๑๘ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙

พสกนิกรชาวไทยและชาวต่างประเทศได้มาร่วมรวมกันประพฤติปฏิบัติธรรมเพื่อน้อมถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ด้วยความโทมนัสและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ที่พระองค์ได้ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทยและชาวโลกตลอดระยะเวลาที่ยาวนาน พระองค์ทรงเป็นดั่งแม่แห่งแผ่นดิน ผู้ทรงเปี่ยมด้วยพระเมตตาและพระปรีชาสามารถ ทรงอุทิศพระวรกาย พระสติปัญญา และพระราชหฤทัยในการบำเพ็ญพระราชกรณียกิจนานัปการ เคียงคู่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เพื่อธำรงไว้ซึ่งความผาสุกและความมั่นคงแห่งชาติไทย เราประชาชนชาวไทยต้องร่วมใจสมัครสมานสามัคคีทำความดีที่ประกอบด้วยปัญญา เพื่ออุทิศบุญกุศลน้อมเกล้าถวาย เพื่อเสด็จสู่สวรรคาลัย เข้าสู่สวรรค์มรรคผลพระนิพพาน

 

วันนี้เป็นวันจันทร์ที่ ๑๘ เดือนพฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙

 

ให้ทุกท่านทุกคนพากันนั่งให้สบายเพื่อฟังการบรรยายพระธรรมคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

 

พระธรรมคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นสิ่งที่เราจะได้รู้ เราจะได้เข้าใจ

 

ทุก ๆ คนนั้นต้องเอาไปใช้เอาไปประพฤติเอาไปปฏิบัติเอาไปทำหน้าที่ เราทุกคนต้องมีความเห็นถูกต้อง เข้าใจถูกต้อง เพื่อจะได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง

 

การประพฤติการปฏิบัติของเราจะได้หยุดความทุกข์ เพราะความไม่รู้ไม่เข้าใจนั้นมันเป็นสัญชาตญาณที่เป็นนิติบุคคลที่เป็นตัวเป็นตน ตัวตนนั้นมีแต่ความทุกข์เกิดขึ้น มีแต่ความทุกข์ตั้งอยู่ มีแต่ความทุกข์ดับไป นอกจากความทุกข์นั้นไม่มีเลย

 

เราทุกคนมาหยุดความทุกข์ มาหยุดสัญชาตญาณที่มันมีแต่ความทุกข์เกิดขึ้น ความทุกข์ตั้งอยู่ ความทุกข์ดับไป สัญชาตญาณที่เป็นความยึดมั่นถือมั่นที่ไปหลงความสุข ไม่ชอบความทุกข์ มีความระแวงภัย ยินดีในการสืบพันธ์ นี้มันเป็นสัญชาตญาณที่เป็นนิติบุคคลตัวตน

 

เราต้องพากันมารู้มาเข้าใจเพื่อที่จะหยุดสัญชาตญาณที่มันเป็นขั้วบวกที่มันเป็นขั้วลบ ที่มันเป็นตัวเป็นตน ความรู้ความเข้าใจในเรื่องทุกข์ เหตุเกิดทุกข์ ข้อปฏิบัติถึงความดับทุกข์ เพื่อเราจะได้ประพฤติปฏิบัติให้ปฏิปทาของเราได้ติดต่อต่อดั่งสายน้ำ

 

ความรู้ต้องเป็นคู่กับการประพฤติคู่กับการปฏิบัติ สิ่งทั้งหลายทั้งปวงนั้นจะก้าวไปด้วยความรู้ความเข้าใจ

 

การประพฤติการปฏิบัติของเรานั้นถึงไม่มีข้อแม้ใด ๆ ทั้งสิ้น เพราะนี้มันคือกรรม เพราะนี้มันคือกฎแห่งกรรม ที่จะเป็นผลของกรรม

 

ด้วยเหตุผลนี้เราต้องรู้ต้องเข้าใจ ว่าการประพฤติการปฏิบัติของเรานั้นต้องไม่มีข้อแม้ใด ๆ ทั้งสิ้น

 

เพราะการประพฤติการปฏิบัตินั้นมันเป็นการหยุดสัญชาตญาณที่เป็นนิติบุคคลที่เป็นตัวเป็นตน เราทุกคนต้องอาศัยพระธรรมพระวินัย พระธรรมคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระธรรมพระวินัยขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นหลักการที่หยุดสัญชาตญาณของเราทุกคนได้

 

เพื่อไม่ให้สัญชาตญาณเกิดติดต่อต่อเนื่องด้วยความรู้ความเข้าใจด้วยพระธรรมด้วยพระวินัย การประพฤติการปฏิบัตินั้นถึงไม่มีข้อแม้ใด ๆ ทั้งสิ้น

 

ไม่มีใครขอโอกาสในเรื่องกรรม เรื่องกฎแห่งกรรม เรื่อผลของกรรมนั้นได้

 

