๒๕ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙
พสกนิกรชาวไทยและชาวต่างประเทศได้มาร่วมรวมกันประพฤติปฏิบัติธรรมเพื่อน้อมถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ด้วยความโทมนัสและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ที่พระองค์ได้ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทยและชาวโลกตลอดระยะเวลาที่ยาวนาน พระองค์ทรงเป็นดั่งแม่แห่งแผ่นดิน ผู้ทรงเปี่ยมด้วยพระเมตตาและพระปรีชาสามารถ ทรงอุทิศพระวรกาย พระสติปัญญา และพระราชหฤทัยในการบำเพ็ญพระราชกรณียกิจนานัปการ เคียงคู่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เพื่อธำรงไว้ซึ่งความผาสุกและความมั่นคงแห่งชาติไทย เราประชาชนชาวไทยต้องร่วมใจสมัครสมานสามัคคีทำความดีที่ประกอบด้วยปัญญา เพื่ออุทิศบุญกุศลน้อมเกล้าถวาย เพื่อเสด็จสู่สวรรคาลัย เข้าสู่สวรรค์มรรคผลพระนิพพาน
วันนี้เป็นวันจันทร์ที่ ๒๕ เดือนพฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙
วันจันทร์ เป็นวันข้าราชการนักการเมืองเกษตรกรอุตสาหกรรมพ่อค้าประชาชนพากันทำงาน การทำงานกับกับพากันปฏิบัติธรรม ๒ อย่างนี้ต้องทำไปพร้อม ๆ กัน ทำหน้าที่ทั้งการงาน ทำหน้าที่ทั้งการปฏิบัติธรรมต้องไปพร้อม ๆ กัน
สำหรับนักบวช ผู้มาประพฤติผู้มาปฏิบัติธรรมไม่มีวันหยุด ปฏิบัติธรรมกับการทำงานเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน มีข้อวัตรกิจวัตรที่ติดต่อต่อเนื่องไม่มีวันหยุด
การประพฤติการปฏิบัติของภิกษุสามเณร ผู้มาบวชผู้มาประพฤติปฏิบัติธรรมอยู่ที่วัดนั้นไม่มีวันหยุด ไม่มีเวลาหยุด
เพื่อให้ปฏิปทาได้ติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ ผู้มาบวชมาปฏิบัติต้องพากันรู้พากันเข้าใจ พระพุทธเจ้าว่าอย่างไรเราก็เอาอย่างนั้น ผู้มาประพฤติผู้มาปฏิบัติต้องถือนิสัยขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
ยกเลิกนิสัยของตัวเอง ยกเลิกโลกส่วนตัวด้วยไม่มีข้อแม้ใด ๆ ทั้งสิ้น เพื่อให้ปฏิปทาของเราได้ติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ
หลวงปู่มั่นได้ทำเป็นตัวอย่างแบบอย่าง หลวงปู่มั่นท่านพาจำวัดเวลา ๔ ทุ่ม ตื่นตี ๒ หลวงปู่ชา ลูกศิษย์ของหลวงปู่มั่น ท่านพาจำวัด ๓ ทุ่มตื่นตี ๓ ถือพระธรรมถือพระวินัยสิกขาบทน้อยใหญ่ทุกข้อโดยไม่มีข้อแม้ใด ๆ ทั้งสิ้น
เวลาตื่นอยู่นี้คิดดูแล้วเป็นเวลาร่วม ๑๘ ชั่วโมง ปฏิบัติเหมือนกับนาฬิกา นาฬิกานั้นจะเดินสม่ำเสมอติดต่อต่อเนื่อง
การฝึกการปฏิบัติของเรานั้นไม่มีข้อแม้ใด ๆ ทั้งสิ้น ถ้าเรามีข้อแม้นั้นมันจะเป็นสาเหตุให้เราลูบคลำในศีลในพรตในข้อประพฤติในข้อปฏิบัติ
การประพฤติการปฏิบัตินั้นต้องถือเอาปัจจุบัน เพราะปัจจุบันนั้นคือเหตุคือปัจจัย ด้วยเหตุผลนี้ เราทุกคนจะไปทำอะไรตามใจตามอัธยาศัยนั้นไม่ได้
