอกสิ่งภายในนี้มันคืออันหนึ่งอันเดียวกัน ถึงมีคำพูดว่ารู้กายใจกาย รู้เวทนาในเวทนา รู้จิตในจิต รู้ธรรมในธรรม เพราะมีความรู้ความเข้าใจว่าสิ่งภายนอกกับสิ่งภายในนั้นคือสิ่งอันเดียวกัน

 

การปฏิบัติใจนั้นจึงเป็นการปฏิบัติวาจากิริยามารยาทปฏิบัติที่อาชีพ นั่นแหละคือการปฏิบัติใจ

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เราเข้าใจ การปฏิบัติใจนั้นคือการปฏิบัติที่กายที่วาจาที่กิริยามารยาทที่อาชีพ

 

ด้วยเหตุผลนี้ เราทุกคนถึงต้องตั้งใจตั้งเจตนาเหมือนดั่งภาชนะที่ตั้งไว้ ภาชนะที่ตั้งไว้เท่านั้นถึงจะใช้งานได้ ภาชนะที่ล้มภาชนะที่คว่ำเป็นภาชนะที่ใช้การใช้งานไม่ได้

 

ด้วยเหตุผลนี้เราต้องพากันตั้งใจตั้งเจตนา เพราะการปฏิบัติใจนั้นคือการปฏิบัติกายปฏิบัติที่วาจากิริยามารยาทที่อาชีพ ความรู้ความเข้าใจอย่างนี้จะเป็นเหตุไม่ให้เกิดขั้วบวกขั้วลบ สิ่งทั้งหลายทั้งปวงนั้นจะบลงที่ปัจจุบัน จบลงที่ผัสสะ

 

การประพฤติการปฏิบัตินี้ถึงจะเป็นพระนิพพานอยู่ที่ปัจจุบัน พระนิพานนี้มีอยู่ ๒ อย่าง อันหนึ่งพระนิพพานทางกาย อันหนึ่งพระนิพพานทางใจ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เราเข้าใจ ให้ทุกคนเข้าถึงพระนิพพานอยู่ที่ปัจจุบัน ถ้าเราคิดว่าพระนิพพานต้องอยู่เมื่อตายแล้ว คิดอย่างนี้เข้าใจอย่างนี้โอกาสที่จะผิดพลาดนั้นมีอยู่ ๙๙.๙ เปอร์เซ็นต์นะ

 

ด้วยเหตุผลนี้ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เรารู้เข้าใจ ให้มีปัญญาสัมมาทิฏฐิ ยกเลิกเรื่องอดีตอนาคต ปัจจุบันเราก็ต้องว่างจากตัวจากตน ด้วยเอาพระธรรมพระวินัยนำชีวิต เพราะพระธรรมพระวินัยนั้นคือองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านตรัสรู้ท่านเข้าสู่ภาคประพฤติภาคปฏิบัติท่านก็ดับทุกข์ของท่าน พระอรหันต์ขีณาสพรู้เข้าใจได้ฟังพระธธรรมคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้ารู้เข้าใจท่านก็ดับทุกข์ที่ท่าน

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เรารู้เข้าใจเรื่องความดับทุกข์ เรื่องความดับทุกข์นี้เป็นเรื่องของใครของมัน เราต้องรู้เข้าใจ ที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ตรัสกับภิกษุทั้งหลายว่าเธอทั้งหลายนั้นจงประพฤติพรหมจรรย์เถิด พรหมจรรย์นั้นก็หมายถึงธรรมนูญรัฐธรรมนูญที่ยกเลิกสัญชาตญาณที่มีความยึดมั่นถือมั่นในตัวตน

 

การที่เอาตัวเอาตนเป็นที่ตั้งคือผู้ที่ไม่รู้ไม่เข้าใจ ผู้ที่ไม่มีเมตตาตนเอง ปล่อยให้ตัวเองเวียนว่ายตายเกิดในวัฏฏสงสาร ปล่อยให้ตัวเองมีแต่ทุกข์เกิดขึ้น ทุกข์ตั้งอยู่ ทุกข์ดับไป ทุกข์ใหม่เกิดขึ้นมา

 