การประพฤติการปฏิบัตินั้นถึงเป็นการหยุดกรรม เป็นการยกเลิกกรรม เป็นการยกเลิกโลกส่วนตัว ด้วยเหตุผลนี้เราทุกคนถึงไม่มีข้อแม้ใด ๆทั้งสิ้น 

 

ด้วยเหตุผลนี้ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านถึงให้เราทุกคนพากันตั้งอยู่ในความไม่ประมาท

 

ความเคารพนี้เป็นสาเหตุให้เราทุกคนตั้งอยู่ในความไม่ประมาท ความเคารพนั้นถึงเป็นหน้าที่ของเราทุกคน ทุกคนต้องมีความเคารพ เพราะความเคารพนั้นเป็นสาเหตุให้เกิดความสงบ

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เราเข้าใจ ว่าพระธรรมพระวินัยนั้นจะหยุดกรรม หยุดกฎแห่งกรรม หยุดผลของกรรม

 

เมื่อองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าจะเสด็จดับขันธ์สู่ปรินิพพาน ท่านพระอานนท์ได้ถามองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าว่า

 

เมื่อองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเสด็จดับขันธ์ปรินิพพานไปแล้วจะเอาใครเป็นตัวแทนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเพื่อเป็นที่เคารพ

 

อานนท์ ! ความคิดอาจมีแก่พวกเธออย่างนี้ว่า “ธรรมวินัยของพวกเรามีพระศาสดา ล่วงลับไปเสียแล้ว พวกเราไม่มีพระศาสดา” ดังนี้.

อานนท์ ! พวกเธออย่าคิดอย่างนั้น.

อานนท์ ! ธรรมก็ดี วินัยก็ดี ที่เราแสดงแล้ว บัญญัติแล้ว แก่พวกเธอทั้งหลาย ธรรมวินัยนั้น จักเป็นศาสดาของพวกเธอทั้งหลายโดยกาลล่วงไปแห่งเรา

อานนท์ ! ในกาลบัดนี้ก็ดี ในกาลล่วงไปแห่งเราก็ดี ใครก็ตามจักต้องมีตน เป็นประทีป มีตนเป็นสรณะ ไม่เอาสิ่งอื่นเป็นสรณะ;

มีธรรมเป็นประทีป มีธรรม เป็นสรณะ ไม่เอาสิ่งอื่น เป็นสรณะ เป็นอยู่

อานนท์! ภิกษุพวกใดเป็นผู้ใคร่ในสิกขา, ภิกษุพวกนั้นจักเป็นผู้อยู่ในสถานะอันเลิศที่สุดแล

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านตรัสให้รู้ให้เข้าใจว่าพระธรรมพระวินัยนั่นแหละคือองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

 

ด้วยเหตุผลนี้ เราทุกคนต้องเคารพในพระธรรมในพระวินัย เพราะความเคารพนั้นเป็นสาเหตุให้เกิดความสงบ ที่ไหนมีความเคารพที่นั่นก็มีความสงบ ที่ไหนมีความสงบที่นั่นก็มีความสุข ที่ไหนมีความสุขที่นั่นก็มีความสงบ

 

การประพฤติการปฏิบัตินั้นถึงให้เรารู้ให้เราเข้าใจ เพราะทุกอย่างนั้นมันเกิดจากเหตุเกิดจากปัจจัย

 

การประพฤติการปฏิบัติใจ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เรารู้เข้าใจ การปฏิบัติใจนั้นต้องปฏิบัติที่กายที่วาจาที่กิริยามารยาทที่อาชีพ

 

เพราะเหตุผลว่า กายวาจากิริยามารยาทอาชีพนั้นเป็นอุปกรณ์ของใจ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เรารู้เข้าใจ สิ่งภายนอกสิ่งภายในนั่นแหละคือสิ่งเดียวกัน การปฏิบัติใจเราถึงต้องปฏิบัติที่กายที่วาจาที่กิริยามารยาทที่อาชีพ

 

เพราะเหตุผลว่า สิ่งภายนอกกับสิ่งภายในนั้นมันคืออันหนึ่งอันเดียวกัน

 

การเจริญสติปัฏฐานทั้ง ๔ ที่ให้มีสติมีสัมปชัญญะ ให้รู้กายใจกาย ให้รู้เวทนาในเวทนา รู้จิตในจิต รู้ธรรมในธรรม

 

เพราะเหตุผลว่าภายนอกภายในนั้นมันคือสิ่งเดียวกัน เรารู้เราเข้าใจ เรามีความสุขในการทำหน้าที่ที่เป็นความดีที่ประกอบด้วยปัญญา เราประพฤติปฏิบัติอย่างนี้จะเป็นเหตุปัจจัยให้การประพฤติการปฏิบัติของเรานั้นไม่เป็นขั้วบวกไม่เป็นขั้วลบ เพราะเรารู้เราเข้าใจการประพฤติการปฏิบัติภายนอกนั้นแหละคือการปฏิบัติทางจิตใจ เพราะสิ่งภายนอกกับสิ่งภายในนั้นมันคือสิ่งเดียวกัน