เราทุกคนมาตั้งอกตั้งใจตั้งเจตนาเหมือนดั่งภาชนะที่ตั้งไว้ เพื่อให้ปฏิปทาของเราชัดเจน เพื่อให้ปฏิปทาของเราได้ติดต่อต่อเนื่อง
การกระทำใด ๆ ต้องให้ติดต่อต่อเนื่องอย่างน้อย ๓ อาทิตย์ขึ้นไป ด้วยเหตุผลนี้องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าถึงให้ผู้มาบวชมาปฏิบัติ ให้ถือนิสัยขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้านั้นเป็นเวลา ๕ ปี หรือว่าเป็นเวลา ๕ พรรษา เพื่อให้ปฏิปทาของเราได้ติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำด้วยไม่มีข้อแม้ใด ๆ ทั้งสิ้น
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เราเข้าใจ พระธรรมพระวินัยนั้นคือองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าคือพระธรรมคือพระวินัย เราทุกคนต้องพากันรู้พากันเข้าใจ เราทุกคนต้องยกเลิกอัธยาศัย หยุดทำอะไรตามอัธยาศัย ยกเลิกสัญชาตญาณที่เป็นนิติบุคคลที่เป็นตัวเป็นตน
สัญชาตญาณนั้นคืออะไร สัญชาตญาณนั้นคือเราทุกคนเอาธาตุทั้ง ๔ ขันธ์ทั้ง ๕ อายตนะภายนอกภายใน ๑๒ มาเป็นเรา มีความยึดมั่นถือมั่นว่าเป็นเราเป็นคนอื่น อย่างนี้เรียกว่าสัญชาตญาณ
ธรรมวินัย ข้อวัตรกิจวัตรนั้นจะหยุดสัญชาตญาณที่มีความยึดมั่นถือมั่นที่เป็นนิติบุคคลเป็นตัวเป็นตน
ด้วยเหตุผลนี้ถ้าเราไม่ถือเอาพระธรรมพระวินัยเป็นข้อวัตรกิจวัตร เราทุกคนจะไม่สามารถหยุดสัญชาตญาณที่เป็นนิติบุคคลที่เป็นตัวเป็นตนได้
การฝึกใจ การพัฒนาใจ ต้องอาศัยพระธรรมอาศัยพระวินัยเป็นข้อวัตรเป็นกิจวัตรเหมือนดั่งนาฬิกาที่นาฬิกาทำงาน
นิสัย ๔ กิจที่ควรทำได้แก่เอาพระธรรมเอาพระวินัยเป็นข้อวัตรกิจวัตร เราทุกคนต้องยกเลิกสัญชาตญาณที่เป็นนิติบุคคลตัวตน เอาพระธรรมเอาพระวินัยประพฤติปฏิบัติให้ติดต่อต่อเนื่อง
เราอาศัยความตั้งใจตั้งเจตนา การฝึกตัวเอง กรณียกิจ กิจที่เราต้องทำ เราต้องพากันรู้พากันเข้าใจว่าใจของเรานั้นเป็นนามธรรม เราตรึกนึกคิดอะไรก็ไม่มีใครรู้ ไม่มีใครเห็นไม่มีใครเข้าใจ แต่ตัวของเรานั้นเป็นผู้รู้ผู้เข้าใจ
ด้วยเหตุผลนี้ เราทุกคนจะไปตรึกนึกคิดในเรื่องของกามไม่ได้ เรื่องของกามนั้นก็ได้แก่ตรึกนึกคิดเหมือนดั่งฆราวาสผู้ครองบ้านครองเมือง คิดเรื่องผู้หญิง คิดเรื่องอยู่เรื่องกินเรื่องเที่ยว คิดวิธีที่จะได้มาซึ่งลาภสักการะเสียงสรรเสริญเยินยอ มีความต้องการในเรื่องเงิน มีความต้องการที่จะมียศฐาบรรดาศักดิ์ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านยกเลิกยศฐาบรรดาศักดิ์ พระอรหันต์ขีณาสพท่านยกเลิกยศฐาบรรดาศักดิ์ ถ้าเรามาตรึกในกาม เรามาตรึกในผู้หญิง ตรึกในยศฐาบรรดาศักดิ์ เราทุกคนก็เป็นผู้ชื่อว่าผู้ตรึกในกาม ที่มันตรงกันข้ามกับองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระพุทธเจ้าท่านเดินไปทางหนึ่ง ผู้ตรึกในกามตรึกในเงินในผู้หญิง ผู้ตรึกในยศฐาบรรดาศักดิ์นั้นถึงไม่ใช่กรณียกิจ ไม่ใช่กิจที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านประพฤติท่านปฏิบัติ