ด้วยเหตุผลนี้เราต้องรู้ต้องเข้าใจ เพื่อจะเอาพระธรรมพระวินัยเอามาใช้เป็นข้อวัตรกิจวัตรประพฤติปฏิบัติอยู่ที่ปัจจุบัน เพื่อจะไม่ได้เป็นพระนิพพานอยู่ที่ปัจจุบันไม่ต้องรอชาติหน้า มันยังไม่แน่ เพราะถ้ารออนาคตอาจจะผิดพลาดถึง ๙๙.๙ เปอร์เซ็นต์ได้ เพราะเหตุผลนี้องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไม่ให้เราลูบคลำในศีลในพรตในข้อวัตรปฏิบัติในปัจจุบัน ปัจจุบันนี้คือการชิงแชมป์ระหว่างวัฏฏสงสารกับพระนิพพาน

 

โอกาสดีนาทีทองเราทุกคนต้องรู้เข้าใจ เพราะเราจะได้หยุดวัฏฏสงสารหยุดสัญชาตญาณ เพื่อเราจะได้ผ่านธาตุผ่านขันธ์ผ่านอายตนะผ่านโลกธรรมด้วยความรู้ความเข้าใจ ด้วยอาศัยพระธรรมพระวินัยที่เป็นพระธรรมพระวินัยมีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติ

 

ยกเลิกการเบียดเบียนตนเอง การเบียดเบียนตนเองก็คือเอาความหลงนำชีวิต เอาความผิดนำชีวิต เอาความหลงนำชีวิตเอาความผิดนำชีวิต ชีวิตนี้ก็ย่อมเสียหาย ชีวิตนี้ก็ย่อมพังทลายอย่างเดียวเช่นเดียวกันกับตึก สตง.สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินของเมืองไทยประเทศไทย

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เราเข้าใจ การเบียดเบียนผู้อื่นนั่นแหละคือการเบียดเบียนตนเอง การเบียดเบียนตนเองด้วยเอาความผิดนำชีวิต เอาความเสียหายนำชีวิตนั่นแหละคือการเบียดเบียนคนอื่น

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เรารู้เข้าใจ ว่าพระธรรมพระวินัยนี้เป็นการเจริญเมตตาอย่างไม่มีที่สุดไม่มีประมาณ เป็นการยกเลิกการเบียดเบียน การฆ่าตัวตายนั้นเป็นบาป เกิดอีกอย่างน้อย ๕๐๐ ชาติ

 

เรามาคิดดูดี ๆ การเอาตัวเองนำชีวิต เอาความหลงนำชีวิต เอาความผิดนำชีวิตมันมากกว่า ๕๐๐ ชาตินั้นคือการฆ่าตัวตาย เอาความหลงนำชีวิตเอาความผิดนำชีวิตนั่นแหละคือการฆ่าตัวตาย

 

เราเอาความหลงนำชีวิตเอาความผิดนำชีวิตนั่นแหละคือบุคคลที่ฆ่าตัวตาย คือตายจากความดีตายจากความดี มีชีวิตชีวาอยู่ก็ไม่ใช่คนดีไม่ใช่คนมีปัญญา เรียกว่าเป็นคนบ้ายิ่งกว่าคนบ้าเสียอีก

 

ด้วยเหตุผลนี้ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เราเข้าใจ ว่าปัจจุบันนี้คือเหตุคือปัจจัย เราต้องรู้ต้องเข้าใจเรื่องชาติเรื่องศาสน์เรื่องกษัตริย์ ด้วยเหตุผลนี้ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เราเข้าใจว่าพระธรรมพระวินัย เราต้องรู้ต้องเข้าใจ ต้องมีความยึดมั่นถือมั่นในพระธรรมพระวินัย เราต้องพากันคิดดูดี ๆ นะ เราจะเดินทางไกลก็ต้องอาศัยยานนำเราไป

 

เราเดินทางทางบกก็ต้องอาศัยรถยนต์อย่างดี ทางอากาศก็ต้องอาศัยเครื่องบินอย่างดี ทางทะเลทางมหาสมุทรก็ต้องอาศัยเรือยนต์ขนาดใหญ่อย่างดีถึงจะเดินทางได้โดยสวัสดิภาพ ปลอดภัย