 

ด้วยเหตุผลนี้ เราทุกคนต้องรู้ต้องเข้าใจ ถ้าไม่รู้ไม่เข้าใจว่าสิ่งภายนอกกับสิ่งภายในนั้นมันคืออันหนึ่งอันเดียวกัน

 

การประพฤติการปฏิบัติของเรานั้นมันจะเป็นขั้วบวกขั้วลบ เรามีความเข้าใจว่า การเรียนการศึกษาก็เพราะความจำเป็น การทำงานก็เพราะความจำเป็น การทำอะไรต่าง ๆ ทั้งหมดก็เพราะความจำเป็น

 

ความคิดความเห็นอย่างนี้มันเป็นขั้วบวกขั้วลบ มันคือความไม่สงบ มันคือสงคราม สงครามในตัวความไม่รู้เอง สงครามระหว่างภายนอกภายใน สงครามในครอบครัว ขยายวงกว้างออกไปหมู่บ้านตำบลอำเภอจังหวัดสู่เมืองหลวง สงครามระหว่างประเทศ สงครามโลก

 

สงครามนั้นคือความไม่สงบ ด้วยเหตุผลนี้ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านถึงให้เรามารู้กายในกาย เวทนาในเวทนา รู้จิตในจิต รู้ธรรมในธรรม ว่าสิ่งภายนอกภายในนั้นคือสิ่งเดียวกัน

 

ด้วยเหตุผลนี้ เราถึงเอาธรรมะมาทำหน้าที่ หน้าที่นั้นคือธรรมะ มีความสุขกับการประพฤติมีความสุขกับการปฏิบัติ ไม่มีความคิดว่าเรียนหนังสือเพราะความจำเป็น ทำงานเพราะความจำเป็น ทำหน้าที่เพราะความจำเป็น

 

มีความรู้ความเข้าใจว่า พระธรรมพระวินัยเป็นธรรมนูญ เป็นรัฐธรรมนูญของชีวิต พระธรรมพระวินัยนั้นเป็นเรื่องของความดับทุกข์ เป็นการหยุดสัญชาตญาณที่เป็นนิติบุคคลที่เป็นตัวเป็นตน

 

ความรู้ความเข้าใจคู่กับการประพฤติการปฏิบัตินี้จะเป็นธรรมนูญ เป็นรัฐธรรมนูญ ธรรมนูญกับพระนิพพานนั้นคือสิ่งเดียวกัน พระนิพพานนี้คือความรู้ความเข้าใจ มีความสุขในการทำหน้าที่

 

สิ่งทั้งหลายทั้งปวงนั้นก็จะจบลงในปัจจุบัน จบลงที่ผัสสะ ปัญหาต่าง ๆ นั้นก็จะกลายเป็นปัญญา ปัญญานั้นจะมีความสุขในการประพฤติในการปฏิบัติในการทำหน้าที่

 

ด้วยเหตุผลนี้เราทุกคนถึงต้องมารู้มาเข้าใจในพระธรรมคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เพื่อเราทุกคนจะได้เอามาใช้เอามาปฏิบัติเอามาทำหน้าที่

 

เราทุกคนมาเข้าใจ ว่าไม่มีใครประพฤติไม่มีใครปฏิบัติให้เราได้ เรื่องนี้มันเป็นเรื่องเฉพาะเราเท่านั้น

 

เช่น องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านก็ทำหน้าที่ของท่าน ทำพุทธกิจของท่าน เช่นพระอรหันต์ขีณาสพผู้ฟังธรรมขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า รู้เข้าใจ ท่านก็ทำหน้าที่ของท่าน

 

เรารู้เราเข้าใจ เราทุกคนก็ต้องทำหน้าที่ของเรา ด้วยเหตุผลนี้ เราทุกคนถึงตั้งอยู่ในความประมาทไม่ได้ด้วยไม่มีข้อแม้ใด ๆ ทั้งสิ้น

 

การประพฤติการปฏิบัตินั้นถึงเป็นอริยมรรคอยู่ในปัจจุบัน ปัจจุบันอยู่ที่ไหนไม่เลือกกาลสถานที่ การทำหน้าที่นั้นถึงไม่ได้กาลไม่ได้เลือกเวลาไม่ได้เลือกสถานที่ การประพฤติการปฏิบัตินั้นถึงไม่มีข้อแม้ใด ๆ ทั้งสิ้น ไม่มีความประมาท ไม่ตั้งอยู่ในความประมาท

 

เพราะเหตุผลว่าความประมาทคือความผิดพลาดคือการเสียหาย นั่นแหละคือการพังทลายอย่างเดียวเช่นเดียวกันกับตึก สตง. สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินของเมืองไทยประเทศไทย

 

พระธรรมพระวินัยเป็นความรู้ความเข้าใจ เป็นเหตุเป็นปัจจัยที่หยุดสัญชาตญาณที่เราทุกคนรักความสุข ไม่ชอบความทุกข์ ระแวงภัย ยินดีในการสืบพันธุ์

 

ความเคารพในพระธรรมในพระวินัยนั่นแหละคือความเคารพในองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

 

ด้วยเหตุผลนี้เราทุกคนถึงเอาสัญชาตญาณที่เป็นตัวเป็นตนดำเนินชีวิตนั้นไม่ได้ ต้องเอาพระธรรมเอาพระวินัย ต้องเอาธรรมนูญรัฐธรรมนูญ การประพฤติการปฏิบัตินั้นเป็นเหมือนกับนาฬิกา

 

กายวาจากิริยามารยาทอาชีพ การประพฤติการปฏิบัตินั้นจะเป็นเหมือนนาฬิกา ไม่มีการหยุด การหยุดนั้นมันเป็นสัญชาตญาณที่เป็นนิติบุคคลตัวตน การประพฤติการปฏิบัตินั้นเป็นความรู้ความเข้าใจ การประพฤติการปฏิบัตินั้นถึงไม่มีข้อแม้ใด ๆ ทั้งสิ้น

 

พ่อแม่เป็นผู้ที่สำคัญ เราต้องรู้เราต้องเข้าใจ พระธรรมพระวินัย พระรัตนตรัยคือองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระธรรมคำสั่งสอน พระอริยสงฆ์ เป็นสิ่งที่สำคัญ

 

ด้วยเหตุผลนี้เราทุกคนจึงประมาทไม่ได้ ตั้งอยู่ในความประมาทไม่ได้ ความเคารพนั้นเปรียบเสมือนนาฬิกา นาฬิกาที่ดี นาฬิกาที่ดีนั้นต้องเป็นนาฬิกาที่ไม่ตาย นาฬิกาที่หมุนตามเวลา ที่เป็นปฏิปทาที่ติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ

 

ความดีและปัญญานั้นคือนาฬิกาแห่งชีวิตที่จะเป็นปฏิปทาที่ติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ ความกตัญญูกตเวทีนั้นถึงเป็นเครื่องหมายของคนดี ความกตัญญูกตเวทีนั้นจึงต้องเกิดจากปัญญาสัมมาทิฏฐิ

 

พ่อแม่ได้ถ่ายดีเอ็นเอให้กับเรา องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้านั้นได้ถ่ายเทดีเอ็นเอให้กับแก่ ความเคารพในพ่อในแม่ ความเคารพในองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้านั้นถึงเป็นการทำความดีเพื่อความดี ทำความดีด้วยไม่มีข้อแม้ใด ๆ ทั้งสิ้น

 

ด้วยเหตุผลนี้ เราทุกคนต้องเคารพในพ่อในแม่ ด้วยเหตุผลนี้เราถึงเคารพในองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ความเคารพนี้จึงเป็นเหตุเป็นปัจจัยไม่มีข้อแม้ใดๆทั้งสิ้น

 

การประพฤติการปฏิบัติของเรา องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เรามีปัญญาสัมมาทิฏฐิ รู้เข้าใจ การประพฤติการปฏิบัตินั้นถึงเป็นอริยมรรคอยู่ที่ปัจจุบัน

 

การประพฤติการปฏิบัติของเรานั้นถึงไม่เลือกกาลเลือกเวลาเลือกสถานที่ ที่ไหนเป็นปัจจุบันที่นั้นคือการประพฤติการปฏิบัติ

 

ด้วยเหตุผลนี้เราทุกคนต้องยกเลิกสัญชาตญาณที่เป็นนิติบุคคลที่เป็นตัวที่เป็นตน ด้วยอาศัยพระธรรมอาศัยพระวินัย

 

พระธรรมพระวินัยเป็นความรู้ความเข้าใจ เราทุกคนต้องมีความยึดมั่นถือมั่นในพระธรรมพระวินัย เพราะพระธรรมพระวินัยนั้นเป็นธรรมนูญเป็นรัฐธรรมนูญ เป็นนาฬิกาชีวิตของเราทุกคน

 

ใจของเราต้องมีความเคารพ ถ้าเราไม่มีความเคารพใจของเราก็จะเป็นขั้วบวกขั้วลบ ถ้าใจของเรามีความเคารพแล้วขั้วบวกขั้วลบก็จะไม่มี จะมีแต่ความสงบ ความสงบกับความสุขนั้นมันคืออันหนึ่งอันเดียวกัน

 

การทำความดีเพื่อความดีเป็นการทำหน้าที่เพื่อหน้าที่ ไม่ตั้งอยู๋ในความประมาท นั่นแหละคือความเคารพ นั่นแหละคือความสงบ นั่นแหละคือความดีที่ประกอบด้วยปัญญา