ผู้มาบวชผู้มาปฏิบัติธรรม จะไปปล่อยให้ใจตัวเองตรึกนึกคิดให้ใจของเราเศร้าหมองขุ่นมัว อิจฉาพยาบาทเครียดแค้นนั้นไม่ได้
ด้วยเหตุผลนี้เราทุกคนต้องพากันรู้พากันเข้าใจ ว่าสัญชาตญาณที่เป็นนิติบุคคลตัวตนนั้นเราทุกคนต้องหยุดต้องยกเลิก
เพื่อการประพฤติการปฏิบัติของเรานั้นจะไม่เดินไปข้างหน้าแล้วถอยกลับมาที่เก่าที่เดิม ที่เก่าที่เดิมนั้นได้แก่สัญชาตญาณที่มีความยึดมั่นถือมั่น
ด้วยเหตุผลนี้พระพุทธเจ้าทั้งหลาย พระอรหันต์ขีณาสพทั้งหลาย ได้พากันรู้ทุกข์ รู้เหตุเกิดทุกข์ ข้อปฏิบัติถึงความดับทุกข์ พากันรู้พากันเข้าใจว่าพระธรรมพระวินัยนั้นจะหยุดสัญชาตญาณของเราทุกคน
ด้วยเหตุผลนี้ เราทุกคนต้องหยุดตรึกนึกคิดในกาม หยุดตรึกนึกคิดในพยาบาท
ความเคารพในพระธรรมพระวินัยนั้นจะเป็นสาเหตุให้เกิดความสงบ เป็นสาเหตุให้เราทุกคนตั้งอยู่ในความไม่ประมาท
ความประมาทนั้นคือความผิดพลาดคือการเสียหาย นั้นคือการพังทลายอย่างเดียวเช่นเดียวกันกับตึก สตง. สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินของเมืองไทยประเทศไทย
ด้วยเหตุผลนี้ เราทุกคนต้องพากันตั้งอกตั้งใจเพื่อไม่ให้ตามใจไม่ตามสัญชาตญาณ
ธรรมะนั้นคือหน้าที่ หน้าที่นั้นคือธรรมะ ธรรมะนั้นคือหลักการที่หยุดสัญชาตญาณที่เป็นนิติบุคคลตัวตน
เรื่องปฏิปทานี้ถึงเป็นสิ่งที่สำคัญมาก การประพฤติปฏิบัตินั้นเน้นอยู่ที่ปฏิปทาที่ติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ
ด้วยเหตุผลนี้ เราทุกคนถึงมีความจำเป็นที่ต้องถือนิสัยขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
ที่ท่านพระอานนท์ได้กราบเรียนทูลถามองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าว่า เมื่อองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเสด็จดับขันธ์ปรินิพพานแล้วจะเอาใครเป็นตัวแทนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านตรัสให้พระอานนท์รู้ พระอานนท์เข้าใจ
ท่านตรัสกับพระอานนท์ว่า
อานนท์ ! ความคิดอาจมีแก่พวกเธออย่างนี้ว่า “ธรรมวินัยของพวกเรามีพระศาสดา ล่วงลับไปเสียแล้ว พวกเราไม่มีพระศาสดา” ดังนี้.
อานนท์ ! พวกเธออย่าคิดอย่างนั้น.
อานนท์ ! ธรรมก็ดี วินัยก็ดี ที่เราแสดงแล้ว บัญญัติแล้ว แก่พวกเธอทั้งหลาย ธรรมวินัยนั้น จักเป็นศาสดาของพวกเธอทั้งหลายโดยกาลล่วงไปแห่งเรา
อานนท์ ! ในกาลบัดนี้ก็ดี ในกาลล่วงไปแห่งเราก็ดี ใครก็ตามจักต้องมีตน เป็นประทีป มีตนเป็นสรณะ ไม่เอาสิ่งอื่นเป็นสรณะ;
มีธรรมเป็นประทีป มีธรรม เป็นสรณะ ไม่เอาสิ่งอื่น เป็นสรณะ เป็นอยู่
อานนท์! ภิกษุพวกใดเป็นผู้ใคร่ ในสิกขา, ภิกษุพวกนั้นจักเป็นผู้อยู่ใน สถานะอันเลิศที่สุดแล.