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เข้าใจว่าพระธรรมพระวินัยนี้คือยาน การที่ไม่ตรึกนึกคิดในกามนี้คือยานนะ การไม่ตรึกนึกคิดในพยาบาทคือยานนะ เรามีความละอายต่อบาปมีความเกรงกลัวต่อบาปนี้คือยานนะ เราคิดดี ๆ พูดดี ๆ กิริยามายาทดี ๆ อาชีพดี ๆ ที่ยกเลิกตัวตนนี้คือยานนะ

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เราเข้าใจ การฝึกใจปฏิบัติใจนี้เค้าต้องฝึกที่กายที่วาจาที่กิริยามารยาทที่อาชีพ เพราะสิ่งภายนอกภายในมันคือสิ่งอันเดียวกัน เราต้องรู้ต้องเข้าใจ ว่าพระนิพพานมีอยู่ ๒ อย่าง อันหนึ่งทางสรีระร่างกาย อันหนึ่งนิพพานทางจิตใจ

 

พระธรรมพระวินัยที่เราจะเอามาใช้มาปฏิบัติมันจะเป็นเหตุเป็นปัจจัยเข้าถึงพระนิพพานอยู่ที่ปัจจุบันไม่ต้องรอชาติหน้า

 

ด้วยเหตุผลนี้ เราทุกคนต้องมีความเห็นถูกต้อง เข้าใจถูกต้อง ปฏิบัติถูกต้อง เราคิดดูดี ๆ นะถึงจะรวยอันหนึ่งของโลก ถ้ามันยังเป็นนิติบุคคลตัวตนอยู่ก็ไม่สามารถดับทุกข์ได้ ถึงจะมีอำนาจวาสนาอันดับหนึ่งของโลกถ้ายังเป็นนิติบุคคลตัวตนก็ยังดับทุกข์ไม่ได้ ความรู้ความเข้าใจ เอาพระธรรมพระวินัยมาใช้มาปฏิบัติ

 

รู้เข้าใจ ไม่ไปตรึกนึกคิดในสิ่งที่จะเป็นไปไม่ได้ สิ่งที่จะเป็นไปไม่ได้ก็คือไม่อยากให้แก่ไม่อยากให้เจ็บไม่อยากให้ตายไม่อยากให้พลัดพราก อยากจะมีแต่ความสุขอยากให้เค้าสรรเสริญอันนี้เป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ นี้คือสิ่งเสียหายเป็นสิ่งที่พังทลายอย่างเช่นเดียวกันกับตึก สตง.

 

เราไปเอาความสุขจากความหลงนั้นมันเป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ มันมีแต่ความหลงเกิดขึ้น ความหลงตั้งอยู่ ความหลงดับไป นอกจากความหลงนั้นไม่มี

 

การเบียดเบียนคนอื่นนั่นแหละคือการเบียดเบียนตน การบริโภคคนอื่นนั้นคือบริโภคตนนะ การพูดร้ายการทำร้ายผู้อื่นนั่นแหละคือการเบียดเบียนนะ การที่เป็นผู้ให้ผู้เสียสละ มีความสุขในการทำหน้าที่ ทำความดีเพื่อความดีประพฤติปฏิบัติอย่างนี้ถึงจะไม่เป็นขั้วบวกขั้วลบ สิ่งทั้งหลายทั้งปวงนั้นจะจบลงที่ปัจจุบัน จบลงที่ผัสสะ

 

ด้วยเหตุผลนี้ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าถึงให้เราเข้าใจ การเบียดเบียนคนอื่น ๆ นั้นคือการเบียดเบียนตัวเอง เราคิดดูดี ๆ นะ เพราะตัวตนนั้นมันเป็นขั้วบวกขั้วลบ เพราะตัวตนนั้นมันคือไม่สงบ เพราะตัวตนนั้นมันคือสงคราม ความสงบระงับสังขารที่เป็นความรู้ความเข้าใจ มีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติการทำหน้าที่

 

การทำความดีเพื่อความดีนั้นถึงเป็นออกซิเจน เป็นการถ่ายเทของเสียของปฏิกูล เป็นการถ่ายเทคาร์บอนไดออกไซด์ออกไป