 

ด้วยเหตุผลนี้ ปฏิปทาของเราถึงให้ติดต่อต่อเนื่อง เพราะการปฏิบัติที่ติดต่อต่อเนื่องนั้นมันเป็นนาฬิกาแห่งชีวิต มันเป็นการเดินไปข้าหน้าไม่ถอยกลับมาอยู่ที่เก่าที่เดิม

 

การประพฤติการปฏิบัติอย่างนี้ก็จะเป็นออกซิเจน จะเป็นการถ่ายของเสียของปฏิกูล ถ่ายเทคาร์บอนไดออกไซด์ออกไปอยู่ในตัว

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เราเข้าใจ ความกตัญญูต่อพ่อต่อแม่เป็นคุณสมบัติของคนดีของผู้ดี ความกตัญญูกตเวทีต่อองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นคุณธรรมของผู้ดีเป็นคุณสมบัติของผู้ดี

 

เป็นความดีที่ประกอบด้วยปัญญา เป็นการทำความดีเพื่อความดี การประพฤติการปฏิบัติอย่างนี้ถึงไม่ใช่ขั้วบวกขั้วลบ ไม่เป็นขั้วบวกขั้วลบ

 

ชาติศาสน์กษัตริย์ที่เป็นปัญญาสัมมาทิฏฐิ เป็นความรู้ความเข้าใจที่เป็นความดีที่ประกอบด้วยปัญญา

 

ชาตินี้คือความเกิด ด้วยเหตุผลนี้เราต้องรู้เข้าใจ เพื่อเราจะเอาธรรมนูญมาใช้มาปฏิบัติเป็นนาฬิกาแห่งชีวิต มีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติการทำหน้าที่ เป็นการทำความดีเพื่อความดี ไม่คิดว่าการทำหน้าที่เพราะความจำเป็น ถ้าเราคิดว่าทำหน้าที่เพราะความจำเป็นนั้นมันเป็นขั้วบวกขั้วลบ ชาติคือความเกิดนั้นเป็นการทำความดีเพื่อความดี

 

ศาสน์นั้นคือศาสนา เพื่อให้ความดีนั้นได้ติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ สายน้ำได้แก่น้ำที่ไหลเป็นสาย จากลำห้วยสู่ทะเลสู่มหาสมุทรไหลติดต่อต่อเนื่องอย่างนี้เรียกว่าสายน้ำ น้ำหยดได้แก่น้ำมันหยดลงทีละหยด ๆ ไม่ติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ นี้เรียกว่าน้ำหยด

 

พระศาสนานั้นคือความดีและปัญญาที่เป็นปฏิปทาได้ติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ พระศาสนานั้นเพื่อให้ก้าวไปข้างหน้าไม่ถอยกลับมาที่เดิม

 

กษัตริย์นั้นได้แก่ปัญญาสัมมาทิฏฐิ เราทุกคนต้องรู้เข้าใจในเรื่องเหตุเรื่องปัจจัย เพราะอย่างไรผลก็เป็นอย่างนั้น ปัญญานั้นเราต้องรู้เราต้องเข้าใจ เพื่อจะไม่ได้เดินไปข้างหน้าแล้วถอยกลับมาที่เก่าที่เดิม

 

กษัตริย์นี้หมายถึงปัญญาสัมมาทิฏฐิ ด้วยเหตุผลนี้ ผู้จะเป็นพระมหากษัตริย์ถึงต้องทรงทศพิธราชธรรมเพื่อเอาธรรมนำชีวิต เอาธรรมนูญนำชีวิต

 

ระบบข้าราชการนักการเมืองนักบวชเป็นนาฬิกาแห่งชีวิต ยกเลิกสัญชาตญาณที่เป็นนิติบุคคลตัวตน

 

ชาติศาสน์กษัตริย์ ๓ อย่างนี้ต้องเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน แยกกันไม่ได้ ถ้าแยกเมื่อไหร่ก็ย่อมเสียหายย่อมพังทลายอย่างเดียวเช่นเดียวกันกับตึก สตง. สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินของเมืองไทยประเทศไทย

 

ชาติศาสน์กษัตริย์ถึงเป็นความดีที่ประกอบด้วยปัญญา มนุษย์เราทั้งหลายในโลกนี้ถึงต้องเอาธรรมนูญนำชีวิต เอารัฐธรรมนูญนำชีวิต ในโลกนี้โลกที่หมุนรอบตัวเอง หมุนรอบดวงอาทิตย์มีประชากรแปดพันกว่าล้านคน ปัจจุบันนี้มี ๑๙๕ ประเทศ ใช้หลักการเดียวกันนี้หมด

 

ด้วยเหตุผลนี้เราต้องพากันมารู้มาเข้าใจในเรื่องของเหตุเรื่องของปัจจัย

 