การประพฤติการปฏิบัตินี้อาศัยพระธรรมอาศัยพระวินัย อาศัยปฏิปทาที่ติดต่อต่อเนื่องถึงเป็นกิจที่ควรทำ ยกเลิกกิจที่ไม่สมควรที่ทำ กิจที่ควรทำก็คือรักษาพระวินัยสิกขาบทน้อยใหญ่ให้ครบทุกข้อ ไม่ตรึกนึกคิดในกาม ไม่ตรึกนึกคิดในพยาบาท เดินจงกรมนั่งสมาธิทำวัตรสวดมนต์ตามเวลา มาก่อนเวลาอย่างน้อยสัก ๕ นาที ถ้ามากกว่านั้นไม่เป็นไร นอนจำวัด ๔ ทุ่มตื่นตี ๒ นี้เป็นปฏิปทาของหลวงปู่มั่น นอน ๓ ทุ่ม ตื่นตี ๓ นี้เป็นปฏิปทาของหลวงปู่ชา ออกบิณฑบาตทุก ๆ วัน ไม่มีวันไหนไม่ออกบิณฑบาต ไม่เก็บเงินเองหรือว่าให้ผู้อื่นเก็บเงินไว้เพื่อตน เก็บเงินเองกับให้ผู้อื่นเก็บเงินมันก็คืออย่างเดียวกันนั่นแหละ ไม่ขับรถยนต์ไปบิณฑบาต ไม่ขับรถยนต์ไปในตลาดไปในหมู่บ้านเหมือนดั่งฆราวาสผู้เอากามผู้เอาพยาบาทนำชีวิต ไม่อยู่สองต่อสองกับผู้หญิง ถึงแม้ผู้หญิงจะมีนับเป็นร้อย ถ้าไม่มีผู้ชายอยู่ด้วยถือว่าอยู่กับผู้หญิง เพราะว่าไม่มีผู้ชายอยู่เป็นเพื่อน ไม่มีโทรศัพท์ส่วนตัว มีมือถือส่วนตัว การมีโทรศัพท์ส่วนตัว มีมือถือส่วนตัวนั้นมันมีโทษหนักยิ่งกว่ามีภรรยาเสียอีก เพราะเหตุผลว่าภรรยานั้นอาใส่เอากระเป๋าเอาใส่ย่ามไม่ได้ แต่โทรศัพท์มือถือนั้นเอาใส่ย่ามในกระเป๋าได้ การมีโทรศัพท์มือถือที่ประจำมันก็อย่างเดียวกับมีภรรยา หนักกว่ามีภรรยาเสียอีก
ประเทศไทยเรานี้จะมีพระอ่านหนังสือพิมพ์ทางโลก เมื่อหลังปี พ.ศ.๒๕๑๐ นี้ ตั้งแต่ก่อนนั้นไม่มีอ่านหนังสือทางโลก จะอ่านหนังสือแต่หนังสือทางธรรมอย่างเดียว ประเทศของเรานี้พระภิกษุสามเณรจะมีโทรศัพท์มือถือมีโทรศัพท์ส่วนตัวตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๓๐ แต่ก่อนใช้โทรศัพท์ที่ตั้งอยู่ภายในบ้าน ไม่มีโทรศัพท์มือถือ
ด้วยเหตุผลนี้เราต้องพากันรู้พากันเข้าใจ ถ้าเราไม่รู้เข้าใจสิ่งที่ไม่รู้ไม่เข้าใจนี้จะมันจะเสียหายมันจะเกิดการพังทลายอย่างเดียวเช่นเดียวกันกับตึก สตง. สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินของเมืองไทยประเทศไทย
ผู้ที่มาบวชผู้ที่ปฏิบัติ ได้แก่ผู้ที่มายกเลิกสัญชาตญาณต้องเป็นผู้ไม่ตรึกในกาม ไม่ตรึกในพยาบาท การที่มีโทรศัพท์มือถือนั้นเป็นเครื่องหมายของผู้ที่ตั้งมั่นในกามตั้งมั่นในพยาบาท นี้เป็นกิจที่ไม่ควรอย่างยิ่งในการที่จะมีโทรศัพท์มือถือ
เพราะเป็นการนำภัยอันตรายออกและนำภัยอันตรายภายนอกมา นี้เป็นปฏิปทาที่ไม่ได้ เป็นปฏิปทาที่ชั่ว เป็นปฏิปทาที่ไม่สมควร
เราจะมีข้อแม้มีข้ออ้างว่า เพราะมีเหตุจำเป็นพระความจำเป็น องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านไม่ให้เรามีข้อแม้ใด ๆ ทั้งสิ้นเพราะข้อแม้นั้นคือสัญชาตญาณที่เป็นนิติบุคคลที่เป็นตัวเป็นตน นี้ไม่ใช่พระธรรมไม่ใช่พระวินัย นี้เป็นกิจที่ไม่ควรกระทำเป็นอย่างยิ่ง
การประพฤติการปฏิบัติองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เราเข้าใจ เราต้องรู้เข้าใจ เราต้องทำภายนอกให้ได้ก่อน เราต้องเอากายวาจากิริยามารยาทอาชีพของเราให้มันถูกต้องเสียก่อน
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านไม่ให้เราเอาสัญชาตญาณ ท่านไม่ให้มีข้อแม้ใด ๆ ทิ้งสิ้น องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านไม่ให้เราพูดว่าทุกอย่างอยู่ที่ใจ