 

ด้วยเหตุผลนี้ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านถึงให้เราเข้าใจ เพราะการเบียดเบียนคนอื่นนั้นคือเบียดเบียนตนเอง การที่เอาของผู้อื่นนั้นคือความเสียหายของตนเอง การที่เป็นผู้ให้ผู้เสียสละนั้นถึงเป็นความอิ่มความเต็มเป็นความพอเพียงเพียงพอ

 

ทุกท่านทุกคนต้องเข้าใจว่าธรรมวินัยนี้จะเป็นกัลยาณมิตรของเราทุก ๆ คน อะเสวะนาจะพาลานัง ปัณฑิตานัญจะเสวะนา

 

พระพุทธเจ้านั้นคือกัลยาณมิตรของเรา พระอรหันต์ขีณาสพคือกัลยาณมิตรของเรา พระธรรมพระวินัยสิกขาบทน้อยใหญ่นั้นเป็นกัลยาณมิตรของเรา

 

ด้วยความรู้ความเข้าใจว่าองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นกัลยาณมิตร พระธรรมพระวินัยนั้นเป็นกัลยาณมิตร

 

ความรู้ความเข้าใจ เราต้องเอาความรู้ความเข้าใจมาเคารพในองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ในพระธรรมคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เราทั้งหลายถึงจะเข้าถึงเป็นผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ ปฏิบัติตรงปฏิบัติเพื่อออกจากทุกข์ เป็นผู้ที่ปฏิบัติสมควร

 

ธรรมวินัยเราต้องรู้เข้าใจ เราจะได้เอาพระธรรมพระวินัยมาใช้มาปฏิบัติ เพราะทุกสิ่งทุกอย่างนั้นเกิดจากเหตุเกิดจากปัจจัย ธรรมวินัยถึงเป็นหน้าที่ของเราทุก ๆ คน

 

ด้วยเหตุผลนี้ ทุกคนถึงตั้งอยู่ในความประมาทไม่ได้ ไปลูบคลำในศีลในพรตในข้อวัตรข้อปฏิบัติไม่ได้

 

ด้วยเหตุผลนี้องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าถึงไม่ให้เรามีข้อแม้ใด ๆ ทั้งสิ้น เพื่อให้ความดีและปัญญา เพื่อให้ปฏิปทาได้ติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ เราต้องรู้ต้องเข้าใจ ถ้าเราเดินไปข้างหน้าแล้วเราถอยกลับมาอยู่ที่เดิมนั่นแหละคือไม่ได้ไปที่ไหน นั้นแหละอยู่ที่เก่าที่เดิม

 

ความรู้ความเข้าใจ ยกเลิกสัญชาตญาณที่เป็นนิติบุคคลตัวตน การประพฤติการปฏิบัตินั้นจะไม่เป็นขั้วบวกขั้วลบ ความรู้ความเข้าใจนี้จะหยุดกาลหยุดเวลา

 

คำว่าสงกรานต์นี้คือก้าวไปด้วยสติสัมปชัญญะ คือหยุดกาลหยุดเวลา เพื่อให้ปฏิปทาได้ติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ

 

เราทุกคนต้องพากันมารู้มาเข้าใจ มีปัญญาสัมมาทิฏฐิ มีความตั้งมั่นไม่หวั่นไหวไปตามผัสสะไปตามสิ่งแวดล้อม เราต้องรู้เข้าใจ เราจะได้ผ่านธาตุผ่านขันธ์ผ่านอายตนะผ่านโลกธรรมด้วยความรู้ความเข้าใจ

 

เราเอาพระพุทธเจ้าเอาพระธรรมเอาพระอริยสงฆ์เป็นกัลยาณมิตร เพื่อหยุดสัญชาตญาณที่เป็นนิติบุคคลที่เป็นตัวเป็นตน เอาปัญหานั้นมาเป็นปัญญา เอาปัญญานั้นมามีความสุขในการทำหน้าที่ มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ

 

การประพฤติการปฏิบัตินั้นถึงไม่เลือกกาลไม่เลือกเวลาไม่เลือกสถานที่ อยู่ที่รู้เข้าใจ มีความสุขในการทำหน้าที่ มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ

 

เพราะเหตุผลว่าธรรมะนั้นคือหน้าที่ หน้าที่นั้นคือธรรมะ การประพฤติการปฏิบัตินั้นถึงเป็นอริยมรรคมีองค์แปดอยู่ที่รู้เข้าใจ มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติการทำหน้าที่ การประพฤติการปฏิบัติของเรานั้นเราต้องรู้ต้องเข้าใจ สิ่งทั้งหลายทั้งปวงนั้นจะจบลงได้ด้วยพระธรรมพระวินัย สิ่งทั้งหลายทั้งปวงนั้นจะจบลงที่ปัจจุบัน จบลงที่ผัสสะ

 

ด้วยเหตุผลนี้ เราต้องพากันรู้พากันเข้าใจ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เรารู้เข้าใจ เช่น วันจันทร์อังคารพุธพฤหัสศุกร์เป็นการทำงานพร้อมกับการปฏิบัติธรรม ๒ อย่างนี้ต้องไปพร้อม ๆ กัน อันหนึ่งทางวิทยาศาสตร์ วิทยาศาสตร์ก็ยกเลิกตัวยกเลิกตน จิตใจก็ยกเลิกตัวยกเลิกตน เพราะการปฏิบัติภายนอกกับภายในมันคืออันหนึ่งอันเดียวกัน เราต้องรู้เข้าใจ ปัญหานั้นแหละคือปัญญา ความรู้ความเข้าใจนี้จะให้เกิดความว่างจากสิ่งที่มีอยู่ ว่างจากสิ่งไม่มีอยู่จะมีประโยชนือะไร คนไม่มีตานั้นจะมีประโยชน์อะไร คนไม่มีหูนั้นจะมีประโยชน์อะไร คนไม่มีจมูกนั้นจะมีประโยชน์อะไร คนไม่มีลิ้นนั้นจะมีประโยชน์อะไร คนไม่มีกายนั้นจะมีประโยชน์อะไร คนไม่มีใจนั้นจะมีประโยชน์อะไร องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เรารู้เข้าใจเราทั้งหลายจะได้ว่างจากสิ่งที่มีอยู่

 

เราต้องรู้เข้าใจว่าเรามีตารูปมันถึงมี เรามีหูเสียงถึงมี เรามีจมูกกลิ่นถึงมี  เรามีลิ้นรสถึงมี เรามีกายถึงมีสัมผัส เรามีใจถึงมีความรู้สึกนึกคิดเราต้องรู้เข้าใจ

 

เรามี ๒ อย่างที่เป็นคู่ภายนอกภายใน สิ่งต่าง ๆ ถึงมี เราต้องรู้เข้าใจ เราจะได้ยกทุกอย่างเข้าสู่พระไตรลักษณ์ เพราะทุกอย่างมันเป็นคู่ ๆ เกิดขึ้นตั้งอยู่ดับไป

 

ด้วยเหตุผลองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านถึงให้เรายกทุกอย่างเข้าสู่พระไตรลักษณ์ว่าเกิดขึ้นตั้งอยู่ดับไปไม่ใช่ตัวไม่ใช่ตน เรารู้เข้าใจปัญหาที่ทำให้เราเกิดวัฏฏสงสารสิ่งเหล่านี้ก็จะเป็นพระนิพพาน เป็นเหตุเป็นปัจจัยให้เราสร้างความดีที่ประกอบด้วยปัญญา เพื่อให้ปฏิปทาของเราได้ติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ

 

เมื่อก่อนเราไม่รู้ไม่เข้าใจเราจะไปหาความว่างจากสิ่งที่ไม่มี ไปหาความสงบจากที่เขาใหญ่โน้น เขาทุ่งใหญ่นเรศวรจากห้วยขาแข้งอยู่ที่ป่าเขาลำเนาไพรอันนั้นเป็นความว่างจากสิ่งที่ไม่มีอยู่ เราต้องรู้เข้าใจ เราจะได้ยกทุกอย่างเข้าสู่พระไตรลักษณ์

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เรารู้ให้เข้าใจให้เรายกทุกอย่างเข้าสู่พระไตรลักษณ์ ความสงบและปัญญาจะได้ไปพร้อม ๆ กัน