การประพฤติการปฏิบัติของเรานั้นถึงจะเป็นการทำความดีเพื่อความดี การประพฤติการปฏิบัตินั้นถึงจะไม่เป็นขั้วบวกขั้วลบ

 

ชาติศาสน์กษัตริย์ภายนอกนั้นมันแก้ปัญหาไม่ได้ เพราะมันเป็นเรื่องภายนอก องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านถึงให้เน้นมาที่ตัวเราทุก ๆ คน

 

ให้เราทุกคนมีความเคารพ ตั้งอยู่ในความไม่ประมาท เพราะสัจธรรมความเป็นจริง การปฏิบัติภายนอกนั่นแหละคือปฏิบัติภายใน

 

เราทุกคนต้องพากันเข้าใจ อย่าไปคิดว่าพ่อแม่นี้ไม่สำคัญ อย่าไปคิดว่าพระธรรมพระวินัยนี้เป็นสิ่งที่ไม่สำคัญ

 

พ่อแม่ได้ถ่ายเทดีเอ็นเอให้กับเราทุก ๆ คน องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ถ่ายเทดีเอ็นเอคือพระธรรมพระวินัยให้กับเราทุก ๆ คน

 

ความกตัญญูกตเวทีของเรา เราต้องรู้ต้องเข้าใจ ว่าเราทุกคนต้องมีความกตัญญูกตเวที มีความสุขในการทำหน้าที่ด้วยไม่มีข้อแม้ใด ๆ ทั้งสิ้น ปฏิบัติดั่งนาฬิกาที่ดี ๆ นาฬิกาดี ๆ เรือนหนึ่งตั้งหลายล้านบาท

 

ความดีความกตัญญูกตเวทีหาค่าหาราคาหาประมาณนั้นไม่ได้

 

เราเอาตัวเอาตนเป็นที่ตั้งนั้นจะชื่อว่าเป็นคนกตัญญูกตเวทีได้อย่างไร เราเอากายเอาวาจาเอากิริยามารยาทเอาอาชีพที่ทำให้เกิดนิติบุคคลตัวตน ที่เป็นสัญชาตญาณที่รักความสุขไม่ชอบความทุกข์ระแวงภัย ยินดีในการสืบพันธุ์ เอาความหลงนำชีวิต เอาความผิดนำชีวิต จะเป็นผู้ที่กตัญญูกตเวที จะชื่อเป็นคนดีมีคุณสมบัติของผู้ดีได้อย่างไร

 

ความดับทุกข์ความไม่มีทุกข์เราต้องรู้เข้าใจ ถ้าเราไม่รู้เข้าใจในสัจธรรมในความเป็นจริงด้วยเป็นคนไม่กตัญญูกตเวที เอาความหลงนำชีวิตเอาความผิดนำชีวิต

 

ด้วยเหตุผลนี้ เราทุกคนต้องมายกเลิกวัฏฏสงสาร มายกเลิกความทุกข์ได้เกิดขึ้น ความทุกข์ตั้งอยู่ ความทุกข์ดับไป ความทุกข์ใหม่เกิดขึ้นมา

 

เรามีความสุขในการประพฤติในการปฏิบัติในการทำหน้าที่ สุขภาพกายเราก็ดี สุขภาพใจของเราก็ดี เพราะนี้เป็นความดีที่ไม่มีขั้วบวกไม่มีขั้วลบ

 

เรารักพ่อรักแม่ เราเคารพพ่อเราเคารพแม่ เรารักพระพุทธเจ้า เราเคารพองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

 

เราทุกคนต้องรู้เข้าใจ เราทุกคนต้องมายกเลิกสัญชาตญาณที่เราทุกคนเอาความหลงนำชีวิตเอาความผิดนำชีวิต

 

การประพฤติการปฏิบัติของเรานี้มันคือความเสียหาย การประพฤติการปฏิบัติอย่างนี้เรียกว่าเป็นบุคคลที่ไม่กตัญญูกตเวที

 

การประพฤติการปฏิบัติการทำหน้าที่ที่เป็นความดีและปัญญานี้ถึงเป็นคุณเป็นประโยชน์ทั้งตนและผู้อื่น

 

การที่เราเอาสัญชาตญาณเอานิติบุคคลตัวตนนำชีวิตเป็นสิ่งที่ไม่เป็นคุณแต่ตนเองและไม่เป็นคุณต่อผู้อื่น

 

ด้วยเหตุผลนี้ เราทุกคนต้องมีปัญญาสัมมาทิฏฐิ ให้เอาปัญหานั้นมาเป็นปัญญา ให้เอาปัญญามามีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติการทำหน้าที่

 