เราคิดดูดี ๆ นะ เราคิดว่าทุกอย่างอยู่ที่ใจ ทำไมเราถึงทานอาหาร ทำไมเราถึงฉันอาหาร ทำไมเราไม่พูดว่าไม่ต้องทานอาหาร ไม่ต้องฉันภัตตาหาร เพราะทุกอย่างมันอยู่ที่ใจ
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เราเข้าใจ การฝึกใจเค้าต้องฝึกที่กายที่วาจาที่กิริยามารยาทที่อาชีพเพื่อยกเลิกสัญชาตญาณ การประพฤติการปฏิบัติอย่างนี้ถึงเป็นการถือนิสัยขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ถ้าทำเหมือนพระพุทธเจ้า เหมือนพระอรหันต์จะมีใครในโลกนี้ประพฤติปฏิบัติได้ เมื่อเรารู้เข้าใจอย่างนี้ เราอย่าพากันมาบวช เราอย่าพากันมาปฏิบัติ เราก็อย่าพากันมาถือแบรนด์เนมขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เอาแบรนด์เนมขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้ามาหาอยู่หาบริโภคนี้เป็นกิจที่ไม่ควรทำ
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เราเข้าใจ ถ้าไม่มีใครก็อย่าให้มีโจร ให้มันเจ๊ากันไป เพราะทรัพยากรที่ผู้ที่มาบวชมาปฏิบัติเป็นภาษีอากรของประชาชน เป็นศรัทธาของมหาชนที่เค้าพากันทำความดี เพื่อสนับสนุนผู้ที่มาบวช ผู้ที่มาประพฤติผู้ที่มาปฏิบัติธรรม
ด้วยเหตุผลนี้ เราต้องถือเอาพระธรรมพระวินัยเอามาใช้เอามาประพฤติมาปฏิบัติมาทำหน้าที่ด้วยความดีและปัญญาเพื่อให้ปฏิปทาได้ติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ
มีคำถามว่า ประพฤติปฏิบัติอย่างนี้มันจะไม่เป็นทุกข์เหรอ มันจะไม่มีความเครียดเหรอ คำตอบ ความทุกข์จะไม่มี ความเครียดจะไม่มี เพราะเรารู้เข้าใจ เรามีความสุขในการทำหน้าที่
การประพฤติการปฏิบัติอย่างนี้จะเป็นการยกเลิกสัญชาตญาณ จะไม่มีขั้วบวกจะไม่มีขั้วลบ จะมีแต่ความสุขได้เกิดขึ้น ความสุขได้ตั้งอยู่ ความสุขใหม่เกิดขึ้นมายิ่ง ๆ ขึ้นไปด้วยปฏิปทาที่ติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ
ด้วยเหตุผลนี้องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เน้นมาที่ตัวเรา การประพฤติการปฏิบัตินั้นเน้นมาที่ตัวเรา การประพฤติการปฏิบัตินั้นถึงไม่มีการหลอกลวง ไม่มีการหมกเม็ด เน้นที่การประพฤติการปฏิบัติการพัฒนาใจ
การพัฒนาใจต้องอาศัยการพัฒนากาย เพราะกายกับใจนั้นมันคือสิ่งเดียวกัน มันเป็นสิ่งภายนอกภายในสัมผัสกัน มันเป็นเรื่องอดีตอนาคตมันจะสัมผัสกันที่ปัจจุบัน การปฏิบัติใจถึงต้องอาศัยการปฏิบัติที่กาย
ดังหมวดธรรมสติปัฏฐานทั้ง ๔ กายเวทนาจิตธรรม เราทำภายนอกปฏิบัติภายนอกนั่นแหละคือปฏิบัติทางใจ ความรู้ความเข้าใจ มีความสุขในการทำหน้าที่ การประพฤติการปฏิบัติของเรามันก็จะเป็นพระนิพพานอยู่ที่ปัจจุบัน ไม่ใช่พระนิพพานอยู่ที่อนาคตกาลเบื้องหน้าโน้นเทอญ อนาคตกาลเบื้องหน้าโน้นเทอญมันแก้ปัญหาไม่ได้ ที่จะแก้ปัญหาได้ต้องอยู่ที่ปัจจุบัน
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เราเข้าใจ พระธรรมพระวินัยนั้นถึงเป็นพระนิพพานอยู่ที่ปัจจุบัน มรรคคือข้อปฏิบัติที่ทำหน้าที่ ถ้ามีมรรคอยู่ที่ใดก็มีผลอยู่ที่นั่น ถ้าเรามีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติเราก็มีความสงบอยู่ที่นั่น เพราะความสงบกับความสุขมันคืออันหนึ่งอันเดียวกัน