 

เราเสียเวลาเพียงหนึ่งวินาทีมันคงไม่เป็นไร เพราะเสียเวลาเพื่อความดี เพื่อบารมี

 

ด้วยเหตุผลนี้เราต้องรู้เข้าใจ เราจะได้ยกทุกอย่างเข้าสู่พระไตรลักษณ์ การประพฤติการปฏิบัติของเรานั้น ๑ อาทิตย์แรก ๒ อาทิตย์แรกนี้มันจะเป็นของยาก ๓ อาทิตย์ ๔ อาทิตย์ขึ้นไปนั้นจะเริ่มเป็นของง่าย

 

เพราะการทำอะไรต้องอาศัยการติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำที่เป็นปฏิปทาที่เดินไปข้างหน้าด้วยพระธรรมพระวินัย ก้าวไปด้วยพระธรรมพระวินัยเป็นการก้าวไปเพื่อหยุดกาลหยุดเวลา หยุดขั้วบวกขั้วลบ สิ่งทั้งหลายทั้งปวงนั้นก็จะสงบอยู่ทุกหนทุกแห่งเพราะเราเคารพในพระธรรมพระวินัย เราเอาพระธรรมพระวินัยมาใช้มาปฏิบัติ

 

ความยึดมั่นถือมั่นในพระธรรมพระวินัยในพระรัตนตรัยนี้ถึงไม่ใช่สีลัพพัตตปรามาสเป็นความรู้ความเข้าใจ เป็นการหยุดวัฏฏสงสาร เป็นการทำความดีเพื่อความดี ทำความดีไม่มีขั้วบวกขั้วลบ สิ่งทั้งหลายทั้งปวงนั้นจะจบลงที่ปัจจุบัน จะเป็นพระนิพพานไปเป็นชั่วขณะ ๆ สำหรับเสขบุคคล บุคคลที่กำลังทำความเพียร

 

เรามีความสุขในการทำงาน เรามีความสุขกายของเราก็ดี ใจของเราก็ดี เพราะสิ่งภายนอกกับสิ่งภายในมันคืออันหนึ่งอันเดียวกัน

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เราเข้าใจ ปัจจุบันนี้เป็นสิ่งที่สำคัญมาก ๆ สำคัญเป็นอย่างยิ่ง ปัจจุบันเราถึงไม่พลาดโอกาสไม่เสียเวลา เพื่อให้ปฏิปทาของเราได้ติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ อายุขัยส่วนใหญ่ของเราทุกคนส่วนใหญ่ก็ไม่เกินร้อยกว่าปีเอาทางวิทยาศาสตร์กับทางจิตใจไปพร้อม ๆ กันเพราะทางวิทยาศาสตร์กับทางจิตใจนั้นเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน

 

เราต้องรู้เข้าใจมามีความสุขในการทำหน้าที่ ปัจจุบันถึงเป็นฟอร์มสด ฟอร์มสดมาก ฟอร์มสดเป็นอย่างยิ่ง เป็นการทำความดีเพื่อความดีนี้คือพระนิพพานอยู่ที่ปัจจุบัน ไม่ต้องรอพระนิพพานอยู่ในอนาคตกาลเบื้องหน้าโน้นเทอญ นี้คือความสดชื่นตื่นเบิกบานของเราทุกคน

 

ปัจจุบันเราทุกคนต้องมีสติสัมปชัญญะรู้ตัวทั่วพร้อม มีความสุขในการทำหน้าที่ เพราะความดีและปัญญาที่เป็นปฏิปทานี้จะเป็นพระนิพพานอยู่ในปัจจุบัน

 

ปัจจุบันถ้าเรารู้ถ้าเราเข้าใจ ปัจจุบันนั้นจะไม่เป็นขั้วบวกขั้วลบ

 

---------------------------------

โอวาทขององค์หลวงพ่อกัณหา สุขกาโม

เมตตาให้ไว้ในเช้าวันศุกร์ที่ ๑๕ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙

ณ วัดป่าทรัพย์ทวีธรรมาราม ต.วังหมี อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา

 

Visitors: 115,890