เราต้องรู้ต้องเข้าใจ ตัวตนนั่นแหละมันคืออบายภูมิ สัญชาตญาณที่เป็นนิติบุคคลตัวตนมันจะเป็นอบายมุขที่ตามใจตามอัธยาศัย มีการหลงไหลในความสุข ไม่ชอบความทุกข์ ระแวงภัย ยินดีในการสืบพันธุ์ นี้แหละคืออบายมุข นี้แหละคืออบายภูมิ

 

การประพฤติการปฏิบัติ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านถึงถือเอาปัจจุบันเป็นสิ่งที่สำคัญ เพราะอดีตก็มารวมอยู่ที่ปัจจุบัน อนาคตจะไปข้างหน้าก็ไปจากปัจจุบัน

 

ปัจจุบันนี้ถึงเป็นการชิงแชมป์ระหว่างวัฏฏสงสารกับพระนิพพาน ปัจจุบันนี้คือการหยุดสัญชาตญาณ ปัจจุบันนี้ถึงเป็นวาระแห่งชาติ เพราะสิ่งทั้งหลายทั้งปวงนั้นเกิดจากเหตุเกิดจากปัจจัย เพราะสิ่งนี้มีสิ่งต่อไปถึงมี

 

ด้วยเหตุผลนี้เราทุกคนต้องพากันมารู้มาเข้าใจ เพราะเหตุผลว่า พระนิพพานนี้อยู่ที่ปัจจุบันนี้เอง พระนิพพานนั้นถึงเป็นธรรมนูญเป็นรัฐธรรมนูญ เป็นธรรมนูญแห่งชีวิต เป็นนาฬิกาชีวิต

 

ด้วยเหตุผลนี้เราทุกคนต้องมีสติมีสัมปชัญญะรู้ตัวทั่วพร้อม รู้ว่าสิ่งนี้ผิดสิ่งนี้ถูก สิ่งนี้ดีสิ่งนี้ชั่ว สิ่งนี้ไม่ผิดไม่ถูกไม่ดีไม่ชั่ว เราต้องรู้เข้าใจ

 

ทุกคนต้องมีสติมีสัมปชัญญะ เมื่อเรามีสติมีสัมปชัญญะ สติสัมปชัญญะเป็นความรู้ความเข้าใจ เป็นความสงบและปัญญาที่จะต้องเป็นพระธรรมเป็นพระวินัย เพื่อจะเป็นปฏิปทาได้ติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เราเข้าใจว่าพระธรรมพระวินัยเป็นหน้าที่ของเราทุก ๆ คน

 

ความยึดมั่นถือมั่นในพระธรรมพระวินัยนั้นไม่ใช่สีลัพพัตตปรามาส ความยึดมั่นถือมั่นในพระธรรมพระวินัยเป็นปัญญาสัมมาทิฏฐิ

 

สัญชาตญาณจะหยุดได้ก็เนื่องมาจากพระธรรมพระวินัย ความสุขความดับทุกข์นั้นถึงอยู่ที่รู้เข้าใจ มีความสุขในการทำหน้าที่ มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ สมณะที่ ๑ ที่ ๒ ที่ ๓ ที่ ๔ นี้ถึงมีอยู่เฉพาะความรู้ความเข้าใจ มีอยู่เฉพาะพระธรรมพระวินัยที่ยกเลิกสัญชาตญาณที่เป็นนิติบุคคลตัวตน

 

มรรคผลนิพพานนั้นไม่ใช่มีเฉพาะศาสนาพุทธ เพราะศาสนั้นเป็นเพียงชื่อ พระศาสนานั้นคือผู้รู้เข้าใจเรื่องเหตุเรื่องปัจจัย รู้เหตุรู้ปัจจัย เอาธรรมนูญนำชีวิต ยกเลิกสัญชาตญาณ หยุดสัญชาตญาณ มีความสุขกับการทำหน้าที่ มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ พระนิพพานนั้นจะมีอยู่ได้ทุก ๆ ชาติทุก ๆ ศาสนา เพราะเหตุผลว่าชื่อนั้นเป็นสมมติ เพื่อเอาสมมติมาใช้มาปฏิบัติมาทำหน้าที่

 

ด้วยเหตุผลนี้เราต้องพากันรู้พากันเข้าใจว่าชาติศาสน์กษัตริย์เป็นความรู้คู่กับการประพฤติคู่กับการปฏิบัติ

 

ความรู้ความเข้าใจอย่างนี้ถึงจะหยุดขั้วบวกขั้วลบ

 

ถ้าเรารู้เข้าใจในเรื่องชาติศาสนาในโลกนี้จะไม่มีใครเอาความหลงนำชีวิต ไม่เอาความผิดนำชีวิต จะไม่มีใครทะเลาะกัน

 

ทุกคนนั้นก็จะทำหน้าที่เพื่อหน้าที่ เป็นนาฬิกาชีวิตเป็นธรรมนูญแห่งชีวิต

 