การประพฤติการปฏิบัตินั้นถึงยกเลิกขั้วบวกขั้วลบ ขั้วบวกขั้วลบนั้นคือความอยากความต้องการ นั้นคือความไม่อยากความไม่ต้องการ
ธรรมวินัย ข้อวัตรข้อปฏิบัติถึงเป็นหน้าที่ มีความสุขในการทำหน้าที่ เราประพฤติปฏิบัติอย่างนี้ความทุกข์นั้นก็ย่อมไม่มี เพราะว่าตำแหน่งนั้นมีเพียงตำแหน่งเดียว ตำแหน่งที่เป็นปัจจุบันมีเพียงตำแหน่งเดียว ถ้าเรามีความสุขในการทำหน้าที่ ความทุกข์ก็จะไม่มี ความเครียดก็จะไม่มี มีแต่ความสุขเกิดขึ้น ความสุขตั้งอยู่ ความสุขใหม่เกิดขึ้นมายิ่ง ๆ ขึ้นไปด้วยปฏิปทาที่ติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เราเข้าใจ เพราะไม่มีใครประพฤติปฏิบัติให้เราได้ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านก็ทำพุทธกิจของท่าน พระอรหันต์ขีณาสพท่านก็ทำศาสนกิจของพระอรหันต์
ด้วยเหตุผลนี้เราต้องรู้เข้าใจว่าพระธรรมพระวินัยนั้นเราต้องเอามาใช้มาข้อวัตรกิจวัตรเพื่อให้ปฏิปทาของเราได้ติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ
การประพฤติการปฏิบัตินั้นให้เราเข้าใจว่ามีตำแหน่งเดียว ตำแหน่งยืนก็ตำแหน่งเดียว ตำแหน่งเดินก็ตำแหน่งเดียว ตำแหน่งนั่งก็ตำแหน่งเดียว ตำแหน่งนอนก็ตำแหน่งเดียว กิริยามารยาททุกอย่างนั้นคือตำแหน่งเดียว
ถ้าเรามีความสุขในการทำหน้าที่ความเครียดนั้นย่อมไม่มี เรายกเลิกสัญชาตญาณ เมื่อเรายกเลิกธรรมวินัยถึงจะเกิดได้ เราเอาตัวเอาตนพระธรรมพระวินัยนั้นจะเกิดขึ้นได้อย่างไร ธรรมวินัยนั้นเกิดไม่ได้ คิดจนหัวจะระเบิดธรรมวินัยนั้นย่อมเกิดขึ้นไม่ได้
ผู้มาบวชผู้มาปฏิบัติ เราต้องรู้เข้าใจ เวลาปฏิบัตินี้มันเป็นสิ่งที่มีค่าเป็นอย่างยิ่ง องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เราตั้งใจ ให้มีความสุขในการทำหน้าที่ ความไม่รู้ไม่เข้าใจ เราได้เอาสัญชาตญาณนำชีวิต
การประพฤติการปฏิบัตินั้นถึงยังเป็นขั้วบวกขั้วลบ เราทั้งหลายจะเอาความสงบจากสิ่งไม่มีอยู่ เอาความสงบจากตาไม่เห็นรูป หูไม่ได้ยินเสียง จมูกไม่ได้ดมกลิ่น ลิ้นไม่ได้ลิ้มรส กายไม่ได้สัมผัส ใจไม่ได้ตรึกนึกคิดอะไร
ส่วนใหญ่เราทุกคนจะเอาสัญชาตญาณเอานิติบุคคลตัวตนนำการประพฤติการปฏิบัติ การประพฤติการปฏิบัติเช่นนี้ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านตรัสว่าอันนี้จะเป็นนิติบุคคลตัวตน การประพฤติการปฏิบัติเช่นนี้มันจะเป็นเพียงสมาธิเป็นเพียงสมาบัติ นี้มันจะเกิดเป็นนิติบุคคลตัวตน
สัญชาตญาณที่เราทุกคนได้มีสัญชาตญาณรักความสุขไม่ชอบความทุกข์ระแวงภัย ยินดีในการสืบพันธุ์
สัญชาตญาณนี้ไม่เอาพระธรรมเอาพระวินัย จะเอาการปล่อยวางข้อวัตรข้อปฏิบัตินำชีวิต ความไม่รู้ไม่เข้าใจที่เป็นนิติบุคคลตัวตน การประพฤติการปฏิบัตินั้นจะไปเอาแต่เรื่องจิตเรื่องใจ
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เราเข้าใจ นี้คือผู้ที่จมอยู่ในกาม นี้คือผู้ที่จมอยู่ในพยาบาท ยินดีในเรื่องเงินเรื่องสตางค์ ยินดีในเรื่องผู้หญิง ยินดีในเรื่องยศฐาบรรดาศักดิ์ นี้คือสัญชาตญาณ
การประพฤติการปฏิบัตินั้นมันเป็นสิ่งที่ทวนกระแส เราต้องรู้เข้าใจ ต้องมีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติที่ติดต่อต่อเนื่อง
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เราเข้าใจ ถ้าไม่รู้ไม่เข้าใจ เราทุกคนจะหยุดสัญชาตญาณตัวเองไม่ได้ เราจะกลายเป็นคนขี้เกียจขี้คร้าน จะเอาความสงบกับสิ่งไม่มีอยู่
มันสงบจริงจากสิ่งที่ไม่มีอยู่ เราปล่อยให้เวลามันผ่านไปด้วยเราไม่รู้ไม่เข้าใจ นึกว่าความสงบจากสิ่งที่ไม่มีนั้นมันเป็นพระนิพพาน นั่นแหละให้เรารู้เข้าใจ นั่นแหละเป็นสัญชาตญาณที่เป็นนิติบุคคลตัวตน
การประพฤติการปฏิบัตินั้นองค์สมเด็จพระสัมสัมพุทธเจ้าให้เรามีสติมีสัมปชัญญะ เราจะได้ยกทุกอย่างเข้าสู่พระไตรลักษณ์ เราต้องรู้เข้าใจ เราเสียเวลาเพียงวินาทีเดียว พิจารณาทุกอย่างเข้าสู่พระไตรลักษณ์
เพื่อการประพฤติการปฏิบัติของเรานั้นจะเป็นอริยมรรคในปัจจุบัน เราทั้งหลายจะเป็นผู้ที่มีความว่างจากสิ่งที่ไม่มีอยู่ ว่างจากสิ่งไม่มีอยู่จะมีประโยชน์อะไร เช่นคนไม่มีตาจะมีประโยชน์อะไร คนไม่มีหูจะมีประโยชน์อะไร คนไม่มีจมูกจะมีประโยชน์อะไร คนไม่มีลิ้นจะมีประโยชน์อะไร คนไม่มีกายจะมีประโยชน์ฮะไร คนไม่มีใจจะมีประโยชน์อะไร
ด้วยเหตุผลนี้ผู้มาบวชมาปฏิบัติต้องพากันรู้พากันเข้าใจ พากันนอนพากันจำวัดวันหนึ่งไม่เกิน ๖ ชั่วโมงก็เพียงพอ เวลาเราตื่นนี้แหละเรามีความสุขในการทำหน้าที่ การประพฤติการปฏิบัตินั้นถึงเป็นวิถีชีวิตอยู่ที่ปัจจุบัน ไม่ขัดกับหน้าที่การงาน
ด้วยเหตุผลนี้ สมณะที่ ๑ ที่ ๒ ที่ ๓ ที่ ๔ นี้ถึงมีอยู่ในพระธรรมในพระวินัยที่รู้เข้าใจ มีความสุขในการทำหน้าที่ มีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติ
ด้วยเหตุผลนี้ผู้มาบวชมาปฏิบัติต้องพากันรู้เข้าใจ ถ้าไม่รู้เข้าใจแล้วปล่อยให้เราเสียโอกาสเสียเวลา เราอยู่กับความว่างจากสิ่งไม่มีอยู่ นี้เป็นความเสียหายมาก เสียหายจริง ๆ
เราทุกคนต้องพากันรู้พากันเข้าใจในการประพฤติการปฏิบัติว่าพระธรรมพระวินัยนี้เป็นสิ่งที่สุดยอด เป็นยานเพื่อหยุดสัญชาตญาณ เราจะเดินทางไกลเราก็ต้องอาศัยยานพาหนะอย่างดี อาศัยรถอย่างดี อาศัยเครื่องบินอย่างดี อาศัยเรืออย่างดีเราถึงจะเดินทางไกลด้วยความสวัสดิภาพได้
ด้วยเหตุผลนี้ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เราเข้าใจ ที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้แสดงธรรมให้ปัญจวัคคีย์ทั้ง ๕ ที่ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน ที่สุดสองทางที่บรรพชิตเข้าใจ เพราะที่สุดสองทางนั้นเป็นความปรุงแต่งเป็นขั้วบวกขั้วลบ พระธรรมพระวินัยคือเหตุปัจจัยที่หยุดขั้วบวกขั้วลบ
ปัญจวัคคีย์ทั้ง ๕ ท่านโกณฑัญญะถึงได้อุทานเปล่งวาจาว่า จักษุเกิดขึ้นแล้วแก่เรา ญาณเกิดขึ้นแล้วแก่เรา แสงสว่างเกิดขึ้นแล้วแก่เราด้วยความรู้ความเข้าใจว่าพระธรรมพระวินัยที่เราจะต้องเอามาใช้มาเป็นข้อวัตรกิจวัตรเป็นมรรคอยู่ที่ปัจจุบัน เป็นการดำเนินชีวิตเป็นการพัฒนาใจกับพัฒนาวัตถุไปพร้อม ๆ กัน
สมณะที่ ๑ ที่ ๒ ที่ ๓ ที่ ๔ นั้นถึงมีได้เป็นได้กับทุกชาติทุกศาสนา ผู้รู้ผู้เข้าใจแล้วก็มีความสุขในการทำหน้าที่
ด้วยเหตุผลนี้ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เราทุกคนหยุดสัญชาตญาณของตัวเองด้วยพระธรรมด้วยพระวินัย การประพฤติการปฏิบัติต้องเน้นที่ความสุขในการประพฤติการปฏิบัติในการทำหน้าที่