ด้วยเหตุผลนี้ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เราเข้าใจในเรื่องชาติศาสน์กษัตริย์ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เราทุกคนรู้เข้าใจ ไม่ให้ตั้งอยู่ในความประมาท จึงได้ตรัสปัจฉิมโอวาทในกาลที่จะเสด็จดับขันธุ์สู่มหาปรินิพพานไว้ว่า

 

"หันทะทานิ ภิกขะเว อามันตะยามิ โว วะยะธัมมา สังขารา อัปปะมาเทนะ สัมปาเทถะ" แปลความว่า "ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บัดนี้เราขอเตือนท่านทั้งหลายว่า สังขารทั้งหลาย มีความเสื่อมสลายไปเป็นธรรมดา ท่านทั้งหลายจงทำประโยชน์ตนและประโยชน์ผู้อื่นให้ถึงพร้อม ด้วยความไม่ประมาทเถิด

 

โอวาทของหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต

ความไม่ยั่งยืน เป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่และแน่นอนนะ

ความยิ่งใหญ่ คือความไม่ยั่งยืนนะ

ชีวิตที่ยิ่งใหญ่ คือชีวิตที่อยู่ด้วยทาน ศีล เมตตา และกตัญญู

ชีวิตที่มีความดี อาจมิใช่ความยิ่งใหญ่ แต่ชีวิตที่ยิ่งใหญ่ ต้องอาศัยคุณธรรมความดีเป็นปัญญาบริสุทธิคุณเท่านั้น การระงับสังขารทั้งหลายด้วยความรู้ความเข้าใจเป็นความรู้คู่กับการประพฤติการปฏิบัตินั่นแหละคืออริยมรรค เป็นหนทางที่ประเสริฐมีพระนิพพานตั้งแต่ในปัจจุบัน ไม่ต้องรอพระนิพพานเมื่อตายแล้ว ปัจจุบันไม่มีพระนิพพาน อนาคตจะมีพระนิพพานได้อย่างไร

 

ให้เรารู้เข้าใจเรื่องพระธรรมพระวินัย พระธรรมพระวินัยที่เป็นสัมมาทิฐิ เพื่อหยุดวัฏฏสงสารนั่นแหละคือพระนิพพาน ให้พวกเรารู้เข้าใจในเรื่องพระนิพพาน ให้เข้าใจนะว่าสิ่งเดิมนั้นคือความว่างเปล่า สิ่งที่สัญจรไปมาเป็นเพียงอาคันตุกะ เราจะได้เอาหลักการอุดการณ์ที่เป็นศีลเป็นสมาธิเป็นปัญญาเป็นมรรคเป็นอริยมรรคที่ตรงกันข้ามกับโลกธรรมมาประพฤติมาปฏิบัติ ให้รู้เข้าใจ เพราะไม่มีใครอยู่เหนือกรรมเหนือกฎแห่งกรรมเหนือผลของกรรม พระนิพพานความรู้ความเข้าใจในเรื่องกระบวนการปฏิจจสมุปบาท กระบวนการของปฏิจจสมุปบาทจะได้จบลงเพียงผัสสะ จะได้เป็นปัญญาเป็นความสงบ จะเป็นความสงบเป็นปัญญา เป็นสิ่งที่อยู่นอกเหตุเหนือผล หยุดความปรุงแต่ง นี้เป็นขบวนการที่ติดต่อต่อเนื่อง เป็นบารมีเป็นความดีที่ประกอบด้วยปัญญา เป็นพระนิพพานบ้านของเรา ไม่ใช่อวิชชาความหลงเป็นบ้านของเรานะ พระนิพพานคือบ้านของเรา ความสงบและปัญญาถึงเป็นธรรมเป็นปัจจุบันธรรม เราจะหยุดวัฏฏสงสารได้ด้วยความรู้ความเข้าใจ ด้วยพระธรรมด้วยพระวินัย เป็นขบวนการของกระแสในการประพฤติการปฏิบัติที่ได้นำเอาพระธรรมพระวินัยมาประพฤติมาปฏิบัติในปัจจุบันให้ติดต่อต่อเนื่อง

 

 ความสงบและปัญญาที่เป็นพระธรรมพระวินัยถึงหยุดความปรุงแต่งได้ ด้วยปัญญาสัมมาทิฏฐิคู่กับการประพฤติการปฏิบัติในปัจจุบัน พระธรรมพระวินัยที่เป็นความรู้ความเข้าใจ ที่จะหยุดความปรุงแต่งได้ เข้าถึงพระนิพพานตั้งแต่ปัจจุบัน ไม่ต้องรอชาติหน้า พระนิพพานต้องอยู่ที่ปัจจุบันเท่านั้น

 

---------------------------------

โอวาทขององค์หลวงพ่อกัณหา สุขกาโม

เมตตาให้ไว้ในเช้าวันจันทร์ที่ ๑๘ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙

ณ วัดป่าทรัพย์ทวีธรรมาราม ต.วังหมี อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา

Visitors: 115,890