เราทำอย่างนี้ปฏิบัติอย่างนี้ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสว่าอย่างเร็วก็ ๗ วัน อย่างกลางก็ ๗ เดือน อย่างกลางก็ ๗ ปี
ความรู้ความเข้าใจเราไม่ต้องอาศัยใคร เพราะคนอื่นนั้นเราต้องรู้ว่า คนอื่นนั้นช่วยเราได้ตั้งแต่ภายนอกเท่าที่เค้าช่วยได้
เราต้องพากันรู้เข้าใจ การประพฤติการปฏิบัตินั้นมันคือการชิงแชมป์ระหว่างวัฏฏสงสารกับพระนิพพาน เรามีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ ความทุกข์ก็ย่อมไม่มี ความเครียดก็ย่อมไม่มี
เพราะการประพฤติการปฏิบัติที่เป็นความเข้าใจ มีความสุขในการทำหน้าที่ การประพฤติการปฏิบัตินั้นจะเป็นสติเป็นสัมปชัญญะ สติสัมปชัญญะนั้นจะเป็นออกซิเจนเป็นออกซิเจน เป็นการถ่ายเทของเสียของปฏิกูล ถ่ายเทคาร์บอนไดออกไซด์ออกไป
ด้วยเหตุผลนี้ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าถึงไม่ให้เราตั้งอยู่ในความประมาท เราจะไปเอาความว่างจากสิ่งที่ไม่มีอยู่
เราต้องรู้เข้าใจว่าพระธรรมพระวินัยนี้จะเป็นความว่างจากสิ่งที่มีอยู่ พระธรรมวินัยนี้เป็นความรู้คู่กับการประพฤติคู่กับการปฏิบัติ
การประพฤติการปฏิบัติอย่างนี้ใจของเราจะเริ่มผ่องใส ใจของเราจะเริ่มเบิกบาน ด้วยความรู้ความเข้าใจ ด้วยปฏิปทาที่ติดต่อต่อเนื่อง
การเผยแผ่ธรรมถึงเป็นการประพฤติการปฏิบัติของตัวเอง องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เรารู้เข้าใจ ว่าสิ่งภายนอกภายในคือสิ่งเดียวกัน
การประพฤติการปฏิบัติถึงเป็นหน้าที่ หน้าที่ถึงเป็นการประพฤติการปฏิบัติ การประพฤติการปฏิบัติถึงเป็นเจ้าหน้าที่
เราอย่าพากันคิดว่าการประพฤติการปฏิบัติที่เอาพระธรรมเอาพระวินัย ยกเลิกตัวตนมันจะมีความสุขได้อย่างไร เพราะชีวิตของเรายกเลิกขั้วบวกขั้วลบ เราจะมีความสุขได้อย่างไร
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เราเข้าใจ ความสุขก็อยู่ที่เราทำหน้าที่นั่นแหละ จะเป็นความสุขในการทำหน้าที่ที่เกิดขึ้น มีความสุขในการทำหน้าที่ที่ตั้งอยู่ จะมีความสุขใหม่ยิ่ง ๆ ขึ้นไป
เพราะความดับทุกข์นี้จะเป็นความดับทุกข์ที่ไม่เป็นบวกไม่เป็นลบ จะเป็นความสงบ บวกลบนั้นเราต้องรู้เข้าใจ บวกลบนั้นคือความไม่สงบ บวกลบนั้นมันคือสงคราม สงครามในตัวของมันเอง สงครามในตัวความไม่รู้เอง สงครามภายนอกภายใน สงครามในครอบครัว ขยายวงกว้างไปหมู่บ้านตำบลอำเภอจังหวัดประเทศ สงครามระหว่างประเทศ สงครามโลก สงครามคือความไม่สงบ
พระธรรมพระวินัยนั้นถึงเป็นทางสายกลาง ยกเลิกสัญชาตญาณที่เป็นพระนิพพานอยู่ที่ปัจจุบัน
ด้วยเหตุผลนี้ เรื่องปัญญาสัมมาทิฏฐิ มีความเห็นถูกต้องถึงเป็นสิ่งที่สำคัญ สัมมาสมาธิที่เป็นความตั้งมั่นเพื่อให้ปฏิปทาของเราได้ติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ
----------------------------
โอวาทขององค์หลวงพ่อกัณหา สุขกาโม
เมตตาให้ไว้ในเช้าวันจันทร์ที่ ๒๕ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙
ณ วัดป่าทรัพย์ทวีธรรมาราม ต.วังหมี อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา